ผ ม เ ป็ น ข อ ง พี่ ค น เ ดี ย ว - Trapped in love

ตอนที่ 30 : 24 - คนติดแฟน 3/3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,309
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 119 ครั้ง
    6 ต.ค. 63

 

 

@ ตึกบริหาร ห้อง 3524

“อิพีทมันหายไปไหนวะ” 

“เพื่อนหายไปเป็นชั่วโมงแล้วมึงพึ่งถาม? ” ไอ้เป้งหันไปตอบอิกุน ตอนนี้กลุ่มพวกเราเหลือกันอยู่แค่สามคน เพราะอิพีทมันโดดจ้าาา เห็นว่าเมื่อคืนดูซีรีส์จนเกือบเช้า เรียนไม่ไหวเลยหนีไปนอนห้องสมุด ฉันเลยถือโอกาสฝากฉลามไว้กับมันซะเลย อันที่จริงต้องเรียกว่าฝากมันไว้กับน้องฉันมากกว่า สะลึมสะลือแบบนั้นฉลามคงได้ไปเฝ้ามันหลับอีกนั่นแหละ

“เออ ตกลงมันไปไหน” คนที่มาถึงห้องเรียนคนสุดท้ายของกลุ่มเอ่ยถาม

“อยู่กับฉลามที่ห้องสมุด” 

“ฉลาม? น้องมึง? ” 

“เออ วันนี้ฉลามมาด้วย ไม่มีใครนั่งเป็นเพื่อนกูเลยส่งอิพีทไปให้” 

“อีปลา มึงไว้ใจให้น้องมึงอยู่กับตัวแม่อย่างอิพีทได้ไง ไม่ได้! ” มันโพล่งขึ้นราวกับเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย

“ไม่เห็นเป็นไรเลย” ฉันตอบอย่างมั่นใจ ถึงแม้อิพีทมันจะมีแรงดึงดูดต่อเพศตรงข้ามมากแค่ไหน เด็กอย่างฉลามก็คงไม่โดนมันตกหรอก สเป็คของน้องชายฉันคือเด็กกว่า ขาวกว่าและตัวเล็ก ฉันเคยแอบเห็นรูปดาราในโทรศัพท์ฉลามตั้งหลายครั้ง ส่วนใหญ่ก็เป็น Type นั้นหมด

“มึงก็รู้ว่าผู้ชายคนไหนได้คุยกับมันก็หลงมันหมด” อิกุนพูดต่อ อันนี้เรื่องจริง เพราะไม่ว่าผู้ชายคนไหนที่เข้ามาจีบมันก็พากันหลงสเน่ห์ไปซะหมด แต่ถึงอย่างนั้นมันไม่ก็เคยคบใครเป็นแฟนตั้งแต่เรียนจบม.ปลาย ได้แต่หยอดคนนั้นทีคนโน้นทีตามประสาคนชอบอ่อยแต่ไม่คบ

“มึงก็เว่อร์” ฉันขำพลางส่ายหัว

“เออ งั้นมึงคอยดูแล้วกัน” อิกุนมีรอยยิ้มมุมปากพลางยักคิ้วส่งมาเป็นเชิงว่า ไม่เชื่อก็คอยดู อะไรทำนองนั้น 

ฉันหันมาสบตาไอ้เป้งที่นั่งมองพวกเราสองคนคุยกันก่อนจะกลับมาสนใจอาจารย์ที่กำลังสอนอยู่หน้าห้อง มัวแต่โม้จนจะเรียนไม่ทันเพื่อนอยู่แล้ว

ครืด

แรงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะเรียกให้ฉันหันไปมอง ใครส่งอะไรมาอีกวะ

 [Nathee_Rujiwanpaisarn] ได้ส่งคำขอติดตามคุณ

การแจ้งเตือนถูกส่งเข้ามาจากชื่ออินสตาแกรมที่แสนคุ้นตา... นาทีหรอ เมื่อกี้ก็ส่งไลน์มารอบนึง ฉันกดอ่านแต่ยังไม่ได้ตอบกลับไปเลย

ฉันไม่ลังเลที่จะกดรับในทันที ไม่มีอะไรที่ฉันจะต้องซ่อนเขาอีกแล้ว สองปีก่อนที่ฉันตัดสินใจบล็อกเขาเป็นเพราะฉันเองที่ไม่อยากเห็นความเคลื่อนไหวของคนที่ขึ้นชื่อว่าแฟนเก่าที่เลิกกันไปแล้ว เมื่อก่อนไอจีของนาทีไม่ได้มีอะไรที่บ่งบอกว่าเขาคือเด็กม.5 เลย แต่ละภาพออกจะดูโตเกินตัวด้วยซ้ำ ต่างจากฉันที่แสดงข้อมูลส่วนตัวของตัวเองแทบทุกอย่าง แค่ชุดที่ใส่ถ่ายก็รู้แล้วว่าฉันคือเด็กมหาลัย 

กดเข้าไปดูหน้าโปรไฟล์ของคนที่พึ่งกดติดตามกลับ เขาพึ่งเปิดไอจีนี้ขึ้นมาใหม่สินะ เพราะอันเก่าฉันยังไม่ได้ปลดบล็อกเขาเลย

Nathee_Rujiwanpaisarn

0 โพสต์   1 ผู้ติดตาม   1 กำลังติดตาม 

ในแอคเคาท์ใหม่เขายังไม่ได้อัปเดตอะไร น่าจะยังเปิดมาไม่นาน ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ฉันควรปลดบล็อกไอจีเก่าเขาได้แล้วสินะ

หลังจากปลดบล็อกเสร็จเรียบร้อย ก็กะว่าเข้าไปเช็คอะไรนิดหน่อย แต่ติดตรงที่เขาตั้งไอจีเป็นไพรเวท ให้เข้าถึงเฉพาะผู้ติดตาม ถ้าจะให้กดติดตามก็กระไรอยู่ งั้นไม่ดูก็ได้

เก็บโทรศัพท์ลงที่เดิมจนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาจนหมดคาบ ไอ้เป้งเดินมาส่งฉันที่ห้องสมุด ส่วนอิกุนกลับบ้านไปแล้ว หลังจากเซ็นต์ชื่อเสร็จก็กวาดตามองหาฉลามกับอิพีท ไม่รู้ไปอยู่มุมไหนของห้องสมุด ถ้าให้เดาคงไปนั่งอยู่มุมลับตาคนที่ไหนสักที่เพราะมันเอื้อแก่การนอน

“ฉลาม” เอ่ยเรียกชื่อคนที่สวมเสื้อไหมพรมสีเหลืองไม่เหมือนใครที่กำลังนั่งหันหลังมาทางนี้ สองคนนี้นั่งอยู่ด้วยกันที่โต๊ะตัวสุดท้ายของโซนอ่านหนังสือเหมือนที่ฉันคิดจริงๆ

“ชู่วว” คนที่ถูกเรียกหันมาตามเสียงก่อนจะแนบนิ้วชี้ลงที่ริมฝีปาก เป็นสัญญาณบอกให้ฉันเงียบเสียงลง พอเดินเข้าไปดูใกล้ๆก็เห็นว่ามีคนกำลังหลับ แถมยังหันหน้ามาทางนี้อีกต่างหาก 

อิพีทไงจะใครล่ะ

“มันยังไม่ตื่นอีกหรอ เป้ง มึงปลุกมันดิ๊” หันไปบอกไอ้เป้ง

“อย่าพึ่งครับ พี่พีทพึ่งนอนไปเอง” ฉลามโพล่งขึ้น

“พึ่งนอนก็ปลุกได้ ใครบอกให้เมื่อคืนมันดูซีรีส์จนดึก” กำลังจะยื่นมือไปเขย่าแขนเพื่อนตัวเองแต่

หมับ

“อย่าพึ่งดีกว่าครับ” มือหนาพุ่งมาจับที่ข้อแขนฉันไว้ซะก่อน ฉลามนั่นเอง เป็นไรของมันวะ

“เออๆ ไม่ปลุกก็ไม่ปลุก” ผละแขนออกมาก่อนจะหรี่ตาจ้องหน้าน้องชายตัวเองเพื่อจับพิรุธ หรือฉลามมันจะโดนความสวยของอิพีทตกเหมือนที่อิกุนว่าไว้จริงๆ “จะกลับกันได้ยัง” รีบโพล่งถามออกไปเพราะเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ หรือฉันคิดมากไปก็ไม่รู้ 

“แล้วพี่พีทล่ะครับ จะกลับยังไง” นั่น ยังมีหน้ามาห่วงคนอื่นอีก

“ปล่อยมันไว้กับไอ้เป้งนี่แหละ” 

“อ้าว ทิ้งให้กูเฉย” ไอ้เป้งทำหน้าเหวอ

“มึงจะปลุกหรือไม่ปลุกมันก็ตามใจมึง กูพาน้องกูกลับล่ะ” เดินไปคว้าแขนฉลามให้ลุกขึ้นยืน ก่อนจะลากน้องชายตัวเองออกมาจากห้องสมุดด้วยกัน

“ปลาน้อยจะรีบไปไหน” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นด้านหลังพลางหยุดเดินไปซะดื้อๆ 

“ก็เลิกเรียนแล้ว จะอยู่ต่อทำไม” เอียงคอถามคนตรงหน้าพลางปล่อยมือออกจากท่อนแขน

“ก็แทนที่จะนั่งเป็นเพื่อนเขาก่อน ปลาน้อยทำไมใจดำจัง” เอ้า สรุปคือฉันผิดที่ไม่นั่งเฝ้าอีพีท? เอาละไง หางตาฉันเริ่มกระตุกแล้วนะ

“ฉลาม ชอบอิพีทหรอ” โพล่งถามออกไปพลางหรี่ตามอง ไม่อ้อมค้อมอะไรให้เสียเวลาทั้งนั้น

“เปล่า” นิ่งไปสักพักก่อนจะตอบออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“แน่นะ” 

“แน่สิ ทำไมถึงคิดว่าเค้าชอบพี่พีท” คนตรงหน้าถาม

“ก็มันสวย ใครเห็นใครก็ชอบ” 

“เลยคิดว่าผมจะชอบด้วย? ” เอียงคอถามด้วยสายตากดดัน

“อือ ก็ไม่รู้ เดาเอา” ฉันเฉไฉพลางมองไปทางอื่น เดี๋ยวจะหาว่าฉันจับผิดน้องชายตัวเองอีก

“แล้วถ้าเค้าชอบล่ะ ปลาน้อยจะห้ามไหม” นั่นไง

“ห้าม เพราะยังไม่บรรลุนิติภาวะ รอเข้ามหาลัยแล้วค่อยคิดเรื่องนั้น” หันกลับมาพูดด้วยแววตาจริงจัง ฉลามยัง ม.6อยู่เลย ฉันยังไม่อยากให้น้องฉันเดินตามรอยคนบางคนที่แก่แดดแก่ลมตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 18 “ขำอะไร” พอหันกลับไปดูอีกทีก็เห็นฉลามอมยิ้มปนขำมองอยู่

“ก็ขำคนแก่ไง เริ่มหัวโบราณตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย เค้ายังไม่ได้บอกเลยว่าเค้าจะมีแฟน” 

“นี่ ว่าใครแก่ห๊ะ” ยกมือขึ้นทำท่าจะทุบคนที่ตัวสูงกว่า

“ก็ใครล่ะ” แลบลิ้นใส่ฉันแถมยังเตรียมจะวิ่งหนีฉันอีกต่างหาก แบบนี้ปล่อยไว้ไม่ได้ ชักจะเหิมเกริมเกินไปแล้ว

“เฮ้ย อย่าตีเค้านะ... พี่เขยช่วยผมด้วย” อะไรนะ พี่เขยหรอ พอหันไปตามสายตาที่ฉลามมองก็เห็นว่านาทีกำลังเดินตรงมาทางนี้ ไอ้เด็กบ้า กล้าเรียกแฟนที่พึ่งคบกันได้ไม่กี่วันของฉันว่าพี่เขยได้ยังไง

“ฉลาม เดี๋ยวจะโดน” หันกลับมามองเด็กกวนตาเขียวปั๊ด คราวนี้ไม่มีพี่มีน้องแล้ว จะตีให้เจ็บเลยคอยดู

“เล่นอะไรกันอยู่ครับ” ร่างสูงเดินยิ้มมาแต่ไกลก่อนจะหยุดลงตรงหน้าฉัน ส่วนฉลาม วิ่งเข้าไปหลบอยู่ข้างหลังนาทีเป็นที่เรียบร้อย

“จับไอ้เด็กดื้อข้างหลังนายให้หน่อย” ออกคำสั่งกับคนที่ยืนขวางทางอยู่ ถ้าเขาไม่โผล่มาพอดี มือฉันคงได้ฟาดฉลามเข้าจังๆแล้ว

“อย่านะพี่เขย ปกป้องกันก่อน” ดูมัน ยังไม่หยุดเรียกนาทีแบบนั้นอีก ฉันก็เขินเป็นนะโว้ย

“ว้า งั้นผมคงช่วยพี่ไม่ได้แล้วล่ะพี่ปลา เพราะผมต้องช่วยน้องเขยผมก่อน” ตอบกลับมาด้วยแววตาติดตลก นี่ฉันเสียพรรคพวกไปให้เขาอีกคนนึงแล้วหรอเนี่ย ฉลามนะฉลาม ฝากเอาไว้ก่อนเหอะ

“ไม่เล่นแล้ว จะกลับบ้าน” มองคนตรงหน้าตาค้อนก่อนจะเบือนหน้าหนีไปอีกทาง

“เดี๋ยวผมไปส่ง เลิกเรียนพอดี” พูดขึ้นพลางแย่งกระเป๋าฉันไปถือ

“ถามคนนั้นสิ จะกลับเลยไหม” ฉันบุ้ยปากไปยังคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง ยังไม่วายยิ้มล้อเลียนฉันอีก

“ไปก่อนเลย เดี๋ยวตามไปที่โรงรถ” พูดด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลนก่อนจะวิ่งกลับเข้าห้องสมุดไปอีกครั้ง อะไรของน้องฉันวะ ทำท่าทางแปลกๆทั้งวัน

“ไปกันเลยไหมครับ” มือหนาคว้ามือฉันไปจับแล้วเอ่ยขึ้น

“ไปสิ รอไรล่ะ” ตอบกลับไปเสียงขุ่นเพราะยังงอนเรื่องที่เขาช่วยฉลามอยู่ แต่ก็ยอมให้เด็กมันจูงมือแล้วเดินตามมาอย่างว่าง่าย ก่อนจะพบเข้ากับคนที่ฉันไม่อยากเจอที่สุดในตอนนี้

“อ้าว สองคน มาด้วยกันได้ไง” ไอ้กราฟที่กำลังจะเดินสวนกันไปเอ่ยทักขึ้น แค่ทักไม่เท่าไหร่ ตามันยังหลุบมองมือฉันที่กุมกับมือของนาทีอยู่ เห็นดังนั้นฉันจึงดึงมือตัวเองออกทันที ไม่ใช่ว่ากลัวคนรู้หรืออะไรหรอกนะ แต่กลัวไอ้กราฟมันแซวเพราะตอนที่เราสามคนเจอกันครั้งแรก ฉันยังแกล้งทำเป็นไม่รู้จักนาทีอยู่เลย

“หวัดดีครับพี่กราฟ” นาทีเอ่ยทักทายไอ้กราฟ ทำตัวธรรมดาปกติอย่างไม่รู้สึกรู้สา

“ว่าไงครับ พี่มากับน้องเทคผมได้ไง” แต่แทนที่ไอ้กราฟมันจะให้ความสนใจคนตรงหน้า สายตามันกลับเพ่งมองมาที่ฉันแทน

“กูกำลังจะกลับบ้าน น้องเทคมึงอาสาไปส่ง มีไรไหม” เชิดหน้าขึ้นตอบราวกับพกความมั่นใจมาเต็มร้อย ที่ไหนได้ กลัวมันรู้ฉิบหาย

“ทำไมต้องไปส่ง แล้วเมื่อกี้อะไร เห็นนะว่าจับมือกันอะ” มันหรี่ตามองฉันสลับกับนาทีอย่างจับผิด

“พี่จะบอกพี่กราฟหรือจะให้ผมบอกเองครับ” คนข้างกายหันมาถาม สรุปคือฉันต้องยอมให้มันรู้ใช่ไหม เดี๋ยวมันก็ล้อฉันอีก ร้อยวันพันปีมันไม่เคยเห็นฉันมีแฟน แล้วแฟนที่ว่าก็ดันเป็นสายเทคเดียวกับมันอีก

“กูคบกับน้องมึง จบไหม” เออ คนจริง ตอบเองก็ได้วะ

“ว๊อท? จริงดิ” มันทำหน้าราวกับไม่เชื่อ

“เออ” 

“ไปรักกันตอนไหนวะ” มันทำหน้าครุ่นคิดราวกับพยายามนึกอยู่ 

“ผมรู้จักกับพี่ปลามาหลายปีแล้วครับ ขอโทษที่ก่อนหน้านั้นผมไม่ได้บอกพี่” นาทีเฉลยความจริงออกไป ดี ฉันจะได้ไม่ต้องอธิบายให้มันมากความ ไอ้กราฟยิ่งเป็นคนพูดเข้าใจยากอยู่

“เข้ เรื่องนี้ต้องขยาย กูโทรหาไอ้แปนแป๊บ พี่พวกกูขายออกทั้งที” ไอ้กราฟทำท่าจะล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง

“มึงพอเลย” ฉันทำท่าเข้าไปแย่งโทรศัพท์ในมือมันมาแต่มันเบี่ยงตัวหลบแล้วเอาไปซ่อนไว้ด้านหลัง

“จะบอกเองหรือให้ผมบอก” มันถามขึ้น

“ไม่บงไม่บอกอะไรทั้งนั้นแหละ” เชื่อสิว่าถ้าไอ้กราฟรู้ ไอ้แปนรู้ ไม่เกินสามวันทั้งคณะก็คงจะรู้เรื่องที่ฉันคบกับนาที ฉันไม่ได้อยากเก็บเป็นความลับหรอกนะ แค่ไม่อยากถูกสายตาใครต่อใครจ้องมอง คนนั้นคบกับคนนี้หรอ ดูไม่เหมาะกันเลยเนอะ ผู้ชายออกจะหล่อ แต่ดูผู้หญิงคนนั้นสิ คำพูดพวกนี้ฉันได้ยินมานักต่อนัก

“งั้นเอางี้ ค่าปิดปาก คืนนี้เจอกันหน้ามอ” มันต่อรอง นี่กะจะให้ฉันเลี้ยงเหล้าอย่างนั้นสิ 

“เรื่องไรกูต้องเลี้ยง กูไม่ได้กลัวใครรู้อยู่แล้ว” กอดอกมองหน้ามันอย่างโนสนโนแคร์

“โห่ ตั้งแต่เปิดเทอมมาพี่ยังไม่เลี้ยงพวกผมเลยนะ” มันบ่นด้วยใบหน้าหงิกงอ ใครบอกไม่เลี้ยง ฉันเลี้ยงสายรหัสไปแล้วต่างหาก เหลือแต่สายเทคนี่แหละ

“งั้นกูเลี้ยงก็ได้ ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้” ตอบปัดๆไปให้มันเลิกโวยวาย

“จริงนะ” 

“เออ กี่โมงว่ามา” 

“ไม่เกินสามทุ่ม ร้านเหล้าเคล้านารี” มันบอกเวลาและพิกัดมาเสร็จสรรพ

“เออ ชวนไอ้แปนมาด้วย เดี๋ยวมันงอนกูอีก” 

“จัดไปครับ” ทีแบบนี้อะเชื่อง ไอ้เด็กเห็นแก่กินเอ๊ย 

“อือ เจอกัน... ไปได้ยัง” พยักหนาให้ไอ้กราฟก่อนจะตวัดสายตาหันไปถามคนข้างๆ

“เย็นนี้เจอกันนะพี่” นาทีเอ่ยลาไอ้ตัวดีก่อนจะคว้ามือฉันไปจับอีกคราแล้วออกตัวเดินมาด้วยกัน ยังไม่ได้บอกเลยว่าจะให้ไปด้วย คิดเองเออเองชัดๆ 

 

คิดอยู่แล้วว่าการมีแฟนของฉันครั้งนี้จะต้องวุ่นวาย มันต้องเป็นที่จับตามองของใครหลายคน จากคนที่ไม่เคยมีแฟนตลอดสามปีในรั้วมหาลัย อยู่ๆก็มีเด็กโผล่มาจูงมือไปนั่นไปนี่ แถมยังกลายเป็นสารถีส่วนตัวฉันไปแล้ว

ยังไงคืนนี้ฉันลองชวนน้องปรางไปด้วยกันดีกว่า ไม่งั้นฉันคงถูกเด็กพวกนี้รุมแซะรุมแซว ตกเป็นเป้าอยู่คนเดียว อย่างน้อยๆมีผู้หญิงเหมือนกันนั่งอยู่ด้วยก็คงจะดี ถ้าพวกมันไม่เกรงใจฉัน ก็คงเกรงใจน้องปรางบ้างแหละ

หลังจากนี้ชีวิตฉันคงไม่สงบอีกต่อไปแล้ว มีตัวละครใหม่เพิ่มเข้ามาในชีวิตตั้งหลายตัว ทั้งป่วน ทั้งมึน ทั้งห่าม ทั้งหื่น จัดมาพร้อมกันหมด

มันโคตรจะวุ่นวายสุดๆไปเลย

 

@ บนรถ

สรุปฉลามก็โทรมาบอกว่าเดี๋ยวกลับเอง จะให้เพื่อนมารับไปส่งที่บ้านใหญ่เลย ฉันเลยได้กลับบ้านมากับนาทีสองคน เริ่มรู้สึกหิวนิดๆแล้วเพราะวันนี้ทั้งวันฉันยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง ตั้งแต่ตื่นมาก็กินนมไปแค่แก้วเดียว นี่ก็จวนจะบ่ายสามโมงแล้ว

“กินไรมายัง” เอ่ยปากถามคนข้างๆที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาขับรถ

“แย่งไอ้นนท์กินมานิดหน่อยครับ พี่หิวยัง”

“อือ หาไรกินก่อนเข้าบ้านดีไหม” ฉันเสนอความคิด กลับบ้านไปก็ต้องกินคนเดียว สู้ทานข้างนอกไม่ดีกว่าหรอ

“กินไรดีครับ... อืม หรือเราจะซื้ออะไรไปทำกินที่บ้านดี” นาทีออกความเห็น 

“ก็ดีเหมือนกันนะ จะได้แวะซื้อของไปใส่ตู้เย็นด้วย” ฉันตอบตกลง อีกไม่ถึงโลก็ถึงซุปเปอร์มาเก็ตใกล้ๆบ้านแล้ว งั้นแวะเลยดีกว่า

หลังจากตกลงกันเรียบร้อย รถก็ถูกขับเข้ามาจอดที่ซุปเปอร์มาเก็ต นาทีรับหน้าที่เดินถือตะกร้าอยู่ข้างฉัน เขาไม่หยิบอะไรเลย ได้แต่เดินตามมาเงียบๆ พอบทจะนิ่งก็นิ่งเป็นเหมือนกันแฮะ

“ทำไรกินดี ชาบูไหม” พอนึกอะไรไม่ออก สุดท้ายคนเราก็มักจะวกกลับไปที่อาหารสุดเบสิคอย่างชาบู ฉันก็คนนึง

“ได้ครับ ขอน้ำดำนะ” 

“อือ ฉันก็ชอบเหมือนกัน ไปหาดูซอสกัน” ดีที่อย่างน้อยเราก็มีหนึ่งสิ่งที่ชอบตรงกัน แถมมันยังทำง่ายกินง่าย แค่ฉีกซองเทลงในหม้อน้ำเดือด ใส่หมูตามลงไปก็เป็นอันเสร็จพิธี

ฉันหยิบหมูชนิดต่างๆที่หั่นแพ็คไว้ก่อนจะเดินไปหยิบเนื้ออีกนิดหน่อย ถามนาทีแล้วเขาบอกว่ากินได้ ฉันเลยจับลงตะกร้าหมด ไปๆมาตะกร้าเล็กที่ถืออยู่ก็เต็ม เขาเลยอาสาไปเปลี่ยนเป็นรถเข็นมาให้ 

พอเดินมายังโซนที่เต็มไปด้วยบรรดาผัก ขณะที่ฉันกำลังจะหยิบถุงแครอท มือก็ดันไปหยิบถุงเดียวกันกับคนข้างๆ เป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติที่เราจะหันไปมองหน้าคนที่แย่งของของเราไป

“เอ๊ะ พี่แท” ช่างน่าบังเอิญที่คนที่แย่งแครอทกับฉันคือพี่ลีแท พี่รหัสปี4 รหัส 038 ของฉันเอง

“อ้าวปลา มาทำอะไรที่นี่” คนตรงหน้าก็ดูเหมือนจะตกใจไม่น้อยที่เจอฉัน ตั้งแต่เปิดเทอมมาฉันเองก็พึ่งเจอพี่แทครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง ดูเหมือนว่าปี4 จะยุ่งอยู่กับการทำวิจัย เลยไม่ค่อยได้เข้าร่วมกิจกรรมของคณะเท่าไหร่ ฉันกับพี่แทเลยไม่ค่อยได้เจอกัน

“ปลามาซื้อของไปทำอาหารกินค่ะ พี่แทล่ะคะ” ฉันหันไปหยิบแครอทถุงใหม่มาถือไว้ในมือก่อนจะหันไปถามคนข้างๆ

“พี่ก็เหมือนกัน อาหารในตู้ที่คอนโดหมดเกลี้ยงเลย” พูดพลางชูตะกร้าที่มีแต่ไก่ขึ้นมา อา พี่แทเป็นผู้ชายเล่นกล้ามนี่เนอะ แน่อยู่แล้วว่าต้องกินอาหารจำพวกโปรตีนเยอะ ไม่งั้นหุ่นไม่ดีขนาดนี้หรอก

หนุ่มลูกครึ่งไทย-เกาหลี กล้ามใหญ่ใครๆก็มอง ไม่เว้นแม้กระทั่งคนที่กำลังเลือกซื้อของอยู่แถวนี้ ฉันเห็นพวกหล่อนแอบมองพี่แทกันเป็นแถว

“ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอกันเลยนะคะ ปลาเลยไม่ได้แนะนำเหลนรหัสให้พี่แทรู้จักเลย” ฉันหมายถึงน้องปราง ถ้าพี่แทเห็นเธออาจจะชมเธอว่าน่ารักเหมือนที่ไอ้แปนชมก็ได้

“นั่นสิ เอางี้ ไว้เราว่างวันไหนเรานัดพี่มาเลยนะ พี่จะได้ไปทำความรู้จักกับสายรหัสเราด้วย” พี่แทพูด ฉันควรบอกเขาดีไหมนะ ว่าวันนี้ฉันนัดเลี้ยงสายรหัส บอกไปคงไม่เป็นไรมั้ง ไม่ไปวันนี้วันอื่นก็ต้องไปอยู่ดี

“งั้นคืนนี้พี่แทว่างไหมคะ พอดีปลานัดพวกน้องๆไว้” 

“ว่างสิ พี่ว่าง งั้นไปคืนนี้เลยไหม” คนตรงหน้าทำท่าทางราวกับดีใจที่ฉันเอ่ยปากชวน

“ได้ค่ะ เดี๋ยวปลาจะบอกน้องๆให้นะคะ ส่วนร้าน ปลาให้แปนจองไว้หน้ามอประมาณสามทุ่มค่ะ ถ้าพี่แทถึงแล้วโทรหาปลาได้เลย” 

“โอเคครับ งั้นไว้เจอกันนะ” 

“ค่ะ” ส่งยิ้มไปให้ ก่อนที่พี่แทจะโบกมือลาแล้วเดินจากไป พี่รหัสฉันคนนี้เป็นคนอัธยาศัยดี แต่เพราะว่าเราเป็นสายรหัสต่างเพศ ฉันกับพี่แทเลยไม่สนิทกันเท่าไหร่ กอปรกับตอนนั้นพี่แทก็มีแฟนด้วย ได้ข่าวว่าแฟนพี่แกเป็นคนขี้หึง ฉันเลยไม่อยากเข้าไปสุงสิงกับพี่แกมากเกินความจำเป็น เห็นว่าตอนนี้เลิกกันแล้วมั้ง ได้ยินอิกุนเล่ามาแบบนั้น ฉันเองก็ไม่ค่อยรู้รายละเอียดเท่าไหร่

“ยืนเหม่ออะไรครับ” 

“อ๊ะ” ฉันตกใจจนสะดุ้งโหยงเมื่ออยู่ๆมือหนาก็จับเข้าที่เอว แถมยังชะโชกหน้าเข้ามาใกล้ฉันจากทางด้านหลัง ชอบมาไม่ให้ซุ่มให้เสียงตลอด

“ได้ของครบยัง ผมเอารถเข็นมาให้แล้ว” ต้องเหม่อขนาดไหนถึงไม่รู้ว่ามีคนลากรถเข็นมาจอดไว้ข้างๆ

“เหลือน้ำจิ้ม” ฉันตอบพลางเดินจ้ำออกมาจากตรงนั้น อยู่ในที่สาธารณะยังจะชอบเข้ามาใกล้จนเกินงามอีก แถมมือที่สัมผัสมาที่หน้าท้องผ่านเนื้อผ้ามันยังชวนขนลุกซะจนฉันต้องรีบเผ่นออกมา อยู่ใกล้เด็กมันบ่อยๆแบบนี้ ไม่ดีต่อใจโคตรๆเลย

 

พวกเรามาถึงบ้านโดยใช้เวลาบนถนนไม่ถึงยี่สิบนาที ดีที่วันนี้รถไม่ติดมาก แต่กว่าจะถึงก็ทำเอาง่วงไปเลยเหมือนกัน ฉันตรงปรี่มาที่ห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตา ก่อนจะกลับลงมาข้างล่างอีกครั้ง

ร่างสูงที่กำลังยืนหันหลังให้ฉัน อยู่ในชุดผ้ากันเปื้อนสีชมพูไร้ลวดลาย เขากำลังทะยอยเอาผักออกมาจากถุง แล้วเทลงล้างในกาละมังเพื่อล้าง ทำอะไรแบบนี้ก็เป็นเหมือนกันแฮะ

“ไปนั่งรอไหม ฉันทำเอง” แต่จะให้ผู้ชายมาจับนั่นจับนี่ได้ยังไงกันล่ะ เมื่อกี้เขาก็ขับรถให้แล้ว แถมยังถือของให้อีก อันนี้ควรเป็นหน้าที่ฉันถึงจะถูก

“ไม่เป็นไรครับ ช่วยกัน” คนตรงหน้าหันมาส่งยิ้มให้ ทำไมผ้ากันเปื้อนนี่ถึงดูน่ารักจังเมื่อมันอยู่บนตัวเขา

“งั้นเดี๋ยวฉันหมักหมูให้แล้วกัน” รีบเบนสายตาหันไปมองทางอื่นก่อนที่ภาพตรงหน้าจะทำใจฉันเต้นแรงมากกว่านี้ เจ้าตัวเองก็คงไม่รู้ว่าการที่เขาอยู่ในชุดแบบนี้มันส่งผลต่อใจฉันแค่ไหน

เวลาผ่านไปสักพัก ตอนนี้เหลือแค่ขั้นตอนสุดท้ายก็คือใช้พลาสติกแรปปิดบนชามใส่หมูหมักเพื่อไม่ให้อากาศหรือแมลงเข้าไป เสียงน้ำจากซิงค์ล้างจานด้านหลังถูกปิดลง นาทีก็คงจะล้างผักเสร็จแล้วเช่นกัน

“พี่ปลาครับ” อยู่ๆก็เหมือนกับว่าเขาเดินมาด้านหลัง ก่อนจะถูกสัมผัสเข้าที่เอวแล้วดึงเข้าหาตัว ไม่ได้รุนแรง แต่ก็สร้างความตื่นเต้นให้ฉันไม่น้อย ดีที่รอบนี้เขาเอ่ยเรียกชื่อฉันก่อน ไม่งั้นฉันคงทำชามหล่นลงพื้นอีกแล้ว

“นายล้างผักเสร็จแล้วหรอ” เอ่ยถามออกไปอย่างทำอะไรไม่ถูก ฉันทำในส่วนของฉันใกล้เสร็จแล้ว เดี๋ยวค่อยหาทางหนีออกไปจากตรงนี้แล้วกัน รีบทำจะได้รีบเสร็จ

“เสร็จแล้วครับ... พี่ปลา” ตอบกลับมาพลางเอ่ยเรียกชื่อฉันอีกหน

“อะไร” ตอบกลับไปเสียงแผ่ว ลอบกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ แถมยังใจเต้นโครมครามจนรู้สึกเกร็งไปหมด

“พี่ชอบโดเรมอนไหมครับ” อยู่ๆมาถามเรื่องนี้ทำไมกัน

“อืม... ก็ชอบ ตอนเด็กๆชอบดู” ตอบกลับไปให้น้ำเสียงดูปกติที่สุด

“แล้วพี่อยากเป็นโดเรมอนไหม” คนที่ยืนซ้อนกายอยู่ถามขึ้นต่อ มือที่จับอยู่ที่เอวเปลี่ยนมาวางตรงหน้าท้องแทน

“ทะ ทำไม” 

“ตอบแค่ว่าอยากหรือไม่อยาก” นี่มันประโยคคำถามหรืออะไรกันแน่ ทำไมน้ำเสียงดูห้วนจัง

“หยะ อยากก็ได้” ตอบกลับไปเสียงสั่น ทั้งโทนเสียงของเขาเมื่อครู่ ทั้งสัมผัสที่เกิดขึ้นตรงฝ่ามือหนา บอกตามตรงว่ามันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกำลังถูกเขาควบคุมอยู่

“งั้นผมขอจับกระเป๋าหน้าท้องของพี่หน่อยนะ” 

เพี๊ยะ

ทันทีที่ได้สติว่าตัวเองกำลังถูกปุกปั่น มือก็ฟาดไปที่มือหนาที่พยายามสอดเข้าไปใต้สาบเสื้อทันที คิดจะลวนลามฉันแถมยังปั่นประสาทฉันด้วยมุขเด็กอนุบาล ฉันก็บ้าที่ดันไปเผลอคล้อยตามให้เขาแต๊ะอั๋งอยู่ได้ตั้งนานสองนาน แสบชะมัดยากเลยให้ตาย

“ตีผมทำไมครับ” ทันทีที่พลิกตัวหันหน้ามาจ้องคนหน้ามึน ริมฝีปากอิ่มก็คว่ำลงราวกับถูกขัดใจ ต้องเป็นฉันที่ควรโกรธไม่ใช่หรือไง ทำกับข้าวอยู่ยังจะมากวน เกิดข้าวของตกลงพื้นหมดจะทำไง

“หลอกแต๊ะอั๋งหรอ” จ้องคนตรงหน้าตาเขียวปั๊ด

“ไม่ได้หลอกครับ แค่จะหากระเป๋าวิเศษเฉยๆ ว่ามันมีหรือเปล่า” ตอบมาได้หน้าตาเฉย กระเป๋าอะไรจะมาอยู่กับเนื้อกับหนังคนล่ะ มีแต่พุงน่ะสิ!

“กะล่อนนักนะ” จ้องกลับไปอย่างคาดโทษ

“อย่าโกรธสิครับ ทีแค่จับนิดจับหน่อยเอง” ก้าวเข้ามาโอบเอวฉันแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างอ้อนๆ 

“พอเลยๆ” ดันแขนทั้งสองข้างออก ก่อนจะผละตัวเดินหนีไปอีกฟากของเคาท์เตอร์ครัว “ถ้าจะกินก็ถือของตามมา ถ้าไม่กินจะเอาไปให้หมานอกบ้านให้หมด” พูดขู่เป็นประโยคสุดท้าย ก่อนจะสะบัดหน้าแล้วเดินออกมาจากตรงนั้น 

ไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เพราะฉันเขินต่างหาก กี่ครั้งแล้วที่เขาทำรุ่มร่ามกับฉันในครัว และทำไมต้องในครัว อะไรคือเหตุผล ในครัวมันมีอะไรหรอถึงปลุกความหื่นในตัวเขาออกมา บ้าชะมัดเลย 

 

100%

โอ๊ยยย หวานจนมดจะขึ้นอยู่แล้วแม่!!! 55555
ไหนใครโหยหาความหวาน คู่นี้เขามาหยอดให้แล้วนะ หลังจากนี้ก็จะมีอีกตรึม

 

เปิดเจิมค้าบบบบ

 

CHARACTER.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 119 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

205 ความคิดเห็น

  1. #117 firstzy93 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 22:41
    หวานมากแม่
    #117
    0
  2. #116 firstzy93 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 01:15
    รู้เห็นเป็นใจกันหมด
    #116
    0
  3. #115 Toey21Bawornrat (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 21:48
    ไม่รอดแน่นอนนนน
    #115
    0
  4. #114 My_smile (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 10:56
    อ้าววววววๆๆๆๆๆๆ น้องหลามกับพีทททท
    #114
    0
  5. #112 Toey21Bawornrat (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 / 21:51
    หึ้ยมีไม่ให้ปลุก อะไรยังไงกันคับเนี่ย เจิมน้าา
    #112
    0
  6. #111 firstzy93 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 / 21:50
    ฉลามชอบพีทป่ะ
    #111
    0