[ จบแล้ว ] ผ ม อ ย า ก ไ ด้ พี่ - Hate to love you

ตอนที่ 44 : EP. 43 พายุ2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,867
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 106 ครั้ง
    1 มี.ค. 62

EP.43 พายุ2

    


[ ขนุน X น้ำเหนือ ]


ฉันปรือตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับร่างที่เหมือนโดนค้อนทุบ ความทรงจำที่แสนเลือนลางพุ่งเข้ามาในหัวว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นบางและมันน่าอายเพียงใด

 

พื้นพรมอย่างนั้นหรอ...แล้วตอนนี้ฉันมานอนอยู่บนเตียงห้องตัวเองได้ยังไง

 

ฉันค่อยๆเปิดผ้าห่มขึ้นเพื่อสำรวจร่างกายที่ไร้เสื้อผ้าอาภรณ์ของตัวเอง ร่างกายฉันยังอยู่ดีครบสามสิบสอง ไร้ร่องรอยขีดข่วนหรือรอยช้ำให้รำคาญใจ น่าแปลกที่คราวนี้ขนุนไม่ได้ทิ้งร่องรอยแสดงความเป็นเจ้าของเอาไว้

 

แผ่นหลังหนาหันหน้าไปทางประตู ส่วนฉันหันหน้ามาทางเขามองไปก็พบแต่แผ่นหลังเนียน ยังดีที่ท่อนล่างของเราทั้งคู่มีเนื้อผ้าบางปกปิดมันไว้แล้ว ไม่รู้ว่าขนุนใส่มันให้ฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ ...เด็กบ้า ได้สิ่งที่ต้องการแล้วก็หันหน้าไปอีกทางเลยนะ

 

ฉันเอื้อมแขนเข้าไปกอดที่เอวสอบที่โผล่พ้นเนื้อผ้าออกมา ร่างขาวและนุ่มนิ่มขยับกายแค่เพียงเล็กน้อยก่อนที่จะหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ ฉันเริ่มขยับตัวอีกครั้งโดยไล้มือซุกซนของตัวเองไปที่หน้าท้องที่เป็นลอนคลื่นนั่น ร่างหนาไม่มีทีท่าว่าจะตื่น สายโด่งป่านนี้แล้วยังจะนอนอยู่ได้

 

หมับ

 

               "ฮืออ เหนือ" มืออุ่นจับเข้าที่ข้อมือฉันก่อนที่จะพลิกตัวกลับมาดึงฉันเข้าสู่อ้อมกอด ลมหายใจร้อนจากจมูกโด่งเป่ารดอยู่ที่หน้าผากฉันโดยที่คนตรงหน้าไม่ยอมลืมตา แต่เดี๋ยวนะ เขาเรียกฉันว่าเหนืองั้นหรอ

 

               "หนุนตื่น" ฉันขยับตัวเล็กน้อยแล้วพูดขึ้น ฉันเริ่มหิวแล้วแต่แทบไม่มีแรงลุกออกไปหาอะไรกินเองเลยด้วยซ้ำ

 

               "เรียกใหม่" หื้ม เรียกใหม่งั้นหรอ

 

               "หนุนตื่น ตื่นได้แล้ว" ฉันเอื้อมมือข้างนึงไปกุมใบหน้าฝั่งซ้ายของเขาไว้ก่อนที่จะใช้นิ้วเกลี่ยมันไปมา

 

               "ชอบจัง" ริมฝีปากบางอมยิ้มแต่กลับไม่ยอมลืมตามามองหน้ากัน

 

               "หิวข้าวแล้ว" มือเปลี่ยนจากสัมผัสใบหน้ามาบีบจมูกไม่ให้คนดื้อหายใจ

 

               "เหนือ" คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากัน ไม่เพียงเท่านั้นเด็กดื้อยังพลิกตัวขึ้นมานอนทับฉัน ย้ำว่าทับไม่ได้คร่อม!

 

               "หนุนหนัก ทับทำไม" ฉันพยายามผลักคนตัวใหญ่ให้ออกไปแต่ก็ไม่สามารถทำได้ ตอนนี้ใบหน้าเขาอยู่บนหมอน หันเสี้ยวหน้าเขาหาฉันโดยที่ลมหายใจกำลังเป่ารดอยู่ที่ซอกคอ แถมเนื้อแน่นตรงหน้าอกเขายังสัมผัสเข้ากับส่วนนุ่มนิ่มของฉันอีก ... จั๊กจี้อะ

 

               "อืมมม" ร่างหนาเริ่มขยับตัวไปมามันเลยทำให้ส่วนตรงนั้นของเราถูไถกันมากขึ้นเรื่อยๆจนขนลุกชัน

 

หมับ

 

               "อ๊ะ" ฉันตกใจจนย่นคอหนีเมื่อริมฝีปากเล็กโฉบลงมาที่คอฉัน ไม่เพียงเท่านั้นมือสากยังเลื่อนขึ้นมากอบกุมหน้าอกของฉันไว้อีกต่างหาก

 

               "นิ่ม" เสียงแหบดังขึ้นข้างหู น้ำเสียงเขาเหมือนกำลังมีรอยยิ้มปนอยู่ เจ้าเล่ห์นักนะ เมื่อคืนฉันก็แทบตายแล้วถ้าต่ออีกฉันไม่ไหวแล้วนะ

 

               "เด็กหื่น" ฉันใช้มือข้างที่เขาทับอยู่บิดไปที่ต้นแขนหนาแต่เขากลับนิ่งเหมือนไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด

 

               "หื่นแล้วรักไหมครับ" ในที่สุดเขาก็ปรือตามองมองฉัน

 

               "ไม่รู้" ฉันตอบเสียงห้วน

 

               "ถามว่ารักไหม"

 

               "อ๊ะ ขนุน" ทำไมเด็กนี่มันเริ่มใช้กำลังกับฉันแล้วล่ะ มือที่จับหน้าอกอยู่ถูกเพิ่มน้ำหนักมือให้แรงขึ้น เขาจับมันแน่นแล้วปล่อยออกเหมือนกำลังทำให้ฉันตกใจ ใจฉันยิ่งเต้นแรงและรัวจนน่าหวาดกลัว ทำไมเด็กนี่ถึงสามารถปั่นอารมณ์ในเรื่องแบบนั้นได้ง่ายนักนะ ใครสั่งใครสอนให้หื่นแบบนี้

 

               "ไม่ตอบจะโดนนะครับ" ขู่ว่ะ ขู่อีกแล้ว

 

               "ไม่เอา! ไม่พูด แล้วก็ไม่โดนอะไรทั้งนั้น" ฉันนิ่วหน้า คิ้วทั้งสองขมวดเข้าหากันมองคนหน้ามึนที่กำลังทำหน้ากวนอยู่ตอนนี้

 

               "ทีเมื่อคืนยัง.."

 

               "อย่าพูดออกมานะ" ฉันรู้ว่าเขากำลังหมายถึงอะไร เขาคงกำลังหมายถึงตอนที่เขาบอกรักฉันหลังจากการกระทำที่ดิบเถื่อนนั่นแน่

 

               "เหนืออะ"

 

               "ไม่ต้องมาเรียกชื่อเฉยๆเลยนะ" ฉันทำหน้าดุ มือหนาเปลี่ยนจากกอบกุมหน้าอกมาเชยคางฉันขึ้น แววตาเรากำลังสอดประสานกัน

 

               "เหนืออออ" เขาลากเสียงนาว กับอีแค่เรียกชื่อสั้นๆแค่นี้ทำไมฉันถึงรู้สึกเขินก็ไม่รู้

 

               "อะไร!" ฉันพูดเสียงต่ำพลางทำหน้าโกรธเพื่อกลบเกลื่อน ที่จริงใจฉันมันเต้นไม่เป็นจังหวะตั้งนานแล้ว คิดว่าฉันจะไม่รู้สึกอะไรหรอที่ท่อนล่างของเราทั้งคู่กำลังแนบสนิทกันอยู่ เนื้อกับเนื้อมันกำลังสัมผัสกันอยู่ตลอดเวลา

 

               "รักนะครับ" ขนุนบอกรักฉันผ่านทางคำพูดและแววตา เราสบตากันพักนึงก่อนที่ขนุนจะแนบริมฝีปากลงมาที่ปากฉัน เขาจูบซับมันนั่งๆไม่ขยับไปไหน เหมือนเป็นการยืนยันผ่านการกระทำว่าเขารักฉันจริงๆ

 

               "อืม" ฉันพูดขึ้นหลังจากที่ขนุนผละริมฝีปากออกไปแล้ว

 

               "แค่นั้นเองหรอ" จมูกคมเป็นสันรั้นขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับริมฝีปากคว่ำลง

 

               "อยากได้ยินอะไรล่ะ" ฉันเอื้อมมือขึ้นไปบีบจมูกรั้น

 

               "เหมือนที่ผมบอกพี่" ขนุนเอื้อมมาจับมือฉันแล้วประสานมันเข้าไว้ด้วยกัน

 

               "ถ้าไม่รักคงไม่มานอนกอดอยู่แบบนี้หรอก" ฉันพูดพลางกระชับอ้อมกอดที่เอวหนา

 

               "ตั้งแต่ตอนไหน"

 

               "หื้ม"

 

               "ตั้งแต่ตอนไหนที่พี่รักผม" อยู่ๆก็ถามคำถามที่ตอบยากออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

 

               "ถ้าถามว่าตอนไหนพี่คงตอบไม่ได้หรอก ก็แค่ความรู้สึกมันเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีก็แคร์มาตลอด" ฉันพูดพลางเงยหน้าสบตากับขนุน

 

               "ตั้งแต่ที่ซื้อเลโก้นั่นหรือเปล่า"

 

               "เอ๊ะ" ฉันทำหน้าแปลกใจ เขาเปิดมันแล้วงั้นหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่

 

               "ผมเปิดมันแล้ว ขอบคุณนะ" ขนุนยิ้มแล้วก้มลงมาแนบริมฝีปากเข้ากับหน้าผากฉัน

 

               "แล้วชอบไหม"

 

               "อะไรที่พี่ให้ผมชอบหมดแหละ ทั้งของ แล้วก็... ตัวหอมๆนี่" สายตาเจ้าเล่ห์มาพร้อมกับมือที่เริ่มไล้ตามแขนฉันจากบนลงล่าง

 

               "อย่ามาหื่นใส่นะ ตอบมาก่อน" ฉันนิ่วหน้า

 

               "เอาความจริงไหม"

 

               "ความจริงอะไร" ฉันทำหน้างง

 

               "ความจริงที่ว่าเลโก้รุ่นนี้... ผมมีนานแล้ว"

 

               "อะไรนะ!" เขามีแล้วงั้นหรอ อะไรกัน ฉันอุตส่าห์เก็บมันไว้ตั้งนานกะจะเซอร์ไพรส์ แต่สุดท้ายเขากลับมีรุ่นนี้แล้ว ฉันลืมนึกไปเลยว่าปกติแม่เขาก็ซื้ออะไรแบบนี้ให้อยู่แล้ว ทำไมฉันโง่แบบนี้นะ โง่ไม่พอยังทำเรื่องน่าอายอีก

 

               "แต่ผมทิ้งตัวนั้นก็ได้ ผมชอบตัวที่พี่ให้มากกว่า"

 

               "ไม่เห็นต้องทำแบบนั้นเลย" หน้าฉันหงอยลงถนัดตา

 

               "งั้นเก็บไว้สองตัวเลย แต่ตัวนี้คือ favorite ผมจะนอนกอดมันตอนที่พี่ไม่อยู่"

 

               "จะบ้าหรอ เลโก้นะไม่ใช่ตุ๊กตา" ฉันหลุดหัวเราะออกมาจนได้ คนอะไรจะนอนกอดเลโก้แข็งๆ แต่คำพูดแสนธรรมดาที่เขาพูดออกมา ฉันกลับมองว่ามันน่ารักสุดๆ

 

               "ผมดีใจนะที่มันเป็นรุ่นนี้ เพราะนั่นมันหมายความว่าพี่ซื้อให้ผมนานแล้ว ถ้าจำไม่ผิด รุ่นนี้ออกมาก่อนที่ผมจะไปสิงคโปร์ใช่ไหมล่ะ" โห โคตรเทพ เขาจำได้หมดเลยหรอว่ารุ่นไหนปีอะไร นี่มันไม่ใช่แค่ชอบแล้ว แฟนพันธุ์แท้เลยต่างหาก

 

               "อื้ม ซื้อ แต่ไม่ได้ให้" ฉันตอบพลางนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้นไปด้วย วันที่เด็กนี่อยู่รอเพื่อให้ฉันมาส่งเขาก่อนไปขึ้นเครื่อง แต่ฉันกลับไม่มา พอมาคิดๆดูแล้วฉันนี่แย่ชะมัด ตอนนั้นเขาคงเสียใจมาก "ขอโทษนะ ที่วันนั้นไม่ได้ไปส่ง"

 

               "เรื่องเก่าช่างมันเถอะ มาเริ่มต้นใหม่ด้วยกันตั้งแต่วันนี้นะ" ขนุนพูดพลางเคลื่อนตัวลงมาสบตากับฉัน โดยที่หน้าผากเราทั้งคู่กำลังแนบติดกันอยู่

 

               "อื้ม" ฉันตอบพร้อมกับหลับตาลง ให้ริมฝีปากมันได้ทำหน้าที่ของมันอีกครั้ง จูบที่เกิดจากความรู้สึกที่ตรงกันของเราทั้งคู่ จูบที่ปราศจากปัญหาและเรื่องค้างคาใจมันดีแบบนี้นี่เอง

 

               "อืมมมม" เด็กนั่นลากเสียงยาวราวกับพึ่งพอใจ พร้อมกับมือที่เริ่มดึงผ้าห่มที่พันตัวฉันให้หลุดออกไปอีกครั้ง

 

.....

 

               "วันนี้ออกไปทานอะไรกันข้างนอกไหม" ขนุนที่อาบน้ำเสร็จแล้วเดินออกมาจากห้องแล้วกอดฉันไว้จากด้านหลัง ฉันกำลังง่วนอยู่กับการปัดฝุ่นทำความสะอาดห้องรับแขกเลยต้องหยุดชะงักไป เมื่อคืนเขาทำซนกับห้องนี้จนเละ ทั้งพรมเคลื่อนผิดทิศผิดทาง ทิ้งเสื้อผ้าเกลื่อนห้องทั้งของฉันและของเขาจนฉันต้องมาตามเก็บอยู่นี่ไงล่ะ

 

ครืดดดด ครืดดดดด

 

ฉันยังไม่ทันได้ตอบ เสียงสั่นจากโทรศัพท์ของใครสักคนก็ดังขึ้นขัดจังหวะซะก่อน เราทั้งคู่เลยผละออกจากกันแล้วมองหาต้นตอของเสียง โทรศัพท์เครื่องสีดำที่กำลังสั่นอยู่คือของขนุน ริมฝีปากบางจรดลงที่แก้มฉันก่อนที่เขาจะผละตัวไปหยิบมันขึ้นมา

 

               "ครับ... ครับ หรอครับ ... เปล่าครับ ทำไมต้องพี่เหนือด้วยล่ะครับ" หลังจากที่เขารับสายได้สักพักสีหน้าเขาก็เปลี่ยนไป ไม่รู้ว่าใครกันที่โทรมา แต่ฉันรู้ได้เลยว่าสายที่โทรเข้ามานั่นกำลังทำให้ขนุนหงุดหงิด แต่พอได้ยินชื่อตัวเองก็รู้ขึ้นมาทันทีว่ามันต้องมีเรื่องอะไรบางอย่างเกี่ยวกับฉันแน่ๆ

 

               "มีอะไรรึเปล่า" ฉันถามขึ้นหลังจากที่เห็นขนุนกดวางสายแล้ว เขาซัดตัวนั่งลงที่โซฟาเหมือนกำลังโมโหอะไรบางอย่าง

 

               "ไม่อยากบอก" คนที่กำลังขมวดคิ้วเป็นปมอยู่ล้มตัวลงนอนที่ตักฉัน สองมือกอดอกพลางจ้องหน้าฉันนิ่ง

 

               "เดี๋ยวนี้หัดมีความลับหรอ" ฉันขมวดคิ้วตาม

 

               "ก็เรื่องของพี่นั่นแหละ"

 

               "มีอะไร แล้วเมื่อกี้ใครโทรมาถึงได้เป็นแบบนี้ เล่ามาให้หมดเลยนะ" ฉันพยายามเค้น อะไรกันที่ทำให้ขนุนมีท่าทางหงุดหงิดแบบนี้

 

               "พี่ปลาเพื่อนพี่นั่นแหละโทรมา" อ้าว สงสัยแบตฉันหมดมันเลยโทรหาขนุนแทน

 

               "โทรมาว่าไง" ไอ้ปลามันต้องพูดอะไรบางอย่างกับขนุนแน่ๆ

 

               "ไอ้พี่พาเพื่อนพี่ไม่สบาย" ขนุนตอบด้วยท่าทางฮึดฮัดเหมือนไม่อยากตอบ

 

               "อ้าว ยังไม่หายอีกหรอ... เดี๋ยวนะ แล้วทำไมต้องโกรธด้วยล่ะ" ฉันหันไปถามเขาอย่างไม่เข้าใจ

 

               "ก็พี่ปลาบอกให้พี่ไปเฝ้าไข้ไอ้พี่มันห้องพี่ปลาให้หน่อย พี่ปลาจะออกไปทำงาน"

 

               "งั้นหรอ งั้นเดี๋ยววันนี้เราทำอะไรกันกินง่ายๆก่อนแล้วกันเนอะ พี่จะรีบไปดูไอ้พามัน"

 

               "แล้วผมล่ะ" ขนุนลุกขึ้นจากตักแล้วมองหน้าฉันนิ่ง

 

               "เอาไว้ตอนเย็นไอ้ปลากลับมาเราค่อยไปก็ได้นี่ นะ นะ"

 

               "ทำไมมันต้องสำคัญกว่าผมทุกที วันเกิดผมก็ทีนึงแล้ว" คนโตแต่ตัวเขยิบตัวออกห่างจากฉันแล้วหันไปนั่งในท่าตรง

 

               "อย่างอนเลยน่า เพื่อนพี่ทั้งคน ไม่สบายก็ต้องดูแลสิ เราโตด้วยกันมานะ" ฉันอธิบาย ดูเหมือนว่าตอนนี้ขนุนหวงฉันไปหมดไม่ว่าจะกับใครเขาก็หวง ไม่เว้นแม่แต่เพื่อนที่โตมาด้วยกันอย่างฉันกับไอ้พา

 

               "แล้วถ้าตอนนี้ผมไม่สบายบ้างพี่จะเลือกใคร" เขาหันมาตั้งคำถามกับฉัน

 

               "พี่ก็จะไปลากไอ้พามานอนข้างหนุนแล้วดูแลสองคนพร้อมกันเลยเป็นไง" ฉันพูดขึ้นขำๆเพื่อแก้สถานการณ์ให้มันดีขึ้น

 

               "ผมไม่ตลกนะ ตอบมาพี่จะเลือกใคร" แววตาขนุนดูจริงจังกว่าทุกครั้ง เป็นแววตาที่ดูไม่มั่นใจเอาเสียเลย เขาเหมือนมีอะไรกังวลอยู่ในใจตลอดเวลา จนป่านนี้แล้วยังไม่มั่นใจในตัวฉันอีกหรอ

 

               "ฟังนะ... พี่มั่นใจว่าพี่บอกความรู้สึกของพี่ที่มีต่อหนุนไปแล้ว บอกว่าชอบก็คือชอบ รักก็คือรัก ทำไมยังไม่มั่นใจในตัวพี่อีก ... นี่หนุนกำลังหวงพี่เรื่องไอ้พาใช่ไหม"

 

               "พึ่งรู้หรือไง" น้ำเสียงเข้มพูดขึ้นแผ่วเบาราวกับบ่นให้ตัวเอง

 

               "พี่กับมันเป็นแค่เพื่อนกัน ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ได้ แล้วพี่ก็ไม่มีวันคิดกับมันแบบนั้นด้วย" ทันทีที่ฉันพูดออกมายาวเหยียดจนจบ ร่างหนาก็ค่อยๆหันหน้ามามองฉัน แววตากังวลเมื่อครู่อ่อนลงเล็กน้อย "รักจะตายอยู่แล้วเนี่ย ไม่รู้เลยหรือไง" ฉันเอื้อมมือทั้งสองข้างไปหยิกแก้มเขา เขาเบะปากเล็กน้อยก่อนที่จะเขยิบตัวเข้ามาใกล้แล้วดึงฉันเข้าไปกอด โดยที่ใบหน้าเขาแนบอยู่กับส่วนที่เต้นตึกตักของฉัน

 

               "ผมรักพี่มากผมก็หวงพี่มาก แต่ในเมื่อพี่พูดแบบนั้นผมให้พี่ไปก็ได้ ผมจะเชื่อใจพี่" น้ำเสียงเบาดังอู้อี้ราวกับเด็กน้อยกำลังอ้อน ขนุนทำให้ฉันอยากดึงเขาเข้ามาฟัดปากนุ่มๆนั่นเพื่อปลุกความเป็นผู้ใหญ่ให้เขาอีกครั้ง บางครั้งขนุนก็ดูเด็กทั้งความคิดและตัวตน บางครั้งเขาก็ทำตัวเหมือนโตเกินไปจนบางทีฉันก็ปรับอารมณ์ให้ตามเขาไม่ทัน

 

คบเด็กต้องใจเย็น ท่องไว้อีเหนือ...




1 ชั่วโมงต่อมา

 

ตอนนี้ฉันมาอยู่หน้าห้องปลาดาวเป็นที่เรียบร้อยโดยที่ไอ้พาเป็นคนเดินมาเปิดประตูให้ ไหนบอกว่ามันไม่สบายไงวะ สภาพมันก็ไม่ได้แย่นี่หว่า

 

               "ไหนอีปลาบอกว่ามึงไม่สบาย" ฉันเดินตามหลังมันเข้าห้องมาแล้วนั่งลงที่โซฟาข้างมัน สภาพมันตอนนี้ดูครบสามสิบสองทุกประการแถมยังอาบน้ำแต่งตัวแล้วด้วย

 

               "อืม ไม่สบาย แต่ค่อยยังชั่วแล้ว" มันเหลือบตามามองหน้าฉันแวบนึงแล้วหันกลับไป

 

               "ช่วงนี้มึงแปลกๆนะ" ฉันสังเกตมานานแล้วว่าไอ้พามันทำนิสัยแปลกไป ไม่ใช่ไอ้พาคนเดิมที่ฉันรู้จัก

 

               "กูไม่แปลกหรอก แต่แค่กูแสดงออกกับมึงช้าไป" มันพูดประโยคชวนงงขึ้นมานิ่งๆ แสดงออกกับฉันช้าไปงั้นหรอ แสดงออกอะไรวะ ทุกวันนี้ฉันก็รู้จักนิสัยมันหมดทุกซอกทุกมุมแล้วนะ มีอะไรที่ฉันไม่รู้เกี่ยวกับมันอีก

 

               "พูดอะไรง่ายๆหน่อยได้ไหม กูโง่มึงก็รู้ กูงง" ฉันยกมือขึ้นเกาหัวตัวเองแล้วยื่นมือไปจับไหล่มันให้หันมาทางทางนี้

 

               "มึงโง่เรื่องอื่นแต่เรื่องนี้มึงเลิกโง่สักทีเถอะเหนือ!" มันหันมาตะคอกฉันด้วยสีหน้าโกรธจัด ฉันงงไปหมด เสียงดังลั่นห้องนั่นทำเอาฉันตกใจจนใจเต้นแรงแทบทะลุออกจากอก ไอ้พามันไม่เคยตะคอกฉันแบบนี้ มันไม่เคยโกรธฉันขนาดนี้ด้วย ฉันไปทำอะไรผิดมาหรือไงมันถึงได้มีท่าทีแบบนี้กับฉัน

 

ลมหายใจฉันเหมือนขาดห้วง ขอบตาเริ่มเห่อร้อนขึ้นมา น้ำสีใสเริ่มเอ่อซึมที่หัวตาเพราะตกใจกับการกระทำแบบนี้ของเพื่อนสนิทตัวเอง

 

...

 

 

[พายุ บรรยาย]

 

ผมหันกลับมาทันทีที่เห็นน้ำใสๆรื้นขึ้นมาที่ดวงตากลมโตทั้งสองข้างนั่น ผมเผลอใช้อารมณ์ใส่เธอทั้งๆที่เธอไม่ได้ทำอะไรผิด เป็นผมเองทั้งนั้นที่พาลไปโกรธเธอ เป็นผมเองทั้งนั้นที่ยับยั้งความรู้สึกที่มากเกินกว่าเพื่อนนี้ไม่ได้

 

ผมพยายามแล้ว แต่ผมคงพยายามไม่พอ มันถึงได้พังแบบนี้

 

               "อธิบายให้กูฟังได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น" น้ำเสียงเล็กพูดออกมาอย่างแผ่วเบาราวกับกำลังกลั้นเสียงบางอย่างไว้ ผมไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองหน้ามัน ในใจผมปวดหนึบเกินกว่าจะทนมองหน้าเพื่อนตัวเองได้... เพื่อนที่ผมรักมากกว่าเพื่อนมาตั้งนานแล้ว

 

....

 


10 ปีที่แล้ว

 

ปึก

 

               "ไอ่เหี้ยตุ๊ด" เสียงลูกฟุตบอลกระทบเข้ากับกลางหลังผมเต็มๆพร้อมทั้งถ้อยคำบาดหูที่พวกเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันกับผมตะโกนล้อดังลั่นไปทั่วสนามฟุตบอล

 

ไอ้พวกแพ้แล้วพาล... มันด่าผมว่าตุ๊ดเพราะกลุ่มเพื่อนที่ผมคบดันเป็นผู้หญิงทั้งสองคน พวกมันมักจะล้อผมด้วยประโยคนั้นเสมอ แต่ถึงยังไงผมก็ยังรักการเล่นกีฬา ผมฝึกซ้อมฟุตบอลทุกวันหลังจากแยกกันกับไอ้ปลาและเหนือหลังเลิกเรียน ถึงแม้พวกผู้ชายจะคอยกลั่นแกล้งและว่าผมต่างๆนานาด้วยถ้อยคำหยาบคายอยู่บ่อยๆผมก็ไม่เคยเก็บมาใส่ใจ การที่ได้เป็นเพื่อนกับสองคนนั้นมันมีค่ามากกว่าถ้อยคำที่ไม่เป็นจริงพวกนี้เยอะ ซึ่งผมไม่จำเป็นต้องแคร์ ไม่มีเพื่อนผู้ชายก็ไม่เป็นไร แค่ผมมีเพื่อนสองคนที่เข้าใจแค่นี้ก็พอแล้ว

 

               "กูเรียกแล้วทำมึนหรอวะ อย่าคิดว่าเล่นบอลเก่งแล้วคนจะไม่รู้นะว่ามึงอ่ะ ตุ๊ด" ผมได้แต่เก็บความโกรธไว้ในใจเพราะไม่อยากมีปัญหา สันกรามกัดเข้าหากันแน่นพลางเก็บชุดนักเรียนที่เปลี่ยนออกเพื่อใส่กระเป๋ากลับบ้าน

 

               "มันเงียบว่ะ สงสัยไม่ปฎิเสธว่าตัวเองอะ ตุ๊ด ฮ่าๆๆๆๆ" เสียงกระทบกระทั่งสลับกับเสียงหัวเราะดังขึ้นจนผมเกือบทนไม่ไหว อยากจะซัดพวกมันเรียงตัวให้รู้ว่าผมไม่ได้เป็นแบบนั้น แล้วถ้าเป็นตุ๊ดแล้วไงวะ ตุ๊ดก็คน พวกมันไม่มีสิทธิ์ที่จะเหยียดคนอื่นด้วยเรื่องแบบนี้ ถ้าขืนพูดมาอีกคำผมไม่มั่นใจว่าความอดทนผมจะขาดผึงหรือเปล่า

 

               "เป็นตุ๊ดก็ไปเล่นบาร์บี้กับเพื่อนผู้หญิงมึงดิวะ มาเล่นฟุตบอลกวนส้นตีนกูทำเหี้ยไร"

 

กึก

 

ผมหยุดชะงักทุกการกระทำก่อนที่จะสะพายกระเป๋าขึ้นไหล่แล้วหันมองพวกมันด้วยแววตาโกรธจัดราวกับจะซัดพวกมันให้ล้มลงตรงนี้ สองกำปั้นกำเข้าหากันแน่นพร้อมที่จะต่อยหน้าพวกมันให้ฟันร่วงคนละซี่สองซี่

 

               "เห้ยๆ ทำดุอ่อมึงอะ" ไอ้คนที่ตัวสูงกว่าผมเล็กน้อยเดินเข้ามาผลักหน้าอกผมจนเซไปด้านหลัง

 

               "อย่ายุ่งกับกู" น้ำเสียงเย็นยะเยือกถูกเปล่งออกมาจากลำคอที่แห้งผาก สายตาผมจ้องไปที่หน้ามันอย่างไม่ลดละ ข้างหลังยังมีอีกสองคนที่กอดอกมองหน้าผมอย่างเหยียดหยามเช่นกัน

 

               "มองหน้ากูแบบนี้อยากตายใช่ไหม" มือสกปรกผลักเข้าที่หน้าอกผมอีกครา แต่คราวนี้ผมจะไม่ทนอีกต่อไป กระเป๋าสีดำที่สะพายอยู่ที่ไหล่ถูกปาลงที่พื้นหญ้า ผมพุ่งเข้าไปชะชากคอเสื้อมันติดมือมา แววตาโกรธจัดแทบจะเผาคนตรงหน้าให้มอดไหม้ มือหนาข้างถนัดกำเข้าหากันแน่นเตรียมพุ่งใส่ปากคนปากหมาอย่างมัน แต่...

 

หมับ

 

               "จะทำอะไรไอ้พา" มือเล็กคว้าเข้าที่ข้อมือผม ผมเลยหันไปตามต้นเสียงก็พบกับเหนือ ไม่รู้ว่ามันมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่มันไม่มีท่าทีกลัวผมเลยแม้แต่น้อย กลับกัน แววตามันยังเต็มไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใยอีกต่างหาก

 

ผลัก

 

พวกมันฉวยโอกาสตอนที่ผมเผลอถีบเข้ากลางลำตัวผมอย่างจังจนผมและคนข้างๆกระเด็นหงายหลังไปพร้อมกัน เหนือที่จับแขนผมอยู่เลยต้องพาลซวยไปด้วย ผมหันไปมองมันเห็นว่ามันไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากแต่ชุดนักเรียนเปรอะเปื้อนเต็มไปหมด ผมตั้งท่าจะลุกขึ้นเพื่อสั่งสอนพวกมันที่บังอาจทำเพื่อนผมแบบนี้ ทำกับผมไม่เป็นไร แต่ทำเพื่อนผมผมไม่ยอม

 

               "มึงจะเอาให้ได้ใช่ไหม" ผมพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อมันอีกครั้ง ไอ้หน้าเหี้ยยังคงยิ้มชูคอหน้าระรื่น ผมเกือบจะซัดลงไปที่หน้ามันอยู่แล้วแต่เสียงเป่านกหวีดดังขัดขึ้นซะก่อน

 

ครูฝ่ายปกครองเดินเข้ามาหาพวกเราที่ข้างสนามเลยทำให้ผมปล่อยมือจากคอเสื้อมันอย่างจำใจ

 

               "เกิดอะไรกันขึ้น พายุ ทำไมเธอกระชากคอเสื้อเพื่อนแบบนั้น" ครูหันมายิงคำถามใส่ผมเป็นคนแรกทั้งๆที่คนที่ควรถูกด่าน่าจะเป็นไอ้เหี้ยสามตัวนั้นมากกว่า

 

               "พายุไม่ใช่คนผิดนะคะครู สามคนนี้รังแกพายุค่ะ หนูเห็นกับตา" เหนือรีบลุกขึ้นมายืนอยู่ข้างผมแล้วจับแขนข้างนึงของผมไว้ มันทำท่าทางเป็นเดือดเป็นร้อนแทนผม ตั้งใจอธิบายให้ครูฟังทั้งๆที่ไม่จำเป็นต้องอธิบายด้วยซ้ำ

 

               "จริงหรอเดชา" ครูหันไปถามไอ้เหี้ยนั่น

 

               "มันหาเรื่องพวกผมก่อนครับ"

 

               "ไม่จริงค่ะครู พวกนี้เป็นคนหาเรื่องก่อน ดูกระโปรงหนูกับชุดพายุสิคะ กระเป๋าพายุที่กองอยู่ตรงนั้นก็ด้วยเปื้อนหมดเลย แต่ดูสภาพพวกนี้สิ ไม่ได้เป็นอะไรเลยสักนิด" ร่างเล็กผมสั้นประบ่าพยายามอธิบายจนมันหอบหายใจเหนื่อย อาการเป็นห่วงเป็นใยผมจนโอเวอร์ของมันทำให้อารมณ์ผมเย็นลงอย่างน่าประหลาด

 

               "ใครผิดไม่ผิดกล้องวงจรปิดจะบอกครูเอง แยกย้ายกันกลับบ้านได้ละ พรุ่งนี้ค่อยมาเคลียกันที่ห้องปกครอง"

 

ทันทีที่พูดจบครูก็กอดอกมองพวกเราเพื่อรอให้ต่างฝ่ายต่างแยกตัวออกไป เหนือมันลากแขนผมแล้วก้มเก็บกระเป๋าให้แล้วพาผมเดินออกมาจากตรงนั้น จนกระทั่งเราออกมาจากโรงเรียน ผมเงียบแล้วปล่อยให้มันลากแขนเดินมาจนกระทั่งถึงหน้าบ้าน มันพาผมมาบ้านตัวเองโดยที่ผมไม่ได้เอ่ยปากถามว่ามันพาผมมาทำไม

 

               "เข้ามาในบ้านก่อน" แขนผมถูกปล่อยให้เป็นอิสระพร้อมกับร่างบางที่เดินตัวปลิวเข้าบ้าน ผมเดินตามมันอย่างงงๆไม่รู้ว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่

 

               "ถอดเสื้อออก" ผมเบิกตาโพลงทันทีจนแทบลุกขึ้นจากโซฟา อยู่ๆมันก็พูดเรื่องแบบนั้นขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย นี่อย่าบอกนะว่าที่มันพาผมมาที่นี่เพราะอยากรู้อยากลองเรื่องแบบนั้น

 

               "ไอ้เหนือ รู้ตัวไหมว่าพูดไรออกมา"

 

               "กูพูดไรผิด" มันยังคงสีหน้าเดิมไว้ไม่รู้สึกอายผมเลยแม้แต่น้อย นี่เพื่อนกันปะวะ เข้าใจอยู่ว่าเด็กวัยนี้เป็นวัยอยากรู้อยากลอง แต่นี่มันเพื่อนสนิทกันนะเว่ย


               "ก็มึงจะทำอะไรกู เราเป็นเพื่อนกันนะเว่ย" ผมกระชับคอเสื้อแน่นพลางมองมันอย่างหวาดหวั่นเพราะมันเปลี่ยนที่นั่งจากโซฟาอีกตัวมานั่งข้างผม

 

               "ไอ้พา นี่มึงคิดอกุศลอะไรอยู่" มันเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนที่จะกอดอกจ้องหน้าผม

 

               "ก็มึงบอกให้กูถอดเสื้อทำไมวะ มึงคิดจะทำอะไรกับกู" ผมขยับตัวออกห่างจากมันจนติดกับขอบโซฟา

 

               "โถไอ้บ้า ที่กูบอกให้มึงถอดเพราะกูจะดูหน้าท้องให้ มึงโดนถีบไม่ใช่หรอขอกูดูหน่อย"

 

               "อ้าว"

 

               "อ้าวเหี้ยไร นี่อย่าบอกนะว่ามึงคิดว่ากูจะชวนมึงมาทำเรื่องบัดสีที่บ้าน"

 

               "ก็..เออ มึงจะทำแผลทำไมไม่บอกกูตั้งแต่แรกเล่า"

 

               "เอ้า มึงก็น่าจะตรัสรู้เองได้ปะวะ กูบอกให้มึงถอดเสื้อมันจะมีอะไรได้อีก รอยฝ่าตีนเต็มกลางอกขนาดนั้น"  ริมฝีปากอิ่มเล็กเป็นกระจับพูดขึ้นจนผมเผลอมองอย่างไม่รู้ตัว

 

               "เออๆ ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ช่างมัน กูไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวกลับไปให้แม่ทายาให้ที่บ้าน"

 

               "นี่มึงอยากให้แม่มึงถ่อไปเอาเรื่องไอ้พวกนั้นที่โรงเรียนหรือไง" ร่างเล็กยกคิ้วข้างนึงขึ้นมองผมเป็นเชิงคำถาม ทำไมเพื่อนผมคนนี้มันถึงได้ห้าวขนาดนี้วะ ไอ้ปลาที่ว่าห้าวแล้วยังไม่ได้ครึ่งนึงของมันเลย

 

               "กูไม่เจ็บแล้ว"

 

ปึก

 

               "โอ๊ย" ผมกุมหน้าท้องตัวเองทันทีเมื่อกำปั้นเล็กทุบลงมาที่ท้องตอนที่ผมเผลอ แสบนักนะ

 

               "ไหนมึงบอกไม่เจ็บ กูสะกิดนิดสะกิดหน่อยทำเป็นร้องลั่นบ้าน"

 

               "เออ จะทาก็รีบทา"

 

พรึบ

ผมดึงชายเสื้อตัวเองขึ้นจนสุดเผยให้เห็นหน้าท้องแบนราบเหมือนเด็กม.ต้นธรรมดาทั่วไป ไม่ได้มีซิกแพกน่ามองเหมือนอย่างรุ่นพี่ที่เขามีกัน

 

               "ช้ำขนาดนี้แล้วยังบอกว่าไม่เจ็บอีก" ผมมองตามสายตาของคนที่กำลังจ้องมาที่หน้าท้องผม มันหันไปหยิบกล่องพยาบาลจากใต้โต๊ะขึ้นมาด้วยท่าทางที่เป็นธรรมชาติ จรดนิ้วปาดเนื้อครีมแก้ฟกช้ำสีขาวแล้วยื่นมือมาตรงหน้าเพื่อเตรียมจะทายาให้อย่างไม่เคอะเขิน

 

               "กูทำเองได้นะ" กลับเป็นผมมากกว่าที่เริ่มทำตัวไม่ถูก ต่างจากมันที่ตีหน้านิ่งเฉยชา ไม่ได้ใจเต้นแรงกับการที่ต้องสัมผัสร่างกายผมเลยแม้แต่น้อย

 

               "อยู่นิ่งๆไปน่า" ดวงตากลมโตโฟกัสที่รอยช้ำตรงหน้าท้องก่อนที่จะจรดปลายนิ้วเย็นเฉียบลงไปแล้วไล้ตัวยาให้ซึมลงผิวอย่างแผ่วเบา ไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงห่ามๆแบบไอ้เหนือจะมีมุมอ่อนโยนแบบนี้ด้วย นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ผมเห็นมันในมุมนี้ แถมมือมันยังเบามากตอนที่ทา ผมไม่เจ็บเลยสักนิด

 

....

 

เท่าที่จำได้ หลังจากนั้นมันก็กลายเป็นพยาบาลประจำตัวผมมาตลอด เวลาผมได้แผลมาหรือว่าเป็นมันที่ได้แผล เราก็จะผลัดกันทำแผลให้กันจนกลายเป็นความเคยชิน แต่กับไอ้ปลาผมกลับรู้สึกสนิทใจกับมัน ไม่ได้ใจเต้นแรงเวลาอยู่ใกล้มันหรือว่าดีใจเวลามันทำอะไรดีๆให้ แต่สำหรับเหนือ รู้ตัวอีกทีมันก็สำคัญกับผมตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา

 

กลับมาที่ปัจจุบัน

 

               "อธิบายให้กูฟังได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น" น้ำเสียงเล็กพูดออกมาอย่างแผ่วเบาราวกับกำลังกลั้นเสียงบางอย่างไว้ ผมไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองหน้ามัน ในใจผมปวดหนึบเกินกว่าจะทนมองหน้าเพื่อนตัวเองได้... เพื่อนที่ผมรักมากกว่าเพื่อนมาตั้งนานแล้ว

 

               "กูไม่ได้คิดกับมึงแค่เพื่อนไงเหนือ" ผมพูดมันออกไปผ่านทางน้ำเสียงที่เบาราวกับกระซิบแต่ผมเชื่อว่าคนข้างๆจะได้ยินมันชัดเต็มทั้งสองหู

 

มันเป็นการบอกความรู้สึกที่ปราศจากความตื่นเต้น มันเป็นความเจ็บปวดที่เก็บไว้ไม่ไหวจนต้องระเบิดออกมา 

 

สิบกว่าปีที่ผมเก็บความรู้สึกนี้ไว้คนเดียวมาตลอด ผมต้องทนเห็นมันคบกับคนอื่น ผมต้องทนเห็นใครต่อใครจีบมันแต่ตัวเองไม่มีสิทธิ์เข้าไปห้ามหรือโกรธอะไรทั้งนั้น ได้แต่คอยอยู่ข้างๆทั้งตอนที่มันสุขและเศร้าโดยไม่ทิ้งมันไปไหน ตามไปเรียนที่เดียวกัน ทำงานใกล้กัน สาเหตุก็มาจากมันทั้งนั้น

 

แววตาแดงก่ำไหววูบตอนที่มองหน้าผม ตากลมโตเบิกโพลงขึ้นมาก่อนที่น้ำตาหยดแรกจะไหลอาบแก้มเนียนใส ผมดีใจนะที่มันไม่ได้คิดว่าผมโกหกแล้วไล่ตีผมเหมือนทุกครั้ง

 

               "รู้ใช่ไหมว่ากูไม่ได้พูดเล่น" ผมถามมันด้วยความรู้สึกเจ็บปวดและบีบรัดในหัวใจ ผมไม่ได้อยากให้มันร้องไห้เสียใจแบบนี้ ลึกๆแล้วผมแอบหวังให้มันเปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่อผมในสักวัน แต่จนป่านนี้แล้วก็ไม่มีทีท่าว่ามันจะคิดกับผมเป็นอื่นเลยแม้แต่น้อย มันไม่ได้คิดกับผมเกินเพื่อนเหมือนที่ผมคิดเลยสักนิด

 

               "ตั้งแต่เมื่อไหร่" ริมฝีปากบางขยับพูดโดยที่ไม่เงยหน้าขึ้นมองผม น้ำตาไหลอาบแก้มเป็นสายโดยปราศจากเสียงร้อง

 

               "สิบปี ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้" ผมตอบออกไปตามความจริง เพราะตอนนี้ผมตัดสินใจแล้วว่าผมจะเปิดเผยความรู้สึกตัวเองให้มันรับรู้ ผมไม่อาจทนมองมันรักกับเด็กนั่นได้อีกแล้ว ผมเก็บมานานจนเกินจะรับไหว ถ้าการที่ผมบอกความรู้สึกตัวเองมันทำให้เหนือตีตัวออกห่างจากผมไป ผมก็ไม่ว่าอะไรเพราะมันสมควรแล้ว ผมผิดที่ไปรักมันเอง

 

               "ไอ้พา" เสียงเล็กเอ่ยเรียกชื่อผมพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมอง

 

               "ไม่ต้องร้อง กูไม่ได้ต้องการอะไรจากมึงเลย กูแค่อยากบอกให้มึงรู้ก่อนกูจะไป" ผมยกมือทั้งสองข้างขึ้นไปปาดน้ำตาออกจากกรอบหน้าให้มัน ผมรู้ว่ามันกำลังเสียใจที่ไม่อาจรับความรู้สึกของผมเอาไว้ได้มันถึงร้องไห้แบบนี้

 

               "มึงจะไปไหน" มือเล็กคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนทั้งสองข้างของผม แววตาเหมือนกระต่ายตื่นตูมนั่นยิ่งมองก็ยิ่งยากที่จะลืม ผมตัดสินใจแล้วว่าถ้าผมไปอยู่ที่อื่น ที่ที่ผมจะไม่รับรู้เรื่องมันไปอีกสักพักใหญ่ๆอาจทำให้ผมลืมมันได้ ถ้าเจอหน้ากันคอยดูแลกันทุกวันอยู่แบบนี้ผมคงทำไม่ได้

 

               "ไม่ได้ไปไหน แค่จะไปเรียนต่อ"

 

               "เรียนต่อเรียนต่อที่ไหน" มันเผลอซักไซ้ผมจนเกือบลืมเรื่องที่เราคุยกันเมื่อกี้ มันก็เป็นซะแบบนี้ อารมณ์ไม่เคยนิ่ง คิดจะทำอะไรก็ทำจนผมต้องคอยเป็นห่วงมันอยู่ตลอดเวลา แต่ตอนนี้ถึงคราวที่ผมจะปล่อยให้มันไปใช้ชีวิตเองแล้ว

 

               "ไม่ไกลหรอก ไว้จะกลับมาเยี่ยม" ผมวางมือไว้ที่หัวมันเบาๆแล้วพยายามฝืนยิ้มออกมาให้มากที่สุด แต่ยิ่งมองหน้ามันนานเท่าไหร่ความปวดหนึบในใจก็ยิ่งพุ่งพร่านจนอยากยกมือขึ้นมากดมันไว้

 

               "ไม่ได้ กูไม่ให้มึงไปไหนทั้งนั้นไอ้พา" ร่างเล็กขยับเข้ามาใกล้ผมแล้วเขย่าแขนผมไปมา ยิ่งเห็นแบบนี้ผมก็ยิ่งรู้สึกสมเพศตัวเอง มีเพื่อนดีขนาดนี้ยังเสือกคิดไม่ซื่อกับเธอ สุดท้ายเลยกลายเป็นว่าผมอาจจะเสียมันไปโดยไม่เหลือแม้แต่สถานะเพื่อนด้วยซ้ำ

 

               "กูตัดสินใจแล้ว" ผมค่อยๆดึงมือเธอที่จับแขนผมทั้งสองข้างออกอย่างแผ่วเบา แววตาที่กำลังมองหน้าผมอยู่ตอนนี้เต็มไปด้วยความสับสนและจับต้นชนปลายไม่ถูก มันคงเป็นเรื่องที่น่าตกใจและเกินรับไหวสำหรับมัน

 

               "มึงจะทิ้งกูกับอีปลาไปหรอ" น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลลงมาไม่ขาดสาย เพราะมันยังมีไอ้ปลาไงล่ะผมเลยตัดสินใจง่ายขึ้น ไม่งั้นผมคงห่วงมันจนไปไหนไม่ได้แน่ๆ

 

               "เลิกร้องได้แล้ว กูบอกว่าจะกลับมาไง... ขอโทษนะที่ก่อนหน้านี้กูหงุดหงิดใส่มึงบ่อยๆ โกรธมึงทั้งๆที่มึงไม่ได้ทำอะไรผิด"

 

               "มึงไม่ได้ผิดเลยไอ้พา มึงไม่ได้ทำอะไรผิด" ร่างเล็กสายหัวไปมารัวๆพร้อมทั้งปาดน้ำตาไปด้วย

 

               "เช็ดน้ำตาให้หมดแล้วหยุดร้องไห้ ถ้าไม่หยุดไม่ต้องคุยกัน" ผมใช้คำขู่จนมันเงียบกริบไปเลยทันที

 

               "บอกมาก่อนสิว่าจะไปอยู่ไหม" เสียงรั้นพูดขึ้น

 

               "วันนี้ไปเที่ยวกันไหม" ผมพูดเปลี่ยนเรื่อง

 

               "เที่ยวอะไร ทำไมอยู่ๆถึงชวน มึงอย่ามาทำดีเพราะจะหนีกันไปแบบนี้นะ" กำปั้นเล็กแต่หนักทุบมาที่หัวไหล่ผมอย่างแรงหนึ่งที

 

               "ได้ไหมล่ะ เที่ยวกับกูสักครั้งก่อนที่กูจะไปได้ไหม....ไปเดทกัน"

 


PAYU




1เม้น = 1กำลังใจ



แจ้งการอัพนิยาย

26/09/2018

มาลงสปอยเรื่องใหม่แล้วววว เตรียมกด FAV. ไว้รอกันได้เลยจ้าาาาา


 


มือนั่นมันสัมผัสร่างกายเธอแทนที่ผมใช่ไหม...

ริมฝีปากนุ่มหยุ่นนั่นจะรู้สึกยังไงเมื่อไปอยู่ในปากคนอื่น

เธอจะให้มันหมดทุกอย่างไม่เว้นแม้กระทั่งร่างกายและหัวใจเหมือนที่เธอให้ผมไหม

 

แล้วหัวใจดวงนั้นที่เคยเป็นของผม... มันยังมีผมอยู่ในนั้นหรือเปล่า"

[เทียน X แพรวพลอย]

V

v

v

click





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 106 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

488 ความคิดเห็น

  1. #481 Audomporn2529 (@Audomporn2529) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 21:37
    โอยยยสงสารพาจริงๆๆนะ10ปีที่อยู่ด้วยดูแลใกล้ชิดกันมาตลอด...โดยที่ไม่ได้ครอบครองทั้งตัวและหัวใจ
    #481
    0
  2. #343 MilkyQuartz (@MilkyQuartz) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 23:31
    เฮ้อออ พายุ
    #343
    0
  3. #333 frnkp (@frnkp) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 02:21
    วงวารพายุึุุึุุ
    #333
    0
  4. #324 ML2499 (@ML2499) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 22:10
    สงสารพายุจัง
    #324
    0
  5. #321 sky pink (@sky_red) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 09:11

    สงสารพายัมากเลยอ่า....
    #321
    0
  6. #320 pcyckk (@-cheezeeck-) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 01:56
    ผ่ามมมม สงสารพายุที่แอบชอบเขาแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเป็นเพื่อนสนิท สถานะนี้มันเจ็บจริงๆนะ แต่เพื่อนยังไงก็คือเพื่อนแหละ สู้ๆนะคะไรท์เตอร์
    #320
    0
  7. #319 annjaijai (@annjaijai) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 22:56
    สงสารพายุ
    #319
    0
  8. #316 pcyckk (@-cheezeeck-) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 23:04
    ไรท์จ๋าาาจะดราม่าจริงๆอ่อออ ‘^’ ไม่อยากกินมาม่าเล้ยยยยยยย
    #316
    0
  9. #311 0642413700 (@0642413700) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 01:41

    เจิมค่ะ
    #311
    0
  10. #309 sky pink (@sky_red) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 11:41
    รอค่ะ 😍
    #309
    0