ผ ม เ ป็ น ข อ ง พี่ ค น เ ดี ย ว - Trapped in love

ตอนที่ 33 : 27 - อย่าเอาตัวไปใกล้ใคร... นอกจากผม 1/2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,381
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 157 ครั้ง
    8 ก.ย. 63

 

08.00 น.

วันนี้ฉันมีเรียนเช้าเลยตื่นมาทำกับข้าวตั้งแต่เจ็ดโมง ฟังไม่ผิดหรอก ฉันตื่นมาทำกับข้าว ไม่ได้ตั้งใจจะตื่นตั้งแต่ไก่โห่หรอก แต่มันนอนไม่หลับ สาเหตุก็เพราะมีคนบอกว่าถึงห้องแล้วจะไลน์มาบอกแต่ก็หายไปเลยทั้งคืน ตื่นมากี่รอบต่อกี่รอบฉันก็กดดูโทรศัพท์ แต่ก็ไม่มีสักข้อความที่ถูกส่งมาจากนาที 

นี่ก็ใกล้ถึงเวลาเรียนแล้ว ข้าวก็ยังไม่ได้กิน เพราะคิดว่าเดี๋ยวอีกคนมาค่อยกินพร้อมกัน เขาคงมารับฉันไปเรียนแล้วกินข้าวด้วยกันเหมือนที่พูด แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีทีท่าว่าจะโผล่มา จะกินตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วล่ะ ฉันเก็บเข้าตู้เย็นแล้วเรียบร้อย

หรือเขาจะง่วงจนหลับลืมเวลา โทรหาสักหน่อยแล้วกัน เผื่อบางทีอาจจะกำลังออกมาแล้วก็ได้

แต่จนแล้วจนรอด โทรแล้วโทรอีกก็ไม่มีใครรับสาย ถ้ารถฉันอยู่ฉันคงขับไปเองแล้ว แต่ติดที่ว่าเขาเอารถฉันไปนี่สิ 

ผ่านไปสักพักก็มีเสียงราวกับมีรถมาจอดที่หน้าบ้าน ฉันจึงรีบคว้ากระเป๋าแล้ววิ่งออกมาดู เผื่อว่าจะเป็นนาที

“หวัดดีครับพี่ปลา ไอ้ทีให้ผมมารับพี่ไปเรียนครับ” กระจกฝั่งคนขับถูกเลื่อนลง ปรากฏให้เห็นใบหน้าใสของคนที่อยู่ในชุดนักศึกษา

“แล้วทำไมนาทีไม่มารับเอง ใช้นนท์ทำไม” ตอบกลับไปพลางมองนนท์ด้วยแววตาไม่เข้าใจ 

“มันน่าจะตื่นไม่ไหวครับ เห็นไอ้นายบอกเมื่อคืนกลับกันดึก” นี่น่ะหรอเหตุผล ไม่โผล่มาแถมยังไม่บอกไม่กล่าวอะไรกันอีก “กว่าผมจะตามจีพีเอสมาที่นี่ได้ก็ทำเอาหลงอยู่หลายนาทีเลย” พอขึ้นมานั่งบนรถแล้วคนข้างๆก็หันมาชวนคุย

“ไม่เคยมาแถวนี้สินะ” ดึงเบลท์มาคาดก่อนจะหันไปตอบนนท์

“ใช่ครับ” 

“ขอโทษนะที่ทำให้ต้องลำบากมารับ” หันไปพูดอย่างรู้สึกผิด อันที่จริงคนที่ผิดเต็มๆคือไอ้เด็กขี้เซานั่นต่างหาก

“ไม่เป็นไรครับ ผมเต็มใจ” คนที่หมุนพวกมาลัยเตรียมเลี้ยวออกจากซอยเอ่ยพูดขึ้น

“เอาไว้พี่ติวให้เป็นการตอบแทนแล้วกัน เราว่างวันไหน” 

“ได้หรอครับ งั้นวันนี้เลยไหม ผมจะได้ชวนไอ้เฟิร์สกับไอ้นายด้วย” โพล่งขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราวกับดีใจซะเต็มประดา 

“เอาสิ วันนี้พี่ว่างช่วงบ่าย เดี๋ยวช่วยติวให้” 

“ไว้สถานที่กับเวลาเราค่อยคุยกันอีกทีนะครับ” 

“อืม ไดเรคไอจีคุยแล้วกันง่ายดี พี่จำได้ว่ามีไอจีนนท์” 

“โอเคครับ” คนข้างกายหันมายิ้ม ดูไปดูมาพอเอาเหล็กออกแล้วก็หล่อเหมือนกันนะเนี่ยเด็กคนนี้ “พาพี่กุนกับพี่พีทมาด้วยก็ได้นะครับ มีคนช่วยติวพี่ปลาจะได้ไม่เหนื่อย” 

“พี่ไม่เหนื่อยหรอก” ติวแค่นี้จะไปยากอะไร

“ไอ้ทีจะได้ไม่หวงด้วย” 

“ไม่ขนาดนั้นหรอก” 

“มากกว่านั้นต่างหากล่ะครับ” พูดขึ้นพลางหลุดหัวเราะ

“เพื่อนนนท์หวงเก่งขนาดนั้นเลยหรอ” 

“พี่ก็น่าจะดูออกนะครับว่าไอ้ทีมันขี้หึง”

“หรอ” ตอบออกไปพลางขบคิด ถ้านับเรื่องเมื่อคืนก็ขี้หึงพอตัว แค่เห็นฉันกับพี่แทก็เก็บไปคิดเป็นตุเป็นตะแล้ว “กับเพื่อนก็หึงหรอ” อดสงสัยไม่ได้จึงถามออกไป

“ใครหน้าไหนมันก็หึงหมดครับถ้าคนๆนั้นเป็นพี่” นนท์หันกลับมามองฉันด้วยแววตาจริงจัง 

“อา เชื่อก็ได้” เอาเป็นว่าเรื่องนี้ฉันจะไม่เถียงแล้วกัน ฉันจะไปรู้จักเด็กคนนั้นดีไปกว่าเพื่อนเขาได้ไง ใช่ไหมล่ะ

 

@ มหาลัย

“อ้าววววปลาทู วันนั้นไม่ใช่คนนี้นี่” เสียงเอ่ยแซวดังมาจากโต๊ะม้าหินอ่อนหน้าคณะเมื่ออิกุนมันเห็นว่าฉันเดินมากับใคร

“สวัสดีครับพี่ๆ” คนที่เดินอยู่ข้างฉันยกมือขึ้นไหว้พลางยิ้มส่งให้พวกมัน พวกมันในที่นี้หมายรวมถึงอิพีทและไอ้เป้งด้วย

“จะไปยิ้มให้พวกมันทำไมนนท์ เสียเวลา” ฉันดึงแขนนนท์เข้ามาใกล้เพราะขืนปล่อยไปได้โดนอิกุนลากไปทำมิดีมิร้ายแน่

“หนอย แล้ววันนี้น้องทีกูหายไปไหน” มันพูดพลางชะเง้อมองไปด้านหลังจนคอแทบหัก

“ถามนนท์ดูสิ” เดินมานั่งลงที่เก้าอี้ตัวที่ว่างก่อนจะกวักมือเรียกนนท์ให้มานั่งคุยกันก่อน พึ่งมาถึงจะรีบไล่ไปก็ยังไงอยู่ ไหนๆเช้านี้น้องมันก็ไม่มีเรียนอยู่แล้ว

“ไอ้ทีมันมาไม่ได้ครับ เลยให้ผมมาส่งพี่ปลาแทน” เดินมานั่งลงข้างฉันก่อนจะหันไปตอบอิกุน

“อ้ออ มีบริการรับส่งแฟนของเพื่อนด้วย” 

“อิกุน” เอ่ยเรียกชื่อมันเสียงดุ มึงแซวน้องแรงไปละ

“แหะๆ พี่รักดอกจึงหรอกเล่นอะค๊าบบ” มันพูดพลางไขว้มือนิ้วชี้กับนิ้วโป้งเป็นรูปมินิฮาร์ทส่งไปให้นนท์

“ไม่เป็นไรครับ” แต่ถึงจะโดนแซวยังไง คนข้างฉันก็ยังยิ้มแฉ่ง ทำตัวอารมณ์ดีตามนิสัย

“แล้วเช้านี้น้องนนท์ไม่มีเรียนหรอ” อิพีทที่นั่งเงี่ยหูฟังอยู่นานเอ่ยแทรกขึ้น

“ไม่มีครับ เดี๋ยวว่าจะกลับไปเอาหนังสือมาเตรียมให้พี่ปลาติวให้ช่วงบ่าย วันนี้ผมมีเรียนแค่คาบบ่ายวิชาเดียว” 

“อ้อออ ละพี่กุนติวให้ด้วยได้เป่าา” มันเอ่ยแซวพลางอมลมในแก้มจนหน้าพอง

“มึงเลิกเต๊าะน้องได้ละ น้องตัวพรุนหมด” ไอ้เป้งพูดขึ้น 

“ไร้สาระจริงๆพวกมึงเนี่ย” พูดพลางส่ายหัวอย่างเอือมๆ “เอ่อนนท์ ถ้าคุยกับนาทีบอกให้เอารถมาคืนพี่ด้วยนะ” ฉันหันไปบอกคนข้างๆ

“พี่โทรหามันไม่ติดหรอครับ” 

“ติดแต่ไม่มีคนรับ” 

“แต่เมื่อเช้ามันยังส่งโลเคชั่นบ้านพี่ให้ผมอยู่เลย” 

“อาจจะคุยกับนนท์ แต่ไม่คุยกับพี่ไง เพราะงั้นบอกนาทีให้พี่หน่อย” ฉันตอบกลับไปเป็นอันว่าเคลียร์

“อ่า... ได้ครับ” นนท์ทำหน้าพะอืดพะอมราวกับรู้ว่าสถานการณ์ระหว่างฉันกับนาทีไม่ค่อยดีนัก

อ้อ ถ้าฉันยังไม่ได้บอกใครล่ะก็ ใช่ ฉันงอนเด็กมันอยู่ เพราะนอกจากจะไม่บอกอะไรฉันแล้ว ยังไม่ยอมรับสายฉันอีก ทำตัวแบบนี้มันโคตรน่าโกรธเลยบอกตรงๆ แล้วที่ฉันให้เอารถมาคืนไม่ใช่ว่าฉันต้องใช้หรืออะไร แค่อยากเห็นหน้าไอ้คนไม่รักษาสัญญา บอกว่าจะมาแต่ก็ไม่มา บอกว่าจะกินข้าวด้วย แต่ก็ทิ้งให้กับข้าวฉันเป็นหมัน 

ในเมื่อไม่รับสายกันดีนักฉันก็จะคุยผ่านคนที่เขาส่งมาเนี่ยแหละ โทรมาให้ตายก็อย่าหวังว่าฉันจะรับสายเลยวันนี้

 

 

14.00 น.

ตอนนี้ฉันมานั่งรอนนท์และเพื่อนอีกสองคนที่ห้องสมุด เมื่อกี้นนท์ส่งเวลานัดและสถานที่มาให้ฉันในไดเรคไอจี บอกว่าเรียนเสร็จบ่ายสองแล้วจะรีบมาพบฉันที่นี่ ฉันเลยมารอพร้อมกับไอ้เป้ง วันนี้มันไม่รีบกลับเลยมาอยู่เป็นเพื่อนฉันก่อน ส่วนอิกุนกับอิพีทเดี๋ยวก็เห็น 

“ขอโทษนะครับที่ให้รอ” หันไปมองบุคคลที่มาใหม่ ด้านหลังนนท์ยังมีอีกคนที่ตามมานั่นก็คือเฟิร์ส 

“ไม่เป็นไรพี่ไม่รีบ แล้วนายล่ะ ไม่มาด้วยกันหรอ” 

“รายนั้นคงมาไม่ไหวหรอกครับ” เฟิร์สตอบพลางเดินมานั่งตรงข้ามไอ้เป้ง ส่วนนนท์นั่งตรงข้ามฉัน

“อย่าบอกนะว่าไม่ตื่นอีกคน” ฉันหันไปถาม

“ตื่นแล้วครับ แต่คงมาไม่ไหว เมื่อคืนหนัก” เฟิร์สตอบพลางหยิบหนังสือขึ้นมาวางบนโต๊ะ หนัก? หมายถึงดื่มหนักอะไรทำนองนี้หรือเปล่า ก็เมื่อคืนได้ยินว่าเมาจนกลับไม่ได้นี่ ก็คงแฮงก์ล่ะมั้ง

“ไอ้เฟิร์ส” อยู่ๆนนท์ก็เรียกชื่อเฟิร์สพลางส่งสายตาบางอย่างให้กัน ก่อนที่คนทั้งคู่จะหันมามองหน้าฉันราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดูมีพิรุธนะ 

“ฮึ่ม ติวกันเลยไหมครับพี่ปลา อ้อ แล้วพี่กุนกับพี่พีทล่ะ ไม่มาด้วยหรอ” นนท์กระแอมไอแล้วโพล่งขึ้นพลางยืดตัวมานั่งหลังตรง

“มา เดี๋ยวก็มา” ฉันตอบพลางผุดยิ้มมุมปาก ตอนนี้คงไม่มีเรื่องไหนน่าสนใจไปกว่าเรื่องของสองคนนั้นแล้วล่ะ

“นู่น” ไอ้เป้งชี้มือไปนอกกระจกพลางสะกิดฉันให้หันไปดู พอนนท์กับเฟิร์สเห็นดังนั้นจึงหันตาม

“นั่นพี่พีทกับพี่กุนนี่ครับ” นนท์เอ่ยขึ้น

“พวกมันนั่นแหละ” ตอบกลับไปพลางทอดสายตาไปยังสนามฟุตบอล อาจจะไม่ได้ชัดมาก แต่ยังพอมองเห็นว่าใครเป็นใคร

วารสารมหาลัยสัปดาห์นี้จะต้องลงข่าว

หญิงสาวปีสามใบหน้างามสะดุดตาสองคนนุ่งโจงกระเบนสีแดงวิ่งรอบสนามกลางแดดที่แผดเผาราวกับอีเพิ้ง’ แค่คิดฉันก็หลุดขำจนน้ำหูน้ำตาไหลแล้ว 

สองไม้สองมือที่พยายามบังแดดไปด้วยวิ่งไปด้วยช่างสาแก่ใจอีปลานัก ใครบอกให้พวกมันท้าฉันเรื่องที่ ถ้าฉันมีแฟนก่อนพวกมัน พวกมันจะใส่โจงกระเบนวิ่งรอบสนามสามรอบ บทสรุปก็เห็นแล้วเนอะว่าคนที่ดูถูกเพื่อนเป็นยังไง

“ร้อนนะครับนั่น ทำไมไปวิ่งกันแบบนั้นล่ะ” แน่อยู่แล้วที่นนท์จะถาม เป็นใครๆก็คงสงสัย

“ไม่มีอะไรหรอก พวกมันแค่เล่นเกมแพ้พี่นิดหน่อยน่ะ นั่นแค่บทลงโทษ” 

“โห เล่นกันแรงจังเลยนะครับ ว่าแต่เกมที่พวกพี่เล่นนี่เกมอะไรหรอ ทำไมโหดแบบนี้” คราวนี้เป็นเฟิร์สที่เอ่ยถาม

“หึ พวกน้องไม่อยากเล่นหรอก” ไอ้เป้งตอบแทนฉันพลางเหยียดยิ้มมุมปากให้รู้กันแค่สองคน

นี่ไม่ใช่เรื่องที่จะป่าวประกาศให้ใครรู้ มันก็แค่เรื่องไร้สาระที่สองคนนั้นคิดกันขึ้นมาเอง ฉันก็แค่จับพลัดจับผลูไปรับข้อเสนอพวกมัน ไม่คิดว่าวันนี้จะมาถึง ถ้าตอนนั้นฉันไม่ตัดสินใจให้โอกาสนาที ตอนนี้คนที่วิ่งอยู่บนสนามนั่นอาจเป็นฉันก็ได้ 

“ติวกันเถอะ” ละสายตาออกมาจากกระจกใสที่มองออกไปเห็นวิวสนาม ก่อนจะหันมาโฟกัสที่เด็กสองคนตรงหน้าแทน พวกเขายังคงมีร่องรอยของความสงสัยติดอยู่บนหน้า แต่เรื่องนี้ไม่รู้จะดีกว่า ฉันไม่อยากให้พวกเขาคิดว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับนาที เดี๋ยวจะพลอยเข้าใจผิดกันพอดี

 

20 นาทีต่อมา

“มึง เดี๋ยวกูมา” ไอ้เป้งที่นั่งเล่นโทรศัพท์ฉันอยู่เพราะของมันแบตหมดเอ่ยพูดขึ้น

“มึงจะไปไหน” ละสายตาจากกองหนังสือตรงหน้าแล้วหันไปถาม

“ไอ้กุนบอกให้มึงซื้อน้ำไปให้สองขวด” 

“แล้วมึงไปเพื่อ” 

“ก็มึงติวอยู่ เดี๋ยวกูไปให้” สรุปคือเป็นคนดีที่เสียสละว่างั้น

“เออๆ วิ่งเสร็จกันละช่ะ หายเหนื่อยแล้วให้พวกมันตามมานี่แล้วกัน” ฉันโบกมือปัดๆ อยากจะตามไปแชะรูปพวกมันสักรูปสองรูปอัปลงสตอรี่ แต่ติดที่ว่าติวให้เด็กพวกนี้ยังไม่เสร็จ ไม่งั้นฉันไปเองแล้ว

“ไม่คิดเลยนะครับว่าพวกพี่จะเล่นกันแรงแบบนี้” 

“พี่เปล่านะ” ฉันยักไหล่พลางระบายยิ้มออกมา 

“แล้วนี่พี่ได้คุยกับไอ้ทีมันยังครับ” 

“ไม่รู้สิ โทรศัพท์ไม่ได้อยู่กับพี่” กวาดตามองหามือถือบนโต๊ะก็เห็นว่ามันไม่อยู่ สงสัยไอ้เป้งคงหยิบติดมือไปด้วย “เรื่องรถ นนท์บอกนาทีให้พี่ยัง” 

“บอกแล้วครับ” 

“อ่า แล้วนาทีว่าไง” พยักหน้าพลางเอ่ยถามโดยที่สายตาโฟกัสอยู่ที่หนังสือ

“ผมบอกมันไปว่า ให้มันเอารถมาคืนพี่ ถ้ามันไม่มา ผมจะพาพี่ไปส่งและอาจจะพาแวะที่อื่นก่อนกลับ” 

“หืม” ฉันเลิกคิ้ว นี่มันประโยคแบบไหนกัน

“อยากแกล้งมันน่ะครับ อยากรู้เหมือนกันว่ามันจะรีบถ่อมาไหม” 

“คงมาหรอก” เสียงเฟิร์สพูดขึ้นลอยๆ แต่ฉันก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ในเมื่อเขาเมินฉันก่อน ฉันเมินตอบก็แฟร์แล้ว 

ผ่านไปราวๆสิบนาที ไอ้เป้งก็กลับมาพร้อมกับอิกุนและอิพีทที่ตอนนี้แก้มแดงราวกับมะเขือเทศสุก เหงื่อซ่กไปทั้งตัว ทั้งเสื้อนักศึกษาของพวกมันและโจงกระเบนที่ยังไม่ได้ถอด สภาพตอนนี้ถือว่าแย่สุดๆ

“กูอยากอาบน้ำ” อิกุนเบะปากทำหน้าราวกับจะร้องไห้ เรียกสายตาของเด็กพวกนี้ให้หันไปมองได้เป็นอย่างดี

“กูอยากนอน กูง่วง” ตามมาด้วยอิพีทที่ตอนนี้ตาปรือเต็มที เดินมานั่งลงที่เก้าอี้ตัวถัดจากไอ้เป้งแล้วฟุบหน้าลงกับโต๊ะ ตัวเปียกขนาดนี้แล้วยังมีอารมณ์หลับอีกหรอ เชื่อมันเลย

“ไง สาแก่ใจมึงรึยัง” อิกุนหันมาทำตาขวางใส่ฉัน

“อะไร กูไม่เกี่ยว พวกมึงทำกันเอง” ยักคิ้วส่งไปอย่างกวนๆ

“เออ พวกกูผิดเองแหละที่พลาดไปพนันกับมึง” มันลากเก้าอี้ไปนั่งลงข้างนนท์แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

“เออ รู้ก็ดี” ฉันหลุดขำให้กับสภาพอันน่าอนาถของพวกมัน เหงื่อเหม็นขนาดนั้นแล้วยังไปใกล้น้องเขาอีก

“น้องนนท์ ดูสิ อิปลามันแกล้งพี่” แถมยังตอแหลที่หนึ่ง

“ดื่มน้ำสักหน่อยไหมครับพี่กุน” นนท์เอื้อมไปหยิบขวดน้ำก่อนจะเปิดฝาส่งให้อิกุน

“คนดีของพี่กุน ต้องแบบนี้สิ” ทีผู้ชายโอ๋เข้าหน่อยล่ะหายเหนื่อยเลยนะอิคนใจร่าน “ไม่เหมือนอิปลา พอมีแฟนเข้าหน่อยก็ทิ้งเพื่อนทิ้งฝูง” มาว่าฉันอีก

“กูทิ้งอะไร” เอียงคอมองมันแล้วถามออกไป

“เนี่ย ถ้ามันไม่คบกับน้องทีพวกพี่คงไม่ต้องวิ่งจนตาเหลือกแบบนี้หรอก” อยู่ๆมันก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมา ทั้งนนท์และเฟิร์สจึงหันมาให้ความสนใจทันที

“มีเรื่องอะไรเกี่ยวข้องกับไอ้ทีมันด้วยหรอครับ” เฟิร์สถาม

“ก็พวกพี่พนันกับอิปลามันว่า ถ้ามันมีแฟนก่อนพวกพี่ พวกพี่จะยอมนุ่งโจงวิ่งรอบสนามน่ะสิ” อิกุนสาธยายออกไปจนหมดเปลือก คงไม่ต้องเก็บเป็นความลงความลับกันแล้วล่ะ

“อย่าบอกนะครับว่าที่พี่ปลาตัดสินใจกลับมาคบไอ้ทีเป็นเพราะเรื่องนี้” เฟิร์สหันมาถาม

“มึงถามอะไรวะไอ้เฟิร์ส พี่ปลาเขาไม่ใช่คนแบบนั้น” นนท์หันไปด่า

“ขอโทษครับพี่ปลา ผมแค่สงสัย” เฟิร์สมีสีหน้าสลดลงเล็กน้อยพลางหันมาค้อมหัวให้

“ไม่เป็นไร เราติวกันต่อเถอะ” ฉันไม่ได้อธิบายอะไรให้มากความเพราะเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีความสำคัญ ฉันเป็นยังไง คิดอะไร เดี๋ยวคนที่ฉันคบด้วยก็ดูออกเอง ไม่จำเป็นต้องมาพูดถึงสาเหตุที่คบกันให้คนอื่นฟังอยู่แล้ว

ส่วนอิกุน สงสัยคงพึ่งรู้ตัวว่ากำลังพูดสิ่งที่ไม่ควรพูดออกมา เลยนั่งทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกมองฉันอย่างรู้สึกผิด ฉันจึงพยักหน้าให้มันเป็นเชิงว่าไม่เป็นไร มันจึงเอนหลังพิงกับเก้าอี้ได้อย่างสบายใจ

“มึง มีข้อความ” เสียงไอ้เป้งเรียกให้ฉันหันไปมองวัตถุในมือที่มันถืออยู่

Nathee : อยู่ไหนครับ

ฉันอ่านข้อความจากป๊อบอัพที่โชว์หราบนหน้าจอโดยที่ไม่ได้กดเข้าไปอ่าน ส่ายหน้าให้ไอ้เป้งเป็นเชิงว่าไม่ต้องตอบ ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับการติวต่อ นอกเรื่องมามากละ เดี๋ยวก็ติวไม่เสร็จกันพอดี

 

เวลาผ่านไปโดยที่ฉันไม่ได้เอาเรื่องอื่นเก็บมาใส่หัว แต่ติวได้ไม่ถึงสิบนาที ฉันก็ต้องเงยหน้าขึ้นจากกองหนังสือเพราะนนท์พูดบางอย่างที่ทำให้ฉันต้องขมวดคิ้วมุ่น

“ไอ้ทีไลน์มาบอกว่าพี่ปลาไม่ยอมตอบไลน์ครับ คุยกับมันหน่อย” 

 

“ฝากบอกหน่อยว่าพี่ไม่ว่าง ไว้ว่างเมื่อไหร่จะโทรกลับ” สบตากับนนท์นิ่งแล้วพูดออกไป พอเห็นสีหน้าและคำพูดจริงจังของฉัน นนท์จึงก้มหน้างุดแล้วพิมพ์บางอย่างส่งไป ก่อนจะเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงทันที

“งั้นต่อเลยครับพี่ปลา” พูดขึ้นด้วยใบหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ก่อนจะหันไปสะกิดเฟิร์สให้ตั้งใจติวต่อ 

 

16.30 น.

เวลาล่วงเลยมาจนถึงเย็น ในที่สุดฉันก็ได้ถ่ายเทความรู้ที่อยู่ในหัวทั้งหมดส่งต่อให้นนท์กับเฟิร์ส นอกเหนือจากนี้ เรื่องที่ฉันไม่ถนัดพวกเขาก็คงต้องอ่านเพิ่มกันเอง 

ตอนนี้พวกเพื่อนฉันก็ยังอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอยู่เลย ไม่คิดว่าพวกมันจะอดทนรอฉันได้ ไม่เว้นแม้แต่ไอ้เป้ง เราคุยกันว่าหลังจากติวเสร็จจะไปหาอะไรกินที่ห้างแถวๆมอ นนท์และเฟิร์สก็จะไปกับพวกเราด้วย 

“ปะ กูมีแรงแดกละ” อิพีทที่พึ่งเดินออกมาจากห้องน้ำพูดขึ้น ตอนนี้มันเปลี่ยนจากโจงกระเบนเป็นกระโปรงนักศึกษาเรียบร้อยแล้ว แต่เสื้อยังเป็นตัวเดิม อิกุนก็เหมือนกัน

“ร้านไหน” ฉันหันไปถาม

“กูอยากกินซี่โครงหมูพันชีส” อิพีทเสนอ

“เอาดิ กูยังไงได้หมด นนท์กับเฟิร์สล่ะ ทานได้ไหม” หันไปถามเด็กสองคนที่มากับพวกเราด้วย

“ได้ครับ ผมชอบชีส ไอ้เฟิร์สก็ชอบ” 

“งั้นดีเลย ไปกันหมดนี่แหละ” พอได้ข้อสรุป ฉันกับพวกเพื่อนอีกสามคนก็เดินมาที่รถของไอ้เป้ง ส่วนนนท์และเฟิร์สแยกไปอีกคัน ทีแรกกะว่าจะกลับบ้านไปนอน แต่ไหนๆพรุ่งนี้อาจารย์ก็ยกคลาสทั้งที ยังมีเวลาให้ฉันขี้เกียจอีกทั้งวัน ไปหาความสุขหลังเลิกเรียน ดีจะตายไป

 

@ Amend Cheese

“สั่งเลยเนอะ” หลังจากทุกคนมาพร้อมกันที่ร้านแล้ว ฉันจึงกวักมือเรียกพนักงานมารับออเดอร์ “เอาซี่โครงใหญ่2 ข้าวผัดชีส2 แล้วก็ซุปกิมจิ... เอ่อ ใครเอาบ้างนะ” หันไปถามความเห็น ที่ยกมือก็เห็นจะมีแค่นนท์คนเดียว ไม่มีใครชอบเลยหรอ “งั้นเอาสองที่ค่ะ” หันไปบอกพนักงานแล้วรับจานกับถุงมือมาแจกให้ทุกคน

“เมื่อกี้อีกที่นึงพี่ปลาสั่งกิมจิให้ใครครับ” นนท์เอ่ยถาม

“ของมันนั่นแหละน้องนนท์ มากินทีไรสั่งทีนึงสามสี่ถ้วย” อิกุนตอบแทน

“หรอครับ ผมก็ชอบทานเหมือนกัน” 

“เห็นมะ ไม่ได้มีแค่กูคนเดียว” หันไปบุ้ยปากใส่อิกุนมัน

“จ้าาา อีคนหน้าเกาหลีแถมยังเสือกชอบอาหารเกาหลีอีก” มันว่า 

“เกาหลีตรงไหนวะ” ฉันเถียง บางครั้งเวลาฉันเจอคนแปลกหน้าก็มักจะโดนทักแบบนี้ประจำ บางทีก็ว่าหน้าคล้ายคนจีนบ้างล่ะ เกาหลีบ้างล่ะ ตรงไหนที่เหมือนฉันยังงงอยู่เลย แบบน้องนนท์นี่ว่าไปอย่าง ตาตี่ๆ หน้าขาวๆ ดูไปดูมานี่ไอดอลเกาหลีชัดๆ

“ไม่งั้นคนจะคิดว่ามึงเป็นน้องแท้ๆพี่ลีแทหรอ” มันพูดต่อ เออ จะว่าไปตั้งแต่พี่ลีแทมาส่งฉันเมื่อวานก็ไม่ได้ทักไปขอบคุณเลยแฮะ คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง 

“กินเถอะๆ” หันไปเจอพนักงานเอาอาหารมาเสิร์ฟพอดีจึงตัดบทไป ซี่โครงชิ้นใหญ่ๆวางติดกันเป็นแพถูกจัดมาเสิร์ฟพร้อมกับชีสที่ละลายแล้วเป็นแถวยาวทำเอาฉันตาลุกวาว ทันทีที่คำแรกเข้าปาก ฉันก็ไม่อยากจะพูดกับใครอีกเลย มิหนำซ้ำ พอชีสในถาดหมดแล้ว ฉันก็สั่งมาเพิ่มอีกสามสี่รอบ แต่อย่าหาว่าฉันกินจุนะ คนอื่นๆก็กินด้วย โดยเฉพาะเฟิร์สกับนนท์ที่ดูเหมือนจะชอบชีสมากกว่าฉันซะอีก 

“มึง โทรศัพท์สั่นหลายรอบแล้วไม่รับหรอ” ไอ้เป้งที่นั่งอยู่ข้างฉันเอ่ยขึ้น

“มันอยู่ในกระเป๋า กูขี้เกียจล้วง” ชูมือที่สวมถุงมือทั้งสองข้างให้มันดู ทั้งมันทั้งคาว ฉันไม่เสี่ยงให้กระเป๋าเป็นคราบหรอก

“ให้กูล้วงให้ไหม มือกูไม่เปื้อน” ไอ้เป้งเสนอ

“กูบอกว่าไม่ก็คือไม่ไหมเป้ง มึงจะพูดมากทำไม” อ้าปากบ่นมันกลับ ชอบยุ่งดีนัก

“ผมรับให้ไหมครับ มือผมก็ไม่เปื้อน” อยู่ๆน้ำเสียงคุ้นหูก็ดังขึ้นด้านหลัง พอหันไปมองก็เห็นว่ามีชายร่างสูงคนนึงสวมหมวกแก๊บยืนอยู่ ใบหน้าถูกปิดบังด้วยแมสสีดำเกือบครึ่งหน้า มีแค่ตาที่โผล่มาให้เห็น แถมมือเขายังถือโทรศัพท์แนบหูอีกต่างหาก

น้ำเสียงแบบนี้ ส่วนสูงเท่านี้ คงไม่ต้องเสียเวลาเดาว่าเป็นใคร

“มึง น้องทีมา” ขนาดอิกุนที่นั่งตรงข้ามฉันมันยังรู้เลย

“อือ กูเห็นแล้ว” หันหน้ากลับมาตอบพลางขบคิดในใจว่าเด็กมันรู้ได้ไงว่าพวกเราอยู่กันที่นี่ หรือนนท์กับเฟิร์สจะเป็นคนบอก

“น้องที มานั่งด้วยกันมา พวกพี่พึ่งทานกันเอง” อิกุนโพล่งขึ้น พึ่งทานกับผีสิ แดกจนจะอ้วกออกมาเป็นชีสแล้ว

เท่านั้นยังไม่พอ มันยังสาระแนขยับตัวไปชิดกับนนท์ที่นั่งอยู่ติดกับเฟิร์สเพื่อเว้นที่ให้นาทีนั่งด้วย ส่วนฝั่งฉันก็นั่งกันไปแล้วสาม โดยริมสุดเป็นอิพีท ถัดมาเป็นฉัน แล้วก็ไอ้เป้งนั่งปิดท้าย โต๊ะที่พวกเรานั่งเป็นโต๊ะใหญ่ เผลอๆอาจจะนั่งได้ถึงสิบคนเลยด้วยซ้ำ รู้งี้น่าจะเลือกโต๊ะธรรมดาหกคนก็พอ คนมาทีหลังจะได้ไม่มีที่นั่ง

“มากันนานแล้วหรอครับ” คนที่เดินมานั่งลงข้างอิกุนเอ่ยขึ้น ไม่รู้ว่าตอนนี้จุดโฟกัสของเขาคือตรงไหน รู้แค่ว่าฉันกำลังก้มหน้าก้มตากินอย่างเดียวไม่สนใจว่าใครกำลังพูดอะไรอยู่

“สักพักแล้วล่ะ พวกพี่ยังไม่อิ่มหรอก มีแค่อิปลานี่แหละที่กินเอาๆไม่รอใคร” ถึงแม้ว่าชื่อฉันจะถูกเอ่ยถึง แต่ฉันก็ยังตักซุมกิมจิเข้าปาก ค่อยๆละเมียดละไมลิ้มรสชาติอย่างพิถีพิถัน ใครจะว่าอะไรก็ช่าง ตอนนี้ฉันขอโฟกัสที่เรื่องกินอย่างเดียว

“ไม่ยักรู้นะครับ ว่าพี่ปลาชอบกินอาหารแบบนี้ด้วย” แต่คราวนี้ชื่อฉันถูกพูดถึงด้วยคนที่เมินฉันตั้งแต่เมื่อเช้า ทีงี้สนใจกันแล้วหรอ

“น้องทีไม่รู้หรอ อิปลาอะ... ” อิกุนกำลังจะสาธยาย แต่ฉันชิงพูดขึ้นก่อน

“ไม่เคยบอก จะรู้ได้ไง” 

“ใช่ครับ เรื่องพวกนี้พี่ปลาไม่เคยพูดกับผมหรอก” ตอกกลับมาด้วยน้ำเสียงกึ่งธรรมดา แต่พลอยทำให้คนรอบข้างรู้สึกอึดอัดไปด้วย

หางตาเหลือบไปมองต้นเสียงเล็กน้อยจึงเห็นว่าเขามองมาทางนี้จริงๆ แถมยังจ้องฉันตาไม่กระพริบอีกต่างหาก

“ฮึ้ม ผมว่าเรากินกันต่อไหมครับ ชีสเย็นหมดแล้ว” เป็นนนท์ที่พูดแก้สถานการณ์ ส่วนเฟิร์สก็ลนลานหาจานมาตักข้าวผัดแล้วส่งไปให้นาที เขานิ่งไปพักนึงก่อนจะเอื้อมมือมารับจานไปวางไว้ตรงหน้า 

ไม่ถอดแมสแบบนั้นคงกินได้หรอก กลัวใครเห็นหรือไงถึงต้องปิดหน้าปิดตาแบบนั้น

“ผมกินมาแล้วครับ คงต้องขอตัวก่อน” อิพีทรวมถึงคนอื่นๆที่กำลังจะเอาหมูเข้าปากถึงกับชะงักแล้วมองการกระทำของเขาทันที... ยกเว้นฉัน “ออกไปคุยกันหน่อยไหมครับพี่ปลา” 

“กินอยู่ไม่เห็นหรอ” เอาหมูเขาปากเคี้ยวตุ้ยๆๆโดยไม่หันไปมอง

“พี่กุนบอกว่ากินไปตั้งเยอะแล้วนี่ครับ” 

“ฉันยังไม่อิ่ม... นนท์ พี่ขอชีสเพิ่มหน่อย” พูดพลางแบบมือไปตรงหน้านนท์

“นี่ครับพี่ปลา” ดีที่นนท์ส่งมันมาให้ ไม่งั้นฉันคงหน้าแตก

“ไอ้นนท์” น้ำเสียงเย็นเฉียบเอ่ยขึ้นจนมือที่กำลังจะยื่นไปรับชะงักกึก

“ครับเพื่อน” นนท์รีบหันไปตอบราวกับคนมีความผิด ก่อนจะวางมันลงที่เดิม ไม่เห็นต้องเกรงอกเกรงใจเด็กนั่นถึงขนาดนั้นเลย เป็นอะไรกันไปหมด

 

100%

Talk 2:

เอ็งนั่นแหละเป็นอะไรปลาทู้ววว 55555 แค่แฟนไม่รับสายแค่นี้ทำเป็นงอน ไหนบอกรำคาญ ถามหานี่แปลว่ารำคาญ? อ๋ออออ 5555 

Talk 1:

อ้าว โดนงอนหนักแล้วพ่อออ555
งานนี้จะสมน้ำหน้าหรือสะใจพ่อดี
กด 1. สมน้ำหน้า
กด 2. สะใจ
อะคริกกกก 

เม้นคุยกันได้น้าคนดี ทางนี้เหงาเหลือเกินนน

#ใต้ความง้องอน #ใต้ความโดนเมิน เจ้มจ้นขึ้นทุกทีแล้ว 55555 มาเจิมกันต่อค๊าบบบบบบบ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 157 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

204 ความคิดเห็น

  1. #152 noojang0407 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2563 / 13:19
    ค้างไปเลย 1+2
    #152
    0
  2. #150 Toey21Bawornrat (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 11:19
    งอนต่อไป
    #150
    0
  3. #149 firstzy93 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 09:20
    งอนหนักมาก
    #149
    0
  4. #148 firstzy93 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 10:06
    งอนนนยาวไปเลย
    #148
    0
  5. #147 ttiyarat (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 16:38
    1+2 555555
    #147
    0
  6. #146 Toey21Bawornrat (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 12:14
    ทั้ง1และ2เลยยย555555
    #146
    0
  7. #145 Toey21Bawornrat (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2563 / 12:18
    พ่อคนเก่งโดนงอนซะแล้ววว มาง้อเร็วๆเลย
    #145
    0