ผ ม เ ป็ น ข อ ง พี่ ค น เ ดี ย ว - Trapped in love

ตอนที่ 18 : 13 - ฝันเป็นจริง 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,101
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 89 ครั้ง
    12 มิ.ย. 63

 

 

@ คอนโดroof

19.00 น.

ฉันกลับมาถึงคอนโดเวลาหนึ่งทุ่มตรงพอดีเป๊ะ ปลาวาฬก็มากับฉันด้วย เพราะทำตามคำสั่งของพ่อบังเกิดเกล้า ถ้าไม่นอนที่นี่ก็ไม่มีที่ไปแล้ว เพราะนอกจากบ้านตัวเอง พี่ชายฉันก็ไม่เคยไปอาศัยอยู่ที่อื่น จะมีก็แต่ฉันที่เป็นแกะดำของบ้าน ออกมาใช้ชีวิตด้วยตัวเองตั้งแต่ปี1

แรกๆที่บ้านก็ไม่มีใครอนุญาต แต่ฉันดื้อเอง ฉันแอบใช้เงินที่เก็บสะสมมาทั้งชีวิตราวๆสองแสนบาทมาผ่อนคอนโด กว่าพ่อจะรู้เรื่องก็สายไปแล้ว เลยทำได้แค่จัดการโปะหนี้ทั้งหมดให้ฉันแล้วหยิบยกเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างให้ฉันไปทำงานด้วยจนถึงทุกวันนี้

อันที่จริงฉันทำงานผ่อนเองก็ได้อยู่หรอก แต่ไม่มีใครยอมฟังไงประเด็น แล้วฉันก็ถูกสั่งห้ามไม่ให้ทำงานอีก ดังนั้น ฉันจะเอาปัญญาที่ไหนมาผ่อน ถ้าไม่ใช้เงินพ่อแม่

“พรุ่งนี้มีเรียนไหม” ปลาวาฬที่เดินนำฉันเข้าห้องหันมาถาม

“มี 9โมง” เดินไปทรุดตัวนั่งลงข้างๆ วันนี้ทานทั้งข้าวทั้งขนมมาจนอิ่มแปร้ ไม่เคยกินข้าวที่ไหนแล้วอิ่มเท่าครั้งนี้มาก่อนเลย

“เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ไปส่ง”

“เค้านั่งแท็กซี่ไปเองได้”

“ยังไงพรุ่งนี้ก็ต้องผ่านมหาลัยตอนไปบริษัทอยู่แล้ว จะนั่งแท็กซี่ให้ลำบากทำไม” ปลาวาฬเถียง

“ไม่เห็นจะลำบากตรงไหน” มุ่นคิ้วมองคนข้างๆที่พูดซะโอเวอร์เกินจริง

“แล้วไม่ดีหรอที่มีพี่ไปส่ง กลัวใครเห็นแล้วเข้าใจผิดหรือเปล่า” มาอีกคนนึงละ นี่ร่างสองของฉลามปะเนี่ย

“มีก็ดีดิ” เลิกคิ้วขึ้นพลางทำหน้าขบคิด เกือบลืมไปเลยว่าอีพีทกับอิกุนมันท้าอะไรฉันไว้ ถ้าฉันไม่รีบหาแฟนให้ได้เร็วๆ ฉันคงไม่มีบุญได้เห็นพวกมันนุ่งโจงวิ่งรอบสนามเป็นแน่ “เออวาฬ เมื่อบ่ายฉลามพูดอะไรสักอย่างกับเค้า เค้าไม่เข้าใจอะ ฉลามบอกว่าถ้าจะให้ของขวัญก็อย่าให้น้อยหน้าวาฬ มันแปลว่าไง” นึกขึ้นได้พอดีเลยถามออกไป

“จำไม่ได้หรอที่วันนั้นบอกว่ามีอะไรจะให้” คนตรงหน้าหรี่ตามอง สักพักฉันจึงคิดขึ้นได้ว่าตัวเองเผลอลืมอะไรไป “ที่บอกว่ามีของจะให้เค้าใช่ป่าว” เบิกตากว้างขึ้นพลางมองคนตรงหน้าอย่างสนใจ

“อื้ม ลืมล่ะสิ”

“ลืมไปเลย ว่าแต่อะไรหรอ ไหนบอกกลับบ้านแล้วจะให้ไง” เขยิบตัวเข้าใกล้พลางยกขาขึ้นนั่งขัดสมาธิ หันหน้าไปมองพี่ชายตัวเองอย่างตื่นเต้น

“วันนี้มันดึกแล้ว ไว้พรุ่งนี้ค่อยให้” อ้าว

“ชักจะอยากรู้แล้วสิเนี่ย”

“ใครบอกให้เมื่อเช้าหนีเที่ยว ไม่งั้นคงให้ไปแล้ว” พูดเสียงดุ

“แล้วให้ตอนนี้หรือตอนไหนมันต่างกันยังไง”

“ต่างสิ”

“ยังไงวาฬ” ขมวดคิ้วจ้องหน้าคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามอย่างงงงวย

“มันยังไม่ใช่เวลา” ตอบกลับมาพลางเอื้อมมือมายีผมฉันจนหัวยุ่งไปหมด

“พรุ่งนี้ก็พรุ่งนี้ งั้นเลิกเรียนมารับด้วยแล้วกัน ตอนเช้าจะนั่งแท็กซี่ไปเอง” ฉันตัดจบแค่นั้นก่อนจะหันมากดรีโมททีวีเพื่อเลี่ยงคุยเรื่องนี้กับปลาวาฬ

ที่ฉันไม่ยอมให้พี่ชายตัวเองไปส่งที่มหาลัยไม่ใช่อะไร เพราะจำได้ว่าตอนที่ฉันเรียนอยู่ปี1 มีอยู่ครั้งนึงที่วาฬขับรถไปส่งฉัน พอมีคนเห็นหน้าหล่อๆนี่เท่านั้นแหละ ต่างพากันซุบซิบจ้องมาจนตัวฉันแทบพรุน บ้างก็หาว่าเป็นแฟนฉันบ้าง พี่ชายบ้าง อันที่จริงถ้ามองเฉยๆฉันก็ไม่อะไรหรอก แต่นี่กลับผลัดกันมาถามฉันว่าเราสองคนเป็นอะไรกัน จนฉันเหนื่อยจะตอบคำถาม หลังจากนั้นฉันก็ไม่เคยให้วาฬไปส่งที่มหาลัยอีกเลย

ใครบอกให้หล่อคมเบอร์นี้ แถมป่านนี้ก็ยังไม่มีใครมาเป็นเจ้าของหัวใจ เรื่องอะไรฉันจะเอาพี่ชายตัวเองไปขายกลางตลาดนัดแบบนั้นล่ะ

ตลาดนัดที่ชื่อว่า‘มหาลัย’ มีนักศึกษาที่เป็น ‘แม่ค้า’ และอยากรู้เรื่องของชาวบ้านไปซะหมด

 

วันต่อมา

15.30 น.

เสียงเพลงบอกเวลาเลิกเรียน อาจารย์เดินออกจากห้องไปได้เกือบ 5 นาทีแล้ว ฉันเก็บของลงกระเป๋าเรียบร้อย ไอ้เป้งก็นั่งเท้าคางรอ เหลือก็แต่อิกุนอิพีทที่เอาแต่ชักช้าจนฉันกับไอ้เป้งต้องมานั่งคอยพวกมันอยู่เนี่ย

“ไหนต่อดี” พออิกุนเก็บของเสร็จมันก็หันมาถามฉันกับไอ้เป้ง

“พวกมึงอะ” ฉันถามกลับไป

“กูกับอิกุนจะไปทำเล็บหน่อย ลอกหมดแล้ว” พูดพลางชูนิ้วทั้งสิบขึ้น เกิดเป็นพวกมันสองคนนี่ลำบากยากเย็นจริงๆ จะสวยก็ต้องสวยทั้งตัว สวยยันเล็บมือเล็บเท้า ส่วนฉันคงไม่ต้องขนาดนั้น แค่ตัดๆปัดๆและเคลือบเจลสีใสนิดหน่อยก็พอแล้ว แถมปกติยังซื้อมาทำเองที่ห้องอีก จะได้ไม่เปลืองเงินเปลืองทอง

“เดี๋ยววันนี้วาฬมารับกู พวกมึงกลับก่อนเลย” ล้วงโทรศัพท์ออกมาพลางกดส่งข้อความไลน์ไปถามว่าตอนนี้อยู่ไหนแล้ว

“กรี๊ดดดด พี่วาฬจะมาหรอ อิกุน วันนี้กูขอเลทสักครึ่งชั่วโมงนะมึง กูจะรอเจอพี่เขาก่อน” อยู่ๆก็กรี๊ดออกมา สาเหตุก็เพราะพี่ชายฉัน โดยเฉพาะอิพีทนี่แหละ เป็นมาตั้งแต่สมัยไหนแล้ว ตอนเห็นวาฬครั้งแรกนี่มันถึงกับเก็บมาเพ้อให้ฉันฟังเป็นอาทิตย์ ว่าหล่ออย่างนั้นหล่ออย่างนี้ ถ้ามันรู้ว่าตอนนี้วาฬดูดีกว่าเมื่อก่อน มันคงทำมากกว่ากรี๊ด

คนอะไร ยิ่งแก่ยิ่งดูดี ไม่เข้าใจเลย

“ตามใจมึง” อิกุนกรอกตา ยังดีที่อย่างน้อยเพื่อนฉันคนนึงก็ไม่ได้กรี๊ดให้พี่ฉันเหมือนคนอื่น “เพราะกูก็จะรอด้วย ว๊ายยย” พูดจบมันสองคนก็หัวเราะขึ้นพร้อมกันอย่างออกรสออกชาติ แถมยังทำท่าทางระริกระรี้อีกต่างหาก ไม่คุยด้วยละ รำคาญ!

“มึงอะเป้ง กลับเลยไหม” ฉันหันไปถามคนที่นั่งเงียบมาได้พักนึงแล้ว

“ก็คงกลับ วันนี้ป๊าเรียกให้เข้าไปบริษัท ไม่รู้มีเรื่องอะไรรึเปล่า”

“เออ กูว่าจะบอกมึง ลืมไปเลย”

“เรื่อง”

“พ่อกูให้กูมาชวนมึงไปฝึกงานที่บริษัท”

“ละกูสองคนอะ” อิกุนโพล่งขึ้น

“ถ้าพวกมึงไม่มีที่ไปก็มาฝึกที่เดียวกับกูก็ได้ บริษัทพ่อกูเปิดรับนักศึกษาฝึกงาน”

“เก๋เว่อรรร์ นอกจากจะสวยแล้วยังรวยมากอีก” อีพีทพูด

“กูไม่อยากฝึกที่นั่น แต่โดนบังคับ... เอางี้ไหมเป้ง มึงฝึกบริษัทพ่อกู เดี๋ยวกูไปฝึกบริษัทพ่อมึง”

“ถ้าพ่อมึงยอม ฟ้าคงผ่ากลางวันแสกๆ”

“เฮ้อ” ถอนหายใจออกมาอย่างหมดหวัง “งี้ก็แสดงว่ามึงตกลงช่ะ เรื่องฝึกงานบริษัทพ่อกู”

“ฝึกก็ฝึกสิ กูไม่ซีเรียสอะไรอยู่แล้ว อีกอย่าง เรื่องนี้พ่อมึงกับพ่อกูคงคุยกันแล้ว ที่เรียกไปหาวันนี้ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องนี้นั่นแหละ”

“อืม” ฉันพยักหน้าเห็นด้วย

“พวกมึงสองคนนี่แม่งโคตรจะเหมาะกันเลยว่ะ บ้านนึงค้าขายในเอเชีย บ้านนึงส่งออกนอกเอเชีย แถมพ่อแม่ยังรู้จักกันอีก อย่างกับในหนัง”

“ยังไงวะ” ไอ้เป้งเอ่ยถามอิกุน

“ก็แบบ เป็นเพื่อนกัน พ่อแม่ทำธุรกิจด้วยกัน พอนานวันเข้าก็ถูกบังคับให้แต่งงานกัน แรกๆก็ขัดขืน ไม่ยอม แต่อยู่ด้วยกันนานวันเข้าก็เกิดเป็นความรัก”

“มึงอ่านนิยายมากไปปะอิกุน” ฉันโพล่งขึ้นบ้าง

“ไม่นิยาย เรื่องจริงก็มี คลุมถุงชนจนเกิดเป็นความรักอะ”

“ยังไงเคสนี้ก็ไม่มีวันเกิดขึ้นกับพวกกูสองคนหรอก แต่ถึงเกิดขึ้นจริง คิดว่าพวกกูสองคนจะยอมหรอ”

“อืม มันก็จริง หนีออกนอกประเทศได้มึงคงหนีอะ ถ้าให้กูเดา” พวกมันหลุดหัวเราะ มีแค่ฉันกับไอ้เป้งที่ไม่ขำ

ครืด ครืด

PlaWan : ถึงแล้ว

Plawan : พี่อยู่โรงจอดรถใกล้ๆตึกเรา

Pla Too : กำลังไป

รีบพิมพ์ตอบกลับไปทันควันพลางคว้ากระเป๋าแล้วลุกขึ้นยืน

“พี่วาฬมารับแล้วหรอ” คนที่หันมาก่อนใครคืออิพีท ตามมาด้วยอิกุน

“อืม ลงไปด้วยไหมล่ะ”

“มาไวจังวะ กูยังไม่ทันได้เติมแป้งเลย” พีรยาหรืออีพีทพูดทีเล่นทีจริง แต่ว่ามือมันล้วงกระเป๋าเข้าไปหาแป้งแล้ว

“กูให้เวลาพวกมึง 30วิ ถ้าไม่ทันไม่ต้องตามกูมา” เท้าเอวพูดด้วยน้ำเสียงติดรำคาญ แต่ในใจแอบขำ ต้องทำเบอร์นี้เลยหรอวะ ถึงจะไปเจอผู้ชายได้

“ให้เวลาพวกกูหน่อยดิวะ นั่นผู้ชายหล่อระดับประเทศเลยนะเว่ย” มันโวย ฉันได้แต่ส่ายหัวยืนมองพวกมันอย่างเอือมๆ ก่อนจะเดินนำหน้าพวกมันออกจากห้องมา

 

@ โรงจอดรถตึกบริหาร

“มาแล้วหรอตัวเล็ก” คำถามแรกหลุดออกจากปากร่างสูงที่แต่งตัวเนี๊ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า เอนหลังยืนพิงรถปานนายแบบ

“ถอดเนคไทออกก่อนไหมวาฬ มารับลูกสาวหรอ” ฉันพูดประชด

“อ่า ลืม” ก้มลงมองสภาพตัวเองก่อนคลายปมเนคไทแล้วปลดออกไปให้พ้นศีรษะ

“ยืนรอนานแค่ไหนแล้ว” ถามออกไปด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์

“ก็สักพัก” แต่คนตอบดันตอบกลับมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ไม่รู้เลยสินะว่ามีกี่สายตากำลังมองมาทางนี้ ไม่ได้มองฉันด้วย มองพี่ชายฉันนี่แหละ

“รอเพื่อนเค้าแป๊บนึง มันอยากเจอ”

“เพื่อน? คนไหน?” วาฬทำหน้างง

“อะแฮ่ม” เสียงกระแอมไอดังขึ้นด้านหลัง ไม่บอกก็พอจะรู้ว่าใคร ไม่อิพีทก็อิกุน

“นี่เพื่อนเค้า” ผายมือไปด้านหลัง แต่วาฬคงไม่รู้จักสองคนนี้เพราะไม่เคยเจอเพื่อนผู้หญิงในกลุ่มฉันเลย ยกเว้นไอ้เป้งที่พ่อแม่เรารู้จักกัน ส่วนอิพวกเนี้ยรู้จักวาฬดีเลยแหละ เพราะพวกมันแอบส่องโซเชียลเขาอยู่บ่อยๆ

“สวัสดีค่ะ/ สวัสดีค่ะพี่วาฬฬฬ” พนมมือไหว้พลางเปล่งเสียงแหลมๆออกมาจนแสบแก้วหู ม้าดีดกะโหลกทั้งสองคนแบบนี้พี่ฉันจะชอบเข้าไปได้ยังไง อย่างวาฬคงชอบผู้หญิงที่เรียบร้อย ดูเป็นกุลสตรีมากกว่านี้

“สวัสดีครับ น้องๆเป็นเพื่อนกับตัวเล็กหรอ”

“วาฬ! ” ฉันหันไปถลึงตาใส่ เรียกฉันแบบนี้ต่อหน้าเพื่อนได้ไง

“ตัวเล็ก? อ๋ออ หมายถึงปลาทูใช่ไหมคะ” รู้แล้วยังมาแกล้งถามนะอิกุน ที่ยืนอยู่เนี่ยใครตัวเล็กสุดล่ะถ้าไม่ใช่ฉัน

“ใช่ครับ” ส่งยิ้มกลับไปอย่างขำๆ พอพวกนั้นเห็นเท่านั้นแหละ แทบเก็บอาการเอาไว้ไม่อยู่ ฉันเห็นนะว่าอิพีทมันแอบจิกกระโปรงอิกุนน่ะ

“ไอ้เป้งกลับไปแล้ว พวกมึงก็ไม่ได้เอารถมา งั้นติดรถพี่กูไปสิ” พอเห็นเพื่อนว้อนฉันจึงสนองให้ ให้เพื่อนตัวเองมองยังดีกว่าให้ผู้หญิงที่ไหนไม่รู้จ้องจะงาบไปกิน แถวนี้อยู่นานๆไม่ดีเลย

“ได้หรอ” อิพีทเอียงคอถาม ฉันรู้ว่าตอนนี้ใจมันคงเต้นตุ้มๆต่อมๆแล้ว

“อืม พี่ว่า งั้นตัวเล็กคงต้องเอากล่องด้านหลังมาถือเองแล้วล่ะ” ปลาวาฬตอบพลางหันมามองหน้าฉัน

“กล่องไร ถ้าไม่ใหญ่มากเดี๋ยวถือให้เองก็ได้”

“อยู่แค็ปหลัง ไปดูสิ” พูดพลางหันไปส่งสายตาให้ฉันไปเปิดรถดูเอง ปกติแค็ปรถมันไม่ใช่ที่วางกล่องนี่ ทำไมไม่เก็บไว้ท้ายรถ

บ๊อก บ๊อก

เปิดประตูรถยังไม่ทันเจอกล่อง เสียงจากบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ภายในก็ดังขึ้นซะก่อน

เสียงอะไร หมาหรอ

ไม่รอช้าให้เกิดความสงสัยไปมากกว่านี้ ฉันพุ่งเข้าไปเปิดกล่องทันที ภาพที่เห็นตรงหน้าคือลูกหมาไซบีเรียนฮัสกี้สีขาวตัวเล็กๆ มันหยุดเห่าทันทีที่เห็นหน้าฉัน ตามมาด้วยเสียงหงิงๆเรียกให้ฉันอุ้มมันออกจากกล่องสี่เหลี่ยมนี่

“วาฬ ไปเอาเจ้านี่มาจากไหน” อุ้มมาแนบอกพลางถอยออกมาจากตัวรถแล้วหันไปถามวาฬ

“เขาให้ฟรีมา”

“เอาดีๆวาฬ ใครให้มา” ถามย้ำไปอีกครั้งพลางมือก็ลูบหัวเจ้าตัวเล็กไปด้วย อิพีทกับอิกุนก็มีท่าทีสนใจเจ้าตัวนี้ไม่น้อย เพราะมันน่ารักมากๆเลย

“ซื้อมา”

“ซื้อมา?” ฉันตาลุกวาว “ซื้อมาทำไม มีเวลาให้เขาหรอ” แต่พอคิดขึ้นได้ก็ขมวดคิ้วเข้าหากันทันที การจะเลี้ยงหมา คนเลี้ยงต้องมีเวลาให้และว่างจริงๆถึงจะเลี้ยงมันได้

“ก็ซื้อมาให้ตัวเล็กนั่นแหละ” ตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้ม

“อะไรนะ ให้เค้าจริงหรอ” เบิกตาโพลงอีกรอบพลางจ้ำอ้าวเข้าไปจับแขนปลาวาฬ ในใจเชื่อไปแล้วแปดสิบเปอร์เซ็นว่าเจ้าตัวเล็กนี่จะมาอยู่กับฉันจริงๆ เพราะก่อนหน้านี้เขาบอกมีของจะให้ฉัน ต้องเป็นมันไม่ผิดแน่

“จริงสิ”

“อ๊ายวาฬ ดีใจ” ตะโกนออกมาอย่างไม่อายใครพลางกระโดดโลดเต้นหยอยๆ “กูฝากแป๊บ” อุ้มน้องไปยัดใส่มืออิกุน ก่อนจะวิ่งเข้าไปกอดวาฬด้วยความตื่นเต้นปนดีใจจนถึงขีดสุด ฉันฝันว่าอยากเลี้ยงหมาพันธุ์นี้มานานแล้ว

“ใจเย็นตัวเล็ก คนมองหมดแล้ว” ปลาวาฬหลุดขำพลางลูบหัวฉันปอยๆ พอรู้ตัวฉันก็ผละออกเล็กน้อย แต่รอยยิ้มยังมีอยู่เต็มใบหน้า กวาดตามองไปโดยรอบก็เห็นว่ามีคนมองมาทางนี้เยอะจริงๆ เมื่อกี้ฉันคงเผลอทำเสียงดังเกินไป

“งั้นเค้าเอาไปเลี้ยงนะ ห้ามขอคืนล่ะ” เชิดหน้าขึ้นพูดอย่างไม่ยอม ถ้าวาฬจะเอามันไปจากฉันฉันคงต้องร้องไห้งอแงเป็นเด็กอยู่ตรงนี้

อย่างอื่นฉันไม่เคยแพ้ แต่ฉันแพ้หมาพันธุ์นี้จริงๆ มันดีต่อใจเหลือเกิน

“แต่ติดอยู่อย่างนึงนี่สิ”

“อะไร” ถามกลับไปทันควัน

“ถ้าตัวเล็กเอามันไปเลี้ยง แล้วจะเลี้ยงมันที่ไหน คอนโดเขาห้ามเอาสัตว์ขึ้นไปไม่ใช่หรอ” เหมือนฟ้าผ่าลงมากลางใจฉัน ที่คอนโดมีกฎห้ามเลี้ยงสัตว์เหมือนที่วาฬบอก ขนาดแมวตัวเล็กๆยังเข้าไปไม่ได้ แล้วฉันจะเลี้ยงเจ้านี่ยังไง

หน้าฉันจ๋อยสนิทลงทันตา

“เค้าคงไม่มีวาสนาจะเลี้ยงมันแล้วล่ะ” พูดพลางหันไปมองเจ้าขนปุยอย่างอาลัยอาวรณ์ อิกุนอิพีทก็อินไปกับฉันด้วย สีหน้ามันสลดลงไม่แพ้กัน

“มีสิ ตัวเล็กก็แค่ย้ายไปอยู่ในที่ๆสามารถเลี้ยงมันได้” หมายความว่าไง อย่าบอกนะว่าที่เอาหมามาให้ฉันเลี้ยงเป็นเพราะอยากให้ฉันกลับไปอยู่บ้าน

อย่าบอกนะว่านี่มันคือแผนการอันแยบยลของพี่ชายฉัน

“ถ้าจะให้เค้ากลับไปอยู่บ้าน บอกเลยว่าเค้าไม่ไป” ขึ้นเสียงใส่คนตรงหน้า ก่อนจะหันไปอุ้มเจ้าตัวเล็กมาอุ้มไว้เองแล้วเดินปึงปังไปขึ้นรถ ไม่สนใจแล้วว่าตอนนี้ใครจะมองฉันยังไง

วาฬทำตัวน่าโมโหชะมัด

 

ผ่านไปแล้วเกือบสิบนาที บรรยากาศภายรถเงียบกริบ อิกุนอิพีทก็ลงไปแล้ว เหลือแค่ฉันกับพี่ชายตัวเองที่ปั้นปึ่งใส่กันอยู่ อันที่จริงก็มีแค่ฉันคนเดียวนี่แหละ ส่วนวาฬน่ะ ชิลเกินไปมาก

“ขมวดคิ้วนานเกินสามนาทีเขาว่าจะแก่ไวนะ” มิหนำซ้ำยังมาล้อฉันอีก

“แก่แล้วเกี่ยวไรด้วย” หันหน้าหนีออกทางหน้าต่าง หดหู่ใจเป็นบ้าที่โดนหลอกให้ดีใจก่อนจะถูกเทในชั่วพริบตา

“โกรธไรพี่หรอ” หึ ยังไม่รู้ตัวอีก

“แล้วนี่จะพาไปไหน” งอนจนลืมถามลืมดูทาง ทางนี้มันไม่ใช่ทางไปคอนโดฉัน แต่เป็นทางกลับบ้านต่างหาก

“พาไปบ้าน” นั่นไง คิดไว้แล้วไม่มีผิด

“ทำไมทำกับเค้าแบบนี้”

“พี่ทำอะไรตัวเล็ก”

“อย่ามายั่วโมโหเค้าตอนนี้นะวาฬ” หันกลับมาขึ้นเสียงพลางทำหน้าหงิกใส่

“นี่ไง ถึงละ” อยู่ๆก็หักเลี้ยวรถเข้ามาในซอยๆนึง นี่ไม่ใช่ทางไปบ้านเรานี่

“พามาที่นี่ทำไม จะกลับคอนโด” กระชับแขนกอดเจ้าตัวเล็กที่ซบแขนฉันหลับตั้งแต่ที่รถเคลื่อนตัวออกมา

“ลงมาก่อน” ดับเครื่องยนต์ก่อนจะก้าวลงจากรถไม่สนใจที่ฉันพูด ไหนบอกจะพาฉันกลับบ้าน แต่ดันพามาแวะในที่ๆไม่รู้จัก นี่คิดจะแกล้งอะไรฉันอีกเนี่ย

ด้วยความอยากรู้จึงเปิดประตูลงจากรถมา แล้วอ้อมไปเปิดประตูด้านหลังเพื่อเอาเจ้าตัวเล็กวางลงในกล่องตามเดิม นอนรอพี่ที่นี่ไปก่อนนะ ปิดประตูแล้วเดินตรงเข้ามาหาปลาวาฬที่หยุดยืนอยู่หน้าบ้านหลังนึง

“พามาที่นี่ทำไม” ฉันเอ่ยขึ้นด้านหลัง

“ก็บ้านไง... บ้านเรา” ปลาวาฬหันมาตอบ

“บ้านเรา? ”

“อืม พี่ซื้อไว้ให้เราสามคนแวะมาพักเวลาๆเบื่อๆ ตัวเล็กกับฉลามจะเข้ามาอยู่เมื่อไหร่ก็ได้ แต่ฉลามต้องเรียนให้จบก่อนพี่ถึงจะอนุญาต”

ฉันอึ้งไปในทันที เป็นใบ้ไปแล้วด้วย

“บ้าน... เราหรอ” ฉันพูดออกมาอย่างเลื่อนลอยพลางเดินผ่านตัวปลาวาฬไป สายตาจับจ้องไปที่บ้านหลังขนาดน่ารัก ด้านหน้ามีสนามปูด้วยหญ้าญี่ปุ่น ตัวบ้านเป็นประตูไม้สักขนาดใหญ่ รั้วด้านนอกเป็นสีครีมเช่นเดียวกับบ้าน ดูแล้วสะอาดสบายตาเหมือนบ้านในฝันเลย

ใช่แล้ว มันคือความฝันอย่างที่สองของฉัน ฉันอยากอยู่บ้านหลังเล็กๆกระทัดรัด มีหมาสักตัวนึงอยู่เป็นเพื่อนแก้เหงา มันดีกว่าอะไรทั้งหมดในโลกนี้เลย

“เค้าจะได้เลี้ยงหมาแล้วใช่ไหมวาฬ” หันกลับไปถามด้วยความตื้นตันใจ นี่สินะที่ฉลามพยายามใบ้ให้ฉันกลายๆ ทุกคนรู้เรื่องนี้หมดเลย ยกเว้นฉัน

“ใช่ ตัวเล็กจะย้ายของมาวันนี้เลยก็ได้ พี่ให้คนทำความสะอาดบ้านให้หมดแล้ว”

“ทำไมเซอร์ไพร์สแรง ดีใจนะเนี่ย” อยู่ๆน้ำตาก็ซึมมาที่หัวตา แอบรู้สึกผิดที่เมื่อกี้ตัวเองทำตัวเอาแต่ใจใส่คนที่แสนดีขนาดนี้

“พี่รู้ว่าตัวเล็กอยากได้ไง” มือหนาวางลงบนกลุ่มผมพลางมองมาที่ฉันอย่างเอ็นดู

“เค้ารักวาฬที่สุดเลย” กระโดดขึ้นกอดร่างสูงโดยใช้สองขากระหวัดรอบเอวเหมือนที่เคยทำตอนเด็กๆ ผู้ชายคนนี้คอยเนรมิตให้ฉันแทบทุกอย่าง ทั้งยังคอยเป็นที่พึ่ง เป็นโล่กำบังให้ฉันตลอดระยะเวลายี่สิบกว่าปี ต่างกับฉันที่ไม่เคยทำอะไรให้พี่ชายตัวเองเลย

“อยู่ๆมาบอกรักกันซะได้ เมื่อกี้ยังงอนกันอยู่เลยไม่ใช่หรอ” ปลาวาฬหลุดขำ

“แต่ตอนนี้เค้ารักแล้ว เค้ารักวาฬที่สุดเลย”

ตะโกนขึ้นเสียงดังอย่างไม่แคร์ว่าใครจะมาได้ยิน โดยที่ไม่อาจรู้ว่ากำลังมีใครคนนึงกำลังแอบมองจากที่ไกลๆ ประโยคอื่นเขาไม่ได้ยินหรอกว่าเธอพูดอะไร แต่ประโยคสุดท้าย... เขาได้ยินมันชัดเต็มสองรูหูเลยล่ะ

....

ตอนหน้าจะมีคนงอน อิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิ

Next :

หวงแล้วทำไมไม่ห้าม ตอนกูบอกจะจีบพี่ปลา” - NONT

 

"เค้ารักวาฬที่สุดเลย"

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 89 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

204 ความคิดเห็น

  1. #49 My_smile (@09122547) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 20:44
    ฮือออออ พี่วาฬเเสนดีอะไรขนาดนี้คะะะ
    #49
    0
  2. #43 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 02:44
    ดีต่อใจมาก
    #43
    0
  3. #42 16.1.13 (@r-mean) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 01:12
    พี่วาฬอบอุ่นมาก ..ละมุน
    #42
    0
  4. #41 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 21:36
    หล่อมากค่า
    #41
    0