[จบแล้ว-เปิดให้อ่าน] ●The missing piece แฟนเก่า..จะเอาคืน●

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 25,364 Views

  • 174 Comments

  • 649 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    661

    Overall
    25,364

ตอนที่ 55 : [END] EP 20 บทส่งท้าย (1/3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1541
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    20 มี.ค. 62

 EP 20




หนึ่งเดือนต่อมา

 

 

               "เทียน แพรวรีบไปเรียน" ฉันคว้าหมับเข้าที่มือหนาที่เลื้อยเป็นงูอยู่ตรงหน้าท้องขณะที่กำลังแต่งตัวไปมอ

 

               "ขาดเรียนซักวันไม่เป็นไรหรอกน่า" น้ำเสียงขี้เซาของคนที่พึ่งลุกจากเตียงพูดขึ้นข้างหู

 

               "ได้ไงล่ะ นี่วันเปิดเทอมวันแรกนะ ... เทียน ออกไปก่อนแพรวจะแต่งตัว" ฉันหันหลังกลับไปเผชิญหน้าแล้วผลักตัวเทียนให้ออกห่าง แต่มือตุ๊กแกก็ไม่ยอมผละออกจากเอวฉัน มือหนากดน้ำหนักลงที่แผ่นหลังพลางดึงฉันเข้าประชิดตัว ริมฝีปากทำท่าจะฉกวูบลงมาแต่มือฉันไวกว่าเลยเบรคไว้ได้ทัน ผลักหน้าผากเนียนให้ออกห่าง ส่วนมืออีกข้างกำลังดันแผงอกไปพร้อมกัน

 

               "วันแรกจารย์ยังไม่สอนหรอก ฝากเพื่อนจดงานให้ก็ได้" คนที่เรียนจบไปตั้งแต่เทอมที่แล้วพูดขึ้นพลางดึงมือฉันให้ออกห่างใบหน้า แต่เขาฟังฉันซะที่ไหน ร่างหนาถอยหลังนั่งลงที่เก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งพลางดึงฉันนั่งทับลงมาที่ตัก

 

               "ไม่ได้ แพรวเรียนปีสุดท้ายแล้วนะ เทียนก็รู้ว่าโปรเจคมันเยอะ ไหนจะวิจัย รายงานอีก" ฉันเอื้อมมือไปบิดแก้มเนียนใสอย่างหมั่นเขี้ยว อ้อนเก่ง งอแงเก่ง ทั้งย้ายมาอยู่ด้วย ทั้งเห็นหน้ากันเช้าเย็นก่อนนอนมาเป็นเดือนแล้วยังไม่พอใจอีก

 

               "ก็ไม่อยากให้ไปมออะ หวง" นั่นไง สุดท้ายก็เผยสิ่งที่อยู่ในใจออกมาจนได้ เขาไม่ได้ไม่อยากให้ฉันไปเรียนหรอกแต่กลัวฉันไปเจอคนอื่นที่มอต่างหาก นิสัยขี้หวงกลับมาอีกแล้ว

 

               "ก็มีคนเดียวเนี่ย จะหวงอะไร" ฉันอดขำกับท่าทางงอแงเหมือนเด็กน้อยตรงหน้าไม่ได้จนเผลอยิ้มออกไป คิ้วหนาภายใต้ใบหน้าเข้มขมวดเข้าหากันช่างขัดกับริมฝีปากที่คว่ำลงเหมือนเด็กที่ถูกขัดใจ

 

               "ใช่สิ ไม่มีคนคอยคุมแล้วนี่ แพรวจะทำอะไรที่ไหนกับใครเทียนก็ไม่มีทางรู้หรอก" ฉันย่นคอหนีเมื่อใบหน้าอุ่นมุดลงมาตรงซอกคอ ปลายผมเขาทำให้ฉันจั๊กจี้

 

               "เทียน อย่างอแง" ฉันเชยคางที่สะอาดหมดจดไร้ซึ่งหนวดเคราขึ้นมา คนตรงหน้าไม่ยอมสบตาแถมยังเบนหน้าหันไปอีกทาง

 

               "…" เมื่อเขาไม่ยอมพูดอะไรฉันเลยเอื้อมแขนทั้งสองข้างไปคล้องคอเขาเอาไว้หลวมๆ แนบริมฝีปากลงไปที่แก้มทีนึงแล้วผละออกมา ยังนิ่งอีกหรอ ฉันทำถึงขนาดนี้แล้วนะ ตกลงเขาจะงอนฉันด้วยสาเหตุที่ว่าฉันต้องไปมหาลัยวันแรกเนี่ยนะ

 

               "เทียน เดี๋ยวเรียนเสร็จจะรีบกลับมาห้องให้ไวเลยอะ สัญญาว่าจะไม่ไปที่อื่นต่อ" ฉันใช้น้ำเสียงอ้อนพลางเอื้อมมือไปเกลี่ยข้างกกหูเขาไปมา แต่ก็ไม่ทำให้คนตรงหน้าหันกลับมาสนใจฉัน "งั้นเลิกเรียนแพรวไปหาเทียนถึงที่ทำงานเลยเอาไหม จะได้เจอกันไวขึ้น" ที่เขางอแงแบบนี้ไม่ใช่เพราะฉันทิ้งเขาไว้ที่ห้องคนเดียวซะหน่อย เขาเองก็ต้องไปช่วยงานพ่อที่บริษัท แถมยังเป็นพนักงานประจำพ่วงตำแหน่งรองประธานฝึกหัดแล้วด้วย แต่วันนี้ดันงอแงไม่ยอมไปทำงานทั้งๆที่ตัวเองก็มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ

 

เขาเริ่มปรับตัวเข้าหาคนในครอบครัวมากขึ้นตั้งแต่เริ่มทำงาน ลดทิฐิที่มีต่อพ่อแม่ลง ในที่สุดเขาก็เข้าใจซักทีว่าการที่พ่อแม่เขาทำงานหนักจนไม่มีเวลาให้เขาก็เพราะอยากให้เขาโตมามีพร้อมทุกอย่าง ฉันเคยไปนั่งรอเขาที่บริษัทอยู่สองสามครั้ง ทันทีที่แม่เขารู้ว่าฉันไปที่นั่นแม่เขาถึงกลับต้องรีบเดินมาดูหน้าฉัน ฉันยังจำวันที่แม่เขาเดินเข้ามากอดฉันได้อยู่เลย ท่านกอดฉันจนเทียนต้องเดินเข้ามาแยกตัวฉันออก ฉันเขินจนทำตัวไม่ถูก ไม่คิดว่าแม่เขาจะใจดีขนาดนี้ ช่างแตกต่างจากลูกชายเจ้าอารมณ์คนนี้เหลือเกิน

 

               "เดี๋ยวไปส่ง" เทียนไม่ตอบรับกับสิ่งที่ฉันพูดเมื่อกี้แต่กลับลุกขึ้นจากเก้าอี้ดื้อๆโดยมีฉันติดสอยห้อยตามมาด้วย ร่างสูงผละตัวออกจากฉันพลางคว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไป ดูก็รู้ว่ายังไม่หายงอน เอาไว้เดี๋ยวค่อยง้อบนรถก็ได้ ยังไงเขาก็ต้องไปส่งฉันที่มออยู่แล้ว เขาไม่มีทางให้ฉันนั่งแท็กซี่ไปไหนมาไหนเองหรอก

 

 

บนรถ

 

ตั้งแต่ขึ้นรถมาจนตอนนี้เกือบถึงมออยู่แล้วคนข้างๆก็ยังไม่ยอมปริปากพูดกับฉันซักที ฉันแอบเหลือบมองเขาเป็นพักๆ อดคิดเข้าข้างแฟนตัวเองไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงดูดีขึ้นทุกวันขนาดนี้ ยิ่งอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีขาว คาดเข็มขัดหนังทับสแล็คสีดำยิ่งทำให้เขาดูดีมีชาติตระกูล นี่ยังไม่นับสูทสีดำที่เขาพาดไว้เบาะหลัง ถ้าใส่มันทับลงไปคงดูดีไม่น้อย

 

               "มองไร" เสียงทุ้มเอ้ยขึ้นทำให้ฉันได้สติ เขารู้ได้ยังไงกันนะว่าฉันมองทั้งๆที่ตากำลังจ้องอยู่ที่ถนนเบื้องหน้า

 

               "มองคนแก่ขี้งอน" ฉันหันหน้าไปทางเขาพลางอมยิ้มมองแฟนตัวเองโดยไม่ต้องแอบมองอีกต่อไป เขารู้แล้วว่าฉันแอบมองเพราะงั้นฉันก็จะตั้งใจมองให้เต็มตา

 

               "หึ" เสียงหึในลำคอบ่งบอกว่าคนแก่คนนี้ยังโกรธฉันอยู่ ทำไมเดี๋ยวนี้ได้งอนแล้วงอนนาน ฉันง้อจนเขาเสียคนใช่ไหม

 

               "ถ้ายังไม่ยอมคุยกันดีๆเดี๋ยวเลิกเรียนแล้วไม่ไปหานะ" ฉันแอบขู่เล็กน้อยและฉันก็คิดว่ามันได้ผลเพราะเทียนหันขวับมามองฉันด้วยสีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด อยากให้เค้าไปหาก็งอนเค้าอยู่ได้ คนปากแข็ง

 

               "ไลน์มาบอกก่อนเลิกเรียน10นาที เดี๋ยวให้คนมารับ" นั่นไง เขายอมให้ฉันไปไหนมาไหนเองซะที่ไหน มารับเองไม่ได้ก็ให้คนขับรถที่บริษัทมารับ ทำอย่างกับฉันเป็นลูกเจ้าพ่อมาเฟียที่ต้องมีคนคอยคุ้มกันอย่างนั้นแหละ

 

               "ไปเองก็ได้ ไม่เห็นต้องลำบาก"

 

               "พูดอะไรหัดฟังกันบ้างได้ปะวะ" หน่ะ มีขึ้นเสียง ไม่ได้ดั่งใจก็พาล

 

               "นี่รู้ตัวปะว่าตัวเองงี่เง่า" สงสัยฉันตามใจเขาจนเหลิงเขาเลยกลายเป็นแบบนี้ ตั้งแต่เรากลับมาคบกันเทียนก็ตัวติดฉันแจ เขาแทบไม่กลับไปนอนค้างที่บ้าน ขลุกตัวอยู่แต่ที่คอนโดกับฉัน อ้างว่าถ้าฉันไม่ยอมไปอยู่กับเขาที่บ้านเขาก็จะไม่ยอมกลับไปที่นั่น เหมือนเด็กเอาแต่ใจไม่มีผิด

 

               "เออ งี่เง่าก็แฟนเธอปะวะ" สรรพนามเปลี่ยนไป การไม่เรียกชื่อฉันแปลว่าเขากำลังฉุนจัด โกรธก็โกรธไปสิ ทำตัวแบบนี้ต้องโดนดัดนิสัย

 

               "งี่เง่าแบบนี้จะไม่อยู่ด้วยแล้วนะ" ฉันหันมานั่งกอดอกหันหน้ามองไปยังทางข้างหน้า อีกไม่ถึงห้านาทีก็ถึงมอแล้ว ดูท่าทีแล้ววันนี้คงคุยกันไม่รู้เรื่อง "แพรวรู้นะว่าเทียนหวง เทียนห่วง เทียนไม่อยากให้แพรวไปเจอคนอื่น แต่เทียนเคยเชื่อใจกันบ้างไหม อย่าคิดว่าคนอื่นจะเป็นเหมือนตัวเองเมื่อก่อนนะ" สุดท้ายฉันก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีกจนได้ อุตส่าห์พยายามลืมๆมันไปแล้วเชียว แต่ดูเขาสิ

 

               "..." เงียบกริบ ทำไมไม่เถียงอีกล่ะ รู้ตัวแล้วสินะว่าตัวเองผิดและงี่เง่าเหมือนที่ฉันบอกจริงๆ

 

               "ถ้าไม่เชื่อใจกันก็... "

 

               "เชื่อ ใครบอกไม่เชื่อ ก็แค่หวงปะวะ" มือหนาข้างที่ใกล้ตัวฉันผละจากพวงมาลัยแล้วดึงมือฉันไปจับ "แฟนทั้งคน ไม่ให้หวงแฟนจะให้ไปหวงหมาที่ไหน" ดูปากดิ ห่ามกว่าแฟนฉันย่านนี้คงไม่มีใครอีกละ แต่ถึงเขาจะปากเสียขี้หวงยังไงก็ไม่ทำให้ฉันรักเขาน้อยลงเลยสักนิด บางครั้งฉันก็คิดว่ามันน่ารักดีด้วยซ้ำ ใครจะไม่ชอบให้แฟนตัวเองแสดงท่าทีว่าหวงกันบ้างล่ะ การที่เขาหวงก็แปลว่าเขารักเรามากไม่ใช่หรอ แต่ฉันแค่ไม่ชอบที่เขาไม่มีเหตุผล หวงแม้กระทั่งฉันไปมอ มันเกินไป

 

               "ถึงแล้ว" ฉันพูดขึ้นพลางผละมือจากมือหนาแล้วก้มเก็บโทรศัพท์ที่ถืออยู่ใส่กระเป๋าสะพาย ทันทีที่รถจอดสนิทฉันก็หันมองคนมาส่งแวบนึง พอเห็นว่าเขาไม่พูดไม่จาฉันก็เปิดประตูเตรียมก้าวลงจากรถ แต่กลับถูกมือหนาคว้าแขนไว้ซะก่อน พออยู่ก็ไม่คุยด้วย พอจะไปกลับมารั้ง

 

               "อะไร" ฉันมองแขนตัวเองสลับกับใบหน้าคมเป็นเชิงว่าถ้าไม่มีอะไรจะพูดก็ปล่อย

 

               "แต่งงานกัน"

 

               "ห๊ะ" ว้อท อยู่ๆมาพูดเรื่องแต่งงาน แถมสีหน้ายังไม่มีแววล้อเล่นอีกต่างหาก


               "ก็ตามที่พูด แต่งงานกัน" คราวนี้เขาหันมามองหน้าฉัน สบตากันตรงๆโดยที่แววตาเขาดูจริงจังมากกว่าครั้งไหนๆ

 

               "บ้า ยังเรียนไม่จบเลย"

 

               "ไม่ต้องลงต้องเรียนมันแล้ว เดี๋ยวเลี้ยงเอง รวย" ดูพูดเข้า นี่แฟนฉันเป็นถึงขนาดนี้แล้วหรอ

 

               "ไม่ได้ เรียนมาตั้งกี่ปี อีกไม่กี่เดือนก็จบแล้วจะเทได้ไง" นี่เขากำลังล้อฉันเล่นอยู่ใช่ไหม ฉันงงไปหมด

 

               "..."

 

               "เทียน เอาจริงๆนะ แพรวถามตรงๆเลย เทียนกำลังกลัวอะไร" ฉันยิงคำถามออกไปตอนที่เขากำลังตั้งใจฟังฉันพูดอยู่ ฉันว่ามันต้องมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เทียนไม่อยากให้ฉันมามอ

 

               "ไม่อยากให้เจอ"

 

               "เจอ? เจออะไรเทียน"

 

               "เจอมัน" มัน มันที่ไหน อย่าบอกนะว่าที่เขางี่เง่าใส่ฉัน ไม่อยากให้ฉันมาเรียนเป็นเพราะ... "ไอ้ซอยด์ ไม่อยากให้เธอไปเจอมันอีก" นั่นไง เขาคิดแบบนั้นจริงๆด้วยสินะ

 

               "เทียน แพรวกับซอยด์จบกันไปแล้ว เราสองคนไม่มีอะไรต่อกันอีก ถึงเจอกันเราก็ไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้ว" ฉันพูดอธิบายพลางสังเกตท่าทางกังวลจนเกินควรที่แสดงออกมาผ่านทางสีหน้าของเขาอย่างเห็นได้ชัด ฉันกับซอยด์ไม่ได้เจอกันตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง วันที่ฉันไปขนของออกจากห้องเขาก็ไม่อยู่ ซอยด์เหมือนหายออกไปจากสารบบชีวิตฉัน ไม่โผล่มาให้เห็น ข่าวคร่าวไม่เคยได้ยิน เราสองคนกลายเป็นคนไม่รู้จักกันอย่างถาวรไปแล้ว ฉันไม่คิดว่าเทียนจะเก็บมาคิดมากอยู่อีก

 

               "แต่ถ้ามันมาหาเธอ.."

 

               "เขาจะไม่มา" ฉันพูดขัดขึ้นก่อนที่เขาจะพูดจบประโยค ฉันอยากให้เขามั่นใจว่าฉันจะไม่มีวันกลับเข้าไปในชีวิตของซอยด์อีก "ถึงเขาจะมาหาฉัน เราก็ไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกันอีก ฉันไม่โง่กลับเข้าไปในชีวิตของคนที่เคยทำร้ายฉันหรอกนะเทียน" ฉันบีบมือหนาพลางสบตาคนตรงหน้าอย่างไม่หลบสายตา

 

               "แต่ฉันก็เคยทำร้ายเธอ"

 

               "แต่นายไม่ได้ตั้งใจ ส่วนเขาคือคนที่วางแผนทุกอย่าง... ฟังนะเทียน จริงๆแล้วมันไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ว่านายตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ แต่นายคือคนที่ฉันรักเพียงคนเดียวมาโดยตลอด ถึงแม้นายจะทำผิดกับฉันมากแค่ไหน ใจฉันมันก็ยังอยากจะให้โอกาสนายเสมอ" ฉันพูดความในใจออกมาจนหมด ดวงตาคมกระพริบตาปริบๆราวกับตั้งตัวไม่ทันที่ฉันสารภาพความในใจออกมาทื่อๆแบบนี้

 

จากคิ้วที่กำลังขมวดกันยุ่งเริ่มคลายออกจากกัน ใบหูทั้งสองข้างเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันราวกับกำลังกลั้นยิ้ม ถ้าใครได้มาเห็นมุมนี้ของเขาคงปฎิเสธไม่ได้ว่ามันน่ารักแค่ไหน

 

               "แก้มแดงแบบนี้หายโกรธแล้วใช่ไหม"

 

               "ไหน แก้มใครแดง" ใบหน้าหล่อทำหน้าตาเหลอหลาพลางยกมือขึ้นมาจับแก้มตัวเองทั้งสองข้าง


               "โกหกอะ คิก" ฉันหลุดขำ เมื่อกี้ฉันน่าจะยกมือถือมาถ่ายท่าทางแบบนั้นเก็บเอาไว้ดู มันทั้งตลกทั้งน่ารัก จนฉันอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปหยิกแก้มคนตรงหน้าเบาๆ

 

               "อย่ายิ้มน่ารักแบบนี้ให้ใครนะ โว้ย ไม่ต้องไปเรียนมันแล้ว กลับ!" อยู่ๆเขาก็โวยวายขึ้น ยิ้มน่ารักอะไร ฉันไม่ได้ทำซะหน่อย

 

               "เลิกบ่นเป็นตาแก่ได้ละ จะไปเรียนแล้วนะ"            

 

               "ไม่ไปไม่ได้หรอ"

 

               "เทียน" ฉันทำตาขวาง

 

               "เออๆ จะไปก็ไป รีบไปรีบกลับ อย่าให้รู้นะว่าแอบไปเที่ยวกับเพื่อนหลังเลิกเรียน"

 

               "บ่นเป็นพ่อเลย"

 

               "ไม่ใช่พ่อนี่ผัว...โอ้ย" ฉันเอื้อมมือไปดึงจมูกเขาเข้าหาตัวเพราะหมั่นไส้กับคำพูดนั่น

 

               "ไปนะ" ฉันใช้โอกาสตอนที่เขาเผลอโน้มตัวเข้าไปหอมแก้มเขาก่อนจะก้าวเท้าลงจากรถอย่างรวดเร็วจนเขาคว้าตัวฉันไว้ไม่ทัน

 

               "อย่าให้รู้นะว่าหมาตัวไหนมันเข้ามาใกล้เมียฉัน" เสียงดังไล่หลังมาฉันได้ยินมันหมดทุกคำแต่ไม่หันหลังกลับไปมองเขาอีก มัวแต่ทะเลาะกับเขาเดี๋ยวก็ไม่ต้องเข้าเรียนกันพอดี แค่นี้ก็สายมากแล้ว ฉันคงหนีเขาไม่พ้นแล้วจริงๆ ถอนตัวออกมาตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วด้วย 


ก็ดันให้เขาไปหมดทั้งใจแล้วนี่

 

....

 

               "คิดถึงพวกแกจังงงง"

 

               "หายหัวไปเลยนะไอ้แพรว"

 

               "เป็นไงม่างงง คิดถึงพวกแกกกก"

 

นี่คือเสียงทักทายจากน้ำใส ลูกพีช แล้วก็พริกแกง หลังจากที่เราไม่เจอกันมาหนึ่งเดือนกว่าๆ ฉันเข้าห้องมาเป็นคนสุดท้ายในกลุ่มโดยมีพวกมันจองที่ไว้ให้แล้ว ดีนะที่อาจารย์ยังไม่เข้ามาสอน ไม่งั้นฉันคงสายตั้งแต่วิชาแรกของการเปิดเทอม

 

               "คิดถึงอะ เป็นไงกันมั่ง"

 

               "ไม่ต้องมาถามเลยนะ แกเอาแต่หมกตัวอยู่กับพี่เทียนจนไม่มีเวลาให้พวกฉัน" พริกแกงพูดขึ้น ยัยนี่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าฉันกลับมาคบกับเทียน ฉันหันขวับไปมองยัยลูกพีชทันที ยัยนี่บอกสินะ

 

               "แหะๆ ฉันเล่าให้พวกมันฟังเอง" ลูกพีชทำหน้าแหย อย่าให้ฉันต้องแฉเรื่องแกกับพี่เพลิงบ้างล่ะยัยเพื่อนตัวดี

 

               "อืม ฉันไม่มีอะไรต้องปิดพวกมันอยู่ละ" ฉันพูดพลางดึงสมุดออกมาจากกระเป๋าแล้ววางลงที่โต๊ะ

 

               "เอ่อ ฉันมีคำถามอะ" พริกแกงพูดขึ้นพลางเขยิบเก้าอี้เข้ามาใกล้ฉัน สีหน้าเหมือนกำลังอยากถามอะไรกับฉันแต่ไม่กล้าเอ่ยปาก

 

               "อยากถามอะไรก็ถามมา" ฉันหยุดการกระทำทุกอย่างก่อนที่จะจ้องหน้ามันกลับ

 

               "แล้วแกกับซอยด์นี่ยังไงกันอะ" พอยัยพริกแกงถามออกมา ไม่ใช่แค่มันที่กำลังรอคำตอบจากฉันทั้งลูกพีชและน้ำใสต่างก็มองมาที่ฉันเหมือนอยากรู้ด้วย ฉันไม่ได้เล่าเรื่องซอยด์ให้ใครฟังแม้แต่ยัยลูกพีช ฉันอยากให้เรื่องมันจบตั้งแต่วันนั้น ไม่อยากรื้อฟื้นอะไรอีก แล้วอีกอย่างพริกแกงกับน้ำใสก็ไม่รู้เรื่องยุ่งเหยิงตั้งแต่ก่อนหน้านั้นด้วย ถ้าให้เล่าก็คงต้องเล่ากันข้ามวันข้ามคืน

 

               "ฉันเลิกกับเขาแล้ว"

 

               "ทำไมอะ ก่อนเปิดเทอมฉันยังเห็นเขาคอยไปรับไปส่งแกอยู่เลย"

 

               "เรื่องมันยาวน่ะ พวกแกรู้แค่ว่าฉันกับเขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้วก็พอ" เส้นทางระหว่างฉันกับเขามันไม่มีทางบรรจบกันได้อีก ถ้าถามว่าฉันโกรธเขาไหม ฉันคงไม่ปฎิเสธเพราะนั่นมันคือความจริง ยอมรับเลยว่าแรกๆฉันโกรธเขามากแต่ตอนนี้ความรู้สึกเหล่านั้นมันเหลือแค่เพียงเสียความรู้สึกมากกว่า

 

               "ถึงว่า" ยัยลูกพีชที่เงียบอยู่นานพูดขึ้น

 

               "ถึงว่าอะไร" น้ำใสถาม

 

               "ฉันไปเข้าห้องน้ำที่โรงอาหารมาแล้วได้ยินคนพูดว่าซอยด์ทำเรื่องลาออก ทีแรกฉันก็คิดไปเองว่าอาจจะไม่ใช่ซอยด์แฟนแก ฉันหมายถึงแฟนเก่าน่ะ แหะๆ... แต่พอได้ยินที่แกเล่าแล้วคงจะใช่มั้ง" เขาทำเรื่องลาออกงั้นหรอก อีกปีเดียวก็จะจบอยู่แล้ว อดคิดไม่ได้ว่าสาเหตุมันมาจากฉัน ที่จริงฉันน่าจะไปเคลียกับเขาให้เรื่องมันจบลงด้วยดี แต่เทียนคงไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นแน่ๆ

 

               "งั้นหรอ ไม่รู้สิ ฉันไม่ได้คุยกับเขามาเดือนนึงแล้ว" ฉันพูดพลางเหม่อมองไปที่กระดาน พลันเรื่องราวต่างๆก็ฉายกลับเข้ามาอีกครั้ง เรื่องราวดีๆที่เคยมี ถ้าไม่นับสิ่งที่เขาทำกับฉัน เขาก็ถือเป็นความทรงจำดีๆของฉันอย่างนึงเลยล่ะ

 

               "แกกลับมาคบกับพี่เทียนอะดีแล้ว ถึงเขาจะบ้าๆหน่อยแต่ฉันก็มองออกว่าเขารักแกไม่น้อยไปกว่าซอยด์เลย" พริกแกงวางมือลงที่ไหล่ฉัน ฉันหันไปยิ้มให้มันเพียงเล็กน้อยแล้วหันมาสนใจกระดานต่อ 


หวังว่าจากนี้ไปชีวิตฉันจะมีความสุขซักที มีความสุขกับผู้ชายคนที่ฉันเลือก และหวังว่าฉันจะลืมเรื่องราวๆร้ายที่คิดเมื่อไหร่ก็ปวดใจได้โดยเร็ว

 

 

...

 

 

หลังจากเลิกเรียนฉันก็แยกตัวออกมาจากสามคนนั้นเพื่อรอคนขับรถที่เทียนส่งมารับฉัน ทีแรกพวกมันชวนฉันไปปาร์ตี้คืนนี้ฉลองการเปิดเทอมของชั้นปีสุดท้าย แต่ฉันปฎิเสธไปเพราะเทียนรอฉันอยู่ ขืนฉันเบี้ยวเขาคงได้หนีงานมาตามฉันถึงที่

 

สองเท้าย่างกรายไปตามพื้นฟุตบาท ดวงตาหันมองต้นไม้ข้างทางราวกับไม่เคยเห็นมันมาก่อน นานแค่ไหนแล้วนะที่ฉันไม่ได้ใช้ชีวิตเรียบง่ายแบบนี้

 

กึก

 

สองเท้าหยุดชะงักตอนที่หันไปเจอร่างสูงที่แสนคุ้นตา ผมสีเทาถูกเปลี่ยนให้เป็นสีดำสนิทแต่ฉันกลับยังจำแผ่นหลังนั้นได้ดี หลังพิงต้นไม้ใหญ่ มือล้วงบุหรี่จากกระเป๋ากางเกงออกมาคาบที่ปาก ตามมาด้วยไฟแช็กและเปลวควันที่ปล่อยออกมาจากจมูกคมสัน ดวงตาคู่นั้นกำลังเหม่อมองไปอีกทาง เขาไม่มีทางมองเห็นฉันเพราะรู้ตัวอีกทีฉันก็เดินมาหลบอยู่ข้างพุ่มไม้แล้ว

 

ไม่เจอกันแค่เดือนเดียวทำไมผอมลงขนาดนั้นนะ

 

จิตใต้สำนึกฉันมันบอกให้ฉันเดินเข้าไปหาเขาเพื่อเคลียเรื่องทั้งหมดที่ค้างคาใจเสียที แต่ขาฉันมันกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งบุหรี่อันนั้นถูกปาลงที่พื้นแล้วเหยียบจนควันดับสนิท สองเท้าค่อยๆพาร่างสูงไกลออกไปเรื่อยๆ

 

ครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่เราเจอกัน ไม่สิ ฉันเจอเขา แต่ฉันก็ไม่กล้าพอที่จะเข้าไปบอกลาคนใจร้ายที่เคยดีกับฉันมากที่สุด ได้แต่ยืนมองแผ่นหลังเขาจนกระทั่งหายลับตา

 

ฉันขอให้นายลืมเรื่องราวเกี่ยวกับฉัน ลืมมันได้สนิทเท่าไหร่ยิ่งดี ถ้าวันนึงเราบังเอิญมาเจอกัน ฉันขอให้เรายิ้มให้กันได้อย่างจริงใจ ฉันขอให้เป็นอย่างนั้น ... ล่าก่อนนะซอยด์

 

.....


1/3


เหลืออีกไม่กี่พาร์ทก็จบแล้วนะคะ จบแบบจบจริงๆ ไม่อยากให้พลาดตอนจบพูดเลย มาดูว่าบทสรุปของเรื่องจะเป็นยังไง แต่ตอนนี้แอบปาดน้ำตา แต่งเองสงสารพระรองเอง กระซิก  ขอผ้า T_T



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #112 dorktmt (@dorktmt) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:07
    ขอให้นายเจอคนที่พร้อมจะรักนายนะ นี่ไรท์ต่อไปเขียนเรื่องชอยด์นะฉันจะรออ่าน
    #112
    0
  2. #111 tateeb23 (@tateeb23) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:36
    สงสารซอยนะ ต่อให้รักมากแค่ไหนแต่ถ้าเริ่มด้วยการโกหกยังไงก็ต้องจบไม่สวย
    #111
    0
  3. #110 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:59
    สงสารอ่ะ
    #110
    0