ผ ม เ ป็ น ข อ ง พี่ ค น เ ดี ย ว - Trapped in love

ตอนที่ 35 : 29 - ทิ้งได้ทุกอย่าง แต่ไม่ทิ้งพี่ 1/3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,454
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 174 ครั้ง
    22 ต.ค. 63

 

 

วันต่อมา

[จะมาตอนไหนครับ เดี๋ยวไม่ทัน] เสียงปลายสายติดงอแง ขณะที่ฉันกำลังง่วนอยู่กับการยัดขาใส่กางเกง มือข้างนึงถือโทรศัพท์แนบหู ส่วนมืออีกข้างพยายามดึงขากางเกงขึ้นมา

“อีกไม่เกินยี่สิบนาทีถึง แต่ถ้ามัวแต่คุยอยู่แบบนี้ก็คงราวๆครึ่งชั่วโมง” ฉันตอบ

[ไม่ได้ อีกครึ่งชั่วโมงผมต้องลงแข่งแล้ว พี่ต้องมาให้กำลังใจผมก่อนลงสนาม]

“งั้นก็รีบวาง จะได้รีบแต่งตัวรีบไป” 

[รีบมานะครับ รออยู่]

“อืม เจอกัน” พูดจบก็กดตัดสายทันที ถ้าเขาไม่มัวแต่งอแง ฉันคงแต่งตัวเสร็จไปตั้งแต่ห้านาทีก่อนแล้ว 

หลังจากใส่กางเกงเรียบร้อยแล้ว ก็รีบตรงปรี่เข้าไปคว้ากระเป๋าสตางค์ยัดลงกระเป๋าสะพาย ส่วนโทรศัพท์เก็บไว้ในเสื้อยีนส์ที่สวมทับเสื้อยืดสีขาว ก่อนจะรีบปิดบ้านแล้วตรงมาที่รถเพื่อรีบไปมหาลัย 

ทำไมต้องมีแข่งวันที่ฉันไม่มีเรียนด้วยนะ ถ้าเป็นวันอื่นคงง่ายกว่านี้ ฉันยอมโดดเรียนเพื่อไปดูเด็กมันแข่งเลยก็ได้ ดีกว่าต้องขับรถออกไปกลางแดดแสกๆในวันหยุดแบบนี้

 

@ มหาลัย

ทันทีที่รถจอดสนิทลงที่โรงจอดรถ ก็รีบยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู เหลืออีกสิบนาทีการแข่งขันจะเริ่มแล้ว ไม่รู้ว่าป่านนี้นาทีจะยังรอฉันอยู่ข้างสนามหรือว่าลงไปวอร์มแล้วกันแน่ อย่างน้อยก็ถือว่ามาแหละ แค่โผล่มาให้เขาเห็นหน้าก็น่าจะพอ

สนามบาสเก็ตบอลกลางของมหาลัยรายล้อมไปด้วยนักศึกษา ไม่มีเรียนกันหรือยังไง ถึงมารวมตัวกันอยู่นี่หมด

รู้งี้ฉันน่าจะชวนอิกุนกับอิพีทมาด้วย ถ้าไม่ตื่นสายแล้วโดนนาทีบ่นฉันคงไปรับพวกมันมาด้วยกันแล้ว นั่งเชียร์คนเดียวคงเหงาไม่น้อย

หลังจากฝ่าบรรดากองเชียร์เข้ามาได้ ฉันก็เดินมาหาที่ว่างแถวๆสแตนเชียร์ นั่งสูงเข้าไว้ เดี๋ยวเด็กมันไม่เห็นแล้วจะหาว่าฉันไม่มาอีก กวาดตามองไปที่สนามที่เต็มไปด้วยนักกีฬาบาสเก็ตบอลของคณะต่างๆ ไม่รู้ว่าคู่ไหนที่กำลังลงสนาม เห็นแต่ว่าทีมนึงใส่เสื้อสีน้ำเงินกับอีกทีมนึงสีขาว

อ๊ะ นั่น... ร่างสูงในเสื้อแขนกุดสีน้ำเงิน คาดผมด้วยที่คาดผมแบบผ้า เผยให้เห็นกรอบหน้าชัดเจนภายใต้ใบหน้าขาวใส เขากำลังยืนรวมกลุ่มกับคนอื่นๆอยู่แต่กลับหันหลังให้กับคนพวกนั้นพลางกวาดตามองไปโดยรอบเหมือนกำลังหาอะไรบางอย่าง

เขากำลังมองหาฉันหรือเปล่า เพราะเห็นเมื่อกี้บอกว่าจะรอเอากำลังใจจากฉัน แต่หากจะตะโกนเรียกจากตรงนี้ คงได้อายสายตาคนนับร้อย นิ่งไว้ดีกว่า เดี๋ยวเด็กมันก็เห็นเอง

คิดได้ดังนั้นจึงลดมือลง แต่สายตายังคงมองไปที่จุดๆเดิม... ไอ้คนที่ฉวยโอกาสเอาเปรียบฉันเมื่อวาน จูบฉันตั้งหลายที 

คิดพลางเม้มริมฝีปากล่างเข้าไปด้านในก่อนที่สายตาจะสบเข้ากับคนที่กำลังแอบมองอยู่ เหมือนเขาจะเห็นแล้วว่าฉันนั่งอยู่ตรงนี้ แต่ว่าโดนคนข้างๆสะกิดเข้าที่แขนซะก่อน จึงได้หันกลับไป

หลังจากนักกีฬาคุยกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เกมการแข่งขันก็เริ่มขึ้น ร่างเด่นสะดุดตาคือสิ่งเดียวที่ฉันกำลังจับจ้อง วันนี้ฉันมาให้กำลังใจคนๆนี้ ฉันไม่จำเป็นต้องมองไปที่คนอื่นหรือแม้กระทั่งลูกบาสที่ตกไปอยู่ในมือของฝั่งตรงข้าม ทำไมความคิดฉันเป็นแบบนี้ไปซะได้นะ 

 

หลังจากครึ่งแรกจบลงนักกีฬาก็ทะยอยกันเดินออกมาพักข้างสนาม เนื่องจากคนค่อนข้างแออัด ทั้งนักกีฬา ทั้งผู้ชม จึงทำให้ฉันคลาดสายตาจากนาที จะโทรหาเขาก็คงไม่พกโทรศัพท์ลงมาที่สนามด้วย อีกไม่กี่นาทีเกมก็แข่งต่อแล้ว เลยกะว่าจะอยู่เป็นกำลังใจให้บนนี้

อุตส่าห์เตรียมทิชชู่กับน้ำใส่กระเป๋ามาให้ ไว้แข่งเสร็จเดี๋ยวค่อยให้ก็ได้ เพราะคณะก็คงจะเตรียมของพวกนั้นเอาไว้ให้แล้ว 

ก้มลงหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋าขึ้นมากดเพื่อฆ่าเวลา กะว่าจะอัพสตอรี่สักหน่อยแล้วแท็กเป็นกำลังใจไปให้คนที่อยู่ในสนาม กดเข้าอินสตาแกรมแต่ยังไม่ทันกดถ่าย สายตาที่มองผ่านจอโทรศัพท์ก็เห็นบางอย่างเข้าซะก่อน ภาพชายเสื้อแขนกุดสีน้ำเงินกำลังรับขวดน้ำมาจากผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ไม่ได้สวมเสื้อสตาร์ฟ แต่กลับสวมชุดธรรมดามาเหมือนฉัน ใครวะ 

ฉันพออ่านริมฝีปากเด็กมันได้ว่า ‘ขอบคุณครับ’ อะไรประมาณนั้น ก่อนจะยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อแล้วถูกเอ่ยห้ามด้วยผู้หญิงคนเดิม ก่อนที่เธอจะยื่นทิชชู่ให้ 

เอ่ยห้ามฉันไม่ว่า แต่ยกมือขึ้นจับแขนคืออะไร ปากก็มี ต้องใช้มือด้วยหรอ ไม่รู้อยู่ๆอะไรเข้าสิงฉัน ถึงได้ควันขึ้นหน้าแบบนี้ ภาพตรงหน้าทำให้ฉันลดโทรศัพท์ลง ก่อนจะยัดมันใส่กระเป๋าตามเดิมโดยไม่กดปิดหน้าจอ

โมโห บอกตามตรงว่ายัยนั่นทำอารมณ์ฉันขาดผึง หงุดหงิดจนรู้สึกพะอืดพะอม อยากลงไปสูดอากาศ 

ว่าแล้วก็รีบจ้ำอ้าวลงจากสแตนเชียร์ ก่อนจะแหวกผู้คนแล้วเดินออกมาจากตรงนั้นทันที มุ่งหน้ามาที่ห้องน้ำเพื่อหวังจะล้างหน้าดับร้อนซะหน่อย หงุดหงิด หงุดหงิดเป็นบ้า

ซ่า   

เสียงน้ำกระทบกับอ่าง ก่อนที่มันจะถูกกวักมาล้างหน้า ภาพรอยยิ้มและคำขอบคุณพวกนั้นยังติดในหัวฉัน เข้าใจว่ามันเป็นมารยาท แต่ทำไมต้องไม่ชอบใจด้วยวะ เป็นแบบนี้ทำไมวะ งี่เง่าที่สุด

ใช่ ฉันกำลังโกรธตัวเองที่ทำตัวงี่เง่า เรื่องที่เขาโดนแตะตัวมันอาจเป็นเรื่องไม่ตั้งใจหรือฉันคิดมากไป ที่จริงมันอาจจะไม่ได้มีอะไร ผิดที่ฉันงี่เง่าเอง

กวักน้ำล้างหน้าอีกคราจนใบหน้าเปียกลู่ ก่อนจะใช้มือเช็ดหยาดน้ำแล้วหันตัวพิงกับขอบข่าง

ปึก

“อ๊ะ” ใบหน้าปะทะเข้ากับวัตถุบางอย่างจนต้องยกฝ่ามือขึ้นกุมจมูก เจ็บ

“เห็นผมแล้วทำไมไม่ลงไปหาครับ” สิ่งที่ฉันชนเมื่อครู่ไม่ใช่สิ่งของ แต่มันคือนาที เด็กที่ฉันไม่อยากเจอหน้าตอนนี้

“ก็มีคนดูแลแล้ว ทำไมต้องไป” ตอบกลับไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะเบนตาหันไปมองทางอื่น”

“หึงหรอครับ”

“เปล่าหึง” หันขวับกลับมาจ้องหน้าคนที่จับสังเกตฉันได้

“แล้วหนีมาที่นี่แปลว่าอะไรครับ”

“ร้อน อยากล้างหน้า”

“ทั้งๆที่ทาแป้งมานี่น่ะหรอครับ” ฝ่ามือหนายกขึ้นมาปาดแก้ม คาดว่าน่าจะเป็นรอยแป้งที่หลุดออกไป

“...” น่าขายหน้า

“พี่เขาก็แค่เอาน้ำมาให้ครับ” 

“...” อือ เห็นแล้ว ไม่ต้องบอกหรอก 

“แต่ผมไม่ได้กิน ให้เพื่อนไปแล้ว” เขาพูดต่อ

“แล้วไง” เอียงคอถามออกไป พยายามเก็บอาการให้เก่งที่สุด

“ก็เลยจะมาเอาน้ำจากพี่” ร่างสูงก้าวเข้ามาหา ก่อนที่มือทั้งสองข้างจะกักตัวฉันไว้ ยันตัวลงกับขอบอ่าง

“ไม่มี ทิ้งไปแล้ว” พูดพลางคิดถึงภาพขวดน้ำที่ตอนนี้นอนแอ้งแม้งอยู่ในถังขยะ

“มีสิครับ” ดวงตาคนตรงหน้าจ้องมาที่ฉันนิ่งราวกับกำลังบังคับให้ฉันหยุดอยู่กับที่ ก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะหลุบต่ำลง เปลี่ยนมามองแถวๆซอกคอฉันแทน

“มองอะไร”

“เปล่าครับ... จะดูให้เฉยๆว่าอะไรติดเสื้อพี่” พูดแต่ทว่าสายตายังไม่ละไปจากตรงนั้น

“แล้วมีไหม” เปรยตามองเป็นเชิงถาม

“มีครับ”

“แล้วอะไร”

“ตัวครับ... ตัวพี่ ติดอยู่กับเสื้อ” พูดออกมาเป็นประโยคสุดท้าย ก่อนจะโน้มหน้าเข้ามาดูมันใกล้ๆ ถ้าคำตอบไม่กวนตีนฉันคงยอมให้เขาดู แต่นี่ฉันรู้แล้วว่าดวงตาคู่คมนั่นกำลังจ้องจะทำอะไร

หมับ

ง้างมือจะฟาดไปที่ลำตัวแต่นาทีคว้ามันได้ซะก่อน

“ขอกำลังใจหน่อยครับ”

“มาเอากำลังใจอะไรตรงนี้เล่า! มีแข่งไม่ใช่หรอ หมดเวลาพักแล้ว รีบไปสิ” พูดพลางดันใบหน้าเนียนที่ชื้นด้วยเหงื่อเล็กน้อยออกห่าง

“ยังครับ ขอกำลังใจก่อน” เขาพูดทวนสิ่งที่ต้องการ

“เขาประกาศเรียกแล้ว ไม่ได้ยินหรอ”

“ก็พี่ช้า เดี๋ยวผมก็โดนปรับแพ้หรอก”

“งั้นจะเอาอะไร กำลังใจอะไร” รู้ทั้งรู้แต่ก็ยังถาม

“... ขอจูบได้ไหม” ไม่น่าถาม ทั้งๆที่รู้แก่ใจดีว่าคำตอบมันคืออะไร

“เป็นใครมาขอ” แกล้งตีหน้ายักษ์พลางถลึงตาใส่คนตรงหน้า ความหึงหน้ามืดตามัวเมื่อครู่หายไปในพริบตา

“เป็นแฟนครับ ขอได้ไหม” ยังจะมีหน้ามาพูดดด

“ไอ้บ้า เรื่องแบบนี้ใครเขาขอ” 

“ถึงกับขึ้นไอ้กับผมเลยหรอ” คว่ำปากลงก่อนจะแกล้งทำสีหน้าน่าสงสาร ไอ้คนกะล่อนเอ๊ย

“ไปได้แล... อื้อออ” คำพูดถูกกลืนหายไปในลำคอ ไอ้คนฉวยโอกาส! คิดจะง้อฉันด้วยวิธีนี้หรือไง

ฉันโดนขโมยจูบอยู่หลายที ไม่มีทีท่าว่าเขาจะยอมผละริมฝีปากดื้อรั้นนั่นออกไป กว่าจะได้รับอิสระก็ตอนที่ได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินใกล้เข้ามา

“ระ รีบไปเถอะ” คว้าแขนคนหน้ามึนให้เดินออกมาจากตรงนั้นด้วยกัน เกือบไปแล้วไหมล่ะ เกิดใครมาเห็นเรื่องคงจะดังไปทั่วมหาลัยแน่ ดีไม่ดีอาจถูกอาจารย์เรียกเข้าไปตำหนิหรือพักการเรียนไปเลยก็ได้

“จะรีบไปไหนครับ” คนที่ถูกลากรั้งแขนตัวเองไว้ ก่อนจะหยุดเดิน ไม่ยอมก้าวไปพร้อมฉัน

“จะอยู่ให้คนมาเห็นหรือไง” 

“เห็นก็ดีสิครับ เขาจะได้รู้ว่าพี่เป็นแฟนผม” 

“เรื่องไรต้องป่าวประกาศให้ใครรู้ล่ะ” 

“ก็ถ้าคนไม่รู้ เขาก็จะเข้าหาผมเหมือนเมื่อกี้น่ะสิครับ” หึ หมายถึงผู้หญิงที่เอาน้ำมาให้สินะ

“แล้วนี่ไม่ไปแข่งหรอ” สลัดเรื่องนั้นทิ้งไปก่อนจะชวนเขาเปลี่ยนเรื่องคุย

“ไม่ครับ ขอเปลี่ยนตัวแล้ว” คนตรงหน้าตอบ

“ทำไมล่ะ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” รีบดันตัวร่างหนาออกห่างพลางกวาดตามองจุดต่างๆตามร่างกาย

“เปล่าครับ บอกรุ่นพี่ว่าจะออกมาง้อแฟน” 

“งะ ง้ออะไรกัน” 

“ก็แฟนหึงจนหนีผมออกมาไม่ใช่หรอครับ” เอียงคอถามด้วยใบหน้าใสซื่อ

“ไมได้หึง! ” ตะคอกออกไปเพื่อนกลบเกลื่อนใบหน้าที่เห่อร้อน

“หึงก็บอกว่าหึงครับ น่ารักดีออก” มือหนายกขึ้นมายืดแก้มทั้งสองข้างของฉันออก

“ไหนเมื่อกี้บอกจะมาเอากำลังใจไง โกหกหรอ” หนอย ทั้งๆที่ตัวเองจะไม่ลงแข่งครึ่งหลังแต่ยังมีหน้ามาหลอกเอาเปรียบฉันเนี่ยนะ

“ก็ถ้าไม่พูดแบบนั้น พี่จะให้ผมจูบตั้งหลายทีหรอครับ” 

“เบาๆ! ” โพล่งออกไปก่อนจะพุ่งตัวไปอุดปากไอ้คนตรงหน้า เขาไม่อายแต่ฉันอาย คนเดินผ่านไปผ่านมาตั้งเยอะ

“ถ้าไม่อยากให้ใครได้ยินก็คงต้องไปหาที่เงียบๆคุยกันสองคนแล้วล่ะครับ” ดึงข้อมือฉันออกแล้วพูดขึ้นก่อนที่สายตาเจ้าเล่ห์จะฉายแววออกมา 

“ทะลึ่ง” สะบัดข้อมือตัวเองออก ก่อนจะถอยห่างออกมาในระยะที่เขาจะคว้าตัวฉันไว้ไม่ได้อีก

“แผลก็เจ็บ ยังต้องมาลงแข่งอีก วันนี้ยังไม่ได้ทำแผลเลย” พอคิดอะไรไม่ออกก็เอาเรื่องนี้มาอ้าง คิดว่าฉันไม่รู้ทันหรอ “จะยืนจ้องผมอีกนานไหมครับ จ้องมันไม่ได้ทำให้แผลที่หน้าผมหายหรอกนะ” ยังจะมีหน้ามาพูด

“งั้นก็ตามมา จะพาไปทำแผล” พูดพลางหมุนตัวเดินนำหน้าไอ้เด็กเจ้าเล่ห์ออกมาจากตรงนั้น เห็นได้ชัดว่าเขาพอใจ คงนึกว่าฉันจะยอมไปกับเขาเหมือนที่พูด ถึงได้ผิวปากมาตามทางราวกับอารมณ์ดีซะเต็มประดา

แต่หากทางที่ฉันเดินนำเขามาไม่ใช่โรงจอดรถ แต่เป็นห้องพยาบาลข้างสนามฟุตบอล ที่ๆฉันเคยแบกเขามาทำแผลตอนที่สะดุดนั่งร้านนั่นแหละ

“นี่หรอครับ ที่บอกว่าจะพามา” คนที่พึ่งจะรู้ตัวว่าโดนหลอกรีบจ้ำอ้าวเข้ามาหาพลางถามขึ้นด้วยสีหน้างงงวย

“อือ ไม่ทำที่ห้องพยาบาลแล้วจะไปทำที่ไหน อ้อ หรือว่าอยากไปโรงพยาบาล ได้นะ” พูดออกมายาวเหยียดก่อนที่จะแกล้งหมุนตัวออกไปจากตรงนี้

“ที่นี่ก็ที่นี่ครับ ไม่เอาโรง’บาล” น้ำเสียงทุ้มรีบเอ่ยขึ้น มือข้างนึงคว้าหมับลงที่ข้อแขนฉัน

“งั้นก็รีบเข้าไป จะรออยู่ข้างนอก” ตอบกลับไปก่อนจะเบนตามองไปที่ประตู

“หึ” หันกลับไปแล้วปล่อยแขนฉันให้เป็นอิสระ “ฝากไว้ก่อนเถอะ” ก่อนจะพูดขึ้นเสียงเบาแต่ฉันยังพอได้ยิน

“ฝากอะไร” ตะโกนตามหลังไปอย่างล้อเลียนก่อนจะถูกสายตาขุ่นจ้องกลับมา คนแบบนาทีต้องเจออะไรแบบนี้ เอาใจบ่อยไม่ได้เดี๋ยวเหลิง ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ห้องพยาบาลทำแผลให้แหละดี เห็นแผลแบบนี้ใครเห็นเขาก็รู้ว่าไปมีเรื่องมา จะได้โดนดุซะบ้าง 

 

 

หลายวันต่อมา

“เย็นนี้มึงจะไปพร้อมกูเลยปะ” เอ่ยถามอิกุนที่เดินอยู่ข้างฉันขณะที่เรากำลังจะไปเรียนคลาสสุดท้ายของวัน ฉันกำลังหมายถึงวันเกิดอิพีทที่กำลังจะจัดขึ้นที่คอนโดมันคืนนี้

“ไปเลยก็ได้ แต่ขอแวะเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องก่อน” มันตอบ

“ชุดนี้ก็ได้มั้ง” พูดพลางก้มลงมองชุดนักศึกษาของตัวเองก่อนจะเงยหน้าขึ้นถามความเห็นจากมัน วันเกิดเพื่อนแค่นี้ต้องจัดเต็มด้วยหรอ

“เกินไปปะ ให้เกียรติเพื่อนมันหน่อย” มันกรอกตา “อิพีทมันอุตส่าห์เนรมิตห้องเตรียมปาร์ตี้วันเกิดทั้งที มึงจะหลุดตีมหรอ”

“แล้วยังไงถึงจะเรียกว่าเข้าตีม”

“เดี๋ยวกูจัดการให้เอง ชุดห้องกูพร้อม มึงยืนนิ่งๆให้กูแต่งให้ก็พอ”

“ตามใจมึง” ตอบกลับไปก่อนจะมุ่งหน้าเข้าห้องเรียน วันนี้อิพีทลาไปเตรียมงาน ส่วนไอ้เป้งหลังจากกินข้าวที่โรงอาหารเสร็จก็หายไปไหนไม่รู้ ฉันเลยเดินมาพร้อมกับอิกุนสองคน 

“แล้วมึงบอกแฟนมึงยัง” พอเดินมานั่งที่เรียบร้อยแล้ว อิคนข้างๆก็เอ่ยถาม

“บอกแล้ว อิพีทให้กูชวนเด็กพวกนั้นไปด้วย” ฉันตอบ

“หมายถึงแก๊งค์น้องที? ”

“เออ มันบอกต้องไปให้ครบ เดี๋ยวเหล้ามันเหลือ” บอกจุดประสงค์ของมันให้อิกุนฟัง

“กูว่าข้ออ้างมากกว่า” มันพูดพลางผุดยิ้มมุมปาก

“ทำไมวะ” 

“มันคงอยากมีผู้ชายมาประดับงานมากกว่า จะได้กระชุ่มกระชวย” 

“มองเพื่อนในแง่ร้ายไปปะ” เท้าคางลงกับโต๊ะแล้วเอ่ยถาม

“อิพีทมันเคยมีแง่ดีให้มองด้วยหรอ” มันเลิกคิ้ว

“ไม่อะ”

“เห็นมะ” ยักคิ้วขึ้นราวกับรู้จักนิสัยเพื่อนตัวเองดี

ก็จริง

“แล้วไอ้เป้งอะ มันจะไปพร้อมพวกเราเลยปะ” ป่านนี้ยังไม่เข้าเรียนอีก หายไปไหนของมันวะ

“ไป แต่คงดึกๆ”

“อือ” พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะหันมาตั้งใจเรียนต่อ เหลืออีกตั้งหลายชั่วโมงกว่าจะถึงเวลางาน ส่วนฉันก็คงไปพร้อมกับอิกุน ได้ยินว่าวันนี้นาทีมีเรียนจนถึงค่ำ เขาก็คงตามไปทีหลังพร้อมกับเพื่อนเขานั่นแหละ

หลายวันมานี้เราตัวติดกันตลอด เจอกันทุกเช้าทุกเย็น จะมีก็แต่วันนี้นี่แหละ เพราะวาฬกลับมาแล้ว ฉันเลยให้วาฬแวะมาส่งที่มหาลัยก่อนไปทำงาน เขาเลยไม่ได้เป็นคนขับรถให้ฉันเหมือนเช่นทุกวัน 

ตอนนี้คงเรียนอยู่มั้ง หายไปตั้งหลายชั่วโมง ล่าสุดฉันส่งข้อความไปว่าเย็นนี้ฉันจะไปพร้อมอิกุน เขายังไม่เปิดอ่านเลย

 

15.00 น.

สรุปว่าตลอดทั้งคาบไอ้เป้งมันก็ไม่โผล่หน้ามาเรียน ไลน์ไปก็ไม่ตอบ ฉันกับอิกุนเลยนั่งเรียนกันแค่สองคน ทั้งๆที่เมื่อเช้ามาเรียนด้วยกันสามคนแท้ๆ จะไปไหนก็ไม่บอกเพื่อนบอกฝูง สงสัยจะมีเรื่องด่วนจริงๆ

“มันไลน์มาละมึง” อิกุนที่ก้มเล่นโทรศัพท์อยู่เอ่ยพูดขึ้น

“มันว่าไง”

“มันบอกวันนี้ขี้เกียจเรียน เลยไปหาซื้อของขวัญให้อิพีท” ของขวัญแปลกๆเหมือนทุกปีน่ะสิ คิดดีไม่ได้เลยว่าคนอย่างมันจะซื้ออะไรให้เพื่อน

“หรอ แล้วกูต้องซื้อให้มันด้วยมะ” 

“มีอย่างนึงนะที่มันอยากได้จากมึง” มันพูดพลางอมยิ้มกรุ้มกริ่ม

“อะไรวะ”

“พี่วาฬไง” อิกุนตอบ 

“ถุย” ฉันแทบจะถุยน้ำลายใส่หน้ามันจริงๆ ก็นึกว่าจะพูดเรื่องจริงจังแต่กลายเป็นเล่นไปซะได้

“หรือน้องหลามดี” มันฉีกยิ้มจนเกือบถึงหู

“ไม่ได้! ” ฉันถลึงตา 

“หวงจังเลยน้องเนี่ย” มันเบะปาก

“เออ หวง กลัวมันจะใจแตกเหมือนไอ้เด็กบางคน” คิดว่าอิกุนก็คงรู้ว่าฉันหมายถึงใคร

“มึงอย่าเอาความผิดน้องทีไปลงกับน้องหลามกูดิ เด็กมัธยมแล้วไง รักใครไม่เป็นหรอวะ” มันทำหน้าจริงจังพลางจ้องฉันราวกับตำหนิ

“ช่างเหอะ ยังไงอิพีทก็ไม่มีวันชอบฉลามหรอก มึงก็รู้ว่ามันไม่ชอบคบเด็ก” มันถึงกับตั้งกฎไว้เลยว่า เต๊าะได้ แต่จะไม่มีวันเอาคนที่เด็กกว่ามาเป็นพ่อของลูก

“ชอบไหมไม่รู้ ที่รู้ๆคือไอ้เป้งบอกกูว่าน้องมึงไปอยู่เฝ้าอิพีทแทนมันที่ห้องสมุด แล้วไล่ให้มันกลับบ้าน” คำพูดของอิกุนทำให้ฉันมุ่นคิ้วเข้าหากัน ก่อนจะหันไปมองหน้ามันอย่างงงๆ พูดงี้หมายความว่าไง “ก็วันที่ฉลามมามหาลัยกับมึงไง น้องมันอยู่เฝ้าอิพีทจนถึงค่ำ อย่าบอกว่ามึงไม่รู้” มันพูดพลางหันมาจ้อง

“...”

“เงียบงี้ฉลามไม่ได้บอกอะดิ”

“เออ ไม่ได้บอก” พยักหน้าพลางขบคิดถึงเหตุการณ์วันนั้น แสดงว่าฉลามโกหกฉันว่าจะให้เพื่อนมารับแต่ที่แท้กลับเข้าห้องสมุดไปหาอิพีท ส่วนอิพีทก็เงียบกริบเลย ไม่เห็นมันจะพูดอะไร

“งั้นกูถามอะไรมึงอย่าง ถ้าน้องหลามชอบอิพีทจริง มึงจะทำไง” พูดพลางจ้องหน้าฉันอย่างรอคำตอบ

“ก็ไม่ทำไง ถ้าอิพีทมันเปลี่ยนนิสัยเพื่อน้องกูได้ และไม่ทำให้น้องกูเสียใจกูก็โอ” ปากก็พูดไปงั้นว่าไม่อยากให้น้องมีแฟน แต่เอาเข้าจริงๆฉันก็ไม่มีสิทธิไปห้ามไม่ให้ฉลามชอบใครอยู่แล้ว 

“งั้นคืนนี้มึงก็ลองเรียกน้องหลามมาดิ กูอยากรู้ว่ามันยังไงกันแน่” มันเสนอไอเดีย

“...” ฉันนิ่งเพราะไม่รู้จะเอายังไงกับเรื่องนี้ดี

“หรือมึงไม่อยากรู้” มันเอียงคอถาม

“อยาก” ตอบไปตามตรง

“เออ งั้นคืนนี้มาคอยดูกัน” พูดพลางยักคิ้วอย่างมีเล่ห์ กับตัวเองยังจะเอาตัวไม่รอด เสือกไปยุ่งเรื่องคนอื่นอีกนะ

อิกุนหรอ? เปล่า ฉันเนี่ยแหละ!

 

100%
งานเข้าน้องหลามจ้าาาา 5555555
ไหนใครลืมหน้าคร่าตาน้องหลามกันไปแล้ว
ไรต์แปะเมจไว้ด้านล่างน้าาา

 

Talk1:

ไหนใครบอกไม่หึงน้าา คนไหนน้าที่ไม่หึง55555555

ไม่เคยหึงก็หึงวันนี้แหละเนอะ สาแก่ใจคุณนาทีเขาล่ะ ><

 

Talk2:

เจิมรอนะค้าาา รออ่านคอมเมนต์จากทุกคนอยู่น้าาาา  

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 174 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

205 ความคิดเห็น

  1. #171 JeaEiEi10009 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 06:47

    มาต่อเร็วๆๆนะ
    อ่านสนุก น่าลุ้น ทุกตอนเลย...
    #171
    0
  2. #170 firstzy93 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 00:50
    ไหนหวงน้อง
    #170
    0
  3. #169 Audomporn2529 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 11 กันยายน 2563 / 01:40
    รอนะคะๆๆๆ
    #169
    0
  4. #165 Audomporn2529 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 08:47
    น้องน่ารักเนาะ
    #165
    0
  5. #163 Toey21Bawornrat (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 07:06
    สงสารน้องงง อดเลยยยย
    #163
    0
  6. #162 My_smile (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 09:55
    หวานนนนนนนนนนน
    #162
    0
  7. #161 Toey21Bawornrat (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 21:54
    รู้ตัวไหมน้อออ
    #161
    0
  8. #160 firstzy93 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 11:33
    หึงแล้วๆ
    #160
    0