ผ ม เ ป็ น ข อ ง พี่ ค น เ ดี ย ว - Trapped in love

ตอนที่ 3 : 1 - คบกันไหม (2/4)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,024
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 158 ครั้ง
    12 มิ.ย. 63

 

 

“ไม่ได้ตามบ้าอะไร นายตามฉันมาตั้งแต่มหาลัยแล้ว”

“ก็บอกว่าไม่ได้ตามไงยัยเปี๊ยก” มือหนาวางลงที่หัวฉันอีกครั้ง

“ใครเปี๊ยกห๊ะ” ดึงมือตัวเองกลับออกมาก่อนจะคว้าหมับไปที่ท่อนแขนหนาแล้วดึงออกอย่างแรง

“แถวนี้ยังมีใครอีกล่ะ ก็เธอนั่นแหละ” ก้มต่ำลงมาจนสายตาเราอยู่ในระดับเดียวกัน จากที่ดูๆแล้วหมอนี่คงสูงราวๆ181 182 อะไรทำนองนั้น ส่วนฉันสูงแค่ 161 คงไม่แปลกที่เขาจะมองว่าฉันเตี้ย

“จะอะไรก็ช่างเหอะ ถ้านายไม่ได้ตามฉันจริงก็ทางใครทางมันสิ” เชิดหน้าขึ้นพูดราวกับไม่หวาดกลัวคนตรงหน้า แต่แท้จริงแล้วภายในใจมันเต้นระรัวอย่างบอกไม่ถูก เป็นใครใครจะไม่กลัวบ้างล่ะ ถูกคนไม่รู้จักโดดขึ้นรถมาด้วยแบบนี้ แถมยังตามลงมาอีก

“ฉันไม่ได้กักตัวเธอไว้สักหน่อย” ยักไหล่ทำหน้าเฉไฉราวกับว่าฉันไปใส่ร้ายเขา

“งั้นก็บอกมาสิ ทำไมต้องตามฉันขึ้นรถมาด้วย”

“เฮ้อ ทำไมฉันต้องมายืนอธิบายให้เธอฟังด้วย ร้อนจะตายอยู่แล้ว” มองมาด้วยสายตารำคาญก่อนจะเดินผ่านตัวฉันไป มุ่งหน้าไปทางสตูดิโอที่ฉันกำลังจะไปทำงาน เดี๋ยวนะ นี่อย่าบอกว่าหมอนี่จะตามฉันเข้าไปถึงข้างใน เขาสืบเรื่องฉันมาแล้วงั้นหรอถึงได้รู้ว่าฉันจะไปไหน ทำอะไร

“นี่ นายจะไปไหน” เดินตามมาดักหน้าไว้พลางถามออกไป

“จะไปหลบแดด มันร้อน จะถามอะไรก็ค่อยถาม” คนสวมหมวกแก๊บกรอกตาใส่ฉันก่อนจะเดินไปหลบอยู่ตรงร่มหลังคาตามที่เขาบอกจริงๆ ไม่ได้จะตามฉันเข้าไปหรอกหรอ“อยากรู้อะไร ถามมา” หึ ตัวเองเป็นคนตามฉันมาแท้ๆ แต่ทำเหมือนฉันมาตามตอแยอย่างนั้นแหละ

“นายรู้จักฉันหรอ ตามฉันมาทำไม”

“ก็บอกว่าไม่ได้รู้จัก ฉันแค่หลบคนๆนึงมา แล้วบังเอิญรถคันนั้นมันจอดอยู่ตรงนั้นพอดี เลยโดดขึ้นรถมา ก็แค่นั้น”

“จริงหรอ” ถามอย่างไม่ค่อยไว้ใจ

“ไม่เชื่อก็แล้วแต่” ยักไหล่ตอบอย่างไม่แคร์

“เออ งั้นก็แล้วไป แต่ทีหลังอย่าทำใครตกใจแบบนี้อีกล่ะ บอกกันดีๆตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่อง” ถือโอกาสสั่งสอนคนตรงหน้า ทำฉันตกใจยังไม่พอ ยังโกหกลุงคนขับว่าเราเป็นแฟนกันอีก มันน่าด่าไหมล่ะ

“ขี้โวยวายว่ะ เรียนอยู่ปีไรละ” อยู่ๆก็ชวนฉันเปลี่ยนเรื่องเฉยเลย

“ปี 1”

“อ่อ เฟรชชี่สินะ”

“อืม แล้วนายล่ะ” ฉันพยักหน้ารับแล้วถามออกไป ดูจากท่าทางคงไม่น่าเรียนมหาลัยฉัน ไม่ได้ใส่ยูนิฟอร์มของมหาลัยไหนด้วย น่าจะบังเอิญผ่านมามากกว่า

“แล้วชื่อล่ะ เธอชื่อไร” แทนที่จะตอบคำถามฉัน แต่เขากลับถามฉันต่อ

“ถามทำไม”

“แค่อยากรู้ ตอบมา” ตกลงนี่กำลังถามหรือกำลังขู่ให้ฉันตอบกันแน่

“ปลาทู”

“ห๊ะ นั่นชื่อเธอ?” เออ ชื่อฉันแล้วมันแปลกตรงไหนยะ ฉันชื่อปลาทู มีพี่ชื่อปลาวาฬ มีน้องชื่อฉลามไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวที่ชื่อแปลกสักหน่อย

“เออ มีปัญหา?” เชิดหน้าขึ้นตอบอย่างรำคาญ

“เปล่า ว่าแต่มาทำอะไรที่นี่” เขาหันกลับไปมองข้างหลังที่มีป้ายชื่อของสตูดิโอขนาดยักษ์ติดอยู่

“มาทำงาน ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตั...”

“อ้าว น้องปลาทู มาแล้วหรอคะ” กำลังจะเอ่ยลาไอ้คนตรงหน้า และคิดว่าชาตินี้คงไม่เจอกันอีก แต่กลับมีคนเดินออกมาจากสตูดิโอซะก่อน คนๆนั้นก็คือพี่ธิดา คนที่ชวนฉันมาทำงานนี้

“สวัสดีค่ะพี่ธิดา” ยกมือขึ้นไหว้คนที่อายุมากกว่า พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าเธอไม่ได้มองหรือรับไหว้ฉัน แต่สายตากลับโฟกัสอยู่ที่ใบหน้าของอีกคน

“น้องปลาทูพาใครมาด้วยคะเนี่ย” ดูเหมือนว่าฉันคนนี้จะถูกเมินไปแล้วเมื่อเธอพบเข้ากับบุคคลใหม่

“สวัสดีครับ” คนข้างกายฉันเอ่ยทักทายพลางค้อมหัวให้เล็กน้อย

“สวัสดีจ้ะ พี่ชื่อธิดานะ เป็นเอเจนซี่ นี่นามบัตรพี่จ๊ะ” พูดแนะนำตัวก่อนจะล้วงกระเป๋าส่งนามบัตรไปให้เขาอย่างไว

“เอ่อ... ถ้าไม่มีอะไรแล้วปลาขอตัวไปแต่งหน้าทำผมก่อนนะคะ” ฉันเอ่ยแทรกขึ้น ดูท่าว่าสองคนนี้คงคุยกันยาว อาชีพอย่างพี่ธิดาก็คงไม่วายหาเด็กเข้าสังกัดอีกนั่นแหละ ฉันเองก็เคยถูกทาบทามอยู่หลายครั้ง แต่ฉันขอปลีกตัวมาทำงานอิสระดีกว่า ไม่ชอบอยู่ในกฎเกณฑ์มากไป

“พี่จะบอกน้องปลาอยู่พอดีเลย พอดีนายแบบคอสเพลย์ที่จะถ่ายชุดคู่กับน้องปลาดันติดธุระด่วน พึ่งโทรมาบอกพี่เมื่อกี้เอง วันนี้เราคงหานายแบบไม่ทันแล้วล่ะ คงต้องถ่ายกันวันหลัง” อะไรกัน ถ้าไม่สะดวกมาก็ควรแจ้งล่วงหน้าสิ ไม่ใช่ปล่อยให้คนอื่นมารอแล้วแคนเซิลปุบปับแบบนี้ ไม่มีความเกรงใจกันเลย

“งั้นถ้านายแบบพร้อมวันไหน พี่ธิดาค่อยโทรบอกปลาแล้วกันนะคะ” ระงับความหงุดหงิดเอาไว้ก่อนจะพูดให้มันจบๆ ไม่มีอะไรแล้วฉันจะได้กลับห้องไปพักผ่อน

“ขอโทษจริงๆนะคะน้องปลาที่ทำให้เสียเวลา” เธอเอ่ยขอโทษฉันด้วยใบหน้าที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่ารู้สึกผิดจริงๆ แต่เธอไม่ได้เป็นคนผิดสักหน่อย ทำเอาฉันทำตัวไม่ถูกเลย

“ไม่เป็นไรค่ะ เอาไว้เราค่อยนัดกันใหม่ก็ได้” พยักหน้ารับพลางยิ้มให้เล็กน้อย ไม่รู้ว่าเมื่อกี้เผลอทำสีหน้าแบบไหนออกไป จนเขาต้องขอโทษขอโพยแบบนี้

“เอ่อ... มีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้ไหมครับ” อยู่ๆคนที่เงียบเสียงไปได้สักพักก็พูดขึ้น

“เดี๋ยวนะ น้องปลา พี่ว่าพี่คิดอะไรดีๆออกแล้วล่ะ” อยู่ๆรอยยิ้มก็ผุดขึ้นบนหน้าของพี่ธิดา เธอกวาดตามองร่างสูงตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้ฉันอึ้งออกมา“พี่ว่าคนนี้พอจะถ่ายแทนนายแบบคนนั้นได้อยู่นะ ไม่ใช่แค่ได้ เพอร์เฟ็คเลยล่ะ” หืม หมอนี่เนี่ยนะ“อย่ารอช้าเลย ตามพี่มา ทั้งสองคนนั่นแหละ” พูดจบ ทั้งฉันและนายนั่นที่ฉันไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อก็ถูกลากแขนเข้ามาในสตูดิโอ ฉันมาที่นี่อยู่หลายครั้ง แน่นอนว่าฉันต้องคุ้นเคยทางเป็นอย่างดี ห้องที่พี่ธิดาพาพวกเรามาคือห้องแต่งตัวสำหรับนายแบบ/ นางแบบ อย่าบอกนะว่าเธอจะทำตามที่พูดจริงๆ

“ปลาต้องถ่ายคู่กับหมอ... เขา จริงๆหรอคะ” กำลังจะชี้หน้าไอ้คนตัวสูงแต่ลืมไปว่าที่นี่มีช่างแต่งหน้า รวมทั้งช่างทำผมอีกหลายคนกำลังเพ่งสายตามองมาที่พวกเรา

“ใช่จ้ะ เราทำได้ใช่ไหมสุดหล่อ” หันไปถามไอ้คนข้างกาย

“ครับ ผมกำลังหาอะไรทำแก้เบื่ออยู่พอดี ยิ่งทำกับเธอคนนี้อาจจะยิ่งสนุก” ชำเลืองมองฉันแวบนึงก่อนจะหันไปตอบคำถาม ฉันว่าฉันเห็นรอยยิ้มไม่น่าไว้ใจจากมุมปากเขานะ

“งั้นก็ดีเลย เจี๊ยบ พาน้องผู้ชายคนนี้ไปเนรมิตที เอ่อ... น้องชื่ออะไรนะ คุยกันมาตั้งนานพี่ยังไม่รู้จักชื่อเลย” พี่ธิดาจะไม่รู้ก็ไม่แปลก ขนาดฉันที่คุยกันมาตั้งนานยังไม่รู้ว่าเขามาจากไหน ชื่ออะไร มาดีมาร้ายหรือเปล่ายังไม่มั่นใจเลย

“นาทีครับ เรียกทีก็พอ” อืม ชื่อเพราะดีนี่

“หืม ชื่อคล้องจองกันซะด้วย ทีกับทู” พี่ธิดาโพล่งขึ้นก่อนจะมองมายังฉัน เดี๋ยวนะ เกี่ยวอะไรกัน งั้นที่บอกว่าชื่อหมอนี่เพราะฉันขอคืนคำ

“จริงด้วยครับ” นอกจากจะไม่ช่วยฉันเถียงแล้วยังยิ้มจนตาหยี เดี๋ยวนะ นั่นยิ้มหรอ คนอะไร ยิ่งยิ้มยิ่งน่าเกลียด สาบานว่านั่นน่าเกลียดสำหรับฉันจริงๆ คนอื่นจะมองยังไงก็ช่าง

“ไม่ได้เป็นพี่น้องในไส้กันใช่ไหมคะ ดูจากหน้าตาแล้วก็แอบคล้ายกันอยู่นะ”

“ไม่ใช่ค่ะ พี่ปลาหล่อกว่านี้เยอะ” ฉันโพล่งออกไปเพราะกลัวคนเข้าใจผิด ใครจะอยากนับญาติกับไอ้คนไร้มารยาทคนนี้ล่ะ

“จริงหรอคะน้องปลา ไว้วันหลังพามาแนะนำให้พวกพี่รู้จักบ้างสิ” ช่างแต่งหน้าอีกคนตะโกนดังมาจากอีกมุมนึงของห้อง

“พี่ปลาเขาไม่ชอบงานแบบนี้หรอกค่ะ รายนั้นสงสัยจะชอบแต่งานเอกสาร” ฉันตอบพลางนึกถึงปลาวาฬพี่ชายตัวเองไปด้วย ปลาวาฬอายุห่างจากฉันเกือบ 4 ปี รายนั้นเรียนจบก็เข้าไปบริหารงานที่บริษัทได้เกือบปีแล้ว เป็นคนจริงจังกับงานมาก ไม่เห็นเคยบ่นเลยสักคำ ทั้งๆที่งานน่าปวดหัวออกอย่างนั้น

และที่ฉันไม่เรียกหมอนั่นว่าพี่เพราะเราโตด้วยกัน เล่นด้วยกันมาทั้งชีวิต แถมยังสนิทกันมาก พึ่งมาแยกจากกันตอนที่ฉันย้ายออกจากบ้านมาอยู่คอนโดนี่แหละ นานๆทีถึงจะแวะมาเยี่ยมฉันที่ห้องสักครั้ง

“ค่ะๆ พี่ว่าตอนนี้เราเลิกเม้ามอยถึงหนุ่มหล่อแล้วรีบไปแต่งเนื้อแต่งตัวกันดีกว่า ช่างภาพใกล้พร้อมแล้ว” พี่ธิดาพูดขึ้นพลางจูงมือฉันเดินแยกออกมา

ฉันใช้เวลาแต่งหน้าแต่งตัวไม่ถึง 20 นาที ก็ออกมารอคู่ถ่ายแบบที่จนป่านนี้ก็ยังไม่ออกมา เป็นผู้ชายแท้ๆ ต้องแต่งอะไรนานขนาดนั้นเลยหรือไง

“มาแล้วค่ะมาแล้ว อย่าตื่นตะลึงกันนะคะ” เสียงพี่ธิดาดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงในชุดที่ทำเอาน้ำในปากฉันเกือบพุ่ง ชุดคอสเพลย์กระต่ายสีขาวตัดกับดำเวอร์ชั่นผู้ชายถูกสวมใส่บนตัวของชายที่มีผิวขาวทั้งตัว ส่วนบนเป็นเอี้ยมเปล่าๆ เผยให้เห็นแผงอกล่ำหน้าท้องเป็นมัดๆ ที่คอเขามีโบว์สีดำผูกอยู่ ส่วนด้านล่างเป็นกางเกงสีขาวล้วนความยาวไม่ถึงสองฝ่ามือเลยด้วยซ้ำ ทรงผมแสกกลางยิ่งทำให้เขาดูคล้ายหนุ่มเกาหลีที่หลุดออกมาจากนิตยสาร PLAYBOY ฉันหมายถึงถ้ามันมีเวอร์ชั่นผู้ชายน่ะนะ

2/4

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 158 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

204 ความคิดเห็น

  1. #128 Bambxmsocute (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 13:59
    จินตนาการสะเห็นชุด55555
    #128
    0
  2. #13 09122547 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 07:23
    ชุดอะไรเนี่ยยยย55455
    #13
    0