ผ ม เ ป็ น ข อ ง พี่ ค น เ ดี ย ว - Trapped in love

ตอนที่ 2 : 1 - คบกันไหม (1/4)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,743
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 200 ครั้ง
    12 มิ.ย. 63

 

 

1 เดือนก่อนหน้านี้

ฉันเป็นเด็กปี1 อายุ20 เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง เข้าเรียนช้าไป 1 ปี เพราะต้องย้ายมหาลัยกระทันหัน ฐานะไม่ได้รวยมาก หมายถึงฐานะของฉันนะ ไม่ใช่พ่อแม่ ฉันเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยตั้งแต่ตอนที่ฉันยังเรียนอยู่ ม.6 ฉันรับรีวิวสินค้า ถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณาเล็กๆน้อยๆเพื่อหาเลี้ยงตัวเอง ฉันเกิดมาบนกองเงินกองทองแต่ไม่ได้งอมืองอเท้าขอพ่อแม่กินอย่างเดียว ค่าขนมค่าเรียนพิเศษฉันเป็นคนออกเองทั้งหมด

พวกท่านด่าว่าฉันดื้อบ้าง ไม่เชื่อฟังบ้าง ขู่ว่าจะตัดฉันออกจากกองมรดกบ้างถ้ายังไม่เลิกทำงานบ้าๆนี่ แต่ใครจะสนกันล่ะ ขอแค่เป็นงานสุจริตฉันก็ไม่เกี่ยงทั้งนั้น และที่ฉันต้องออกค่าเรียนพิเศษเอง ก็เพราะที่บ้านไม่สนับสนุนให้ฉันเต้นกินรำกิน หรือแม้กระทั่งเล่นดนตรี พวกท่านอยากให้ฉันเรียนบริหารฉันก็เรียนให้แล้ว ฉันก็อยากเอาเวลาว่างไปทำสิ่งที่ตัวเองชอบบ้าง อย่างเช่น เรียนเต้น เรียนร้องเพลง ไหนๆจบมาฉันก็ต้องเข้าไปทำงานที่บริษัทให้พวกท่านอยู่แล้ว ขอใช้ชีวิตช่วงนี้ให้คุ้มหน่อยจะเป็นไรไป มันคือความสุขเพียงอย่างเดียวที่ฉันจะกอบโกยจากมันได้ แต่ตอนนี้ฉันต้องรีบแล้วล่ะ เพราะฉันรับงานถ่ายแบบคอสเพลย์ไว้ตอน 6โมง อีกไม่กี่นาทีก็ถึงเวลานัดแล้ว พอเลิกเรียนฉันจึงรีบกวักเรียกแท็กซี่เพื่อตรงไปยังจุดหมายทันที

ปึก

ร่างถูกปะทะเข้ากับอะไรบางอย่างก่อนที่จะก้าวขึ้นรถ ร่างสูงของชายชุดดำสวมหมวกแก๊บสีเดียวกับชุดเบียดฉันจนกระเด็นแล้วเข้าไปนั่งในรถหน้าตาเฉย ทั้งๆที่ฉันเป็นคนกวักเรียกรถคันนี้แท้ๆ

“คุณ ฉันเป็นคนเรียกรถคันนี้นะ ทำไมไม่ไปเรียกคันอื่น” เท้าเอวอยู่ด้านนอกรถเพื่อต่อว่าผู้ชายไร้มารยาทคนนี้

“จะไปก็รีบขึ้นมา” เสียงทุ้มดังขึ้นก่อนที่แขนฉันจะถูกฉุดเข้ามาในรถจนหัวเกือบโขกกับหลังคารถ ดีที่ฉันก้มหลบทัน ไม่อย่างนั้นหัวคงปูดไปแล้ว ร่างกายเซปะทะเข้ากับอกแกร่งของคนที่ฉุดแขนฉันเมื่อกี้ ฉันไม่รู้จักหมอนี่สักหน่อย แม้แต่หน้าฉันยังไม่เห็นเลยว่าเขามีรูปร่างหน้าตายังไง เพราะหมวกบังไว้เกือบหมด

“ฉันไม่ได้เรียกรถมาเพื่อแชร์ค่าแท็กซี่กับนาย ...นะ” หันไปผลักคนไร้มารยาทออกห่างแต่กลับต้องชะงักไป ไม่ใช่เพราะว่าเรารู้จักกัน แต่ใบหน้าเขาโดดเด่นจนสะดุดตา ไม่เคยเห็นผู้ชายที่ไหนมีใบหน้าเนียนผุดผ่องขนาดนี้มาก่อน จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากชมพูจัดราวกับเด็กทารก เส้นผมสีดำขลับดูธรรมชาติปลิวไสวเนื่องจากแรงผลัก ภาพตรงหน้าทำให้ฉันทำอะไรไม่ถูก มีคนเพอร์เฟ็คแบบนี้อยู่บนโลกด้วยหรอเนี่ย

“รู้ว่าหล่อ แต่จะมองอีกนานไหม” แต่คำที่หมอนี่เปล่งออกมาได้ปลุกให้ฉันตื่นจากภวังค์ในทันที แทนที่จะด่าเขาแต่กลับจ้องเขาจนตาแทบไม่กระพริบซะนี่

“ฉะ ฉันเปล่ามอง ลงไปจากรถเดี๋ยวนี้เลยนะ” ยกมือขึ้นชี้หน้าไล่ ถึงจะหล่อแค่ไหนก็เถอะ แต่ทำแบบนี้มันไม่ถูก รถคันนี้ต้องเป็นของฉัน

“ลุง ออกรถเลยครับ แฟนผมก็ขี้งอนแบบนี้แหละ” พูดพลางชะเง้อมองผ่านตัวฉันไป หรือหมอนี่หนีอะไรมา

“ไม่ใช่นะคะ หนูไม่ได้เป็นอะไรกับหมอนี่”

“หนุ่มสาวสมัยนี้ งอนกันแรงเนอะพ่อหนุ่ม” คุณลุงขับแท็กซี่มองมาที่พวกเราผ่านทางกระจกมองหลังพลางหัวเราะร่วนออกมาก่อนจะออกรถตามที่ไอ้คนข้างๆบอก

“ไม่ใช่นะคะคุณลุง เราไม่ได้มาด้วยกัน หมอนี่มันมั่ว”

“อย่างอนเลยน่า จะไปไหนก็บอกลุงเขา เดียวนั่งรถไปส่งแล้วค่อยแยกกันก็ได้” ไอ้คนหน้ามึนตอบกลับมาด้วยใบหน้ากวน คิดจะทำอะไรของเขา หรือแท้จริงแล้วหมอนี่จะเป็นโจรห้าร้อย มาโบ้ยว่าผู้หญิงเป็นแฟนแล้วพาไปตกทรัพย์ ส่วนไอ้หน้าหล่อๆนี่ก็คงทำมาทั้งหน้าล่ะสิ ไม่มีทางที่คนๆนึงจะหล่อราวกับเทพบุตรแบบนี้ได้

“ไม่ ถ้านายไม่ลงฉันลงเอง จอดข้างหน้าเลยค่ะคุณลุง”

“อย่าจอดนะครับ แฟนผมก็รักแรงงอนแรงแบบนี้แหละ ขอโทษที่ทำให้เดือดร้อนนะครับ”

“ใครแฟนนายไม่ทราบ! ”

“ทะเลาะกันทีไรชอบปลดสถานะทุกที ผมน่าสงสารว่าไหมครับคุณลุง”

“อย่ามาซี้ซั้วนะ! ”

“พอเถอะๆ อย่าทะเลาะกันเลย ประเทศก็ไม่น่าอยู่ขึ้นทุกวันอยู่แล้ว เราคนไทย รักกันไว้ดีกว่านะ” ห๊ะ พูดอะไรของลุง ไม่เห็นจะเกี่ยวกันตรงไหน

“จริงครับคุณลุง... จะลงไหน บอกคุณลุงเขาไปสิ ขับรถออกมานานแล้วนะ เดี๋ยวก็ขับเลยหรอก” มือหนาวางลงบนกลุ่มผมฉันราวกับเอ็นดู เอ็นดูกับผีสิ

“ฝากไว้ก่อนเหอะ” ฉันหันไปถลึงตาใส่ไอ้คนข้างก่ายก่อนจะยอมแพ้แล้วหันไปบอกทางให้ลุงคนขับ คงไม่มีอะไรหรอก อย่างน้อยๆฉันก็ไม่ได้อยู่กับหมอนี่สองต่อสอง ตรงไปเรื่อยๆอีกไม่กี่นาทีก็ถึงจุดหมายของฉันแล้ว ทางก็ไม่ได้เปลี่ยว พอลงจากรถคันนี้ไปฉันก็ไม่ต้องเจอกับไอ้หมอนี่อีก ถือว่าให้ทานคนบ้าติดรถมาด้วยก็แล้วกัน

“จอดตรงนี้เลยค่ะ” พอถึงจุดหมาย ฉันก็บอกให้ลุงคนขับจอดรถทันที ดีที่สตูดิโออยู่ไม่ลึก ติดถนนเส้นหลักพอดี ฉันจึงมั่นใจได้ว่าหมอนี่คงไม่กล้าทำอะไรฉันกลางวันแสกๆ ถึงปล้นฉัน ฉันก็ไม่มีเงินให้อยู่ดี เพราะฉันพกเงินสดติดตัวมาแค่ 300 จ่ายค่าแท็กซี่ไปร้อยนึงก็เหลือ 200 ฉันไม่มีอะไรจะให้หรอก

“ขอบคุณที่มาส่งครับ นี่ค่ารถ ไม่ต้องทอนนะครับ” เดี๋ยวนะ หมอนี่จะตามฉันลงไปหรอ ไหนว่าจะแยกกันไง แบบนี้มันเข้าข่ายสะกดรอยตามกันชัดๆ

แบงค์ร้อยถูกยื่นไปให้ลุงคนขับตัดหน้าฉัน ก่อนที่เขาจะหันมาหาฉันพลางพยักเพยิดให้ฉันเปิดประตู เอาวะ อย่างน้อยข้างนอกก็คนเยอะกว่าอุดอู้อยู่ในรถนี่ เขาไม่มีทางประทุษร้ายฉันได้อยู่แล้ว

“ตามฉันลงมาทำไม” พอแท็กซี่ขับออกไป ฉันก็ยิงคำถามใส่คนตรงหน้าทันที แอบล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเพื่อควานหาสเปรย์พริกไทยที่พกติดตัวโดยไม่ให้ไอ้คนตรงหน้าสังเกตเห็น

“ไม่ได้ตาม” ตอบออกมาหน้าด้านๆ

1/4

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 200 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

204 ความคิดเห็น

  1. #12 My_smile (@09122547) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 07:16
    มึนเก่งงงงง
    #12
    0