ผ ม เ ป็ น ข อ ง พี่ ค น เ ดี ย ว - Trapped in love

ตอนที่ 28 : 22 - คนติดแฟน 1/3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,377
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 93 ครั้ง
    8 ก.ย. 63

 

 

“สั่งอะไรมาหรอ” ฉันออกมาข้างนอกหลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จแล้ว มีแปรงฟันที่บีบยาสีฟันใส่ไว้ให้อย่างเสร็จสรรพและผ้าขนหนูผืนใหม่พับวางไว้ให้ ฉันเลยไม่ต้องหยิบจับอะไรมากมายให้เสียเวลา พอออกมาก็เห็นว่าอาหารและข้าวถูกจัดเสิร์ฟเอาไว้บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว

“คะน้าน้ำมันหอยของโปรดพี่ใช่ไหม ผมจำได้”

“อ่อ อืม” นั่งลงที่เก้าอี้พลางเหลือบมองเมนูอาหาร เขายังจำมันได้อีกหรอ “แล้วนายล่ะ” พอเห็นว่าอาหารแต่ละอย่างบนโต๊ะเต็มไปด้วยผักจึงถามคนตรงหน้าออกไป มีแต่ของที่เขาไม่ชอบกินทั้งนั้นเลยนี่ ไม่ใช่แค่เขาที่จำเรื่องของฉันได้ ฉันเองก็ยังไม่ลืมเรื่องพวกนี้เหมือนกัน

“กินด้วยกันไง ผมทานได้” 

“นายไม่ชอบอาหารพวกนี้ไม่ใช่หรอ” เขาเคยบอกว่าไม่ชอบอาหารจำพวกผัดและทอดที่ใช้น้ำมันเยอะๆ แต่กลับสั่งของพวกนี้มาให้ฉันแทนที่จะสั่งอย่างอื่นที่ตัวเองกินได้ ไม่เห็นต้องสั่งเอาใจฉันเลย

“ไม่ชอบก็หัดได้ครับ อีกหน่อยผมก็ต้องทานมันอยู่ดีเพราะพี่ชอบ” ตอบกลับมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม พูดราวกับว่าจะอยู่ด้วยกันไปอีกนานแสนนานอย่างนั้นแหละ

“ตามใจ ทานไม่ได้ก็อย่าฝืน” 

“ถ้าผมทานไม่ได้พี่จะทำให้ผมทานหรอ” 

“ก็คงต้องแบบนั้น” ตอบกลับไปโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง สายตากำลังโฟกัสที่จานอาหารตรงหน้า น่ากินทุกเมนูเลยแฮะ

“แฟนผมน่ารักจัง” อยู่ๆก็ชมขึ้นมาโต้งๆ

“กินได้แล้ว” ก้มหน้างุดก่อนจะตักผักมาใส่จานตัวเอง แค่บอกว่าจะทำกับข้าวให้ถึงกับชมว่าน่ารักเลยหรอ เกินไปมั้ง 

“ยังชอบกินเลอะเหมือนเดิมเลยนะครับ ค่อยๆทาน” อยู่ๆทิชชู่ที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนก็ซับเข้าที่ริมฝีปาก ฉันกินเลอะอีกแล้วสินะ

“ขอบใจ” ยกมือขึ้นไปจับทิชชู่มาเช็ดเองก่อนจะหันไปยกแก้วน้ำที่คนตรงข้ามเทไว้ให้ขึ้นจิบอย่างทำตัวไม่ถูก น้อยๆหน่อยก็ได้ปลาทู เขินก็ไม่ต้องโจ่งแจ้งขนาดนั้นก็ได้ กลัวใครไม่รู้ว่าเขินวะ

 

กว่าจะทานข้าวเสร็จ พานาทีกลับไปเอารถที่คอนโด และกว่าฉันจะกลับมาถึงบ้านตัวเองก็ทำเอาหมดแรง เวลาล่วงเลยมาจนถึงบ่ายโมง ฉันยังเพลียนิดๆบวกกับความแฮงก์จากการดื่มเหล้าผสมเบียร์เข้าไปเมื่อคืน สลบไปแบบนั้นถือว่าควรจารึกไว้ในกินเนสส์บุ๊ก ตั้งแต่เกิดมาอีปลาคนนี้ยังไม่เคยหลับคาวงเหล้าที่ไหน พึ่งเคยที่นั่นเป็นครั้งแรก ไม่รู้ว่านอกจากนาทีแล้วจะมีใครเห็นฉันในสภาพนั้นอีกไหม เมื่อคืนตอนออกมาจากห้องนนท์เด็กพวกนั้นก็หลับกันหมดแล้ว ฉันกับนาทีเลยออกมาเงียบๆโดยไม่ได้เอ่ยลาใคร

จริงสิ แล้วเมื่อคืนอิกุนมันกลับไงวะ พอคิดขึ้นได้ก็กดโทรออกหามันทันที ไม่ต้องส่งข้อความให้เสียเวลา

ตู๊ดด

ทิ้งตัวลงนอนระหว่างที่รอ รอไม่นานปลายสายก็กดรับ

(ไง อีคนมีผัว) นี่หรอคำทักทายของอีคนที่ฉันเป็นห่วง ทำบุญได้กรรมแท้ๆ

“แฟนไม่ใช่ผัว” ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงกึ่งรำคาญ

(อ้อออ แสดงว่าเมื่อคืนไม่ได้... )

“พอเลยๆ กูจะโทรมาถามว่าเมื่อคืนมึงกลับไปตอนไหนวะ” 

(ก็หลังจากน้องทีอุ้มมึงเข้าห้องไปได้สักพัก)

“นาทีอุ้มกูเข้าไปหรอ” ฉันเบิกตากว้าง นี่ฉันเมาไม่รู้เรื่องขนาดนั้นเลยหรอวะ

(ก็เออดิ มึงเมาจนหลับไป กูจำได้แค่นั้นแหละ ภาพกูตัดไปตอนไหนกูยังไม่รู้เลย)

“แล้วใครไปส่งมึงวะ ตอนกูออกมาก็เห็นเด็กพวกนั้นนอนอยู่กันครบ”

(หมิงไปรับกูมั้ง เห็นแม่กูบอกแบบนั้น)

“หมิงน้องมึงอะนะ” 

(เออ คนที่ไม่อยากให้มารับก็ดันมารับ)

“ทำไมวะ” ฉันพอจะรู้มาบ้างแหละว่าอิกุนมันไม่ค่อยสนิทกับน้องสาวต่างพ่อมันเท่าไหร่ เธอชื่อว่าหมิง น่าจะอายุพอๆกับฉลาม เหมือนจะเรียนที่เดียวกันด้วย

(เมื่อวานกูว่าจะเล่าแต่คนอยู่เยอะ ที่จริงกูหนีออกจากบ้าน แล้วดันมาเจอกับไอ้พี่หื่นนั่นเข้าพอดี]

“หนีออกจากบ้าน? มึงเนี่ยนะ” 

(เออ กูทะเลาะกับหมิง มึงรู้ปะ พี่เวย์แม่งยังทักมาคุยกับหมิงอยู่เลย)

“เฮ้ย จริงดิ” 

(เออ เหี้ยฉิบหาย)

“แล้วน้องมึงว่าไง” 

(ก็ไม่ว่าไง กูแค่บังเอิญไปเห็นข้อความที่มันคุยกับพี่เวย์แล้วกูโมโห ก็เลยทะเลาะกับมันนิดหน่อย)

“เออ คุยกันดีๆ กูว่าน้องมึงไม่อะไรหรอก อิพี่เวย์นั่นต่างหาก” บอกตามตรงว่าถึงฉันไม่รู้จักหมิงดี แต่ฉันเห็นอิพี่เวย์มันมานาน สายตามันเวลามองผู้หญิง ใครเห็นก็ดูออกว่าเจ้าชู้แค่ไหน ขนาดฉันที่เป็นเพื่อนอีกุนยังเคยถูกสายตาแบบนั้นมองตั้งหลายครั้ง เมื่อก่อนฉันพยายามคิดว่ามันคงไม่มีอะไร ฉันเลยไม่เคยบอกอิกุน กลัวมันคิดมาก

“อือ กูก็วู่วามเกินไปเองแหละ ยังรู้สึกผิดกับมันอยู่เลยเนี่ย” 

(เออ พี่น้องกันยังไงก็ตัดไม่ขาดหรอกมึง แล้วเรื่องพี่เวย์ มึงยังมูฟออนจากเขาไม่ได้อีกหรอ)

“กูทำใจได้ตั้งนานแล้ว แค่ไม่ชอบใจที่คนเลวๆพรรค์นั้นมายุ่งกับคนใกล้ตัวกู” 

(ปล่อยแม่งไปเหอะ มึงก็เตือนๆหมิงไว้บ้างละกัน] ฉันเคยเจอน้องสาวมันอยู่ไม่กี่ครั้ง รูปร่างภายนอกดูไร้เดียงสา แถมหน้าตายังน่ารัก ความแรงยังห่างจากอิกุนอีกเยอะ

(เออ มันโตแล้ว ปล่อยให้มันคิดเอง ว่าแต่เรื่องของมึงเหอะ คราวนี้เอาจริงใช่ปะ)

“เรื่อง? ” 

(ก็เรื่องน้องทีไง กูเห็นนะว่าน้องมันนอนหนุนตักมึงทั้งคืน)

“ก็เด็กมันขอ” ฉันตอบพลางนึกภาพเหตุการณ์เมื่อคืนไปด้วย คนอะไรอ้อนเก่งฉิบหาย อ้อนขนาดไม่แคร์สายตาคนรอบข้างว่าพวกเขาจะคิดยังไง พอฉันไม่ยอมก็ตั้งท่าจะงอนท่าเดียว

(จ้า แล้วมึงก็ตามใจเขาทุกอย่าง กูล่ะหมั่นไส้)

“พอๆ จบได้ละเรื่องกู ไปซ้อมวิ่งรอบสนามเถอะมึงอะ” 

(เชี่ย กูลืมเรื่องนี้ไปเลย)

“ไปๆ กูจะวางแล้ว เอาข้าวให้หมา” 

(ฝากความคิดถึงให้พี่วาฬกูด้วย)

“ได้ แต่ชาติหน้าตอนบ่ายๆนะ” ฉันพูดทีเล่นทีจริง

(โห่ แบ่งเพื่อนแค่นี้ก็ไม่ได้ กูอุตส่าห์เป็นแม่สื่อให้มึงนะ)

“เออๆ แค่นี้แหละ กูวางล่ะ” พูดตัดบทปิดท้าย บอกลากันก่อนที่มันจะวางสายไป 

หน้าจอขึ้นแสงสว่างวาบอีกครั้งเพราะมีคนส่งข้อความเข้ามาพอดี แต่ยังไม่ทันกดเข้าดู คนเดิมก็โทรเข้ามาซะก่อน เป็นพี่ชายฉันเอง 

ถอนหายใจออกมาภายหลังจากวางสาย วาฬบอกอีก 15นาที จะเข้ามาหาฉันที่บ้าน กำลังขับรถออกมาจากบ้านใหญ่เพื่อมุ่งหน้ามารับฉันไปเลือกซื้อของด้วยกัน แค่ไปซื้อของขวัญให้ลูกค้าของพ่อทำไมต้องลากฉันไปด้วยก็ไม่รู้ สองวันมานี้ฉันตะลอนๆจนแทบไม่มีเวลาอยู่บ้านเลย

เอาเถอะ ถ้าไม่ช่วยพี่ชายที่แสนดีคนนี้แล้วจะไปช่วยใคร ยังไงบ่นไปฉันก็ต้องโดนลากไปด้วยอยู่ดี

 

@ Icon Siam

“ตัวเล็กช่วยพี่เลือกหน่อยสิว่าพี่จะเอาอะไรไปให้ลูกค้าดี” 

“ขึ้นอยู่ที่ว่าลูกค้าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง” ตอบกลับไปพลางเดินขนาบข้างพี่ชายเข้ามาในห้าง

“พี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เขาสวย แต่ลักษณะท่าทางการพูดเหมือนผู้ชาย” อะไรคือสวยแต่เหมือนผู้ชาย ฉันว่าพี่ชายฉันคงหมายถึงสาวสองแต่ไม่กล้าที่จะพูดคำนั้นออกมาเพราะนิสัยเป็นคนค่อนข้างสุภาพ ดังนั้นสิ่งที่ฉันต้องหาคือของที่ใช้ได้ทุกเพศทุกวัย อะไรก็ได้ที่ไม่แบ่งแยก ชายก็ใช้ได้หญิงก็ใช้ดี

“น้ำหอมไหม” ฉันเสนอความคิด

“ก็ดีนะ ดีเลย” 

“งั้นไป Jo Malone กัน” ไม่รอช้าให้เสียเวลา กอดแขนวาฬมุ่งหน้าไปที่ร้านนั้นทันที โชคดีที่ร้านอยู่ชั้น M พอดี เดินไม่กี่ก้าวก็ถึง

“Jo Malone สวัสดีค่ะ” พอเดินเข้ามาพนักงานก็เอ่ยทักทาย โชคดีที่วันนี้ฉันแต่งตัวค่อนข้างให้เกียรติสถานที่เพราะมันหรูหราหมาเห่ามาก เดรสสีขาวครีมกับรองเท้าส้น 3นิ้ว แบบรัดข้อเท้าสีเทา ส่วนวาฬก็สวมเชิ๊ตสีขาวกางเกงสี่ส่วนสีดำเข้ากันดีกับรองเท้าหนัง ดูคล้ายโอปป้านิดๆ

“มีแบบเป็นเซ็ตของขวัญไหมคะ” เดินเข้ามาคุยกับพนักงานแล้วทิ้งวาฬเอาไว้ด้านหลัง เรื่องนี้ผู้ชายอย่างพี่ฉันคงไม่สันทัด ปล่อยให้ยืนรอไปก่อน

“มีค่ะ ช่วงนี้จะมีคอลเลคชั่นของขวัญที่ขายดีอย่างเช่น English Pear & Freesia จะมีโคโลญ บอดี้ครีมเจลอาบน้ำแล้วก็เจลล้างมือค่ะ” พนักงานเอ่ยแนะนำ ฉันว่าตัวนี้แหละโอเคเลยแต่ละอันขนาดพอดี แต่ละชิ้นไม่เกิน 100 ml. สามารถพกขึ้นเครื่องได้ด้วย

“งั้นขอดม... ” 

“Jo Malone สวัสดีค่ะ... คุณปราง วันนี้รับอะไรดีคะ” ยังพูดไม่ทันจบ ชื่อที่ถูกขานขึ้นจากพนักงานอีกคนก็ทำให้ละสายตาหันไปมอง 

ร่างสมส่วนของคนที่มีผิวขาวทั้งตัวเดินเข้ามาด้านในพร้อมกับรอยยิ้ม ชื่อปรางอาจจะฟังดูคุ้นๆ แต่เธอดันเป็นปรางเดียวกับปรางที่ฉันรู้จัก น้องปรางหลานรหัสฉันเอง

“พี่ปลา” เธอหันมาสบตากับฉันเข้าพอดีจึงเอ่ยทักขึ้น ขนาดฉันที่เป็นผู้หญิงเธอยังมองเธอว่าสวย ถ้าเป็นผู้ชายจะขนาดไหนวะ

หลานรหัสของพี่นี่เอง มาซื้อน้ำหอมหรอคะ” ส่งยิ้มไปให้พลางทักทายตอบ

“อ๋อ ค่ะ” ตอบด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็เดินเข้ามาหาโดยที่เดินอ้อมด้านหลังวาฬเข้ามา ฉันถามคำถามอะไรวะเนี่ย มาร้านน้ำหอมให้มาซื้อกะปิซื้อน้ำปลาหรอ

“ปรางคงมาที่นี่บ่อยสินะ” พูดพลางส่งยิ้มให้เธอ ถึงขนาดพนักงานรู้จักชื่อแบบนี้ คงเป็นลูกค้าประจำนั่นแหละ

“ค่ะ เอ่อ... พี่ปลามากับใครหรอคะ” คนในชุดเดรสกระโปรงสีพีชเอ่ยถาม

“พี่มากับสุดที่รักพี่น่ะ ยืนอยู่ตรงนั้น” พูดพลางชี้มือไปยังคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง สงสัยตอนเดินเข้ามาเธอคงไม่ได้สังเกต

“อะ อ๋อ สวัสดีค่ะ” เธอหันไปหาวาฬพลางกล่าวทักทายแล้วรีบหันหน้ากลับมาราวกับเขินอาย 

“จำวาฬได้ไหม คนที่ขับรถมารับเราคราวก่อน”

“เอ่อ... พอจำได้ค่ะ” ทำท่าทางครุ่นคิดแล้วพูดขึ้น

“จำไม่ได้ไม่เป็นไร มาช่วยพี่เลือกน้ำหอมดีว่า” ถือวิสาสะจูงแขนเธอให้มาดูน้ำหอมด้วยกัน เธอไม่ได้อิดออดอะไรก็แค่มีท่าทางเงอะๆงะๆทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย เด็กคนนี้ขี้อายจริงๆ อดคิดไม่ได้เลยว่าเรียบร้อยพูดน้อยแบบนี้จะตรงสเป็คผู้ชายอย่างพี่ชายฉันไหม

แอบหันกลับไปดูก็เห็นว่าวาฬจ้องมาทางนี้อยู่เช่นกัน ไม่รู้ว่าจ้องฉันหรือจ้องคนข้างๆฉันกันแน่ 

 

สุดท้าย ฉันก็ได้เซ็ตน้ำหอมอันนั้นมา แถมยังให้น้องปรางช่วยเลือกอีกหนึ่งเซ็ตเพราะจะซื้อไปให้วาฬใช้ด้วย ส่วนของเธอก็เห็นว่าซื้อมาสองเซ็ตเช่นเดียวกัน แต่คนละกลิ่นกับฉัน 

“ไว้เจอกันที่มหาลัยนะคะ” เอ่ยลาเธอก่อนจะจูงแขนคนจ่ายตังค์เดินออกมาจากร้าน ฉันแอบเห็นว่าน้องปรางก็แอบชำเลืองมองพี่ชายฉันอยู่เช่นกัน พอฉันหันไปเจอเธอก็มีท่าทางแปลกๆ เบนตามองไปทางอื่นแทน แต่คิดว่าจะหลบคนอย่างปลาทูได้หรอ ฉันมีสายตาที่ดีดุจเหยี่ยว ใครๆก็บอกแบบนั้น คงต้องถามคนข้างกายฉันแล้วว่ารู้สึกเหมือนกันไหม 

“วาฬ คิดว่าน้องปรางเป็นไงมั่ง” 

“เป็นไงอะไร” คนข้างกายหันมาถามด้วยใบหน้าปนงง

“ก็น่ารักไหมอะไรแบบนี้” 

“ก็... ไม่ได้น่าเกลียดอะไร” ตอบออกมาด้วยใบหน้าตาย จะเย็นชาไปไหน กับน้องกับนุ่งก็ไม่เว้น

“แล้วชอบไหม” 

“ตัวเล็กคิดจะทำอะไร” หยุดเดินพลางหันมาจ้องฉันอย่างจับผิด

“อะไร เค้าก็แค่ถาม เห็นว่าน้องมันน่ารักดี เหมาะกับพี่ชายเค้า” 

“เหมาะอะไรล่ะ อย่าเอาเรื่องแบบนี้มาพูดเล่น” ขมวดคิ้วจ้องมาด้วยแววตาแกมดุ

“มันทำไมอะวาฬ กลัวหวั่นไหวกับน้องเขาหรอ”

“ไม่คุยกับตัวเล็กแล้ว” พูดพลางดึงแขนฉันออกแล้วเดินนำลิ่วทิ้งห่างไปเลย ทิ้งให้ฉันยืนงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของพี่ชายตัวเอง อย่าบอกนะว่าที่เป็นอยู่คืออาการของคนเขิน

“วาฬ หนีเค้าทำไม เขินหรอ” วิ่งตามต้อยๆก่อนจะเอ่ยแซวร่างสูงที่ปากไม่ตรงกับใจ น่ารักก็บอกว่าน่ารัก ทำไมต้องโมโหกลบเกลื่อน ตั้งแต่เกิดมาพึ่งเคยเห็นวาฬหูแดงก็วันนี้แหละ

ดูท่าว่าวันนี้ฉันคงมีเรื่องโม้ให้ฉลามฟังอีกยาวเลยล่ะ

 

ฉันกลับมาบ้านโดยมีคนขับหน้าตาหล่อเหลาพามาส่งทิ้งไว้แล้วหนีกลับบ้านไปเลย แถมยังมีผู้ชายอีกคนมารอฉันกลับถึงที่ และผู้ชายที่ว่าก็ไม่ใช่ใคร ฉลามนั่นแหละ พอบอกว่าจะเล่าเรื่องวาฬให้ฟังนี่ถึงกับรีบมาหาภายในเวลาไม่ถึง 20นาที ต้องอยากรู้เบอร์ไหนอะถึงจะทำแบบนี้ได้

“ปลาน้อย กลับมาช้า โทรหาก็ไม่รับ” พอเห็นว่าฉันเดินเข้าบ้านเมา คนที่นั่งถือจอยเกมเล่นอยู่บนโซฟาห้องรับแขกก็บ่นขึ้นทันที สงสัยฉันลืมเปิดเสียง ตอนมันสั่นก็ดันไม่รู้สึก

“ละนี่มายังไง” 

“ออกมาข้างนอกกับเพื่อนพอดี เลยวานเพื่อนมาส่ง” ตอบกลับมาโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอทีวี

“ละไหนเพื่อน” กวาดตามองไปรอบบ้านก็ไม่เห็นสิ่งมีชีวิตอื่นเลย

“ไล่มันกลับไปแล้ว” อ้าว

“รีบไล่ทำไม” เพื่อนมาแทนที่ก็ให้เพื่อนแวะดื่มน้ำดื่มท่าก่อน เด็กคนนี้นี่

“ก็เค้าไม่อยากให้มันเจอปลาน้อยนี่” 

“ทำไมไม่อยากให้เจอ” ขมวดคิ้วถามอย่างงงๆ

“ก็หวงไง” 

“มาหวงเค้าทำไม ทีวาฬไม่เห็นหวง” 

“หวงทำไม วาฬแก่แล้ว ควรมีได้สักทีนึง” พอฉลามพูดจบฉันก็ขำพรืดออกมาทันที วาฬไม่แก่ขนาดนั้นซะหน่อย หน้าตาก็ออกจะดูเด็กว่าเพื่อนในสาขาฉันบางคนด้วยซ้ำ “ไหนจะเล่าอะไรให้เค้าฟัง รีบเล่ามาเลยนะ” เออ นี่ก็ทวงจังเลย

ฉันเล่าเรื่องน้องปรางให้ฉลามฟังจนจบ รายนั้นมีท่าทีตื่นเต้นจนอยากไปเจอหน้าให้ได้ตอนนี้เดี๋ยวนี้ เกินเบอร์ตลอดอะน้องชายฉัน เขายังไม่ได้สนิทสนมอะไรกันขนาดนั้นสักหน่อย เคยคุยกันรึยังเหอะ เจอหน้ากันทีไรก็เอาแต่เงียบใส่ ฉันลองถามนาทีดูดีไหมว่าน้องปรางมีแฟนยัง ฉันจะได้ไม่รู้สึกผิดตอนที่แอบชงเธอให้พี่ชายแสนซื่อของตัวเอง

“คืนนี้หลามค้างที่นี่นะ” อยู่ๆคนที่เล่นเกมจบตาก็หันมาบอก

“บอกแม่ยัง” 

“ฝากวาฬบอกแล้ว” 

“แล้วพรุ่งนี้ไม่ไปเรียนหรอ” 

“ไม่ไปอะ พรุ่งนี้โรงเรียนหยุด มีกิด’กำ” ตอบกลับมาสั้นๆ

“อ่ออ งั้นเค้าขึ้นห้องนะ เดี๋ยวค่ำๆพาออกไปกินข้าว” 

“ครับ” ตอบกลับมาอย่างไพเราะตามความเคยชินก่อนจะหันไปสนใจเกมในจอต่อ ตกลงฉลามมันมาหาฉันหรือหนีออกจากบ้านมาเล่นเกมที่นี่กันแน่ ไม่รู้ว่าแม่จะยอมไหมถ้าวาฬไปบอกว่าหลามขอมาค้างที่นี่

น้องยังไม่จบม.6 กฎของที่บ้านคือยังไม่อนุญาตให้ย้ายออกมา ยังเหลืออีกตั้งปีนึงกว่าฉลามจะได้รับอนุญาต ระหว่างนี้ฉันก็คงต้องอยู่คนเดียวไปก่อน ส่วนวาฬก็ไปๆมาๆ จริงสิ ฉันยังมีเจ้าน้องอยู่ด้วยอีกตั้งหนึ่งชีวิต เรียกว่าอยู่คนเดียวคงไม่ได้

ว่าแล้วก็เดินไปดูสักหน่อย เปลี่ยนเป้าหมายจากชั้นสองมาที่หลังบ้านแทน พอมันเห็นฉันก็กระโดดเข้าหากรงทันที เห็นดังนั้นจึงเปิดประตูอุ้มมันออกมา เล่นคนเดียวคงเบื่อแย่

“ดีใจไหมพี่ปลากลับมาแล้ว” ลูบหัวเจ้าตัวเล็กอย่างเอ็นดู ก่อนจะเปิดกระเป๋าสะพาย กะว่าจะล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเจ้าตัวเล็กอวดลงโซเชียลสักหน่อย แต่สายไม่ได้รับที่โชว์ขึ้นมาบนหน้าจอ 50กว่าสายก็ทำให้ฉันชะงักไป 

มันเป็นสายโทรเข้าจากคนๆเดียว คนที่แยกกับฉันเมื่อหลายชั่วโมงก่อน

โทรมาขนาดนี้สายไหม้แล้วมั้งน่ะ

ครืด ครืด

กำลังจะกดโทรกลับแต่เจ้าของเบอร์ก็โทรเข้ามาซะก่อน มีธุระอะไรถึงกระหน่ำโทรเข้ามาแบบนี้

“ฮัล... ” 

“พี่ปลา พี่หายไปไหนมา รู้ไหมทีโทรหากี่สาย” พูดไม่ทันจบประโยค ปลายสายก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“เดี๋ยวๆ ใจเย็น มีอะไร” ถามออกไป ในใจคิดว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีอะไรขึ้นหรือเปล่า

“ตอบคำถามผมก่อน” 

“ออกไปข้างนอกกับวาฬมา พึ่งจะกลับมาถึงบ้านเนี่ยแหละ” พูดอธิบายให้ปลายสายฟัง แค่ไม่รับสายทำไมถึงร้อนรนขนาดนี้ มันต้องมีอะไรแน่ๆ

“แล้วทำไมไม่รับโทรศัพท์” 

“ลืมเปิดเสียง โทษที นายมีอะไรรึเปล่า” รัวคำถามใส่ฉันแถมยังไม่เข้าประเด็นสักที ถามหลายรอบแล้วก็ไม่ยอมเล่า

“...” พอเห็นว่าเงียบไปเลยนึกว่าวางไปแล้ว แต่พอแตะดูหน้าจอก็เห็นว่ายังอยู่

“นี่ สรุปโทรมามีอะไร ทำไมโทรมาหลายสายจัง” ฉันเริ่มใจคอไม่ดีแล้วนะ

“เปล่าครับ แค่คิดถึง” อะไรนะ คิดถึงเนี่ยนะเหตุผลที่เขาโทรมาเป็นสิบๆสาย “วันหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะครับ จะไปไหนมาไหนส่งข้อความบอกก่อน จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง” พูดขึ้นเสียงเข้มราวกับดุฉันอยู่ไม่ปาน พึ่งห่างกันไม่กี่ชั่วโมงเอง ใครจะรู้ล่ะเขาจะห่วงฉันขนาดนี้ 

“อืม วันหลังจะบอกก่อนแล้วกัน... มีอะไรอีกไหม” ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกพลางหันมาสนใจเจ้าตัวเล็กในอ้อมกอด 

“แล้วพี่ทำอะไรอยู่” คนในสายถามต่อด้วยน้ำเสียงราวกับว่าเขากำลังทิ้งตัวลงนอน

“เล่นกับเจ้าน้อง อยากดูไหม” 

“ดูได้หรอ” ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ” 

“งั้นเดี๋ยวผมวางแล้วโทรไลน์ไปนะ” 

“อืม” พูดจบนาทีก็กดตัดสายก่อนจะเปลี่ยนมาโทรไลน์แทน

หลังจากกดรับ ภาพตรงหน้าก็ปรากฏใบหน้าใสของเด็กคนนึง พึ่งห่างกันไม่กี่ชั่วโมงก็เจอหน้ากันอีกแล้ว

“ไหนๆ ขอดูหน่อย” พูดพลางทำท่าชะเง้อมอง ทำเหมือนจะโผล่ออกมาจากโทรศัพท์อย่างนั้นแหละ

ฉันกดกล้องต่ำลงให้เห็นเจ้าน้องเต็มจอ พอฉันถือโทรศัพท์เข้าใกล้มันก็แลบลิ้นออกมาทำท่าจะเลียไปที่จอราวกับมันเห็นกระดูกชิ้นโต เห็นดังนั้นฉันจึงยกกล้องขึ้นมาคุยเหมือนเดิม ตอนนี้นาทีลุกขึ้นมานั่ง ไม่ได้นอนเหมือนตอนแรกแล้ว

“น่ารักทั้งแม่ทั้งลูกเลยนะครับ” ยิ้มส่งมาจนตาหยี แม่ลูกอะไรกันล่ะ

“มีอะไรอีกไหม หนัก” เพราะฉันถือโทรศัพท์ข้างนึง เลยต้องอุ้มเจ้าน้องด้วยมือข้างเดียว ถ้าไม่มีอะไรจะคุยแล้วคงต้องรีบวางสายเขาก่อน

“จะโทรมาบอกว่าคืนนี้ไอ้นายชวนผมออกไปข้างนอก” 

“ก็ไปสิ” เงยหน้ากลับขึ้นมองคนในจออีกครั้ง ทำไมเอาหน้าเข้ามาใกล้จัง 

“ไม่ห้ามหน่อยหรอครับ” คว่ำปากลงราวกับฉันไปทำอะไรขัดใจเขา

“ทำไมต้องห้าม เพื่อนนายชวนนี่” ถามออกไปอย่างไม่เข้าใจ คนเราคบกันเฉยๆไม่ได้เป็นเจ้าของชีวิต มีสิทธิอะไรไปห้ามไม่ให้คนอื่นไปหรือว่าไม่ไป

“ก็นึกว่าคนเป็นแฟนกันเขาจะหวงกันซะอีก” พูดขึ้นด้วยใบหน้าจ๋อยสนิท

“อยากให้ห้ามหรอ” ฉันไม่รู้จริงๆว่าเด็กมันต้องการอะไร วันนึงมีสิบแปดอารมณ์ ใครมันจะตามทัน

“ห้ามหน่อยก็ดีครับ” 

“ถ้าห้ามแล้วจะไปไหมล่ะ” เอียงคอถามพลางจ้องเข้าไปในจอมองคนที่กำลังเรียกร้องความสนใจ

“ไม่ไปครับ” ตอบออกมาทันควัน พูดง่ายสอนง่ายดีเนอะ

“ไม่ห้ามหรอก อยากไปก็ไป” พูดพลางเดินมาหาที่นั่ง ดูท่าแล้วน่าจะยาว 

“อยากไปด้วยกันไหม” เขาเอ่ยชวน

“ไม่อะ วันนี้ฉลามมาค้างด้วย” 

“น้องพี่หรอ” 

“อืม ที่นายเห็นในรูปนั่นแหละ” 

“อาา งั้นคืนนี้จะได้คุยกันไหม” 

“อืม ไม่รู้สิ นายจะกลับตอนไหนก็ไลน์มาบอกแล้วกัน” ฉันตอบเขาไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าคืนนี้ฉลามจะชวนฉันเล่นเกมอีกไหม เพราะถ้าเล่นขึ้นมาอย่าว่าแต่ไม่มีเวลาดูโทรศัพท์เลย เวลาจะไปฉี่ยังแทบจะเป็นศูนย์ เล่นเกมกับฉลามทีไรไม่ยันดึกก็ยันหว่าง

“เอางั้นก็ได้ครับ” 

“งั้นแค่นี้ก่อนนะ” ก้มลงมองเจ้าตัวเล็กที่ดิ้นจะลงให้ได้จนเล็บข่วนฉันแขนเป็นรอยเต็มไปหมด 

“เดี๋ยวครับ... ฝากบอกลูกด้วย ให้บอกแม่ว่าพ่อจะไม่ดื้อ เที่ยวเสร็จกลับห้องเลย ไม่ไปต่อที่ไหน” พูดออกมาด้วยแววตาจริงจัง ริมฝีปากสีชมพูอมยิ้มหลังจากจบประโยค

ใบหน้าฉันร้อนผ่าวจนกดวางไปซะดื้อๆ เคยเห็นแต่ในทีวีที่เขาเต๊าะสาวกันด้วยมุขพ่อแม่ลูก พึ่งมาเจอกับตัวเองก็วันนี้ ไม่คิดว่ามันจะทำฉันเขินได้ คบกันยังไม่ถึงสองวันฉันก็ถูกเขาปั่นขนาดนี้แล้ว คิดถูกหรือคิดผิดเนี่ยที่ปล่อยให้เด็กกะล่อนกลับเข้ามาในชีวิต

หลังจากวางสาย ฉันก็เห็นข้อความที่ถูกส่งมาก่อนหน้านี้อีกหลายข้อความ คนส่งเป็นคนเดียวกันกับคนที่ถูกฉันวางสายใส่

Nathee

13.01 อยากเจอพี่จัง ห่างกันไม่ถึงชั่วโมงคิดถึงแล้ว

13.30 ยังกลับไม่ถึงบ้านอีกหรอออ

14.00 หายเลยงับ

14.02 พี่ปลาๆๆๆๆๆๆๆ

15.00 เงียบไปแบบนี้ทิ้งกันแล้วหรอ

15.06 ผมรู้พี่ไม่ใจร้ายกับผมหรอก ถึงบ้านเพลียเลยหลับไปสินะ ฝันดีนะครับ<3

17.00 ยังไม่ตื่นอีกหรอออ

17.15 โหลๆ

17.30 โทรไปตั้งหลายสายก็ไม่รับ ถ้ายังไม่ตอบทีจะบุกไปถึงบ้านแล้วนะ

17.35 ตอบๆๆๆๆๆๆ

ฉันนั่งอ่านข้อความทุกประโยคที่ถูกส่งมาจากคนๆเดียวด้วยความอึ้งปนงง ทั้งหมดนั่นคือคนๆเดียวกันจริงหรอ ทำไมแต่ละประโยคอารมณ์คนพิมพ์มันถึงขึ้นๆลงๆ นี่ขนาดฉันหายไปไม่ถึงครึ่งวันนะ ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าฉันหายไปเป็นวันเขาไม่โร่ไปแจ้งความเลยหรอ ไม่ก็คงเอาชื่อฉันไปประกาศตามหาคนหายเลยมั้ง

มีคนติดแฟน1อัตรา555555
เอาละเว๊ย ไม่ทันไรก็ตัวติดหนึบ อย่าพึ่งถอนหายใจนะคะพี่ๆ 
บอกเลยนาทีนางไม่ซึนแค่นี้แน่ 55555
 

รับคนขี้ตื้อไว้ดูเล่นสักคนไหมคะ ?

 

เจิมรอก๊าบบบบบ

เจิมรอก๊าบบบบบ

เจิมรอก๊าบบบบบ

 

CHARACTER

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 93 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

204 ความคิดเห็น

  1. #168 Audomporn2529 (@Audomporn2529) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 16:49
    ทีน่ารักงะ
    #168
    0
  2. #102 Tanyong Yong (@tanyong1990) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 22:20
    รักน้องที อิอิ
    #102
    0
  3. #101 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 13:48
    ติดแฟนมาก
    #101
    0
  4. #100 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 21:55
    บังเอิญจริว
    #100
    0