[จบแล้ว-เปิดให้อ่าน] ●The missing piece แฟนเก่า..จะเอาคืน●

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 25,307 Views

  • 164 Comments

  • 646 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    604

    Overall
    25,307

ตอนที่ 57 : [END] EP 20 บทส่งท้าย (3/3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2128
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 83 ครั้ง
    20 มี.ค. 62

Writer talks 11/03/63 :
แงงง ดีใจจัง เรื่องนี้ติด Top 100 เป็นเรื่องที่สองของไรท์ ณ ขณะที่อัพแล้ว
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกคนที่เข้ามาอ่านและแสดงความคิดเห็นกันนะคะ ขอบคุณจากใจจริงค่ะ


 


EP 20



               "ซะ ซอยด์" ฉันพูดออกไปไม่เป็นเสียงพลางยันกายยืนขึ้นมองหน้าคนที่เดินใกล้เข้ามา ขาทั้งสองข้างของเขาชะงักกึกราวกับตกใจที่เห็นฉันเช่นกัน อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้น คนที่ขาดการติดต่อกันไปนานหลายปีแต่กลับมาเจอกันในสถานการณ์แบบนี้ 

 

               "แพรว" ริมฝีปากบางขยับขึ้นเรียกชื่อฉัน ขาเขายังไม่ยอมก้าวเข้ามาตรงจุดที่ฉันยืนอยู่จนกระทั่งเด็กผู้หญิงคนนั้นวิ่งเข้าไปกอดขาคนที่เธอเรียกว่า 'พ่อ' อย่างเต็มปากเต็มคำ

 

ซอยด์แต่งงานมีลูกแล้วหรอ แถมลูกยังหน้าตาน่ารักซะด้วย

 

               "พ่อเรียกหนูหรอคะ" หรือเมื่อกี้เขาไม่ได้เรียกฉัน เขาเรียกลูกเขาต่างหาก แต่เขามองมาที่ฉันนี่ เขาคงเรียกฉันถูกไหม

 

               "เอ่อ ค่ะ ทำไมหนูแอบออกมานั่งเล่นข้างนอกคนเดียวล่ะคะ" คนตัวสูงย่อตัวลงนั่งพลางดึงตัวคนที่ได้สถานะว่า 'ลูกสาว' เข้าสู่อ้อมกอด

 

               "ก็คุณพ่ออาบน้ำอยู่นี่คะ หนูไม่มีเพื่อนเล่น" เสียงเล็กพูดจ้อ แล้วแม่เด็กไปไหนซะล่ะ ฉันได้แต่เก็บความสงสัยภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย ทำอะไรไม่ถูกจนต้องจูงแขนลูกชายตัวเองให้มายืนอยู่ใกล้ตัว

 

               "รอคุณพ่อแปปนึงนะคะ" ซอยด์ลูบเผาเด็กคนนั้นอย่างแผ่วเบาแล้วหยัดกายยืนขึ้น ดวงตาคมจ้องมองมาที่ฉันก่อนที่จะหลุบตาต่ำลงมองไปยังเพทาย

 

เสียงเหยียบใบไม้ที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆทำให้ฉันเกร็งจนขยุ้มกระโปรงเข้ากับฝ่ามือ ที่เห็นตรงหน้ามันไม่ใช่ภาพลวงตา แต่มันคือซอยด์ตัวจริงเสียงจริง

 

               "ไง" น้ำเสียงที่คุ้นเคยเอ่ยทักทายฉันขึ้น ทรงผมเขายังเป็นสีดำสนิทเหมือนครั้งสุดท้ายที่ฉันเจอเขา

 

               "ไง" มีคำพูดเพียงพยาค์เดียวที่หลุดออกจากปากฉัน ฉันไม่รู้ว่าควรพูดอะไรออกไปหรือกล่าวทักทายแบบไหนดี อาจเป็นเพราะเราสองคนจบกันได้ไม่ค่อยดีนัก ตอนเรากลับมาเจอกันอย่างนี้คำพูดมันเลยหายไปหมด

 

               "สบายดีไหม" ริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้นหลังจากที่เขาถามฉันจบประโยค

 

               "สะ สบายดี เอ่อ... มาเที่ยวหรอ"

 

               "อืม เธอก็มาเที่ยวเหมือนกันสินะ"

 

               "อืม" ฉันพยักหน้า ทำไมบรรยากาศมันน่าอึดอัดแบบนี้นะ

 

               "นี่ลูกชายเธอใช่ไหม" ซอยด์ย่อตัวลง ชันเข่ากับพื้นทรายพลางมองหน้าเพทายด้วยแววตาที่มีความเอ็นดูอยู่ในนั้น แต่ลูกชายฉันกลับจับมือฉันแน่นพลางเดินมาหลบอยู่ด้านหลัง

 

               "อื้ม... ลูกฉันเอง เพทายหวัดดีคุณน้าก่อนสิลูก" ฉันขยับตัวเล็กน้อยให้ซอยด์คุยกับเพทายเพราะเจ้าลูกชายฉันเอาแต่หลบ

 

               "เพื่อนคุณแม่หรอครับ" เพทายถามขึ้นพลางออกจากที่ซ่อน แล้วฉันควรตอบว่ายังไงดีล่ะ เพื่อนหรอ เราไม่ใช่เพื่อนกันด้วยซ้ำ

 

               "แม่บอกให้หวัดดีคุณน้าไงครับ" ฉันเลี่ยงที่จะตอบคำถามลูกโดยพูดประโยคเดิมขึ้นมาใหม่

 

               "หวัดดีครับ" เพทายตอบออกไปอย่างกล้าๆกลัวๆ ที่จริงเพทายเป็นคนเข้ากับคนง่าย ถ้าสนิทกับใครก็จะติดคนนั้นมาก แต่เวลาเจอคนแปลกหน้าครั้งแรกก็จะมีท่าทางแบบนี้ตลอด

 

               "หน้าเหมือนแพรวเลย" ซอยด์ยื่นมือขึ้นมาตรงหน้าราวกับกำลังจะจับแก้มเพทาย แต่ก่อนที่มือจะแตะลงที่แก้มใสเขากับชะงักไปราวกับรู้ตัวว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ

 

               "เอ่อ เหมือนแค่ตาน่ะ" ฉันพูดแก้สถานการณ์ที่น่าอึดอัด

 

               "จริงด้วยสินะ" ซอยด์ยังคงมองหน้าเพทายอยู่อย่างนั้น เขายิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อยถ้าเมื่อกี้ฉันไม่ได้จ้องหน้าเขาอยู่ก็คงไม่เห็น

 

               "แม่ครับ หนูอยากกลับแล้ว" เพทายเดินเข้ามาหลบที่หลังฉันอีกครั้งพลางเขย่าชายกระโปรงไปมาสองสามที

 

               "เอ่อ ฉันต้องกลับแล้ว เริ่มมืดแล้วด้วย" ฉันพูดขึ้นพร้อมกับซอยด์ที่ยืนขึ้นเต็มความสูง เขามองหน้าฉันเหมือนอยากพูดอะไรบางอย่างแต่กลับหลบตาไป

 

               "...."

 

               "เดี๋ยว" แต่ไม่ทันเดินผ่านตัวเขาไปซอยด์ก็เอ่ยพูดขึ้น ฉันชะงักกึกพร้อมกับหันไปมองคนที่ยืนห่างกันเพียงหนึ่งช่วงแขน

 

               "..."

 

               "ดีใจที่เจอนะ" น้ำเสียงเรียบพูดขึ้นแผ่วเบาราวกับให้เราได้ยินกันแค่สองคน ฉันไม่กล้าหันกลับไปมองว่าตอนนี้เขามีสีหน้ายังไง ได้แค่เพียงตอบกลับไปว่า

 

               "อืม ฉันก็ดีใจที่เจอนาย"

 

....

 

 

[Thean talks]

 

19.00 น.

 

ป่านนี้แล้วสองแม่ลูกยังไม่กลับอีก ผมหลอกให้เธอออกไปจากบ้านโดยอาสาล้างจานให้ ที่จริงผมไม่ได้อยากล้างจานนั่นหรอก เพียงแต่ผมมีแผนจะเซอร์ไพร์สคนบางคนในวันครบรอบสี่ปีที่เราแต่งงานกัน เห็นนิ่งๆแบบนั้นคงจะลืมไปแล้ว แต่ผมไม่โกรธหรอกถ้าเธอจะลืม ภรรยาสุดที่รักของผมเอาแต่ยุ่งอยู่กับลูกทั้งวันๆจนแทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง แพรวไม่เคยทำหน้าที่แม่และภรรยาได้ขาดตกบกพร่อง ทุกวินาทีของเธอมีให้แค่ผมกับลูก ยังไม่นับรวมการเป็นหลานสาวที่ดีอีกหนึ่งตำแหน่ง

 

เธอให้ยายของเธอย้ายจากเชียงใหม่มาอยู่กับเราที่กรุงเทพ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ดีเพราะจะได้มีคนอยู่เป็นเพื่อนเธอตอนที่ผมไม่อยู่บ้านหรือไปคุยงานที่ต่างประเทศบ่อยๆ เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

 

ผมแอบจัดเซอร์ไพร์สเล็กๆน้อยๆไว้รอเธอ ถ้าลูกนอนค่อยว่ากันอีกที ผมรอเวลานี้มานานมาก เวลาที่เราจะได้อยู่ด้วยกันสองต่อสอง เวลาที่จะมีแค่ผมคนเดียวที่งอแงกับเธอได้เพราะปกติเพทายก็เอาตำแหน่งคนขี้งอแงประจำบ้านของผมไปจนเธอเอาเวลาไปสนใจลูกมากกว่าผม

 

               "หนูกลับมาแล้วครับพ่อ" เสียงใสนำมาก่อนตัวอีกลูกชายผม

 

               "กลับมาแล้วหรอครับ ไปเที่ยวไหนมาบ้าง" ผมเดินออกจากห้องนอนมาหาเพทายทันทีที่ได้ยินเสียง พอเด็กน้อยเห็นผมก็รีบวิ่งเข้ามากอดขาราวกับดีใจที่เจอผมซะเต็มประดา "ไหนบอกพ่อซิ ออกไปเล่นซนที่ไหนมา"

 

               "แม่พาหนูออกไปเดินเล่นฝั่งนู้น ไกลมากๆเลยครับพ่อ" ริมฝีปากเล็กพูดจ้อพลางทำหน้าคิดตามไปด้วย แต่คนที่เดินตามเข้ามาทีหลังกลับไม่มีรอยยิ้มประดับใบหน้าเลยแม้แต่น้อย แถมยังเดินเหม่อราวกับไม่รู้ว่าผมอยู่ตรงนี้

 

               "ไม่สบายรึเปล่า" ผมจูงแขนลูกเดินเข้ามาหาแพรว แตะมือลงที่แก้มเนียนแล้วเปลี่ยนเป็นเอาหลังมืออังที่หน้าผาก "ตัวก็ไม่ร้อนนี่ ทำไมดูหน้าซีดๆ... เพทายดื้อกับคุณแม่หรือเปล่าครับ"

 

               "ป่าวครับ หนูไม่ได้ดื้อ แม่เป็นไรครับ" ดวงตาใสแป๋วเงยหน้าขึ้นมองคนเป็นแม่

 

               "ไม่ได้เป็นไรซะหน่อย พ่อลูกมั่วแล้ว" เธอเอื้อมมือมาบีบแก้มลูกเบาๆ ริมฝีปากกระจับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยแต่แววเธอไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย ผมว่าผมดูออก คบกันมาหลายปีแล้วทำไมผมจะไม่รู้ เวลาเธอมีเรื่องไม่สบายใจเธอมักจะชอบเหม่อ พอเราจับสังเกตได้ก็จะแกล้งทำตัวปกติ

 

               "เหนื่อยหรอ อาบน้ำไหม" ผมเอื้อมมือไปเช็ดเหงื่อตามกรอบหน้าให้เธอ

 

               "อืม แค่เหนื่อยน่ะ ได้อาบน้ำคงสดชื่นขึ้น ฝากดูลูกหน่อยนะ" เธอส่งยิ้มให้ผมพลางเดินผ่านผมเข้าห้องไป ทำไมดูหงอยแปลกๆ

 

               "แม่เป็นอะไรรู้ไหมครับลูก" หาคำตอบที่เมียไม่ได้ก็หาคำตอบที่ลูกแทนแล้วกัน

 

               "ไม่รู้ครับ พ่อครับๆ เมื่อกี้หนูเจอคนที่มีชื่อเหมือนแม่ด้วย"

 

               "ชื่อเหมือนแม่?"

 

               "ครับ เด็กชุดชมพูคนนั้นชื่อเหมือนแม่" เพทายคงจะหมายถึงตอนที่ออกไปเมื่อกี้สินะ แล้วเด็กที่ชื่อเหมือนแพรวคนนั้นเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ

 

               "หนูไปคุยกับเขามาหรอ"

 

               "ครับ" แต่นี่ไม่น่าเป็นสาเหตุให้เมียผมซึมเป็นหมาหงอยแบบนี้ มันต้องมีอะไรสักอย่าง เอาไว้ค่อยถามเธอตอนเธออาบน้ำเสร็จแล้วกัน

 

 

หลังจากที่ผมล้างเนื้อล้างตัวให้เพทายเสร็จ ลูกก็เหมือนจะง่วงนอน ผมเลยพาแกมานอนที่ห้องนอนเล็กเพราะตอนนี้ห้องใหญ่ไม่สามารถใช้งานได้ ผมปิดเอาไว้ตั้งแต่เรามาถึงที่นี่เพราะของที่ผมเตรียมเซอร์ไพรส์แพรวทั้งหมดอยู่ในนั้น

 

เสียงเปิดประตูออกมาจากห้องน้ำทำให้ผมหันไปมอง

 

เมียใครวะเซ็กซี่เป็นบ้า... เสื้อยืดตัวโคร่งสีขาวที่ยาวเลยขาลงมาจนดูไม่ออกว่าใต้ชายเสื้อนั้นเธอใส่กางเกงขาสั้นซ้อนอยู่ไหม หรือข้างในมันเป็นแค่เศษผ้าตัวเล็กๆ ผมอดจินตนาการไม่ได้เลย ใครจะรู้ว่าแม่ลูกหนึ่งของผมจะฮ็อตขึ้นทุกวันขนาดนี้

 

เดี๋ยวก่อน สงบใจไว้ ใจเย็นก่อนไอ้เทียน คืนนี้ยังอีกยาวไกล



50%


               "อาบเสร็จแล้วหรอ" ผมนั่งอยู่ที่ปลายเตียงหันมองเธอที่พึ่งเดินออกจากห้องน้ำมา เธออยู่ในชุดนอนสบายๆเหมือนทุกวัน

 

               "อื้ม ลูกนอนแล้วหรอ" เธอเช็ดผมพลางเดินมานั่งลงข้างผมแล้วหันไปกระชับผ้าห่มให้ลูก ทีแรกผมนึกว่าเธอลุกไปนั่งเป่าผมที่โต๊ะเครื่องแป้งแต่คนตัวเล็กกลับลุกขึ้นจากเตียงแล้วนั่งลงมาบนตักผม ผมเปียกเกลี่ยไปมาอยู่ที่ซอกคอผมราวกับเธอกำลังมุดหน้าเข้าหาความอบอุ่น

 

เมียอ้อนว่ะ แม่ง ถูกที่ถูกเวลาซะด้วย

 

               "เป็นไรคะ ทำไมอยู่ๆก็มาอ้อนกันแบบนี้" ผมลูบไปที่เส้นผมเปียกพลางดึงผ้าขนหนูในมือเธอมาเช็ดผมให้

 

               "เทียน..." เธอเรียกชื่อผมแล้วเงียบไป ผมรอฟังเธอพูดแต่เธอกลับไม่พูดอะไรออกมาอีก

 

               "เรียกแล้วเงียบ เรียกสามีทำไมครับ" ผมแนบจมูกลงไปสูดดมกลิ่นแชมพูที่ผสมกับกลิ่นกายเธอก่อนที่จะจับหัวไหล่คนตัวเล็กให้ออกห่างพลางจ้องมองใบหน้าหงอยนั่น "มีเรื่องอะไรอยากพูดให้ฟังไหม"

 

               "มี...แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง" คนตัวเล็กขืนแรงผมที่จับหัวไหล่เธอไว้แล้วกลับเข้ามาในอ้อมกอดผมอีกครั้ง อยากให้อ้อนแบบนี้ทุกวันเลยว่ะ แต่ถ้าต้องแลกกับการที่เธอมีเรื่องไม่สบายใจแบบนี้ผมก็ไม่เอา ให้เธอบ่นผมด่าผมยังดีซะกว่า

 

               "ค่อยๆเล่านะ ค่อยๆบอกเทียนว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมอยู่ๆมาทำหน้าหงอยแบบนี้"

 

               "แพรวเจอซอยด์" คนตัวเล็กเงียบไปพักนึงก่อนที่จะบอกเรื่องที่ผมข้องใจอยู่นาน เธอไปเจอมันงั้นหรอ มันคงเป็นสาเหตุให้เธอกลับมานั่งหงอยแบบนี้สินะ

 

               "เจอมันแล้วไง มันทำอะไรแพรวรึเปล่า" ผมรู้ว่ามันไม่มีทางทำร้ายเธออีก แต่ผมก็อยากถามออกไป

 

               "เปล่า แค่เจอเฉยๆ" คนตัวเล็กกระชับแขนที่กอดผมให้แน่นขึ้นแต่มันกลับไม่ทำให้ผมอุ่นใจขึ้นเลยสักนิด ผมเริ่มใจคอไม่ดีราวกับกลัวความรู้สึกของคนตรงหน้า ผมไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ ผมกลัวว่าเธอจะกลับไปนึกถึงเรื่องของมันอีก

 

               "งั้นหรอ"

 

               "เขามีลูกแล้ว รุ่นราวคราวเดียวกับเพทายเลย" ลูกหรอ อย่าบอกนะว่าเด็กผู้หญิงที่เพทายพูดถึงเมื่อกี้คืนคนเดียวกัน 'พ่อครับๆ เมื่อกี้หนูเจอคนที่มีชื่อเหมือนแม่ด้วย' คำพูดที่ลูกบอกผมเมื่อกี้กลับเข้ามาในหัวผมอีกครั้งโดยอัตโนมัติ แม่ง มันตั้งชื่อลูกชื่อเดียวกับเมียผมหรอวะ "อย่าเงียบสิเทียน ไหนบอกให้เล่าให้ฟังไง"

 

               "เล่าต่อสิ" ผมกดศีรษะคนตัวเล็กให้แนบลงมาที่อกเหมือนเดิมเพราะเธอทำท่าจะปล่อยแขนจากเอวผม ผมไม่อยากให้เธอเห็นใบหน้าน้อยใจของผมตอนนี้ เพราะมันน่าอายกับการที่ผมยังกลัวเรื่องของเธอกับไอ้ซอยด์อยู่อีก

 

               "เขาตั้งชื่อลูกชื่อเดียวกับฉัน"

 

               "..."

 

               "มันแปลกมากเลย"

 

               "..."

 

               "เทียน เงียบทำไม"

 

               "เล่าต่อสิ"

 

               "จบแล้ว แค่นี้แหละ" เธอผละตัวออกจากผมพลางมองหน้าผมด้วยดวงตาคู่โต แต่กลับเป็นผมที่หลบสายตาเธอ

 

               "เพราะงี้ถึงมานั่งหงอยใช่ไหม" ผมตัดสินใจถามประโยคที่ตัวเองไม่ถามก็พอจะรู้คำตอบออกไป

 

               "ทำไมทำหน้าแบบนั้น คิดอะไรอยู่" เธอเชยคางผมกลับมาพลางมองหน้าผมด้วยแววตาที่ต่างจากเมื่อกี้อย่างสิ้นเชิง "อย่าคิดเองเออเองนะ คิดว่าไม่รู้หรอว่าน้อยใจอะ" คนตรงหน้าขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น

 

               "ก็มันจริงไหมล่ะ"

 

               "ที่เงียบไปไม่ได้เป็นเพราะเจอเขา แต่แค่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก แค่ไม่เข้าใจที่เขาเอาชื่อไปตั้งเป็นชื่อลูก" ก็จริง เป็นผมผมก็คงตกใจที่แฟนเก่าเอาชื่อตัวเองไปตั้งเป็นชื่อลูก แต่แล้วไงวะ จำเป็นต้องหงอยขนาดนี้เลยหรือไง

 

               "..."

 

               "โกรธหรอ" ไม่ได้โกรธโว้ย แต่หึงเมีย

 

               "..."

 

               "รักนะ" หืม อยู่ๆมาบอกรักเฉยเลย ร้อยวันพันปีไม่เห็นเคยพูดแบบนี้เลยสักครั้ง จนบางทีก็แอบคิดไปว่าเมียตัวเองไม่เหมือนเดิม

 

               "ถ้าไม่ทำความผิดมาก็ไม่พูด" ผมพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งประชดพลางหันหน้าหนี

 

               "ปกติถึงไม่เคยบอกรักแต่ก็รัก"

 

               "..."

 

               "ง้อก็ได้อะ ดีกันนะ สัญญาว่าจะไม่พูดเรื่องคนอื่นอีก" ผมไม่ได้โกรธเรื่องนั้นซะหน่อย แต่ผมจะโกรธถ้าเธอไม่ยอมเล่าให้ผมฟังแล้วผมมารู้ทีหลังต่างหาก

 

               "วันหลังมีอะไรต้องเล่าให้ฟังหมดทุกอย่าง ห้ามมีความลับ"

 

               "ก็เล่าให้ฟังแล้วนี่ไง ขี้งอนแบบนี้วันหลังใครจะอยากเล่าอะไรให้ฟังล่ะ" เธอบ่นพลางเขยิบตัวลงจากตักผมไปนั่งที่เตียง

 

               "ก็คนมันหึงอะ กลัวเธอยังรู้สึกกลับมันอยู่อะ ผิดหรอวะ" ผมเขยิบเข้าใกล้ร่างบางพลางดึงร่างที่เบาเหมือนนุ่นขึ้นนั่งบนตักอีกครั้ง

 

               "อยู่ด้วยกันจนลูกโตขนาดนี้ละ คิดไรเนี่ย" เธอทำหน้าเอือมๆ ต่างจากเมื่อกี้ที่ทำหน้าเหมือนแบกโลกทั้งใบเอาไว้

 

               "อย่าเศร้าเพราะมันอีก อย่าหงอยเพราะมันอีก เพราะการที่เธอเก็บเอาเรื่องของมันมาคิดมันแปลว่าเธอยังแคร์มันอยู่"

 

               "พูดไปนู่น"

 

               "หรือไม่จริง" ผมจับคางมนให้สบตากับผมตรงๆโดยไม่ปล่อยให้เธอขยับหน้าไปไหนอีก

 

               "ไม่ จริง" เธอสบตาผมพลางพูดช้าๆชัดๆจนผมรู้สึกโล่งใจมาเปราะนึง "ไม่เชื่อก็ตามใจ"

 

               "อะๆ เชื่อแล้วครับๆ" ผมกอดเธอเข้าหาตัวเพราะเธอทำท่าเหมือนจะลุกออกไปจากตักผม เกลียดความงอนกันไปงอนกันมาชะมัด ไม่เอาแล้วโว้ย เสียบรรยากาศหมด ลูกก็นอนแล้ว ควรไปหาอะไรที่มันสร้างสรรค์ทำดีกว่ามานั่งทะเลาะกันแบบนี้

 

               "ปล่อย"

 

               "ไม่ให้ไป"

 

               "จะไปปิดไฟนอน" ได้ไง ใครอนุญาต สงสัยคงลืมวันครบรอบไปแล้วจริงๆสินะ

 

               "อย่าพึ่งนอน มีอะไรให้ดู" ผมลุกจากเตียงพลางจูงแขนเธอลุกขึ้นตาม ร่างเล็กทำหน้างงแต่ก็เดินตามผมออกมาข้างนอกแต่โดยดี


80%


               "จะพาไปไหนเธอถามผมตลอดทางที่เดินมาแต่ผมตอบกลับไปแค่เพียงความเงียบ พอมาหยุดอยู่หน้าห้องนอนใหญ่ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม มือข้างที่ว่างล้วงหากุญแจที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงออกมาแล้วเสียบไปที่ช่องเสียบกุญแจ ผมไม่ได้ผลักเข้าไปทันทีที่ลูกบิดถูกปลดล็อค หยุดสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนที่จะผลักมันเข้ามา

 

               "นี่มันอะไรกัน" ร่างเล็กมองไปที่ผนังรอบห้องอย่างอึ้งๆ ผมรอให้เธอกวาดตามองไปรอบๆสักพักก่อนจะกระตุกมือเล็กให้เดินตาม

 

               "Happy 4th Wedding Anniversary ครับที่รัก" ผมพูดขึ้นพลางมองป้ายที่เขียนเอาไว้ตรงหน้าเราสองคน คนตัวเล็กดูอึ้งๆไปผมเลยหันหน้าเข้าหาเธอแล้วจับมือเธอไว้หลวมๆทั้งสองข้าง

 

               "น้อยใจนะเนี่ย ไม่เห็นจะดีใจเลอะ.. อืม" อยู่ๆคนตัวเล็กก็เขย่งปลายเท้าขึ้นมาประกบริมฝีปากบางลงที่ริมฝีปากผม เธอจูบแบบปากแตะปากเท่านั้นและทำท่าจะผละออกไป แต่ผมไม่มีทางปล่อยโอกาสดีๆแบบนี้ให้หยุดลอยไปหรอก

 

ผมกระชับแผ่นหลังเนียนเข้าหาตัว กดจูบลงไปให้หนักขึ้นราวกับโหยหามาแต่ชาติปางไหน นานๆทีแฟนผมจะมีโมเม้นต์หวานๆแบบนี้ แถมริมฝีปากนี่ก็หวานไม่แพ้กัน ผมค่อยๆปล่อยริมฝีปากบางให้เป็นอิสระก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายเป็นซอกคอเธอ หอม หอมอะไรขนาดนี้วะ

 

ผลั๊วะ

 

               "โอ้ย"

 

               "ได้คืบจะเอาศอก" ร่างเล็กที่ผละออกไปยืนจนเต็มเท้ามองมาที่ผมอย่างขำๆหลังจากที่ฝ่ามือเธอตบไปที่หัวผมก่อนหน้านี้ ย้ำว่าหัว โดยที่ไม่ออมแรงให้คนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีแต่อย่างใด ยัยตัวแสบ

 

               "ก็มันเคลิ้มอะ ขออีกนิด" ผมทำท่าจะดึงเธอเข้าหาตัวอีกครั้งแต่ร่างเล็กกลับเดินหนี

 

               "แล้วนี่อะไร กล่องอะไรเต็มเตียงไปหมด" เธอเดินตรงไปที่เตียงที่เต็มไปด้วยกล่องของขวัญมากมายหลายขนาด ประดับด้วยหลอดไฟนีออนดวงเล็กๆหลากหลายสีสันวางพาดสลับไปมา

 

               "ของขวัญไง" ผมตอบพลางลงมานั่งข้างเธอ มือโอบเอวเล็กเข้าหาตัวพลางกดจูบลงไปที่ขมับ

 

               "หมดนี่?" เธอหยิบของขวัญกล่องนั้นกล้องนี้ขึ้นมาดูพลางเขย่าจนเกิดเสียง กล่องเป็นสิบที่วางเรียงรายอยู่ไม่ใช่กล่องเปล่าที่เพียงจัดฉากขึ้นมา แต่มันมีของอยู่ในนั้นหมดทุกกล่อง

 

               "ครับ ให้แพรวหมดเลย" ผมไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรให้เธอ เพราะปกติผมก็ซื้อนั่นซื้อนี่ให้เธออยู่ตลอดเพราะเธอไม่ค่อยมีเวลาออกไปช้อปปิ้ง กระเป๋าเสื้อผ้าเธอก็มีหมดแล้ว กว่าจะหาได้แต่ละอย่างมันยากเย็นเหลือเกิน

 

               "สิ้นเปลือง" แต่คนตัวเล็กกลับไม่ถนอมน้ำใจผมเลยสักนิด นอกจากจะจำวันครบรอบแต่งงานไม่ได้แล้วยังพูดทำลายบรรยากาศกันอีก มันน่าน้อยใจไหมล่ะครับ

 

               "น้อยใจนะ คนอุตส่าห์ไปเลือกมาเองทั้งหมด"

 

               "ก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่เอานี่ ตกลงทั้งหมดนี่จัดเองหมดเลยหรอ" เธอพูดพลางเอื้อมมือไปจับกล่องของขวัญกล่องที่เล็กที่สุดขึ้นมาดู ตาถึงเหมือนกันนี่

 

               "ลูกจัดให้มั้ง"

 

               "นี่" มือเล็กฟาดลงมาที่แขนแต่ผมกลับไม่เจ็บเลยแม้แต่น้อย แรงแค่นี้จะทำอะไรผมได้

 

               "เลิกทะเลาะกันแล้วมาแกะของขวัญดีกว่า" ผมเสนอเพราะอยากให้เธอเห็นของขวัญที่ผมเตรียมไว้เต็มทีแล้ว...โดยเฉพาะเจ้ากล่องเล็กๆสีทองที่อยู่ในมือเธอ

 

               "ขอบใจนะ" ริมฝีปากบางพูดขึ้นพลางมองหน้าผม รอยยิ้มเล็กๆแต่ดูมีความสุขนั่นทำให้ผมเผลอยิ้มตาม "จะให้แกะกล่องไหนก่อน" เธอกวาดตามองกล่องของขวัญที่วางเกลื่อนราวกลับหนักใจว่าควรแกะอันไหนก่อนดี

 

               "ตามใจเลยครับ แต่เก็บกล่องนี้ไว้แกะหลังสุดนะ" ผมพูดพลางแย่งกล่องของขวัญกล่องเล็กนั่นมาจากมือเธอ

 

               "อืม ตามใจนาย งั้นแกะกล่องนี้ก่อนแล้วกัน" เธอหันไปหยิบกล่องของขวัญขนาดพอดีที่วางอยู่บนหมอน มือเล็กค่อยๆแกะมันออกอย่างปราณีตราวกับกลัวว่าของข้างในมันจะพัง

 

ทันทีที่ของข้างในถูกหยิบออกมา ดวงตากลมโตก็เบิกโพลงแล้วกระโดดเข้ามากอดผมจนผมเกือบหงายหลัง อะไรจะดีใจขนาดนั้นแม่คุณของผม

 

               "นายซื้อมันมาจริงหรอ นายจะพาฉันไปหรอ เราจะไปเที่ยวกันหรอ" ท่าทางดีใจจนปิดไม่มิดแถมยังเขย่าแขนผมไปมานั่นทำให้ผมหลุดขำออกมากับความน่ารักของเธอ ตั๋วฮ่องกงดิสนีย์แลนด์แบบเซ็ต3ใบสำหรับเราสามคนพ่อแม่ลูกถูกผมซื้อมาเป็นของขวัญชิ้นแรก

 

ท่อนแขนเล็กสองข้างโอบรอคอผม ดวงตากลมโตหวานเยิ้มซะจนผมอดใจไม่ได้ที่จะแนบริมฝีปากลงมา ครานี้เธอยอมให้ผมจูบแต่โดยดีแถมยังให้ความร่วมมือไม่มีขัดขืนอีกต่างหาก ดูท่าของขวัญชิ้นนี้จะถูกใจเธอไม่น้อย เด็กน้อยเอ้ย

 

               "อืม" ผมกดร่างบางลงนอนกับเตียง มือข้างนึงเอื้อมไปผลักกล่องของขวัญให้แหวกออกเป็นทางพอให้เราสองคนแทรกตัวลงไปได้ แสงจากไฟดวงเล็กระยิบระยับส่องมาที่ใบหน้าเนียนยิ่งชวนให้จ้องมองราวกับถูกสะกด มือผมค่อยๆช้อนคางเธอขึ้นก่อนที่จะสอดลิ้นเข้าไปสำรวจโพรงปากที่คุ้นเคยอีกครั้ง

 

               "เทียน...เราจะไม่แกะกล่องของขวัญนั่นให้เสร็จหรอ" เสียงแหบพูดขึ้นใต้ร่างทั้งๆที่เธอก็เหมือนจะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้อยู่แล้ว ยังจะมีกะจิตกะใจห่วงของพวกนั้นอีก

 

               "แกะสิครับ แต่แกะกล่องเล็กนั่นก็พอนะ กล่องอื่นไว้แกะพรุ่งนี้" ผมกระซิบข้างหูเธอพลางกดจูบลงที่ข้างกกหู มือที่ลูบอยู่ที่ท่อนแขนเล็กรู้เลยทันทีว่าผมทำให้ไรขนอ่อนตามร่างกายของเธอลุกชันขึ้นแล้ว

 

               "งั้นก็..ปะ ปล่อยสิ เดี๋ยวกะ แกะ ก่อน" เสียงเล็กเริ่มพูดไม่เป็นภาษาเมื่อผมไล้มือวนผ่านส่วนนูนเนียนภายใต้เสื้อตัวบางสะกิดโดนจุดหวาดเสียวทั้งสองข้าง

 

               "ครับ" ว่าพลางเคลื่อนตัวลงมา ใช้ริมฝีปากขบเม้มไปที่ยอดชูชันจนคราบน้ำลายติดอยู่ที่เสื้อตัวบาง เอวคอดกิ่วบิดเกร็งตอบรับสัมผัสที่ผมมอบให้ มือเล็กค่อยๆลากจากต้นคอผมขึ้นมายังกลุ่มผม สองมือกำแน่นและคลายออกสลับกันไปมาตามอารมณ์

 

               "ทะ เทียน"

 

               "ครับ" เธอเรียกชื่อผมขึ้นขณะที่ผมใช้มือเกี่ยวขอบกางเกงนอนจนมันร่นมากองตรงช่วงขา เธอรู้ดีว่าผมชอบที่เธอเรียกชื่อผมมากแค่ไหนทุกครั้งที่เรากำลังจะมีเรื่องแบบนี้ด้วยกัน

 

               "ลูกนอนหรือยัง" ถาม ทั้งๆที่รู้อยู่แล้ว

 

               "นอนแล้วครับ" ผมก็ตอบ ทั้งๆที่รู้อยู่แล้ว

 

               "อะ อื้อ" ร่างเล็กกระตุกเกร็งเมื่อผมจงใจลากมือผ่านช่วงล่างตรงใจกลางส่วนหวงห้ามของเธอ ผมเคลื่อนกายกลับขึ้นมาข้างบนอีกครั้งอย่างค่อยเป็นค่อยไปแต่มือกลับยังลากวนผ่านส่วนนั้นอยู่ สายตาเหลือบเห็นกล่องสีทองที่นอนแอ้งแม้งอยู่ข้างกายของร่างเล็ก ผละมือไปหยิบมันขึ้นมาพลางมันยัดใส่มือเธอ

 

               "แกะมันสิครับ" พูดแค่นั้นก่อนที่จะกลับมาสนใจร่างบางตรงหน้าอีกครั้ง ผมสบตาเธอนิ่งแล้วประกบจูบลงมา จากริมฝีปากเปลี่ยนเป็นขบเม้มที่ซอกคอ ใบหู ลามลงมาถึงส่วนที่ชูชัน ก่อนที่จะวกกลับลงมาส่วนล่างอีกครั้งโดยที่รอบนี้ผมจะไม่รีรออีกแล้ว

 

แคร่ก

 

เสียงแกะกระดาษห่อของขวัญดังขึ้นโดยที่ใบหน้าสวยยังหลับตาพริ้ม กลัวว่ากล่องมันจะขาดวิ่นซะก่อนที่เธอจะได้ของที่อยู่ในนั้นเพราะมือของเธอสั่นซะเหลือเกิน โดยเฉพาะตอนที่ผมค่อยๆละเมียดละไมฉกเอาความหวานตรงใจกลางกลีบกุหลาบ เสียงครางฮือลมหายใจติดขัดบ่งบอกให้ผมรู้ว่าเธอพร้อมแล้ว

 

กล่องของขวัญตกลงข้างกายพร้อมกับลมหายใจหอบถี่ ผมหยุดการกระทำทั้งหมดลง เงยหน้ามองร่างบางที่กระพริบตาสองสามทีเพื่อมองของที่อยู่ในมือให้ถนัด ริมฝีปากเล็กคลี่ยิ้มก่อนจะมองหน้าผมสลับกับของในมือ

 

มันคือจี้เพชรสลักตัวอักษรย่อของเราทั้งสองคน TP กับสร้อยที่ผมสั่งทำพิเศษและมีเส้นเดียวในโลก มือเล็กค่อยๆสวมสร้อยเส้นนั้นเข้าที่คออย่างเงอะๆงะๆโดยมีสายตาผมจับจ้องตลอดเวลา ดวงตาที่เต็มไปด้วยความสุขนั่นทำให้ผมรู้ว่าไม่จำเป็นต้องมีคำบอกรักจากผู้หญิงปากแข็งคนนี้ เพราะสายตาเธอมันก็บอกอยู่ตลอดเวลาที่เราอยู่ด้วยกันอยู่แล้ว

 

ฉันรักเธอ แพรวพลอย รักมากที่สุด รัก และจะรักตลอดไป

 

.....


END


จบแล้วววว ฮือออ ในที่สุดก็จบจริงๆซักที แต่งเรื่องนี้มานานมาก 

ขอบคุณที่ติดตามและให้กำลังใจกันมาตลอด ขอบคุณทุกคำติและคำชม ไรท์จะนำไปพัฒนาต่อไปนะคะ 



ปุกาศ ตอนพิเศษ ซอยด์

สำหรับคนที่ยังค้างคาและอยากรู้เรื่องพระรองของเรา ไรท์คนดีคนเดิมมี Special Parts (Soi) ให้จ้าาาา ไรท์เตรียมไว้อยู่แล้ว ไม่ปล่อยให้ค้างแน่นวลลล ถึงเรื่องจะจบแต่ยังมี ตอนพิเศษให้อ่านถะเหมอ อย่าพลาดกันเชียว !! 

ปล. ตอนพิเศษ ซอยด์ จะมีอีก3ตอนนะคะ ย้ำว่า3ตอนเข้มๆ จะเป็นเรื่องราวของซอยด์ตลอดทั้ง5ปีว่าเขาหายไปไหน ทำอะไรที่ไหนมา เป็นบทสรุปของผู้ชายคนนี้ที่เราตั้งใจเขียนและคิดพล็อตนานมาก เราจะเปิดให้อ่าน10วันหลังจากที่อัพจบนะคะ ย้ำว่า10วันแล้วไรท์จะปิดตอนไปค่ะ แต่ปิดเฉพาะตอน Special 3 ตอนนี้เท่านั้นนะคะ 




สุดท้ายนี้ ไรท์ขอฝากนิยายเรื่องใหม่ #ข้าวหอมมะลิ

เป็นเรื่องของข้าว.. คุ้นๆชื่อกันใช่ไหมล่ะคะ ข้าวที่เป็นเพื่อนของซอยด์ แต่เรื่องราวจะย้อนไปตอนที่ พวกเขายังเรียนอยู่ปี1 เรื่องนี้จะไม่ดาร์กแล้ว จะออกแนวหวานแหววแบบจริงจัง แถมน้องยังน่ารักน่า อ่อย


ตามไปอ่านกันได้จ้าาา ไรท์ลงไว้หลายตอนแล้ว


จิ้ม

v

v



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 83 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #142 prang_94 (@prang_94) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 07:23
    อ่านรวดเดียวจบเลย สนุกมากค่ะไรท์
    #142
    1
    • #142-1 Fareeyaa (@mybearpp) (จากตอนที่ 57)
      11 มีนาคม 2562 / 13:02
      ขอบคุณค่า : )
      #142-1
  2. #120 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 22:48
    ละมุนมากเลยยย
    #120
    0
  3. #119 Flook Warintorn (@flook_warintorn) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 21:50
    อยากอ่านเรื่องซอยด์ ไรท์แต่งมั้ยคะ
    #119
    1
    • #119-1 Fareeyaa (@mybearpp) (จากตอนที่ 57)
      7 มีนาคม 2562 / 09:34
      ตอนนี้ไรท์มีแค่ special parts ของซอยด์ที่เตรียมจะลงให้อ่านนะคะ ส่วนเรื่องที่ว่าจะแต่งซอยด์ไหมไรท์คงต้องรอดูผลตอบรับหลังจากที่ลงตอนพิเศษไปแล้ว ว่ายังมีคนต้องการอ่านเรื่องของซอยด์อีกหรือเปล่า รอติดตามน้า
      #119-1
  4. #118 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 21:26
    รอค่าาา
    #118
    1
    • #118-1 Fareeyaa (@mybearpp) (จากตอนที่ 57)
      7 มีนาคม 2562 / 11:39
      ขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอด ขอบคุณทุกคอมเมนต์นะคะ : )
      #118-1
  5. #117 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 22:56
    ซอยด์แต่งงานกับใครอ่ะ
    #117
    0
  6. #116 tateeb23 (@tateeb23) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 22:54
    ซอยด์แต่งงานกับใคร ไรท์มาเคลียก่อน ถึงนางจะไม่ได้คู่กับแพรวแต่ก็อยากรู้เรื่องราวนางอยู่ ดูเหมือนนางยังรักแพรวอยู่นะ แล้วมีลูกแล้ว นางรักกับแม่ของลูกรึป่าว
    #116
    1
    • #116-1 Fareeyaa (@mybearpp) (จากตอนที่ 57)
      7 มีนาคม 2562 / 11:38
      รออ่าน ตอนพิเศษนะคะ เคลียทุกคำถามเลย : )
      #116-1