ผ ม เ ป็ น ข อ ง พี่ ค น เ ดี ย ว - Trapped in love

ตอนที่ 25 : 20 - แฟน or คนคุย? 2/2 อัพครบบบบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,320
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 119 ครั้ง
    8 ก.ค. 63

ข่าวดี!!!!!! (อัปเดต 22/06/2020)

ไรท์วางพล็อตเรื่อง และ ตัวละครของนิยาย SET นี้ ครบหมดแล้ว #SetB ของเรา จะประกอบไปด้วย

- Trapped in love : ผมเป็นของพี่คนเดียว (นาที)

- Stubborn love : รั้นจะรัก (พี่วาฬ)

- Fleet of love : ร้ายมารักกลับ ไม่โกง (น้องหลาม)

- Point of love : รักจริง [ไม่] หวังหลอก (นาย นีรกุล)

เปิดให้อ่านเมื่อไหร่ ไรต์จะแจ้งให้ทราบนะค้าา ตามเพจเอาไว้จะได้ไม่พลาดการแจ้งเตือนจ้าา

คลิกที่นี่

 

 

 

“ไม่ง่วงหรอ” ผ่านไปเกือบสามชั่วโมงที่ฉันเริ่มติวให้เด็กพวกนี้อีกครั้ง โดยที่ครั้งนี้มีนาทีมาร่วมแจมด้วย ทีก่อนหน้านี้ไม่เห็นสนใจเลย ตอนนี้กลับมานั่งเบียดฉันหน้าตาเฉย

“ถามใคร”

“ก็ถามพี่นั่นแหละ จะให้ถามใคร” จ้องมาที่ฉันด้วยแววตาตำหนิ ใครจะรู้ล่ะว่าเขาหมายถึงฉัน นอกเหนือจากเขาแล้วในนี้ก็มีกันตั้ง 4คน

“ไม่ง่วง พวกนายง่วงแล้วหรอ” ตอบพลางหันไปดูปฏิกิริยาของแต่ละคน ทำไมคอตกกันแบบนั้นล่ะ

“ผมว่าพี่ปล่อยให้พวกมันพักสักหน่อยดีกว่า ดูท่าจะไม่ไหวแล้ว” นาทีพูดขึ้นพลางเอนตัวลงกับพนักพิงโซฟา แขนข้างนึงยกขึ้นวางแถวๆด้านหลังฉัน

“ขอโทษครับพี่ปลา นนท์ว่าวันหลังเราค่อยติวส่วนที่เหลือกันดีไหม” คนที่นั่งฝั่งตรงข้ามเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจ

“ไม่ไหวก็พักก่อน พี่ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย ไม่เห็นต้องทำหน้ารู้สึกผิดแบบนั้นเลย” ฉันหลุดขำ ลืมคิดไปว่าเด็กอสังหาไม่ค่อยเจออะไรที่เป็นทฤษฎีแบบนี้เยอะ เจอไปหนักๆสามชั่วโมง ถ้าเป็นฉันฉันก็อ่วม

“ไปซื้ออะไรเย็นๆมาให้พวกมันกินกัน” พูดจบนาทีก็ลุกขึ้นจากโซฟา มือข้างนึงยื่นมาตรงหน้าฉัน

“ลุกเองได้” ฉันเมินมือหนาที่อยู่ห่างจากใบหน้าไม่ถึงสิบเซนพลางลุกขึ้นยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง ออกไปยืดเส้นยืดสายสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน “นำไปสิ” หันไปบอกนาที

“ฝากด้วยนะครับ” เสียงเด็กพวกนั้นดังตามหลังมา น่าเอ็นดู แต่ละคนคอพับคออ่อน ร่วงไปกับโซฟาอย่างหมดท่า หาอะไรเฟรชๆมากระตุ้นสักหน่อยคงดีขึ้น

ระหว่างที่ลงลิฟท์ เราก็ไม่ได้คุยกันเลย แถมฉันยังถอยมายืนด้านหลังเพราะไม่อยากอยู่ใกล้เด็กมันเกินไป แต่พอเขาเห็นว่าฉันเขยิบตัวหนี เขาก็เขยิบตาม จนสุดท้ายแผ่นหลังฉันก็แนบสนิทลงกับตัวลิฟท์ เขาจึงมายืนข้างฉันในที่สุด

“ทำไมชอบหนีผมครับ” นาทีพูดขึ้นทำลายความเงียบ

“เปล่าหนี” ฉันปฏิเสธ

“ก็เห็นๆอยู่” หันมาจ้องหน้าก่อนจะหันกลับไปเพราะประตูลิฟท์เปิดออกพอดี โชคช่วยไว้แท้ๆ

ฉันเดินตรงปรี่มาที่ซุปเปอร์มาเก็ตโดยไม่รอคนที่เดินตามมาด้านหลัง ตอนเข้ามาครั้งแรกเราก็เดินผ่านมาแล้วรอบนึง ฉันเลยไม่ต้องรอคนนำทาง พอมาถึงก็หยิบตะกร้าสีส้มที่วางเรียงรายไว้สำหรับใส่ของ ตรงมาที่ตู้ทำความเย็นก่อนเป็นอันดับแรก มันควรจะเป็นอะไรที่เปรี้ยวๆหวานๆเย็นๆ เด็กพวกนั้นจะได้กระชุ่มกระชวยขึ้นมาบ้าง

“หาอะไรอยู่ครับ” อยู่ๆร่างฉันก็ถูกใครบางคนซ้อนตัวเข้ามายืนด้านหลัง พอจะเดาออกว่าคนที่ถามคือใคร น้ำเสียงแบบนี้มีแค่คนเดียว

ทำไมต้องเข้ามาใกล้ขนาดนั้น

“อะไรก็ได้ที่เย็นๆ แล้วก็เปรี้ยวด้วย” ฉันตัวแข็งทื่อ แต่พยายามทำตัวให้นิ่งที่สุด หยิบไปมั่วๆก่อนแล้วกัน จะได้ออกไปจากตรงนี้

“พวกนั้นไม่ชอบอะไรแบบนี้หรอก” นาทีเอื้อมมือมาจับขวดน้ำผลไม้ที่ฉันเลือกไปวางไว้ที่เดิม

“แล้วเด็กพวกนั้นชอบอะไร นายเป็นเพื่อน นายน่าจะรู้ดีกว่าฉัน” หันไปขอความเห็น ดีที่นาทีผละตัวออกไปแล้ว จึงทำให้ใบหน้าฉันไม่เฉียดโดนเขา

“พวกนั้นมันชอบอะไรขมๆ”

“ขมๆ?” ขมวดคิ้วถาม มันมีอะไรขมๆขายในนี้ด้วยหรอ

“ตามมานี่ครับ” อยู่ๆร่างสูงก็คว้าแขนฉันให้เดินตามแล้วมาหยุดอยู่อีกตู้ที่เต็มไปด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และของมึนเมา

“หมายถึงเบียร์?” คราวนี้อ๋อเลยว่าเด็กมันหมายถึงอะไร

“ไหนๆวันนี้ก็ติวมาเครียดๆทั้งวันแล้ว พวกมันคงอยากได้อะไรแบบนี้มากกว่าน้ำหวาน” มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นหลังจากพูดจบ “ซื้อได้ไหมครับ” เขาหันมาถาม

“อยากกินก็ซื้อสิ” อันที่จริงมันก็เป็นสิทธิของพวกเขา ไม่เห็นต้องถามฉันเลย

“พี่อยากให้ผมกินรึเปล่า” ถามขึ้นนิ่งๆด้วยใบหน้าใสซื่อ ดวงตาจดจ้องมาที่ฉันอย่างรอคำตอบ

“พวกนายก็โตๆกันแล้ว ฉันไม่ใช่ผู้ปกครองนะ ถึงต้องมาออกความเห็นว่าได้หรือไม่ได้” มุ่นคิ้วแล้วพูดขึ้น

“ลืมไปแล้วหรอว่าเรากำลังคบกันอยู่ เพราะแบบนี้ไงพี่ถึงมีสิทธิห้ามผม” มือหนาเอื้อมมาจับมือฉันไปกุมไว้ข้างนึง สายตามองมาอย่างสื่อความหมาย ทำเอาใจฉันเต้นผิดจังหวะไปเลย

อยู่ๆมาพูดอะไรกลางที่สาธารณะแบบนี้เล่า ถึงแม้ว่าเมื่อเช้าฉันจะไม่ได้ปฏิเสธ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าฉันตกลงไม่ใช่หรอ

‘การที่เราจูบกันถึงสองครั้งสองครามันเรียกว่า แฟน ครับ หรือไม่ก็ คนคุย

ประโยคเมื่อเช้าแว๊บเข้ามาในหัวฉันอีกครั้ง ตกลงตอนนี้ฉันเป็นแค่คนคุยหรือว่า แฟน ของเด็กนี่กันล่ะ

“ฉันขอถามอะไรนายอย่างนึงสิ” ตัดสินใจพูดสิ่งที่ค้างคาใจออกไป

“ครับ?”

“นายแน่ใจแล้วหรอ...” อึก ลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่พลางหลุบตามองพื้นแล้วพูดขึ้นต่อ“กับเรื่องของเรา” นาทีเงียบไปพักนึงราวกับเขากำลังใช้ความคิดก่อนจะกระชับมือฉันให้แน่นกว่าเดิม

“ฟังนะครับ สำหรับผมตอนนี้ ไม่มีอะไรที่มั่นใจมากไปกว่าเรื่องของพี่แล้ว” ตอบกลับมาอย่างฉะฉาน มันเสียงดังฟังชัดซะจนบรรยากาศโดยรอบดูเงียบสงัด ไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงของพนักงานที่ปกติเคยดังระงม

“อืม ถ้านายยืนยันว่ามั่นใจแล้ว ฉันก็จะให้โอกาสนาย” ถือเป็นการเปิดใจในรอบหลายปีของฉันที่อนุญาตให้ใครสักคนเดินเข้ามาในชีวิต แถมคนๆนี้ยังเป็นคนเดิมและคนเดียวในชีวิตฉัน หวังว่าฉันจะให้โอกาสคนไม่ผิดนะ

“ผมรู้อยู่แล้วว่าพี่ต้องตอบตกลง” คนตรงหน้าระบายยิ้มออกมาจนตาหยี ฟันขาวอะไรเบอร์นั้นอะพ่อคุณ

“น้องคะ พี่ขอหยิบของหน่อยได้ไหม ที่อื่นมีให้จีบกันเยอะแยะ ทำไมต้องตรงนี้ด้วย” เสียงเรียกปลุกให้ฉันได้สติพลางชักมือตัวเองกลับมาแล้วหันไปยังต้นเสียง

“ขอโทษนะคะ” ตอบกลับไปพลางจับมือนาทีแล้วรีบวิ่งออกมาจากตรงนั้น

 

สุดท้ายเราก็ไม่ได้อะไรออกมาจากซุปเปอร์มาเก็ต หันมองคนข้างๆก็เห็นว่าเขาไม่ทุกข์ไม่ร้อน ต่างจากฉันที่อายจนเลือดขึ้นหน้าแล้ว

“ขำไร” ผละมือออกมากอดอกมองคนตรงหน้าตาเขียว อมยิ้มอยู่ได้

“เขินหรอครับ” ถามออกมาได้ ก็เขินน่ะสิ มีคนมายืนจ้องแบบนั้น

“ถ้าจะกลับเข้าไปซื้อของก็ไปคนเดียวเลย ไม่เข้าไปแล้ว” พูดพลางหันหน้าหนีมาอีกทาง

“โอ๋ๆ ไม่งอนนะครับ หันหน้ามาทางนี้ก่อน” เอื้อมมือมาจับมือทั้งสองข้างของฉันไปกุมไว้ด้วยกัน “ยิ้มหน่อยครับ”

“...”

“ยิ้มหน่อยครับ วันนี้เป็นวันดีๆของเรานะ อย่าทำหน้าบึ้งสิ” ผละมือออกไปข้างนึงก่อนจะยกขึ้นมาเชยคางฉันให้หันกลับมา “ทำให้ผมดูหน่อยนะ ถือว่าเป็นของขวัญที่เราเริ่มต้นกันใหม่ไง” คำพูดคำจา ทำไมอ้อนแบบนี้วะ แบบนี้อีปลาก็ใจอ่อนสิ ยิ่งช่วงนี้ไม่เป็นตัวของตัวเองอยู่ด้วย

“อือ” พึมพำตอบกลับไปในลำคอก่อนที่ริมฝีปากจะคลี่ยิ้มออกมาโดยไม่เห็นฟัน

“ยิ้มกว้างกว่านี้ได้ไหม แบบที่ยิ้มให้พี่วาฬ” เอ๊ะ ยิ้มให้วาฬงั้นหรอ เขาไปแอบเห็นฉันยิ้มตอนไหน แล้วยิ้มให้วาฬนี่คือยิ้มยังไง

“ก็ยิ้มแบบนี้ไม่ใช่หรอ?” ตอบกลับไปพลางยิ้มแบบเดิม

“เห็นฟันด้วยสิครับ ฟันสวยจะตาย ซ่อนไว้ทำไม” มือหนาถือวิสาสะบีบแก้มฉันจนปากยู่

“จึ” จิ้ปากพลางคว่ำลงอย่างครุ่นคิด แค่ยิ้มเห็นฟันมันจะยากอะไรวะปลาทู เด็กมันอยากเห็นก็ทำให้เด็กมันหน่อย “นี่” ชี้ให้คนตรงหน้าดูก่อนจะยิ้มยิงฟันออกมาจนตาหยี ถ้ายิ้มกว้างขนาดนี้แล้วยังไม่พอใจฉันคงต้องโทรไปถามวาฬแล้วล่ะว่าฉันยิ้มยังไงให้พี่ชายตัวเอง

“...” พอเห็นคนตรงหน้าเงียบไปฉันจึงไม่รู้ว่าตกลงใช่หรือไม่ใช่ยิ้มแบบที่เขาต้องการกันแน่

“พอใจยัง” เอียงคอถามกลับไป เนื่องจากเขาสูงกว่าฉันราวๆยี่สิบเซนจึงทำให้ฉันเงยหน้ารอคำตอบจากเขาจนปวดคอ “ทำไมไม่ตอบล่ะ”

 

[นาที บรรยาย]

“ทำไมไม่ตอบล่ะ” คนตรงหน้าถามขึ้นอีกครั้ง ผมจ้องมองดวงตากลมที่จดจ้องมาที่ผมอย่างรอคำตอบ ดูแล้วยังไงๆก็เหมือน ลูกแมว

“ไม่น่ารัก” ตอบกลับไปพลางเบือนหน้าหนีไปอีกทาง

“ห๊ะ” คนตรงหน้าคว้าหมับเข้าที่แขนผมพลางเขย่ามันไปมาอย่างเรียกร้องความสนใจ “นายว่าฉันหรอ”

“อืม ผมว่าพี่นั่นแหละ” หันกลับมาตอบ“อย่าไปทำแบบนี้ให้ใครเห็นนะครับ” โน้มตัวต่ำลงเล็กน้อยพลางมองเธอด้วยสายตาตำหนิ

“ทำไม มันน่าเกลียดมากหรอ” คนตัวเล็กหน้าจ๋อยสนิท เธอคงไม่รู้ว่ามันน่ารักแค่ไหนสำหรับผม

“เปล่า แต่หวง” พูดปิดท้ายก่อนจะจูงมือเธอให้เดินตามมาที่ซุปเปอร์อีกครั้ง ไม่อาจทนมองความน่ารักตรงหน้าได้อีกต่อไปแล้ว ไม่งั้นผมนี่แหละที่จะพาเธอไปจากตรงนี้ “ถ้าไม่อยากเข้าไปด้วยกันก็รออยู่ตรงนี้นะครับ ถ้าผมกลับมาแล้วไม่เจอจะโดนทำโทษ” วางมือลงที่กลุ่มผมนิ่มก่อนจะผละตัวเดินกลับเข้ามาในซุปเปอร์มาเก็ต

หันกลับไปมองคนที่ยืนแน่นิ่งอีกครั้ง แก้มทั้งสองข้างของเธอขึ้นสีชมพูจางๆ คนตัวเล็กเหมือนกำลังงุนงงกับประโยคที่ผมพูดไปก่อนหน้านี้

คนอะไร ตอนจะน่ารักก็ทำเอาผมเสียอาการ แต่พอจะดื้อขึ้นมาก็จัดการยากใช่เล่น นิสัยของเธอยังไม่เปลี่ยนไปจากเมื่อสองปีก่อน เธอยังเป็นพี่ปลาที่แสนไร้เดียงสาของผมเหมือนเดิม และตลอดเวลาที่ผ่านมาผมก็มั่นใจว่า ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนเข้าถึงตัวเธอนอกจากผม ท่าทางเขินอายไม่ประสีประสาแบบนั้นมันดูน่ารักซะจนผมเกือบอดใจไม่ไหว อยากจะพาเธอกลับไปด้วยกันซะตอนนี้เดี๋ยวนี้

ได้แต่ท่องไว้ในใจว่ามันยังไม่ใช่เวลา เธอพึ่งไว้ใจผมเอง รอให้อะไรๆมันเข้าที่เข้าทางกว่านี้ก็ยังไม่สาย ยังไงๆผมก็มีเธอเป็นเจ้าของแค่คนเดียวอยู่แล้ว

 

“มืออะมือ” พอกลับเข้ามาในห้อง ไอ้เฟิร์สก็เอ่ยแซวขึ้นเป็นคนแรก ตามมาด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็นของพวกมันแต่ละตัว

ถ้าเป็นผม ผมคงเมินพวกมันแล้วจับต่อ แต่ว่าเป็นมือเล็กๆนี่ต่างหากที่ไม่ยอม เธอพยายามจะดึงมันออกตลอดเวลา

“พวกมึงพึ่งเห็นหรอ” ผมว่าวันนี้ผมจับมือเธอตั้งหลายครั้งแล้วนะ พวกมันคงไม่ได้สังเกต

“ยังไงครับมึง นี่ตกลงว่าสองคน” ไอ้นนท์ชี้มือมาที่ผมกับพี่ปลาสลับกันไปมา

“อืม ก็ตามที่เห็น” ตอบมันกลับไปนิ่งๆ ก่อนจะดันตัวคนตัวเล็กให้นั่งลงที่โซฟาตัวเดิม เธอทำท่าจะลุกขึ้นแต่ผมส่ายหน้าเป็นเชิงว่าเดี๋ยวทำให้เอง

ทิ้งเธอไว้กับพวกมันก่อนจะเข้ามาหยิบจานในห้องครัว ตอนที่ผมออกมาจากซุปเปอร์ ก็เห็นว่าเธอกำลังยืนซื้อของทอดจากร้านรถเข็นพ่วงข้างที่ขับมาจอดหน้าคอนโด ดีที่คราวนี้ไม่มีลูกชิ้นติดมาด้วย เพราะเมื่อกลางวันแค่เธอคนเดียวก็กินไปทั้งหมดสิบกว่าลูกแล้ว พวกไอ้นนท์นี่ถึงกับอึ้งไปเลย

บอกแล้วไง ว่าเห็นตัวเล็กแบบนี้แต่กินจุใช้ได้

คอนโดที่พวกเรามาวันนี้เป็นของไอ้นนท์ ส่วนใหญ่พวกเรามักจะมารวมตัวกันที่นี่ประจำ ต่างจากผมที่ไม่ค่อยพาเพื่อนเข้าห้อง เหตุผลคือไม่อยากให้ห้องรก ผมชอบความสะอาด ถ้าไม่จำเป็นไม่อยากพาใครเข้าไป ซึ่งในบรรดาพวกเพื่อนผมทั้งหมด คนที่ได้เข้าไปบ่อยที่สุดก็คือไอ้นนท์ มันมักจะแวะไปหาผมโดยไม่บอกล่วงหน้า คิดจะไปก็ไป

เมื่อกี้ตอนที่ผมตอบมันไปแบบนั้น มันก็ใช้สายตามองผมประมาณว่า‘จนได้นะมึง’ อะไรทำนองนั้น ผมรู้อยู่แล้วว่าไอ้นนท์มันไม่ได้ชอบพี่ปลาถึงขั้นจริงจังอะไร มันแค่อยากยั่วผมให้หึงเธอ เหมือนอย่างเมื่อกี้ที่มันจงใจทดสอบผม ทั้งชวนเธอคุย เอาหน้าเข้าไปใกล้ แถมยังชวนกันติวนอกรอบ มันจงใจเมินผมที่นั่งจ้องมันอยู่เกือบชั่วโมง แถมยังยั่วผมขึ้นซะด้วย

นาทีนั้นผมรู้แค่ว่าผมต้องทำอะไรสักอย่าง ไอ้นนท์แม่งชักจะเหิมเกริมเกินไปแล้ว ผมจึงชวนเธอลงไปข้างล่างด้วยกัน กะว่าจะคุยกันให้เคลียเรื่องสถานะไปเลย ไม่คิดว่าจะเป็นเธอที่พูดขึ้นมาก่อน แถมผลลัพธ์ที่ได้ยังน่าเหลือเชื่อ เธอให้โอกาสผมทั้งๆที่ผมยังไม่ได้ทำอะไรมากมายเพื่อเธอเลย

เพราะงั้นผมจึงอยากดูแลเธอให้ดีที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนนึงจะทำได้

[จบบทบรรยาย นาที]

 

“อยากกลับเมื่อไหร่ก็บอกนะ” คนที่หายเข้าไปในครัวกลับออกมาพร้อมกับจานใส่ของทอดสองจานและแก้วอีกห้าใบก้มลงมากระซิบที่ข้างหูฉัน พอฉันพยักหน้ารับรู้เขาจึงผละออกไปนั่งตัวตรง

ตอนนี้เด็กพวกนี้คงรู้เรื่องที่ฉันคบกับนาทีแล้ว เหลือก็แต่พวกเพื่อนฉัน ที่ฉันยังไม่ได้คิดเลยว่าจะบอกพวกมันยังไงดี เคยด่าเด็กมันเอาไว้เยอะ สุดท้ายดันมากลับลำเอาตอนหลัง

“พี่ปลาดื่มอะไรดีครับ” นายที่รับอาสาเป็นเด็กเสิร์ฟเงยหน้าขึ้นถามฉัน เพราะเหลือแค่แก้วของฉันที่ยังไม่ได้เทอะไรลงไป

“อะไรก็ได้ พี่ดื่มได้หมด” ที่ตอบแบบนี้เพราะว่าบนโต๊ะยังมีขวดเหล้ากับโซดาที่นนท์พึ่งหยิบออกมาวางอีกหลายขวด ฉันไม่อยากเรื่องมาก อย่างน้อยๆก็ดื่มสักแก้วสองแก้วพอเป็นพิธีก็ยังดี

“ไอ้ที มึงเลือก” นายหันไปถามนาที เขามีสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะเหลือบตามองฉันแล้วหันไปตอบนาย

“ถ้ามีน้ำเปล่ากูก็จะเลือกน้ำเปล่า” พูดขึ้นมาหน้าตาเฉย เด็กบ้า ตรงนี้มันมีน้ำเปล่าที่ไหนกันล่ะ

“ไม่ได้ มีให้เลือกแค่สองอย่าง” คราวนี้เป็นเฟิร์สที่ตั้งท่าไม่ยอม

“พี่เป็นผู้หญิง มาคนเดียว จะให้ดื่มได้ไงมันไม่เหมาะ” คนข้างกายให้เหตุผล

“เออ ก็จริง กูลืมคิดเรื่องนี้เลย” เดี๋ยวนะ นี่พวกเขาพึ่งรู้หรอว่าฉันเป็นผู้หญิง ติวด้วยกันมาตั้งนาน คิดว่าฉันเป็นผู้ชายหรอ ก็แค่กิริยามารยาทไม่เรียบร้อย ไม่ร้อยมาลัย กินจุกว่าผู้ชายก็แค่นั้น

“งั้นไอ้เฟิร์ส กูวานมึงลุกไปหยิบโค้กในตู้เย็นให้หน่อย” นนท์หันไปบอกเฟิร์ส

“เอามาทำไมวะ” เออ เอามาทำไม

“ถามได้ ก็เอามาให้พี่ปลาไง” นนท์หันไปชี้แจง ไม่นะ ไม่“มึงโอเคไหมไอ้ที”

“โอเคสิ ทำไมจะไม่โอเค” ริมฝีปากหยักยกยิ้มขึ้นก่อนจะพูดออกไปอย่างพอใจ ฉันไม่ชอบโค้ก เป๊ปซี่ฉันก็ไม่ชอบ มันหวาน ให้ฉันดื่มเบียร์ยังดีซะกว่า แต่ถ้าให้เถียงออกไปว่าจะดื่มเบียร์ไม่ดื่มโค้ก มันก็จะกลายเป็นว่า เอ๊ะ ผู้หญิงคนนี้นี่ยังไง อยากเมากลางดงผู้ชายหรอ อะไรแบบนั้น

สุดท้ายฉันก็ออกมายืนถอนหายใจอยู่นอกระเบียงหลังจากเวลาผ่านไปเกือบสามสิบนาที

“เบื่อไหม” เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลัง คงเห็นว่าฉันออกมารับลมคนเดียวนานแล้ว เลยออกมาตาม

ยังจะมีหน้ามาถามอีกนะ เพราะใครกันล่ะถึงทำให้ฉันจ๋อยเป็นหมาแบบนี้... เดี๋ยวนะ หมา! ทันทีที่นึกขึ้นได้ ฉันก็หมุนตัวเตรียมกลับเข้ามาข้างในทันที แต่ถูกนาทีคว้าข้อมือเอาไว้ซะก่อน

“ไปไหน” เขาถามขึ้นด้วยสีหน้างุนงงเพราะเห็นใบหน้าตื่นตระหนกของฉัน

“จะกลับบ้าน ลืมเทอาหารไว้ให้เจ้าน้อง” ตอบกลับไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด วันนี้พี่แม่บ้านไม่ได้เข้ามาซะด้วย

“วันนี้พี่วาฬกลับไหม”

“ไม่รู้สิ ไม่ได้ถาม”

“เดี๋ยวผมถามให้” พูดจบก็ล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง ก่อนจะกดเปิดแอปพลิเคชั่นสีเขียว เดี๋ยวนะ คุยกันถูกคอไม่พอ ยังมีไลน์ส่วนตัวกันด้วย? แถมเมื่อกี้ยังเรียกกันว่าไงนะ พี่วาฬ? ไม่เรียกพี่ปลาวาฬแล้ว? “พี่วาฬบอกเดี๋ยวแวะเข้าไปให้ แต่อาจไม่ได้ค้าง ฝากบอกพี่ว่าไม่ต้องห่วง” ว๊อท! ตอบไวขนาดนั้นเลย ทีน้องตัวเองกว่าจะตอบใช้เวลาตั้งนานสองนาน ชักจะงงแล้วสิ

“ไปมีไลน์กันตอนไหน” ถามออกไปทันควัน

“แลกไว้เมื่อเช้าครับ” เขาเงยหน้าขึ้นตอบ

“คุยอะไรกันบ้าง” ชะโงกหน้าเข้าไปมองจอก็เห็นว่าสองคนนี้ไม่ได้คุยกันแค่เรื่องหมา ยังมีข้อความอื่นๆอีกหลายข้อความ

“เปล่าครับ แค่คุยกันนิดหน่อย” แต่ที่ฉันเห็นมันไม่นิดนะ

“แอบนินทาอะไรฉันหรือเปล่า” หรี่ตามองอย่าจับผิด

“ก็มีบ้างครับ” คนตรงหน้าอมยิ้ม ฉันรู้ละว่าตอนที่พวกเรากำลังติว ที่เห็นว่านาทีนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ตั้งนานสองนาน คงไม่ใช่เพราะเขาเล่นเกม แต่คุยกับพี่ชายตัวดีของฉันเนี่ยแหละ

“บอกมาเดี๋ยวนี้นะว่าวาฬโม้อะไรให้ฟังบ้าง”

“ก็ไม่มีอะไรครับ พี่วาฬแค่ถามมาคำนึงว่า” พูดแล้วหยุดคิดเหมือนลังเลว่าจะพูดต่อดีไหม

“ว่าอะไรก็พูดมาสิ” พอเห็นว่าเขายึกยักไม่ยอมพูดสักทีฉันก็เอ่ยท้วงขึ้น

“พี่วาฬถามว่าทำไมตอนนั้นเราถึงเลิกคุยกัน” ตอบพลางหันกลับมาสบตาฉันตอนที่พูด แสดงว่าวาฬรู้มาตลอดสินะว่าฉันกับนาทีเคยคบกัน

“แค่นั้นหรอ”

“ครับ” เขาพยักหน้า

“แล้วนายตอบไปว่าไง” ฉันหันกลับไปทางเดิม ทอดสายตามองตึกราบ้านช่องที่ตอนนี้เริ่มถูกความมืดปกคลุมแล้ว

“ผมบอกไปแค่ว่าผมต้องย้ายไปเรียนที่ต่างประเทศ เลยดูแลพี่ไม่ได้”

“อ่อ... ดีแล้ว” ดีแล้วล่ะที่เขาตอบแบบนั้น เพราะถ้าตอบไปตามตรงคงไม่ดีแน่

“พี่ปลา” อยู่ๆนาทีก็เดินเข้ามาสวมกอดฉันจากทางด้านหลัง เขาวางคางมายังตำแหน่งหัวไหล่โดยที่ฉันไม่ได้ผลักออก กลิ่นแอลกอฮอล์ชัดเจนออกมาจากลมหายใจ “ขออยู่แบบนี้แป๊บนึงนะครับ” น้ำเสียงทุ้มพูดขึ้นในขณะที่สายตากำลังทอดมองไปยังจุดเดียวกัน

“เป็นอะไรไป” ถามออกไปเพราะรู้สึกถึงความเศร้าที่ออกมากับประโยคนั้น

“อยู่ๆก็คิดถึงช่วงเวลาที่เราต้องแยกจากกันขึ้นมา ตอนนั้นน่ะ ผมทรมานมากเลย”

“...”

“อย่าจากผมไปไหนอีกนะครับ” อะไรกัน เมาหรือเปล่าเจ้าเด็กคนนี้

“... อืม” ตอบกลับไปเพียงเท่านั้นก่อนจะยืนนิ่งให้เขากอด ทรมานกันไปทรมานกันมามากพอแล้ว จากนี้ไปปล่อยให้หัวใจได้กำหนดทิศทางของมันบ้าง เพราะตอนนี้ฉันเริ่มรู้สึกถึงความสุขขึ้นมาบ้างแล้ว มันอุ่นหัวใจแปลกๆ ราวกับฉันเจอสิ่งที่หล่นหายมาตลอดหลายปี “ขอบคุณนะ”

“ขอบคุณเรื่องอะไรครับ” ท่อนแขนหนากระชับเข้าที่เอวแน่นขึ้นราวกับว่าเขาไม่อยากปล่อยมันไปไหน คางมนคลอเคลียอยู่ที่หัวไหล่อย่างอ้อนๆ

“ขอบคุณที่ยังชอบฉัน”

“...”

“ทำไมเงียบไปล่ะ” พอเห็นว่าเด็กมันนิ่งเลยพูดขึ้น

“ดีใจอยู่” น้ำเสียงอู้อี้ดังขึ้นหลังจากที่เขาซบหน้าลงที่หัวไหล่ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าตอนนี้เขามีสีหน้ายังไง “ที่พูดเมื่อกี้น่ะ จริงหรอครับ” เงยหน้าขึ้นมาจากที่ซ่อนพลางทวนถามฉันอีกครั้ง

“ไม่จริง แค่พูดให้เด็กมันดีใจเล่นๆ” ตอบออกมาพลางกลั้นยิ้มแล้วดันท่อนแขนหนาออก ก่อนจะเดินมาที่มุมต้นไม้อีกฟากหนึ่งของระเบียง ย่อตัวลงกับพื้นเพื่อเก็บเศษใบไม้เหี่ยวแห้งที่หล่นอยู่ในกระถาง

“พี่ปลา” น้ำเสียงขุ่นดังใกล้เข้ามา

“นายจะดื่มกับเพื่อนต่อก็ได้นะ ไม่ต้องรีบกลับไปพร้อมฉันหรอก” พูดโดยไม่หันไปมอง

“ไม่อยากให้ไปด้วยหรอครับ” เดินมาหยุดอยู่ด้านหลัง พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงติดนอยด์

“รถอะ ค่อยไปเอาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ยังไม่ใช่วันนี้” เงยหน้าหันกลับไปมองเด็กขี้งอแง

“ทำไมล่ะ” คว่ำปากลงพลางจ้องมองมาอย่างไม่เข้าใจ

“ก็ไม่อยากให้ขับรถ ดื่มไปตั้งหลายแก้วแล้ว” ตอบออกไปตามตรง ขืนขับรถไปทั้งแบบนี้มีหวังได้ไปเฉี่ยวชนใครเข้า “ไม่เคยได้ยินหรอ เมา ไม่ ขับ” พูดขึ้นต่อ

“ห่วงผมหรอ” ร่างสูงย่อตัวลงนั่งตรงหน้าพร้อมกับอมยิ้มแก้มแดง

และที่มันแดงไม่ใช่เพราะเขินนะ แดงเพราะดื่มเหล้าผสมเบียร์เข้าไปไงล่ะ

“นิดนึง” แกล้งทำหน้าครุ่นคิดแล้วตอบออกมา

“พี่ปลาาา” ลากเสียงยาวอย่างเอาแต่ใจ พึ่งรู้นะเนี่ยว่าแตะแอลกอฮล์แล้วจะขี้อ้อนขนาดนี้

“อะๆ ห่วงก็ห่วง” ไหนๆก็ไหนๆแล้ว พูดให้เด็กมันดีใจเล่นหน่อยแล้วกัน หลับไปสักตื่นก็ลืมแล้ว

“งั้นถ้าห่วงกันจริงก็รับผมไปดูแลสิครับ” ยกมือสองข้างขึ้นกุมแก้มตัวเองก่อนจะเอียงคอมองเหมือนหมาต้องการลูกบอล

“ไม่เอา ดูแลใครไม่เป็น”

“ก็เริ่มที่ผมคนแรกสิครับ วันไหนมีลูกขึ้นมาจะได้ทำเป็น” สองมือเปลี่ยนมาเขย่าที่ต้นแขน

“ใครบอกว่าฉันจะมีลูก” เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วถามออกไป

“มีสิครับ ผมอยากมี” มือข้างนึงยกขึ้นทัดปอยผมขึ้นคาดหูให้ฉันอย่างเบามือ ดวงตาคมกริบมองมาราวกับกลัวว่าฉันจะบุบสลาย

“คะ ใครจะมีกับนาย” พูดออกไปไม่เป็นเสียงยามที่เด็กมันหันมาสบตา ลมหายใจของฉันติดขัดไปชั่วขณะหนึ่งอย่างไม่รู้ตัว

“มีครับ อีกหน่อยก็ต้องมี” ก้มลงมากระซิบราวกับกลัวใครจะมาได้ยิน

“ไร้สาระ” กลายเป็นว่าฉันเองที่แพ้สายตาหวานเชื่อมเป็นน้ำตาลของเขา จำต้องเบือนหน้าหนีมาอีกทางอย่างทำอะไรไม่ถูก

ไอ้เด็กบ้า เวลาเมาแล้วดาเมจรุนแรงโคตร

ฉันต้องเลี่ยง ฉันจะอยู่กับเขาตามลำพังสองต่อสองแบบนี้บ่อยๆไม่ได้ ยิ่งโดยเฉพาะเวลาที่เขาเมาแล้วพูดหยอดฉันแบบนี้ สุดท้าย มันจะกลายเป็นฉันซะเองที่ตกหลุมรักเขาจนโงหัวไม่ขึ้น

เหมือนเมื่อสองปีก่อนไงล่ะ

100%

โอ๊ยย เหม็นสาบความรัก! 555555
เกลียดความข้าวใหม่ปลามัน
ให้มันได้อย่างงี้ !

ส่วนพี่วาฬของเรานั้นก็ขาชง ชงเก่งที่1 !!

เจิมรอไรต์หน่อยค๊าบบ อยากอ่านคอมเมนต์มากๆเลย
ขอบคุณล่วงหน้าค๊าบบ
จาก ไรเตอร์คนดีที่ยังรออ่านตะเหมอ

CHARACTER

ฝากทุกคาแร็คเตอร์ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 119 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

204 ความคิดเห็น

  1. #167 Audomporn2529 (@Audomporn2529) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 13:45
    ง้อววววเด็กมันอ้อนนนนนหวานนนน😍😍😍
    #167
    0
  2. #87 My_smile (@09122547) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 17:59
    หูยยยยยย หวานนนนนน
    #87
    0
  3. #86 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 22:07
    อ้อนเก่ง
    #86
    0
  4. #85 My_smile (@09122547) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 15:50
    เเสนน่ารักกกกกกกกกก
    #85
    1
    • #85-1 FareeyaWriter (@mybearpp) (จากตอนที่ 25)
      22 มิถุนายน 2563 / 11:46
      เนอะะะะ เดี๋ยวจะยิ่งกว่านี้อีก คืนนี้เจอกันค๊าบบบ555
      #85-1
  5. #84 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 00:08
    เหม็นความรัก
    #84
    1
    • #84-1 FareeyaWriter (@mybearpp) (จากตอนที่ 25)
      22 มิถุนายน 2563 / 11:47
      เนอะะะะ เดี๋ยวจะยิ่งกว่านี้อีก คืนนี้เจอกันค๊าบบบ
      #84-1
  6. วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 23:31
    แหมมมมมมมมมมมเหม็นฟามมรักกก
    #83
    1
    • #83-1 FareeyaWriter (@mybearpp) (จากตอนที่ 25)
      22 มิถุนายน 2563 / 11:47
      เดี๋ยวจะยิ่งกว่านี้อีก คืนนี้เจอกันค๊าบบบ555
      #83-1
  7. #82 My_smile (@09122547) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 00:01
    งุ้ยยยยยยย มันกำลีงดียยยยยยยยย น่ารักที่สุดเล้ยยยยยยย//ไรท์สู้ๆค่ะ💖✨
    #82
    1
    • #82-1 FareeyaWriter (@mybearpp) (จากตอนที่ 25)
      22 มิถุนายน 2563 / 11:47
      คืนนี้เจอกันค๊าบบบ555
      #82-1
  8. #81 16.1.13 (@r-mean) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 06:25
    ใจจริงก็อยากเป็นแฟน..รู้หรอก
    #81
    0
  9. #80 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 00:47
    แหมมมม แฟนมั้ย
    #80
    0