ผ ม เ ป็ น ข อ ง พี่ ค น เ ดี ย ว - Trapped in love

ตอนที่ 13 : 9 - ตามองตา 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,409
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 96 ครั้ง
    12 มิ.ย. 63

 

 

“เวร”

“ห๊ะ ว่าไงนะครับพี่ปลา” นนท์หันกลับมาถามเสียงหลง จะอะไรซะอีกล่ะ ก็กลุ่มที่นนท์มันอยู่ดันเป็นกลุ่มเดียวกับไอ้เด็กนาที จับฉลากเลือกกลุ่มกันแล้วไม่ใช่หรอ ทำไมไอ้เด็กสองคนนี้ยังได้อยู่ด้วยกันอีก จะบังเอิญเกินไปแล้ว

“เปล่า ว่ามา ให้ทำไรบ้าง” พยายามซ่อนความหงุดหงิดเอาไว้ในใจ ก่อนจะหันไปตอบนนท์

“อยู่สวยๆไปก็พอครับ เขาแค่ต้องการให้คนในกลุ่มไม่เป็นเลขคี่เฉยๆ พวกผมมี 15คน รวมพี่ๆอีก 3คน ก็เป็น18 ทีนี้ก็ลงตัว” นนท์อธิบาย พอฉันพยักหน้ารับ ปี2 ก็ประกาศกติกาการเล่นเกมขึ้นมาพอดี กติกามีอยู่ว่า ให้สมาชิกกลุ่มแบ่งเป็นสองแถวแล้วนั่งสลับฟันปลาหันหน้าเข้าหากัน แต่ละคนจะมีหลอดยาวอยู่หนึ่งอัน คนที่นั่งอยู่หน้าสุดจะได้รับหนังยางหนึ่งเส้น เพื่อเล่นเกม ส่วนวิธีการเล่นมันก็เบสิคทั่วไปเหมือนทุกๆปี คือส่งต่อหนังยางตั้งแต่คนแรกไปจนถึงคนสุดท้าย แล้วส่งกลับมาที่คนแรก ใครทำตกก็ถูกคัดออก สุดท้ายสมาชิกกลุ่มไหนเหลือเยอะที่สุด และยางถูกส่งกลับมาไวที่สุดก็ได้รับชัยชนะไป

แล้วฉันจะอยู่ตำแหน่งไหนล่ะ ทั้งกลุ่มมีผู้หญิงแค่สามคน นอกนั้นก็ผู้ชายหมดเลย เอาเถอะ ยังไงก็ได้ ขอแค่ฉันไม่ต้องเฉียดเข้าไปใกล้ไอ้เด็กนั่นพอ วันนี้ฉันอุตส่าห์แกล้งทำเมินมันมาแล้วทั้งวัน ก็แค่ทำให้ได้เหมือนเดิมก็แค่นั้น ต่างคนต่างอยู่ อย่าไปสนใจ

ลำดับที่นั่งของฉันคือคนที่3 นับจากหัวแถว เรานั่งสลับกันเป็นฟันปลาแถวละ 9คน คนก่อนหน้าฉันเป็นผู้หญิง ส่วนคนที่ต้องรับหนังยางต่อจากฉันคือนนท์ เด็กบ้าที่รบเร้าฉันให้มาร่วมทีมด้วย อย่างน้อย ได้อยู่ใกล้นนท์ยังรู้สึกสบายใจมากกว่าอยู่ใกล้คนอื่น โดยเฉพาะคนที่ยืนอยู่ท้ายแถว... อืม มันนั่นแหละ

เสียงนกหวีดเป่าให้เริ่มการแข่งขัน ผ่านไปไม่ถึง 10วินาที ฉันสามารถรับหนังยางจากรุ่นน้องที่ส่งมาได้สำเร็จ กำลังจะส่งต่อให้นนท์ แต่ทว่าระยะห่างมันคงไกลเกินไปนิด นนท์ถึงรับมันไปไม่ได้ ฉันจึงคุกเข่าลงกับพื้นแล้วยันตัวลุกขึ้น ไม่สนใจว่ากางเกงวอร์มที่ใส่มาจะเปื้อนมากน้อยแค่ไหน ไหนๆก็รับปากจะช่วยแล้ว ก็ต้องช่วยให้สุดกำลังที่มี

ในที่สุดนนท์ก็สามารถรับมันไปไว้บนหลอดตัวเองได้ ก่อนที่เขาจะส่งต่อไปเรื่อยๆ ระหว่างทางมีหลายคนที่ทำหนังยางตก ทำให้เสียเวลาและลดจำนวนคนเล่นเหลือแค่ไม่กี่คน จนกระทั่งหนังยางถูกส่งต่อให้คนสุดท้าย คนที่มีเรือนผมสีดำสนิทไว้ผมหน้าม้าแสกกลาง เขารับมันไว้ด้วยท่าทีจริงจัง ริมฝีปากสีชมพูเม้มหลอดแน่นราวกับกลัวว่ามันจะตก เขาส่งต่อให้คนถัดไปที่อยู่ใกล้กัน แต่ทว่ามันกลับตกลงพื้นคนแล้วคนเล่า

ใจฉันเต้นตึกตักคอยลุ้นไปกับการแข่งขันโดยไม่รู้ตัว จนในที่สุดหนังยางก็ถูกส่งมาถึงนนท์ คนก่อนหน้านนท์ไม่มีใครรับหนังยางไปจากนาทีได้ พอรับมาก็ตก พอตกก็ต้องส่งคืนให้คนส่งเพื่อส่งต่อให้คนถัดไป

ถึงตานนท์ที่ต้องค้อมตัวลงไปรับ ฉันแอบลุ้นอยู่ใกล้ๆจนตัวเกร็ง มือไม้ชาไปหมด ถ้าหากนนท์รับไม่ได้ ก็เท่ากับว่าเด็กนั่นต้องส่งต่อให้ฉันเป็นคนถัดไป

สุดท้าย สิ่งที่ฉันไม่อยากให้เกิดก็เกิดขึ้นจนได้ นนท์ไม่สามารถรับหนังยางไปจากนาที เด็กมันชันเข่าเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนมาหยุดตรงหน้าฉัน ลักยิ้มสองข้างบนใบหน้าขาวบุ๋มเข้าไปข้างในจนเกิดหลุมเนื่องจากเขาพยายามเม้มหลอดเอาไว้แน่น ดวงตาใสจ้องมองมาราวกับจะถามเป็นนัยๆว่าเมื่อไหร่ฉันจะลุกขึ้นไปรับมันมาสักที

เกิดเดทแอร์ขึ้นระหว่างเรา ขณะที่ทุกคนกำลังมองมาที่ฉันอย่างมีความหวัง เสียงเชียร์ดังอื้ออึงไปทั่วบริเวณ แต่ทว่ามันไม่สามารถทำให้ฉันกระดิกตัวได้ เพราะตอนนี้ เด็กนั่นได้ลดระดับลงมาให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกันแล้ว ฉันเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น ก่อนจะกลั้นใจยื่นหลอดเข้าไปรับ

เพียงแค่ไม่กี่วินาทีที่เราสบตากันอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ฉันกลับรู้สึกว่ามันเนิ่นนานเหลือเกิน

นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้มองเด็กคนนี้ใกล้ๆ นานแค่ไหนแล้วที่ความรู้สึกมันแปรเปลี่ยนเป็นคำว่า ‘เกลียด’

“ว้าาา พี่ปลาทำตกซะแล้ว เก็บขึ้นมาส่งต่อให้คนต่อไปเลยไอ้ที” เสียงนนท์ดังขึ้นเรียกสติ ตอนนั้นเองที่ฉันสามารถดึงสติตัวเองกลับมาโฟกัสกับเหตุการณ์ตรงหน้าได้ นาทีละสายตาไปจากฉันแล้ว เกมกลับมาเดินต่อ

สุดท้ายทีมเราก็แพ้ แพ้อย่างไม่น่าให้อภัยเพราะกลุ่มที่ชนะตะโกนขึ้นก่อนเราเพียงไม่กี่วินาที แถมยังเหลือจำนวนคนเท่ากันอีกต่างหาก ตรงนี้แหละที่น่าเจ็บใจ

อดโทษตัวเองไม่ได้ว่า ถ้าฉันไม่เอาแต่เหม่อ กลุ่มเราอาจจะชนะไปแล้วก็ได้

 

ฉันเดินออกมาจากตรงนั้นโดยโกหกนนท์ไปว่าปวดหัว ที่จริงฉันแค่ไม่อยากอยู่ตรงนั้นนานๆให้อึดอัดใจ หากถามว่าถ้ากลุ่มนั้นไม่มีนาที ฉันจะยังเล่นเกมต่อไหม ตอบได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า ใช่ ฉันจะยังอยู่ที่นั่นต่อ

บางทีตอนนี้มันอาจจะเร็วไป ฉันยังไม่สามารถลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตและให้อภัยเด็กมันได้

“หายไปไหนมาวะ” พอไอ้เป้งมันเห็นฉันมันก็เอ่ยถามขึ้นทันที

“ช่วยเด็กเล่นเกมมา” ตอบกลับไปก่อนจะทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะม้าหินอ่อนโต๊ะเดิม

“มึงเนี่ยนะ”

“อือ” พยักหน้ากลับไปนิ่งๆ

“เหงื่อโชกเลยว่ะ เอานี่ไปเช็ด” มันส่งกระดาษทิชชู่ให้

“เช็ดให้หน่อย ไม่มีแรง” นั่งคอตกเงยหน้าขึ้นไปมองมันที่ยืนอยู่อย่างหมดแรง ที่จริงมันก็ไม่ได้เหนื่อยอะไรมากหรอก แค่รู้สึกหนักใจแปลกๆ

“ไม่ใช่ผัว เลิกทำหน้าอ้อนแล้วเอาไปเช็ดเอง” กระดาษทิชชู่ถูกโปะลงบนหน้าอย่างแรงจนฉันต้องยื่นมือออกไปรับ เออ นี่แหละนิสัยมัน อย่าหวังจะหาความเป็นสุภาพบุรุษในตัวมันเจอ

“ผมเอายาแก้ปวดหัวมาให้”

“...” อยู่ๆก็มีเสียงนึงเอ่ยพูดขึ้น มันดังมาจากด้านหลังไอ้เป้งพร้อมกับเงาตะคุ่มๆ... นั่นมัน ไอ้เด็กนาทีนี่

“รับไปสิ” ก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าฉันพร้อมกับยื่นขวดน้ำส้มและยาแก้ปวดแผงสีขาวมาให้

มาไม้ไหน ไม่เห็นหรอว่าแค่หน้ามันฉันยังไม่อยากจะมอง

“เอามาให้ทำไม”

“น้ำส้มเขาให้เป็นรางวัล กลุ่มเราเล่นเกมได้ที่2 แต่พี่หนีมาก่อน ส่วนยานี่ เห็นพี่บ่นว่าปวดหัว” ตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้ม ‘พี่’ อีกแล้วหรอ หึ

“ไม่กิน ไม่ชอบ” ยกมือขึ้นกอดอกพลางยืดตัวขึ้นนั่งหลังตรง ก่อนจะเสหน้ามองไปทางอื่น ถึงจะเปลี่ยนมาเรียกแทนชื่อฉันว่าพี่ ก็ไม่ทำให้ฉันหายโกรธหรอกนะ

“ไม่ชอบก็รับไว้ครับ ผมอุตส่าห์เอามาให้” พูดเพราะก็ไม่ช่วย รู้ไว้ซะ

“...”

“งั้นผมวางไว้ตรงนี้นะครับ” วางขวดน้ำส้มกับยาลงบนโต๊ะหลังจากที่เห็นฉันเงียบไป

“...”

“ถ้าพี่ปลาไม่กินน้ำนี่ พี่จะกินก็ได้นะครับ” จากนั้นก็หันไปบอกไอ้เป้ง ไอ้บ้านั่นก็ไม่ห่วงเพื่อนเลย ใครเอาอะไรไม่รู้มาให้ก็ยังยืนเฉย มาดีมาร้ายรึเปล่าไม่รู้

หลังจากนาทีเดินห่างออกไป ไอ้เป้งก็ไม่ปล่อยให้เสียเวลา มันถามฉันขึ้นทันที

“คนนี้ใช่คนที่อิกุนพูดถึงปะ”

“หึ” ทีเมื่อกี้ล่ะเงียบกริบเลยไอ้เวร

“ใช่ปะ” มันถามย้ำ

“อีกุนมันบอกมึงว่าไง”

“คนนี้แฟนเก่ามึง กำลังตามง้อมึงอยู่”

“ง้อกับผีสิ”

“แต่ที่กูเห็นมันเป็นแบบนั้น ท่าทางมึงสองคนอย่างกับคู่รักที่งอนกันอยู่” มันนั่งลงมาที่เก้าอี้ตัวเดียวกันพลางมองหน้าฉันอย่างใคร่รู้ ผู้ชายเหี้ยไรวะ ขี้เสือกว่ะ แล้วคู่รงคู่รักอะไร ใครมองแบบนั้นก็โง่เต็มทนแล้ว

“คู่ชังคู่แค้นล่ะสิไม่ว่า” ฉันกรอกตามองบนอย่างรำคาญ

“เดี๋ยวๆๆ กูรู้ละ ที่มึงถามเรื่องแฟนกงแฟนเก่าเมื่อเช้าคือมึงพูดถึงเรื่องตัวเองถูกไหม”

“เปล๊า กูแค่ถาม” ตอบออกไปพลางยักไหล่

“คิดว่ากูจะเชื่อ?” เลิกคิ้วขึ้นพลางมองฉันอย่างจับผิด

“ไม่เสือกกับกูสักวันจะตายไหมเป้ง” พูดจบก็เดินออกมาจากตรงนั้นทันทีพร้อมกับหยิบของบางอย่างติดมือมาด้วย หงุดหงิดๆๆ ทำไมเด็กนั่นต้องเข้ามาอยู่ในวงโคจรฉันตลอดเลย แล้วน้ำส้มอะ ให้คนอื่นเอามาให้ไม่ได้หรอ ทำไมต้องเอามาเอง ส่วนเรื่องปวดหัวฉันก็บอกแต่กับนนท์ เขาไปได้ยินมันตอนไหน

จะยังไงก็ช่างเหอะ ไม่รู้แล้วโว้ย!

....

ให้ทาย ปลาทูหยิบอะไรมา 1.ทิชชู่ 2.น้ำส้มกับยา 55555 
กร๊าซซซ พี่ไปไม่เป็นแล้ว น้องมาน้อยๆแต่แกว่งใจพี่เล่นไม่เป็นท่าเลย อิอิอิอิ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 96 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

204 ความคิดเห็น

  1. #23 firstzy93 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 21:21
    น้องห่วงไง
    #23
    0