[ จบแล้ว ] ผ ม อ ย า ก ไ ด้ พี่ - Hate to love you

ตอนที่ 35 : EP.34 ก้างชิ้นใหญ่2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,219
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 92 ครั้ง
    1 มี.ค. 62

EP.34 ก้างชิ้นใหญ่2

    


[ ขนุน X น้ำเหนือ ]



               "เฮ้ย นั่นคู่กรณีมึงนี่วะ" ผมหันมองตามสายตาไอ้กัสไปก็เจอกับพี่ฟ้า ทำไมยังเจอกันอีกวะ โลกกลมขนาดนั้นเลยหรือไง

 

               "เงียบไปเลยสัส อย่าเรียกนะ"

 

               "กูว่าไม่ทันแล้วว่ะ พอหันมาเจอมึงก็เดินมาทางนี้เลย" ไอ้ทิทำปากขมุบขมิบแล้วมองไปยังคนที่กำลังเดินเข้ามา

 

               "เจอกันอีกแล้วนะขนุน" เธอเอ่ยทักผมเป็นคนแรก ผมแค่พยักหน้าให้เล็กน้อยเพราะไม่อยากทำความรู้จักกับเธอไปมากกว่านี้แล้ว บอกตรงๆว่า เข็ด

 

               "ขอนั่งด้วยคนได้ไหม พี่รอเพื่อนน่ะแต่เพื่อนยังไม่มา"

 

               "เอ่ออ ครับ นั่งข้างผมก็ได้" พอผมกับไอ้ทิไม่ตอบ ไอ้กัสเลยแก้สถานการณ์โดยเรียกเธอไปนั่งข้างๆมันแทน โดยที่ผมนั่งตรงกับเธอพอดี

 

               "ขนุนออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่" เธอพูดพร้อมกับยกขาเรียวในรองเท้าส้นสูงสีแดงขึ้นนั่งไขว่ห้างโดยมีไอ้เพื่อนเหี้ยทั้งสองคนของผมจ้องตาเป็นมัน

 

               "สักพักแล้วครับ" ผมพูดพร้อมกับยกแก้วเหล้าขึ้นจิบแล้วเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ผมพยายามไม่สนใจเธอ ปล่อยให้ไอ้พวกนั้นชวนเธอคุยตั้งแต่ที่เข้ามานั่งที่โต๊ะจนเวลาผ่านไปเกินครึ่งชั่วโมง ผมเห็นแววตาป้ารหัสของตัวเองมองมาบ่อยมาก ผมรู้สึกอยู่ตลอดแต่แค่แกล้งไม่สนใจ

 

               "กูกลับละนะ" ผมกระดกเหล้าในมือให้หมดในคราวเดียวแล้วหันไปบอกพวกมัน

 

               "รีบไปไหน พึ่งมาได้ชั่วโมงเดียวเอง" ไอ้กัสถาม

 

               "ง่วง อยากนอน"

 

               "อยากนอนหรือไปง้อเมีย" ไอ้ทิที่นั่งข้างผมพูดขึ้น

 

               "ทั้งคู่" ผมตอบแล้วเดินออกมาจากตรงนั้นทันที เหมือนพี่ฟ้ากำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่กลับไม่พูด แบบนี้ก็ดีแล้ว เพราะเรื่องเมื่อตอนเย็นส่วนนึงเธอก็เป็นต้นเหตุที่ทำให้ผมกับพี่เหนือต้องมาทะเลาะกันแบบนี้ ผมไม่รู้ว่าเธอจงใจหรือเปล่าแต่ผมไม่มีทางเข้าใกล้ผู้หญิงคนนี้อีกแน่



[น้ำเหนือ บรรยาย]

              

ฉันออกมาจากห้องหลังจากที่มั่นใจว่าขนุนออกไปแล้ว ก้มลงเก็บข้าวของที่ตกระเนระนาดอยู่ที่พื้น แล้วจัดการเก็บของเข้าตู้ พออารมณ์เริ่มสงบขึ้นก็ทำให้ฉุกคิดได้ว่าเมื่อกี้ตัวเองแสดงความงี่เง่าออกไปแค่ไหน ฉันไม่ได้รู้สึกผิดที่ไม่ยอมฟังขนุน แต่รู้สึกผิดที่ฉันด่าเด็กมันด้วยวาจาร้ายกาจ แถมยังพูดทำร้ายจิตใจอีก

 

เคยเป็นไหม เวลาที่รู้สึกกับใครมากๆ เวลาเราโกรธเรามักจะทำร้ายเขาผ่านทางคำพูดหรือการกระทำ แสดงท่าทางเหมือนว่าไม่ได้แคร์ ไม่ได้สนใจ แต่ลึกๆในใจกับตรงกันข้าม ซึ่งคำพูดพวกนั้นก็ทำร้ายฉันไม่ต่างกัน ฉันเจ็บที่ด่าขนุนไปแบบนั้นทั้งๆที่มันก็สมควรแล้ว เขาพาผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้เข้ามาที่ห้องฉัน แถมยังทำเรื่องแบบนั้นทั้งๆที่พึ่งขอฉันคบเมื่อเช้านี้ ฉันควรโกรธมันไหมล่ะ

 

ครืด

เสียงเตือนจากแอพพลิเคชั่นอะไรสักอย่างดึงขึ้น ฉันเลยหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนเคาท์เตอร์ครัวมากดดู

 

      'Message 1 Request'


มีข้อความจากคนที่ฉันไม่ได้ติดตามส่งเข้ามาใน Direct IG ซึ่งปกติฉันจะกดเข้าอ่านทุกข้อความอยู่แล้ว เผื่อว่าอาจจะเป็นคนที่ทักมาติดต่อเรื่องงาน

 

      FahSai : ฟ้าดูแลน้องชายให้พี่เองนะคะ


ข้อความแรกเป็นประโยคสั้นๆ ข้อความถัดไปเป็นรูปภาพที่ปิดซ่อนไว้ ต้องคลิกแสดงเท่านั้นมันถึงจะโชว์รูป ฉันลังเลว่าจะกดดูดีไหมแต่ใจมันก็อยากรู้จนต้องกดเปิดอ่าน

 

ภาพที่ฉันเห็นคือภาพที่ถูกส่งมาจากสถานที่ที่เรียกว่าร้านเหล้า รูปของคนที่ฉันรู้จักเป็นอย่างดีที่กล้าเข้ามาเล่นกับหัวใจฉันซ้ำๆ... ขนุน เด็กนั่นอยู่กับยัยฟ้า แล้วยัยนั่นก็ส่งรูปมาเยาะเย้ยฉัน

 

ฉันกำโทรศัพท์แน่นก่อนที่จะเดินปึงปังเข้าห้องแล้วคว้ากระเป๋าตัวเองออกมา เปิดซิบกว้างจนสุดแล้วยัดเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวลงในนั้นก่อนที่จะปิดไฟทุกดวงแล้วออกจากห้องมา

 

ฉันต้องไปหาใครซักคนที่ทำให้ฉันไม่คลั่งตาย ซึ่งคนที่ฉันคิดออกเพียงคนเดียวที่คงยังไม่นอนตอนนี้ก็คือ.... ไอ้พา           

 

...

 

                    "ไม่คิดจะถามกูหน่อยหรอว่ามาทำไม" ไอ้พามันไม่ถามฉันสักคำหลังจากที่มันเห็นฉันหอบข้าวของพะรุงพะรังนั่งแท็กซี่มาหามัน ขนาดนั่งด้วยกันมาเกือบสิบนาทีแล้วมันก็ยังไม่เอ่ยปากถาม

 

               "ไม่บอกก็รู้ว่าทะเลาะกับไอ้เด็กนั่น หอบข้าวหอบของมาซะขนาดนี้"

 

               "เออ แสนรู้" ฉันนั่งอยู่ที่โซฟาข้างมันโดยที่ขาทั้งสองข้างพาดอยู่ที่กระเป๋าตัวเองเพราะยังไม่ได้เอาไปเก็บ "แล้วไม่ถามกูหรอว่าทำไมถึงทะเลาะ"

 

               "กูไม่ได้อยากรู้เรื่องเด็กมันขนาดนั้น"

 

               "เป็นคนไม่ขี้เสือกว่างั้น?"

 

               "ก็เสือกได้ทุกเรื่องอะยกเว้นเรื่องเด็กนั่น" เออ สงสัยมันไม่ชอบขนุนจริงๆด้วยว่ะ งั้นฉันจะไม่พูดถึงแล้วกัน แค่นี้ฉันก็หงุดหงิดมากพอแล้ว

 

               "มีไรให้กูทำบ้าง เบื่อ" ฉันหันไปถามมัน

 

               "....เล่นเกมไหม หรือว่าดูหนัง" ไอ้พานั่งนึกสักพักก่อนที่จะพูดขึ้น

 

               "แดกเหล้าได้มะ"

 

               "ไม่ได้" มันโพล่งออกมาโดยไม่ต้องคิด อะไรจะตอบไวขนาดนั้นวะ

 

               "แต่กูอยาก"

 

               "จะแดกเหล้าเพราะทะเลาะกับเด็กนั่นมา? ถามจริง รู้สึกอะไรกับมัน"

 

               "เปล่า เออๆ กูไม่แดกก็ได้ ไปเอาเกมมา" ฉันตอบโดยที่เลี่ยงที่จะสบตากับมันเพราะฉันก็ไม่แน่ใจกับความรู้สึกตัวเองเหมือนกัน ที่ฉันโกรธเด็กมันจนหัวฟัดหัวเหวี่ยงขนาดนี้เป็นเพราะฉันชอบขนุนเข้าแล้วงั้นหรอ

 

               "หึ" ไอ้พามันพูดแค่นั้นแล้วมันก็ลุกไปหยิบแผ่นเกมตามที่ฉันบอกอย่างว่าง่าย

 


[พายุ บรรยาย]

 

ผมเล่นเกมกับเหนือจนเวลาล่วงเลยไปเกือบสามชั่วโมง ไม่บอกก็รู้ว่ามันมีเรื่องทุกข์ใจมันถึงนั่งเล่นเกมเป็นบ้าเป็นหลังแบบนี้ แต่มันก็แพ้ผมทุกตาเพราะใจมันไม่ได้โฟกัสที่เกมเลยสักนิด มันลอยไปไหนไม่รู้ ถ้าให้เดาก็คงจะเดาไม่ยาก

 

หลังจากที่มันแพ้ผมเกือบๆเกมที่ห้าสิบ ผมเลยบอกให้มันพักสายตาก่อนแล้วลุกไปหยิบน้ำในตู้เย็นมาให้ แต่พอกลับมายัยดื้อนี่ก็หลับฟุบกับโซฟาไปแล้ว ผมรู้ว่าเธอง่วงตั้งนานแล้วแต่ไม่ยอมนอน เหนือยังไงก็ยังเป็นเหนือ ตอนเด็กๆปากแข็งยังไงโตมาก็ปากแข็งอย่างนั้น ความดื้อนี่ก็ด้วย

 

               "เหนือ จะนอนอยู่ตรงนี้หรอ ลุกเข้าไปนอนในห้องดีๆดิวะ" ผมเขย่าแขนแต่ยัยนี่ไม่มีทีท่าว่าจะตื่น

 

               "อือ อย่ากวนกูไอ้พา" มันยังพอมีสติรับรู้ว่าตัวเองอยู่กับผมแต่ดันไม่ยอมลืมตาตื่น

 

               "ไม่ลุกกูจะปล่อยให้นอนตากยุงอยู่นี่แหละ"

 

               "..."

 

               "เหนือ...ไม่ตื่นกูผลักตกโซฟา"

 

               "อืม" ยังมีหน้ามาอืมอีก

 

               "เตือนแล้วนะ" ผมพูดแล้วยืนนิ่งมองมันอีกครั้ง แต่มันกลับนิ่งสนิทเหมือนไม่มีสติรับรู้อะไรอีกแล้ว ไปอดหลับอดนอนมาจากไหนวะ

 

สุดท้ายผมเลยตัดสินใจช้อนร่างมันขึ้นมาแล้วอุ้มเดินตรงมาที่ห้องอีกห้องนึงที่ว่าง วางร่างที่หนักพอควรเพราะแขนขายาวๆนั่นลงนอนที่เตียง ตอนหลับยัยนี่เหมือนเป็นอีกคนนึงเลย ดูเป็นผู้หญิงที่ไร้เดียงสาคนนึงที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรเลยเท่านั้น เหมือนเด็กไร้เดียงสาที่เพื่อนอย่างผมต้องคอยดูแล ต่างจากไอ้ปลาที่กร้านโลก ยัยนั่นไม่มีอะไรต้องห่วงเพราะมันเป็นผู้หญิงเข้มแข็งและไม่กลัวอะไร ต่างจากคนที่นอนอยู่นี่ ที่มักจะทำเหมือนตัวเองเข้มแข็งแต่ภายในใจมันบอบบางมากกว่าที่ใครจะรู้ แต่ผมรู้ดีที่สุดเพราะเราอยู่ด้วยกันมาเกือบทั้งชีวิต นั่นเป็นเหตุผลที่ผมเป็นห่วงมันเหมือนเป็นคนในครอบครัว เหนือเป็นมากกว่าครอบครัวของผมซะอีก มันเป็นทั้งเพื่อน ทั้งน้องสาวไปในคราวเดียวกัน ซึ่งสถานะอื่นนอกเหนือจากนั้นมันคงเป็นไปไม่ได้

 

ผมจัดการห่มผ้าให้มัน เปิดแอร์อุณหภูมิต่ำแบบที่มันชอบก่อนที่จะเดินออกจากห้องมา

 

...

 

 


[ขนุน บรรยาย]

 

ผมกดโทรหาคนที่แก่กว่าแต่ทำตัวเหมือนเด็กตั้งแต่ที่ออกจากร้านเหล้ามา แต่เธอดันปิดเครื่อง ผมเลยรอให้ถึงคอนโดก่อนแล้วค่อยเคลียกับเธอ หวังว่าเธอจะยังไม่นอน แต่ถึงนอนผมก็คงต้องปลุกเธอขึ้นมาเคลียให้รู้เรื่องเพราะผมไม่มีทางเก็บเรื่องค้างคานี้ไว้ข้ามคืนแน่

 

แต่สิ่งที่ผมคิดไว้กลับผิดเพี้ยนไปทั้งหมด ในห้องไร้เงาของร่างบางที่ผมคิดถึงมาตลอดทางที่ขับรถมา ผมเดินหาทุกซอกทุกมุมของห้องก็ไร้วี่แววของเธอ เครื่องสำอางที่อยู่บนโต๊ะแป้งเกือบทั้งหมดหายไป แสดงให้เห็นอย่างแจ่มแจ้งว่าเธอไม่ได้อยู่ในห้องนี้

 

แล้วเธอไปไหน

 

ผมกระวนกระวายใจจนทำตัวไม่ถูก กดโทรหาเธอเป็นสิบๆรอบทั้งๆที่รู้ว่าเธอปิดเครื่อง ไลน์หารัวๆทั้งๆที่รู้ว่าเธอไม่มีวันเปิดอ่าน เธอจะไปไหนได้ เพื่อนเธอก็มีแค่ไม่กี่คน หรือเธอจะไปหาพี่ปลาที่ห้อง ผมคิดไปต่างๆนานา จะกดโทรหาพี่ปลาก็ไม่กล้ารบกวนเพราะดึกมากแล้ว เรื่องแค่นี้ถึงกับต้องหนีออกจากห้องเลยหรอวะ ไม่คิดบ้างหรือไงว่าคนเขาจะเป็นห่วงที่อยู่ๆก็หายไปแบบนี้

 

ผมเดินไปหยิบเหล้านอกที่ผมเห็นอยู่ในตู้ออกมาดื่มคนเดียวอย่างเงียบๆเพื่อดับความรุ่มร้อนในใจ ได้แต่คิดเข้าข้างตัวเองว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้เธอก็กลับมา เธอแค่โกรธเลยไปหาพี่ปลา เธอต้องไม่เป็นไร อย่างน้อยเหล้าพวกนี้มันคงพอทำให้ผมหลับได้ ผมจะได้ไม่มีสติรับรู้ถึงการหายไปของเธอ 

 

อย่าให้เจอตัวนะคนใจร้าย จะทำให้ไปไหนไม่รอดเลยคอยดู

 

...



[น้ำเหนือ บรรยาย]

 

ฉันตื่นขึ้นมาอีกทีก็หกโมงแล้วเพราะไอ้พามาปลุก มันปลุกฉันขึ้นมาถามว่าวันนี้มีงานไหม ฉันถึงได้ลุกพรวดขึ้นมาเปิดโทรศัพท์ที่ปิดเครื่องเอาไว้ ป่านนี้พี่กุ้งคงโทรหาฉันสายแทบไหม้แล้ว แล้วมันก็จริง มีเบอร์ที่ไม่ได้รับอยู่สามสิบกว่าสาย พี่กุ้งห้าสาย ส่วนที่เหลือคงไม่ต้องบอกว่าเป็นเบอร์ใคร

 

ฉันรีบโทรกลับหาพี่กุ้งทันที เลยโดนบ่นมาประมาณสิบนาทีได้ สุดท้ายก็ได้ใจความว่าวันนี้ฉันไม่ต้องเข้าไปถ่ายงานที่โมเดลลิ่งตัวเอง แต่ต้องไปที่โมอื่นแทนเพราะต้องถ่ายเซตคู่กับนายแบบโมอื่น

 

ฉันแต่งตัวไม่ถึงครึ่งชั่วโมงแล้วรีบออกมาจากห้องด้วยใบหน้าสดไร้การแต่งเติม เพราะเดี๋ยวถึงที่ถ่ายงานก็โดนจับแต่งหน้าอยู่ดี

 

               "ให้ไปส่งไหม" ไอ้พาที่นั่งกินข้าวอยู่ถามฉันขึ้น

 

               "ว่างไหมล่ะ" ฉันใส่รองเท้าส้นสูงอยู่ข้างประตูอย่างทุลักทุเลพลางมองหน้ามันไปด้วย

 

               "ไม่ว่างจะถามหรอ" มันพูดแล้วยัดขนมปังเข้าปากก่อนที่จะลุกขึ้นคว้ากุญแจรถแล้วเดินมาหาฉัน "กินนี่ด้วย จะได้ไม่เป็นลมตายตอนถ่าย" พึ่งเห็นว่ามันหยิบแซนวิสทำเองมาให้ฉันด้วย ฉันรีบคว้าแล้วยัดเข้าปากทันที

 

               "ขอบใจ" ฉันพูดพลางเคี้ยวขนมปังตุ้ยๆในปาก

 

               "ค่อยๆ เดี๋ยวก็สำลักตายหรอก"

 

               "อะไรก็ตายอะไรก็ตาย แช่งกันอยู่ได้" ฉันมองมันค้อนๆระหว่างที่รอมันใส่รองเท้า

 

               "แล้วทำไมไม่กินดีๆ" มันก้าวเข้ามาหาฉันแล้วใช้นิ้วโป้งปาดลงมาที่ข้างปาก เดาว่ามายองเนสคงจะติด เดี๋ยวนะ นี่มันใช้มือข้างที่จับรองเท้าเช็ดปากให้ฉันหรอ

 

               "กูรีบ ค่อยไปเช็ดในรถ มือมึงสกปรกเอาออกไป" ฉันปัดมือมันออก

 

               "อยู่นิ่งๆ" มันจับแขนฉันไว้ก่อนที่จะใช้นิ้วเช็ดที่ปากอีกรอบ กลิ่นหอมจากสบู่กลิ่นเดียวกันกับที่ฉันอาบเมื่อกี้ลอยปะทะเข้าจมูก พึ่งสังเกตมันใกล้ๆขนาดนี้เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย แล้วกล้ามหน้าอกนี่มีตั้งแต่เมื่อไหร่วะ ไหนจะส่วนสูงที่ฉันต้องเงยหน้าขึ้นมองนี่อีก "เช็ดออกให้หมดเดี๋ยวติดปากตาย"

 

               "ห๊ะ" ฉันได้สติทันทีเพราะประโยคที่แสนจะกวนบาทาของมัน

 

               "หึ" มันพูดแค่นั้นแล้วผละออกไป อะไรของมันวะ

 

....

 

ฉันมาถึงกองถ่ายทันเวลาแบบเฉียดฉิวตามที่พี่กุ้งนัดพอดี ไอ้พามันส่งฉันแค่หน้าตึก ไม่ได้เข้ามาด้วยเหมือนทุกครั้งเพราะมันรีบไปทำงาน ฉันมุ่งหน้ามายังห้องแต่งตัวโดยถามทางจากพนักงานที่เดินสวนกัน โมเดลลิ่งแห่งนี้ใหญ่พอๆกับโมฉัน หวังว่าการถ่ายแบบวันนี้จะราบรื่นนะ แค่เรื่องเมื่อวานฉันก็ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว วันนี้ขอให้ไม่มีเรื่องอะไรเพิ่มอีกก็พอ

 

               "กว่าจะมาได้นะคะคุณน้อง" พี่กุ้งเอ่ยทักฉันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

 

               "โทษทีค่ะพี่กุ้ง พอดีเหนือตื่นสายนิดหน่อย"

 

               "น้องคนนี้ใช่ไหมคะนางแบบที่ต้องมาถ่ายคู่กับน้องเชม" ผู้หญิงที่ยืนอยู่ที่เคาท์เตอร์แต่งหน้าพูดขึ้น เดาว่าน่าจะเป็นช่างแต่งหน้าของโมนี้ ว่าแต่เชมนี่ชื่อคุ้นๆนะ เหมือนเคยได้ยินชื่อนี้ที่ไหนมาก่อน

 

               "ใช่จ้ะ ...เหนือ นี่พี่ส้มเป็นช่างแต่งหน้าของเหนือวันนี้" พี่กุ้งเอ่ยแนะนำ

 

               "สวัสดีค่ะพี่ส้ม" ฉันยกมือไหว้และยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

 

               "น้องเหนือสวยมากเลยนะคะ นี่ขนาดไม่ได้แต่งหน้ามา บางคนนี่แต่งหน้าออกมาจากบ้านมาซะหนาพี่ก็ต้องคอยลบเครื่องสำอางให้อีก ไม่รู้จะอายหน้าสดอะไรนักหนา ต้องแบบน้องเหนือนี่สิถึงจะเรียกว่าสวยจริง"

 

               "เอ่ออ เหนือไม่ได้สวยขนาดนั้นหรอกค่ะ ขอบคุณนะคะพี่ส้ม"

 

               "อย่าเถียงจ้ะ พี่ว่าพี่มองไม่ผิดนะ แล้วนี่เจอน้องเชมหรือยังจ๊ะ" พี่ส้มถามพลางยิ้มให้ฉันอย่างใจดี

 

               "ยังเลยค่ะ พี่ส้มหมายถึงนายแบบที่ต้องถ่ายคู่กับเหนือวันนี้หรอคะ"

 

               "ใช่จ้ะ หล่อสวยสมกันมาก พี่ว่าถ้าหนังสือเล่มนี้ได้ทั้งสองคนขึ้นปกต้องหมดภายในสามวันแน่ๆ" พี่ส้มพูดยอไม่หยุด นายแบบที่ว่านั่นหล่อขนาดนั้นเลยหรอ ชักอยากจะเห็นหน้าแล้วสิ

 

               "แล้วคอนเซปวันนี้คือะไรคะพี่กุ้ง" ฉันหันไปถามพี่กุ้ง เธอดูลังเลนิดนึงก่อนที่จะตอบฉัน

 

               "งานนี้เป็นงานด่วน พี่ก็พึ่งรู้คอนเซปเมื่อเช้านี้เอง อยู่ๆทางโมก็ติดต่อมาระบุชื่อนางแบบว่าต้องเป็นเหนือเท่านั้น" เอ๊ะ นี่โมอื่นก็รู้จักฉันงั้นหรอ ฉันไม่ได้มีชื่อเสียงขนาดนั้นนี่ "... คอนเซปก็คือ ชุดว่ายน้ำจ้ะ"

 

               "อะไรนะคะ" ฉันตกใจมากเพราะปกติไม่เคยถ่ายชุดว่ายน้ำมาก่อน แล้วพี่กุ้งก็ไม่เคยรับงานแบบนี้ให้ฉันด้วย

 

               "พี่อยากให้เหนือลองรับงานแบบนี้ดูสักครั้ง บางคนก็เริ่มมีชื่อเสียงจากการถ่ายภาพเซ็กซี่แบบนี้แหละ พี่เห็นว่าครั้งนี้คงเป็นโอกาสดีที่เราจะลองเปิดโอกาสให้ตัวเองดูบ้าง"

 

               "แต่พี่ส้มก็รู้นี่คะว่าเหนือไม่ชอบถ่ายอะไรแบบนี้"

 

               "มันได้โป้อะไรขนาดนั้น มาดูชุดนี่สิ" พี่กุ้งพูดแล้วเดินนำฉันมาที่โซนแขวนชุดสำหรับใส่ถ่ายแบบ ชุดสามชุดที่พี่กุ้งเลือกออกมาต่างก็เป็นชุดว่ายน้ำดีไซน์ใหม่ เป็นแบบทูพีชสองตัวและวันพีชหนึ่งตัว มันไม่ได้โป้มากเหมือนที่พี่กุ้งบอกนั่นแหละ

 

               "ถ้าแบบนี้ลองดูก็ได้ค่ะ" ทีแรกฉันนึกว่ามันจะเป็นบิกินี่ซะอีก แบบนี้คงพอถ่ายได้ แต่คนเรามันจะดังขึ้นมาเพราะชุดว่ายน้ำแค่นี้เนี่ยนะ บ้าน่า

 

               "งั้นไปแต่งหน้ากับพี่ส้มเลยจ้ะ" ฉันพยักหน้าแล้วหมุนตัวกลับมาแต่ดันชนเข้ากับคนที่เข้ามาใหม่ซะก่อน ใบหน้าฉันแนบอยู่กับกับแผงอกคนตรงหน้าเข้าเต็มๆ

 

               "อ๊ะ ขอโทษค่ะ"

 

               "ไม่เป็นไรครับ เจ็บตรงไหนไหม" ฉันเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของคนที่มีน้ำเสียงทุ้มต่ำที่กำลังช่วยพยุงฉัน

 

               "อ้าวคุณ" ฉันชี้หน้าเขาพลางนึกชื่อเขาไปด้วย

 

               "เชมครับ เราเจอกันเมื่อวาน" อา นายหน้าหล่อนี่เอง ถึงว่าล่ะชื่อคุ้นๆ อย่าบอกนะว่าเขาคือนายแบบที่ต้องถ่ายเซตชุดว่ายน้ำคู่กับฉันน่ะ

 

               "อ้อ งั้นนายแบบที่ถ่ายกับฉันก็คือ..."

 

               "ใช่ครับ ผมเอง"

 

               "อา บังเอิญจังเลยนะคะ" พึ่งเจอกันเมื่อวานแท้ๆ แต่วันนี้กลับได้ร่วมงานกันเฉย

 

               "ไม่ได้บังเอิญหรอกครับ ผมเป็นคนแนะนำคุณเอง"

 

               "คุณว่าไงนะคะ"

 

               "พอดีทางกองอยากได้นางแบบพอดีน่ะ พอเขาพูดถึงบุคลิกนางแบบผมเลยนึกถึงเหนือขึ้นมา" เหนืองั้นหรอ... พูดเหมือนเรารู้จักกันอีกแล้วแฮะ เมื่อวานก็ทีนึงแล้ว

 

               "อ้ออ งั้นก็ขอบคุณนะคะ" ฉันก้มหัวให้เขานิดนึงแล้วยิ้มให้บางๆ ดูเหมือนเขาจะอายุมากกว่าฉันนะ

 

               "อ้าว มาแล้วหรอน้องเชม เจอนางแบบของเราแล้วใช่ไหม" พี่ส้มที่พึ่งเดินเข้ามาพูดขึ้น

 

               "เจอแล้วครับ" เชมพูดพลางหันมายิ้มให้ฉัน ดูเหมือนเชมจะเป็นคนยิ้มง่ายนะ ตั้งแต่ที่เจอเขาเมื่อวานรวมถึงวันนี้เขาก็ยิ้มให้ฉันตลอดเลย

 

               "งั้นแต่งหน้ากันดีกว่าจ้ะ เดี๋ยวเชมไปแต่งตัวรอเลยนะ อีกครึ่งชั่วโมงพี่จะเอานางแบบออกไปส่งให้"

 

               "ครับ" เชมพยักหน้าให้พี่ส้มแล้วหันมายิ้มให้ฉันก่อนที่จะเดินออกไป ดูเหมือนเขาจะแต่งหน้าเซตผมเสร็จหมดเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่ฉันที่ยังไม่ได้แต่งตัวแต่งหน้าเลยซักอย่าง

 

พี่ส้มเนรมิตฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ใบหน้าถูกแต่งแต้มด้วยแนว Mermaid หรือว่านางเงือกตามแบบฉบับหนังดิสนีย์ อายชาโดว์สีฟ้าซึ่งเข้ากับคอนแทคเลนส์สีฟ้าที่ฉันใส่และดัดผมเป็นลอนคลื่น การสร้างจุดเด่นจะทำให้หนังสือน่าซื้อ แถมยังมีบริษัทผลิตชุดว่ายน้ำเป็นสปอนเซอร์อีกเลยยิ่งทำให้การถ่ายปกครั้งนี้ดูเหมือนจะเพรียบพร้อมไปหมดทุกอย่าง 

 

ชุดแรกที่ฉันใส่เป็นวันพีชซึ่งโป้น้อยกว่าสองชุดที่เหลือ ฉันออกมาโดยสวมชุดคลุมอาบน้ำไว้ด้านนอกเพื่อรอตากล้องเซตฉาก ฉันหลบมานั่งที่เต็นท์สำหรับวางข้าวของ พี่กุ้งกำลังวุ่นอยู่กับการจัดวางตำแหน่งให้ฉัน ส่วนนายแบบที่ฉันต้องเข้าฉากด้วยก็กำลังเดินมาทางนี้ เดาไม่ผิดเขาคงกำลังจะเดินเข้ามาหาฉัน เชมพันผ้าเช็ดตัวสีขาวล้วนไว้เพียงท่อนล่าง โชว์กล้ามด้านบ่นอย่างโจ่งแจ้งไร้การปกปิด เขาเป็นผู้ชายและมันคงไม่เสียหายอะไร 

 

               "หลบมานั่งทำไมตรงนี้คนเดียวครับ" เชมเอ่ยทักฉันทันทีที่ก้าวเข้ามาตรงที่ฉันนั่งอยู่

 

               "ไม่รู้จะไปรอตรงไหนน่ะค่ะ ไม่ชินที่" ฉันยิ้มแล้วตอบเขาไป

 

               "เดี๋ยวก็ชินครับ คงได้มาที่นี่อีกหลายครั้งเลยแหละ" แววตาที่เหมือนจะเจ้าชู้บวกกับน้ำเสียงนั่นทำให้ฉันรู้สึกเกร็งขึ้นมาเมื่อคิดว่าต้องถ่ายแบบในชุดว่ายน้ำกับเขา ถึงฉันจะถ่ายแบบมาเยอะก็จริง แต่ชุดว่ายน้ำผ้าแนบเนื้อแบบนี้ฉันยังไม่เคย

 

               "เราไปกันดีกว่าค่ะ ดูเหมือนเขาจะเซตฉากเสร็จแล้ว" ฉันพูดเปลี่ยนเรื่องแล้วเดินน้ำเชมออกมาทันที ไม่อยากอยู่กับเขาสองต่อสองให้ตกเป็นเป้าสายตามากนัก งานก็คืองาน ฉันไม่อยากรู้จักกับนายแบบเป็นการส่วนตัว

 

การถ่ายแบบชุดแรกผ่านไปได้ด้วยดีเพราะถูกเซตตำแหน่งให้นั่งใกล้กันโดยที่ไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวของอีกฝ่าย มันออกแนวน่ารักเหมือนคู่รักที่นั่งเล่นริมขอบสระด้วยกันซะมากกว่า เชมทำงานเป็นมืออาชีพดีมากแทบไม่ทำให้การถ่ายแบบในวันนี้ติดขัดเลยแม้แต่น้อย

 

หลังจากเปลี่ยนชุดที่สองออกมา ฉันก็เดินเข้าฉากเลยโดยที่ไม่ได้สวมชุดคลุมเหมือนครั้งแรกเพราะเริ่มชินกับตากล้องและนายแบบแล้ว พี่กุ้งคอยยืนดูแลฉันอยู่ข้างๆ ฉันเลยไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่นัก

 

               "เซตนี้ขอนายแบบยืนซ้อนหลังนางแบบด้วยนะครับ" ตากล้องตะโกนขึ้นมาฉันเลยขยับตัวเล็กน้อยเพื่อให้เชมเข้ามาด้านหลังฉัน

 

               "โทษนะ" เชมพูดขึ้นก่อนที่จะเข้ามาประชิดตัวฉัน มือเขาค่อยๆเอื้อมมาวางอยู่ที่เอวทั้งสองข้างของฉันซึ่งไร้การปกปิดใดๆ ฉันผละตัวออกเล็กน้อยตอนที่เชมก้มลงมาจนลมหายใจเป่ารถที่ข้างหูฉัน จำเป็นต้องใกล้ขนาดนั้นเลยหรอ

 

               "แบบนั้นดีแล้วครับ นางแบบขยับเข้าใกล้นายแบบเหมือนเมื่อกี้อีกครั้งนะครับ" สุดท้ายฉันเลยต้องยอมทำตามที่ตากล้องบอกโดยมีพี่กุ้งพยักหน้าให้ เชมกระชับแขนเข้ามากอดรอบเอวฉันไว้กลายๆ ตาเราทั้งคู่มองไปที่กล้องโดยที่เชมก้มใบหน้าลงมาแนบเข้ากับใบหน้าฉัน

 

               "นางแบบอย่าเกร็งครับ..เขยิบเข้าใกล้กันอีกนิดครับ...นายแบบช่วยบิวต์นางแบบหน่อยครับ หรือจะพักกองก่อน" ตากล้องดูท่าทางจะหัวเสียขึ้นมาเล็กน้อยเพราะถ่ายยังไงฉันก็ยังวางตัวไม่ถูก เลยทำให้เชมต้องเดือดร้อนไปด้วย

 

               "พักก่อนไหม ไหวรึเปล่า" เชมผละออกจากฉันแล้วพูดขึ้น

 

               "ไหวค่ะ ขอโทษนะคะ ทำคุณช้าไปด้วยเลย"

 

               "ไม่เป็นไร เหนือไม่เคยถ่ายชุดว่ายน้ำใช่ไหมล่ะก็เลยเกร็งแบบนี้"

 

               "อื้ม"

 

               "พยายามรีแลกซ์นะ มานี่มา ผมช่วยเอง" พูดจบเชมก็ดึงฉันเข้าไปแนบตัวเขาโดยที่เราหันหน้าเข้าหากัน ฉันเบิกตาโพลงพร้อมกับเสียงชัตเตอร์ที่ดังขึ้น

 

               "แบบนั้นแหละครับ ดี ดีมากเลย" เสียงตากล้องเอ่ยชมทั้งๆที่มันเป็นสถานการณ์ที่ไม่ได้ตั้งใจ พอฉันตั้งตัวได้เลยค่อยๆดันแผงออกเชมออกก่อนที่จะมองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก

 

               "ค้างไว้แบบนั้นแหละครับนางแบบ ขออีกรูปนะครับ" กลายเป็นว่าตากล้องชอบท่าที่ฉันดันตัวเชมออกเนี่ยนะ บ้าไปแล้ว

 

               "พักก่อนครับ เหลือแค่ชุดสุดท้ายแล้ว" พอเสียงสวรรค์ดังขึ้น ฉันก็รีบผละออกจากเชมทันที แวบนึงฉันเหมือนเห็นใบหน้าที่แอบเสียดายแสดงออกมาจากแววตาเชม ฉันถ่ายแบบมานักต่อนัก ดูนายแบบออก แต่ไม่สามารถดูผู้ชายคนนี้ออกเลยว่าเขาต้องการอะไรกันแน่ หรือว่าฉันนี่แหละที่คิดมากไป

 

ฉันหลบออกมานั่งที่ห้องแต่งตัวหญิง อีกสิบนาทีกว่าจะถ่ายอีกเซต มือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นฆ่าเวลา ตั้งแต่เมื่อวานฉันยังไม่ได้แตะโทรศัพท์เลย จะมีก็แต่เมื่อเช้าที่โทรหาพี่กุ้ง

 

วันนี้ยังไม่มีสายโทรเข้าจากคนที่กระหน่ำโทรหาฉันตั้งแต่เมื่อคืน ขนุนคงกลับมาห้องแล้วเห็นว่าฉันหายไปก็เลยโทรหาฉัน หึ ทีตอนทำผิดล่ะไม่คิด ฉันกดเข้าไลน์แล้วเมินแชทอื่นๆก่อนที่จะกดเข้ามาตอบแชทล่าสุดที่พึ่งเด้งเข้ามา

 

      Pla Dao: มีไรจะเล่าไหม?

 

      Namnuea: เรื่อง?

 

      Pla Dao: เมื่อคืนไปนอนไหน

 

      Namnuea: มึงรู้ได้ไง

  

      Pla Dao: กูรู้แล้วกัน ตอบคำถามกูมาก่อน

 

      Namnuea: ห้องไอ้พา

 

      Pla Dao: กูว่าละ แล้วทะเลาะอะไรกับน้องมัน

 

      Namnuea: มันบอกก็ถามมันเองดิว่าทำเรื่องอะไรไว้

 

      Pla Dao: ถ้ากูรู้กูจะมาถามมึงหรอ ตอบกูมา

 

      Namnuea: ก็แค่ เรื่องไม่เป็นเรื่อง

 

      Pla Dao: เรื่อง?

 

      Namnuea: ช่างมันๆ กูจะไปทำงานแล้ว

 

      Pla Dao: เดี๋ยวก่อน กูมีไรจะบอก

 

      Namnuea: ??

 

      Pla Dao: เมื่อวานน้องฝากกูบอกมึงว่าจะกลับกับกะทิแล้วกูลืม

 

      Namnuea: หึ กะทิงั้นหรอ ตอแหลชัดๆ

 

      Pla Dao: ??

 

      Namnuea: กูไม่ได้ว่ามึง กูว่าเด็กมัน มันไม่ได้กลับกับไอ้ทิแต่มีผู้หญิงมาส่งถึงห้อง

 

      Pla Dao: จริง?

 

      Namnuea: คาตากูเลย

  

      Pla Dao: อ้ออ ที่มึงโกรธเพราะเจอน้องมันอยู่กับผู้หญิง?

 

      Namnuea: กูไม่ได้โกรธที่มันอยู่กับผู้หญิง กูโกรธเพราะมันมาทำเรื่องบัดสีที่ห้องกู

 

      Pla Dao: แน่ใจ?

 

      Namnuea: เออ

 

      Pla Dao: อาจจะไม่เป็นแบบที่มึงคิดก็ได้ ลองเคลียกันดู น้องมันดูกระวนกระวายมากตอนที่โทรมาถามหามึงเมื่อเช้านี้

 

      Namnuea: กูไม่เคลียไรทั้งนั้นแหละ ไม่มีไรต้องเคลีย

 

      Pla Dao: เคลียไม่เคลียไม่รู้ แต่กูบอกที่อยู่โมที่มึงไปให้น้องมันแล้ว

 

      Namnuea: อิปลา!!!

 

      Pla Dao: โชคดี อย่าใช้อารมณ์ตัดสินปัญหา กูว่าน้องมันแคร์มึงมากว่ะ คนแบบนี้รักษาเอาไว้ดีๆ มีอะไรก็ค่อยๆคุยกัน

 

      Namnuea: มึงแม่ง

 

จบการสนทนา


 

ฉันลุกจากโซฟาแล้วคว้าชุดว่ายน้ำชุดสุดท้ายเข้าไปให้ห้องแต่งตัวอย่างหัวเสีย ฉันยังไม่อยากเจอหน้าขนุนมันตอนนี้ ไม่รู้ว่ามันจะโผล่มาที่นี่ไหม คำพูดของไอ้ปลาทำให้ฉันระแวงว่าขนุนมันจะโผล่มากลางกองถ่ายจริงๆ พี่กุ้งคงเป็นคนบอกไอ้ปลาเรื่องสถานที่ถ่ายทำวันนี้แน่ๆ

 

หลังจากที่เปลี่ยนชุดเสร็จฉันก็รีบออกมาเพราะจะได้รีบถ่ายรีบกลับ ดีที่ทุกอย่างถูกเซตเอาไว้เกือบหมดแล้ว แต่เหมือนจะมีบางอย่างที่ยังไม่พร้อม เพราะดูจากสีหน้าตากล้องแล้วเหมือนกำลังอารมณ์เสียอยู่

 

               "มีอะไรหรอคะ" ฉันถามขึ้นเมื่อเห็นทุกคนยืนนิ่งไม่ถ่ายซักที

 

               "คนถือไฟไม่รู้หายไปไหน รอแปปนะครับ" ตากล้องตอบ

 

               "พี่โม่ครับๆ ไอ้น็อตมันท้องเสียถือไม่ได้แล้วครับ คงต้องให้คนอื่นถือแทน" พนักงานของกองถ่ายคนนึงวิ่งเข้ามาบอกพี่ตากล้อง

 

               "อ้าว คนไม่พอซะด้วย แล้วงี้ใครจะถือให้ล่ะเนี่ย" ตากล้องกวาดตามองไปรอบๆก็ไม่มีใครที่อยู่แถวนี้ว่างเลยสักคน ทุกคนต่างก็มีหน้าที่เป็นของตัวเอง

 

               "ให้ช่วยไหมครับ" อยู่ๆเสียงคุ้นหูก็ดังมาจากด้านหลัง ฉันหันไปตามต้นเสียงก็ต้องเบิกตาโพลง

 

ขนุน

เด็กนั่นมาจริงๆด้วย


..............


น้องมันตามมาง้อหรือมาเฝ้าก็ไม่รู้ อุอุ ตอนหลังๆจะเริ่มคุกกรุ่นแล้วจ้าาา อิอิ


Next : 


"มาหาเหนือ"

By Khanoon


เดี๋ยวๆ ทำไมเรียกพี่เขาเหมือนรุ่นเดียวกันเลยล่ะลู้กกกก


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 92 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

488 ความคิดเห็น

  1. #204 nnnnnn7777 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 21:36
    หลัวมา!!!
    #204
    0
  2. #116 Boatfourth (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 14:29
    อัพเร็วนะค่ะสนุกมาก
    #116
    0
  3. #115 annjaijai (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 06:35
    คนถือไฟใหม่จะได้ถ่ายไหม
    #115
    0
  4. #114 0928312215 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 02:00
    เด็กมาง้อออ
    #114
    0
  5. #113 comtoontrans (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 00:15
    อูยยยหนุนจ๋าาาา มาง้อพี่เค้าหรือ

    ง้อไม่ทันจัดป้าเเนะนำลากไปกดที่ห้องนะ

    ระวังหมาด้วยจ้องงาบอิพี่ยุ55555
    #113
    0
  6. #112 -cheezeeck- (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 23:53

    น้องหนุนนนนนนนนนนนน มาแล้วจ้าาาา ง้ออิพี่ให้ได้นะ แต่ดูท่าจะโกรธมากๆเลยน้าาา ไรท์สู้ๆนะคะ
    #112
    0
  7. #111 comtoontrans (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 22:45
    อยากตบอีฟ้า ขอสักทีดิ๊สิสลัด แม่งขึ้นเลย
    ขนุนลูก ไปตามพี่เหนือนะ

    ลากกลับมาเเล้วกดให้ยับนะหนูเชื่อป้า

    พายุนายมาๆๆเดะเราให้ซบอกปล่อยเหนือไปให้เด็กกินนเถอะ55555
    #111
    0
  8. #110 -cheezeeck- (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 22:37

    พาดีมากกกก ฟ้าแบบนังบ้าาาาาา โมโหอินังฟ้า น่ามคานนน เขาไม่ชอบนังจามายุ่งอีกกก
    #110
    0
  9. #109 napapha2006 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 22:34
    อ้ากกกกกก อยากมีเพื่อนแบบพาาาายุ!!!!!!!!! (งานดี5555)
    #109
    0