ผ ม เ ป็ น ข อ ง พี่ ค น เ ดี ย ว - Trapped in love

ตอนที่ 14 : 10 - จุดเปลี่ยน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,686
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 98 ครั้ง
    8 ก.ย. 63

 

 

[นาที บรรยาย]

“กูถามจริงเหอะไอ้ที มึงกับพี่ปลานี่ยังไงกันแน่วะ” หลังจากที่ผมกลับมาจากเอายาไปให้พี่ปลา ไอ้นนท์ก็ตั้งคำถามกับผมทันที มันจะไม่สงสัยก็คงแปลก

“ก็ไม่ยังไง”

“ไม่ยังไงนี่ยังไง กูสังเกตมาหลายทีแล้ว ยิ่งเมื่อกี้พอได้ยินว่าเขาปวดหัว มึงก็รีบแจ้นไปเลย” อืม ก็จริง พอผมได้ยินเธอบอกไอ้นนท์แบบนั้น ผมก็รู้สึกเป็นห่วงเธอขึ้นมา ยิ่งไม่สบายง่ายอยู่ด้วย เจอแดดเจอฝนนิดนึงก็เป็นหวัดแล้ว ถึงแม้ระยะเวลาที่เราคบกันมันจะสั้น แต่ไม่ใช่ว่าผมจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวเธอเลย

มีครั้งนึงเธอเปียกฝนเพราะผมไปรับช้า พอวันรุ่งขึ้นเธอก็เป็นหวัดจนไปเรียนหนังสือไม่ได้ ทำเอาผมรู้สึกผิดจนไม่กล้าไปหาเธอช้าอีกเลย แต่ก็นั่นแหละ มันก็แค่อดีต ผมไม่รู้ว่าผมจะมีโอกาสได้ดูแลเธอแบบนั้นอีกไหม

“มึงฟังกูอยู่ปะไอ้เหี้ยที”

“เออ ฟัง” ผมหันไปตอบ

“แล้วตกลงว่าไง มึงรู้จักพี่ปลานานแค่ไหนแล้ว” มันเปลี่ยนคำถาม ยังดีที่อย่างน้อยคำถามนี้ก็ตอบง่ายกว่าคำถามก่อนหน้า

“ตั้งแต่ ม.ปลาย”

“จริงดิ?” มันทำหน้าราวกับตกใจเรื่องที่ผมพูด เคยรู้จักกันมาก่อนแล้วมันแปลกตรงไหนวะ

“เออ ถามไรอีกไหม” พูดพลางเอียงคอถาม ถ้าหากมันขุดคุ้ยไปมากกว่านี้ ผมคงต้องนั่งเล่าให้มันฟังเป็นวันๆ

“แล้วสถานะมึงกับพี่เขาตอนนี้ล่ะ อย่าบอกนะว่าแอบคบกัน กูเห็นสายตาเวลามึงมองเขาแล้วมันแปลกๆ”

“แปลกยังไง”

“มันดูเว้าวอน เป็นห่วงเป็นใย มีอะไรบางอย่างอยู่ในนั้น บอกไม่ถูกเหมือนกัน” มันพูดพลางทำหน้าครุ่นคิดไปด้วย “แต่ตอนนี้มึงตอบคำถามกูมาก่อน ว่าเป็นไรกับพี่เขา”

“ไม่มีสถานะ”

“ไม่มี? แปลว่า?”

“กูกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน” ผมตอบไปตามตรง

“งั้นก็แสดงว่ามึงแอบชอบเขาฝ่ายเดียวอะดิ”

“อือ คงงั้น” การที่ผมมีความรู้สึกต่อเธอ แต่ไม่รู้ว่าเธอรู้สึกยังไงกับผม ก็ไม่ต่างจากการแอบชอบเธอฝ่ายเดียวนักหรอก

ต่างกันก็แค่... เมื่อก่อนความรู้สึกเราตรงกัน ผมมั่นใจ

“บอกมาตรงๆก็ดี กูจะได้ถอย”

“ถอย? มึงชอบพี่ปลา?” ผมหันไปถาม ก็พอจะมองออกอยู่หรอกว่าไอ้นนท์ใช้สายตาแบบไหนมองเธอ

“เออ คนน่ารักแบบพี่ปลาใครจะไม่ชอบวะ แต่ในเมื่อเพื่อนชอบกูก็ไม่อะไร อีกอย่างมึงก็เจอพี่เขาก่อนกูด้วย”

“ไม่ได้อะไรเหมือนกัน มึงมีสิทธินะ เพราะพี่เขายังไม่ได้เลือกกู” พูดออกไปตามที่ใจคิด ผมไม่ใช่คนดีเด่อะไรนักหรอก แต่ผมแค่ไม่อยากให้เพื่อนมาเสียโอกาสเพราะความเห็นแก่ตัวของผม ของแบบนี้มันอยู่ที่ว่าผู้หญิงเขาจะเลือกใคร ผมเคยทำพังไปครั้งนึงแล้ว ผมไม่มีสิทธิมาแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ

ยอมรับว่าในตอนแรกผมเข้าหาเธอแบบสิ้นคิดไปนิด วันนั้นที่ร้านเหล้า ผมแสดงความหึงหวงออกมาทั้งๆที่ไม่สมควรทำ แถมยังตามเธอออกไปพร้อมกับใช้คำพูดคำจาที่เหมือนจะเป็นการดูถูกเธออีกด้วย

ผมพูดทีเล่นทีจริงกับเธอไปว่า ‘มาตามหาเมีย’ ทั้งๆที่ผมไม่มีสิทธิอะไรในตัวเธอแล้วด้วยซ้ำ พอเอากลับไปนอนคิด มันทำให้ผมอยากตบหัวตัวเองสักทีสองที ผมควรเปลี่ยนตัวเองใหม่ ค่อยๆเป็นค่อยๆไปกับเธออย่างช้าๆ

พูดง่ายๆก็คือ ผมจะจีบเธอใหม่ ให้เหมือนวันแรกที่เราพบกัน ผมจะปล่อยเบลอเรื่องที่เธอ เคยเป็นของผม ไปก่อนก็ได้

บางที มันอาจจะทำให้ใจที่แข็งเป็นหินของเธออ่อนลงได้ และคราวนี้ผมจะเอาจริงแล้ว

“มึงพูดแล้วนะ” ไอ้นนท์หรี่ตามอง มันคงคิดไม่ถึงว่าคนอย่างผมจะใจกว้างแบบนี้

“อืม ถ้ามึงดีพอที่จะเอาชนะใจเธอได้ มึงก็ทำ” ผมยืนยันในคำตอบ บอกตามตรงว่าผมไม่หวั่นใจเลยสักนิดเรื่องที่ไอ้นนท์จะจีบเธอ ไม่ใช่ว่าไอ้นนท์มันไม่หล่อ ไม่ดี แต่ผมแค่รู้สึกว่าผมได้เปรียบกว่ามัน เพราะผมรู้ว่าสิ่งไหนที่เธอชอบ สิ่งไหนที่เธอไม่ชอบ ค่อนข้างรู้ใจเธอพอสมควร ถ้ามันอยากสู้กับผมก็ลองดูสักตั้ง ผมลูกผู้ชายพอที่จะไม่ตัดโอกาสเพื่อนตัวเอง

[จบบทบรรยาย นาที]

 

19.30 น.

หลังจากกิจกรรมในช่วงเย็นจบลง ทุกคนก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำในสถานที่ที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้ให้ เราจะมีกิจกรรมกันอีกทีตอน 2ทุ่ม ดีที่ฉันได้คิวอาบเป็นคนแรกๆ ตอนนี้เลยมีเวลาถือโทรศัพท์ออกมานั่งเล่นชิลๆที่ริมน้ำตก ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พักมากเท่าไหร่ อิกุนกับอิพีทก็ตามมาด้วย

“มึงว่าเราสามคนใครจะมีแฟนคนสุดท้ายวะ” อิพีทเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบในขณะที่ทุกคนต่างง่วนอยู่กับการไถหน้าฟีดอินสตาแกรม

“กูมั้ง” อิกุนตอบ

“เพราะอะไร” อิพีทถาม

“ก็กูสวยน้อยสุด”

“โถ อีกุญแจซอล มึงก็แค่แรดเกินไป ผู้ชายเลยกลัว ใครบอกมึงไม่สวย” อิพีทขำพรืด

“หรอวะ”

“ใช่ไหมอิปลา” มันหันมาขอความเห็นจากฉัน

“กูโนคอมเมนต์” เงยหน้าจากจอโทรศัพท์ขึ้นตอบ

“แต่กูว่าคนสุดท้ายต้องเป็นอิปลา” อยู่ๆอิพีทมันก็พูดขึ้นด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ

“ทำไมวะ” ไม่ใช่แค่อิกุนที่สงสัย ฉันเองก็สงสัย

“ก็ดูมึงดิ กลัวผู้ชายเข้าใกล้ออกขนาดนั้น ชาตินี้จะมีผัวหรอ เกิดมาขาว สวย หมวย ตัวเล็กสเป็ครุ่นพี่ซะเปล่า แต่ไม่เห็นมีผัวสักที”

“กูแค่ไม่เอาเฉยๆหรอก” ฉันเบะปากพลางกดเลือกรูปที่ถ่ายวันนี้เพื่ออัพลงอินสตาแกรม มันเป็นรูปหมู่ของพวกเรา 4คน นานๆทีจะได้ถ่ายรูปด้วยกันครบคน

“ถามจริง มึงกลัวอะไร” แต่อิพีทยังคงไม่เลิกรา มันยิงคำถามใหม่ทันที

“ไม่ได้กลัว แค่ไม่ชอบมีความรัก”

“คนบ้าอะไรจะไม่ชอบอินเลิฟ” มันโพล่งขึ้นพลางมองฉันอย่างทึ่งๆ

“นั่นสิ หรือว่ามึงยังฝังใจเรื่องน้องที มึงเลยมูฟออนไปไหนไม่ได้” อิกุนขุดเรื่องนั้นขึ้นมาพูด

“...” ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะเกี่ยวไหม ฉันรู้แค่ว่าการเอาความรู้สึกตัวเองไปฝากไว้ที่คนอื่นมันน่ากลัว

“มึงลองคิดใหม่นะอิปลา คนเราจะอยู่โดยไม่มีความรักไม่ได้หรอก”

“การล้มเหลวในรักครั้งแรก มันไม่ได้แปลว่าครั้งต่อๆไปมันต้องเหมือนกันเว่ย” ทำไมวันนี้อิสองตัวนี้มันวอแวกับฉันจังวะ แถมยังพูดอะไรเป็นหลักเป็นการ

“พวกมึงต้องการให้กูทำอะไรก็พูดมา ไม่ต้องอ้อมค้อม” หันกลับไปกรอกตามองอย่างรำคาญ

“หาผัวซะ! ถ้ามึงมีก่อนพวกกู พวกกูจะใส่โจงกระเบนวิ่งรอบสนามสามรอบเลย” อีกุนพูดสวนขึ้นทันที พูดอะง่าย แต่ทำอะยาก ฉันจะไปหาแฟนที่ไหนให้ได้ภายในวันสองวัน พูดเป็นเกมไปได้

“เออ กูเอาด้วย” อิพีทเห็นตรงกับอิกุน

“แล้วกูต้องเริ่มจากอะไร” ฉันชักจะเริ่มสนใจกับสิ่งที่มันยกขึ้นมาเดิมพันแล้วสิ

“ไม่เห็นยาก มึงก็แค่เปิดใจให้คนที่เข้ามา ไม่ใช่เดินหนีแล้วบอกว่า ขอโทษนะคะหนูรีบ” มันจำคำพูดฉันได้ขนาดนี้เลยหรอ ตามติดชีวิตฉันปะเนี่ย

“ตกลง กูจะลองดูแล้วกัน เพราะกูอยากเห็นมึงสองคนวิ่งรอบสนาม” อย่าว่าแต่รอบสนามเลย ตั้งแต่คบกันมาฉันยังไม่เคยเห็นพวกมันสองคนวิ่งถึง 10 ก้าวเลยด้วยซ้ำ ชวนออกกำลังกายทีไรเหมือนชวนไปตายทุกที

“ดีล/ ดีล” สองเสียงประสานขึ้นพร้อมกัน

“ดีล”

 

20.00 น.

โอ้เมื่อมีไฟไฟไฟ ลุกขึ้นแดงจ้า สุขอุราเมื่อเรามาพร้อมหน้ากัน~

ไม่ว่าจะงานเข้าค่ายที่ไหนก็ต้องมีรอบกองไฟ ถูกไหม? ตอนนี้ฉันมาอยู่ตรงลานกว้างสำหรับใช้ทำกิจกรรม มองแทบไม่ออกว่าใครปี 1 ปี 2 เพราะทุกคนยืนล้อมวงปะปนกันไปหมด มีวงนอกแล้วก็วงใน ฉันยืนอยู่วงนอกโดยมีอิพีทกับอิกุนยืนขนาบข้าง ส่วนไอ้เป้งหายหัวไปไหนไม่รู้ตั้งแต่เย็น จากที่ใช้สายตาประเมิณดูรอบๆ เหมือนว่าน้องๆยังมากันไม่ครบอีกหลายคนเลย

จึกๆๆ

แรงสะกิดจากการจิ้มไหล่ด้านหลังทำให้ฉันหันไปมอง

“ไอ้กราฟ” คนที่จิ้มนิ้วลงมาคือไอ้กราฟ น้องเทคฉัน

“ผมขอแทรกด้วยคน” มันหอบหายใจก่อนจะมุดตัวลงมายืนคั่นกลางระหว่างฉันและอิกุน ได้ยินเสียงโทรโข่งประกาศนับถอยหลังสินะถึงได้รีบมา กลัวจะถูกทำโทษทำไมไม่รู้จักมาก่อนเวลา

“มึงมาพรุ่งนี้ก็ได้” ปากพูดแดกดันไปงั้นแต่ขาก้าวถอยหลังเพื่อขยายวงให้กว้างขึ้น

“มึงก็ไปว่ามัน มาๆ อยู่ด้วยกันเยอะๆสนุกดี” อิกุนออกรับแทน

“เออ เห็นไอ้แปนบ้างปะ เห็นตอนกลางวันแว๊บๆไม่รู้หายไปไหน” กวาดตามองไปรอบๆพลางถามไอ้กราฟไปด้วย

“เมื่อกี้เจอตอนอาบน้ำ เห็นบอกจะพาน้องรหัสมาไหว้พี่ ยังไม่มาอีกหรอ” มันหันมาถาม

“ยัง” ฉันก็ลืมไปเลยว่ายังไม่เจอน้องรหัสสาวสวยที่ไอ้แปนมันพูดถึง ตอนนี้ก็คงจะอยู่ที่นี่ด้วยเหมือนกัน อาจจะเป็นใครสักคนที่เดินสวนฉันไปก็ได้

“เออ มึงมาพอดี มาๆ มาอยู่กับกู” ไอ้กราฟหันหลังไปคุยกับใครสักคน มันยังจะชวนใครมาเบียดฉันอีกหรอวะ

“ผมอยู่ด้วยได้ใช่ไหมครับ” เดี๋ยวนะ ว่าแต่ทำไมเสียงมันดูคุ้นหูจัง อย่าบอกนะว่า

“หวัดดีครับพี่ๆ” นั่นไง กูว่าละ ร่างสูงราวๆ 180กว่า ยืนอยู่ด้านหลัง ห่างจากฉันประมาณหนึ่งช่วงแขน หันไปส่งยิ้มให้อิกุนอิพีท ก่อนที่สายตาจะหยุดลงที่ฉัน

“อ้าว น้องนาทีนั่นเอง นึกว่าใคร” อิพีทเอ่ยทักทาย จะทักมันทำไม

“มาๆ มายืนข้างพี่ก็ได้ หรือข้างอิปลาก็ได้ ที่ว่างเยอะแยะ” อิกุน อีเสร่อ เรื่องไรต้องมายืนข้างกูล่ะ ที่มีเยอะแยะ ทำไมต้องเป็นตรงนี้

“มึงมานี่” ไอ้กราฟตรงเข้าไปลากแขนเด็กนั่นมายืนข้างฉันแล้วพูดขึ้นต่อ “ผมฝากมันด้วย ผมจะไปช่วยกิจกรรม” เออ มันปี2 นี่หว่า มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดงานครั้งนี้ จะมายืนอยู่กับพวกฉันและรุ่นน้องได้ไง แต่ยังไงก็เถอะ ทำไมมันต้องเอาคนมาฝากให้พวกฉันดูแลด้วย

“โตเป็นควายแล้วดูแลตัวเองไม่ได้หรอ” โพล่งออกไปตามใจคิด คนที่ถูกกล่าวหาหันมามองอย่างคาดเดาอารมณ์ไม่ถูก ตีหน้าตายราวกับคำพูดของฉันไม่ได้ทำให้เด็กมันสะทกสะท้านเลยสักนิด

“เอาน่าพี่ ฝากมันหน่อย นี่หลานเทคไง จำไม่ได้หรอ” ไอ้กราฟโวย

“จำได้ แต่กูไม่อยากจำ... กูไม่สนิท” ฉันอ้างเหตุผลในตอนท้าย ที่ไอ้กราฟมันทำแบบนี้ มันคงไม่รู้ว่าฉันกับไอ้เด็กนี่เคยมีคดีกันมาก่อน

“ก็นี่ไง จะได้สนิทกันไว้ ผมไปนะ” พูดจบมันก็วิ่งฝ่าเข้ากลางดงผู้คนหายไปต่อหน้าต่อตา ทิ้งให้ฉันอ้าปากค้างอย่างทำอะไรไม่ถูก

แม่งน่าปาด้วยรองเท้าจริงๆไอ้เด็กเวรนี่

“มองอะไร” หันขวับกลับมามองไอ้ตัวปัญหาที่เห็นว่ากำลังจ้องฉันอยู่

“เปล่าครับ... พี่ดูสนิทกับพี่กราฟจังเลยนะครับ”

“...” ฉันเงียบแล้วเบือนหน้าหนี ฉันไม่อยากคุยกับมัน ไม่ว่ามันจะชวนฉันคุยเรื่องอะไรฉันก็จะไม่ตอบ

“ไอ้กราฟมันก็สนิทกับทุกคนแหละน้องที ไม่เว้นหรอกรุ่นพี่รุ่นน้อง” อิพีทตอบแทน “น้องทีก็มาหาพวกพี่บ่อยๆสิ จะได้สนิทกันไว้ โอ๊ยอิปลา หยิกกูทำไม” สมควรโดนอะมึง ปากมอมดีนัก

“เปล่า ข้าวติดมือกู กูเลยเช็ด” ฉันทำหน้าเฉไฉ ใครเชื่อก็โง่แล้ว

“กิจกรรมจะเริ่มแล้วครับ” นาทีเอ่ยพูดขึ้นก่อนจะหันหน้าเข้าวง อิพีทที่โดนฉันทำร้ายหันมามองหน้าอย่างคาดโทษ แต่สุดท้ายก็จำใจหันหน้าเข้าพิธี ไม่มีโอกาสได้เอาคืนฉัน

แค่ยืนอยู่ท่ามกลางคนมากมายฉันก็อึดอัดจะแย่แล้ว ตอนนี้ยังต้องมายืนอยู่ข้างคนที่เกลียดแสนเกลียด ใครมันจะไปอยากอยู่ต่อวะ ภาวนาขอให้กิจกรรมนี้เสร็จไวๆด้วยเถอะ

‘ทุกคนทำตามพี่นะคะ’ เสียงปี2 ประกาศขึ้น ‘ให้น้องๆคล้องแขนกับคนฝั่งซ้ายและฝั่งขวามือของน้องๆ และเตะเท้าสลับข้างไปมาตามจังหวะเพลงเพื่อเป็นการเปิดงานรอบกองไฟของเราในค่ำคืนนี้ค่ะ’

เวรล่ะ คล้องแขนกับคนข้างๆงั้นหรอ งั้นก็เท่ากับว่า...

ขวับ

ฉันหันกลับไปมองยังคนที่ยืนอยู่ฝั่งซ้ายตัวเองทันที โชคชะตาเล่นตลกอะไรกับกูวะเนี่ย

“ขออนุญาตนะครับพี่กุน” เด็กนั่นคล้องแขนฝั่งซ้ายของมันเข้ากับอิกุน วินาทีนั้นใจฉันเต้นตึกๆ ไม่รู้ว่าเพราะสาเหตุอะไรกันแน่ “มาครับ” ยื่นแขนขวามาทางฉันพลางส่งยิ้มให้อย่างเชิญชวน

ตอนนี้ฉันรู้แค่ว่า ฉันไม่อยากสัมผัสตัวกับผู้ชายคนนี้ แค่นี้ก็ใกล้ชิดเกินพอแล้ว

‘ทุกคนพร้อมนะครับ’ เสียงประกาศดังขึ้นอีกระรอก

“ขออนุญาตนะครับ” คำขอที่หลุดออกมาจากปากคนๆเดิมดังขึ้นอีกหน คำพูดสุภาพแบบนี้ไปเอามาจากไหน มันทำให้ฉันตั้งรับไม่ทัน ก่อนหน้านี้ไม่ได้เป็นแบบนี้นี่

พอได้สติ แขนฉันก็คล้องเข้ากับแขนเด็กมันแล้ว จะสะบัดออกเสียงเพลงก็ดังขัดขึ้นซะก่อน หากทำอะไรกระโตกกระตากคงได้เป็นจุดสนใจแน่

มองจากด้านข้าง ฉันว่าฉันเห็นรอยยิ้มที่แสดงออกมาราวกับพึงพอใจอะไรบางอย่าง ถึงแม้มันจะไม่ได้มองมาทางฉันตรงๆก็เถอะ

ยิ้มทำเหี้ย” ทำได้แค่หันมาสบถด่าอย่างเจ็บใจ ฝากไว้ก่อนเหอะ

 

ในที่สุดการเต้นเข้าจังหวะเปิดงานบ้านั่นก็จบลง ฉันอาจจะสนุกไปกับมันด้วยซ้ำ ถ้าคนที่ยืนข้างฉันเป็นคนอื่น ใครก็ได้ทั้งโลกที่ไม่ใช่มัน

“สนุกไหมครับ” พอเพลงเงียบลง ฉันก็ได้ยินเสียงคนข้างๆชัดเจนขึ้น เห็นเมื่อกี้มันพูดอะไรไม่รู้มาทีนึงแล้ว แต่ฉันไม่ได้ยิน

“ก็งั้นๆ” ตอบโดยไม่หันกลับไปมอง

“งั้นๆแต่ว่าเต้นไม่ผิดสักท่าเลยนะครับ”

“ล้อฉันหรอ” หันไปถลึงตาใส่

“เปล่าครับ ทำไมชอบมองผมในแง่ร้ายจัง” ทำหน้าสลดพลางเม้มปากเข้าหากัน น่าเอ็นดูตาย!

“เอออิปลา ทำไมมึงชอบว่าน้องทีที่น่าสงสารของกูจังวะ” อิกุนพูดเข้าข้าง

“ทำไมไม่แสดงตัวออกมาล่ะ เมื่อก่อนไม่ได้เป็นแบบนี้นี่” อดยกเรื่องนี้ขึ้นมาคุยไม่ได้ เมื่อก่อนเขาไม่ได้ทำตัวใสซื่อแบบนี้ ทั้งรุกฉันด้วยคำพูดและการกระทำ ไม่สมกับเป็นเด็กม.5 เลยสักนิด

“แล้วเมื่อก่อนผมเป็นยังไงครับ” เอียงคอถามตาแป๋ว ถ้าเป็นผู้หญิงฉันคงด่าว่ามันตอแหลไปแล้ว

“ช่างเหอะ อยากทำไรก็ทำไป” สะบัดหน้าหนีแล้วพูดตัดบท ไม่อยากต่อล้อต่อเถียง

“เนี่ยน้องที พอมันเถียงไม่ได้มันก็หนี แย่เนอะ” อิกุน อีเปรต กูไม่มองไม่ได้แปลว่ากูไม่ได้ยินนะ นินทากูระยะเผาขนขนาดนี้

“อย่าว่าพี่ปลาเลยครับ น่ารักดีออก” หึ

“กูขอตัว” ในเมื่อคุยกันถูกคอดีนักก็อยู่คุยกันอยู่นี่ ฉันไปเอง

หมับ

“จะไปไหนครับ” มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือฉันอย่างถือวิสาสะ

“จับทำไม ปล่อย” หันไปมองจนตาแทบถลน มืออุ่นนิ่มแทบไม่มีความสากเลยก็จริง แต่มันเน้นน้ำหนักลงที่ข้อมือฉันจนรู้สึกเคือง

“กิจกรรมยังไม่เสร็จเลยอิปลา มึงจะไปไหน” อิพีทถาม

“กูจะไปขี้ พวกมึงจะตามไหม” รั้งได้รั้งดี ชาติที่แล้วเกิดเป็นอีรั้งหรอ

“เออๆ งั้นก็รีบไปรีบมา น้องทีปล่อยมันไปเหอะ เดี๋ยวมันหายบ้ามันก็กลับมา” อีพีทหันไปคุยให้ แต่ทว่ามือหนาก็ยังไม่ยอมปล่อยแขนฉัน

“ปล่อย” พูดซ้ำอีกหน ที่จริงฉันจะสะบัดออกแรงๆก็ได้ แค่ไม่อยากทำให้ดูไม่ดีในสายตาคนหมู่มากเฉยๆ

“...” ร่างสูงจ้องมาที่ฉันนิ่งอยู่ครู่นึง ก่อนจะยอมปล่อยมือในที่สุด“ถ้าไม่อยากให้ผมไปตามก็รีบไปรีบกลับนะครับ แถวนี้มันเปลี่ยว อันตราย”

“...” ไม่ได้ตอบใดๆออกไป สะบัดตัวมุ่งหน้าออกมาจากตรงนั้นทันทีที่ข้อมือได้รับอิสระ อันตรายงั้นหรอ หึ จะมาห่วงฉันทำไม เป็นอะไรกันก็ไม่ใช่

 

ล้วงโทรศัพท์ที่ตั้งระบบสั่นเอาไว้ออกมาขณะที่เดินสะเปะสะปะมาตามทางด้วยอารมณ์หงุดหงิด มีสายเข้าจาก ‘ปลาวาฬ’ เพราะงั้นฉันจึงสลัดอารมณ์ขุ่นมัวทิ้งไปแล้วกดรับ

(ไงตัวเล็ก เข้าค่ายสนุกไหม)

“อยากกลับบ้าน” คำแรกที่เอ่ยทักทายพี่ชายตัวเองกลับกลายเป็นน้ำเสียงงอแง

(ยังไม่ทันข้ามคืนก็บ่นซะแล้ว น้องสาวพี่จะรอดไหมเนี่ย)

“ไม่รอด มารับเค้ากลับหน่อย กิจกรรมไรไม่ทำแม่งแล้ว”

(พูดไม่เพราะนะ ถ้าพ่อกับแม่ได้ยิน...)

“อย่าพูดถึงพวกเขาตอนนี้ได้ไหมวาฬ” แทนที่จะปลอบน้อง แต่กลับเอ่ยถึงพ่อแม่ให้เครียดกว่าเดิม

(อะๆ พี่ไม่ฟ้องก็ได้)

“โทรมามีไรรึเปล่า” เดินเตะก้อนหินไปตามทางที่มีแสงไฟสลัว ก่อนจะย่อตัวลงนั่งที่โขดหินขนาดใหญ่ริมทางเดินอย่างเบื่อหน่าย ฉันอยากกลับบ้าน เมื่อกี้ฉันหมายความอย่างนั้นจริงๆ

(แค่คิดถึงน้องสาว โทรหาไม่ได้หรอ)

“เอาดีๆวาฬ โทรมามีอะไร” ปกติพี่ชายฉันไม่โทรมาพร่ำเพื่อถ้าไม่มีธุระอะไรจริงๆ เขางานรัดตัวจะตาย ทำไมฉันจะไม่รู้

(อะๆ เข้าเรื่องก็ได้ แค่จะโทรมาบอกว่า เสาร์หน้ากลับบ้านนะ พี่มีของจะให้)

“ของไร”

(เอาน่า มาดูแล้วจะรู้เอง)

“ไม่อยากกลับ” ฉันนิ่วหน้า ไม่ได้กลับบ้านมาเป็นเดือนแล้ว และไม่มีความรู้สึกอยากจะกลับตอนนี้ด้วย

(แต่พ่อแม่คิดถึงตัวเล็กนะ)

“อย่าเรียกแบบนั้น บอกแล้วไงว่าไม่ชอบ เค้าไม่ใช่เด็กแล้วนะ”

(ไม่ใช่เด็กแล้วจะเป็นอะไร นิสัยยังไม่โตสักที)

“อะไรที่ว่าไม่โต ตัวก็โต นมก็โต ตูดก็โต...”

กึก

เสียงเหมือนกับมีใครเหยียบกิ่งไม้ พอหันไปมองก็เห็นว่ามีบุคคลไม่ได้รับเชิญโผล่มา

(ฮัลโหล)

“แค่นี้ก่อนนะวาฬ พอดีเจอหมาไม่ได้รับเชิญ

....

อูยยยย แรงเด้ออ หมาเลยหรอลู้ก55555

ว่าแต่หมาที่ไหนน้าถึงทำให้พี่เขาเคืองได้ขนาดนี้

ไม่รู้เลยจริงจริ๊ง 55555

 

Talk 50%

ใครที่เดากันไว้ว่า น้องทีต้องมาตามเมียกลับไปแน่ น้องทีต้องมาโหดแน่ คงจะผิดคาดกันไปเลยใช่ไหมคะ 55 น้องเปลี่ยนมาสายนิ่มแล้ว แต่นิ่มในที่นี้ไม่ได้แปลว่าน้องจะตุ๋มติ๋มไม่ทันคนเด้อออ คนมันเคยเป็นยังไงมาก่อน มันก็ยังคงมีร่องรอยเดิมหลงเหลือเอาไว้นั่นแหละ คิดดูสิว่า ถ้าน้องไม่ร้ายจริง น้องจะได้กินพี่ตั้งแต่สองปีที่แล้วหรอ ไรท์พูดถูกไหม อิอิ

กูกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 98 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

204 ความคิดเห็น

  1. #166 Audomporn2529 (@Audomporn2529) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 09:01
    55555หมาเลยนะ
    #166
    0
  2. #29 My_smile (@09122547) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 08:33
    รุนเเรงตัลหล๊อดดดด5555555
    #29
    0
  3. #28 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 00:21
    555555 หมาเลยนะ
    #28
    0
  4. #27 sopana23 (@sopana23) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 21:22
    พี่ก็ปากจัดเกิ๊น
    #27
    0
  5. #26 My_smile (@09122547) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 06:37
    อ่ะ เปิดใจเเล้วๆๆๆ
    #26
    0
  6. #25 16.1.13 (@r-mean) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 10:10
    อยากเห็นเค้าอินเลิฟกันอีกครั้ง
    #25
    0
  7. #24 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 22:42
    รอคนหวง
    #24
    0