ผ ม เ ป็ น ข อ ง พี่ ค น เ ดี ย ว - Trapped in love

ตอนที่ 16 : 12 - พี่น้อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,322
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 95 ครั้ง
    8 ก.ย. 63

 

 

1 สัปดาห์ต่อมา

วันนี้ฉันมีนัดกับไอ้แปนที่ห้างแถวๆมอ มันบอกจะพาหลานรหัสฉันมาแนะนำอย่างเป็นทางการ ปกติคลาดกันไปกันมา ตอนนี้เปิดเทอมมาได้เดือนกว่าแล้ว ยังไม่มีโอกาสเจอกันสักที เห็นว่าน้องเรียนหนัก พอเลิกเรียนก็ตรงดิ่งกลับบ้าน แอบคิดว่าน้องอาจจะเป็นเด็กไฝ่รู้ไฝ่เรียน ไม่ได้เล่นไปวันๆเหมือนอย่างพวกเรา

“มาแล้วคร๊าบ” เสียงไอ้แปนดังมาก่อนตัวซะอีก

“ไหนนัด 10 โมง ให้กูรอมาครึ่งชั่วโมงแล้ว” หันหลังกลับไปมองมันที่เดินยิ้มหน้าบานเข้ามา “ละไหนน้อง อย่าบอกว่าเบี้ยว”

“คราวนี้ไม่เบี้ยวแน่ ผมไปรับมาเองกับมือ”

“แล้วอยู่ไหน” ถามออกไปพลางกวาดตามองหาไปทั่วร้าน

“น้องขอแวะเข้าห้องน้ำก่อน เดี๋ยวมา ใจร้อนเป็นคนแก่ไปได้”

“ไอ้แปน! ” ฉันถลึงตาใส่มัน เดี๋ยวนี้ชักจะล้ำเส้นมากไปละ

“ละพี่ชวนไอ้กราฟกับน้องมันมาปะ”

“ทำไมต้องชวน” ตอบออกไปก่อนจะก้มลงดูดน้ำที่สั่งมาก่อนแล้ว

“อ้าว เดี๋ยวมันก็น้อยใจแล้วมาพาลผมอีก”

“เออ วันหลังค่อยชวน” ฉันตอบไปปัดๆ อันที่จริงฉันจะชวนมันมาด้วยก็ได้ แต่กลัวของแถม กลัวว่ามันจะพาคนที่ฉันไม่อยากเจอมาด้วย “มึงสั่งน้ำยัง สั่งเผื่อน้องด้วย วันนี้กูเลี้ยงเอง”

“มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วปะ” พูดออกมาพลางยักคิ้วอย่างชอบใจ ของฟรีนี่ไม่เคยปฏิเสธ ทั้งๆที่บ้านรวยล้นฟ้าซะขนาดนั้น ขนาดรถที่ขับยังมีตั้งสองสามคัน “นั่นไง น้องมาพอดี” เงยหน้าขึ้นมองไปยังด้านหลังฉัน พอมันเอ่ยขึ้นแบบนั้นฉันเลยหันมองตาม เด็กผู้หญิงในชุดเดรสความยาวเหนือเข่าขึ้นมาเล็กน้อยกำลังเดินตรงมาทางนี้ ผิวเธอขาวจนเกือบซีดแต่ทว่าริมฝีปากอมชมพูดูน่ารัก ดูยังไงๆก็สวยเหมือนที่ไอ้แปนมันบอกจริงๆ

น้องรหัสฉันสวยขนาดนี้เลยหรอวะเนี่ย

“สวัสดีค่ะ” เธอเดินมาหยุดตรงหน้าฉันพลางยกมือขึ้นไหว้

“ไม่ต้องไหว้พี่ค่ะ” ยกมือขึ้นรับไหว้แทบไม่ทันพลางส่งยิ้มแหยๆไปให้ เอาซะแก่คราวแม่ไปเลย ปกติไอ้แปนกับไอ้กราฟมันก็ชอบแกล้งฉันด้วยการไหว้แบบนี้ประจำ ไม่คิดว่าจะต้องมารับไหว้หลานรหัสเพิ่มอีกคน

“พี่แกไม่ชอบให้ไหว้ กลัวแก่” ไอ้แปนเอ่ยขึ้น

“ขอโทษค่ะ” เธอส่งยิ้มบางๆพลางค้อมหัวให้ ก่อนจะนั่งลงข้าง... ไอ้แปน

คือเมื่อกี้ฉันขยับที่นั่งจากด้านนอกเข้ามาด้านใน แต่เธอกลับเดินไปนั่งกับไอ้แปนแทน อาจเป็นเพราะว่าเธอสะดวกใจจะนั่งฝั่งนั้นมากกว่านั่งกับฉันที่พึ่งเจอหน้ากันครั้งแรก

“ทำไมเราไม่เคยเจอกันเลยนะ อ่ะ พี่เอาขนมมาให้” ล้วงมือเข้าไปหยิบคุ๊กกี้ทำเองในซองกระดาษที่ถือมาด้วยก่อนจะยื่นไปตรงหน้า ช่วงนี้พอจะมีเวลาว่างอยู่บ้าง ฉันเลยฝึกฝีมือทำขนมไปด้วย หน้าตาถือว่าน่ารับประทานเลยทีเดียว

“ขอบคุณค่ะ” เธอรับมันไว้ ก่อนจะพูดประโยคถัดมา “พี่ทำเองหรอคะ น่าทานจัง”

“รู้ด้วยหรอเนี่ย” แค่มองปราดเดียวก็รู้แล้ว หรือว่าจะชอบทำขนมเหมือนกันนะ

“ค่ะ หนูว่ามันเบี้ยวๆหน่อยนึง เลยคิดว่าไม่น่าจะซื้อมาจากที่ร้าน”

“เอ่อ... แหะๆ” ก้มลงเก็บเศษหน้าตัวเองแทบไม่ทัน พอเห็นไอ้แปนมันกลั้นขำก็ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกอายจนแทบมุดลงใต้โต๊ะ ความร้อนลามไปถึงใบหูเลยทีเดียว

บางทีน้องก็พูดตรงไป หรือฉันเซนซิทีฟกับเรื่องนี้เองนะ

 

หลังจากทานอะไรกันจนอิ่มหนำสำราญแล้ว ฉันกับไอ้แปนก็เดินมาส่งน้องที่หน้าร้าน เห็นบอกจะมีเพื่อนมารับ จากที่นั่งด้วยกันเกือบชั่วโมง สังเกตได้ว่าน้องเป็นคนไม่ค่อยพูด(กับฉัน) แต่พูดกับไอ้แปนมากกว่า งงไหม ไม่งงเนอะ อาจจะเพราะความไม่สนิทกันเพราะฉันก็พึ่งเจอน้องครั้งแรก นานๆไปเธออาจจะคุยกับฉันมากขึ้น ไม่เงียบใส่เหมือนวันนี้ก็ได้

“พี่ๆกลับก่อนปรางก็ได้นะคะ” และนี่คือชื่อของเธอล่ะ... ปราง แค่ชื่อก็น่ารักแล้ว ไม่เหมือนฉัน... ปลาทู แค่ชื่อยังตลก ดีนะที่หนังหน้าไม่ตลกไปด้วย ไม่รู้ทำไมแม่ถึงตั้งชื่อฉันด้วยชื่อนี้ ตอนท้องคงนึกอยากกินปลาทูขึ้นมาแหงๆ แต่จะว่างั้นก็ไม่ถูก แม่คงไม่ได้อยากกินปลาวาฬ แล้วก็ปลาฉลาม ถึงได้ตั้งชื่อให้พวกพี่น้องฉันแบบนั้นด้วย

“พี่ปลา ว่าไง พี่จะกลับก่อนไหม” แรงสะกิดจากไอ้แปนปลุกให้ฉันตื่นจากภวังค์

“เอ่อ... ไม่ๆ รอเป็นเพื่อนน้องก่อนก็ได้” ฉันหันไปตอบ

“อ๊ะ นั่นเพื่อนปรางมาแล้วค่ะ” เธอชี้มือไปยังรถที่เคลื่อนมาอีกฝั่งของถนน ก่อนที่รถคันนั้นจะวนมาจอดทางฝั่งที่พวกเรายืนอยู่ กระจกติดฟิล์มทึบ ฉันเลยไม่เห็นว่าคนที่ขับมาเป็นใคร แต่ดูจากรถที่ขับแล้ว มาเซราติกิบลี่ หรู ดูแพง และเศรษฐีเท่านั้นถึงจะขับได้ แค่รถก็บ่งบอกระดับของคนขับแล้ว “ปรางไปก่อนนะคะ” เธอหันมาโบกมือให้พวกเราสองคน ก่อนจะเดินตรงไปเปิดประตูแล้วเข้าไปในรถ

เกือบ 5นาทีกว่ารถจะเคลื่อนตัวออกไป ฉันกับไอ้กราฟนี่ยืนรอส่งจนขาแข็งไปหมด หลังจากนั้นพวกเราสองคนก็แยกกันกลับ วันนี้ฉันขับรถมาเอง เลยไม่เสียเวลารอแท็กซี่เหมือนตอนไปเรียน เรียกได้ว่านับครั้งได้ที่จะเห็นฉันจับพวงมาลัยรถขับออกมาจากคอนโด ส่วนใหญ่ฉันมักจะนั่งแท็กซี่ไปเรียนด้วยเหตุผลที่ว่า ขี้เกียจวนหาที่จอดรถในมอ กว่าจะมีที่ว่าง และกว่าจะเดินเข้าห้องเรียนก็สายไปเกือบชั่วโมง สู้นั่งแท็กซี่มาจอดหน้าตึกแล้วขึ้นเรียนไปเลยไม่ดีกว่าหรอ

ไหนๆวันนี้ก็ว่างทั้งวันแล้ว กลับไปนอนเปิดแอร์ให้ฉ่ำปอดเย็นๆดีกว่า เมื่อวานวันเสาร์ก็ไปเรียนพิเศษมาทั้งวัน กว่าจะหาข้ออ้างไม่ไปเจอปลาวาฬได้ทำเอาเหนื่อยแทบตาย รายนั้นกะจะลากฉันกลับบ้านท่าเดียวเลย

 

@คอนโดRoof

ห้อง 2002

“เฮ้ย” พอเปิดประตูห้องเข้ามาก็เห็นร่างสูงยืนจิบกาแฟอยู่ ถึงว่าล่ะ กลิ่นโชยมาตั้งแต่เปิดประตูห้อง

“ไหนบอกวันนี้ไปทำงานกลุ่มกับเพื่อน” ปลาวาฬเอ่ยขึ้นพลางจ้องมายังฉันเขม็ง พี่ชายฉันเองแหละที่อยู่ๆก็โผล่มาไม่บอกไม่กล่าว

“ก็ทำเสร็จแล้ว” ฉันโกหกพลางเดินผ่านตัวปลาวาฬเข้ามา ไม่กล้าสบตาเพราะกลัวถูกจับได้

“ไม่ใช่ว่าหลอกพี่เพราะไม่อยากกลับบ้านหรอ” น้ำเสียงทุ้มดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

“เปล๊า” หันกลับไปตอบเสียงดังฟังชัด

“งั้นก็ไปตอนนี้แหละ ยังไม่เที่ยงเลย ยังเหลือเวลาทั้งวัน” ยกมือขึ้นดูนาฬิกาก่อนจะหันมาบอกฉัน ไม่สิ มันคือการออกคำสั่งมากกว่า

“โอ๊ย วันนี้เค้าเหนื่อยแล้ว อยากนอนจุง” แกล้งทำเป็นล้มพับลงที่โซฟา นอนแผ่หราเหมือนไปแบกหินแบกปูนมาก็ไม่ปาน

“ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะปลาทู อย่าให้พี่ต้องลาก”

“วาฬอ่ะ! ” ฉันนิ่วหน้า ก่อนจะสปริงตัวลุกขึ้นจากโซฟา โกหกไม่เคยเนียน! เกลียดคนรู้ทัน

“เตรียมตัว อีก 5นาทีออก” สิ้นเสียงประกาศฉันก็เดินปึงปังเข้าห้องนอนมาทันที ไม่ใช่ว่าหนี แต่เข้ามาเปลี่ยนชุด! ปลาวาฬโหดกับปลาวาฬใจดีฉันขอเลือกอย่างหลังมากกว่า คุยโทรศัพท์ยังพองอแงใส่ได้ แต่ต่อหน้าฉันไม่ไหว แค่ถลึงตาใส่ฉันก็ร้องแล้ว

กลับก็ได้วะ!

 

13.00 น.

ฉันกับวาฬมาถึงบ้านบ่ายโมงตรงเป๊ะ ใช้เวลาขับรถจากคอนโดมาไม่ถึง 40 นาที

“เข้าไปสิ” ปลาวาฬหันมาส่งสายตาเรียกฉันให้เดินตามเข้าไป มาถึงนี่ละ จะหนีก็คงไม่ทันแล้ว ไปก็ไป รีบทานข้าวทานไรเสร็จฉันจะรีบกลับทันที ที่จริงฉันยังงอนพ่อกับแม่อยู่ นี่เห็นแก่วาฬหรอกนะ

“กลับบ้านมาได้สักทีนะเรา” แม่ที่สวมชุดกันเปื้อนเดินออกมาจากห้องครัวเอ่ยทักฉันขึ้น จะเรียกว่าทักทายก็คงไม่ใช่

“สวัสดีค่ะแม่” ยกมือขึ้นไหว้พลางเดินไปหลบอยู่หลังปลาวาฬ

“แล้วนั่นหนีอะไร อย่าบอกนะว่ายังไม่หายโกรธแม่” เดินตรงไปวางถาดขนมที่ถือมาไว้บนโต๊ะก่อนจะหันมาคุยกับฉัน

“เปล่าค่ะ ปลาไม่ได้โกรธ”

“ไม่ได้โกรธแล้วเรียกอะไร บ้านช่องไม่กลับตั้งหลายเดือน แถมยังไม่ยอมโทรหาแม่อีก” อืม ก็โกรธนั่นแหละ ไม่ใช่แค่เรื่องที่แม่แอบให้คนตามสืบว่าฉันเรียนพิเศษที่ไหน ทำอะไรบ้าง ยังพาลโกรธเรื่องเก่าๆที่แม่ไม่ยอมให้ฉันทำงานนั่นอีก

สองปีแล้วที่ฉันไม่ได้ทำในสิ่งที่ชอบ

“น้องอุตส่าห์กลับมาทั้งที อย่าทะเลาะกันเลยครับ ทานข้าวดีกว่า แม่รอน้องอยู่ไม่ใช่หรอ” ปลาวาฬพูดเพื่อให้สถานการณ์มันดีขึ้นพลางจับไหล่ทั้งสองข้างของฉันให้เดินไปนั่งที่โต๊ะ

“แล้วนี่ฉลามไปไหนหรอคะ” เปิดปากพูดกับแม่เพราะปั้นปึ่งใส่ก็มีแต่จะบานปลายไปกันใหญ่

“เดี๋ยวก็คงลงมา แม่เห็นถือโทรศัพท์ขึ้นไปคุยข้างบน”

“มาแล้วๆๆๆ ปลาน้อยยยย คิดถึงจังง” อยู่ๆก็เสียงดังลั่นพลางวิ่งเข้ามากอดฉัน หน้าฉันแทบมุดลงไปที่หน้าท้องแกร่งของเด็กที่ยืนค้ำหัวฉันอยู่ นี่ตกลงใครเป็นพี่เป็นน้องอะ

“ฉลาม หายใจไม่ออก” ฉันดันตัวมันออก เจ้าเด็กคนนี้นี่ โตแต่ตัวซะเปล่า

“เค้ายังไม่หายคิดถึงเลย” เบาะปากคว่ำลงอย่างเอาแต่ใจ สาบานนะว่านี่คือเด็ก ม.6

“คิดถึงทำไมไม่ไปหา คอนโดก็อยู่แค่นั้น”

“เพราะใครล่ะ” พูดพลางหันไปมองหน้าแม่

“ไม่ต้องมามองแม่ ถ้าแม่ปล่อยแกไป พี่แกคงเหลิงจนไม่กลับบ้านกลับช่องมาหาพี่หาน้อง”

“พี่น้องเขาจะไปหากันก็ไม่ได้ ตัวเองคิดถึงก็ไปหาสิ มาห้ามคนอื่นไม่ให้ไปได้ไง” บ่นออกมายาวเหยียดพลางโอบไหล่ฉันเข้าหาตัวอีกครั้ง ไอ้เด็กโข่งเอ๊ย

“ฮ่ะๆ เลิกทะเลาะกันได้แล้วครับ แล้วนี่พ่อไปไหน วันนี้ไม่มีงานไม่ใช่หรอ” ปลาวาฬเอ่ยถาม อืม ตั้งแต่เข้ามายังไม่เจอพ่อเลย ปกติวันอาทิตย์แบบนี้ไม่ยืนรดน้ำต้นไม้ก็นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่สวนหย่อม

“นั่นไง พ่อมานู่นละ” ฉลามเอ่ยขึ้น พอพูดถึง ร่างท้วมก็เดินเข้ามาพอดี หลายเดือนแล้วที่ฉันไม่เจอพ่อ ท่านยังดูอ้วนท้วมสมบูรณ์แข็งแรงเหมือนเดิม

อันที่จริงฉันก็อยากโทรหาพ่อกับแม่นะ แถมยังแอบคิดถึงอยู่บ่อยๆ แต่มันจะมีประโยชน์อะไรล่ะถ้าโทรหาแล้วพวกท่านพูดถึงแต่เรื่องสืบทอดบริษัท

“สวัสดีค่ะพ่อ”

“นึกว่าลืมบ้านหลังนี้ไปแล้วซะอีก” ริมฝีปากหยักขยับขึ้นพูด ยังดีที่อย่างน้อยท่านก็รับไหว้ นึกว่าจะโกรธฉันที่ไม่ยอมกลับบ้านจนไม่อยากมองหน้ากันแล้วซะอีก

“ทานข้าวกันดีกว่าครับ ไหนๆก็มากันพร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว” เป็นปลาวาฬที่เอ่ยขัดขึ้นอีกหน ถ้าไม่มีพี่ชายฉัน ป่านนี้ฉันคงโดนเทศนายาวเหยียดไปแล้ว เพราะแบบนี้ไง ใครมันจะอยากกลับบ้านมาให้โดนบ่น

“กินข้าวเสร็จแล้วอยู่คุยกับพ่อก่อนนะ ค่อยให้วาฬขับรถไปส่ง วาฬไม่มีธุระไปไหนใช่ไหมวันนี้”

“ครับพ่อ”

“ไปส่งน้องเสร็จก็อยู่ค้างที่นั่นเลย ไม่ต้องขับกลับไปกลับมา พ่อเป็นห่วง”

“ครับพ่อ”

“อืม ทานข้าว” เห็นไหมล่ะว่าบรรยากาศภายในโต๊ะอาหารมันเย็นยะเยือกแค่ไหน ปกติพ่อก็เป็นคนนิ่งๆ เกือบจะเย็นชาอยู่แล้ว ยิ่งพอมีเรื่องมึนตึงกับฉัน บรรยากาศก็ยิ่งดูเคร่งเครียดขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว ฉลามที่ปกติเป็นคนสนุกสนานร่าเริง วันนี้ถึงกับนั่งเงียบไปเลย

 

ครึ่งชั่วโมงต่อมาหลังจากทานข้าวเสร็จ ฉันก็มาพบพ่อที่ห้องทำงาน ทำใจไว้รอแล้วล่ะว่าจะโดนบ่นอะไรบ้าง แต่เอาเถอะ ทนๆฟังไปก่อน บ่นจบท่านก็หยุดเองนั่นแหละ

“ที่มหาลัยเป็นไงบ้าง เริ่มเข้าใจงานบริหารบ้างหรือยัง” พอเห็นหน้าฉันก็เปิดประเด็นเลยทันที

“ก็พอเข้าใจค่ะ” ตอบกลับไปสั้นๆ จะให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ก็คงไม่ใช่ เพราะฉันไม่ได้ใฝ่ศึกษาขนาดนั้น ก็อย่างว่าแหละ อันไหนที่เราไม่ชอบ เราก็จะไม่เต็มที่กับมัน แค่เรียนๆไปตามความต้องการของที่บ้านก็แค่นั้น

“เทอมหน้าฝึกงาน แจ้งอาจารย์ด้วยนะว่าจะเข้ามาฝึกที่บริษัท”

“ค่ะ”

“ชวนเป้งมาด้วยก็ได้” ท่านพูดขึ้นต่อ

“คะ?” ทำไมต้องให้ฉันชวนไอ้เป้งมันด้วย บริษัทพ่อมันก็มี ส่วนใหญ่คนที่มาเรียนบริหารอย่างเรา ที่บ้านก็มีธุรกิจเป็นของตัวเองกันทั้งนั้นแหละ ยิ่งไอ้เป้ง พ่อมันทำธุรกิจใหญ่โต ค้าขายกับหลายประเทศ ถึงได้ส่งมันมาเรียนสาขาเดียวกับฉัน พ่อฉันกับพ่อมันก็รู้จักกันเพราะอยู่ในแวดวงเดียวกัน

“พ่อคุยกับพ่อของเป้งแล้ว เขาก็อยากให้เป้งมาเรียนรู้งานที่บริษัทเรา อีกหน่อยทางนั้นอาจจะมีโปรเจ็คใหญ่ร่วมกับเรา เขาเลยอยากส่งลูกชายมาดูลาดเลาก่อน

“หรอคะ เอาไว้หนูจะถามเป้งให้นะคะ”

“...” หลังจากตกลงกันเรียบร้อย พ่อก็พยักหน้าตอบกลับมาเพียงเท่านั้น เอาจริงๆฉันไม่อยากถามมันเรื่องนี้เลย อยากให้มันตัดสินใจเลือกเอง ส่วนฉัน ในเมื่อพ่อเอ่ยปากมาแล้ว ก็คงเลี่ยงไม่ได้อีกตามเคย

ทำอะไรไม่ได้ ทำได้อยู่อย่างเดียว... ทำใจ

“พ่อมีธุระอะไรจะคุยกับหนูอีกไหมคะ ถ้าไม่...”

“ไม่ได้แอบไปทำงานแบบนั้นอีกใช่ไหม” พูดไม่ทันจบพ่อก็พูดแทรกขึ้นซะก่อน

“งานแบบนั้นที่พ่อพูดหมายถึงแบบไหนคะ” ฉันรู้ รู้ว่าพ่อหมายถึงอะไร แต่แค่อยากถามออกไปให้เคลียก็เท่านั้น งานที่ท่านหมายถึงคงเป็นงานถ่ายแบบที่สมัยก่อนฉันแอบไปทำ แต่พอพวกท่านรู้ ฉันเลยถูกสั่งให้เลิกทำโดยเด็ดขาด โดยที่ฉันขัดขืนอะไรไม่ได้

“ต้องให้พ่อเอ่ยถึงอีกหรอ”

“... เปล่าค่ะ ปลาไม่ทำแล้ว” สุดท้ายฉันก็ต้องพับความอยากประชดประชันเก็บไว้ที่เดิม ด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่อยากทะเลาะ

“อืม แค่นี้แหละ พ่อไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ลูกออกไปหาฉลามเถอะ” พูดตัดบทพลางเปรยตามองไปที่ประตู ฉลามกำลังก้มๆเงยๆรอฉันอยู่ตรงนั้น

“ค่ะพ่อ หนูไปนะคะ” เอ่ยลาก่อนจะเดินออกมาจากห้องด้วยสภาพจิตใจห่อเหี่ยว ถ่ายแบบก็ไม่ได้ เรียนพิเศษก็ต้องแอบไปเรียน จะมีใครทนทุกข์ทรมานเหมือนอย่างฉันบ้างไหมเนี่ย โคตรไม่แฟร์เลย

“ไง หน้าหงอยเชียว” พอเดินพ้นจากประตูห้องทำงานมา ฉลามก็เอ่ยทักขึ้น

“เหมือนเดิม” ยักไหล่ตอบด้วยใบหน้าปลงๆ

“มาเล่นอะไรสนุกๆกับเค้าดีกว่า” อยู่ๆฉลามก็ฉุดแขนฉันแล้วลากเข้าห้องตัวเองพร้อมทั้งปิดประตูลงกลอนอย่างเสร็จสรรพ กดไหล่ฉันให้นั่งลงบนโซฟาหลังจากเดินมาถึงโถงกลางห้อง ส่วนเจ้าของห้องลุกขึ้นไปหยิบรีโมททีวีแล้วกดเปิดมันขึ้น

“ทำอะไรฉลาม”

“เล่นเกมกัน”

“เกม?”

“มาออกกำลังให้หายเครียดกันดีกว่า” พูดจบ ภาพในโทรทัศน์ก็ฉายเกมๆนึงขึ้นมา มันเป็นเกมเต้นออกกำลังกายที่คล้ายกับเกมออดิชั่น แต่เน้นการยืดเส้นยืดสายมากกว่า “เร็วสิครับ มันใช้ 2ผู้เล่นนะ”

“เล่นก็เล่น” สุดท้ายฉันก็วางสัมภาระทั้งหมดลงบนโต๊ะ ก่อนจะลุกไปยืนขนาบข้างกับพ่อน้องชายตัวดี ก่อนจะเริ่มขยับร่างกายไปตามสเต็ป เรื่องเต้นเรื่องโยกย้ายขอให้บอก ฉันเรียนด้านนี้มามันจึงไม่เป็นปัญหาสำหรับฉัน ถือว่าวันนี้ฉลามเอาใจฉันถูกเวลา หาเรื่องมาทำให้ฉันหายเครียดได้พอดิบพอดี

ผ่านไปเกือบชั่วโมง สองพี่น้องนั่งหอบอยู่บนพื้นข้างโซฟา เหงื่อโชกเต็มกรอบหน้า ไม่เว้นแม้แต่เด็กผู้ชายร่างถึกอย่างฉลาม ถ้าเทียบกันแล้วฉันคือคนที่ตัวเล็กที่สุดในบ้าน ทั้งพี่ชายและน้องชายเอาแต่โตวันโตคืน ยิ่งปลาวาฬ รายนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง เข้ายิมยกเวทเล่นกล้ามเป็นประจำอยู่แล้ว

“ต่อไหม” เด็กบ้าพลังหันมาถาม

“วันนี้พอก่อน” ใช้หลังมือปาดเหงื่อพลางยันตัวลุกขึ้นนั่งบนโซฟา

“ขอยืมโทรศัพท์หน่อยดิ” ฉลามแบมือมาตรงหน้า ฉันจึงหันไปเปิดกระเป๋าแล้วหยิบมันออกมาส่งให้

“จะโทรหาใคร”

“เปล่า จะถ่ายรูป” ตอบออกมาก่อนจะกดเข้าเมนูกล้อง เปิดกล้องหน้า กดกล้องลงต่ำแล้วฉีกยิ้ม “ยิ้มหวานๆหน่อยสิ อุตส่าห์กลับบ้านมาหาน้องทั้งที” มุ่ยหน้าพลางทำเสียงดุ ยังไม่หายเหนื่อยเลย จะให้ถ่ายรูปโดยที่เหงื่อเต็มหน้าเนี่ยนะ

เอาเถอะ ถ่ายก็ถ่าย แค่ถ่ายเก็บไว้เฉยๆเอง

แชะ

เสียงลั่นชัตเตอร์ดังขึ้นก่อนที่ฉลามจะกดยุกยิกๆกับโทรศัพท์อีกเกือบนาที

“ทำไรอะ” ชโงกหน้าลงไปดู “เฮ้ย” เปล่งเสียงตะโกนออกมาทันทีที่เห็นว่าฉลามอัพโหลดรูปภาพที่ถ่ายเมื่อกี้ลงไอจีของฉันพร้อมกับแท็กชื่อแอคเคาท์ตัวเอง แถมยังลงแคปชั่นว่า‘ปลาน้อย+ปลาฉลาม น่ารักทั้งพี่ทั้งน้องเลย’ อีก คนอื่นจะคิดว่าฉันหลงตัวเองน่ะสิ

“ขอลงนะ น่ารักดี” หันมาขออนุญาตทั้งๆที่ตัวเองกดแชร์รูปไปแล้วแท้ๆ

“แต่รูปนี้ไม่สวย” ฉันนิ่วหน้า จะอัพลงก็ไม่ปรึกษากันสักคำ ดูซิ เหงื่อเต็มหน้าเลย ฉันดึงโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาดู

“ไม่สวยมากแต่น่ารัก ไม่รู้หรอว่าตัวเองน่ารักขนาดไหนเวลายิ้ม” ชมกันออกมาซึ่งๆหน้า มีพี่น้องบ้านไหนเขาชมกันตรงๆแบบนี้เล่า ยิ่งโตมาด้วยกันด้วยแล้ว

“มั่ว เหงื่อไหลไคลย้อยขนาดนั้น ดูสิ” พูดพลางชี้ไปที่ภาพ

“ไหน เอามาดู” ฉลามแย่งมันไปดูอีกหน

“คนนี้ใครอะ” เพ่งสายตามองแล้วถามฉันขึ้น พอก้มลงมองตามที่ฉลามบอกก็เห็นว่ามีชื่อแอคเคาท์นึงคอมเมนต์เข้ามา

Nont : น่ารักครับ^^’

N-o-n-t ... นนท์หรอ ดูจากรูปโปรไฟล์แล้วน่าจะใช่ เด็กนั่นฟอลไอจีฉันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ปกติฉันไม่ค่อยอัพเดทอะไรนักหรอก ล่าสุดที่ลงรูปจำได้ว่าเป็นตอนเข้าค่าย ที่ฉันลงรูปหมู่แล้วแท็กไปหาไอ้เป้ง อิพีท แล้วก็อิกุน คงจะเอาไอจีฉันมาจากพวกมันสินะ จำได้ว่าอิพีทมันแชร์รูปฉันไปลงสตอรี่ด้วยนี่ แล้วฉันก็ไม่ได้ตั้งแอคเคาท์เป็นไพรเวทด้วย ใครจะเข้ามาส่องอะไรก็ส่อง ฉันไม่มีอะไรต้องซ่อนอยู่แล้ว

“รุ่นน้องที่คณะอะ” ตอบฉลามกลับไป

“เขามาจีบหรอ” เอียงคอถามด้วยใบหน้าสงสัยก่อนจะกดเข้าไปดูโปรไฟล์ของนนท์ที่ตั้งเป็นสาธารณะเหมือนกับฉัน

“ไม่นะ ทำไมหรอ” มองยังไงว่าจีบ แค่เขามาคอมเมนต์ก็แปลว่าจีบแล้วหรอ

“สนิทปะคนนี้” ยังคงซักถามไม่เลิก

“ก็ไม่ค่อยเท่าไหร่ เคยเจอกันสองสามครั้ง”

เป๊าะ

“ชัวร์! ” เสียงดีดนิ้วดังขึ้นก่อนที่ฉลามจะโพล่งออกมาอย่างมั่นใจ

“ไม่หรอก คงทักทายตามประสาคนรู้จักนั่นแหละ” อย่างนนท์เนี่ยนะจะมาชอบฉัน มันแทบเป็นไปไม่ได้เลย ไหนจะเรื่องที่เขาเป็นเพื่อนกับนาทีนั่นอีก ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่

“แน่ใจได้ไง เรียนอยู่ปีไหน เป็นคนดีไหม นิสัยรวยหรือเปล่า” รัวคำถามมาเป็นชุดจนฉันได้แต่อ้าปากค้าง รอเขามาขอแต่งงานก่อนไหม ค่อยคิดเรื่องนั้นน่ะ

“แก่แดด ม.6 เองไม่ใช่หรอเรา ถามคำถามแบบนี้กับผู้ใหญ่ได้ไง” ทำท่าจะเขกหัวไปทีนึง แต่เด็กขี้มโนเบี่ยงตัวหลบได้ทันซะก่อน

“พี่สาวใครใครก็หวงปะ จะให้เค้าหวงวาฬหรอ” ซบหน้าลงมาที่ขาฉันอย่างอ้อนๆ โตแต่ตัว แต่นิสัยดันไม่โต อดคิดไม่ได้ว่าถ้ามีแฟนจะอ้อนพี่แบบนี้อยู่ไหม

“รายนั้นไม่ต้องห่วงแล้ว ปีหน้าก็ 26 กลัวจะขึ้นคานล่ะสิไม่ว่า” ฉันพูดพลางหลุดขำ วาฬมาแอบได้ยินคงเสียใจตาย

“ก็ควรอยู่หรอก วันๆทำแต่งาน เอาเวลาไหนไปหาหญิง” มาคิดๆดูแล้วฉันก็เริ่มกลัวว่าพี่ชายตัวเองจะแก่คาบริษัทเข้าจริงๆ

“นั่นสิ”

“เราหาคนสวยๆ โปรไฟล์ดีๆสักคนมาให้วาฬดีไหม” โพล่งขึ้นพลางหันมาถามความเห็นจากฉัน

“ไปยุ่งเรื่องอะไรของเขา”

“ก็ทำหน้าที่น้องที่ดีไง วาฬทำแต่งาน เราก็คอยซัพพอร์ตอยู่เบื้องหลัง” ยักคิ้วพลางทำหน้าครุ่นคิดราวกับมีแผน

“ความรักน่ะ ถ้ามันถึงเวลามันก็มาเอง ไม่ต้องไปไขว่คว้ามันหรอก ขืนเราไปยัดเยียดให้คนอื่นทั้งๆที่เขาไม่ได้รู้สึกชอบกันมาตั้งแต่แรก สุดท้ายก็ต้องจบด้วยการเลิกรา”

“พูดเหมือนตัวเองเคยมีความรักงั้นแหละ” ...เคยสิ ทำไมฉันจะไม่เคย

“เออ ไม่ต้องไปยุ่งเรื่องพี่เขาหรอก สอบมหาลัยดีๆให้ติดก่อน เข้ามหาลัยได้แล้วค่อยไปยุ่งเรื่องคนอื่น” เอื้อมมือไปยีหัวอย่างหมั่นเขี้ยว

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง จะสอบเข้าที่เดียวกับวาฬกับปลาน้อยให้ได้เลยคอยดู”

“จ้า แล้วจะคอย ทำให้ได้เหมือนที่ว่าเถอะ เดี๋ยวมีรางวัลให้”

“จริงอะ อะไร บอกได้ปะ” ทำท่าทางอยากรู้ซะตอนนี้เดี๋ยวนี้

“ยังไม่ได้คิดเลยเถอะ ไว้ติดก่อนแล้วค่อยคิด”

“ก็ได้ แต่อย่าน้อยหน้าวาฬนะ”

“น้อยหน้าอะไร” ถามออกไปอย่างงงๆ

“เปล่า ไม่มีไร ค่อยไปถามวาฬเอง” ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อย่างมีพิรุธแล้วผละตัวออกไป สองคนนี้มีความลับอะไรกับฉันหรือเปล่า แต่เอาเถอะ พอถึงเวลาก็รู้เองนั่นแหละ

....

Talk 1: สังเกตไหมคะว่าบ้านนี้เวลาคุยกับพี่น้องจะแทนตัวเองว่า ‘เค้า’ กันเกือบทั้งบ้าน ยกเว้นแค่พี่วาฬที่แก่สุด เลยแทนตัวเองว่า ‘พี่’ ไรท์ว่ามันน่ารักดีนะ พี่น้องที่สนิทกันแบบนี้น่ะ

Talk 2 : เปิดตัวน้องหลาม 'เด็กแก่แดด' ไปเป็นที่เรียบร้อย

Talk 3 :แล้วน้องนนท์นี่ยังไง ตัวจริงหรือตัวหลอก

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 95 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

204 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 23:21
    ฉลามน่ารักด
    #37
    0
  2. #36 My_smile (@09122547) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 14:16
    ฉลามน่ารักเกินไปเเล้ววว
    #36
    0
  3. #34 16.1.13 (@r-mean) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 00:55
    ฉลามน่ารัก
    #34
    0
  4. #33 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 23:08
    พี่น้องน่ารัก
    #33
    0
  5. #32 16.1.13 (@r-mean) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 08:00
    ปรางนี่ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรซักอย่างแน่นอน
    #32
    0
  6. #31 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 21:10
    หงอเลย รู้สึกไมาชอบปราง
    #31
    0