[ จบแล้ว ] ผ ม อ ย า ก ไ ด้ พี่ - Hate to love you

ตอนที่ 30 : EP.29 ชิมที่ปากอร่อยกว่าเยอะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,575
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 87 ครั้ง
    1 มี.ค. 62

EP.29 ชิมที่ปากอร่อยกว่าเยอะ

    


[ ขนุน X น้ำเหนือ ]




               "ทีนี้จะมองหน้าได้ยัง" ดวงตายาวรีมองฉันนิ่งพร้อมกับฉันที่หยุดชะงักไปจนเกือบลืมหายใจ จะกลืนไอ้ที่เป็นเส้นๆลงคอยังทำไม่ได้เลย

 

               "อือ" ฉันพึมพำอยู่ในคอ พยักหน้าให้ขนุนหนึ่งทีแทนคำตอบ ไอ้เด็กบ้านี่ทำบ้าอะไรเนี่ย ฉันจะคายเส้นทิ้งมันก็จะดูน่าเกลียดไปหน่อยไหม

 

               "อร่อยหรอ" แววตาซนปนขำมองฉันอย่างเดาความคิดไม่ออก ฉันไม่เคยตามเกมเด็กมันทันเลยแม้แต่ครั้งเดียว ให้ตายเถอะ

 

               "..." ฉันพยักหน้าอีกครั้ง

 

               "งั้นขอกินด้วยนะ" ขนุนพูด

 

ฉันยังไม่ทันได้พยักหน้า ใบหน้าใสก็ก้มลงมางับที่ส้อมของตัวเองจนเส้นทั้งหมดเข้าไปอยู่ในปาก แล้วเส้นสปาเก็ตตี้เส้นนั้นที่เชื่อมติดกันอยู่ล่ะจะทำยังไง

 

พรืด

 

ไม่ทันได้คิดหาคำตอบด้วยซ้ำ ขนุนก็ก้มลงมาดูดเส้นเข้าปากตัวเองแถมใบหน้ามันยังอยู่ห่างจากฉันแค่ไม่กี่เซ็นเท่านั้น ฉันเบิกตาโพลงทันทีเพราะริมฝีปากเราอยู่ใกล้กันมาก ปากเรากำลังอมเส้นสปาเก็ตตี้เส้นเดียวกันโดยที่ไม่มีใครกัดเส้นนั้นให้ขาดเลยทั้งคู่

 

ตึก ตึก

 

งับ

 

แล้วขนุนก็ทำสิ่งที่ฉันคาดไม่ถึงโดยการก้มลงมางับเส้นสปาเก็ตตี้ส่วนที่อยู่ติดกับปากฉันให้ขาดออกจากกัน มันเป็นไปไม่ได้ที่ปากเราจะไม่สัมผัสกัน ฉันรู้เลยทันทีว่าขนุนมันจงใจ

 

               "แค่ก อึก" ฉันรีบหันหน้าหนีไปอีกทางแล้วเคี้ยวเส้นในปากให้หมดภายในเวลาไม่กี่วินาที ก่อนที่จะยกน้ำขึ้นดื่มตามเข้าไปเพราะเกือบสำลัก วันนี้ฉันจะตายเพราะสำลักไอ้เส้นบ้านี่ไหมเนี่ย เมื่อกี้ก็ทีนึงแล้ว

 

               "อร่อยจริงด้วย" คนหน้ามึนที่ตอนนี้เคี้ยวเส้นอย่างสบายใจมองหน้าฉันขำๆเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ใบหน้าฉันนี่ร้อนลามไปถึงหูแล้ว

 

               "ไอ้เด็กบ้า ใครบอกให้ทำแบบนั้น" พอถึงจังหวะที่ฉันพูดได้ฉันก็ตะโกนออกมาอย่างเหลืออด อายก็อาย เส้นก็จะติดคอตาย ยังจะมีหน้ามาเล่นอีก

 

               "ผมทำอะไรครับ เส้นมันบังเอิญเชื่อมติดกันต่างหาก เหมือนเราสองคนไง"

 

               "เราสองคนเกี่ยวอะไร"

 

               "เราสองคนเชื่อมติดกันมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เหมือนเป็นเส้นเดียวกันที่ไม่สามารถแยกมันออกจากกันได้" แววตาซุกซนก้มลงมาใกล้ฉันหลังจากที่พูดจบ ฉันเหมือนถูกสายตาเจ้าเล่ห์นั่นดึงดูดให้ติดกับดักจนไม่อาจละสายตาออกไปจากหน้าขนุนทั้งๆที่คำพูดมันแสนจะเชยและชวนให้งง

 

               "พะ พูดอะไร" ฉันพูดออกมาอย่างติดขัดเพราะใบหน้าขนุนอยู่ใกล้ฉันมาก แต่ไม่ได้ใกล้เหมือนครั้งก่อน

 

               "อย่าพึ่งขยับปากครับ ซอสมันติด"

 

แผลบ

 

               "..." 

 

               "..."

 

               "..." ค้างไปแล้ว ฉันช็อกไปแล้ว บอกฉันทีว่าฉันยังไม่ตาย ... ไอ้เด็กนั่นมันตวัดลิ้นเลียที่ริมฝีปากฉัน ฉันนึกว่ามันจะใช้มือเช็ดซอสให้ฉันซะอีกแต่กลับทำแบบนี้

 

               "ยังมีเลอะอยู่อีกนิดนึงแฮะ" สติฉันเตลิดเปิดเปิงจนไม่สามารถรับรู้ได้อีกว่าขนุนพูดอะไร ร่างกายเหมือนลอยเคว้งเพราะกำลังช็อกเรื่องเมื่อกี้อยู่

 

งับ

 

               "อื้อ" ฉันเบิกตาโพลงได้สติขึ้นมาอีกครั้ง เพราะขนุนก้มลงมาใช้ริมฝีปากเม้มเข้าที่ริมฝีปากล่างของฉันหมือนจะชิมรสชาติที่ติดอยู่ตามที่มันบอกแล้วผละออกไปดื้อๆ มันเร็วซะจนฉันตั้งตัวไม่ทัน ฉันได้แต่ทำหน้าเหวอๆจ้องหน้าเด็กมันกลับไป

 

               "ค้างไปเลยหรอครับ ฮัลโหล พี่เหนืออยู่ไหม" ขนุนโบกมือไปมาผ่านหน้าฉัน ฉันกระพริบตาสองสามทีก่อนที่จะ

 

ป๊าบ

 

               "โอ๊ย ตีผมทำไมเนี่ย" ขนุนลูบแขนตัวเองปอยๆเพราะฉันฟาดมือลงไปที่ไหล่มันอย่างแรง

 

               "ทำบ้าอะไรของนาย" ฉันโมโหจนทำอะไรไม่ถูก หรือว่าฉันกำลังเขินเด็กนี่อยู่กันแน่วะเนี่ย

 

               "ชิมไงครับ อยากรู้ว่าซอสมันอร่อยหรือเปล่า"

 

               "แล้วทำไมไม่กินในจาน มากินที่ปะ...ปาก ทำไม" ฉันพูดตะกุกตะกักในตอนท้าย กำลังจะด่าอยู่แล้วเชียวทำไมเป็นแบบนี้ไปได้

 

               "พึ่งรู้นะครับว่ากินที่ปากพี่มันอร่อยกว่าในจานตั้งเยอะ"

 

               "ขนุน!"

 

               "คราวหน้าก็ให้ไอ้พี่พายุมาทำให้กินที่ห้องอีกสิครับ ผมจะได้ชิมจากปากพี่บ่อยๆ"

 

               "ไอ้..."

 

               "ไอ้อะไรครับ"

 

               "ไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม" ฉันคิดคำด่าไม่ออกเลยพูดออกไปแบบนั้น

 

               "สิ้นไม่สิ้นพี่ก็ชิมมันแล้วนี่ครับ หรือว่ายังไม่รู้รสชาติก็ชิมใหม่ได้นะ" มันพูดพร้อมทั้งยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ฉันเผลอมองริมฝีปากสีชมพูนั่นอีกครั้งก่อนที่จะดันตัวขนุนออกห่างด้วยมืออันสั่นเทา

 

               "ทะลึ่ง"

 

               "กับพี่แค่คนเดียว"

 

               "หะ ห๊ะ"

 

               "ผมเป็นแบบนี้กับพี่แค่คนเดียว" ขนุนมองหน้าฉันด้วยแววตาที่ไม่ได้เสแสร้งเลยแม้แต่น้อย ดูก็รู้ว่าเด็กนี่พูดความจริง

 

               "แล้วไง ใครสน" ฉันเขยิบตัวมานั่งท่าตรงแล้วหันไปทางอื่นเพราะไม่อาจทนสบตากับเด็กมันได้นาน ในใจมันเต้นตึกตักและรุ่มร้อนไปหมด

 

               "เจ็บมากไหมแผลตรงนั้นน่ะ" อยู่ๆขนุนมันก็เปลี่ยนเรื่องพูด

 

               "ไม่เท่าไหร่หรอก แสบเฉยๆ" ฉันตอบพลางนั่งก้มหน้าจับเล็บตัวเองเล่นเพราะทำตัวไม่ถูก

 

               "ไอ้โจรบ้านั่นมันทำร้ายพี่หรอ"

 

               "เปล่า เขาไม่ได้ทำ พี่ล้มเอง" ไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงตัดสินใจพูดออกไปแบบนั้น คงเพราะไม่อยากให้ขนุนพาลไปโกรธผู้ชายคนนั้นมั้ง เพราะเขาไม่เหมือนเรา เขาน่าสงสาร

 

               "ให้แจ้งจับมันส่งตำรวจไหม"

 

               "ไม่ต้อง เขาน่าสงสาร เขาคงไม่ได้ตั้งใจ เขาไม่ได้เอาอะไรพี่ไป" ฉันรีบปฎิเสธ

 

               "แล้วโทรศัพท์? ทำไมก่อนเข้ามาโทรไม่ติด"

 

               "โทรศัพท์ยังอยู่ แต่พัง"

 

               "เดี๋ยวพรุ่งนี้พาไปซื้อใหม่"

 

               "ไม่ต้อง เดี๋ยวซื้อเอง"

 

               "รวยนักก็ตามใจ" ยังจะมาแขวะกันอีก "...ขอดูมือหน่อย"

 

               "ห๊ะ"

 

               "มือพี่นั่นแหละ" ฉันยังไม่เก็ทว่าขนุนมันพูดอะไร อยู่ๆมันก็จับมือข้างขวาของฉันขึ้นไปดู "ทำไมเล็บเป็นแบบนี้" ขนุนถามขึ้นแล้วเงยหน้ามองฉัน ขนาดฉันยังลืมไปเลยว่าตัวเองจิกเล็บเข้ากับพื้นถนนจนมันทั้งฉีกทั้งเป็นรอยเกือบจะหมดทุกนิ้ว แต่ขนุนกลับสังเกตมัน

 

               "ช่างมันเถอะ เดี๋ยวค่อยตัด" ฉันพยายามหดมือตัวเองกลับแต่ขนุนจับมันไว้ไม่ยอมปล่อย แถมยังจับมืออีกข้างขึ้นไปดูอีก ขนุนจับมือฉันเบาๆอย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่ามันจะแตกหัก

 

               "ผมไม่ชอบให้พี่เจ็บตัว" ขนุนพูดพลางพลิกมือฉันไปมาอย่างสำรวจ แถมยังทำท่าทางเป็นห่วงเป็นใยฉันจนฉันสัมผัสได้ ฉันเผลอมองใบหน้าเนียนของขนุนที่อยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อม เด็กคนนี้ทั้งอบอุ่น อ่อนโยน วันนึงถ้าขนุนมันเจอคนที่เหมาะสมกันและรักมันขึ้นมาเมื่อไหร่ มันคงรักผู้หญิงคนนั้นมาก

 

               "ปล่อยได้แล้ว"

 

               "ไปนั่งที่โซฟารอนะ เดี๋ยวผมเก็บจานแล้วจะมาดูเล็บให้"

 

               "ไม่ต้องก็ได้ เดี๋ยวทำเอง"

 

               "อย่าดื้อครับ หรือว่ายังอยากกินสปาเก็ตตี้อยู่จะได้กินด้วย"

 

               "ไม่กินแล้ว ไอ่บ้า" คราวนี้ฉันดึงมือตัวเองออกมาได้สำเร็จ

 

               "หึ งั้นก็ไปนั่งครับ" ไม่ทันไรก็หันมาออกคำสั่งกับฉันอีกแล้ว ความอ่อนโยนเมื่อกี้หายไปไหนหมด ฉันไม่น่าเผลอคล้อยตามเลย



...



หลังจากที่ขนุนมันบอกว่าจะไปล้างจาน ฉันก็เดินคอตกมานั่งที่โซฟาตามที่มันบอกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผ่านไปสิบกว่านาทีแล้วก็ยังไม่ออกมาอีก ล้างจานอะไรนานขนาดนั้นก็ไม่รู้

 

ฉันหยิบแผ่นดีวีดีซีรี่ส์เรื่องโปรดใส่เข้าไปในเครื่องในขณะที่รอ มันเป็นเรื่องของความรักสไตล์หวานแหววปนดราม่านิดๆแต่ตอนจบแฮปปี้  เรื่องนี้นางเอกแกกว่าพระเอกตั้งหกปี แต่พระเอกตกหลุมรักนางเอกตั้งแต่ที่ยังเป็นวัยรุ่น ฉันดูสองสามรอบแล้วแต่ก็ยังไม่เบื่อ

 

               "รอนานไหม" ขนุนเดินออกมาจากห้องครัวโดยที่ถือชามสีใสใส่น้ำออกมาด้วย

 

               "เอาชามมาทำไร" ฉันถามขึ้นหลังจากที่ขนุนเอาชามวางลงบนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว

 

               "เอามาให้พี่ล้างมือ เมื่อกี้ยังไม่ได้ล้างไม่ใช่หรอ"

 

               "นี่ ฉันมีมือมีเท้านะ เดินไปล้างเองได้ ไม่เห็นต้องทำถึงขนาดนี้เลย"

 

               "ก็เห็นว่าดูทีวีอยู่เลยเอามาให้ไง รีบๆล้างไปเถอะครับ อะ นี่ผ้า" พูดจบขนุนก็ดึงผ้าผืนเล็กออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วยื่นให้ฉัน ทำไมวันนี้ถึงเอาใจฉันแปลกๆก็ไม่รู้ทั้งๆที่เมื่อกี้ตอนเข้าห้องมายังชักสีหน้าใส่ฉันอยู่เลย

 

               "กินยาลืมเขย่าขวดหรือไง"

 

               "พี่หมายถึงอะไร" ขนุนทำหน้างงแล้วเดินมานั่งข้างฉันที่โซฟาตัวเดียวกัน

 

               "ก็วันนี้นายดูแลฉันดีแปลกๆ"

 

               "ผมก็ดูแลพี่แบบนี้มาตลอดไม่ใช่หรอ พี่แค่ไม่เคยสังเกตผมก็เท่านั้น" ขนุนพูดขึ้นลอยๆโดยที่ไม่มองหน้าฉันแล้วเอื้อมมือไปหยิบตะกร้าใบเล็กที่ใส่อุปกรณ์ทำเล็บออกมา ปกติฉันวางมันไว้ที่โต๊ะข้างโซฟาเพราะจะได้หยิบออกมาใช้งานง่าย "ส่งมือมาครับ" ขนุนพูดขึ้นเมื่อเห็นฉันนั่งนิ่ง อย่าบอกนะว่าที่หยิบออกมาคือจะเอามาทำเล็บให้ฉัน 

 

               "จะทำอะไร?" ฉันถามพลางดึงมือตัวเองไปซ่อนด้านหลัง

 

               "ก็ทำเล็บไงครับ ไม่เห็นหรอว่ามันฉีกหมดแล้ว"

 

               "เดี๋ยวทำเอง ไม่ต้อง" ทำไมมันชอบมายุ่งกับเล็บฉันนักนะ คราวก่อนก็ทาเล็บให้ทีนึงแล้ว

 

               "แต่อยากทำให้ ... ไม่ได้หรอ"

 

               "อย่ามาทำหน้าแบบนั้นนะ เป็นแมวหรือไง" ฉันโพล่งออกไปเมื่อเห็นว่าขนุนทำหน้าหงอยๆเหมือนแมวแบบนั้น

 

               "เกี่ยวไรกับแมวอะ"

 

               "ก็แมวไง" ฉันพูดพลางเอนตัวหนีเพราะขนุนชะโงกหน้าเข้ามาถามฉันใกล้มาก

 

               "แมวมันทำไมครับ ขี้อ้อนน่ะหรอ" ขนุนอมยิ้มแล้วจ้องหน้าฉัน ทำไมต้องทำตาเป็นประกายขนาดนั้นด้วยก็ไม่รู้

 

               "ไม่รู้ ไม่คุยเรื่องนี้แล้ว" ฉันพูดพลางหันหน้าหนีไปดูทีวีแทน

 

               "ล้างมือเลยครับ" มันเหมือนเป็นประโยคบอกเล่าธรรมดา แต่น้ำเสียงเหมือนกำลังสั่งฉันอยู่กลายๆ ฉันค่อยๆหันไปมองหน้าขนุนช้าๆ ก็พบกับสายตาที่ไม่ได้ล้อเล่นอีกต่อไปแล้ว

 

               "อย่ามาบังคับนะ ไม่ชอบ"

 

               "ก็ไม่ได้ชอบบังคับใครเหมือนกันครับ แต่พี่มันดื้อ" พูดจบขนุนก็ดึงมือฉันไปจุ่มน้ำทันที ไม่ใช่ไม่ขัดขืนนะ แต่ฉันสู้แรงเด็กมันไม่ได้เลยสักนิด สุดท้ายฉันเลยต้องจุ่มมืออีกข้างตามลงไปล้างอย่างจำยอม "อยู่นิ่งๆไปเลยถ้าไม่อยากทะเลาะกันอีก" ฉันนั่งเงียบเกร็งแขนตัวเองแน่นเท่าที่จะทำได้ แต่ก็สู้แรงแขนของขนุนที่ดึงมือฉันไปซับกับผ้าแห้งที่ตักมันไม่ได้อยู่ดี

 

               "เห้อ จะทำอะไรก็ตามใจ ขี้เกียจทะเลาะด้วยแล้ว" ฉันยกธงขาวยอมแพ้แล้วปล่อยแขนตัวเองตามสบาย ขนุนยิ้มอย่างพอใจก่อนที่จะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ไอ้เด็กบ้า มาจับมือกันแบบนี้ฉันก็ต้องรู้สึกแปลกๆไหมวะ ไม่ใช่พระอิฐพระปูนจะได้ไม่รู้สึกอะไร

 

ฉันเลี่ยงการมองหน้าขนุนด้วยการหันไปดูซีรี่ส์อีกรอบ เป็นตอนที่พระเอกกับนางเอกกลับมาเจอกันในรอบหลายปีแต่นางเอกกลับวิ่งหนีซะงั้น สงสารพระเอกจัง 

 

               "พี่ก็ดูเรื่องนี้หรอ"

 

               "อื้ม นายรู้จักเรื่องนี้ด้วยหรอ" ฉันหันไปถาม

 

               "รู้สิ เหมือนเราเลย"

 

               "ห๊ะ ยังไง"

 

               "ก็เหมือนเราไงครับ ผมเด็กกว่าพี่ แต่ก็แค่สามสี่ปี" ขนุนพูดแล้ววางผ้าไว้ที่โต๊ะ หยิบตะไบเล็บขึ้นมาปัดเล็บให้ฉันต่ออย่างเบามือ ชาติที่แล้วเป็นช่างทำเล็บหรือไงกัน

 

               "ไม่เหมือนซะหน่อย" ฉันเบะปากแล้วหันไปมองทีวีต่อ จะว่าไปเรื่องนี้มันก็คลับคล้ายคลับคลาเหมือนที่ขนุนมันว่าเหมือนกันนะ แต่เดี๋ยว... งั้นมันก็แปลว่าฉันเหมือนนางเอกในเรื่อง ส่วนขุนเป็นพระเอกงี้หรอ "นี่ เมื่อกี้หมายความว่าไง"

 

               "หมายความว่าไงอะไรครับ"

 

               "ก็ที่บอกว่าพระเอกนางเอกเรื่องนี้เหมือนฉันกับนายน่ะ" ฉันหันไปเผชิญหน้ากับขนุน

 

               "ก็นางเอกชอบหาว่าพระเอกเป็นเด็กแล้วก็ไม่เปิดใจให้ไงครับ ทั้งๆที่พระเอกก็มีวุฒิภาวะและเป็นผู้ใหญ่พอๆกับนางเอก นางเอกแค่ใจดำ ไม่ยอมเปิดใจเท่านั้นเอง" ขนุนเล่าออกมาเป็นฉากๆ แต่ทำไมฉันรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังถูกว่าอยู่อ้อมๆนะ

 

               "แต่สุดท้ายเรื่องก็จบแฮปปี้ดีนี่ มาว่าให้นางเอกฉันทำไม" อยู่ๆฉันก็รู้สึกโกรธมันขึ้นมาเหมือนโดนจี้จุดยังไงไม่รู้

 

               "ผมถามอะไรหน่อยสิครับ"

 

               "ไร" ฉันตอบเสียงห้วน

 

               "มันจำเป็นหรอที่ต้องคบคนวัยเดียวกันหรือว่าผู้ชายต้องอายุมากกว่าผู้หญิง มันไม่ได้สำคัญที่ความรู้สึกหรอครับ ผู้หญิงเขาใช้อะไรเป็นตัววัดกัน"

 

               "..." ฉันเงียบและอึ้งแดก ไม่รู้จะตอบคำถามนี้ยังไง เพราะเหมือนกับว่ามันกำลังจะเกิดขึ้นกับตัวฉันเอง ซึ่งไม่ใช่ใครที่เป็นต้นเหตุ เด็กที่นั่งอยู่ข้างฉันนี่ไง ฉันไม่ได้โง่จนดูไม่ออก แต่แค่พยายามทำมึนเหมือนไม่รู้เรื่องราวอะไรต่างหาก โดยเฉพาะช่วงหลังๆมานี้ฉันถึงเริ่มแน่ใจความรู้สึกของขนุนมันจริงๆเพราะมันแสดงความรู้สึกออกมาอย่างชัดเจนเสมอเวลาที่อยู่กับฉัน

 

               "ทำไมไม่ตอบล่ะครับ" สายตาฉันกลับมาโฟกัสที่ใบหน้าใสอีกครั้งหลังจากที่สติหลุดเลยเผลอมองไปทางอื่น ขนุนหยุดปัดเล็บแล้วมองหน้าฉันเพียงอย่างเดียว

 

               "ฉันไม่รู้ เลิกถามเรื่องไร้สาระซะที" และฉันก็เลือกใช้วิธีเลี่ยงที่จะตอบคำถามของขนุนอีกครั้งโดยการหันไปมองทีวี แต่ใจฉันไม่ได้อยู่ที่หนังแล้วตอนนี้ มันกำลังมีหลากหลายคำถามประดังประดาเข้ามาในหัวไม่หยุดเกี่ยวกับเรื่องที่ขนุนพูดเมื่อกี้

 

ไม่ใช่ว่าสเป็คฉันคือผู้ชายที่วัยไล่เลี่ยกันหรือว่าแก่กว่าหรอก และฉันก็ไม่ได้รังเกียจคนที่อายุน้อยกว่าด้วย แต่ติดที่ว่าขนุนมันเป็นเหมือนคนในครอบครัวเดียวกันกับฉันต่างหาก ฉันถึงเปิดใจยอมรับไม่ได้ ฉันกลัวว่าทุกอย่างมันจะยากขึ้นและยุ่งวุ่นวายไปหมด ฉันเลยบังคับความรู้สึกของตัวเองไม่ให้ไขว้เขวตอนที่อยู่กับขนุน ขนุนมันไม่รู้หรอกว่าในใจฉันคิดอะไร ฉันเก็บเรื่องนี้มาคิดอยู่ตลอดเพียงแค่ไม่พูดออกไปก็เท่านั้น

 

พอฉันเงียบไม่หันไปสนใจ คนข้างๆก็ปัดเล็บให้ฉันอย่างเงียบๆเช่นกัน พอปัดเล็บครบทั้งห้านิ้ว ขนุนก็กระตุกมือฉันพลางมองไปที่มืออีกข้างเป็นเชิงบอกว่าให้ยื่นมือข้างนั้นมา ฉันยื่นมือไปโดยที่ไม่หันกลับไปมองหน้าคนตรงหน้า ขนุนไม่ได้ว่าอะไร กลับก้มหน้าปัดเล็บเงียบๆ ยิ่งเห็นสีหน้าแบบนี้ในใจฉันก็ยิ่งอยู่ไม่เป็นสุข ไม่มีสมาธิดูหนัง มันอยากหันไปมองว่าขนุนกำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่ แต่ก็ไม่กล้าพอที่จะหันไปอยู่ดี จนกระทั่งฉันรู้สึกว่ามือขนุนไม่ได้ขยับอีกต่อไปแล้วตอนที่มันปัดเล็บให้ฉันครบหมดทุกนิ้ว

 

               "เสร็จแล้วหรอ" ฉันเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ

 

               "อืม" ขนุนขานรับ

 

               "เสร็จแล้วก็ปล่อยมือ จับไว้ทำไม" ฉันหันไปพูดกับขนุนด้วยน้ำเสียงปกติพลางลอบมองใบหน้าเนียนที่ตอนนี้ไม่มีรอยยิ้มหรือแสดงความรู้สึกใดๆออกมาทั้งนั้น

 

               "จับได้ไหม" ขนุนเงยหน้าจากมือขึ้นมองฉันแล้วพูดขึ้น

 

               "..."

 

               "ไม่เคยจับมือใครแบบนี้เลยนะ" น้ำเสียงแกมขอร้องถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากกระจับ

 

               "..."

 

               "นะครับ" ไหนจะแววตานั่นอีก

 

               "อืม" ปากฉันมันตอบตกลงก่อนที่สมองฉันจะสั่งการเสียอีก เพราะไม่อาจต่อต้านสายตาเหมือนลูกแมวน้อยที่กำลังขอร้องนั่นได้ มาถึงขนาดนี้แล้วก็ช่างแม่งเหอะ หนุนตักก็เคยแล้วนี่ จับมือแค่นี้จะเป็นไร

 

               "น่ารัก" ริมฝีปากที่ถูกเม้มเป็นเส้นตรงแปรเปลี่ยนเป็นหงายขึ้นโชว์ฟันแปดซี่อย่างดีใจ ไอ้เด็กบ้า ใจดีด้วยหน่อยแล้วยิ้มแป้นเชียว ฉันแอบเก็บอาการใจเต้นตึกตักไว้คนเดียวภายในอก ทำไมมันอยากจะยิ้มนักก็ไม่รู้ แต่ก็ต้องทำเป็นเบือนหน้าหันไปมองทีวีแทน ไม่คิดเลยว่าวันนึงจะได้มานั่งจับมือกับขนุนดูซีรี่ส์ที่มีเรื่องราวคล้ายกับเรื่องของพวกเราตอนนี้

 

เห้อ กำลังทำอะไรอยู่เนี่ยน้ำเหนือ

 

....

 

[ขนุน บรรยาย]

 

'ดีใจยิ่งกว่าถูกหวยทั้งๆที่ไม่ได้ตังสักบาทคำนี้มันคงนิยามได้ดีที่สุดสำหรับผมแล้วล่ะ ใครจะคิดว่าคนที่ต่อต้านผมมาโดยตลอดอย่างพี่เหนือจะยอมนั่งนิ่งๆให้ผมจับมือ แถมยังไม่บ่นสักคำอีกต่างหาก หรือว่าสมองเธอแอบกระทบกระเทือนจากการล้มวันนี้กันแน่

 

จะอะไรก็ช่างเหอะ รู้แค่ว่าวันนี้ผมจะกักตุนช่วงเวลาดีๆแบบนี้เอาไว้ให้มากที่สุด

 

แมวอย่างผมถ้าได้ปลาทูแล้วต้องกินให้ถึงก้างมันถึงจะคุ้ม หึ

 

ผมค่อยๆขยับมือตัวเองเล็กน้อยตอนที่เห็นว่าคนข้างๆกำลังดูซีรี่ส์เพลิน ค่อยๆขยับนิ้วทั้งห้าให้สอดประสานเข้ากับมือเล็กโดยที่เธอคงไม่รู้ตัวด้วยซ้ำเพราะมัวแต่ดูทีวี มือเล็กแค่นี้แต่อุ่นเป็นบ้า ร่างกายของพี่เหนืออุ่นไปทั้งตัว ทุกครั้งที่อยู่ใกล้กันผมจะรู้สึกถึงมันได้ เหมือนครั้งนั้นที่ผมแอบขึ้นไปนอนบนเตียงในห้องกับเธอ ผมไม่จำเป็นต้องอาศัยผ้าห่มเพื่อกันหนาวด้วยซ้ำ ร่างเธอทั้งร่างสามารถใช้งานแทนได้เป็นอย่างดี ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากจะมีช่วงเวลาแบบนั้นอีก

 

แต่อย่าพึ่งเลยดีกว่า เดี๋ยวปลาตื่นแล้วแมวมันจะอดซะก่อน

 

ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมงได้ที่เรานั่งจับมือกันจ้องมองจอสี่เหลี่ยมจนกระทั่งร่างเล็กดูเหมือนจะนิ่งๆไป ผมหันมองอีกทีเธอก็คอพับนั่งนิ่งไปซะแล้ว คนอะไรวะนั่งหลับก็ได้

 

ผมค่อยๆหยิบรีโมทมาปิดเครื่องเล่นดีวีดี แล้วหอบเอาร่างเล็กเข้าสู่อ้อมกอดก่อนที่จะอุ้มเธอขึ้นในท่าเจ้าหญิงเดินตรงมาที่ห้องของเธอ ผมค่อยๆวางเธอลงบนเตียงให้เงียบและเบามือที่สุดเพราะกลัวว่าเธอจะตื่น วันนี้มีเรื่องเกิดขึ้นกับเธอเยอะมากพอแล้ว ผมไม่อยากกวนเธอให้เหนื่อยมากไปกว่านี้ เห็นว่าหลับสนิทแบบนี้ผมก็เบาใจ ทีแรกแอบกลัวว่าเธอจะนอนไม่หลับเพราะไปเจอเหตุการณ์ร้ายๆมา

 

หวังว่าจะนอนหลับสนิทไปถึงเช้านะครับพี่น้ำเหนือของผม

 

ผมก้มลงไปจรดริมฝีปากที่หน้าผากเนียนก่อนที่จะผละออกมาแล้วห่มผ้าให้ เปิดแอร์อุณหภูมิค่อนข้างต่ำให้เพราะเธอขี้ร้อน กลัวจะตื่นขึ้นมาตอนดึกแล้วจะนอนต่อไม่ได้อีก

 

หลังจากที่แน่ใจว่าเธอจะไม่ตื่นขึ้นมาแล้ว ผมก็กลับมานอนที่ห้องของตัวเอง ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากนอนกับเธอนะ แต่ผมอยากให้เธอไว้ใจผมก่อน จะได้ค่อยเป็นค่อยไปทีละขั้น ผมไม่อยากให้เธอหวาดกลัวผมแล้วตีตัวออกห่าง ผมรู้สึกว่าตอนนี้อะไรๆมันกำลังจะดีขึ้น เธอเหมือนจะเปิดใจให้ผมแล้ว เพราะงั้นผมจะทำให้ปลามันเตลิดหนีไปอีกไม่ได้ ต้องค่อยๆใช้เหยื่อล่อปลามันถึงจะติดกับ 

 

[จบบทบรรยาย ขนุน]

 

.....

 

               "กี่โมงแล้วเนี่ย" ฉันควานหาโทรศัพท์มือถือไปมา รอบตัวมืดสนิท เอ๊ะ เดี๋ยวก่อน ฉันเข้ามานอนอยู่ในห้องได้ยังไง จำได้ว่าล่าสุดฉันนั่งดูซีรี่ส์กับขนุนข้างนอกนี่ หรือมันอุ้มฉันเข้ามานอน แล้วทำไมถึงไม่ยอมปลุกฉันล่ะเนี่ย

 

แต่แล้วอยู่ๆภาพเมื่อตอนเย็นก็เข้ามาในหัวฉันอีกครั้งเหมือนถูกเปิดสวิต มันไหลเข้ามาจนฉันรู้สึกกลัวเหมือนกับว่าชายคนนั้นอกำลังมองฉันอยู่ เพราะภาพของเขาที่อยู่ในหัวมันยังคงชัดเจนมาก ใบหน้าโหดๆ ผมเผ้ารุงรัง รองเท้าไม่ได้ใส่และท่าทางตอนที่ย่างกรายเข้ามาหาฉันมันน่ากลัวซะจนฉันเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟ หันมองซ้ายขวาไปรอบๆห้องราวกับว่าตัวเองถูกจ้องมอง จะโทรศัพท์ไปหาใครก็ไม่ได้เพราะฉันไม่เห็นโทรศัพท์ตัวเองอีกเลยตั้งแต่ไอ้พาเก็บมันไป

 

มือที่จับผ้าห่มเริ่มชื้นไปด้วยเหงื่อทั้งๆที่แอร์ในห้องเย็นเฉียบ จากที่นอนอยู่ก็ลุกขึ้นมานั่งพิงหัวเตียง ชันเข่าทั้งสองข้างขึ้นมากอดอย่างหวาดผวา

 

               "ฮึก ทำไมไม่ลืมๆไปซะทีเนี่ย เหตุการณ์มันผ่านมาแล้วน้ำเหนือ เขาไม่ได้อยู่ตรงนี้" ฉันพยายามพูดปลอบตัวเองแต่มันก็ไม่เป็นผล ฉันยิ่งกลัวมากขึ้นไปอีกด้วยซ้ำ ไม่มีทางไหนทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นเลยหรอ ตอนเย็นฉันไม่เห็นกลัวแบบนี้เลย หรือเป็นเพราะเด็กนั่นมันคอยกวนประสาทฉันเลยทำให้ฉันลืมเรื่องนั้นไปซะสนิท

 

ตอนนี้ขนุนจะนอนรึยังนะ

 

ฉันค่อยๆก้าวเท้าลงจากเตียงด้วยขาอันสั่นเทา มือข้างนึงจับตุ๊กตาหมีตัวเล็กที่อยู่ข้างหมอนแน่นเพราะมันเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของฉันในตอนนี้ อย่างน้อยมันก็ทำให้ฉันอุ่นใจพอที่จะเดินออกจากห้องมาหยิบไฟฉายที่ลิ้นชักเพื่อส่องทาง

 

ขนุนคงอยู่ในห้องเพราะข้างนอกไฟถูกปิดจนมืดสนิท

 

กึก

 

               "ฮืออ" ฉันหยุดชะงักทันทีเมื่อได้ยินเสียงวัตถุบางอย่างกระทบพื้น ไม่รู้ว่าฉันระแวงเกินไปหรือเปล่า หรือที่จริงแล้วเป็นฉันนั่นแหละที่เป็นคนทำของตกตอนที่เดินไปเอาไฟฉาย

 

ไม่ต้องคิดอะไรมากมายให้เสียเวลา ฉันพุ่งตัวไปบิดลูกบิดประตูห้องที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก่อนที่จะหมุนมันจนสุดแล้วผลักเข้าไปทันที

 

..........


ได้งายยย อิพี่แอบเข้าห้องน้องแล้ว 55555 วันนั้นยังถีบน้องลงเตียงอยู่เลย ไหงวันนี้ย่องเข้าห้องน้องดึกๆดื่นๆ แถมประตูยังไม่ได้ล็อกอีก จากที่แมวอยู่เฉยๆ ปลากลับเข้ามาติดกับดักเองซะงั้น 5555




  "พึ่งรู้นะครับว่ากินที่ปากพี่มันอร่อยกว่าในจานตั้งเยอะ"

                     By Khanoon 

  

Next :

"เตือนแล้วนะครับ" เสียงถอนหายใจดังเล็ดรอดออกมาพาลทำให้ใจฉันเต้นขึ้นมาอย่างรู้สึกกลัว เหงื่อฉันคงเต็มกรอบหน้าไปหมดแล้วตอนนี้


อย่างนี้ต้องติดตาม ติดดาว และติดใจให้กัน พร้อมกับคอมเมนต์รอนะจ้าาาา



ปุกาศ ปุกาศ

ตอนนี้ไรท์แต่งเรื่องนี้นำไปไกลมากแล้ว มากจนถึง ฉาก Cut ที่ไม่น่าจะลงใน dek d ได้ ไรท์กำลังลังเลว่าจะแต่งดีไหม หรือจะแต่งมันแบบซอฟๆให้ลงในนี้ได้เหมือนเรื่องที่ผ่านมา ไรท์ไม่เคยทำไฟล์ฉาก cut เลย เลยมาถามความคิดเห็นของรีดเดอร์ว่าอยากอ่านกันไหม


ทุกคนว่ายังไงกันเอ่ย ขอความเห็นหน่อยจ้าา หรืออยากให้เขามุ้งมิ้งกันแบบใสๆไม่ฮาร์ดคอ (ฮา)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 87 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

488 ความคิดเห็น

  1. #420 Jl_Imsii (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 10:20
    อยากอ่าน
    #420
    0
  2. #198 nnnnnn7777 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 21:12
    เข้าไปๆๆๆ
    #198
    0
  3. #193 kanunsuphita (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 17:12
    กีสสสสสสส
    #193
    0
  4. #83 IcenoiiNaja (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 09:52
    อยากอ่านค่ะ555555
    #83
    1
    • #83-1 mybearpp(จากตอนที่ 30)
      9 สิงหาคม 2561 / 00:33
      จัดไปจ้าาา
      #83-1
  5. #82 comtoontrans (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 01:29
    อยากอ่านคัทซีนนะไรท์ มันคือของหวานนิยายที่ขาดไม่ได้โฮ๊ะๆๆๆ
    อุ๋ยปลาว่ายไปหาเเมวให้แมวจับกินหวายยย รอเด้อๆๆๆ อยากอ่านต่อ หุๆๆ เป็นอะไรที่ดีต่อใจ
    #82
    1
    • #82-1 mybearpp(จากตอนที่ 30)
      9 สิงหาคม 2561 / 00:33
      จัดไปค้าบบบบ
      #82-1
  6. #81 -cheezeeck- (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 00:59
    เราอยากอ่านคัทซีนนนนนน สู้ๆค่าาา รอน้าาาา -.-
    #81
    1
  7. #80 comtoontrans (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 06:56
    ขนุน คือนางรุกแบบโอ๊ยยย ใจละลาบบบ
    #80
    0
  8. #79 -cheezeeck- (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 00:11
    ขนุ๊นนนนนน วี้ดดดดดดดดด รออีก60นะคะะะ
    #79
    0