ผ ม เ ป็ น ข อ ง พี่ ค น เ ดี ย ว - Trapped in love

ตอนที่ 41 : 34 - วันพบพ่อตา 100% อัปครบ!!!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,089
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 138 ครั้ง
    2 พ.ย. 63

 

 

08.30 น.

“เจ้าน้อง แม่ยังไม่ตื่นเลย” 

“หงิง” 

“สงสัยเมื่อคืนแม่นอนน้อย เราอย่าไปกวนเลยดีกว่าเนอะ” 

น้ำเสียงหงุงหงิงราวกับมีคนกำลังคุยกันดังอยู่ไม่ไกล ค่อยๆลืมตาขึ้น ก่อนจะหันไปทางต้นเสียง เห็นแผ่นหลังแว๊บๆเดินออกจากห้องไป ไม่รู้ว่าใคร

เดี๋ยวนะ แล้วทำไมฉันถึงมาอยู่ในสภาพนี้ได้ล่ะ

เสื้อยืดคอกลมตัวโคร่งสวมทับอยู่บนร่าง ท่อนล่างไม่ได้ใส่กางเกงแต่อันเดอร์แวร์ยังอยู่ครบ เมื่อคืนฉันกลับมาตอนไหน จำได้ว่าไปงานวันเกิดอีพีทนี่

คุ้นๆว่ากลับมากับนาที แถมยังเมามาก จนถึงตอนนี้ก็ยังปวดหัวไม่หาย แถมยัง ปวดตัว แปลกๆ

‘ต่ออีกรอบนะครับ’ อยู่ๆประโยคนึงก็เข้ามาในหัวฉัน ราวกับว่ามีใครพึ่งพูดประโยคนี้กับฉันเมื่อไม่นานมานี้ แถมเหตุการณ์มันยังดูสมจริงมาก มากซะจน...

ฉันจำได้แล้ว! มันไม่ใช่ความฝันลามกที่ฉันจินตนาการขึ้นเอง แต่มันคือเรื่องที่เกิดขึ้นจริง!

เมื่อคืนฉันมีอะไรกับนาที และไม่ใช่แค่รอบเดียวด้วย!

“ตื่นแล้วหรอครับ” น้ำเสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของคนร่างสูง

“นะ นาที” รีบเด้งตัวลุกขึ้นนั่งแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมมิดจนถึงคอ

ฟอด

นอกจากไม่พูดอะไรแล้ว ยังเดินตรงเข้ามานั่งที่เตียงแล้วแนบริมฝีปากลงมาที่แก้มฉัน ราวกับไม่เหลือความเกรงใจต่อกันอีกแล้ว

“ขอโทษนะครับที่ทำให้เหนื่อย” น้ำเสียงแหบกระซิบขึ้นข้างหู 

“เหนื่อยอะไร” แกล้งทำเฉไฉถามออกไปด้วยสีหน้างุนงง

“อย่าบอกนะครับว่าจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้”

“กะ ก็ จำไม่ได้น่ะสิ” ตอบออกไปพลางเบือนหน้าหนีมาอีกทาง จำไม่ได้ก็บ้าแล้ว ภาพมันชัดเจนแจ่มแจ้งซะขนาดนั้น เหมือนหนังที่ฉายวนซ้ำไม่หยุด

“งั้นให้ผมเตือนความจำให้อีกรอบไหม” รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากคนตรงหน้า ทำไมดูเจ้าเล่ห์ขนาดนี้นะ 

“ไม่ต้องเลย” ดันหน้าคนที่มีสีหน้ากรุ้มกริ่มออกไป ได้คืบจะเอาศอก

“ไม่ทำแล้วก็ได้ เอาไว้ต่อวันหลัง” พูดพลางยักคิ้วอย่างกวนๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคถัดมา “วันนี้เราออกไปทานข้าวข้างนอกกันดีไหม” 

“ไม่อยากไป” ตอบกลับไปก่อนจะล้มตัวลงนอนพลางมุมหน้าลงไปกับผ้าห่ม จะให้ไปนั่งจ้องหน้าคนที่พึ่งผ่านเหตุการณ์อย่างว่ามาด้วยกันหมาดๆ ฉันไม่ชินหรอกนะ

“งั้นสั่งไรมากินที่บ้านดี” เขาเสนอ

“อยากกินไรก็สั่งมา” ตอบโดยที่ไม่โผล่หน้าออกไป

“ไม่เอาดีกว่า รู้แล้วว่าจะพาไปไหน” 

“...” 

“รีบลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว เดี๋ยวพาไปทานมื้อเที่ยงข้างนอก” ดูเหมือนว่าที่ฉันปฏิเสธไปเมื่อครู่จะไม่เข้าหูเขาสักนิด

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ไปไหนทั้งนั้น” แต่ฉันยังยืนยันหนักแน่น วันนี้ทั้งวันฉันจะไม่ลุกออกจากเตียง

“จะพาไปเจอป๊านะ ไม่สนใจหรอ” เสียงแหบก้มลงมากระซิบ

“ห๊ะ” ดึงผ้าห่มออกจากตัวก่อนจะเพ่งสายตาจ้องคนตรงหน้านิ่ง

“จะพาไปเจอป๊าครับ วันนี้แม่ก็บินกลับมาพอดี พร้อมไปเจอครอบครัวผมรึยัง” เขาทวนประโยคเดิมอีกครั้ง แถมยังมีประโยคใหม่พ่วงเข้ามา

... แม่เขาก็มาด้วยหรอ

“วันอื่นไม่ได้หรอ ไม่เอาวันนี้” สบตาคนหน้าพลางถามออกไปหวังให้เขาเปลี่ยนใจ

“ไม่มีวันไหนเหมาะเท่าวันนี้อีกแล้ว... ลุกไปอาบน้ำนะครับคนดี เดี๋ยวผมไปเล่นกับเจ้าน้องรอข้างนอก” มือหนาลูบลงมาที่กลุ่มผมพลางใช้น้ำเสียงราวกับผู้ใหญ่ที่กำลังหลอกเด็กให้กินข้าว

แต่ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ

“ไม่เอา ไม่ไปได้ไหม” ฉันอ้อนวอนผ่านสายตา

“ได้ครับ... แต่ถ้าปฏิเสธ วันนี้พี่จะไม่ได้ลุกออกจากเตียงนี่ไปไหนเลย” แบบนี้เรียกว่าขู่ใช่ไหม ดวงตาคมตรงหน้าไม่ได้มีแววล้อเล่นแต่อย่างใด ฉันควรจะต้องกลัวไหม

“...” 

“ว่าไงครับ” ถามขึ้นอีกคราพลางทำท่าจะขึ้นมานอนบนเตียงกับฉันเหมือนที่พูด “ก็ได้ครับ งั้นเดี๋ยวผมไปถอดเสื้อ... ” 

“เดี๋ยว” คว้าหมับไปที่ข้อมือหนา ก่อนจะพูดประโยคถัดมา

“นายแน่ใจแล้วหรอ” 

“แน่ใจเรื่อง? ” คนตรงหน้าเอียงคอถาม

“ก็เรื่องที่จะพาฉันไปเจอป๊านาย” ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเบาหวิว

“ทำไมต้องไม่แน่ใจด้วยล่ะ เรารักกัน ทีจะพาปลาไปเจอครอบครัวมันก็ไม่ผิดนี่” เปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียก พลางเอ่ยออกมาด้วยแววตาดุดันจนฉันไม่กล้าท้วง “วันนี้แต่งตัวสวยๆนะครับ ป๊าชอบลูกสะใภ้สวย” พูดพลางขยิบตาให้ แววตาดุหายไปในชั่วพริบตาก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินออกไปรอด้านนอกตามที่พูด

นี่เขาถึงขั้นจะพาฉันไปเจอครอบครัวแล้วหรอเนี่ย ฉันยังไม่ทันเตรียมตัวเตรียมใจหรือขบคิดเรื่องนี้มาก่อนเลย

 

11.30 น.

“ต้องให้อุ้มลงรถไหมครับ” หลังจากที่รถจอดสนิท ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่ง นาทีก็เดินอ้อมมาเปิดประตูให้ฉันลง ฉันนิ่งสนิทไม่ยอมก้าวขาออกจากรถ จนนาทีต้องใช้คำขู่ แถมยังมองมาด้วยสายตาแกมดุอีกต่างหาก

“อย่านะ” หันไปมองค้อนพลางดันมือหนาออก

“งั้นก็ลงมาครับ” ผละตัวออกไปยืนท่าตรงพลางส่งมือมาตรงหน้า ดวงตาคมคริบนั่นก็กดดันกันเหลือเกิน จะไม่ให้ตัวเลือกฉันเลยใช่ไหม

สุดท้ายฉันก็ตามนาทีลงจากรถมา เดินตามหลังมาเงียบๆขณะที่กำลังมุ่งหน้าเข้ามาในร้านอาหาร สักพักคนตรงหน้าก็หยุดเดินก่อนจะหันมากลับมามองฉันราวกับมีเรื่องจะคุย

“ไปยืนตรงนั้นทำไมล่ะครับ ทำไมไม่มาเดินข้างกัน” พูดพลางแบมือมาตรงหน้าเป็นเชิงบอกให้ฉันจับ มือคู่นั้น ชั่งใจอยู่ครู่นึง ก่อนจะก้าวขาออกไป

รองเท้าส้นสูงสีเทาขนาดพอดีกับเท้าก้าวเดินออกไปอย่างไร้ความมั่นใจทั้งๆที่สวมมันมาไม่ต่ำกว่าสิบครั้ง เดรสที่เคยคิดว่าขนาดพอดีตัว ตอนนี้มันกลับดูเหมือนสั้นจนต้องคอยดึงลงอยู่หลายที บอกตามตรงว่าความมั่นใจที่เคยมีมาทั้งชีวิต ตอนนี้มันติดลบจนแทบเหลือศูนย์

ถ้าฉันตัดสินใจจับมือคู่นี้ นั่นก็แปลว่าฉันยินดีไปเจอครอบครัวเขาแล้ว ฉันจะถอยหลังกลับไม่ได้อีก เรื่องที่ฉันกังวลไม่ใช่แค่การที่ฉันต้องไปเจอป๊าเขา แต่ฉันยังต้องเผชิญหน้ากับแม่เขาอีกครั้ง ผู้หญิงที่ขับไล่ฉันให้ออกจากชีวิตเขาเมื่อสองปีก่อน ไม่รู้ว่าตอนนี้ท่านจะรู้สึกกับฉันเหมือนเดิมอยู่ไหม

“ทำไมคิ้วขมวดกันแบบนั้นล่ะ ไหนบอกผม มีเรื่องอะไรที่กังวลอยู่หรือเปล่า” มือหนาเอื้อมมาจับมือฉัน ก่อนที่มืออีกข้างจะยกขึ้นมาสัมผัสบนพวงแก้ม

“คือฉัน... ฉันกลัวว่าแม่นายจะไม่ยอมรับฉัน แล้วเกิดเรื่องเหมือนคราวที่แล้วอีก” ฉันสารภาพออกไปตามตรง เหตุการณ์วันนั้นเกิดขึ้นหลังจากครั้งแรกที่เรามีอะไรกัน ฉันเลยกลัวว่าครั้งนี้ประวัติศาสต์มันจะซ้ำรอยเดิม

“มันจะไม่เกิดอีกแล้วครับ ผมบอกตั้งแต่ก่อนที่เราจะกลับมาคบกันแล้วไง ว่าแม่อนุญาตแล้ว” พูดออกมาโดยที่นิ้วโป้งคลอเคลียอยู่ที่แก้ม

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ” กำลังจะปฏิเสธแต่คนตรงหน้าชิงพูดขึ้นมาซะก่อน

“อยู่กับทีทั้งคน ปลาจะกลัวอะไร หื้ม” มือหนายกขึ้นมาวางบนกลุ่มผมพลางขยี้มันอย่างเบามือ สายตาที่แฝงไปด้วยความใจดีคู่นั้นอยู่ๆก็ทำให้ฉันรู้สึกมีแรงขึ้นมา ดูเหมือนว่าครั้งนี้คนตรงหน้าฉันตื่นเต้นเอามากๆที่จะพาฉันไปเจอครอบครัว ฉันไม่อยากให้เขาเสียความตั้งใจและเสียความรู้สึกอีกแล้ว

ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ครั้งนี้ฉันจะรวบรมความกล้า ถือว่าทำเพื่อนาทีแล้วกัน หากครั้งนี้แม่เขาดุด่าว่าฉันอีก ฉันก็จะยอมให้ท่านด่า หากท่านไม่ยอมให้ฉันคบกับลูกท่าน ฉันก็จะขอร้องอ้อนวอนจนกว่าท่านจะยอม หากครั้งนี้ไม่สำเร็จ สักวันฉันจะเอาชนะใจท่านให้ได้ นาทีทำเพื่อฉันขนาดนี้แล้ว ฉันต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อเขาบ้างสิ

“ปะ ไปกัน” กระชับฝ่ามือเข้ากับมือหนา ก่อนจะกอดแขนคนตรงหน้าให้เดินมาด้วยกัน

“รู้หรอครับว่าร้านอยู่ไหน” คนข้างกายเอ่ยถาม

“ไม่รู้” หันไปตอบก่อนจะส่งยิ้มแหยๆกลับไป

“แฟนผมเนี่ยน้า” ก้มลงมาแนบหน้าผากลงกับกลุ่มผมฉัน ก่อนจะผละออกไปด้วยแววตาเอ็นดู 

“หลงกันขนาดนั้นเลยหรือไง” ฉันแกล้งเอ่ยแซว

“ต้องหลงอยู่แล้วครับ แฟนผมสวยขนาดนี้” พูดพลางทำท่าก้มต่ำลงมามากว่าเดิม สายตาเจ้าเล่ห์นั่นจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากฉัน นี่มันย่านคนเยอะทั้งนั้นเลยนะ ทำอะไรไม่รู้จักเวล่ำเวลา

“ออกไปห่างๆเลย” ใช้มืออีกข้างดันตัวร่างหนาออกไป

“รอให้ถึงห้องก่อนค่อยว่ากัน” ขยิบตาก่อนจะลากแขนฉันเดินมาดื้อๆ อยากจะฟาดเข้าให้สักทีสองที ทำไมเดี๋ยวนี้ปากเก่งนักนะ

 

[นาที บรรยาย]

“ไงเรา” เสียงทุ้มเอ่ยทักขึ้นหลังจากที่ผมพาร่างเล็กมาปรากฏตัวตรงหน้าท่าน เอ่ยทักลูกตัวเองแต่ทว่าสายตากลับไปโฟกัสอยู่ที่อีกคน

“ป๊าอย่ามองนาน แฟนผมขี้อาย” หันไปมองคนที่ยืนเบียดอยู่ข้างกายด้วยท่าทางกล้าๆกลัว ก่อนจะหันกลับมามุ่นคิ้วใส่คนที่ผมเรียกว่าป๊า

“ฮ่าๆ อายอะไรกันลูก มาเจ้าที ฟาแฟนมานั่งตรงนี้สิ” หัวเราะออกมาก่อนจะผายมือบอกให้ผมพาเธอเข้าไปนั่ง ตัวสั่นเป็นลูกนกแล้ว ไม่คิดว่าเธอจะกลัวป๊าผมขนาดนี้

“แม่ยังไม่มาหรอครับ” เอ่ยถามหลังจากที่นั่งลงฝั่งตรงข้ามเป็นที่เรียบร้อย ห้องที่จองเป็นห้องวีไอพี เลยไม่ต้องกลัวว่าใครจะมารบกวนการทานอาหารของพวกเราในวันนี้

“แม่แกเห็นว่าพึ่งลงจากเครื่อง น่าจะอีกสักพัก” พอท่านตอบผมจึงพยักหน้า ก่อนจะหันไปมองคนตัวเล็กที่มีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก 

“สะ สวัสดีค่ะคุณลุง” ริมฝีปากบางขยับขึ้นพูด เสียงเล็กสั่นขณะที่เธอยกมือไหว้ชายสูงอายุ ผมแทบหุบยิ้มเอาไว้ไม่อยู่เมื่อได้ยินสรรพนามที่เธอใช้เรียกป๊าผม

“อย่าเลยนะลูก คำนั้นคือคำต้องห้าม เรียกลุงมันแก่ไป จะเรียกพ่อหรือเรียกป๊าเหมือนที่เจ้าทีมันเรียกก็ได้” ป๊ารีบท้วงขึ้นทันทีพลางทำสีหน้าเลิกลั่กเหมือนโดนจี้จุดเข้าเต็มๆ

“เอ่อ ขอโทษค่ะ หนูไม่ได้ตั้งใจค่ะ... ป๊า” ใบหน้าเล็กขึ้นสีแถมยังฉายแววรู้สึกผิดพลางเอ่ยขอโทษขอโพยอย่างเสร็จสรรพ ทีเมื่อกี้ใครกันที่ลากผมเข้ามาในนี้ ไหงตอนนี้กลายเป็นลูกหมาเชียว

“ไม่เป็นไรลูก เรียกแบบนี้ดีกว่าเนอะ เนอะเจ้าที” หันไปพูดกับเธอ ก่อนจะหันมาขอความเห็นจากผม

“คนแก่ไม่ยอมแก่ก็อย่างนี้แหละครับ” ผมหันไปคุยกับเธอแทนที่จะตอบพ่อตัวเอง

“เดี๋ยวเถอะเจ้าที หนูปลาไปคบคนอย่างลูกชายป๊าได้ยังไงเนี่ย นิสัยก็ไม่ดี” คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นทันที ไม่รู้ว่าเป็นเพราะประโยคที่ป๊าผมถามเธอ หรือเป็นเพราะว่าป๊าผมเรียกชื่อเธออย่างชัดถ้อยชัดคำกันแน่

“หนูก็ว่างั้นแหละค่ะ” 

“อ้าว/ ฮ่าๆๆๆ” ผมโพล่งขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ดังคับห้องจนต้องหันไปมุ่นคิ้วใส่คนตัวเล็ก ที่บัดนี้กลายเป็นพวกเดียวกับป๊าผมไปแล้ว

“ได้ไงล่ะครับ ทำไมที่รักเข้าข้างป๊า ไม่เข้าข้างเค้าเลย” เขยิบเก้าอี้เข้าไปชิดพลางออเซาะโดยการเอาหัวทุยๆถูไปที่หัวไหล่มนอย่างอ้อนๆ จนกลิ่นน้ำหอมจางๆลอยมาติดจมูกผม

“อย่ารุ่มร่าม เกรงใจป๊า” มือเล็กดันหัวผมออกพลางจ้องกันอย่างตำหนิ

“โอ๊ย แก่จนปูนนี้แล้ว ไม่ต้องเกรงใจป๊าหรอกลูก รักกันไว้แหละดีแล้ว” 

“ใช่ไหมป๊า” หันไปยิ้มให้กับคำพูดถูกหู แบบนี้ค่อยน่าฟังหน่อย

“อือ เทน้ำเย็นๆให้แฟนแกกินด้วย หน้าแดงหมดแล้ว สงสัยจะร้อน” ป้าเอ่ยแซวอีกรอบ

“ฮ่าๆ พอแล้วป๊าเดี๋ยวแฟนผมมุดไปหลบใต้โต๊ะซะก่อน” ตอบพลางยกมือขึ้นไปจับแก้มคนที่มีสีหน้าแดงระเรื่ออย่างเอ็นดู 

“แฟนนะ ไม่ใช่หมา” เสียงเล็กบ่น เธอหันมาทำหน้าบึ้งพลางยื่นมือเข้ามาเตรียมจะประทุษร้ายผม แต่ผมคว้ามือเล็กไว้ได้ทันจึงดึงมันมากุม

 

…..

 

“กะล่อนเหมือนป๊าสมัยก่อนไม่มีผิด” คนที่นั่งฝั่งตรงข้ามส่ายหัวยิ้มๆให้กับการกระทำของผม มองดูก็รู้ว่าป๊าผมดีใจที่เห็นผมมีความสุข และผมก็มีความสุขมากด้วยเพราะคนที่นั่งข้างๆผมตอนนี้คือคนเดียวกันกับคนที่ผมอยากพามาเจอท่านเมื่อหลายปีก่อน ผมเชื่อว่าป๊าคงจำชื่อเธอได้ตั้งแต่ตอนนั้น

“เหมือนที่ไหน ผมออกจะรักเดียวใจเดียว” แกล้งเถียงกลับไปพลางยกมือเล็กขึ้นมาหอม คนตัวเล็กมีท่าทีขัดขืนแต่ก็สู้แรงผมไม่ได้

“นี่แกหาว่าป๊าเจ้าชู้หรอ” คนตรงหน้าโพล่งออกมาด้วยใบหน้าปนขำ

“เปล๊า ผมว่าคนที่เลิกกับแม่ผมไปต่างหาก” ยักไหล่ขึ้นพลางโพล่งออกมาทีเล่นทีจริง

“ฮึ่ม” กระแอมไอก่อนจะพูดประโยคถัดมา “ก็กำลังง้ออยู่นี่ไง” 

“ขอให้สมหวังแล้วกันนะครับ” ยกแก้วน้ำชาขึ้นจิบ ก่อนจะยื่นไปตรงหน้าเพื่อชนแก้วระยะสายตาแล้ววางลงที่เดิม

“อย่าให้ถึงตาป๊าบ้างแล้วกัน” มองหน้าผมอย่างคาดโทษ ก่อนจะละความสนใจไปจากผม จากที่ฟังๆมาทั้งหมดทุกคนก็น่าจะรู้แล้วว่าตอนนี้ป๊าผมกำลังวางแผนจะทำอะไร ท่านกำลังรุกง้อแม่ผมอย่างหนัก โดยการเจอกันครั้งนี้ส่วนนึงก็เป็นแผนของป๊า ทำเป็นนัดลูกชายกับเมียที่เลิกกันไปแล้วมาทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา คิดว่าผมรู้น้อยไปน่ะสิ ว่าคนที่ป๊าผมอยากเจอก็คือแม่ของผม ไม่ใช่ผม ส่วน ลูกสะใภ้ ที่ผมพามาเปิดตัวด้วยถือว่าเป็นโบนัส

 

นั่งคุยกันได้ราวๆสิบนาที ผมก็ได้รับข้อความจากแม่ว่าตอนนี้ท่านถึงหน้าร้านเป็นที่เรียบร้อยและกำลังจะเข้ามา ผมหันไปกระซิบบอกคนข้างกาย ใบหน้าเธอจึงมีสีหน้าเปลี่ยนไปในทันที จากเดิมที่ดูคลายกังวลลงบ้างแล้วหลังจากที่ได้คุยกับป๊าผม พอมาตอนนี้กลับดูเครียดขึ้นมาอีกจนเรียวคิ้วหนาแทบจะชนกันอยู่รอมร่อ

“ไม่ต้องกลัวครับ” สอดนิ้วทั้งห้าประสานเข้ากับมือเล็กพลางมองเธออย่างให้กำลังใจ คงจะกลัวมากจริงๆ เหงื่อถึงได้ท่วมมือขนาดนั้น 

“แม่แกมานู่นแล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น ผมจึงหันกลับไปมองด้านหลังพร้อมๆกันกับที่เสียงของหญิงสูงวัยแต่หน้าตายังดูสวยราวกับสาวแรกรุ่นดังขึ้นพอดี

“ลูกชายแม่” ลำคอถูกโน้มเข้าหาพลันริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกก็จรดลงมาที่แก้ม

“เดินทางเหนื่อยไหมครับ” ผมกอดตอบท่านแล้วผละออกมา

“แค่เจอหน้าลูกแม่ก็หายเหนื่อยแล้ว” ท่านตอบอย่างเอาใจด้วยรอยยิ้มที่ปิดไม่มิด

“นี่แฟนผมครับ” ผมเอ่ยแนะนำคนข้างกายเป็นลำดับถัดมา ถึงเวลาแนะนำเธออย่างเป็นทางการสักที

“แม่จำได้ ชื่อปลาใช่ไหม” ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งคาดเดาอารมณ์ไม่ถูก ก่อนจะหมุนตัวเดินไปยังเก้าอี้ตัวที่ว่าง ซึ่งอยู่อีกฝั่งนึงติดกับป๊า และอยู่ตรงกันข้ามกับคนตัวเล็กพอดี

“สวัสดีค่ะ” หลังจากแม่ผมนั่งลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คนข้างกายก็กล่าวทักทายออกไปพลางยกมือขึ้นไหว้เหมือนที่ทำกับป๊าของผม

“เธอคงอายุเยอะกว่าเจ้าทีสามปีสินะ” แม่ผมหันมาตั้งคำถามกับเธอ นั่นมันดูไม่ควรเป็นประโยคแรกที่เอ่ยทักทายกันเลย หรือว่าแม่ผมจะคืนคำที่บอกว่าจะยอมให้ผมกลับมาคบกับเธอ รอดูท่าทีไปก่อนแล้วกัน แต่ถ้าหากมีคำพูดใจร้ายโผล่มาให้แฟนของผมได้ยินเหมือนคราวที่แล้วอีก บอกเลยว่าผมคงไม่ยอมอยู่เฉย

“ใช่ค่ะคุณน้า” คนข้างๆตอบออกไปชัดถ้อยชัดคำ ผมแอบกังวลเพราะเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของเธอ จึงกระชับฝ่ามือเล็กให้แน่นขึ้นอีก

“อยู่ปีไหนแล้วล่ะ” ท่านถามต่อพลางจ้องไปที่แฟนของผมอย่างเปิดเผย

“ปีสามค่ะ” 

“อืม” ท่านพยักหนา บอกตามตรงว่าสถานการณ์ที่ผมเห็นอยู่ตอนนี้มันดูไม่ดีเอาเสียเลย หันไปมองป๊าเป็นการส่งซิกให้ท่านช่วยพูดอะไรหน่อย แต่ดูเหมือนท่านจะไม่เข้าใจที่ผมต้องการจะสื่อ

“ทานข้าวกันก่อนไหมครับ ยังมีเวลาคุยกันอีกเยอะเลย” 

“ทานเลยๆ ป๊าหิวแล้วเหมือนกัน” สถานการณ์ตรงหน้าเริ่มตึงเครียดน้อยลงหลังจากที่พนักงานทะยอยเข้ามาเสิร์ฟอาหาร การที่ม๊าไม่ได้พูดอะไรต่อถือเป็นเรื่องที่ดี อย่างน้อยท่านก็ไม่ได้มีท่าทีรังเกียจคนรักของผมเหมือนเมื่อสองปีก่อน 

“ทานเยอะๆนะครับ” เอื้อมมือไปตักอาหารใส่จานให้คนตัวเล็กพลางลอบสังเกตสีหน้าของเธออยู่ตลอด เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นตามกรอบหน้าทั้งๆที่ห้องนี้อากาศค่อนข้างเย็น

“ขอบใจ” เธอก้มหน้างุดตักข้าวเข้าปากโดยแทบไม่เงยหน้าขึ้นมามองผมด้วยซ้ำ

“ตักให้แม่ด้วยสิ” คนที่นั่งอยู่เยื้องกันเอ่ยขึ้น 

“อะไรกันคุณ ผมอยู่ตรงนี้ทั้งคน ยังจะใช้ลูกอีก” แต่ป๊าผมรับหน้าที่แทน พลางหันมาขยิบตาให้ผมอย่างยิ้มๆ

“ก็คิดถึงลูก ไม่เจอลูกตั้งหลายเดือน” ท่านหันไปเอ็ดพ่อของผม ผมว่าคู่นี้ดูแปลกๆนะ ไปจูนกันติดตอนไหน

“คิดถึงเดี๋ยวคืนนี้ก็อยู่ด้วยกันให้หนำใจ” ไม่รู้ว่าป๊ากำลังหมายถึงผมหรือหมายถึงตัวเองอยู่กันแน่ แต่ผมขอร้อนตัวไว้ก่อน

“ได้ไงล่ะป๊า” 

“แกบอกจะกลับมาค้างที่บ้านไม่ใช่หรอ” ป๊าผมถลึงตา คิดว่าผมดูไม่ออกหรอว่าที่อยากให้ผมกลับบ้านเพราะอยากให้แม่ตามไปอยู่กับผมด้วย แต่ผมไม่ใช่เด็กแล้ว ใครทำผิดคนนั้นก็ต้องช่วยเหลือตัวเอง

“ผมบอกเมื่อไหร่ เมื่อกี้ผมบอกหรอครับ” โพล่งออกไปพลางหันมาชวนคนข้างกายคุย

“ไม่รู้สิ” ตอบออกมาโดยที่ยังก้มหน้างุดอยู่แบบเดิม ก่อนจะค่อยๆดึงมือตัวเองออกไปจากการเกาะกุมของผม อาการแบบนี้ไม่ดีเลย ผมต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว

“แม่ครับ ผมมีเรื่องจะคุย” 

“... ” คนที่ถูกเรียกเงยหน้าขึ้นมองผมเป็นเชิงว่ามีอะไร

“ยังจำสัญญาที่เราคุยกันได้ไหม” ผมเกริ่นออกไป

“... สัญญาอะไร แม่ลืมไปหมดแล้ว ลูกช่วยทวนให้แม่ฟังทีสิ” ตอบกลับมาสีหน้าเรียบพลางกระชับโค้ทตัวหนาแล้วหันมาจ้องหน้าผมนิ่ง อย่าบอกนะว่าแม่ผมจะคืนคำน่ะ

100%
เอาแล้วววว ความแม่ยายยย

 

 

ความแซวแฟนต่อหน้าพ่อ ทำไมมันน่าหยิก! หื้ออออ

- ต้าวที -


เจิมรอไรต์นะค้าทุกโคนนนน เดี๋ยวมาสาดความหวานให้อีกกก
NC ตอนที่แล้วเป็นยังไงกันบ้างค้าาาา กิกิ
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 138 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

205 ความคิดเห็น

  1. #200 firstzy93 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 / 22:51
    แม่ทำไมเป็นแบบนี้
    #200
    0
  2. #199 tankate (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2563 / 18:58
    งือออออหวานอะ
    #199
    0
  3. #198 firstzy93 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2563 / 22:24
    น่ารักกก
    #198
    0
  4. #197 firstzy93 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 21:53
    จ้า ขู่เก่ง
    #197
    0