แอบรักคุณเจ้าของ (จบแล้ว)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 167 Views

  • 0 Comments

  • 2 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    59

    Overall
    167

ตอนที่ 7 : วันใหม่ คนใหม่ (ไม่เคยมีวันไหนที่ไม่เจ็บ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    20 มี.ค. 62

หลังจากเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกแย่ในเย็นวันนั้น ฉันเริ่มตีตัวออกห่างจากพี่น่าน ก็คนของพี่น่านพูดมาซะขนาดนั้น ใครจะทนอยู่ไหว
เช้าวันรุ่งขึ้นฉันรีบตื่นแต่เช้าเพื่อบึ่งมอเตอร์ไซด์ไปโรงเรียนเอง ไปถึงที่จอดรถของโรงเรียน ก็เจอนายริดเพิ่งจอดรถเหมือนกัน
นายริด: มาเองเป็นด้วยรึ นึกว่าต้องคอยให้คนอื่นไปรับไปส่ง
ฉัน: อืม อย่ามากวนเรา อารมย์ยิ่งไม่ค่อยดี
นายริด: เป็นอะไร อารมย์เสียเพราะพี่คนนั้นไม่ไปรับหรือ
ฉัน: เปล่า เขาไม่มารับไม่มาส่งแล้วล่ะ
นายริด: วันนี้เขาไปธุระหรือ
ฉัน: ไม่รู้สิ คงไม่มารับมาส่งแล้วล่ะ
นายริดยิ้ม
นายริด: จริงนะ
ฉัน: อืม
นายริด: งั้นขอเราทำหน้าที่นั้นเองนะ เริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้เลบนะ เราจะไปรับไปส่งฟ้าสวยเอง
ฉันกำลังคิดว่า จะดีมั้ยนะ ถ้าให้นายริดเข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้น คนของพี่น่านจะได้เลิกคิดมากเสียที
นายริด: นะ นะ ฟ้าสวย
ฉัน: อืม
นายริด: เย้ งั้นเอากระเป๋ามา เราถือให้ ฟ้าสวยจะได้เดินสบายๆ ไม่หนัก
ฉันยื่นกระเป๋านักเรียนไปให้นายริดถือ อยากหิ้วนัก หิ้วไปเลย
เราเดินไปด้วยกันโดยมีนายริดหิ้วกระเป๋าให้ฉัน ผ่านจุดไหนที่มีคนรู้จักของนายริดหรือของฉัน ก็มีคนส่งเสียงแซว วี้ดวิ้วๆ แต่ฉันไม่สนใจหรอกนะ มีแต่นายริดนั่นแหละที่ยิ้มกว้าง ปากจะฉีกอยู่ละ
ถึงเวลาไปเข้าแถวหน้าเสาธง ฉันเดินอ้อมไปอีกทางหนึ่ง จะได้ไม่ต้องผ่านแถวของพี่ ม.3 ฉันยังไม่อยากเจอหน้าพี่น่าน ฉันยืนอยู่ในแถวของ ม.2 เห็นพี่น่านกำลังเดินตรงมาทางฉัน ฉันหันหน้าไปอีกทางหนึ่ง พอดีกับที่ตัวแทนนักเรียนบอก ให้เตรียมตัวเคารพธงชาติ พี่น่านก็เลยเดินกลับไป ฉันแอบมองไปทางพี่น่าน พี่น่านมองมาทางฉันพอดี มองด้วยสายตาที่ตัดพ้อ ช่างพี่น่านสิ ฉันไม่สนใจหรอก คนของพี่น่านหวงพี่ขนาดนั้น อย่ามายุ่งกับฉันเลยดีกว่า

เคารพธงชาติเสร็จ อาจารย์แจ้งเรื่องจะส่งนักกีฬาไปแข่งขันในตัวจังหวัดในสัปดาห์หน้า ไปเช้าเย็นกลับ แต่ต้องไป 3 วัน จันทร์ถึงพุธ เสร็จแล้วอาจารย์ก็ให้แยกย้ายกลับห้องเรียน เดินกันไปเป็นแถว ชั้น ม.3 เดินไปก่อน พี่น่านยังคงหันมามองฉันด้วยสายตาตัดพ้อ ฉันต่างหากที่ควรเป็นคนโกรธ คนเสียใจ ไม่ใช่พี่น่านหรอกนะ
พอกลับถึงห้อง นายริดขอย้ายมานั่งข้างๆ ฉันแทนเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง ด้านซ้ายเป็นหนูนา ด้านขวาเป็นนายริด
เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง: ฟ้าๆ มีคนมาหา
ฉัน: ใครกัน
เพื่อนคนเดิม: พี่ผู้ชายที่เขามาหาตอนพักเที่ยงบ่อยๆ ไง
ฉัน: อ๋อ ขอบใจ
หนูนา: ฟ้าจะออกไปหาพี่น่านมั้ย
ฉัน: ไม่
หนูนา: พี่เขาอาจจะมีอะไรอยากคุยด้วย
ฉัน: แต่ฉันไม่มีอะไรจะคุย
หนูนา: ถึงฟ้าไม่ออกไป เดี๋ยวพี่เขาก็เข้ามาหาเองอยู่ดี
ฉัน: แต่เราไม่อยากเจอ ไม่อยากคุย
นายริด: เดี๋ยวเราจัดการเอง
นายริดเดินออกไปคุยอะไรกับพี่น่านก็ไม่รู้ แต่สุดท้าย พี่น่านก็ยอมกลับห้องไป

พักเที่ยง ฉันรีบออกไปกินข้าวกับหนูนา กับนายริด ไม่อยากเจอพี่น่าน พวกเรารีบซื้อข้าว แล้วไปหาที่นั่งที่ห่างไกลผู้คนหน่อย กำลังนั่งกินข้าวไปได้สักพัก พี่น่านก็ถือจานข้าวมานั่งฝั่งตรงข้ามที่ฉันนั่ง ฉันรีบลุกขึ้น
นายริด: ฟ้าสวยจะไปไหน
ฉัน: อิ่มแล้ว
หนูนา: อิ่มอะไรกัน เพิ่งกินมะกี้
ฉัน: อิ่มแล้ว ไปก่อนนะ
แล้วฉันก็เดินถือจานไปเก็บที่วางจาน เดินออกมาจากตรงนั้น ทำไมพี่น่านถึงมานั่งกับเรา ทำไมไม่ไปนั่งกับคนของเขาล่ะ หวงกันนักหวงกันหนาไม่ใช่รึ

ตอนนี้กิจวัตรประจำวันของฉันเปลี่ยนไปจากเดิมนิดหน่อย ตอนเช้านายริดไปรับแต่เช้า แล้วก็ไปนั่งกินโจ๊กหน้าโรงเรียน ตอนเที่ยงก็ไปกินข้าวกับหนูนากับนายริด ตอนเย็นหลังเลิกเรียนก็จะซ้อมวอลเล่ย์บอลเหมือนเดิม มีนายริดกับหนูนานั่งเชียร์ เป้ของพี่น่าน ฉันไม่รับฝากแล้ว ครั้งแรกฉันให้หนูนาถือให้เขา หลังจากวันนั้นเขาก็เอาไปแขวนไว้ที่ต้นไม้ วิ แฟนพี่น่านก็เป็นนักวอลเล่ย์บอลนะ เขาหุ่นดี ตัวสูง เขาเป็นมือตบ แล้วทำไมพี่น่านไม่ไปฝากเป้ไว้กับเขาล่ะ จะมาฝากฉันทำไม ซ้อมวอลเล่ย์บอลเสร็จฉันก็กลับบ้านกับนายริด บางวันนายริดก็นั่งกินข้าวเย็นด้วย พี่น่านไปรอรับฉันที่หน้าบ้านตอนเช้าแค่ 3 วัน พอรู้ว่าฉันไปกับนายริดแล้วพี่น่านก็ไม่มาอีก

พรุ่งนี้เป็นวันแรกที่ต้องไปแข่งกีฬาที่โรงเรียนประจำจังหวัด อาจารย์ให้ทุกคนใส่ชุดนักกีฬาของโรงเรียน เสื้อสีสมพูแถบเหลือง มีตราโรงเรียนสีน้ำเงินอยู่หน้าอกด้านซ้าย กางเกงขาสั้นเหนือเข่าสีดำ
วันนี้มีแข่งวอลเล่ย์บอลชายกับตะกร้อ นักกีฬาคนอื่นๆ ที่ไม่ได้มีแข่งในวันนี้ อาจารย์ก็ให้ไปทุกคน ให้ไปเชียร์เพื่อนๆ เพราะเราไปไกล กองเชียร์ไม่มี พวกเราก็ต้องเชียร์กันเอง
ผลการแข่งขันวอลเล่ย์บอลชายโรงเรียนเราชนะ แต่ตะกร้อแพ้ ระหว่างนั่งรถกลับมาโรงเรียน เป็นรถสองแถว นั่ง 2 ด้าน ด้านหนึ่งนั่งได้ประมาณ 6 คน อาจารย์เหมารถไป 2 คัน ฉันรีบขึ้นไปนั่งรถคันแรก อาจจะเป็นเพราะว่าอากาศร้อน ฉันก็เลยเหนื่อยเป็นพิเศษ รีบขึ้นไปนั่งรถรอคนอื่นๆ
สักพักพี่น่านมานั่งข้างฉัน ฉันขยับตัวหนี พี่น่านก็ขยับตามอีก จนฉันติดในสุดของรถ ขยับไปไหนไม่ได้แล้ว คนอื่นๆ ก็นั่งกันเต็มหมดแล้ว ข้างๆ พี่น่าน วินั่ง
พี่น่านชวนฉันคุยเรื่องการแข่งขันในวันนี้ ตอนแรกพี่น่านก็เหมือนแค่เล่าให้ฟัง ฉันก็ฟังไปเรื่อยๆ ไม่คิดจะโต้ตอบอะไร แต่พอพี่น่านถามความคิดเห็น ฉันก็เผลอตอบพี่น่านไปจนได้ เป็นอย่างงี้ทุกที พูดเรื่องวอลเล่ยบอลที่ฉันรัก ลืมตัวทุกที เผลอพูดกับพี่น่านไปละ พี่น่านคุยไปยิ้มไป มีหัวเราะด้วยนะ อะไรจะมีความสุขขนาดนั้น

วันที่ 2 ของการแข่งขันค่ะ วันนี้มีแข่งวอลเล่ย์บอลชายช่วงเช้า กับบาสเกตบอลชายช่วงบ่าย หลังจากวอลเล่ย์บอลชายแข่งเสร็จ กรรมการมาแจ้งอาจารย์ว่า ให้นักกีฬาวอลเล่ย์บอลหญิงเตรียมลงแข่งบ่ายนี้ด้วย มีโรงเรียนหนึ่งขอบาย เราก็เลยได้ไปแข่งกับโรงเรียนนั้นแทน เรื่องมีการแข่งขันกะทันหันไม่ใช่ปัญหาของพวกเรา เพราะพวกเราฟิตร่างกายกันมาอย่างเต็มที่อยู่แล้ว แต่อุปกรณ์นี่สิที่เป็นปัญหา พวกเราบางคนไม่ได้เตรียมพวกสนับเข่า ที่รัดข้อมือ ฉันเองก็ไม่ได้เตรียมสนับเข่ามา ถามว่าจำเป็นต้องใช้มั้ย จำเป็นมากค่ะ เพราะเวลาเราลงสนามเราล้มบ่อย ถ้าไม่มีสนับเข่า เข่าก็อาจจะถลอก เลือดซิบ จนถึงเข่าแตกเลยก็มี

ถึงเวลาลงสนาม พี่น่านเดินเข้ามาหาฉัน ก้มลงตรงหน้า จะผูกเชือกรองเท้าให้ ฉันรีบเดินหลบออกมา
ฉัน: ไม่ต้องค่ะ
พี่น่าน: พี่ผูกให้ครับ เดี๋ยวหลุดในสนาม อันตราย
ฉัน: ไม่เป็นไรค่ะ แน่นแล้ว
พี่น่าน: อ้าว ฟ้าไม่มีสนับเข่ารึครับ
แล้วพี่น่านก็หยิบในสนับเข่าในกระเป๋าของพี่เขายื่นมาให้ฉัน 2 อัน
ฉัน: ไม่เป็นไรค่ะ
พี่น่าน: รับไปครับ ของมันจำเป็น เดี๋ยวล้มเข่าแตกขึ้นมาจะลำบาก
ฉัน: ค่ะ ขอบคุณค่ะ
ฉันรับสนับเข่ามาจากพี่น่าน ใส่สนับเข่าที่ข้างขวาเพิ่งเสร็จ กำลังจะใส่ข้างซ้าย
วิ: พี่น่าน วิขอยืมสนับเข่าหน่อย
พี่น่าน: ไม่มีแล้วครับ พี่ให้ฟ้าไปแล้ว
วิ: ฟ้าอีกแล้วหรือ
ฉันได้ยินแบบนั้นก็เลยจะถอดสนับเข่าที่ใส่ไปออก พี่น่านเข้ามาจับข้อมือฉันไว้
พี่น่าน: พี่บอกให้ใส่ไงครับ เดี๋ยวนี้ฟ้าดื้อบ่อยจัง
ฉัน: แต่วิเขาจะใช้นี่ค่ะ
พี่น่าน: พี่ให้ฟ้า ก็คือให้ฟ้าครับ รีบใส่แล้วลงสนาม
ฉัน: จะดีหรือ
พี่น่าน: ถ้าวิเขาจะใช้จริงๆ เดี๋ยวเขาก็ไปหายืมคนอื่นเองครับ
ฉันก็เลยต้องใส่สนับเข่าของพี่น่าน แล้วก็รีบลงสนามเพราะกรรมการเป่านกหวีดเรียกแล้ว

เกมส์นี้ เป็นเกมส์ที่ดุเดือดมาก ฝ่ายตรงข้ามมีแต่คนตบหนักๆ ฉันกับตัวรับอีกคนหนึ่ง วิ่งวุ่นตามรับลูกตบ ล้มลงกับพื้นกันหลายรอบมาก แทบจะทุกลูกที่ตบมาเลยทีเดียว คะแนนสูสีกันมาก จนแต้มสุดท้ายที่เป็นลูกชี้ขาด ฝ่ายตรงข้ามตบลูกมาแดนหลัง ฉันรีบพุ่งตัวไปรับ แต่แล้วก็มีคนๆ หนึ่งถอยหลังมาชนฉัน จนฉันล้มลง แล้วกรรมการเป่านกหวีดให้ฝ่ายตรงข้ามชนะ ฉันพยายามลูกขึ้นยืน แต่ลุกขึ้นไม่ไหว ข้อเท้าข้างซ้ายน่าจะแพลง ทีมพยาบาลรีบวิ่งเข้ามาเพื่ออุ้มฉันขึ้นเปลสนาม ทันใดนั้นพี่น่านก็วิ่งเข้ามาผลักพวกเขา แล้วพี่น่านก็พยุงฉันลุกขึ้นเอง
พี่น่าน: ฟ้าไหวมั้ยครับ เจ็บมากมั้ย เดินไหวมั้ย
ฉัน: ค่ะ
ทีมพยาบาล: เดี๋ยวพวกพี่พาไปห้องพยาบาลให้ครับ
พี่น่าน: ไม่เป็นไรครับ ผมดูแลเอง
แล้วพี่น่านก็พยุงฉันไปที่กลุ่มของโรงเรียนเรา พี่น่านถอดรองเท้า ถุงเท้าให้ฉัน
พี่น่าน: ขอน้ำแข็งหน่อย สเปรย์แก้ปวดด้วย
แล้วพี่น่านก็ค่อยจับๆ กดๆ ข้อเท้าของฉัน
พี่น่าน: เจ็บมั้ย ตรงนี้เจ็บมั้ย
มีพี่คนหนึ่งเอาแผ่นเจลเย็นกับเสปร์ยแก้ปวดส่งให้พี่น่าน พี่น่านเอาแผ่นเจลเย็นประคบข้อเท้าฉัน แล้วเอาผ้าขนหนูซับให้แห้ง จากนั้นก็เอาเสปรย์แก้ปวดมาฉีดให้ แล้วเอาผ้าก้อสมาพัน
พี่น่าน: ดีขึ้นรึยังครับ
ฉัน: ขอบคุณค่ะ
พี่น่าน: เปลี่ยนจากขอบคุณเป็นทำตัวเหมือนเดิมได้มั้ยครับ
ฉัน: ว่าไงนะคะ
พี่น่าน: ทำเป็นไม่ได้ยินนะครับ

หลังจากแข่งเสร็จทุกรายการแล้ว พวกเราก็นั่งรถกลับโรงเรียน พี่น่านพยุงฉันขึ้นรถ แล้วพี่น่านก็นั่งข้างๆ ฉัน วิไม่ยอมมานั่งข้างๆ พี่น่านเหมือนทุกที มองมาทางฉันกับพี่น่านแล้วทำหน้างอ
ฉันได้ยินวิคุยกับเพื่อนของเธอประมาณว่า ฉันทำเป็นสำออย ทำเป็นแกล้งเจ็บขา พี่น่านจะได้ดูแล
พี่น่านหันไปมองทางวิและเพื่อนๆ
พี่น่าน: พี่ว่าจะไม่พูดแล้วนะครับ แต่วิทำเกินไปหรือเปล่า
วิ: ทำอะไร
พี่น่าน: พี่เห็นนะครับ คนอื่นๆ ก็เห็นเหมือนกัน
วิ: เห็นอะไร
พี่น่าน: วิแกล้งชนฟ้า ทำให้ฟ้าล้มจนบาดเจ็บนี่ไง
วิ: ไม่จริง วิไม่ได้แกล้ง
พี่น่าน: พี่เห็นครับ พี่ดูออก หลายคนที่เขาเห็น เขาก็ดูกันออกครับ อยู่ทีมเดียวกัน ควรจะสามัคคีกัน ร่วมแรงร่วมใจกัน นี่อะไรกัน มาแกล้งกันเสียเอง
วิ: พี่น่าน วิโกรธแล้วนะ
พี่น่าน: พี่ก็เหมือนกัน
แล้วพี่น่านกับวิก็ไม่คุยกันอีกเลย ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงโรงเรียน แต่เขาเป็นแฟนกัน เดี๋ยวก็คงปรับความเข้าใจกันเอง เดี๋ยวก็เหมือนเดิม

0 ความคิดเห็น