[จบแล้ว-เปิดให้อ่าน] ●The missing piece แฟนเก่า..จะเอาคืน●

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 25,437 Views

  • 174 Comments

  • 650 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    734

    Overall
    25,437

ตอนที่ 53 : EP 19 สุดท้ายคนที่ไว้ใจ.... (1/3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1438
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    22 ก.พ. 62

 EP 19

[1/2]



               "แพรว"

 

               "หืม"

 

               "ง่วงยัง" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น เราอยู่นิ่งๆกันมาเกินสิบนาทีแล้ว เขานอนหนุนตักฉันอยู่บนเตียง ส่วนฉันก็นอนลูบเรือนผมสีน้ำตาลเข้มไปมาอย่างไม่มีวันเบื่อ อยู่ด้วยกันแบบเรียบง่ายโดยไม่ต้องคิดอะไรแบบนี้แหละคือสิ่งที่ฉันต้องการที่สุดในตอนนี้

 

               "ยัง ง่วงแล้วหรอ" ฉันหลุบตามองดวงตาเฉี่ยวคมสีเดียวกับเรือนผมที่กำลังมองฉันอยู่เช่นกัน เขาส่ายหน้าไปมาสองสามทีเป็นคำตอบ มือหนาที่สากเล็กน้อยกำลังลูบมือฉันที่วางอยู่บนหน้าอกเขาไปมา

 

               "นอนกันไหม" ริมฝีปากหยักขยับขึ้นพูด ตาฉันเริ่มจะปิดลงทุกทีแต่ฉันยังไม่อยากนอน ฉันไม่อยากให้เวลาดีๆเหล่านี้หมดลง ฉันกลัวว่าคนที่นอนหนุนตักฉันในตอนนี้จะหายไปอีก ฉันส่ายหน้าเป็นคำตอบพลางมองใบหน้าเนียนใสให้เต็มตาที่สุด มือยกขึ้นมาสัมผัสสันจมูกคมแล้วหยุดลงที่ริมฝีปากสีคล้ำก่อนที่ตาเราจะสบกันอีกครั้ง

 

มือหนารั้งต้นคอฉันให้ก้มต่ำลงก่อนที่ริมฝีปากเราทั้งคู่จะแนบสนิทกัน ฝืนเปลือกตาให้ลืมขึ้นไม่ไหวอีกต่อไป ทำได้แค่เพียงขยับริมฝีปากอย่างเชื่องช้าเพื่อตอบรับความอุ่นนุ่มด้วยจังหวะเนิบนาบก่อนที่ร่างจะถูกประคองให้นอนลงโดยมีร่างหนาขึ้นมาคร่อมทับ

 

จูบที่เกิดจากความโหยหาทำให้ใจฉันเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ จากที่กำลังจะเคลิ้มหลับอยู่ดีๆกลับถูกปลุกด้วยสัมผัสอันวาบหวาม ฉันปล่อยตัวปล่อยใจไปตามการชักนำของคนที่อยู่เหนือร่าง กระดุมชุดนอนถูกปลดทีละเม็ดจากบนลงล่างก่อนที่ความเย็นเฉียบจะเข้ามาแทนที่ ท่อนบนของร่างหนาไม่รู้ว่าเสื้อผ้าหายไปตอนไหนถูกแนบลงมาจนผิวเนื้อสัมผัสกัน ร่างฉันถูกจับยกขึ้นอีกครั้งจนศีรษะขึ้นไปหนุนอยู่บนหมอน เท้าที่เย็นเฉียบทั้งสองข้างเริ่มเกร็งจนจิกเข้ากับผ้าปูที่นอนสีขาวล้วนตอนที่คางมนถูกลากลงมาจนถึงระดับต่ำกว่าคอ หนวดเคราที่เริ่มยาวทำให้ไรขนอ่อนทั่วทั้งร่างลุกชัน ไม่ว่าเขาจะลากมันผ่านส่วนไหนร่างกายฉันก็ยิ่งตอบรับมันเป็นอย่างดี หน้าท้องแบนราบเกร็งสนิทตอนที่เริ่มรู้สึกถึงความชื้นแฉะ มือฉันจิกเข้าที่กลุ่มผมหนาเป็นการประท้วงในสิ่งที่เขาไม่ควร

 

               "อืม" คนตัวโตกลับขึ้นมาข้างบนอย่างว่าง่าย ตาปรือฉ่ำกำลังจ้องไปทั่วร่างฉันราวกับมันเป็นของหวานชิ้นโปรด ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกจากปากของเราทั้งคู่ มีแค่เสียงพึมพำในลำคอที่ดังเล็ดรอดออกมาอย่างไม่เป็นภาษา

 

ดำเนินไปเรื่อยๆจนกระทั่งมันจบลงตอนที่เราทั้งคู่แทบไม่มีแรงเหลือแล้ว

 

....

 

07:00 น.

 

Thean talks

 

ผมนอนเกลี่ยปอยผมทัดหูให้ร่างบางที่หลับสนิทในอ้อมกอดผมไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ต่างจากผมที่ไม่ได้งีบหลับเลยแม้แต่น้อย นาฬิกาปลุกเป็นสัญญานเตือนว่าหมดเวลาของผมสำหรับวันนี้แล้ว

 

               "อืม" ร่างบางที่แม้แต่กลิ่นกายยังหอมเริ่มซุกตัวเข้าหาผมเพื่อหลบแสงที่ส่องผ่านม่านเข้ามา ผมแนบริมฝีปากลงไปที่หน้าผากมนก่อนที่จะแกล้งปลุกเธอให้ตื่นเพราะผมต้องไปแล้ว ผมไม่อยากให้เธอตื่นมาแล้วเห็นเตียงทีว่างเปล่า ผมไม่อยากให้เธอเข้าใจผิดว่าผมทิ้งเธอ ผมต้องคุยกับเธอให้รู้เรื่องก่อนที่จะเดินออกจากห้องนี้ไป

 

               "ตื่นได้แล้วครับคนดี" แต่แทนที่เธอจะลืมตาขึ้นมามองผมเธอกลับสอดท่อนแขนเล็กเข้ามาโอบรอบตัวผม ใบหน้าน่ารักไร้เดียงสาห่างออกไปแค่ไม่กี่เซ็นจนผมอยากฉวยโอกาสกับเธออีกสักรอบ แต่ผมไม่มีเวลาแล้ว "คนขี้เซาจะตื่นไหมครับ ถ้าไม่ตื่นเทียนจะต่ออีกรอบนะ จะทำให้ไม่ตื่นไปอีกหลายวันเลย"

 

ปึก

กำปั้นเล็กทุบลงมาที่หน้าอกผมแต่กลับไม่ยอมลืมตา

 

ฟอด

ผมอดไม่ได้ที่จะแนบริมฝีปากลงไปที่แก้มเนียน ถ้าขืนยังเป็นแบบนี้ผมคงหมดความอดทนแล้วพาเธอหนีไปกับผมตอนนี้แน่ๆ แต่ผมยังมีเรื่องต้องสะสาง เธออยู่ที่นี่แหละดีแล้ว ผมไม่อยากให้เธอเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องระหว่างผมกับไอ้ซอยด์อีก แค่นี้ชีวิตเธอก็วุ่นวายมากพอแล้ว

 

               "จะกลับแล้วหรอ" ดวงตากลมโตปรือขึ้นมามองหน้าผมก่อนที่จะมุดกลับลงไปอีกรอบ คงเห็นว่าผมมองอยู่เธอเลยเขินทำตัวไม่ถูก

 

               "อืม ต้องไปแล้ว"

 

               "จะกลับมาอีกไหม" ร่างเล็กนิ่งไปพลางขยับตัวถอยห่างจากผม แววตาที่เผลอสบเข้ากับผมเมื่อกี้มีความน้อยใจแฝงอยู่ในนั้น ผมดูออก

 

               "เดี๋ยวกลับมาหานะครับ มีเรื่องต้องจัดการก่อน" เธอมองผมนิ่งๆก่อนที่จะพยักหน้าขึ้นลง "ไม่รู้หรอว่าทำหน้างอแบบนี้แล้วขี้เหร่" ผมดึงเธอกลับเข้าหาตัวอีกครั้งจนร่างเล็กเกยอยู่บนตัวผม

 

               "บอกได้ไหมว่าเรื่องอะไรถึงไม่ยอมมาหากัน ...โทรศัพท์ก็มีทำไมไม่โทร" คนตัวเล็กเริ่มงอแงจนผมรู้สึกเอ็นดู ตอนนี้เธอเหมือนเด็กน้อยชะมัด ไม่เหมือนแพรวพลอยคนที่แกล้งทำท่าทีเหมือนเกลียดชังผมในตอนนั้น

 

               "ยังไม่อยากให้รู้ รอเรื่องจบก่อนแล้วจะบอก"

 

               "มีความลับอะไรนักหนา" ร่างเล็กเริ่มประท้วงและผลักตัวผมออก ลุกขึ้นนั่งพิงเตียงพลางยกเข่าขึ้นมากอดหันหน้าไปอีกทาง

 

               "เทียนกำลังจัดการเรื่องของเราอยู่"

 

               "เรื่องของเรา?" ร่างเล็กหันกลับมาทันทีตอนที่ผมพูดจบประโยค เธอมองผมอย่างไม่เข้าใจ

 

               "อืม แต่รอให้เทียนแน่ใจก่อนนะ แล้วเทียนสัญญาว่าจะบอกแพรวทุกอย่าง"

 

               "ฉันไม่เข้าใจ พูดให้เคลียได้ไหม...ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องอะไร... ขอร้องล่ะเทียน อย่ามีความลับกับฉันอีกเลย"

 

               "..."

 

               "ให้ฉันรู้สิ่งที่นายกำลังเผชิญ แล้วเราจะก้าวผ่านปัญหาไปด้วยกัน...แบบนั้นไม่ดีกว่าหรอ" มือเล็กดึงมือผมไปกุม แววตาเธอแสดงความกังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัด

 

               "เรื่องวันนั้น" ผมตัดสินใจจะบอกเธอ ผมก็ไม่อยากเก็บมันไว้แล้วเหมือนกัน

 

               "..."

 

               "วันที่แพรวเข้ามาเจอเทียนกับผู้หญิงคนนั้น... "

 

ผมเล่าเรื่องทุกอย่างที่ไอ้เพลิงไปสืบมาให้แพรวฟังทั้งหมด รวมถึงเรื่องที่ไอ้ซอยด์รู้จักกับผู้หญิงคนนั้น แพรวดูอึ้งไปกับสิ่งที่ผมพูด แววตาเธอไหววูบราวกับกำลังผิดหวังหรือเสียใจกับอะไรบางอย่าง ผมดึงเธอเข้าสู่อ้อมกอด เธอนิ่งเกินไปแถมยังไม่พูดไม่จาจนผมเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดี

 

               "ฉัน ฉันไม่... " เธอพูดแค่นั้นแล้วนิ่งไป เธอเหมือนกำลังสับสน ผมคงต้องให้เวลาเธอได้คิดอะไรคนเดียว ผมรู้ว่าเธอไว้ใจไอ้ซอยด์มาก เธอรู้สึกกับไอ้ซอยด์มากกว่าเพื่อนแต่ผมก็รู้ว่านั่นมันไม่ใช่ความรัก การที่เธอต้องมารับรู้ว่าคนที่เธอไว้ใจมากที่สุดและดูแลเธอมาตลอดกลับกลายเป็นคนที่ทำร้ายเธออย่างเลือดเย็นคงเป็นเรื่องที่ยากเกินจะทำใจยอมรับ แต่ผมเชื่อว่าผมจะทำให้เธอผ่านพ้นไปได้

 

มีอีกเรื่องนึงที่ผมยังไม่ได้บอกเธอ ผมให้คนจัดการโอนเงินจากบัญชีตัวเองเข้าบัญชีไอ้ซอยด์ มันคงมากพอสำหรับค่าใช้จ่ายที่มันดูแลแพรวมาตลอดหลายเดือน ผมรู้ว่าคนอย่างมันคงไม่ต้องการเศษเงินพวกนี้ แต่ผมก็อยากทำเพราะไม่อยากให้แพรวรู้สึกติดค้างอะไรกับมันอีก ผู้หญิงตัวเล็กๆแบบเธอไม่ควรต้องมาแบกรับเรื่องหนักใจมากมายขนาดนี้ ผมจะทำให้เธอกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง

 

ส่วนไอ้คนที่ทำให้ชีวิตเราทั้งคู่เกือบพังพินาศ...มันจะต้องไม่ตายดี 



.......


1/2

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #104 LoVe OvEr (@prairie) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:51
    แง สงสานพลอยยย
    #104
    0
  2. #103 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:48
    มาแล้วววว รอค่าา
    #103
    0