ผ ม เ ป็ น ข อ ง พี่ ค น เ ดี ย ว - Trapped in love

ตอนที่ 11 : 7 - ต้องซื้อใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,904
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 114 ครั้ง
    12 มิ.ย. 63

 

 

2 สัปดาห์ต่อมา

@ มหาลัย

18.30 น.

[นาที บรรยาย]

‘เดี๋ยวเรียงแถวเดินมาจับฉลากด้านหน้าเลยนะครับน้องๆ เราจะแบ่งกลุ่มน้องๆให้เหลือกลุ่มละ 15คน เพื่อปรึกษาหารือกับเกี่ยวกับการเข้าค่ายคณะที่จะมาถึงในสัปดาห์หน้านี้’ เสียงประกาศผ่านโทรโข่งจากรุ่นพี่ชั้นปี2 ดังไปทั่วบริเวณ พูดถึงการไปรับน้องต่างจังหวัดที่ทางคณะจัดขึ้น ไม่รู้จะออกนอกสถานที่ทำไมให้มันวุ่นวาย กิจกรรมแบบนี้เขายังไม่ยกเลิกกันอีกหรอ นึกว่าจะมีแต่พวกที่เรียนวิศวะอะไรนั่นซะอีกที่ต้องรับน้องนอกรอบ

“งี้พวกเราก็ได้แยกกันดิวะ” ไอ้นนท์ที่นั่งอยู่ด้านหลังผมโน้มตัวเข้ามากระซิบ

“คงงั้น” ผมตอบ สำหรับผมการได้แยกกับเพื่อนคงไม่ใช่ปัญหา เพราะผมเป็นคนง่ายๆ ยังไงก็ได้ ใครดีกับผม ผมก็ดีตอบ ส่วนใหญ่ก็เข้ากับคนได้หมด เหมือนที่ผมสนิทกับไอ้นนท์ ไอ้นาย แล้วก็ไอ้เฟิร์สเร็ว ทั้งๆที่ยังรู้จักกันได้ไม่ถึงเดือน

“ได้ยินมาว่าคราวนี้มีพี่ปี3 ตามไปคุมด้วยว่ะ” ผมให้ความสนใจกับประโยคถัดมาที่ไอ้นนท์มันพูด ปี3 งั้นหรอ ถ้าเป็นความจริงแสดงว่าคนที่ผมอยากเจอก็อาจจะไปด้วย เพราะสาขาผมกับสาขาเธอจับฉลากได้ไปด้วยกัน ช่างเป็นเรื่องบังเอิญหรือว่าโชคกำลังเข้าข้างผมก็ไม่รู้

ทางคณะได้แบ่งการเข้าค่ายครั้งนี้เป็นแบบ 2 : 2 คือ สองสาขาแรกจัดที่น้ำตก อีกสองสาขาไปทะเล คนน้อยลง การควบคุมก็จะง่ายขึ้นอะไรทำนองนั้นแหละมั้ง

“แล้วเขาจะไปกันทั้งชั้นปีปะ หรือสุ่มคนไป” ไอ้นายที่ฟังอยู่ด้านหลังพูดแทรกขึ้น

“เห็นว่าคนที่ขาดกิจกรรมเท่านั้นถึงจะไปช่วยเพื่อเอาคะแนน”

ผมฟังเพื่อเก็บข้อมูลเงียบๆ เธอคนนั้นจะขาดกิจกรรมไหม เธอจะไปเข้าร่วมหรือเปล่า ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวเธอเลย ทั้งๆที่กลับมาคราวนี้ผมตั้งใจกลับมาหาเธอแท้ๆ ผมว่าบางทีผมคงต้องตีสนิทกับใครสักคนเพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของเธอบ้างแล้วล่ะ

ตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกว่ามันคงไม่ง่ายเหมือนที่ผมคิดไว้แต่แรก จากที่คิดว่าเธอจะยอมคุยกับผมดีๆ แต่เกมพลิกซะงั้น เธอเกลียดผมยิ่งกว่ากิ้งกือไส้เดือน ขนาดหน้ายังไม่อยากจะมอง แต่ผมจะไม่ยอมละความตั้งใจนี้เด็ดขาด ผมจะซื้อใจเธอกลับมาอีกครั้ง ไม่ใช่ด้วยเงิน แต่ด้วยการกระทำ ผู้หญิงคนนี้ไม่ชอบเงิน สำหรับเธอความจริงใจมาเป็นอันดับแรก ผมเคยเกือบได้ใจเธอมาครองครั้งนึงแล้ว แต่ผมพลาดเอง พลาดที่ไม่ได้บอกเธอว่าผมเป็นใคร

คิดไม่ถึงเลยว่านั่นมันจะเป็นปัญหาใหญ่ ถึงขั้นทำให้เราแตกหัก ตอนนั้นผมมองว่าอายุคนเราไม่ใช่ปัญหา ใจต่างหากที่สำคัญ แล้วอีกอย่าง ผมกลัวเธอไม่ยอมเปิดใจให้ผมด้วย เลยคิดว่าจะบอกเธอหลังจากที่เราคบกันได้เดือนนึงแล้ว แต่มันก็สายเกินไป แจ็คพ็อตดันมาแตกซะก่อน

อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าวันนั้นแม่ผมไม่มาเจอในสภาพนั้น และเธอไม่บังเอิญเห็นบัตรประชาชนผมพอดี ป่านนี้คู่เราจะเป็นยังไง จะยังคบกันอยู่ไหม แต่ผมว่าที่มันเป็นแบบนี้มันก็มีข้อดีอยู่อย่างนึงนะ มันทำให้ผมโตขึ้น มีเป้าหมายในชีวิตมากขึ้น และตอนนี้ผมก็พร้อมแล้ว ทั้งวุฒิภาวะและอายุ ผมถึงได้กล้ากลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ตอนนี้มันก็อยู่ที่ว่าผมจะทำให้เธอใจอ่อนได้ไหม นั่นล่ะ เรื่องที่ผมกังวล

 

วันเข้าค่าย

06.30 น.

“มึงเอาของที่กูบอกมาปะ”

“มึงคิดว่าคนอย่างกูจะพลาดหรอ โดนกักบริเวณตั้ง 3วัน 2คืน กูได้ลงแดงตาย” เสียงไอ้เฟิร์สกับไอ้นนท์ดังแว่วๆอยู่ด้านหลัง ขนาดมาเข้าค่ายพวกมันยังไม่เว้นของพวกนี้ ต้องหอบอบายมุขมาด้วยให้ได้

พวกมันสองคนจัดได้ว่าเป็นพวกดื่มหนักเมาน้อย ผมเคยไปแฮงก์เอาท์กับพวกมันสองสามครั้ง แต่ละครั้งเหล้าต้องหมดไม่ต่ำกว่า 3กรมเป็นอย่างน้อย ไม่รู้ว่าคอทำด้วยทองแดงหรืออะไร

“ไว้เวลานัดกับสถานที่ กูจะบอกพวกมึงในกรุ๊ปอีกที” ไอ้เฟิร์สเอ่ยพูดขึ้น มันอาสาเป็นคนเก็บเหล้าไว้เอง

แน่อยู่แล้วว่าพวกเราคงไม่บังเอิญได้อยู่กลุ่มเดียวกันทั้งหมด แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีใครได้อยู่ด้วยกันเลย ผมกับไอ้นนท์จับฉลากได้กลุ่มเดียวกัน ส่วนไอ้เฟิร์สไอ้นายแยกกันไปคนละกลุ่ม

“ขึ้นรถเถอะ” ผมหันไปเรียกพวกมัน อย่างน้อยพวกรุ่นพี่ก็ไม่ได้จับพวกเราแยกกันตอนขาไป สามารถเลือกที่นั่งได้ตามอิสระ ใครมาก่อนได้ก่อน

แต่ยังไม่ทันได้ก้าวขึ้นรถ พวกเราถูกวานให้ยกกระเป๋าช่วยรุ่นพี่เนื่องจากรถคันนี้ไม่มีกลุ่มผู้ชายอยู่เลย ยังสงสัยอยู่ว่าผมมาผิดคันหรือเปล่า

“น้องชื่ออะไรกันบ้าง ขอบคุณนะคะที่มาช่วย” พี่ผู้หญิงที่น่าจะอยู่ปี2 เอ่ยพูดขึ้นหลังจากกระเป๋าทุกใบถูกเก็บเข้าที่เรียบร้อยแล้ว

“ผมเฟิร์สครับ นี่นนท์ นาย แล้วก็ไอ้นี่ นาที” ไอ้เฟิร์สเอ่ยแนะนำเสร็จสรรพ

“ชื่อจำยากนะเนี่ย เฟิร์ส ฟ. ฟัน นอกนั้น น.หนู เหมือนกันหมดเลย ฮ่าๆ... สายแล้ว น้องๆขึ้นรถเถอะจ้ะ ขอบใจที่ช่วยนะ” คนตรงหน้าตอบกลับมาอย่างเป็นมิตร ว่าแต่รถคันนี้จะยังมีที่นั่งให้พวกเราอีกหรอ มัวแต่ยกกระเป๋าให้คนอื่น ตอนนี้คงไม่เหลือที่ว่างให้นั่งด้วยกันแล้ว

หลังจากแนะนำตัวอะไรกันเสร็จ ไอ้นายก็เดินนำพวกผมขึ้นรถ ตามด้วยไอ้นนท์ ส่วนผมรองสุดท้าย เป็นแบบที่คิดไว้ ที่นั่งคู่ถูกจับจองหมดแล้ว เหลือแค่ที่นั่งติดทางเดินอยู่ 4 5 ที่ พวกมันหันมามองผมอย่างปลงๆ ก่อนจะแยกย้ายกันไปนั่งตามจุดต่างๆ ไอ้นายเดินตรงไปนั่งหน้าสุดฝั่งหัวรถ ส่วนไอ้นนท์ยืนเก้ๆกังๆด้วยท่าทางลังเลอยู่พักนึงก่อนจะนั่งลงไป

“พี่พีท พี่กุน” อยู่ๆมันก็โพล่งขึ้นเสียงดังราวกับเจอคนที่พลัดพรากจากกันมานาน ว่าแต่ชื่อคุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินที่ไหน “มาด้วยหรอครับ” ผมหันไปมองตามสายตามันก็เห็นว่ามันกำลังคุยกับผู้หญิงสองคนที่นั่งเบาะด้านหน้ามัน ดูจากมุมข้างก็คุ้นหน้าอยู่เหมือนกัน

“อ้าว น้องนนท์ นั่งรถคันนี้หรอ เอ๊ะนั่น...” หันมาเอ่ยถามไอ้นนท์ ก่อนสายตาจะเลื่อนมายังผมที่ยืนอยู่แล้วชะงักไป คนที่เอ่ยขึ้นน่าจะชื่อกุน และที่บอกว่าคุ้นตาคงเป็นเพราะเมื่อสองปีที่แล้ว เธอคือคนที่เดินเข้ามาคุยกับผม เรื่องพี่ปลา

‘น้องชื่อทีใช่ไหม นี่พี่กุนนะ เพื่อนไอ้ปลามัน... เอาตรงๆเลยนะ มันสั่งให้พี่มาไล่น้อง ถ้าน้องไม่ยอมกลับ มันบอกว่าจะนอนเฝ้าที่นี่’

เหตุการณ์หน้ามหาลัยวันนั้นยังก้องอยู่ในหัวผม วันที่ผมมาตามขอโทษเธอ แต่กลับถูกไล่ให้ไป

พอเห็นว่าพวกเธอมองมา ผมจึงค้อมหัวให้ตามมารยาท วันนั้นผมเจอพวกเธอที่ร้านเหล้าอยู่แป๊บๆ ก่อนจะตามพี่ปลาออกไป เลยยังไม่ค่อยรู้จักกับพวกเธอเหมือนไอ้พวกนี้ที่มันโผล่ไปร้านนั้นก่อน

แต่เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ตอนนี้สายตาผมกำลังมองหาคนๆนึง เพื่อนเธอมาตั้งสองคน แบบนี้ผมก็พอจะมีหวังขึ้นมาบ้าง แต่ไหนล่ะ คนที่ผมอยากเจอ

“ไอ้ที ไอ้นาย ไอ้เฟิร์สก็นั่งคันนี้ครับ” ไอ้นนท์พูด

“งั้นตามสบายเลยนะน้องๆ เลือกที่นั่งว่างกันตามอัธยาศัยเลย” ผู้หญิงอีกคนที่น่าจะชื่อพี่พีทเอ่ยพูดขึ้น เธอส่งยิ้มมาให้พวกเรา ไม่เว้นแม้กระทั่งผม... ถ้าเธอคนนั้นทำแบบนี้บ้างก็คงดี

“รถพร้อมออกเดินทางแล้ว น้องๆนั่งที่ด้วยครับ” เสียงผู้ชายคนนึงดังขึ้นด้านหลัง ก่อนจะเดินแทรกตัวไปด้านหน้าเพื่อกลับที่นั่ง พึ่งสังเกตเห็นว่าที่ที่ผู้ชายคนนั้นนั่งลงไป มีใครคนนึงนั่งอยู่ก่อนแล้ว และแผ่นหลังเธอก็ดูคุ้นตาซะเหลือเกิน

จะใช่คนที่ผมคิดไหม คนที่ทำให้ผมเสี่ยงลงชื่อเข้าร่วม ทั้งๆที่ไม่ชอบกิจกรรมแบบนี้เลย

แล้วถ้าเป็นเธอจริงๆ เธอจะไม่ได้ยินเรื่องที่เพื่อนเธอคุยกับไอ้นนท์เลยหรอ ทำไมถึงนิ่งแบบนั้นล่ะ ไม่หันมามองทางนี้เลย

“ไอ้นาย มึงมานั่งข้างหลัง กูขอนั่งตรงนั้น กูเมารถ” ผมเดินตรงเข้าไปหาไอ้นาย เพราะตรงที่ที่มันนั่ง อยู่แถวเดียวกันกับคนที่ผมกำลังสงสัยว่าจะเป็นพี่ปลา

“อ้าว แล้วไม่บอก เออๆ” มันพูดขึ้นพลางเก็บของแล้วลุกออกไป ผมจึงไปเสียบแทนที่มัน ระหว่างที่กำลังจะนั่งลง ผมแอบชำเลืองตามองไปยังเก้าอี้ติดหน้าต่างฝั่งซ้ายมือ

และผมก็เดาไม่ผิด เธอคนนั้นคือพี่ปลาจริงๆ

 

‘เข้าไปเก็บของในเต๊นท์ตามโซนที่พวกพี่จัดไว้ให้ได้เลยนะ เราจะนอนกันเต๊นท์ละ 3คน พี่ให้เวลา 30นาทีเพื่อเก็บของ เสร็จแล้วมารวมตัวกันตรงนี้ไม่เกิน 11โมงจ้ะ’

หลังจากรับคำสั่ง พวกเราก็แยกย้ายมายังโซนที่กำหนดไว้ เต๊นท์ของผู้ชายจะถูกจัดวางไว้ให้ทางฝั่งตะวันตก ส่วนของผู้หญิงอยู่เหนือเนินขึ้นไป สถานที่ค่อนข้างโล่งแจ้ง คงจะมีความปลอดภัยอยู่ไม่น้อย ถึงแม้ที่ที่เรามามันจะเป็นน้ำตกที่อยู่ค่อนข้างไกลจากถนนเส้นหลักก็ตาม แต่เมื่อมองไปรอบๆก็ยังเห็นเจ้าหน้าที่เดินตรวจไปมาอย่างเคร่งครัด ทางคณะคงเตรียมการมาเป็นอย่างดี

ผมกับไอ้นนท์นอนรวมกับเพื่อนสาขาอื่นอีกหนึ่งคน เราอยู่กลุ่มเดียวกันจึงถูกจัดให้นอนด้วยกัน มองออกไปยังโซนอื่นๆ มีเต๊นท์ลวดลายคล้ายกันเต็มไปหมด จนมองไม่ออกว่าของใครเป็นของใคร

ผมว่าผมโชคดีล่ะ ที่สาขาอสังหาริมทรัพย์ได้คู่กับสาขาธุรกิจระหว่างประเทศ เรื่องนี้ผมรู้ตั้งแต่ก่อนตัดสินใจมาแล้ว การมาครั้งนี้มันเปิดโอกาสให้ผมเข้าถึงตัวพี่ปลาง่ายขึ้น

นึกถึงตอนที่อยู่บนรถ ระหว่างทางมาเกือบ 3ชั่วโมง เธอหันออกไปมองนอกหน้าต่างตั้งแต่รถออกยันรถจอด แถมยังรีบลงจากรถไปก่อนใครเพื่อนราวกับจงใจหนีอะไรบางอย่าง ถ้าให้ผมเดา เธอคงกำลังหนีผมอยู่เป็นแน่

[จบบทบรรยาย นาที]

....

แอบมองเธออยู่นะจ๊ะ แต่เธอไม่รู้บ้างเลย

มีคนแอบมอง 1 อัตรา

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 114 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

204 ความคิดเห็น

  1. #11 RubyFM (@backpo) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 23:26
    รอค่าาา
    #11
    0
  2. #10 oummy1991 (@oummy1991) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 22:42

    อิพี่จะรอดน้องไหม
    #10
    0