[จบแล้ว-เปิดให้อ่าน] ●The missing piece แฟนเก่า..จะเอาคืน●

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 25,909 Views

  • 174 Comments

  • 661 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    380

    Overall
    25,909

ตอนที่ 56 : [END] EP 20 บทส่งท้าย (2/3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1438
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    11 มี.ค. 62

 EP 20




5ปีต่อมา

 

~โอ้ทะเลแสนงาม ฟ้าสีครามสดใส มองเห็นเรือใบ แล่นอยู่ในทะเล หาดทรายงามเห็นปู ดูซิดูหมู่ปลา กุ้งหอยนานา อยู่ในท้องทะเล~

 

               "เพทายครับ มาทานข้าวได้แล้วลูก" เสียงใสของหญิงสาวที่พึ่งผ่านพ้นวัยรุ่นเข้าสู่วัย 'แม่คน' มาหมาดๆตะโกนเรียกลูกชายเพียงคนเดียวผ่านทางหน้าต่างของบ้านพักริมทะเลที่สามีของเธอซื้อไว้เพราะทั้งลูกและภรรยาสาวของเขาชอบทะเลมาก

 

               "ค้าบแม่" 'ทาย' หรือ 'เพทาย' ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของครอบครัวยันกายลุกขึ้นจากพื้นทรายพลางปัดกางเกงด้านหลังของตัวเองอย่างลวกๆ ดวงตากลมโตกระพริบสองสามทีตอนที่มองออกไปเจอแดดที่เริ่มคล้อยต่ำเหนือน้ำทะเลที่ห่างจากรั้วบ้านเพียงไม่กี่ก้าว

 

               "เอ๋ มีเด็กด้วย" เด็กชายเพ่งตามองไปยังเด็กผู้หญิงผมแกละที่ดูแล้วอายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกัน สองเท้ากำลังเตรียมจะวิ่งเข้าไปหาแต่กลับถูกคว้าตัวไว้จากได้หลังซะก่อน

 

               "จะไปไหนครับลูก" คนเป็นแม่นั่งยองๆลงข้างกายพลางปัดเศษทรายที่เกาะอยู่ตามเสื้อผ้าออกให้

 

               "หนูเห็นเด็กครับแม่"

 

               "หืม เด็กหรอ" ดวงตากลมโตภายใต้ใบหน้าอ่อนเยาว์ทอดมองไปยังทางที่ลูกชายกำลังมอง ทว่าเด็กหญิงในชุดเดรสสีชมพูวิ่งออกไปจนเกือบลับตาแล้วโดยมีผู้ใหญ่อีกคนเดินขนาบข้างอยู่ เห็นแค่เพียงแผ่นหลังเท่านั้น

 

               "แม่ครับ หนูอยากเล่นกับเด็ก" เด็กตาแป๋วหันมาบอกแม่ตัวเองที่มีใบหน้าเหมือนถอดแบบกันมายังไงยังงั้น มือเล็กจับที่แขนเสื้อแม่ของตนพลางเขย่าไปมา

 

               "ถ้าหนูอยากออกไปเล่นข้างนอกหนูต้องเข้าบ้านไปทานข้าวก่อนนะลูก คุณพ่อคงอาบน้ำเสร็จแล้ว เดี๋ยวทานข้าวเสร็จแม่จะพาออกไปเดินเล่นนะครับ" สายตาที่เต็มไปด้วยความสุขที่เอ่อล้นจ้องมองลูกชายตัวเองด้วยความรัก ทั้งคิ้วหนาและโครงหน้าชัดได้พ่อมาหมดเลย

 

               "ครับแม่ รีบไปทานข้าวกันเถอะครับ" เด็กชายพูดแค่นั้นก่อนจะวิ่งนำคนเป็นแม่เข้าบ้านไป ไม่ถอดแม้กระทั่งรองเท้าที่สวมอยู่ 

 

...

 

Praewploy talks

 

               "ค่อยๆทานลูก เดี๋ยวข้าวติดคอ" ฉันพูดพลางค่อยๆใช้ผ้าเช็ดที่มุมปากให้เพทาย ทำไมกินเลอะได้ขนาดนี้ลูกชายฉัน

 

               "ปกติไม่เห็นตั้งใจกินข้าวขนาดนี้นี่ หิวหรอลูก" สามีของฉันในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสบายๆนั่งมองลูกชายตัวเองอย่างอึ้งๆ ปกติเพทายเป็นคนทานน้อย เอาอะไรให้ก็ไม่กิน ต้องเป็นของที่เขาชอบจริงๆเขาถึงจะยอมกินจนหมดจาน มีลูกคนแรกก็เลี้ยงยากซะแล้ว แต่ดูเหมือนวันนี้ลูกชายฉันทำตัวดีเกินคาดไม่เหมือนกับทุกวันที่ต้องให้คนเป็นพ่อวิ่งไล่ตามป้อนข้าวไปทั่วบ้าน

 

               "หิวที่ไหนล่ะ รีบออกไปเล่นน่ะสิ" ฉันพูดพลางลูบผมลูกชายตัวน้อยเบาๆ

 

               "หืม ออกไปเล่นที่ไหนลูก" คนเป็นพ่อเอ่ยถาม

 

               "ข้างนอกนั่นครับ ผมเห็นเด็กผู้หญิงด้วย" เพทายตอบพลางเคี้ยวข้าวตุ้ยๆในปาก

 

               "เด็กผู้หญิง เด็กที่ไหน" คนตรงข้ามเอ่ยถามฉัน

 

               "เมื่อกี้ลูกเห็นเด็กผู้หญิงวิ่งผ่านหน้าบ้านเราไป น่าจะเป็นเด็กที่มาเที่ยวแล้วเดินหลงเข้ามาน่ะ" ปกติไม่เคยมีใครเดินผ่านเข้ามาตรงบริเวณบ้านเรานักหรอกเพราะมันเป็นพื้นที่ส่วนตัว ชายทะเลที่เปิดให้คนเที่ยวจะอยู่ห่างกันออกไปเล็กน้อยโดยมีแนวต้นมะพร้าวเป็นเส้นแบ่งเขต

 

               "เขากลับไปแล้วมั้งลูก"

 

               "ยังครับ"

 

               "เอาไว้พรุ่งนี้พ่อพาออกไปเที่ยวชายหาดฝั่งนู้นดีกว่า" คนเป็นพ่อพูดต่อรอง

 

               "ไม่ครับ หนูจะไปเล่นกับเด็กคนนั้น" ใบหน้าจิ้มลิ้มมองค้อนพ่อตัวเอง แสดงออกว่าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด นิสัยแบบนี้มันคลับคล้ายคลับคลาอยู่นะว่าไหม

 

               "แพรว ลูกดุเทียน" ใบหน้าคมหันมาฟ้องฉัน กระพริบตาปริบๆราวกับกำลังอ้อนเมีย

 

               "สมควร"

 

               "อ้าว ไหงเข้าข้างลูกไม่เข้าข้างพ่ออะ" ช้อนกับส้อมถูกวางลงบนจานราวกับจริงจังกับเรื่องที่กำลังพูดซะเต็มประดา

 

               "ก็ขัดใจลูกก่อนทำไมล่ะ"

 

               "ใช่สิ เดี๋ยวนี้มีผู้ชายคนใหม่แล้วนี่" ดูใช้คำพูดคำจา ผู้ชายคนใหม่ที่เป็นลูกตัวเองเนี่ยนะ คนอะไร ขนาดลูกตัวเองก็ยังอิจฉา

 

               "เลิกบ๊องได้ละ ลูกโตป่านนี้ละไม่อายลูกบ้างหรอ" ฉันพูดพลางตักกับข้าวใส่จานให้คนที่โตแต่ตัว

 

               "ก็เมียไม่รักอะ... เพทาย แม่ไม่รักพ่ออะลูก" ยังจะมีหน้าหันไปฟ้องลูกอีก ไม่รักจะอยู่ด้วยกันจนมีลูกโตป่านนี้หรอ

 

               "คุณแม่ไม่รักคุณพ่อแล้วหรอครับ" ดวงตาใสแจ๋วละสายตาจากจานข้าวหันมามองหน้าฉัน เทียนนะเทียน พูดอะไรก็ไม่รู้ลูกเข้าใจผิดหมดเลย

 

               "รักครับ ... แต่รักลูกมากกว่า" ฉันหันไปกอดลูกเข้าหาตัวพลางเงยหน้ามองคนขี้งอแงอย่างผู้ชนะ

 

               "ได้ไง ต้องรักเท่ากันสิ" คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน ขี้โวยวายเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน ถ้าลูกติดนิสัยพ่อมาจะทำไงเนี่ย

 

               "แม่รักพ่อเท่าหนูไม่ได้หรอครับ คุณครูบอกว่าครอบครัวเดียวกันเราต้องรักกันครับ"

 

               "เอ่อ..." ใบ้กินไปเลยฉันเมื่อลูกงัดคำที่ครูสอนขึ้นมาพูด

 

               "ถูกต้องเลยลูก บอกแม่ให้รักพ่อมากๆเลยนะ" คนเจ้าเล่ห์ ใช้ความไร้เดียงสาของลูกได้ยังไงกัน ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ

 

               "โอเคครับ กินข้าวกันเถอะ เดี๋ยวฟ้ามืดแล้วออกไปเดินเล่นข้างนอกไม่ได้นะ ยุงจะกัดเอา"

 

               "ครับแม่!" หืม ทีงี้เสียงดังฟังชัดเชียว ลูกใครเนี่ย

 

...

 

               "ไหนบอกจะพาลูกออกไปเดินเล่นครับเมีย" คนที่มากอดฉันด้านหลังอย่างไม่ให้ซุ่มให้เสียงพูดขึ้น ริมฝีปากอุ่นแนบลงที่หลังคอพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกๆราวกับฉันพึ่งอาบน้ำมา แต่ความจริงฉันยังไม่ได้อาบตั้งแต่เช้าเลย

 

               "ล้างจานอยู่ไม่เห็นหรอ" ฉันใช้ศอกกระทุ้งเบาๆที่หน้าท้องแกร่งที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหนก็ไม่มีส่วนเกินยื่นออกมาให้รำคาญใจ เขายังเป็นคุณพ่อที่ยังหนุ่มยังแน่นราวกับยังไม่เคยมีลูกมาก่อน

 

               "คุยกับสามีเพราะๆสิครับคุณภรรยา เดี๋ยวลูกมาได้ยินเข้าจะไม่ดีนะ" ทีงี้มากลัวลูกได้ยิน ไอ้คนหน้ามึน

 

               "ออกไปก่อนเทียน จะล้างจาน เดี๋ยวต้องพาลูกออกไปเดินเล่นอีก

 

               "พรุ่งนี้ค่อยไปก็ได้ ทะเลไม่หนีไปไหนหรอก" ไม่พูดเปล่า มือหนายังมุดเข้ามาใต้สาบเสื้อลูบไล้หน้าท้องฉันไปมาจนรู้สึกขนลุก หลายเดือนแล้วที่เราไม่มีเวลามาพักผ่อนต่างจังหวัดด้วยกันแบบนี้ ทุกวันเทียนจะต้องไปทำงานที่บริษัทตั้งแต่เช้า ส่วนฉันก็อยู่ดูแลลูกที่บ้าน กว่าจะเจอกันก็เย็นแล้ว ครั้งนี้ที่เขาพาฉันกับลูกมาทะเลก็ถือเป็นการกลับมาใช้เวลาร่วมกันหลังจากที่ห่างหายช่วงเวลาเหล่านั้นไปนานตั้งแต่มีลูก

 

               "แต่ลูกอยากไปวันนี้ เทียน! อย่าพึ่งกวนได้ไหม" ฉันใช้เสียงดุ ฉันไม่สามารถคว้ามือของคนที่กำลังลูบคลำร่างกายฉันได้เพราะมือข้างนึงถือจาน อีกข้างนึงถือฝอยขัดหม้อ

 

               "หันหน้ามานี่ก่อน" มีหนาทั้งสองข้างจับฉันหมุนตัวไปเผชิญหน้า เขารวบผอยขัดหม้อและจานในมือฉันไปวางที่อ่างแล้วดึงฉันเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วโดยที่ฉันไม่ทันตั้งตัว เหตุการณ์มันเกิดขึ้นไวมากจนฉันได้แต่ยืนกระพริบตาปริบๆอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้

 

               "ทำอะไรน่ะเทียน เสื้อเปื้อนหมดแล้ว" สองมือฉันทาบอยู่ที่อกแกร่ง คงไม่ต้องให้เดาว่าสถาพเสื้อยืดสีขาวที่เขาสวมอยู่จะเป็นยังไง

 

               "ทิ้งจานไว้นั่นแหละ เดี๋ยวเทียนล้างให้เอง" ฉันขมวดคิ้วกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของคนตรงหน้า อยู่ๆมาขอล้างจานให้ คิดแผนอะไรอยู่ในหัวอีกหรือเปล่า อยู่ๆก็มาทำดีด้วย

 

               "ก็กำลังล้างอยู่นี่ไง ใกล้เสร็จแล้ว" ฉันใช้แขนดันตัวเขาออกห่างแต่ไม่เป็นผล น้ำที่หยดลงจากมือไหลลงสู่ต้นแขนจนเสื้อเปียกโชกไม่ได้ทำให้เขาถอยห่าง

 

               "รีบพาลูกออกไปเดินเล่นไม่ใช่หรอ เดี๋ยวเทียนทำให้เอง จะได้รีบไปรีบกลับ" ตอนแรกยังรั้งไม่ให้ฉันไปอยู่เลย ทำไมอยู่ๆเกิดเปลี่ยนใจซะได้

 

               "อยู่ๆมาทำดีด้วยแบบนี้ต้องการอะไร" ฉันหรี่ตามองคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีตัวเองอย่างพิจารณา หน้าตาซื่อๆใสๆแบบนี้แต่ร้ายนัก ไว้ใจไม่ได้เด็ดขาด

 

               "ก็เปล่า เห็นว่ามันเย็นมากแล้ว ไม่อยากให้พาลูกออกไปไหนดึกๆมันอันตราย จานแค่นี้เองเดี๋ยวเทียนล้างได้ แพรวพาลูกออกไปเดินเล่นเถอะ"

 

               "เอางั้น?"

 

               "ครับ" มันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ ฉันคงระแวงสามีตัวเองมากไป ก็เขาขี้แกล้งแถมยังเจ้าเล่ห์เจ้ากลชอบวางแผน ยิ่งมาทำดีด้วยแบบนี้ยิ่งไม่น่าไว้ใจเข้าไปใหญ่

 

               "งั้นไปนะ เดี๋ยวรีบไปรีบกลับ" สุดท้ายฉันก็ยอมเชื่อใจแววตาใสซื่อนั่นอีกครั้งแล้วหมุนตัวกลับมาล้างมือ วงแขนหนาปล่อยเอวฉันให้เป็นอิสระพลางเดินถอยหลังไปพิงเคาท์เตอร์ครัว

 

               "แพรว" ก่อนจะเดินผ่านตัวเขาไปเทียนเรียกชื่อฉันไว้อีกครั้ง

 

               "หื้ม" ฉันหยุดเดินพลางหันไปมองใบหน้าคม

 

               "รักนะเมีย"

 

               "ไอ้บ้า" จะออกไปอยู่แล้วต้องให้ด่าอีก ใบหน้ากรุ้มกริ่มดวงตาหวานเยิ้มตอนบอกรักฉันเมื่อกี้มันเจ้าเล่ห์ชะมัด ไอ้คนหน้าหื่น!!

 

 

.....

 

ฉันอุ้มเพทายออกมาจากบ้านเดินลงมายังหาดทราย ทันทีที่เท้าแตะพื้นทรายอันเย็นเฉียบ พ่อลูกชายฉันก็รบเร้าจะลงเดินเองให้ได้จนฉันต้องวางเขาลงในที่สุด

 

               "อย่าวิ่งไปไหนไกลนะลูก อย่าวิ่งลงน้ำด้วย" ฉันหันไปสั่งลูกชายพลางเดินตามรอยเท้าเล็กที่เดินนำหน้าฉันไป

 

               "โอ้ทะเลแสนงาม แสนงาม~~" ฉันเดินตามลูกที่วิ่งมาเรื่อยๆจนใกล้ถึงเขตต้นมะพร้าว เสียงใสแจ๋วที่น่าจะเป็นของเด็กผู้หญิงก็ดังเข้ามาในโสตประสาท เสียงนั่นอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล เธอกำลังร้องเพลงเพลงเดียวกับที่เพทายร้องเมื่อตอนเย็นเลย

 

               "แม่ครับ มีคนร้องเพลง" เพทายวิ่งกลับมาหาฉันพลางจับมือฉันเขย่าไปมา คงจะเป็นเด็กที่มาเที่ยวกับพ่อแม่แถวนี้แหละมั้ง

 

               "แม่ได้ยินแล้วลูก แต่แม่ว่าเราอย่าพึ่งข้ามไปฝั่งนู้นเลยนะ มันเย็นมากแล้วลูก พรุ่งนี้ค่อยให้คุณพ่อพามานะครับ"

 

               "ไม่เอาค้าบ หนูอยากไป" ดวงตากลมโตเริ่มมีน้ำสีใสรื้นที่ขอบตา อะไรกัน แค่นี้ก็จะร้องไห้แล้วหรอลูกชายฉัน

 

               "อย่างอแงสิลูก คุณพ่อไม่ได้มาด้วย เผื่อลูกโดนใครจับไปจะทำยังไง" ฉันย่อตัวลงนั่งให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับลูก แต่ไหนแต่ไรไม่เห็นขี้แงขนาดนี้ ทำไมวันนี้ถึงงอแงนักก็ไม่รู้

 

               "นะครับแม่" เอาแล้วไง ฉันแพ้น้ำตาลูกด้วยสิ ยิ่งทำหน้าอ้อนๆแบบนี้แล้วด้วย

 

               "ก็ได้ครับ แปปเดียวนะ"

 

               "ครับแม่!" ลูกชายฉันทำตาโตพลางใช้มือเล็กนั่นปาดน้ำตาทั้งสองข้างที่เอ่อคลออย่างลวกๆแล้วหันหลังกลับไปทางนั้นทันที

 

               "มองเห็นเรือใบ แล่นอยู่ในทะเล~~" ยิ่งเดินใกล้เข้ามายิ่งได้ยินเสียงชัดเจนขึ้น ตรงมุมต้นมะพร้าวต้นใหญ่ปรากฎร่างเล็กในชุดเดรสสีชมพูที่ฉันเห็นเมื่อตอนเย็น เด็กคนนี้ยังไม่กลับบ้านอีกหรอเนี่ย กวาดสายตามองไปรอบๆก็เห็นบ้านพักริมทะเลที่เปิดให้เช่าเรียงรายเต็มไปหมด แล้วพ่อแม่ของหนูน้อยคนนี้ไปไหนซะล่ะ ทำไมปล่อยให้เด็กออกมาเล่นคนเดียวแบบนี้

 

               "เด็ก" เพทายโพล่งขึ้นทันทีที่เห็นร่างเล็กของเด็กผู้หญิงคนนั้น

 

               "อ๊ะ" ทันทีที่หนูน้อยได้ยินเสียงเธอก็หันกลับมามองที่พวกเราสองคน แต่คงจะตกใจไม่น้อยเลยหงายหลังก้นจ้ำเบ้าไปแบบนั้น

 

               "หนูไม่เป็นไรนะ" ฉันรีบวิ่งเข้ามาพยุงร่างเล็กให้ลุกขึ้นยืนพลางปัดเศษทรายที่กระโปรงออกให้

 

               "พ่อ" อยู่ๆเธอก็โพล่งขึ้นพลางหันมองซ้ายขวาราวกับพึ่งรู้ตัวว่าอยู่คนเดียว

 

               "หนูมากับพ่อหรอคะ" ฉันถามขึ้นต่อ ดูท่าเด็กคนนี้จะไม่อยากคุยกับฉันเท่าไหร่  "เพทายมานี่มาลูก" ฉันหันไปเรียกลูกชายตัวเองที่ยืนห่างออกไปให้เข้ามาหา เผื่อว่าเด็กคนนี้จะหายกลัวฉันถ้ามีเด็กรุ่นเดียวกันยืนอยู่ด้วย ทันทีที่เพทายเดินเข้ามา เด็กหญิงตัวเล็กก็หันมาให้ความสนใจ ใบหน้าจิ้มลิ้มกระพริบตาปริบๆพลางมองหน้าฉันสลับกับเพทายอย่างกล้าๆกลัวๆ

 

               "มากับใคร" ลูกชายฉันเอ่ยพูดขึ้น

 

               "มากับพ่อ พ่ออยู่ไหน" เธอตอบเพทายแต่กลับไม่ยอมตอบฉันพลางคว่ำปากเหมือนจะร้องไห้ตอนนึกขึ้นได้

 

               "อย่าร้องไห้สิ คนร้องไห้คือคนไม่เก่งนะ" เพทายก้าวเข้าไปหาเด็กผู้หญิงคนนั้นพลางจ้องมองหน้าเธอราวกับรู้จักกันมาก่อน

 

               "ไม่ร้องแล้ว" คิดจะหยุดร้องก็หยุดง่ายๆเลยแฮะ ไม่น่าเชื่อว่าเด็กจะเชื่อฟังกันมากกว่าผู้ใหญ่พูดเสียอีก

 

               "เก่งมาก เธอชื่ออะไร" มีถามชื่อเขาก่อนด้วย ร้ายไม่เบาเลยลูกชายฉัน โตมาจะเจ้าชู้หรือเปล่าเนี่ย

 

               "แพรว" หื้ม

 

               "เธอชื่อเหมือนแม่เราเลย" สงสัยชื่อฉันจะโหล แต่ชื่อฉันมีสองพยางค์ ไม่ใช่แพรวเฉยๆเหมือนเด็กคนนี้

 

               "เราชื่อแพรวพลอย ไม่ใช่แพรวเฉยๆ" เอ้า เหมือนกันอีก จะบังเอิญเกินไปแล้ว

 

               "แม่เราก็ชื่อแพรวพลอยเหมือนกัน" เพทายพูดพลางเดินเข้าไปใกล้เด็กคนนั้นแล้วหันมามองหน้าฉัน "แม่ครับ มีคนชื่อเหมือนแม่ด้วยครับ"

 

               "บังเอิญจังเลยเนอะ" ฉันหันไปยิ้มให้เด็กคนนั้น ใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักมองฉันตาแป๋วเหมือนไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่ฉันพูด ก็แหงล่ะ เด็กเล็กแค่นี้จะไปเข้าใจคำว่าบังเอิญได้ไง "เอ่อ แล้วหนูพักอยู่ไหนคะ ให้น้าเดินไปส่งไหม ไปกับเพทายด้วย" ฉันหันไปคุยกับแพรวพลอยอีกครั้งเผื่อว่าเธอจะยอมปริปากคุยกับฉัน เรียกชื่อคนอื่นที่เหมือนกับชื่อตัวเองนี่รู้สึกแปลกดีแฮะ

 

               "พ่ออ พ่อมาแล้ว" ทันทีที่ได้ยินเสียงเหยียบใบ้ไม้ดังขึ้นด้านหลังฉัน เด็กผมแกละตรงหน้าก็เงยหน้าขึ้นไปมองพลางตะโกนขึ้น พ่อเธอมาแล้วสินะ ทำไมปล่อยให้ลูกออกมาเล่นคนเดียวแบบนี้ ขอดูหน้าหน่อยเถอะว่าพ่อที่เด็กคนนี้พูดถึงจะหน้าตาเป็นยังไง

 

               "!!!!" ฉันตาฝาดไปใช่ไหม คนที่เด็กคนนี้เรียกว่าพ่อไม่ใช่คนที่ฉันคิดใช่ไหม เป็นไปได้ยังไงกัน


.....


2/3


อะลูกใครให้ทายย ให้คุ๊กกี้ทำนายกันนนน




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #114 tateeb23 (@tateeb23) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 11:39
    ขนาดนี้ต้องลูกซอยด์แล้วแหละ
    #114
    0
  2. #113 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 00:11
    ลูกซอยด์ใช่มั้ย
    #113
    0