ผ ม เ ป็ น ข อ ง พี่ ค น เ ดี ย ว - Trapped in love

ตอนที่ 39 : 32 - ผมขอนะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,491
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 155 ครั้ง
    22 ต.ค. 63

 

[นาที บรรยาย]

ผมเดินมานั่งที่โซฟากับไอ้เฟิร์สไอ้นนท์ที่พึ่งกลับขึ้นมา ดูท่าว่าคืนนี้ยังอีกยาวเพราะแฟนของผมกำลังสนุกเต็มที่กับเพื่อนของเธอ ร่างบางในชุดเปิดไหล่สีขาวความยาวแค่คืบกำลังบิดเอวเคลื่อนไหวลำตัวอย่างเพลิดเพลิน ใจนึงก็อยากปล่อยเธอให้สนุกเต็มที่ แต่อีกใจนึงก็อดหวงเธอไม่ได้ ผู้ชายที่มาในงานก็ไม่ใช่น้อยๆ ถึงแม้จะเป็นคนรู้จักของพี่พีท แต่นั่นไม่ได้แปลว่าคนพวกนั้นจะไม่มองแฟนของผม ผมเห็นมาหลายคนแล้ว ไม่นับรวมไอ้เหี้ยนั่นที่พึ่งโดนไล่ตะเพิดกลับไป 

“มองขนาดนั้นไม่ไปยืนคุมเลยล่ะ” เสียงไอ้นนท์ดังขึ้น ผมจึงหันกลับมาหาพวกมันพลางยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ

“แดกแค่นั้นจะไปเมาไรวะ” ไอ้เฟิร์สพูดพลางทำท่าจะเติมเหล้าให้ผม ถ้าให้นับเป็นเปอร์เซ็นต์ ผมคงเมาสัก10 ส่วนไอ้สองคนนี้คงปาไป50 ได้แล้ว เพราะพวกมันทั้งดื่มทั้งสูบบุหรี่ ยิ่งเสริมกันเข้าไปใหญ่

“วันนี้กูเมาไม่ได้ ไม่เห็นหรอ” ผมพูดพลางเปรยตากลับไปมองที่พี่ปลาอีกครั้ง

“ทำไม มึงกลัวพาเมียกลับบ้านไม่ได้? ” ไอ้เฟิร์สถาม

“เปล่า” ผมปฏิเสธ มันไม่ใช่เหตุผลนี้

“แล้ว? ” 

“กูไม่มั่นใจตัวเอง กลัวทำอะไรไม่ดี” นี่แหละคือเหตุผลที่เราทั้งคู่จะเมาพร้อมกันไม่ได้ ผมไม่อยากให้แอลกอฮอล์เป็นตัวกระตุ้นให้เรามีอะไรกันเป็นครั้งที่สอง แต่อยากให้มันเกิดจากความรู้สึกจริงๆมากกว่า 

ครั้งแรกที่เรามีอะไรกันมันเกิดจากความลุ่มหลง และมันก็กลายเป็นความทรงจำที่ไม่น่าจดจำสำหรับเธอ ครั้งหน้าผมเลยหวังว่ามันจะดีกว่าครั้งก่อน

“โถ่ไอ้กาก มึงอย่าบอกนะว่าตั้งแต่กลับมาคบกัน มึงกับพี่ปลายังไม่เคย? ” ไอ้เฟิร์สพูดพลางทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ

“เออ” ผมตอบกลับเสียงห้วน

“สวยขนาดนี้รอดมือมึงไปได้ยังไงวะ” มันถามต่อ

“กูไม่อยากบังคับเขา กูอยากให้เขายอมกูเอง” 

“แล้วมึงจะทำยังไง จะรอให้ไอ้พวกนั้นคาบไปกินก่อน? ” ไอ้นนท์ที่นั่งเงียบฟังผมกับไอ้เฟิร์สคุยกันอยู่นาน อยู่ๆก็พูดขึ้น สายตามันจับจ้องไปยังจุดที่ผมหันไปมองเป็นรอบที่สิบได้แล้วตั้งแต่ที่เดินมานั่ง

ชายร่างสูงส่วนสูงน่าจะพอๆกับผมกำลังเดินถือแก้วเข้าไปหาพี่ปลา หมอนั่นเหมือนกำลังคะยั้นคะยอให้เธอดื่มเหล้า แต่คนตัวเล็กปฏิเสธเพราะผมเห็นท่าทางโบกไม้โบกมือของเธอ

“แล้วถ้ากูจะขอมีเซ็กส์กับแฟนตัวเองนี่ต้องทำยังไงวะ” อยู่ๆความคิดนี้ก็ผุดขึ้นเพราะเหตุการณ์ตรงหน้า ผมหวง แต่มีสติพอที่จะไม่เข้าไปกระชากตัวเธอออกมาจากมัน รอดูสถานการณ์ไปก่อน ผมไม่อยากมีเรื่องในงานวันเกิดเพื่อนของเธอ 

“ของแบบนี้เขาต้องขอกันด้วยหรอวะ” หันกลับมามองไอ้นนท์ที่กำลังมองผมด้วยแววตาเอือม

“กูไม่อยากขืนใจใคร” ผมตอบไปตามตรง

“งั้นก็ขอดิ ลองดูก็ไม่เสียหาย คืนนี้แหละ ถ้าเขาไม่ตกลง พรุ่งนี้มึงก็แกล้งทำเป็นลืมซะ ดื่มหนักขนาดนี้กูว่าพรุ่งนี้เช้าคงจำไม่ได้หรอก” 

“กูไม่อยากเอาเปรียบเธอเพราะแอลกอฮอล์” พูดพลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“งั้นมึงก็เลือกเอา ว่าจะขอคืนนี้ หรือจะขอหลังจากที่ไอ้เหี้ยนั่นอุ้มพี่ปลาไปแล้ว” 

“ไอ้เหี้ย/ เฮ้ย ” ผมกับไอ้เฟิร์สตะโกนขึ้นพร้อมกันหลังจากไอ้นนท์พูดจบ ร่างเล็กเกือบร่วงลงไปกองที่พื้น แต่มีมือคู่นึงเข้ามารับร่างเธอไว้ได้ทัน ซึ่งก็คือมือของไอ้คนที่พยายามคะยั้นคะยอให้เธอดื่มเมื่อกี้นั่นแหละ

ผมรีบลุกขึ้นจากโซฟาพลางก้าวเท้าเข้าไปยังจุดที่พี่ปลาล้มลงเมื่อครู่ ร่างของเธออยู่ในอ้อมแขนของผู้ชายคนเดิม ส่วนพี่พีทกับพี่กุนที่พึ่งเห็นว่าเพื่อนตัวเองล้มลงไปแล้วก็รีบปรี่เข้ามาหาเธอเช่นกัน ผิวเนื้อขาวๆขณะนี้แนบอยู่กับแขนบึกบึนของคนตรงหน้า ดวงตายาวรีปิดสนิท ไม่รู้สึกรู้สาว่าตัวเองกำลังอยู่ในอ้อมแขนของใคร ผมไม่รีรอที่จะตรงเข้าไปแย่งตัวเธอมา คนตรงหน้ามีสีหน้างงงวย ก่อนจะหน้าซีดเผือกหลังจากที่ผมพูดประโยคนึงออกมา

“ขอบคุณที่ช่วยแฟนผมครับ” 

“อะ อ๋อ ไม่เป็นไร... เพื่อนพีทจะล้มน่ะ เราเลยเข้ามาช่วย” ชายตรงหน้าตอบผม ก่อนจะหันไปบอกพี่พีท

“ทำไมคืนนี้อีปลามันฮ็อตจังวะ” เสียงพี่กุนกระซิบกระซาบกับพี่พีท แต่ผมได้ยินมันชัดเจน

“พี่ปลาครับ” ผมเลิกให้ความสนใจกับคนอื่นก่อนจะหันมาปลุกคนเมาที่นอนแอ้งแม้งอยู่ในอ้อมแขน

“งืม” น้ำเสียงงอแงหลุดออกมาจากริมฝีปากบาง ตามมาด้วยคิ้วหนาที่ขมวดเข้าหากันแน่น ผมคงไปกวนการนอนของเธอสินะ

“กลับไหมครับ” 

“...” ไม่มีเสียงตอบรับแต่เป็นการปรือตาขึ้นมามองหน้าผม ก่อนที่ท่อนแขนทั้งสองข้างจะโอบเข้าที่รอบคอแล้วหลับตาลงอีกหน

“กลับนะครับคนดี” ก้มลงไปกระซิบข้างหูคนขี้เซาพลางขยับแขนเปลี่ยนท่าเล็กน้อย เห็นแบบนี้ตัวหนักไม่ใช่เล่นๆเหมือนกัน ถึงแม้ว่าหุ่นจะบางแค่นี้ก็เถอะ

“อืม กลับบ้าน” ริมฝีปากเล็กขยับขึ้นพูดพลางพยักหน้าหงึกๆทั้งที่ตายังปิดสนิท

“งั้นผมขอตัวพาพี่ปลากลับก่อนนะครับพี่พีทพี่กุน” หันไปบอกเพื่อนของเธอทั้งสองคนก่อนจะหมุนตัวเดินออกมาจากตรงนั้นทันที พวกเธอไม่ทันได้พูดอะไรผมก็ชิงอุ้มพี่ปลาออกมาซะก่อน

ก่อนเดินออกห้องมา ผมหันไปสบตาฉลามที่ยืนคุยอยู่กับพี่เป้งเพื่อนผู้ชายเพียงคนเดียวในกลุ่มของเธอ ฉลามพยักหน้าให้ผมเป็นเชิงว่า ตามสบายเลย จะพาไปไหนก็ไปทำนองนั้น บ้านนี้ไม่หวงพี่สาวน้องสาวตัวเองเลยหรือไง

อันที่จริงผมก็ควรจะชิน เพราะขนาดพี่ปลา น้อยนักที่เธอจะแสดงอาการหึงหวงผม เรียกว่านับครั้งได้เลยดีกว่า

 

11.50 น.

ผมขับรถพาพี่ปลากลับมายังบ้านของเธอ เอื้อมไปปลดสายคาดเบลท์ให้ก่อนจะเขย่าแขนเธอเพื่อปลุก ใบหน้าเล็กงัวเงียตื่นขึ้นมา ก่อนที่มือข้างนึงจะถูกยกขึ้นมาขยี้ตาตัวเองพร้อมกับบิดขี้เกียจ

“ตื่นได้แล้วครับ ถึงบ้านแล้ว” 

“งืม ไม่เอา” เพียงครู่เดียวเท่านั้นที่เธอปรือตาขึ้นมามอง พอเห็นว่าเป็นผมก็งอแง ไม่ยอมลุกขึ้นมา แถมยังเอนหัวข้ามมาพิงที่เบาะผมอีก

ปกติไม่เคยเห็นเมา พอเมาแล้วเป็นแบบนี้เองหรอ

…. ขี้อ้อน

“ง่วงก็ขึ้นไปนอนข้างบนครับ จะมานอนตรงนี้ได้ไง” ผมพูดคุยด้วยเหตุผล พยายามปลุกเธอขึ้นมาก่อน ถ้าไม่ไหวจริงๆค่อยอุ้มขึ้นไป

“...” ดูท่าว่าผมจะได้ทำตามตัวเลือกสุดท้าย เพราะคนตัวเล็กฟุบหลับไปอีกรอบแล้ว 

ผมก้าวลงจากรถก่อนจะเดินอ้อมมาเปิดประตูอีกฝั่ง ช้อนตัวเธอขึ้นมาจากเบาะแล้วคว้ากระเป๋าสะพายใบเล็กของเธอติดมือมาด้วย กว่าจะล้วงหากุญแจบ้านได้ก็ทำเอาเหนื่อย รู้งี้ผมน่าจะเปิดประตูอะไรให้เสร็จก่อนแล้วค่อยพาเธอเข้าบ้าน

ผมวางร่างที่หลับสนิทลงที่โซฟาห้องรับแขก ก่อนจะออกไปเก็บรถเข้ามาจอดในบ้านและล็อคประตูให้อย่างเสร็จสรรพ ดูท่าว่าคืนนี้ผมคงต้องอยู่เฝ้าคนเมาที่นี่ เพราะไม่รู้ว่าจะฉลามจะกลับมาอยู่เป็นเพื่อนเธอไหม วันนี้พี่วาฬก็ไม่กลับด้วย

หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็คงต้องพาคนเมาขึ้นไปนอน ผมอุ้มร่างเธอขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะมุ่งตรงไปยังชั้นสอง จุดมุ่งหมายคือห้องนอนของเธอ เมาขนาดนี้กว่าจะตื่นก็คงเช้า 

ค่อยๆวางเธอลงบนเตียงอย่างเบามือที่สุดเพราะกลัวว่าคนตัวเล็กจะตื่น ดวงตายาวรีหลับพริ้มสนิทจนเห็นขนตางอนสวยเรียงติดกันเป็นแพ อดไม่ได้ที่จะแนบริมฝีปากลงไปบนหน้าผากโค้งมนได้รูป ก่อนจะผละออกมาแล้วเดินตรงมายังห้องน้ำ ให้นอนแบบนั้นทั้งคืนคงไม่ดีแน่

ผมเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับกล่องใส่สำลีที่วางอยู่หน้ากระจก ไอ้น้ำที่เอาไว้สำหรับเช็ดเครื่องสำอางขวดสีเหลือง และน้ำเปล่าที่เติมใส่กาละมังมาด้วย ย่อตัวลงนั่งบนเตียงก่อนจะเขย่าขวดสองสามทีแล้วเทมันลงบนสำลีแผ่นหนา ผมพอจะทำเป็นอยู่บ้างเพราะคงไม่มีใครไม่เคยเห็นโฆษณาในทีวี ครั้งนี้คงจะเป็นครั้งแรกที่ผมทำให้ใครแบบนี้

แนบสำลีลงไปเช็ดบนใบหน้างามอย่างเบามือ มีคราบครีมและแป้งติดออกมาเพียงเล็กน้อย ดูเหมือนว่าการที่เธอปาร์ตี้กับเพื่อนของเธอมันทำให้เครื่องสำอางหลุดออกไปจนเกือบหมดแล้ว แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความสวยของเธอลดน้อยลงเลย คิ้วเป็นทรงดูธรรมชาติ ขนตาไม่ได้ปัด เพียงแต่ทาลิปสติกเพื่อให้ริมฝีปากเด่นชัดก็เท่านั้น ผมไม่เคยมองผู้หญิงคนไหนใกล้ขนาดนี้มาก่อน ริมฝีปากที่น่าหลงใหลทำเอาใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะทุกครั้งที่เธอขยับมัน

“ทนหน่อยครับ ผมกำลังเช็ดให้” คงเพราะผมเผลอลงน้ำหนักมือตอนที่เช็ดริมฝีปากให้เธอหนักเกินไป เธอเลยมุ่นคิ้วและทำท่าจะเบนหน้าหนีมือผมไปอีกทาง

หลังจากที่ดึงสติกลับมาได้ ผมจึงตั้งใจทำภารกิจตรงหน้าให้เสร็จ ปิดท้ายด้วยการหาผ้าแห้งมาซับน้ำออกจากใบหน้าขาวใสซึ่งตอนนี้มันสะอาดหมดจดแล้ว

“น้ำ” เท้าทั้งสองข้างชะงักกึกขณะที่ผมกำลังจะปลีกตัวไปทำธุระส่วนตัวของตัวเองบ้าง เสียงแหบเอ่ยขึ้นด้านหลังโดยที่ดวงตายังคงปิดสนิท พอได้ยินดังนั้น ผมจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปยังห้องครัวทันที เปิดตู้เย็นเทน้ำใส่แก้ว ก่อนจะเดินกลับมาที่เตียง

“ลุกขึ้นมานั่งดื่มน้ำดีๆครับ” วางแก้วลงบนโต๊ะข้างหัวเตียงก่อนจะประคองร่างเล็กให้ลุกขึ้นนั่ง

“นาทีหรอ” ดูท่าว่าเธอจะมีสติขึ้นมาบ้างแล้ว

“ครับ ดื่มน้ำก่อน” หยิบแก้วขึ้นมาจรดลงไปที่ริมฝีปากเธอ ก่อนที่น้ำในแก้วจะถูกกลืนลงคอจนหมดอย่างกระหาย

“นายพาฉันกลับมาบ้านหรอ” ค่อยๆยันตัวขึ้นนั่งพิงหัวเตียงพลางเอ่ยปากถาม

“ครับ” 

“แล้วฉลามล่ะ ฉลามอยู่ไหน” พอตื่นมาก็ถามหาน้องเลยนะ

“เมื่อกี้ยังไม่กลับครับ น่าจะยังอยู่กับพวกพี่เป้ง” ผมตอบไปตามที่เห็น

“ทำไมไม่พาฉลามกลับมาด้วย” คนตรงหน้ามุ่นคิ้ว เธอมีสีหน้าไม่พอใจ

“ห่วงจังเลยนะครับคนอื่นเนี่ย กับตัวเองเคยห่วงบ้างไหม” ผมพูดตำหนิ

“ห่วง? ” เธอมีสีหน้าไม่เข้าใจ

“มองผมแบบนี้จำไม่ได้ใช่ไหมครับว่าเกิดอะไรขึ้น” 

“...” 

“พี่เมาจนสลบไป จำไม่ได้หรอ” ผมเอียงคอถามพลางจ้องไปที่คนตัวเล็กนิ่ง

“ฉันเนี่ยนะ... จริงสิ จำไม่เห็นได้เลยว่ากลับออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่” เธอทำตาโตราวกับพึ่งนึกขึ้นได้

“มันน่าตีไหมล่ะครับ เมาจนล้มไปอยู่ในอ้อมกอดผู้ชายคนอื่นแบบนั้น”

“...” เธอเบิกตาขึ้นเล็กน้อยราวกับไม่เชื่อ แต่ก็ไม่เถียงอะไรออกมา

“ผมจะลงโทษพี่ยังไงดี” ถามออกไปพลางเชยคางมนขึ้นสบตา

“ก็ไม่ยังไง... ไม่ให้ลงโทษ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม

“ไม่ได้ครับ เด็กดื้อผู้ใหญ่ยังตีได้ แล้วถ้าพี่ดื้อ ทำไมแฟนอย่างผมจะลงโทษไม่ได้” พูดจบก็โน้มตัวลงไปแนบริมฝีปากตัวเองกับริมฝีปากบางทันทีแล้วผละออกมาอย่างรวดเร็ว

“นาที” เธอเบิกตาโพลงก่อนจะเอนตัวไปด้านหลังเพื่อหลบการจู่โจมของผม เมื่อกี้แค่ปากแตะปากเอง ทำไมต้องทำท่ากลัวถึงขนาดนั้น

“เรียกผมทำไมครับ” ขยับเข้าไปใกล้ยิ่งกว่าเดิมก่อนจะโน้มตัวไปกักร่างเล็กเอาไว้ด้วยท่อนแขนทั้งสองข้าง

“นายควรจะไปอาบน้ำนะ” เธอพูดขึ้นพลางมองผมด้วยแววตาหวาดระแวง

“ไม่ต้องอาบก็ได้ ตัวผมหอม ไม่เชื่อดมดูดิ” เลิกเสื้อขึ้นจากด้านล่าง จนหน้าท้องแน่นเผยแก่สายตาคนตัวเล็ก ทันทีที่เธอเห็นร่างกำยำของผม เธอจึงมีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที ซึ่งแถวบ้านผมเรียกท่าทางแบบนี้ว่า เลิ่กลั่ก 

“...” 

“จะดมไหมครับ” ผมถามขึ้นอีกหน

“ไม่เอา ไม่ดม” เธอตอบพลางรีบเบือนหน้าหันไปมองทางอื่น แก้มขาวใสเมื่อครู่ขึ้นสีชมพูระเรื่อราวกับเธอกำลังเขินผมอยู่อย่างนั้น

“งั้นผมดมพี่แทนได้ไหม” พูดพลางโน้มตัวเข้าไปใกล้

“อ๊ะ” ร่างเล็กสะดุ้งโหยงก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างดันตัวผมไว้

“ตกใจอะไรครับ” 

“จะทำอะไร” เธอมองหน้าผมอย่างกล้าๆกลัวๆ

“จะดมไงครับ” ผมพูดด้วยสีหน้าตาย แกล้งคนเมานี่มันสนุกจริงๆเลย

“แต่ฉันตัวเหม็น” 

“ไม่จริงอะ ไหนมาพิสูจน์” เขยิบหน้าเข้าไปใกล้จนระยะห่างเหลือน้อยเต็มที

“นี่ อย่านะ” มือบางทั้งสองข้างขยุ้มเข้ากับเสื้อผมจนรู้สึกถึงปลายเล็บที่ขูดเขากับผิวเนื้อ

“กลัวผมหรอ... ผมไม่ได้จะทำอะไร ผมก็แค่... ” ลากเสียงยาว ก่อนที่สายตาจะสบเข้ากับดวงตากลม 

“ก็แค่อะไร” เธอยังคงถามต่อด้วยท่าทางกล้าๆกลัวๆ

“ก็แค่... จะหอมแก้มครับ คิดอะไรอยู่” ผมตอบกลับไปสีหน้าเรียบ ทั้งๆที่ลึกๆในใจมันไม่ใช่แบบนั้น

“ปะ เปล่า” แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ไว้ใจผมแฮะ กลัวเป็นลูกหมาเลย

ไหน คนปากเก่งหายไปไหนแล้ว

 

…….

 

“รักผมไหมครับพี่ปลา” เปลี่ยนเรื่องถามขึ้นโต้งๆ เอาล่ะ ควรวกเข้าเรื่องนี้ได้แล้ว

ขวับ

“เมื่อกี้ว่าไงนะ” เธอถามย้ำราวกับไม่แน่ใจว่าผมถามอะไร

“ผมถามว่ารักผมไหม” ถามขึ้นอีกหนด้วยน้ำเสียงและแววตาที่หนักแน่นกว่าเมื่อกี้

“ทำไมอยู่ๆถึงถามล่ะ” 

“ก็อยากรู้ พี่ไม่ค่อยพูดเรื่องพวกนี้ให้ผมฟังเลย” บางทีหลายๆเรื่องที่เธอเฉยชากับผม มันก็น่าเก็บมาน้อยใจ 

“ถ้าไม่รัก นายจะมาอยู่ตรงนี้ได้หรอ” พูดออกมาพลางหลุบตามองร่างผมที่กำลังคร่อมตัวเธออยู่ ก่อนจะลากสายตาคู่นั้นขึ้นมามองผมอีกครั้ง ไม่มีใครบอกหรอว่าแววตาแบบนี้มันคือการเชื้อเชิญทางอ้อมสำหรับผู้ชาย

ถึงแม้เธอจะแค่มองก็เถอะ

“ก็จริง” ผมตอบโดยที่เราทั้งคู่สบตากันอย่างไม่มีทีท่าว่าใครจะผละออกไป “แล้วสรุปยังไงครับ ผมอยากได้ยินพี่พูดมากกว่า”

“ทำไมไม่ให้การกระทำมันพูดแทนล่ะ” เธอตอบผมตาแป๋ว ก่อนจะดึงคอเสื้อผมแล้วแนบริมฝีปากลงมาที่แก้ม ก่อนจะผละออกไปด้วยรอยยิ้มที่เผยขึ้นมุมปาก 

ใบหน้าขาวอมชมพูตอนนี้ขึ้นสีเลือดฝาด ไม่รู้ว่าแก้มนั่นมันแดงเพราะแอลกอฮอล์หรือว่าเธอกำลังเขินกันแน่

“งั้นผมขออะไรพี่อย่างนึงได้ไหม” ชั่งใจสักพักแล้วตัดสินใจถามออกไป

“จะขออะไร ถ้าแพงมากไม่มีตังค์ซื้อให้นะ” แต่ดูเธอตอบสิ บอกผมทีว่านี่คือผู้หญิงที่อายุมากกว่าผมสามปีจริงๆหรือเปล่า ทีเรื่องแบบนี้กลับซื่อไม่ทันคน

“ผมรู้ว่าพี่รวย แต่ของสิ่งนี้มันซื้อไม่ได้ด้วยเงิน” สบตาคนตรงหน้านิ่งอย่างสื่อความหมาย แต่เธอคงเดาไม่ออกว่าสิ่งที่ผมต้องการคืออะไร

“งั้นจะเอาอะไร ไหนว่ามาก่อน” มือเล็กยกขึ้นมากุมแก้มข้างนึงของผมเอาไว้

“เพราะสิ่งๆนั้นมันแพงมาก และมีค่ามากด้วย” 

“อะไร ทองหรอ” เธอถามกลับทันควัน ทำเอาผมแทบหลุดหัวเราะ

“มีค่ามากกว่าทองครับ” ตอบออกไปพลางมองคนตัวเล็กอย่างเอ็นดู

“แล้วอะไร ไหนว่ามาซิ” คิ้วเป็นทรงสวยเริ่มขมวดเข้าหากันเพราะไม่ได้คำตอบจากผมซักที

“พี่ครับ” 

“เรียกทำไม ก็ว่ามาสิ” 

“พูดไปแล้วครับ” 

“พูดอะไร ก็เมื่อกี้... ” เธอชะงักไปพลางทำสีหน้าครุ่นคิด... ‘พี่ครับ’ ที่ผมพูดเมื่อกี้ ผมไม่ได้เรียกเธอ แต่ผมกำลังบอกสิ่งที่ต้องการออกมาต่างหาก 

“ผมหมายถึงตัวพี่” ผมพูดย้ำให้ชัดเจนอีกครั้ง

“ตัวฉัน... มะ มัน ก็เคยเป็นของนายแล้วนี่” แววตาอบอุ่นเมื่อครู่เปลี่ยนมาไหววูบอีกครั้งเพราะสิ่งที่ผมพึ่งขอเธอไป

“แต่นั่นมันนานมากแล้วครับ... ผมอยากได้อีก” ก้มลงไปบอกความต้องการของตัวเองจนริมฝีปากเกือบเฉียดกับเรียวหน้างาม

“ฉันยังไม่พร้อม” เธอโพล่งออกมา

“แล้วเมื่อไหร่พี่ถึงจะพร้อมครับ” ผมเอียงคอถาม ไม่ได้กะจะเร่งรัดเธอเอาตอนนี้ แต่ถ้าฟลุ๊คก็ดีไป

“ไม่รู้” ตอบกลับมาพลางเบนหน้าหลบสายตาผมหันไปมองทางอื่น

“งั้นไม่เป็นไรครับ รอให้พี่พร้อมพี่ค่อยบอกผม โอเคไหม” ผมจะให้เวลาเธอได้คิด เพราะไม่อยากฝืนใจเธอมากไปกว่านี้ แต่ลึกๆแล้วก็แอบ... เสียดาย

“...” 

“ผมไปอาบน้ำก่อนนะ เดี๋ยวคืนนี้... ” 

หมับ

... คืนนี้ผมจะอยู่เป็นเพื่อน ประโยคนี้ถูกกลืนหายไปในลำคอเนื่องจากคนที่พึ่งปฏิเสธผมไปหยกๆคว้าต้นคอผมลงไปประกบริมฝีปาก เรียวลิ้นเล็กพยายามจะแยกกลีบปากผมออกจากกันอย่างเงอะๆงะๆ ดวงตากลมหลับปี๋ราวกับเธอต้องใช้ความกล้าเอามากๆที่ตัดสินใจทำแบบนี้ เธอกำลังบอกอะไรกับผมทางอ้อมอยู่หรือเปล่า

ผมบรรจงจูบตอบเธอพลางยกมือขึ้นเชยคางมนให้อยู่ในองศาที่ถนัด ค่อยๆผ่อนแรงบดลงให้คนใต้ร่างรับรู้ว่าเธอไม่จำเป็นต้องรีบหรือพยายามขนาดนั้น ใจเย็นๆ 

ดวงตากลมปรือขึ้นมามองหน้าผมอย่างไม่เข้าใจขณะที่ผมถอนจูบนั้นออกมา

“พี่ไม่ได้ฝืนตัวเองอยู่ใช่ไหม... พี่ไม่ต้องทำแบบนี้หรอกนะ ถ้าหาก...” 

“ฉันไม่ได้ฝืน” เธอโพล่งขึ้น “ฉันตัดสินใจแล้ว” และพูดต่ออีกหนึ่งประโยค 

“แน่ใจหรอครับ” 

“อืม” เธอพยักหน้า “ฉันอยากให้สิ่งนี้กับนาย” ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันราวกับเขินอาย

“แต่ผม... ” 

“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ตัวฉันเคยเป็นของนาย และมันจะเป็นของนายเพียงคนเดียว” สบตาผมนิ่งอย่างสื่อความหมาย จนผมอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ว่าแววตาเธอกำลังบอกอะไรกับผม

แววตาคู่นี้มันกำลังบอกผมว่าเธอรู้สึกกับผมมากแค่ไหน และไม่ใช่แค่ตัวเธอที่เป็นของผม ใจเธอก็ด้วย

ผุดยิ้มออกมาให้เธอได้เห็นเพียงชั่วพริบตา ก่อนจะก้มลงไปฉกฉวยเอาความหวานจากคนที่พึ่งบอกรักผมโดยไม่มีคำว่ารักตรงหน้า

ปิดตาลงพร้อมกับเอนร่างบางลงนอนอย่างทะนุถนอมที่สุด ค่อยๆใช้ริมฝีปากละเมียดละไมสูดดมกลิ่นตรงซอกคอขาว ก่อนจะฝังลิ้นลงไปชิมผิวเนื้อเนียนละเอียดจนคนใต้ร่างบิดตัวเกร็ง

มือช้อนลงไปใต้เอวบางก่อนจะยกตัวเธอขึ้นนอนในท่าสบาย โน้มใบหน้าลงไปจูบเธออีกครั้งและอีกครั้งจนคนใต้ร่างเริ่มเคลิ้มตามรสสัมผัส สองมือยกขึ้นมาลูบไล้ไปตามลำตัวผ่านทางเนื้อผ้าของผม ก่อนที่มันจะจิกเข้ากับแผ่นหลังตอนที่ผมเคลื่อนริมฝีปากลงไปขบเม้มเนื้อนูนเนียนของเธอ

อา พรุ่งนี้มันคงเป็นรอย แย่จังเลยไอ้ที หน้ามืดตามัวจนลืมระวัง

การส่ายหน้าไปมาของคนใต้ร่างยามที่จ้องมองผมทำให้ผมรู้ว่า เธอกำลังบอกผมเป็นนัยๆว่าไม่เป็นไร ยกยิ้มที่ริมฝีปากให้กับความน่ารักและสุดแสนใจดีของเธอก่อนจะทำตามสัญชาติญาณ

จะเริ่มแล้วนะครับพี่ปลา

 

เคลื่อนมือไปสัมผัสที่เรียวขางามสมกับที่เคยเป็นนางแบบ ก่อนจะสอดมือลูบไล้ขึ้นมายังตำแหน่งที่สูงกว่านั้น เนื่องจากชุดที่เธอสวมเป็นชุดเดรสและผมไม่เคยถอดมันมาก่อน เลยกลายเป็นเรื่องที่ลำบากพอควรสำหรับผม จับร่างเล็กพลิกตัวให้หันไปอีกทาง ก่อนจะพบกับบางสิ่งที่เป็นประตูสู่จุดหมาย

มันคือซิปที่ลากยาวตั้งแต่กลางแผ่นหลังไปจนถึงชายกระโปรง 

รูดมันออกทันทีโดยไม่ลังเล แผ่นหลังขาวเนียนประจักษ์แก่สายตา ไร้ซึ่งเสื้อผ้าใดๆปกปิด มีแค่อันเดอร์แวร์ส่วนล่างเพียงเท่านั้นที่ปิดบังร่างกายของเธอเอาไว้

พลิกร่างเล็กให้หันกลับมาก่อนจะเพ่งตามองแล้วเอ่ยปากถาม

“ทำไมไม่ใส่เสื้อในครับ” 

….

ผ่าม!!!

หมดกั๊นนนน ความอยากที่สั่งสมมา 555555 ถึงกับต้องพลิกตัวอิพี่กลับมาแล้วถาม ละทำไมไม่ใส่เสื้อในคะพี่55555 สมัยนี้เขามีบราแบบไม่มีสายเยอะแยะ น้องไปอยู่ไหนมาคะลู้กกก ขำในความเด๋อของนาง55555

เจิมรอไรต์นะค้า พาร์ทหน้าเป็นพี่ปลาบรรยาย เจิมไวๆเน้ออออ เขาจะเข้าด้ายเข้าเข็มกันอยู่แล้ว อีไรต์นี่ก็ตัดจบเฉยเลย ><

 

ตามไปอ่านนิยายเรื่องใหม่ของน้องหลาม

คลิกที่นี่

…ร้ายมา รักกลับ ไม่โกง…

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 155 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

204 ความคิดเห็น

  1. #193 firstzy93 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 01:12
    โอ้ยหมดกัน
    #193
    0
  2. #192 Toey21Bawornrat (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 00:40
    นาทีลูกกกก
    #192
    0
  3. #191 firstzy93 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 21:22
    เขินนนน
    #191
    0
  4. #190 firstzy93 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 23:20
    รอเลยค่า
    #190
    0
  5. #189 prwpc (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 23:06
    ต้องแล้วนะต้องแล้ว5555
    #189
    0