ผ ม เ ป็ น ข อ ง พี่ ค น เ ดี ย ว - Trapped in love

ตอนที่ 32 : 26 - คน (หวง)แฟน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,817
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 179 ครั้ง
    8 ก.ย. 63

 

00.05 น.

คิดว่าใช้เวลาไม่นานคงถึงบ้าน แต่เอาเข้าจริงก็เกือบชั่วโมงเลย ฉันลืมคิดไปว่าเวลานี้เขาจะปิดถนนให้เหลือแค่สองเลนส์เพื่อก่อสร้างรถไฟฟ้า ทั้งเสียเวลาทั้งเกรงใจคนขับที่กว่าจะขับมาส่งฉันแล้วขับกลับอีก กว่าจะถึงบ้านคงกินเวลาไปหลายชั่วโมง

“ขอบคุณนะคะพี่แทที่มาส่ง” รีบเก็บกระเป๋าก่อนจะหันไปบอกพี่แททันทีที่รถจอดลงหน้าบ้าน

“ไม่เป็นไรครับ หมู่บ้านนี้น่าอยู่จังเลยนะ” เลื่อนกระจกฝั่งคนขับลงก่อนจะหันไปมองบริเวณโดยรอบแล้วพูดขึ้นต่อ “แต่ว่าทางที่เข้ามาค่อนข้างมืด”

“ใช่ค่ะ ตอนกลางคืนพี่ของปลาไม่ชอบให้ออกไปไหนก็เพราะแบบนี้” โลเคชั่นดีอะไรดีทุกอย่าง ยกเว้นก็แค่ทางเข้าตอนกลางคืนนี่แหละที่สว่างน้อยไปหน่อย

“ปลาอยู่บ้านนี้กับพี่ชายสองคนหรอ” คนข้างๆถามต่อ

“ใช่ค่ะ” ฉันพยักหน้า ถึงแม้ว่าวาฬจะมาบ้างไม่มาบ้าง แต่บ้านหลังนี้คือบ้านของเรา

“ดีจังเลยนะ อยู่ที่แบบนี้มีพื้นที่ให้วิ่งเล่นเยอะเลย ไม่เหมือนพี่ อยู่คอนโดหันไปทางไหนก็เจอแต่ตึกสูง” 

“พี่แทก็ซื้อบ้านไว้สักหลังสิคะ” ฉันพูดทีเล่นทีจริง

“ฮ่าๆ คงไม่ได้หรอกครับ เพราะเทอมหน้าพี่เรียนจบก็จะย้ายกลับเกาหลีแล้ว” 

“อ้าว จริงหรอคะ” ฉันนึกว่าพอเรียนจบพี่แทก็จะทำงานที่นี่เลยซะอีก

“จริงครับ แล้วปลาเคยคิดจะไปเที่ยวที่นู่นบ้างไหม” 

“เคยค่ะ ปลาอยากไปทานอาหารที่นั่น มีแต่ของที่ปลาชอบทั้งนั้นเลย เช่นต๊อกบกกี เนื้อย่างกับกิมจิ แล้วก็อีกหลายๆอย่างเลย” 

“ฮ่ะๆ ดูท่าจะชอบจริง งั้นถ้าวันหลังพี่ชวน ปลาไปกับพี่นะ” มือหนายกขึ้นมาวางบนกลุ่มผม ฉันคงเผลอพูดมากไปหน่อยพี่แทเลยหลุดขำ

“เอาเป็นว่าถ้าวันไหนปลาไปเที่ยวจะให้พี่แทเป็นไกด์ให้แล้วกันนะคะ” 

“ได้เสมอครับ เราลงจากรถได้แล้ว เดี๋ยวได้นอนดึกกันพอดี” ถอนมือออกไปจากศีรษะแล้วพูดขึ้น

“งั้นปลาลานะคะ สวัสดีค่ะ” 

“ไม่ต้องไหว้พี่” กำลังจะยกมือไหว้อย่างลืมตัวแต่พี่แทรีบคว้ามือฉันไว้ซะก่อน 

“ปลาลืมตัวค่ะ แหะๆ” พอเห็นว่าเขาดูเป็นผู้ใหญ่กว่าเลยเผลอตัวไป ทั้งๆที่อายุห่างกันแค่หนึ่งปีเองแท้ๆ อิปลานะอิปลา 

“ไปได้แล้วครับ” พี่แทเอ่ยไล่อีกหน คุยกันซะเพลินจนลืมเวลาเลย ลงมาจากรถก่อนจะยืนรอให้พี่แทขับออกไป โบกมือลาจนกระทั่งรถลับตาก่อนจะไขกุญแจรั้วเข้ามาในบ้าน 

“มากับใครครับ” 

เฮือก

 

คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้คือคนที่บอกว่าจะไปส่งน้องปรางกลับบ้านเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ

“มาได้ไง” ถามออกไปพลางหันกลับไปมองประตูรั้วด้านหลัง ฉันเองก็พึ่งไขกุญแจเข้ามา ไม่มีร่องรอยของการเปิดหรือการงัดแงะใดๆเลย แล้วนาทีเข้ามาทางไหน หรือเขาจะมีกุญแจ

“ตอบมาก่อนครับ ใครมาส่ง” น้ำเสียงเข้มดังขึ้นเรียกสติ ตอนนี้ช่างเรื่องกุญแจก่อนเหอะ ประเด็นคือฉันโกหกเขาไปว่าให้ไอ้แปนมาส่ง ไม่คิดว่าจะได้กลับมากับพี่แท ขืนเล่าความจริงให้ฟังคงต้องลากยาวตั้งแต่เรื่องที่ฉันจะแอบนั่งแท็กซี่กลับเอง งั้นไม่บอกจะดีซะกว่า

“ก็ไอ้แปนไง” ตีเนียนไปก่อนแล้วกัน 

“พี่แปน? ” คนตรงหน้าเอียงคอถามพลางหรี่ตามอง “พี่แปนไม่ได้มาไม่ใช่หรอครับ” 

“ระ รู้ด้วยหรอ” น้ำเสียงขาดห้วงไปพลางลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่อย่างฝืดคอ

“รู้สิครับ ก็พี่แปนโทรมาหาพี่กราฟ” เชี่ย โป๊ะแตกไหมล่ะมึง ไอ้แปนนะไอ้แปน ทีกูโทรหาเสือกไม่รับสาย เพราะมึงคนเดียวเลย

“คือว่า”

“ไปอาบน้ำครับ แล้วค่อยมาคุยกัน” กำลังจะสรรหาคำมาอธิบาย แต่คนตรงหน้าพูดขัดขึ้นซะก่อน

พอพูดจบก็เดินนำฉันเข้าบ้านไป ก่อนจะหยุดรอที่หน้าประตูเหมือนกำลังรอให้ฉันไปเปิด ตอนนี้ฉันเลิ่กลั่กไปหมด สูดลมหายใจเฮือกใหญ่เพื่อตั้งสติก่อนจะรีบวิ่งมาเปิดประตูบ้านให้เขา

จากที่โกหกเพราะจะแอบนั่งแท็กซี่มาเอง แต่ตอนนี้เหตุการณ์ดันกลับตาละปัตร ฉันไม่ได้มากับไอ้แปน แถมยังไม่ได้นั่งแท็กซี่และมากับผู้ชาย ถึงจะอธิบายยังไงฉันก็หนีความผิดไม่พ้นอยู่ดีเพราะดันไปโกหกเด็กมันตั้งแต่แรก

คนที่โกหกแล้วถูกแฟนตัวเองจับได้คาหนังคาเขามันรู้สึกแบบนี้เองสินะ

ถึงฉันกับพี่แทเราจะเป็นแค่พี่น้องรหัสกัน แต่อย่างน้อยฉันก็ควรบอกให้เขารู้ก่อนอยู่ดี

“คุยกันเลยไม่ได้หรอ ยังไม่อยากอาบ” หลังจากเดินเข้าบ้านมาไม่ถึงสองก้าว ฉันก็หมุนตัวกลับไปแล้วเอ่ยโพล่งขึ้น 

“ไปอาบน้ำครับ” สายตาคมกริบหันมาจ้องเขม็งพลางพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

เออ รู้ว่าทำผิด แต่ไม่ต้องใช้สายตาแบบนั้นขู่กันจะได้ไหมวะ ยังคบไม่ถึงอาทิตย์ก็ขู่เป็นพ่อ

“ไปก็ได้” คอตกหมุนตัวเดินขึ้นมายังชั้นสอง ดูจากใบหน้าและท่าทางของนาทีแล้ว บอกเลยว่าฉันยังไม่อยากต่อล้อต่อเถียงในตอนนี้ สีหน้าเขาพร้อมวอร์มาก ขืนอธิบายอะไรไปก็เหมือนเป็นการแก้ตัวน้ำขุ่นๆอยู่ดี ไว้ให้อารมณ์เย็นลงกว่านี้ฉันค่อยอธิบายแล้วกัน

 

ยี่สิบนาทีต่อมา

ฉันใช้เวลาอาบน้ำไม่ถึงยี่สิบนาทีด้วยซ้ำ พออาบเสร็จก็รีบวิ่งออกมาแต่งตัว จะได้รีบลงไปเคลียร์ให้จบเรื่อง 

ฉันเลือกสวมชุดนอนแขนขายาวให้เหมาะกับสถานการณ์ที่อยู่บ้านกับผู้ชายสองต่อสอง ก่อนจะค่อยๆย่องลงมายังชั้นหนึ่ง ร่างสูงกำลังนั่งหันหลังมาทางนี้ ฉันจึงเดาสีหน้าเขาไม่ออกว่ากำลังอยู่ในอารมณ์ไหน

“พร้อมจะเล่ารึยังครับ” ไม่รู้ว่ามีตาหลังหรือยังไง ขนาดฉันย่องเบาแล้วยังรู้อีก

“...” เดินมานั่งลงที่โซฟาตัวเดียวกันแต่เว้นระยะห่างประมาณหนึ่งช่วงแขน

“ทำไมถึงโกหกครับ” ถามขึ้นต่อราวกับเตรียมคำถามเอาไว้อยู่แล้ว

“ก็กะว่าจะนั่งแท็กซี่กลับ เลยกลัวว่าจะเป็นห่วง” 

“แต่เมื่อกี้ไม่ได้มาแท็กซี่นี่ครับ” พูดสวนขึ้นทันควันพลางหันมาจ้องฉันราวกับฉันเป็นผู้ร้าย

“เมื่อกี้เห็นด้วยหรอ”

แท็กซี่อะไรจะจับหัวกันเล่นแบบนั้นล่ะ” จึก โดนเข้าอีกดอก

“ก็ยังเล่าไม่จบเลย... ทีแรกจะมาแท็กซี่ แต่พี่แทอาสามาส่ง” ฉันอธิบายเสียงเบาราวกับคนกลัวความผิด

“พี่รหัสใช่ไหมครับ” 

“อือ ใช่ๆๆๆ” พยักหน้ารัว แบบนี้ก็แปลว่าเขารู้ว่าพี่แทเป็นใครอยู่แล้วงั้นสิ 

“แค่นี้ทำไมต้องโกหกครับ ผมไม่ว่าหรอกถ้าพี่บอกผมสักนิดว่าจะมากับพี่รหัส” ดวงตาขุ่นจ้องมาด้วยแววตาตำหนิ แต่ท่าทางดูอ่อนลงกว่าเมื่อกี้มาก

“ก็ไม่ได้บอกไง ขอโทษ” ตอบกลับไปเสียงอ้อนพลางเขยิบเข้าไปใกล้อีกนิด มีแววว่าฉันจะถูกหายโกรธเร็วๆนี้แหละ

“น่าตีจังเลยนะครับ” ยิ่งพอคนข้างๆมันพูดจาแบบนี้ฉันยิ่งมั่นใจว่าเขาหายโกรธฉันแล้วชัวร์

“ไม่โกรธแล้วใช่ปะ” ถามออกไปพลางลอบสังเกตท่าทีคนข้างๆ

“โกรธ” 

“อ้าว” ถอยกลับมานั่งคอตก พูดไปขนาดนี้แล้วยังไม่หายโกรธอีก ทำไมการง้อคนๆนึงมันยากจังวะ

“รู้ไหมคนโกหกต้องโดนอะไรครับ” เป็นเขาเองที่เขยิบเข้ามาใกล้ ไหนบอกยังไม่หายโกรธไง

“...” 

“โดนอะไรครับ” ถามขึ้นอีกหน

“โดนโกรธ” หันกลับไปตอบพลางเหลือบตามองกระดุมเสื้อที่เปิดออกสามเม็ดจนเผยให้เห็นแผงอกล่ำ

“เรื่องโกรธมันแน่อยู่แล้วครับ... ไม่ใช่เรื่องนี้” อา ฉันตอบผิดสินะ เมื่อกี้ก็แค่ตอบไปมั่วๆเพราะมัวแต่เหม่ออยู่ จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองตอบอะไรออกไป

“คงโดนตี” แบบนี้รึเปล่า

“ผมเป็นผู้ชายจะตีผู้หญิงได้ไง” พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราวกับเหนื่อยใจกับฉันแล้วเต็มที

“งั้นโดน เอ่อ... โดนไม่โทรหา โดนไม่มาหา หรือว่าโดนเมิน” พอรวบรวมสติกลับมาได้จึงโพล่งออกไป

“แบบนั้นเรียกว่าทำโทษผม ไม่ใช่ทำโทษพี่ ใครมันจะทนได้… ลองทายมาใหม่ครับ” พูดพลางเขยิบตัวเข้ามาใกล้จนแทบจะตัวติดกันอยู่แล้ว เอากล้ามแน่นๆนั่นออกไปไกลๆหน่อยไม่ได้หรือไง

“มะ ไม่รู้... ยอมแล้ว” น้ำเสียงตะกุกตะกักเพราะเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ

“งั้นผมจะเฉลยแล้วนะครับ” ก้มลงมากระซิบเสียงแหบพร่าขณะที่ลูกกระเดือกของคนตรงหน้าขยับขึ้นลง

“อะ อือ” แอบกำมือทั้งสองข้างเข้าหากันแน่นจนตัวเกร็ง เขาจะทำอะไรฉันหรอ อย่าบอกนะว่า...

เลี้ยงข้าวเช้าผมหนึ่งอาทิตย์ครับ” 

“หะ ห๊ะ... นั่นน่ะหรอบทลงโทษ” เมื่อกี้ฉันคิดอะไรอยู่เนี่ย บ้าชะมัด

“ใช่ครับ เพราะพี่จะได้เจอหน้าผมทุกเช้าตลอดทั้งอาทิตย์” 

“นายจะมาหาฉันแต่เช้าทุกวันเลยน่ะหรอ” 

“ได้ไหมครับ หรือจะให้ผมย้ายมาอยู่ที่นี่ด้วยเลย จะได้ไม่ต้องขับรถไปๆมาๆ” 

“ไม่ได้ วาฬไม่อนุญาตหรอก” ฉันโพล่งขึ้นทันควัน

“ใครบอกครับ เมื่อกี้พี่วาฬพึ่งไลน์มาบอกผมว่าจะฝากพี่ไว้กับผมหนึ่งอาทิตย์เพราะต้องไปคุยงานที่ต่างประเทศ” 

“ไม่จริง” 

“จริงครับ แต่พี่วาฬมีข้อแม้” 

“ข้อแม้อะไร” 

“ถ้าจะมาอยู่ที่นี่ด้วยผมต้องนอนห้องพี่วาฬ หรือไม่ก็ห้องฉลามก็ได้” เออ อย่างน้อยก็ยังมีความเป็นห่วงน้องสาวตัวเองอยู่บ้าง แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ

“ฝากไปบอกวาฬด้วยว่าฉันโตแล้ว ไม่จำเป็นต้องฝากฉันไว้กับใคร” พูดออกไปด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

“เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะครับ... แต่คืนนี้ผมคงกลับไม่ไหว ง่วงมากเลย” ยกมือขึ้นยีตาราวกับง่วงซะเต็มประดา ดูก็รู้ว่าเขาคิดเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น 

“จะอยู่ก็อยู่ไป ฉันจะไปนอนแล้ว” รีบลุกขึ้นจากโซฟาทันทีที่พูดจบ ทำท่าจะเดินหนีไปตามที่พูด แต่

หมับ

“อ๊ะ กอดทำไม จะไปนอน” ร่างฉันถูกดึงจนเซ ล้มลงไปนั่งแหมะอยู่บนตักของคนที่ฉันพยายามจะหนีหน้า “นาที ปล่อย! ”

ฟอด

“ปล่อยยังไงไหวอะ ตัวหอมขนาดนี้” เบิกตาโพลงอย่างตกใจเมื่ออยู่ๆนาทีฝังริมฝีปากลงมาที่แก้มฉัน ก่อนจะผละออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่ทันให้ฉันตั้งสติเลยด้วยซ้ำ 

“เดี๋ยวทุบ” ยกมือขึ้นเตรียมทำแบบที่พูดแต่คนมือไวคว้ามันได้ทันซะก่อน

“เขินทีไร เอะอะก็จะตีท่าเดียว ผมเจ็บนะ” คว่ำปากลงพลางจ้องมาที่ฉันตาค้อน ดูก็รู้ว่าเขาแค่ตั้งใจจะกวนประสาทฉัน

“เจ็บแหละดี คนชอบฉวยโอกาส” 

“ถ้าไม่ฉวยโอกาสก็ไม่ได้หอมหรอกจริงไหม” รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์

“นี่! อยากโดนจริงๆใช่ไหม” มองคนตรงหน้าตาเขียวปั๊ด 

“อะๆ ยอมแล้วครับ” มือข้างที่จับแขนฉันผละออกไปพลางยกมือขึ้นอย่างจำยอม แต่อีกข้างนี่สิ มันกอดเอวฉันไว้แน่นเลย “คืนนี้ให้ทีอยู่ด้วยนะ” โน้มหน้าเข้ามาใกล้พลางแนบหน้าผากตัวเองลงบนหน้าผากฉัน 

จะอ่อยกันไปถึงไหนวะ

“เออๆ” ผลักใบหน้าชวนใจเต้นแรงออกไปแล้วพูดขึ้น “เดี๋ยวไปหาเสื้อผ้ามาให้อาบน้ำ จะตามขึ้นไปหรือรออยู่นี่” 

“ไม่อยากอยู่คนเดียว” พูดเสียงเล็กเสียงน้อยประกอบกับหน้าตาที่แกล้งอ้อนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

“โตเป็นควาย” ลุกออกจากจากร่างหนาก่อนจะเดินหนีขึ้นบันไดมาโดยไม่สนใจไอ้เด็กกะล่อนอีก เสียงฝีเท้าดังตามมาติดๆ จึงรีบก้าวให้ไวกว่าเดิมแล้วผลุบเข้ามาในห้องวาฬ 

นับวันฉันจะยิ่งเปลืองตัวกับเด็กคนนี้ขึ้นไปทุกที 

 

“เอาไป” ยื่นเสื้อยืดคอวีแขนสั้นตัวโคร่งกับกางเกงขายาวแบบผูกเชือกที่เอวสีเทาที่หยิบมาจากในตู้ส่งให้คนที่ยืนรออยู่หน้าประตู เขารับมันไปถือก่อนจะจ้องมองมันสักพักแล้วเงยหน้าขึ้นพูด

“พอจะมีกางเกงในตัวใหม่ไหมครับ” 

“ไม่มี ใส่ตัวเดิมไม่ได้รึไง” ตอบกลับไปเสียงห้วน อันที่จริงก็คงมีแหละเพราะวาฬเดินทางบ่อย อาจจะต้องซื้อของพวกนี้เตรียมไว้ แต่ฉันไม่ได้หาดู จะให้ค้นตู้อันเดอร์แวร์พี่ชายตัวเองแล้วหยิบมาให้เขาใส่งั้นหรอ ไม่มีทาง

“ออ งั้นไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมใส่ตัวเดิม... หรือไม่ใส่ดี แค่ตัวนี้ก็พอ” ทำท่าขบคิดแล้วพึมพำออกมา ใส่แค่ตัวนี้? หมายถึงเขาจะใส่แค่กางเกงผ้าไม่หนาไม่บางตัวนี้ แล้วปล่อยให้ไอ้บางสิ่งบางอย่างข้างในมัน... ห้อยต่องแต่งอย่างนั้นหรอ 

อี๋ แค่คิดทำไมต้องเห็นภาพด้วยนะ บ้าจริง

หมับ

“เป็นอะไรครับ ทำไมอยู่ๆถึงหน้าแดง” มือข้างที่ว่างวางแหมะลงมาที่แก้ม พลอยทำให้ฉันที่คิดเรื่องลามกอยู่ในหัวสะดุ้งโหยงจนถอยหลังชนกับลูกบิดประตูดังอ่อก “เป็นอะไรครับ เจ็บมากไหม” ไอ้ตัวต้นเหตุรีบดึงตัวฉันออกมาพลางถามด้วยสีหน้างงงวย 

จินตนาการเรือนร่างเขาไม่พอ ยังจะทำตัวมีพิรุธอีก เป็นอะไรของฉันวะเนี่ย

“เปล่านี่ ไม่มีอะไร นายจะอาบน้ำใช่ไหม งั้นเข้าไปเลย” เปลี่ยนมาดันตัวคนตรงหน้าให้เดินเข้ามาข้างใน สองมือผลักที่แผ่นหลังหนาจนมาหยุดอยู่กลางห้องนอน อีกไม่กี่ก้าวก็ถึงเป้าหมายแล้ว

“จะรีบไปไหนครับ ทำตัวมีพิรุธนะวันนี้” ร่างสูงขืนตัวเองไว้ก่อนจะหันมาจับข้อมือทั้งสองข้างของฉันเพื่อหยุด

“ก็มันดึกแล้วไง รีบอาบจะได้รีบนอน” 

“แล้วทำไมยอมไม่สบตาผมครับ” 

“อะไร” รีบหันหน้ากลับมาแล้วพูดขึ้นเสียงแข็ง

“เป็นอะไรครับ บอกผมมาเดี๋ยวนี้เลยนะ” ย่างกรายเข้ามาหาพลางมองด้วยแววตาคาดคั้น มันจะมีอะไรได้ล่ะ นอกจากเรื่อง 18+ ที่ฉันเผลอคิดเกี่ยวกับเขาเมื่อกี้ ขืนบอกไปได้อายจนมุดท่อตาย

“นี่ จะเข้ามาใกล้ขนาดนั้นทำไม” ยกมือทั้งสองข้างขึ้นดันหน้าอกคนตรงหน้าออกห่าง เพียงแค่พริบตา ตัวเขาก็เข้ามาประชิดตัวฉันเรียบร้อยแล้ว

“เสื้อเนี่ย ต้องโป้ขนาดนั้นเลยหรอครับ” ดวงตาคมหลุบมองไปที่ลาดไหล่ฉัน เสื้อปาดไหล่ที่ฉันใส่ไปเที่ยววันนี้ เผยให้เห็นสายบราโผล่ออกมาเล็กน้อย แต่มันก็ไม่ได้จัดว่าโป้ถ้าเทียบกับเสื้อผ้าตัวอื่นๆที่ฉันมี “กางเกงก็ด้วย มันแนบเนื้อเกินไป” หลุบตามองด้านล่างโดยที่ขายังไม่หยุดไล่ต้อนฉัน

“ก็ไม่ขนาดนั้นซะหน่อย” มือข้างนึงยกขึ้นไปจัดเสื้อให้เข้าที่เข้าทาง โดยที่สายตายังคงระแวดระวังคนตรงหน้าอยู่ 

“หรอครับ” ตอบกลับมานิ่งๆขณะที่เงยหน้าขึ้นสบตา ทำหน้านิ่งขนาดนั้นได้ยังไงกันนะ อย่างน้อยไม่ชอบก็ควรแสดงสีหน้าที่บอกว่าไม่พอใจออกมาสิ จะฝืนตัวเองทำไม ในเมื่อการกระทำมันแจ่มแจ้งออกอย่างนี้

“อ๊ะ” คิดจะถอยหนีอยู่ท่าเดียวจนไม่รู้ว่าข้างหลังตัวเองคือเตียงหลังใหญ่ ทันทีที่ส้นเท้าตอกลงกับขาเตียง ร่างทั้งร่างก็ล้มแหมะหงายหลังลงมา ดีที่มีเตียงนุ่มๆรองรับฉันไว้อีกแรง ไม่งั้นหลังคงได้หักแน่ถ้าตรงนี้มันคือพื้นห้อง

แรงยุบของเตียงทำให้ฉันที่กำลังหลับตาปี๋ลืมตาขึ้นมองโดยอัตโนมัติ เรียวขายาวชันเข่าลงมากับเตียงราวกับกำลังย่างกรายเข้ามาเพื่อกักตัวฉันไว้

ในขณะที่กำลังจะผุดลุก ทั้งร่างของเขาก็เข้ามาคร่อมร่างฉันเอาไว้ได้สำเร็จ ไม่มีทางหนีอีกต่อไป

“จะทำอะไร” โพล่งขึ้นอย่างหวาดกลัว การที่เด็กมันเงียบแบบนี้ยิ่งทำให้ฉันใจคอไม่ดี

“บอกมาสิครับว่าที่หน้าแดงเมื่อกี้ไม่ได้คิดถึงไอ้คนที่มาส่ง” หะ หา 

“จะบ้าหรอ ฉันไม่ได้คิดเรื่องคนอื่นสักหน่อย” 

“แล้วคิดเรื่องใครครับ” 

“... กะ ก็” เปล่งเสียงออกมาตะกุกตะกักเมื่อเห็นแววตาดุๆส่งมา ความไม่พอใจแสดงออกมาผ่านสีหน้าอย่างเด่นชัด ทำไมไม่ตีหน้านิ่งเหมือนก่อนหน้านี้ล่ะ

“ใครกันครับ คนที่พี่คิดถึง” แขนข้างนึงชันลงมาข้างศีรษะ ก่อนที่มืออีกข้างจะยื่นมาเกลี่ยปอยผมออกให้ ถึงแม้คำพูดจะดูเรียบเฉยไร้อารมณ์ แต่ฉันเดาได้ว่าข้างในเขาไม่ได้นิ่งเหมือนที่กำลังแสดงออกอยู่แน่

“...” 

“อย่าบอกนะว่าคบกันไม่กี่วันก็คิดจะนอกใจกันแล้ว” เสียงขู่ฟ่อๆดังขึ้นข้างหู ถ้าฉันไม่รีบพูดความจริงออกไปเรื่องราวมันคงเลยเถิดไปมากกว่านี้

“ฉันคิดเรื่องนายนั่นแหละไอ้คนบ้า” โพล่งออกไปทันควัน ทำไมฉันต้องมาตกม้าตายเพราะเรื่องไร้สาระแบบนี้ด้วยนะ

“เรื่องผม? เรื่องอะไรครับ” ถามออกมาด้วยแววตาสงสัย

“กะ ก็... ก็เรื่องอันเดอร์แวร์ของนายนั่นแหละ” โพล่งออกมาในที่สุด

“...” 

“ฉันแค่คิดว่าถ้านายไม่ใส่มัน ตะ ตรงนั้นมันก็... ก็จะ” พูดออกไปด้วยน้ำเสียงขาดห้วง

“จะอะไรคับ” 

“ทำไมต้องบังคับให้ฉันพูดด้วยเล่า! ” ขมวดคิ้วจนผูกกันเป็นปมก่อนจะจ้องคนตรงหน้ากลับไปด้วยแววตาที่ทั้งหงุดหงิดและทั้งอายในคราวเดียวกัน

“อา ที่แท้ก็เรื่องนี้นี่เอง” แอบเห็นว่าริมฝีปากร้ายนั่นยกขึ้นราวกับกำลังชอบใจอะไรสักอย่าง

พอใจหรือยังล่ะที่ได้เห็นฉันตกอยู่ในสภาพน่าขายหน้าแบบนี้

“งั้นรู้แล้วก็ลุก” สองมือตบลงที่หน้าอกคนตรงหน้าแล้วพยายามดันตัวเขาออก แต่มันไม่เป็นผลเพราะคนตรงหน้าทำท่าเหมือนจะปักหลักอยู่ตรงนี้ไม่ลุกไปไหน

“ไม่ครับ” 

 

[นาที บรรยาย]

ข้อมือทั้งสองข้างของคนตัวเล็กถูกรวบเข้าไว้ด้วยกันด้วยมือเพียงข้างเดียวของผม ก่อนที่ดวงตากลมจะถูกผมจ้องลึกเข้าไปข้างในราวกับตรึงเธอไว้กับที่

“อึดอัด” เธอพยายามจะดันร่างผมออกห่างพลางทำตัวยุกยิกเลี่ยงที่จะไม่สบตา ถ้าให้เดาคงเพราะกลัวว่าผมจะทำอะไรเธอสินะ ถึงมีอาการแบบนี้ “น่ารำคาญ” คำพูดถัดมาถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากบาง

ปากบอกรำคาญแต่ว่าหน้านี่กำลังแข่งกันแดงกับมะเขือเทศสุกอยู่หรือไงแฟนผม

กึก

หมั่นเขี้ยวว่ะ

“อ๊ะ... ทะ ทำอะไร” น้ำเสียงสั่นเทาดังขึ้นหลังจากที่ผมผละใบหน้าออกมา

“ชิมดูครับ ว่ามันหอมเหมือนแก้มไหม” 

“บ้าหรือไง” จากที่ว่าแดงเมื่อกี้ ตอนนี้แดงยิ่งกว่า โดยเฉพาะส่วนที่ผมพึ่งใช้ฟันงับลงไป... ใบหูเล็กๆที่ขึ้นสีแดงระเรื่อนั่น

น่าแกล้ง

“ผมคงบ้าไปแล้วจริงๆ แล้วเมื่อกี้ก็หวงพี่จนหน้ามืดด้วยครับ” ภาพที่ผู้ชายคนอื่นลูบหัวเธอเมื่อกี้มันยังตราตรึงในใจผมอยู่เลย พอเห็นใบหน้าเนียนนี่เปื้อนสีชมพูจางๆ มันเลยอดคิดไม่ได้ว่าเธอจะเป็นแบบนี้กับคนอื่นหรือเปล่า 

“แล้วทำยังไงถึงจะเชื่อ” คนที่อายุมากว่ามองผมด้วยแววตากล้าๆกลัวก่อนที่ฝ่ามือทั้งสองจะค่อยๆแยกออกจากกันแล้ววางลงบนหน้าอกฝั่งซ้ายของผม “ฉันยังไม่เคยบอกความรู้สึกตัวเองกับนายใช่ไหม ถึงได้เป็นแบบนี้” ใจผมกระตุกวูบยามที่คนตรงหน้าพูดแทงใจดำออกมา

รีบเบือนหน้าหันไปมองทางอื่นตามประสาคนที่ถูกจับได้ พี่ปลาคงไม่รู้ว่าผมอยากฟังคำนั้นจากปากเธอมากแค่ไหน อยากให้เธอแสดงท่าทีอะไรกับผมบ้าง อย่างน้อยก็แสดงออกมาว่าชอบผมก็ยังดี แต่นี่กลับไม่มีสัญญาณแจ้งเตือนอะไรเลย หึงก็ไม่หึง มีแต่ผมที่หวงเธอเป็นวักเป็นเวน

“นาที” ชื่อถูกเอ่ยขึ้นจากคนใต้ร่าง แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังไม่อยากให้เธอเห็นสีหน้าผมในตอนนี้ “น้อยใจอยู่หรอ... ก็กำลังจะบอกอยู่แล้วนี่ไง” ข้อมือที่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระยกขึ้นมาโอบรอบคอผม ก่อนที่ประโยคถัดมาจะถูกเอ่ยขึ้น “พี่ปลาชอบนาทีคนเดียวนะ” 

แค่คำพูดเพียงไม่กี่คำเรียกให้ผมหันกลับมาเผชิญหน้าเธออีกครั้ง อาการใจเต้นโครมครามมันเป็นแบบนี้เองหรอวะ 

“ขออีกรอบได้ไหม” จะว่าผมโลภมากก็ได้ แต่ผมอยากฟังมันอีกที

“ได้สิ” ใบหน้าผมชาวาบราวกับต้องมนต์เมื่อรอยยิ้มสวยผุดขึ้นบนใบหน้าหวาน เธอกำลังส่งยิ้มมาให้ผม ราวกับว่ารอยยิ้มนี้ผมมีสิทธิมองมันแค่คนเดียว

“...” 

“พี่ปลา ชอบนาที คนเดียว ชัดหรือยัง” ริมฝีปากอิ่มขยับขึ้นพูดอีกครั้ง คราวนี้มันทั้งช้าและชัดถูกใจผมจริงๆ

“น่ารักไม่ไหว” เหยียดยิ้มมุมปากด้วยความดีใจอย่างปิดไม่มิด ทำท่าจะพุ่งเข้าไปสัมผัสริมฝีปากเล็กนั่นแต่คนตรงหน้าไวกว่า เธอเบิกตากว้างก่อนจะใช้มือบังริมฝีปากเอาไว้จนมิด

“ไอ่ไอ้อำ (ไม่ให้ทำ)” เสียงอู้อี้ดังเล็ดรอดออกมา แต่ผมยังพอเดาออกว่าเธอกำลังสื่อถึงอะไร ไม่ให้ทำ = ไม่ให้จูบ งี้ปะ 

“ไม่ได้จะจูบครับ แค่จะจุ๊บ” เคลื่อนมือไปจับที่ข้อมือเล็กเป็นเชิงสั่งให้เธอเอามันออก 

“อั้นไอ้เอื้อ (ฉันไม่เชื่อ)” แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ยอมทำตามที่ผมขออยู่ดี 

“สัญญาเลยอะว่าจะจุ๊บเฉยๆ” ชูมือนิ้วก้อยขึ้นเป็นเชิงให้คำมั่น

“อิงอ๊ะ (จริงนะ)” แววตาลังเลถูกส่งมา 

“จริงครับ ถ้าผิดสัญญาจะลงโทษผมยังไงก็ได้” ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“... อือ” ชั่งใจอยู่พักนึงก่อนที่คนตรงหน้าจะยอมเอามือออก

คราวนี้แหละ

“เดี๋ยว” น้ำเสียงเล็กเอ่ยขึ้นขัดจังหวะ ผมหยุดการเคลื่อนไหวไว้แค่นั้นก่อนจะมองเธอด้วยสายตาประมาณว่า ‘เดี๋ยวอะไรอีกครับ กำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มอยู่แล้ว’

“...” คนตรงหน้าเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่ยอมปริปาก “งั้นไม่ต้องพูดแล้วครับ” ในเมื่อไม่มีอะไรจะพูดผมก็ไม่ชักช้าให้เสียเวลา วางมือลงไปยังกรอบหน้า เชิดคางรั้นขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหลับตาแล้วแนบริมฝีปากลงไป นิ่งค้างไว้เพียงชั่วครู่ก่อนที่จะถูกความโลภเข้าครอบงำ

เมื่อกี้ผมสัญญาว่าไงนะ ผมลืมไปแล้ว

นิ้วโป้งที่อยู่บริเวณคางมนค่อยๆคลี่ริมฝีปากล่างของคนใต้ร่างออก ร่างกายคนตัวเล็กกระตุกเกร็งเพราะเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ ก่อนที่จะถูกฟาดด้วยฝ่ามือหรือของที่อยู่ใกล้ตัว ผมจึงต้องรีบล็อคมือเธอให้อยู่กับที่ จงใจแทรกเรียวลิ้นของตัวเองลงไปเพื่อกวาดต้อนเอาความหวานออกมาให้ได้มากที่สุด สัมผัสอุ่นนิ่มที่ไม่ว่าจะครั้งไหนๆก็ดูแปลกใหม่ไปซะทุกครั้ง มันคือรสชาติที่ผมไม่เคยเบื่อและปรารถนาที่จะชิมมันอยู่ตลอดเวลา 

มือเล็กสะบัดออกแล้วตะปบลงที่สาบเสื้อด้านหน้าที่ปลดจะดุมลงมาจนเกือบครึ่ง จึงทำให้เล็บของเธอครูดลงมาบริเวณผิวเนื้อส่วนหน้าอก ยิ่งทำให้ผมไม่อยากหยุดทุกอย่างลงแค่นี้ จะว่าผมหมาไม่รักษาสัญญาก็ได้ 

พอมาถึงจุดนี้ใครมันก็ห้ามตัวเองไม่อยู่ปะวะ ยิ่งคนใต้ร่างดูไม่ประสีประสาแบบนี้แล้วด้วย มันยิ่งเพิ่มความตื่นเต้นให้ผมอีกเป็นเท่าตัว

เอาเป็นว่าผมจะพยายามไม่ให้ตัวเองรีบพาเธอไปถึงจุดนั้นแล้วกัน

ครืด ครืด ครืด

แรงสั่นสะเทือนจากกระเป๋ากางเกงสั่นขึ้นไม่หยุด ใครมันโทรมาขัดจังหวะวะ

จำใจผละออกมาจากริมฝีปากเล็กอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆคนตัวเล็กแล้วล้วงมือถือขึ้นมากดรับ

 “อะไรของมึงวะไอ้นาย” กรอกเสียงลงไปในสายหลังจากที่เห็นว่าเป็นชื่อใคร

[เกิดเรื่องแล้ว มึงมา H-Bar ด่วน]

“มีไร ถ้าเรื่องไม่สำคัญจริงกูจะรีบไปเตะก้นมึง” บ่นขึ้นอย่างหัวเสีย

[แล้วมึงทำเหี้ยไรอยู่] 

“มึงไม่ต้องถาม ไม่ใช่ธุระอะไรของมึง มีไรว่ามา” ตอบกลับไปพลางยื่นมือไปจับมือคนตัวเล็กที่ยกขึ้นมาปิดหน้าตัวเอง คงกำลังเขินหนักเอาการที่อยู่ๆผมผิดสัญญาที่ว่าจะไม่จูบ

[ไอ้ปอนด์เด็กแว่นโรงเรียนเก่ามึงแม่งกำลังจะโดนยำตีนอยู่ละ] 

“เกิดไรขึ้น” คิ้วผมขมวดเข้าหากันทันทีที่ได้ยินว่าเป็นชื่อใคร คนชื่อปอนด์ที่ผมรู้จักมีอยู่แค่คนเดียว ก็เด็กแว่นที่ผมใช้ให้ไปถามพี่ปลาว่าสบายดีไหมนั่นแหละ คนนั้นเลย

[เห็นว่ามันซุ่มซ่ามไปเหยียบตีนขาใหญ่เข้าเลยมีเรื่อง มึงรีบมาก่อนค่อยถาม กูมาคนเดียว พวกมันมากันเยอะ เข้าไปช่วยมันไม่ได้]

“เออๆ รอกูยี่สิบนาที” พูดจบก็กดตัดสาย ก่อนจะหันไปเจอคนที่คิ้วขมวดกันมุ่นไม่ต่างจากผม

“มีอะไรรึเปล่า” เสียงเล็กเอ่ยขึ้น

“ไม่มีอะไรครับ พี่อาบน้ำนอนเถอะ ผมจะออกไปหาไอ้นาย” 

“ดึกแล้ว ยังต้องออกไปอีกหรอ มีเรื่องอะไรทำไมไม่จัดการพรุ่งนี้” คนที่นอนอยู่ลุกขึ้นมานั่งด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล

“จะออกไปรับไอ้นายครับ มันเมา” ตัดสินใจโกหกออกไปเพราะไม่อยากให้คนตัวเล็กคิดมาก

“งั้นรอนี่” พูดจบก็ก้าวลงจากเตียงก่อนจะหายออกไปจากห้องแล้วกลับเข้ามาพร้อมกับของบางอย่าง “เอารถนี่ไป” แบมือมาตรงหน้าพร้อมกับพวงกุญแจในมือ

“ถึงห้องแล้วจะไลน์บอกนะครับ” ลุกขึ้นจากเตียงเพื่อรับกุญแจมา ก่อนจะสอดมือไปใต้แผ่นหลังบาง ดึงเธอเข้าหาตัวแล้วแนบริมฝีปากลงไปบนหน้าผากมน “เสียดายจัง เมื่อกี้ยังไม่จบเลย” 

เพี๊ยะ

หลังจากที่โดนฝ่ามือเล็กฟาดลงมาผมจึงรู้ว่าเธอโอเคแล้ว และไม่ได้งอนด้วย ไม่อยากให้เธอคิดว่าผมทิ้งเธอไว้คนเดียวแล้วออกไปหาเพื่อน

“ทะลึ่ง” แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นก็ยังกอดตอบผมอยู่ดี

“อยากต่อไหมครับ ยังพอมีเวลา” 

“ไอ้คนบ้า” หมัดเล็กทุบลงมาที่กลางหลังผมอีกครั้งจนเสียงดังปึก ไม่เป็นไร เจ็บ แต่ว่าคุ้ม

ฝืนใจผละตัวออกห่างจากคนตัวหอมก่อนจะเคลื่อนมือมาประคองใบหน้าเล็กอีกครั้ง อันที่จริงก็รีบ แต่อยากได้กำลังใจก่อน

โน้มหน้าลงไปประทับรอยเดิมอีกครั้งจนริมฝีปากที่ขบเม้มกันมีเสียงเร็ดรอดออกมา โดยคนที่รุกหนักจนแทบไม่ปล่อยให้เวลาเสียไปแม้แต่วินาทีเดียวคือผม หลังจากที่จูบจนหนำใจแล้วจึงปล่อยให้คนตัวเล็กได้หอบหายใจเพียงชั่วครู่ก่อนที่จะก้มลงไปฉกฉวยสิ่งนุ่มนิ่มที่เริ่มเจ่อบวมนั่นอีกครั้ง ทีแรกคิดว่าจะพอแค่นี้ แต่เอาเข้าจริงแล้วดันไม่พอ

หวานแบบนี้ให้จูบถึงเช้าก็ยังได้ ไม่น่ามีเรื่องเลยแม่ง

กึก

เสียงฟันที่กระทบกันทำให้คนตัวเล็กปรือตาขึ้นมองพร้อมๆกับผม

“รีบไป” เสียงแหบเอ่ยขึ้นพร้อมกับแววตาที่ฉ่ำปรือ

แม่งเอ๊ย

 

02.30 น.

@ H-Bar

“ไหวไหม” เอ่ยถามคนที่นั่งหอบอยู่บนพื้นข้างกันหลังจากที่เหตุการณ์ชุลมุนเกือบสามสิบนาทีจบลง

“ขอบใจ ถ้าไม่มีพวกนายคงตายไปแล้ว” ขยับกรอบแว่นที่แตกร้าวทั้งสองข้างให้เข้าที่แล้วเอ่ยพูดขึ้น

“ขอบใจไอ้นายนู่น มันเป็นคนโทรตาม” ผมพูดพลางหันหน้าไปมองไอ้นายที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ มันพยักหน้าแล้วเหยียดยิ้มให้ด้วยริมฝีปากที่แตกและโหนกแก้มช้ำๆของมัน แถมแขนมันยังโดนขวดแก้วบาดเพราะรับขวดแทนไอ้คนที่นั่งข้างผมนี่อีก

“ให้เราเรียกรถไปส่งพวกนายที่โรงพยาบาลไหม” 

“ไม่ต้อง เดี๋ยวทำแผลกันเอง รีบกลับเหอะ คราวหน้าอย่ามาทำงานที่แบบนี้อีก” ผมกล่าวเตือน ปกติปอนด์เพื่อนที่โรงเรียนเก่าผมคนนี้มันก็เป็นคนซื่อๆไม่ทันคนอยู่แล้ว เรื่องหมัดเรื่องมวยคงไม่ต้องถามว่าเป็นไหม ชัวร์ว่าไม่เป็น แต่ดันมาทำงานในที่แบบนี้ เกิดทำอะไรขัดหูขัดตาใครเข้าก็เอาตัวไม่รอดอยู่ดี

“ขอบใจมาก วันไหนมีอะไรให้เราช่วย นายบอกได้เลยนะ” 

“อืม” ผมพยักหน้าพลางโบกมือไล่มัน หลังจากนั้นก็ลุกเดินไปหาไอ้นาย มันเองก็อ่วมไม่แพ้ไอ้ปอนด์เลย

“ถ้าไม่เห็นว่ามึงกับมันรู้จักกัน จ้างให้กูก็ไม่เข้าไปเสือก” พ่นควันออกมาจากริมฝีปากพลางพูดขึ้นด้วยใบหน้าตาย

“เออ มันเคยช่วยกูอยู่สองสามครั้ง ถือว่าครั้งนี้ตอบแทนมันหน่อยแล้วกัน” ตบมือลงไปบนไหล่ไอ้นาย โดยลืมไปว่าไหล่มันก็มีแผลเหมือนกัน

“เบาหน่อยไอ้เหี้ย” มันนิ่วหน้าก่อนจะปาบุหรี่ลงพื้นแล้วเหยียบซ้ำ

“โทษ แล้วนี่ยังไง จะไปทำแผลที่ห้องกูก่อนไหม” กวาดตามองแผลตามร่างกายของมันที่ถือว่าหนักเอาการ

“อย่างกับมึงทำเป็น” มันมองผมด้วยหางตา

“...” ผมไม่ตอบแต่ยักไหล่ ก็ทำไม่เป็นจริงๆนั่นแหละ

“งั้นมึงก็เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ หนักกว่ากูกับไอ้แว่นอีก” มันพูดพลางจิ้มมือลงมาที่มุมปากผม 

 “ไอ้เหี้ย เจ็บ” ที่ผมลืมบอกไปคือผมเจ็บหนักกว่าไอ้สองตัวนี้อีก ปากก็แตก หัวก็แตก แต่ไม่ถึงกับต้องเย็บ เจ็บแค่นี้ไกลหัวใจ คนอย่างไอ้ทีไม่ใช่คนใจเสาะ 

คนเก่งเขาไม่พูดเยอะ

[จบบทบรรยาย นาที]

 

100%

Talk2 : จ้าาาา พ่อคนเก่ง สุดยอดเก่ง เลยได้มาหลายหมัด 5555 

Talk1 : โอ๊ยยย ไม่ไหว ใครไหวไปก่อนเลย ตอนนี้หวานมาก555555555 และจะแจกความหวานให้อีกเรื่อยๆ ใครอยากอ่านแล้ว เจิมรอก๊าบบบบบบบบ ให้ไวเล๊ยยยย

“มากับใครครับ”

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 179 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

205 ความคิดเห็น

  1. #144 Toey21Bawornrat (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 20:37
    เก่งจ้าเก่งงง
    #144
    0
  2. #143 firstzy93 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 15:27
    พี่ปลารู้งอนแน่ๆ
    #143
    0
  3. #142 Toey21Bawornrat (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 06:44
    แบไม่ไหววแล้ววว จะตายยยย
    #142
    0
  4. #141 firstzy93 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 00:45
    เขินนน
    #141
    0
  5. #139 firstzy93 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 22:56
    ดีนะน้องไม่งี่เง่า
    #139
    0
  6. #138 yeenyyn (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 23:33
    เจิมมมมม
    #138
    0
  7. #137 Toey21Bawornrat (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 22:57
    เจิมมมมมมมมมมม
    #137
    0
  8. #136 firstzy93 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 22:47
    ซวยละ น้องมา
    #136
    0