ผ ม เ ป็ น ข อ ง พี่ ค น เ ดี ย ว - Trapped in love

ตอนที่ 27 : 21 - เปิดตัวแฟนใหม่ 2/2 อัพครบ!!! สวัสดีวันเปิดเทอมค่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,258
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 127 ครั้ง
    8 ก.ย. 63

 

 

“งือออ” บิดขี้เกียจบนพื้นเตียงนุ่มๆก่อนจะปรือตามองแสงจากโคมไฟข้างหัวเตียง กี่โมงกี่ยามแล้วเนี่ย

ยกมือขึ้นมองนาฬิกาบนแขนซ้ายจึงเห็นว่าตอนนี้ตีสองกว่าแล้ว หลับไปตั้งแต่ตอนไหนวะ

“ตื่นแล้วหรอครับ” เอ๊ะ เสียงใคร

“นะ นาที มาอยู่ที่นี่ได้ไง” หันไปตามต้นเสียงจึงพบกับนาทีที่เปิดประตูเข้ามา มันคือประตูกระจกใสที่มองออกไปเห็นวิวด้านนอก ฉันหลับในห้องของคนอื่นงั้นหรอ

อย่าบอกนะว่าฉันดื่มหนักจนสลบไป

“ยังจะถามอีกนะครับ หลับไปตั้งหลายชั่วโมงแล้ว” ร่างสูงย่อตัวลงนั่งอีกฟากหนึ่งของเตียงพลางมองมาด้วยแววตาแกมดุ

“นี่ห้องนนท์หรอ” ลุกขึ้นนั่งพลางกวาดตามองไปรอบห้องก่อนที่สายตาจะหยุดอยู่ที่กรอบรูปอันนึง เป็นรูปเด็กผู้ชายตัวเล็กน่าจะราวๆ 4 5 ขวบ ที่ฉันรู้ว่าเป็นนนท์เพราะล่างขวาของรูปมีคำว่า ‘รักลูกนนท์’ เขียนไว้

“อืม จะกลับเลยไหม” ยกขาขึ้นมานั่งขัดสมาธิบนเตียงแล้วหันหน้าเข้าหาฉัน

“ขับไหวหรอ” ถามคนตรงหน้าออกไป พึ่งเห็นว่าหน้าเขาเปียก สงสัยพึ่งล้างหน้ามา

“ไหวครับ” ตอบกลับมาด้วยใบหน้านิ่ง งอนอะไรฉันหรือเปล่า

“งั้นกลับเลยก็ได้” เห็นท่าทางไม่สบอารมณ์ของคนตรงหน้าแล้ว บอกเลยว่ากลับบ้านคือทางออกที่ดีที่สุด

“ถ้าเมาแบบนี้อีก คราวหลังจะไม่ให้ดื่มแล้วนะครับ” นั่นไง ด่าช้าแต่ด่าชัวร์ สายตาเขาบอกแบบนั้นตั้งแต่แรก

“ปกติไม่เคยเมาแบบนี้เลยนะ สงสัยวันนี้คงเหนื่อย” ฉันแกล้งเฉไฉ อันที่จริงตอนที่นาทีไปเข้าห้องน้ำ อิกุนเทเหล้าเพียวๆให้ฉันตั้งหลายแก้ว หลังจากนั้นอีกหนึ่งชั่วโมงฉันก็ดื่มเป็นเพื่อนมันโดยไม่พัก ไม่เมาก็บ้าแล้ว

“เหนื่อยอะไรครับ แค่สอนการบ้าน ไม่ได้ไปวิ่งมาราธอนที่ไหน” อา เอางี้เลยหรอ 

“ไม่เห็นต้องบ่นเลย” คว่ำปากลงพลางเหลือบตามองคนที่มีปากคอเราะร้าย ฉันถูกเด็กคุมประพฤติเข้าให้แล้วหรอเนี่ย

นาทีคนเมื่อสองปีก่อนกลับมาแล้ว

“ยกมือขึ้นครับ” เดินหายไปสักพักก่อนจะมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า

“อะไร” ถามออกไปอย่างงงๆ อยู่ๆมาบอกให้ยกมือ

“จะใส่เสื้อให้ อากาศข้างนอกเย็น” พูดพลางถือฮู้ดแขนยาวคลี่ออกเป็นวงเตรียมสวมให้ฉัน

“ใส่เองก็ได้ เอามานี่” เอื้อมมือไปแย่งแต่คนตัวสูงกลับชักมือกลับแล้วก้าวเข้ามาสวมมันลงบนหัวฉัน ต่อด้วยจับแขนฉันยัดเข้าไปในเสื้อทีละข้าง จนกระทั่งมันมาอยู่บนตัวฉันได้สำเร็จ

ทำเหมือนฉันเป็นเด็กๆเลย

“เสร็จแล้วก็ตามออกมาครับ” พูดทิ้งท้ายเอาไว้ให้ฉันมองตามอย่างงงๆ แถมยังเมินกันราวกับฉันไปทำความผิดอะไรมานักหนา อะไรของเขาวะ

 

@ บนรถ

“ไม่ไปเอารถหรอ” เอ่ยถามคนข้างกายหลังจากที่รถเลี้ยวออกมาจากคอนโดนนท์ ถ้าไปคอนโดฉันต้องเลี้ยวซ้าย แต่นี่เขากลับเลี้ยวมาทางขวา ซึ่งมันคนละทางกัน

“วันหลังค่อยเอา” ตอบกลับมานิ่งๆโดยไม่หันมามอง ยังไม่หายปั้นปึ่งใส่ฉันอีกหรอ ฉันยังไม่รู้เลยว่าตัวเองทำอะไรผิด

“งั้นจะพาไปส่งบ้านใช่ปะ” เอ่ยถามออกไปอีกครั้ง เขาเลี้ยวมาทางนี้ซึ่งมันเป็นทางกลับบ้านฉัน แต่จนแล้วจนรอด รออยู่นานคนข้างกายก็ยังไม่ตอบ เออ ไม่ตอบก็อย่าตอบนะ เป็นใบ้ได้ให้เป็นไปเลย ขี้งอนดีนัก

เอ๊ะ เดี๋ยวนะ ทางนี้มันไม่ใช่ทางกลับบ้านฉันนี่ ทางมันคุ้นๆเหมือนกับ...

“นายจะพาฉันไปไหน” โพล่งถามออกไปทันควันเมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติ

ไม่ต้องรอคำตอบให้เสียเวลา อยู่ๆรถก็เลี้ยวเข้ามายังบริเวณลานจอดรถของคอนโดแห่งหนึ่ง คอนโดที่ฉันจำได้เป็นอย่างดีเพราะฉันเคยมาที่นี่เมื่อนานมาแล้ว ซึ่งลักษณะภายนอกมันยังดูไม่เปลี่ยนไปแต่อย่างใด

“นาที พาฉันมาที่นี่ทำไม” เอ่ยถามหลังจากที่รถจอดสนิทแล้ว นอกจากเด็กมันจะไม่ตอบแล้วยังเดินลงจากรถไปหน้าตาเฉย ฉันมองตามจนกระทั่งมือหนายื่นมาเปิดประตูรถทางฝั่งฉันออก

“ไม่อยากให้พี่ขับรถกลับบ้านคนเดียว มันอันตราย” จากที่คิดว่าเขาโกรธฉันแต่มันกลับตาลปัตร น้ำเสียงทุ้มฟังดูรื่นหูพูดขึ้นพลางแบมือมาตรงหน้าให้ฉันจับ

“แล้วทำไมนายไม่ไปส่งฉันล่ะ” ถ้าเขาห่วงฉันนักก็แค่พาฉันไปส่งที่บ้าน แล้วขับรถฉันกลับเหมือนวันนั้นมันไม่ง่ายกว่าหรอ

“นอนนี่แหละ มันดึกแล้ว ห้องผมใกล้กว่า” เฮ้ย พูดออกมาง่ายๆเลยงี้

“ไม่เอา ฉันจะกลับบ้าน” ยกมือกอดอกตั้งท่าไม่ยอมลงท่าเดียว ต่อให้เอาช้างมาฉุด ฉันก็ไม่ไป

ลืมแล้วหรือไงว่าฉันเคยมีความทรงจำแย่ๆที่นี่ จริงสิ นาทีเคยบอกฉันว่าคอนโดแห่งนี้พ่อเขาเป็นคนซื้อให้ ตอนนั้นฉันถึงคิดว่าเขาโตพอที่จะออกมาอยู่คนเดียวได้แล้ว เลยไม่เอะใจอะไร

ที่ไหนได้เขามันก็แค่เด็ก ม.5 ที่แสนแก่แดดแก่ลมคนนึงที่ดันไปแอบชอบรุ่นพี่

“ถ้าเป็นห่วงเจ้าน้องอะ ไม่ต้องห่วง พี่วาฬเอาอาหารให้แล้ว พรุ่งนี้เช้าค่อยกลับไปดู เดี๋ยวผมไปส่ง” พูดออกมายาวเหยียด ใครว่าฉันเป็นห่วงเจ้าน้องกันล่ะ ฉันห่วงตัวเองต่างหาก

“ไม่ใช่เรื่องนั้น” ฉันยังคงหนักแน่นเรื่องที่ไม่ยอมลงไปกับเขา

“แล้วเรื่องไหน อย่าบอกนะว่า... กลัวผม” น้ำเสียงเจ้าเล่ห์ราวกับว่าเด็กมันกำลังยิ้มอยู่

“...” เออ ฉันกลัวแกนั่นแหละ ไม่รู้จะมาไม้ไหนอีก

“งั้นผมสัญญา” พูดพลางชูนิ้วก้อยมาตรงหน้า “สัญญาว่าจะอยู่เฉยๆ ไม่กวน ไม่กอด” หันกลับไปหรี่ตามองคนที่พูด จะทำได้จริงเร้อ ขนาดสองปีที่แล้วยังทำไม่ได้เลย “ตอนนั้นผมไม่คิดให้ดี ขอโทษที่รีบไปหน่อย”

เพี๊ยะ 

“โอ๊ย พี่ตีผมทำไม” คนตรงหน้าร้องเสียงหลงเมื่อฉันฟาดมือไปที่แขนเขา แสนรู้นักนะ รู้ถึงขั้นว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่ แถมยังพูดออกมาหน้าตาเฉย

“ปากดี” ทำท่าจะยื่นมือเข้าไปบิดท้องคนที่ยืนค้ำหัวอยู่นอกรถ เมื่อกี้ฉันเกือบหลุดยิ้มออกมาแล้วเพราะความกะล่อนของเขา

“นะครับ ลงมาด้วยกัน ผมสัญญาแล้วไง” กระพริบตาปริบๆพูดขึ้นอย่างออดอ้อน ทำไมเดี๋ยวนี้มันอ้อนเก่งจังวะ เดี๋ยวขอหนุนตัก เดี๋ยวขอนั่นเดี๋ยวขอนี่

“ก็ได้” 

“น่ารักที่สุด” รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของเด็กแก่แดด ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือมาจับมือฉันให้ลงมาจากรถด้วยกัน ทำไมฉันถึงใจง่ายแบบนี้วะ ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าเด็กมันพูดจริงหรือหลอกให้ฉันตายใจกันแน่ เชื่อเขายังไม่พอ ยังปล่อยให้เขาจูงมือเดินเข้าคอนโดราวกับเด็กอายุสามขวบ 

ใครก็ได้ จับอีปลาคนนี้ไปตรวจที นี่มันตัวจริงหรือตัวปลอม

 

03.50 น.

“จะให้ผมลงไปนอนที่พื้นไหม” ฉันคงขยับตัวบ่อยไปหน่อยเพราะนอนไม่ค่อยหลับ จึงทำให้คนที่นอนอีกฟากนึงของเตียงถามขึ้น ตอนนี้ทั้งห้องมืดสนิท มีแค่แสงไฟด้านนอกที่ส่องเข้ามาจากทางหน้าต่าง

“ไม่ต้อง” ฉันปฏิเสธ

ใช่ ตอนนี้เรากำลังนอนอยู่บนเตียงเดียวกัน แถมยังใช้ผ้าห่มผืนเดียวกันด้วย

นี่ไม่ใช่ในหนังไทยที่นางเอกจะนอนบนเตียง แล้วให้แฟนตัวเองลงไปนอนที่พื้น เพราะถ้าหากผู้ชายมันจะทำขึ้นมาจริงๆมันก็ทำได้ ฉวยโอกาสตอนเราหลับยังได้เลย ไม่ต้องให้ถึงขั้นนั้นหรอก

หมอนข้างใบเดียวก็พอ

ตั้งแต่ฉันตามนาทีขึ้นห้องมา เหตุการณ์ก็ดูปกติธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษ เขาหาผ้าเช็ดตัวกับเสื้อผ้าพอดีตัวให้ฉันชุดนึง เป็นกางเกงขายาวแบบผูกเชือก พับขาขึ้นมาเล็กน้อยเพราะกางเกงมันไซส์ใหญ่ ส่วนเสื้อฉันก็ใส่เสื้อบอลของเขานั่นแหละ พึ่งรู้เหมือนกันว่าเด็กนี่ก็ชอบดูบอลกับเขาด้วย แถมยังมีทีมโปรดอีกต่างหาก เสื้อส่วนใหญ่ในตู้เขาก็มีแต่เสื้อกีฬา เป็นอีกมุมนึงซึ่งฉันไม่เคยเห็นเลย

หลังจากที่ฉันอาบน้ำเสร็จเขาก็เข้าไปอาบ ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ ตอนที่ฉันนั่งเช็ดผม เขาก็จัดที่นอนรอ เพราะห้องเขาไม่มีไดร์เป่าผมฉันเลยต้องเช็ดนานหน่อย ขนาดนั่งเช็ดตั้งนานตอนนี้มันยังเปียกนิดๆอยู่เลย พอจะนอนมันเลยเหมือนกับมีอะไรเปียกๆที่หัว อยากจะลุกเอาหัวไปจ่อพัดลมแต่เกรงใจคนที่เปิดแอร์นอนรอ สุดท้ายก็เลยปีนขึ้นเตียงมาพร้อมกับหมอนข้าง วางมันคั่นตรงกลางแล้วขยับมานอนจนชิดขอบเตียง

ไม่ใช่เพื่อความปลอดภัยอะไรหรอก แต่มันคงช่วยลดความเกร็งของฉันลงบ้างไม่มากก็น้อย

“พี่นอนแล้วหรอ” ผ่านไปสักพัก เสียงทุ้มก็เอ่ยขึ้นอีกรอบ

“ยัง” ตอบกลับไปพลางพลิกตัวหันหน้ามาอีกทาง จะเช้าอยู่แล้วยังจะชวนคุยอีก

“พี่ปลา” 

“อะไร” ทำไมวันนี้เรียกเก่งจัง เป็นไรไม่ยอมนอน

“ขอเอาหมอนข้างออกได้ไหม” 

“ไม่ได้” ปฏิเสธออกไปทันควัน แค่นี้ฉันก็เกร็งจะแย่แล้ว ยังจะมาขอให้เอาหมอนข้างออกอีก

“นิดนึง” 

“นิดนึงก็ไม่ได้” ขึ้นเสียงตอบกลับไปทันที

“งั้นจับมือได้ไหม” ไม่ได้หนึ่งจะเอาสองนะ เจ้าเล่ห์ได้ใครวะ แค่นอนเตียงเดียวกันยังไม่พออีกหรอ

“... เมื่อกี้สัญญาว่าไง” นึกถึงคำสัญญาที่เด็กมันให้ตอนเกลี้ยกล่อมฉันให้ลงจากรถ ไหนมันบอกจะไม่กวนฉันไงวะ

“สัญญาว่าจะไม่กอด” เออ นี่มันอย่างหลัง

“ก่อนหน้านั้นล่ะ” 

“จะไม่กวน” เออ ก็จำได้นี่ แล้วที่ทำอยู่เนี่ยแปลว่าอะไร

“อือ จำได้ก็ดี” เค้นเสียงตอบกลับไป ฉันจะใจอ่อนไม่ได้ สถานการณ์ยิ่งสุ่มเสี่ยงอยู่

“เข้าใจแล้วครับ” พูดขึ้นเสียงเบาราวกับถอดใจ ก่อนจะถอนหายใจออกมายาวๆให้ฉันได้ยิน 

หรือฉันหวงตัวเกินไปวะ ตั้งแต่เขากลับมาครั้งนี้ ก็ไม่ใช่ไม่เคยถูกเนื้อต้องตัวกัน กอดก็เคยแล้ว จูบก็เคยแล้ว กับอีแค่จับมือคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง หมอนข้างก็มี

เอาเถอะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว

“งั้นให้จับนิดนึงก็ได้ แต่อย่าดึงหมอนข้างออกนะ” พูดพลางพลิกตัวกลับไปนอนหงายแล้วยื่นมือข้ามฝั่งไปวางไว้บนหมอน

หมับ

มือฉันถูกดึงไปจับทันทีราวกับเขากำลังกลัวว่าถ้าช้าไปกว่านี้แล้วฉันจะเปลี่ยนใจ ไอ้เด็กอ๊องเอ๊ย

“มือนุ่มจัง” พอได้มือไปจับน้ำเสียงก็เปลี่ยนไปทันที ไม่ยิ้มอยู่ให้ถีบ

“อยู่นิ่งๆ จับแบบนั้นแล้วฉันจะหลับลงได้ไง” กระตุกมือเล็กน้อยพลางดุออกไป พอเห็นฉันขยับเขาก็ยิ่งจับมันแน่นกว่าเดิมราวกับกลัวมันหาย

“นอนได้แล้วครับ เดี๋ยวมือคู่นี้ผมดูแลให้เอง” หึ พูดออกมาได้ ใครเขาอยากให้ดูแลกัน แบบนี้ยิ่งจะทำให้ฉันนอนไม่หลับยิ่งกว่าเดิมอีก “ตัวพี่หอมจัง” พูดขึ้นหลังจากปลายจมูกจรดลงที่หลังมือ

ถ้าเข้าใจไม่ผิด เด็กมันกำลังแทะโลมมือฉันอยู่ถูกปะ

“ตัวไม่ได้หอม ครีมอาบน้ำต่างหาก” พยายามทำเสียงให้เป็นปกติที่สุด ไม่ให้เด็กมันรู้ว่าฉันกำลังตื่นเต้นแค่ไหน มือไม้ก็พลอยสั่นไปด้วย นี่ขนาดนอนไม่เห็นหน้ากันนะ

“ชอบจัง ที่พี่ใช้ครีมอาบน้ำของผม กลิ่นเราเหมือนกันเลย ไม่เชื่อดมดูสิ” พูดจบก็ยื่นมือตัวเองมาตรงหน้าฉัน

“รู้แล้ว ไม่อยากดม มือใครก็เหมือนกัน” 

“ไม่เหมือนครับ มือแฟนยังไงก็หอมกว่ามือตัวเอง” ตรรกกะไหนของมันวะ “เร็วๆสิครับ ผมเมื่อยมือ” บ่นอีก สรุปคือฉันต้องตามใจมันทุกเรื่อง ถูกไหม

ขี้เอาแต่ใจว่ะ

“อือ” พึมพำขึ้นในลำคอก่อนจะพลิกตัวหันหน้าเข้าหาหมอนข้างแล้วคว้ามือข้างนั้นมาจับ ขนาดมองผ่านแสงสลัวที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่างยังเห็นว่ามือเด็กคนนี้สวยราวกับมือผู้หญิง มันทั้งนิ่มและอุ่น แถมเล็บยังถูกตัดเล็มอย่างดีตามแบบฉบับคนเจ้าสำอาง

“ตัวทีหอมไหม” ถามขึ้นพลางเรียกแทนตัวเองด้วยชื่อ 

“อือ” 

“ยังไม่ได้ดมเลย” พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตำหนิ แสนรู้อีก 

เออ ดมก็ดมวะ จะได้จบเรื่องจบราว

แนบจมูกจรดลงไปยังมือข้างที่จับ ใจเต้นตึกตักยามที่ต้องสูดกลิ่นกายคนตรงหน้าเข้าไป ไม่คิดว่าการกระทำแค่นี้จะทำให้ใจฉันเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา มันหอมเหมือนที่เด็กมันว่าจริงๆ เกิดมาฉันพึ่งเคยทำแบบนี้เป็นครั้งแรก และไม่รู้อะไรดลใจฉันถึงเปลี่ยนมาแนบมันลงที่แก้ม ผ่านไปสักพักหนังตาก็เริ่มคล้อย มันเหมือนกับว่ากลิ่นกายของคนที่นอนอีกฝั่งของเตียงคือยานอนหลับชั้นดี

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าตอนนี้เราสองคนกำลังหันหน้าเข้าหากันอยู่ มีเพียงวัตถุชิ้นใหญ่เป็นเครื่องเตือนใจว่าห้ามข้ามเส้นนั้นไป เพราะไม่อย่างนั้น เราทั้งคู่อาจจะเผลอไผลไปเหมือนตอนนั้นอีก มันเร็วไป มันยังไม่ถึงเวลา

รอให้ความรู้สึกของเรามันเพิ่มพูนมากกว่านี้ก่อน ถึงจะข้ามเส้นนั้นไปได้

ความรักก็เหมือนพายุ มาไวไปไว แต่ถ้าวิ่งเข้าหาก็มีแต่ตายกับตาย ปล่อยมันค่อยเป็นค่อยไปแบบนี้แหละดีแล้ว 

“ฝันดีนะครับแฟนของที” ประโยคสุดท้ายถูกเปล่งออกมาก่อนที่สติฉันจะหลุดลอย 

ฝันดีเช่นกันนะไอ้เด็กแสบ 

 

[นาที บรรยาย]

10.00 น.

หลังจากที่ตื่นได้ราวๆครึ่งชั่วโมง ผมก็ไปล้างหน้าล้างตาแล้วกลับมานอนลงที่เตียงอีกครั้ง กว่าจะฝืนลุกขึ้นจากเตียงได้ก็ทำเอาผมโอ้เอ้ไปหลายนาที เพราะภาพตรงหน้าทำให้ผมไม่อาจฝืนตัวเองลุกขึ้นจากเตียง ใบหน้าจิ้มลิ้มห่างจากใบหน้าผมเพียงไม่กี่ฝ่ามือ แถมริมฝีปากแดงยังคว่ำลงเล็กน้อยอย่างน่ารักยามที่เธอหลับ ไม่รู้หมอนข้างที่เป็นมารความรักของผมมาทั้งคืนหายไปไหนแล้ว ตอนหลับอาจจะมีใครสักคนเผลอทำมันตกจากเตียงไปแล้วก็ได้

ผมใช้แขนหนุนแทนหมอน นอนมองคนที่ได้ชื่อว่าแฟนเก่าที่กลับมาคบกันหมาดๆ นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้เห็นคนตัวเล็กหลับแบบนี้ เมื่อก่อนผมจะได้เห็นเธอในมุมนี้ก็แค่ตอนที่เราเปิดกล้องคุยกัน เธอก็อ่านหนังสือของเธอไปส่วนผมก็ทำการบ้านของผมไปจนเธอเผลอหลับคากล้องไปแบบนั้น

พอได้มามองเธอใกล้ๆแบบนี้อีกครั้ง มันเลยทำให้ผมรู้สึกหวงแหนช่วงเวลาดีๆแบบนี้ ไม่อยากจะพลาดมันไปอีก 

ผมพลิกตัวกลับมานอนหงายเพราะไม่อยากกวนเธอให้ตื่น ตอนนี้ยังไม่สายมาก เธอควรจะได้นอนต่อเพราะกว่าจะได้นอนก็เกือบเช้าแล้ว ผมปลดล็อคหน้าจอโทรศัพท์ตัวเองเพื่อเช็คอะไรนิดหน่อย กดเข้าอินสตาแกรมดูว่าบัญชีผมยังคงถูกใครคนบางคนบล็อกอยู่ไหม และผลปรากฏว่า เธอยังคงบล็อกผมอยู่ 

เรามีไอจีกันตั้งแต่สองปีที่แล้ว และเธอก็บล็อกผมไปสองปีแล้วเช่นเดียวกัน หลายครั้งที่ผมแอบเอาแอคเคาท์คนอื่นเช็คดู เพราะบัญชีเธอตั้งเป็นสาธารณะ แต่เธอก็ไม่ค่อยได้อัพเดตอะไร ล่าสุดเห็นจะเป็นรูปที่เธอถ่ายกับน้องชายเธอที่ชื่อฉลาม แล้วก็รูปหมู่ในกลุ่มเพื่อนเธอ

ผมกดกลับมาที่หน้าโปรไฟล์ของตัวเอง ก่อนจะกดไปที่รูปกล้องที่อยู่ตรงมุมซ้ายบน ตะแคงข้างเข้าหาคนตัวเล็กก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้เธอ ปอยผมที่ร่วงลงมาปิดหน้าเธอพอดีทำให้ภาพที่ผมเห็นคือเสี้ยวหน้าเล็กที่กำลังหลับตาพริ้มสนิท พอดีกับที่แสงแดดอ่อนๆส่องเข้ามาผ่านทางหน้าต่างมันทำให้ภาพดูมีมิติ ผมไม่ลังเลที่จะกดถ่ายมันทันที

แฟนใครวะ โคตรน่ารักเลย

ผมควรจะเก็บรูปนี้ไว้ดูเอง หรือถือวิสาสะอัพลงโซเชียลเพื่ออวดใครต่อใครว่าผมได้ดวงใจผมกลับมาแล้วดี แต่เอาจริงๆถึงผมอัพก็มองไม่ออกอยู่ดีว่าผู้หญิงในภาพเป็นใคร เพราะแค่ปอยผมก็กินไปครึ่งหน้าแล้ว ไหนจะแสงนั่นอีก

“อืออ”

ทีแรกว่าจะเก็บไว้ดูเองแต่ไม่ทันแล้ว พอเห็นคนตัวเล็กทำท่าเหมือนจะตื่นขึ้นมาแถมเธอยังเขยิบหน้าเข้ามาใกล้มือผมก็ลั่นไปกดอัพสตอรี่เข้าจนได้ โทรศัพท์ร่วงลงไปที่เตียงโดยฝีมือของคนขี้เซา ถือว่าเธอเป็นคนเลือกให้ผมก็แล้วกัน

แสงแดดที่กำลังกวนใจคนหลับทำให้เธอมุดกายเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น ประกอบกับมือเล็กที่โผล่พ้นผ้าห่มมาวางแหมะบนเอวผม ก่อนที่มันจะอ้อมไปด้านหลังแล้วพยายามกอดผมเข้าหาตัว ใบหน้าเล็กตกลงจากหมอนใบโตก่อนที่มันจะหยุดนิ่งตรงตำแหน่งของหัวใจผมพอดิบพอดี

คงคิดว่าผมเป็นหมอนข้าง ไม่ก็ละเมอกอดไปเรื่อยตามประสาคนขี้เซา ผมไม่มีวันปล่อยให้โอกาสดีๆแบบนี้หลุดลอยไปแน่ วาดมือไปกอดตอบคนตัวเล็กก่อนจะวางมือลงที่แผ่นหลังบาง กดจมูกลงสูดดมกลิ่นกายจากกลุ่มผมนิ่มที่ถูกชะล้างด้วยแชมพูของผมเมื่อคืน บอกตามตรงว่ามันเพิ่มแรงดึงดูดให้ผมอยากเข้าใกล้คนที่หลับใหลมากขึ้นไปอีก ผมชักไม่อยากให้เธอตื่นขึ้นมาแล้วสิ อดคิดไม่ได้ว่าถ้าเธอตื่นขึ้นมาเจอเราสองคนในสภาพนี้คงได้ฟาดงวงฟาดงาใส่ผมเป็นแน่

ก่อนที่ผมจะเผลอเคลิ้มหลับตามเธอไปอีกคน สัมผัสบางอย่างก็ทำให้ผมขนลุกชันไปทั้งตัว วัตถุขนาดพอดีมือไต่เข้ามาในสาบเสื้อ มันทั้งอุ่นทั้งให้ความรู้สึกแปลกราวกับว่ามันเป็นผิวเนื้อมนุษย์ ใช้เวลาประมวลผลไม่ถึงนาทีผมก็ตะหนักได้ว่า สิ่งที่กำลังลูบไล้แผ่นหลังผมอยู่คือมือซุกซนของคนที่กำลังหลับตาพริ้ม

ผมเบิกตาโพลงก่อนจะผละมือออกมาจากการกอดแล้วคว้าหมับเข้าที่มือเล็กนั่น

ทำไมหลับแล้วซนจัง 

แบบนี้ผมคงหลับไม่ลงแน่ กลัวจะได้ทำอย่างอื่นแทนน่ะสิ 

สูดหายใจเรียกสติที่แตกกระเจิงให้กลับมาก่อนจะวางมือเล็กลงข้างลำตัวแล้วลุกขึ้นนั่งพิงเตียง แบบนี้ไม่ดีแน่ คบกันยังไม่ทันข้ามวันข้ามคืนก็คิดจะเอาเปรียบเธอแล้ว อยู่ห่างไว้ก่อนดีกว่า ยิ่งห่างจากเตียงเท่าไหร่ยิ่งดี 

[จบบทบรรยาย นาที]

 

ครืด ครืด ครืด

แรงสั่นเตือนจากวัตถุบางอย่างทำให้ฉันค่อยๆปรือตาขึ้น กี่โมงกี่ยามแล้วเนี่ย เพราะม่านทึบแสงทำให้ฉันหลับยาวจนไม่รู้เวลา แถมแอร์ก็เย็น เตียงก็นุ่ม มันเลยทำให้ฉันหลับสบายจนไม่อยากตื่น

มือควานหาโทรศัพท์สะเปะสะปะจนกระทั่งพบเข้ากับโทรศัพท์เครื่องสี่เหลี่ยมที่อยู่ใต้หมอน สิ่งแรกที่เห็นคือข้อความที่ถูกส่งรัวเข้ามาจากกลุ่ม ‘PPKP ที่ย่อมาจากพีทปลาทูกุญแจซอลเป้ง’ หรี่ตาเพื่อปรับแสงก่อนจะกดเข้าไปอ่านข้อความพวกนั้น

Pete : รูปในสตอรี่น้องทีกูว่าคุ้นๆนะ

Pete sent a photo

KJ Sol : หึหึ พีทไม่รู้ เป้งไม่รู้ แต่กุญแจซอลรู้

Pete : มึงรู้อะไรมาอิกุน 

KJ Sol : ให้อิปลามันมาเล่าเอง

Pete : แสดงว่ามึงต้องรู้อะไร เล่าให้กูฟังเดี๋ยวนี้

ฉันไล่อ่านทีละข้อความก่อนที่สายตาจะมาสะดุดกับรูปที่เป็นประเด็น มันคือรูปผู้หญิงคนนึงที่มีใบหน้าคล้ายฉัน เสี้ยวหน้าถูกเรือนผมปิดไว้เกือบครึ่ง และฉันก็มองออกในทันทีว่าคนในภาพนี้คือใคร มันไม่ใช่คนหน้าคล้ายแต่มันคือฉันเอง! ฉันตอนหลับที่ไม่รู้ตัวว่าถูกใครแอบถ่าย และถ้าให้เดาคนถ่ายก็คงจะเป็นคนที่พวกมันกำลังพูดถึง 

นาที ไอ้เด็กบ้า ลงรูปไม่คิดจะปรึกษากันเลย แถมยังเป็นแอคเคาท์ที่คนติดตามเขาหลายพัน ไม่ใช่อันใหม่ที่ฟอลแค่ฉันคนเดียว 

Pla Too : หยุดนินทากูได้ละ

KJ Sol : มีไรจะสารภาพกับพวกมันไหม

ในเมื่ออิกุนมันเปิดประเด็นขึ้นมา ฉันก็จะบอกพวกมันในนี้แหละ เพราะถ้ารอให้ถึงวันจันทร์ พวกมันคงได้ตามไปถามฉันถึงบ้านแน่

Pla Too : มี

กดส่งข้อความไปเตรียมจะอธิบายในประโยคถัดมา แต่ว่าประตูห้องก็ถูกเปิดออกซะก่อน ฉันจึงหันไปมองตามเสียง

“ตื่นนานแล้วหรอครับ” นาทีในชุดเสื้อยืดสีขาวธรรมดากับกางเกงสามส่วนความยาวถึงเข่าเดินมาหยุดยืนอยู่หน้าประตูหลังจากเปิดเข้ามาแล้ว

“อืม” ฉันพยักหน้าก่อนจะเก็บโทรศัพท์ลงเพราะไม่ต้องการให้เขาเห็นว่าฉันกำลังคุยอะไรกับเพื่อนตัวเองอยู่

“เสร็จแล้วก็ออกไปทานข้าวครับ ผมสั่งมาให้แล้ว” 

“ได้ นายออกไปก่อนเลย ขอคุยกับเพื่อนแป๊บ”

“แปรงฟันเสร็จรีบออกมานะ เดี๋ยวกับข้าวเย็นซะก่อน” สั่งเป็นพ่อเลยวุ๊ย

“อือๆ” พยักหน้ารัวๆผ่านความมืดก่อนจะดึงโทรศัพท์ที่ถือแนบกับอกขึ้นมาเปิดอ่านอีกครั้งหลังจากนาทีเดินกลับออกไปแล้ว

Pla Too : กูกลับมาคบกับนาทีแล้ว

Pete : ถามจริงงง ยังไงไหนเล่าาา

Peng ส่งสติ๊กเกอร์ลูกหมาชูมือเยี่ยม

Pla Too : ยังจำสัญญาได้ ไม่ลืมเนอะ

ฉันจงใจเบี่ยงประเด็นเพราะขี้เกียจเล่าอะไรยาวๆให้พวกมันฟัง เอาเรื่องนี้ก่อนดีกว่า

KJ Sol : สัญญาอะไรวะ

Pla Too : เรื่องที่พวกมึงสัญญาว่าจะใส่โจงวิ่งรอบสนาม ทำให้ได้ด้วยนะ

เคาะนิ้วรัวลงไปบนแป้นพิมพ์ก่อนจะคลี่ยิ้มอย่างขบขัน แค่นึกก็สนุกแล้ว

Pete : เชี่ยยยยย ลืมไปเลย

KJ Sol : กูขอไม่ทำได้ไหม เป็นโมฆะเถอะนะเพื่อนปลาที่รัก

Pla Too : ไม่ได้

Pete : กูลูกมีพ่อมีแม่นะเว่ย ผัวก็ยังไม่มี ทำแบบนั้นผู้ชายที่ไหนจะมาจีบกูวะ

Pla Too : สัญญาต้องเป็นสัญญา ใครไม่ทำกูจะแช่งให้พวกมึงขึ้นคานตลอดชีวิต

KJ Sol : ฉิบหาย! กูแม่งไม่น่าให้เบอร์มึงกับน้องทีเลย

หลังจากนั้นพวกมันก็บ่นมาอีกหลายประโยค จนฉันได้แต่นอนยิ้มอย่างสะใจ ตอนพวกมันท้าฉันคงไม่คิดว่าผลมันจะออกมาเป็นแบบนี้ เพราะฉันตั้งท่ากลัวความรักซะขนาดนั้น ฉันเองยังนึกไม่ถึงเหมือนกันว่าตัวเองจะตกลงปลงใจให้โอกาสเด็กคนนั้นอีกครั้ง 

อย่างว่าแหละ ความรู้สึกคนเรามันเดาได้ซะที่ไหน วันนึงเกลียด อีกวันนึงรักก็มีถมเถไป แต่ยังไม่ใช่ฉันนะ ความรู้สึกฉันมันยังพูดได้ไม่เต็มปากว่ารัก อาจจะเป็นความรู้สึกดีหรืออะไรแบบนั้นมากกว่า คนเรามันจะตกหลุมรักใครง่ายขนาดได้ยังไงกันล่ะ ยิ่งเป็นคนที่เคยทำลายความไว้ใจเราแล้วด้วย ยิ่งยากกว่าความเชื่อใจจะกลับมาเต็มร้อยอีกครั้ง 

….

ตอนที่22 อัพครบ

สวัสดีวันเปิดเทอมของใครๆหลายๆคนนะค้าาา (01/07/2563)

เรียนหนังสือเครียดๆ ตอนเย็นก็กลับมาอ่านนิยายกันน้าาา

จะอัพให้เรื่อยๆจ้าาาา

 

Next: 

“แฟนไม่ใช่ผัว”

 

ตามกันต่อก๊าบบบบ 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 127 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

204 ความคิดเห็น

  1. #99 thipa1595 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 20:32
    ดีใจด้วยนะนาที
    #99
    0
  2. #98 Jele_jelly (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 06:14
    ดีต่อใจจจจ
    #98
    0
  3. #97 firstzy93 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 23:27
    ละมุนนน
    #97
    0
  4. #96 tanyong1990 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 21:50
    น้องที หงื้อ
    #96
    0
  5. #95 09122547 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 17:12
    เเสนหวานนนนนนนน
    #95
    0
  6. #94 firstzy93 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 02:02
    นอนจับมือกัน
    #94
    0
  7. #93 firstzy93 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 22:33
    555555

    ใจอ่อนจนได้
    #93
    0