God Presentiment Online ภาค สงครามเทียมเทพ

ตอนที่ 85 : บทที่ 19 สายลมแห่งการผันแปร : ลมหวน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 649
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    3 เม.ย. 57

บทที่ 19 สายลมแห่งการผันแปร
ช่วงที่ห้า ลมหวน

หมวดนวนิยาย แถวที่ 20 ชั้นที่ 3 : นวนิยายสืบสวนสอบสวน!

แม้จะเป็นชื่อทักษะที่แปลกไปจนไม่น่าเชื่อ แต่ผลลัพธ์ของมันนั้นทำให้เขาตกตะลึง ภาพที่เขาเห็นในตอนนี้ล้วนกลายเป็นสีฟ้าครามพร้อมด้วยลูกศรสีขาวสว่างผุดขึ้นมาแสดงถึงการเคลื่อนไหวล่วงหน้าของโอเซ่ในแบบที่มีเพียงทักษะสันทัดเพลงหมัดของรันเท่านั้นที่ทำได้

รัดเกล้าอมยิ้มดีดนิ้วครั้งหนึ่ง

“แบบนี้ก็สวยสิแหม่!

รัดเกล้สอนาวิลโยกตัวหลบคริสตัลที่พุ่งเข้าใส่ก่อนจะสาวเท้าเข้าหาโอเซ่ด้วยฝีเท้าคงที่ แม้ไม่ต้องใช้เดทวอลซ์การก้าวเท้าของนักประดิษฐ์หนุ่มในยามนี้ก็ไม่ต่างอะไรไปจากการเต้นรำท่ามกลางดงกระสุน ไม้เท้าในมือควงไปมาพลิ้วไหวราวกับว่าเขาคนนี้กำลังเดินดุ่มๆอยู่ในสวนสาธารณะ

การกระทำเช่นนี้ส่งผลให้ปีศาจลำดับที่ 57 ต้องขมวดคิ้วด้วยความไม่สบอารมณ์

ศาสตร์นอกรีตที่ไม่สมประกอบ ปรัชญาของผู้ที่ถูกชัง!

ชายหนุ่มไม่ไหวหวั่นต่อภาพและเสียงที่เขาพบเห็น รัดเกล้าขยับยิ้มบางๆพร้อมกับใช้ทักษะใหม่ที่เพิ่งได้รับมาอีกครั้งทั้งยังไม่ยอมแม้แต่จะหยุดหรือชะงักฝีเท้า การลงมืออัดอยู่ฝ่ายเดียวของโอเซ่นั้นจบลงแล้ว ในตอนนี้เกมพลิก..

เทพธิดาแห่งชัยชนะเริ่มแย้มยิ้มให้กับเขาแล้ว

หมวดตำราเรียน แถวที่ 8 ชั้นที่ 3 : จิตวิทยาขั้นพื้นฐาน!

ภาพลวงตาต่างๆพลันหายไปเหลือเพียงสีหน้าตกตะลึงของปีศาจแห่งการหลอกลวง หญิงสาวผิวสีน้ำผึ้งกัดฟันกรอดหมายจะหันหลังหนีเมื่อเห็นว่าไม่มีทางที่ภาพลวงตาของตนจะสู้ไหว โอเซ่เรียกกรงเล็บผลึกของตนขึ้นมาสวมก่อนจะย่อตัวลงต่ำ ถีบตัวเองออกนำตรงหายเข้าไปในกลุ่มหมอกอันหนาทึบ

ทว่าราชานักประดิษฐ์เพียงแค่ส่ายศีรษะ

เขามองเห็นทุการเคลื่อนไหวของโอเซ่ ปีศาจที่ควรจะเย่อหยิ่งและจองหองบัดนี้หันหัวหนีเหมือนหมาขี้แพ้ นั่นเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้เพราะถ้าหากคู่มือของอีกฝ่ายไม่ใช่เขาแต่เป็นคนอื่นที่ไม่ได้ครอบครองอาวุธระดับเหนือกฎเกณฑ์ อะไรๆมันจะง่ายกว่านี้มาก..

การไล่ล่าศัตรูที่มีร่างกายเป็นเสือดาวที่ปราดเปรียวในสายหมอกนั้นเป็นอะไรที่เรียกได้ว่าโง่เกินเยียวยา รัดเกล้าถอนหายใจเปิดหน้าต่างทักษะของตนออกมาดูแล้วส่ายศีรษะ ตามปกติแล้วเขาอาจจะสร้างอาวุธจำลองของเทพสักองค์ขึ้นมาแล้วจัดการเป่ากบาลโอเซ่เสีย

แต่ในตอนนี้ที่เขาสูญเสียวัตถุดิบทั้งหมดไปนั้นไม่สามารถทำได้

“แย่แฮะ นึกว่าจะได้เลเวลฟรีๆ”

“งั้นถ้าพี่รัดเกล้าไม่เอา เม็งจัดการเองนะจ๊ะ”ยังไม่ทันที่เขาจะร้องท้วง เจ้าของเสียงจ๊ะจ๋าที่ดูเหมือนจะได้สติกลับมาเป็นคนเดิมอีกครั้งก็กลายเป็นเงาแสงสีเหลืองทองพุ่งผ่านเขาไป ด้วยทักษะของริมไลท์ เขาสามารถบ่งชี้ได้ชัดเจนว่าเม็งขยับไปทางไหนราวกับว่ากลุ่มหมอกหนาทึบนี้ไม่มีตัวตน

ราชานักประดิษฐ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วใช้สองทักษะเอาตัวรอดให้กับเม็งโดยไม่คิดอะไรมากและยืนรอดูเธอจัดการกับโอเซ่เท่านั้น วิธีการต่อสู้ของเม็งหากไม่เน้นบุกเข้าซึ่งๆหน้าก็จะจัดการแบบลอบสังหาร และเขามั่นใจเลยว่าการที่น้องสาวคนเก่งของเขาพุ่งตรงเข้าหาโอเซ่แบบนี้มันคงจบภายในไม่กี่วินาทีอย่างแน่นอน

“จะว่าไปแล้วเราก็สงสารโอเซ่พอสมควรแฮะ ถ้าเจอคนอื่นที่ไม่ใช่เราหรือริวมันก็อาจจะพอมีโอกาสโชว์สกิลจัดการให้มันอลังการงานสร้างหน่อย แต่ดวงตกเองแล้วล่ะ ที่พอตื่นมาก็เจอคนที่ถืออาวุธระดับเหนือกฎเกณฑ์รวดเดียวสองคน”รัดเกล้าเคาะไม้เท้าในมือลงกับพื้นส่งถ่ายพลังวิญญาณในร่างกายลงไปยังผืนดินเบื้องลาง ดึงพวกมันขึ้นมาประกอบเป็นเก้าอี้ให้นั่งพักเหนื่อย

เขายังต้องศึกษาพลังวิญญาณนี่อีกมาก

เหมือนกับพลังด้านลบของรัน พลังวิญญาณเป็นอะไรที่เป็นเอกเทศ และจากที่ภารกิจบอกให้เขาเข้าถึงแก่นแท้ถึงจะปลดระดับได้ แต่นี่เขาแค่ได้มันมาเขาก็ผ่านภารกิจแล้ว เหมือนว่าพลังวิญญาณนี้จะมีอะไรมากกว่าที่เห็นเยอะ..

“ทางรันจะเป็นไงบ้างหว่า?”

“ห่วงคนอื่นไม่ห่วงตัวเองดีกว่าเหรอจ๊ะพี่รัดเกล้า?”ราชานักประดิษฐ์เงยหน้าขึ้นมองผู้พูดเล็กน้อยก่อนจะถอนใจเมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโลหิต ไม่มีเสียงรายงานผ่านทางระบบปาร์ตี้ ดังนั้นเขามั่นใจว่าโอเซ่หนีไปได้ไม่ว่าวิธีใดก็วิธีหนึ่ง

“เป็นไงมั่ง?”เขาถามออกมาเบาๆราวกับจะเบี่ยงเบนประเด็น

“หนีไปได้จ้ะ กำลังจะจิ้มพุงทะลักเลย แต่อยู่ดีๆมันก็หายไปไหนก็ไม่รู้ สัมผัสจิตหรือลมปราณไม่ได้เลยด้วย ก็เลยคิดว่าน่าจะมีคนนอกช่วยพาหนีจ้ะ”ชุดเดรสสีเหลืองทองของเม็งเปลี่ยนกลับไปเป็นชุดพ่อค้าเก่าๆขาดๆนั่นอีกครั้ง มือขวาของเม็งที่ประทับอยู่ตรงกลางอกสร้างความกังวลใจให้เขาอยู่มากพอสมควร แต่แล้วการกระทำต่อไปของเม็งก็ยิ่งทำให้เขาต้องงุนงงเข้าไปอีกเมื่อเธอยกมืออีกข้างขึ้นลูบที่อกของเขา

“ทำไมพี่ถึงขายเครื่องในตัวเองแบบนั้นล่ะจ๊ะ? ตามสัญญาที่พี่กับพี่หมอตกลงกัน พี่รัดเกล้าจะต้องหาอวัยวะมาเพิ่มให้กับพี่หมอเดือนละสิบ คงไม่ใช่ว่าพี่รัดเกล้าไปลักพาตัวเด็กที่ไหนมาผ่าเครื่องในหรอกนะจ๊ะ?”รัดเกล้ามองเม็งผู้พูดด้วยสีหน้าอึ้งทึ่ง เขายอมรับว่าเขาเคยคิดจะทำแบบที่เม็งว่า แต่วิธีของเขานั้นก็ไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากนั้นเท่าไหร่

เขาเพียงแค่เที่ยวไปตามเรือนจำและมองหานักโทษประหารแล้วให้เซ็นสัญญาตกลงบริจาคอวัยวะเท่านั้น ถึงส่วนมากจะเป็นของจากประเทศเพื่อนบ้านก็ตามที แต่เขาก็ต้องยอมรับว่าการที่เม็งยังมองเขาด้วยสายตาแบบนี้แสดงว่าเธอยังไม่เกลียดเขา..

แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับเวลาว่าเรื่องเลวเรื่องอื่นที่เขาทำจะถูกล่วงรู้เมื่อไหร่ก็เท่านั้น

“ก็ไม่เชิงนะ แต่พี่รับรองว่าไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนแน่นอน”

“เรื่องนั้นเม็งไม่สนใจหรอกจ้ะ แต่พี่.. เห็นเม็งสำคัญขนาดยอมเสียขนาดนั้นเพื่อเม็งเลยเหรอจ๊ะ?”รัดเกล้ามองเด็กสาวผู้พูดด้วยความชั่งใจเล็กน้อย เขาสามารถเลือกตอบเพื่อให้ถูกใจเธอได้ แต่ในตอนนี้หากเขาโกหกเธอไปอีกเขาก็นับว่าเป็นพี่ชายที่แย่มากแล้ว

“เมื่อก่อนตอนที่เม็งมาทำงานที่บ้านพี่ใหม่ๆ พี่เห็นเราเป็นเหมือนน้องสาว แต่ตั้งแต่ตอนที่เม็งล้มป่วยลง มันเหมือนพี่ใจจะสลาย เห็นเรานอนไม่ได้สติอยู่ในห้องไอซียูน่ะ”นักประดิษฐ์หนุ่มยกมือขึ้นลูบศีรษะอีกฝ่ายก่อนจะค่อยๆเลื่อนลงไปรั้งตัวเธอเข้ามาใกล้

“พี่รัดเกล้า แบบนี้มันจะไม่..”

“ไม่มีอะไรไม่เหมาะหรอกนะ พี่บอกเราแล้วไม่ใช่เหรอว่าพี่รักเรา รัดเกล้า.. อนาวิล ฉัตรณรงค์ คนนี้รักและอยากครอบครองเม็งยิ่งกว่าใคร อยากให้เม็งเปลี่ยนมาใช้นามสกุลเดียวกัน อยากให้เลิกเรียกว่าพี่ และเปลี่ยนไปเรียกอย่างอื่นแทน...”พอถึงตรงนี้สายข่าวสาวถึงกับอ้าปากค้างพูดไม่ออกกับคำพูดที่มากไปด้วยความหมายซึ่งออกมาจากปากของคนที่เธอรักแบบไม่ดูสถานการณ์

“เม็งเรียกพี่ว่า.. ที่รัก ได้มั้ย?”

แม้จะรู้ตัวว่าถูกเปลี่ยนเรื่อง แต่คำตอบที่ได้มาจากปากของเขานั้นมันก็ตอบคำถามก่อนหน้าได้เช่นเดียวกัน และตอนนี้ชายหนุ่มตรงหน้านี้กำลังรอคำตอบของเธออยู่ ที่เขาพูดก่อนหน้านี้มันไม่ต่างอะไรไปจากคำขอแต่งงานเลยแม้แต่น้อย..

แล้วในตอนนี้เธอจะตอบคำถามของพี่ชายที่เธอรักยิ่งเช่นไรกันล่ะ?

นอกเสียจากคำลงท้ายสั้นๆง่ายๆที่เธอใช้ประจำอย่าง..

“...จ้ะ พี่รัดเกล้า”

 

 

เบื้องหน้าของเขาคือคำนิยามของสิ่งที่เรียกว่าสงคราม

ความสิ้นหวังกระจายไปทั่วในชั้นบรรยากาศไม่ว่ามันจะหนาแน่นหรือเบาบางเพียงไร จอมมารหนุ่มมองพรรคพวกของตนที่แยกย้ายกระจายออกไปรับมือกับเทพปีศาจของโซโลมอนที่พากันยกโขยงมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบทั้งหลายนี่ด้วยความกังวล

เบื้องหน้าคือศึกภายนอก และเบื้องหลังคือศึกภายใน

ชายหนุ่มกัดฟันกรอดพยายามดิ้นให้หลุดจากด้ายเวทมนตร์สีดำที่มัดร่างกายของเขาอยู่อย่างหนาแน่น แม้กระทั่งพลังด้านลบของเขาก็ไม่อาจทำลายหรือเผามันได้แม้แต่น้อย มันไม่ได้รัดแน่นจนอึดอัด แต่เพียงรัดเอาไว้ไม่ให้เขาขยับได้เท่านั้น

เขาจำเป็นต้องลอบสบถด่าส่งไปทั่วในใจเมื่อรู้ถึงความรู้สึกภายในใจของผู้กระทำการอันอุกอาจนี้ ความเศร้า ความสิ้นหวัง ความแค้น และความรัก ทุกอย่างมันปะปนกันและแผ่ออกมาจากร่างอ้อนแอ้นของสมิงสาวในชุดกรุยกรายสีขาวที่ดูขัดกับการลงมือของเธอที่เหมือนของมือสังหาร

“วอล์ค ปล่อยพี่เดี๋ยวนี้นะ!

สมิงสาวเบื้องหน้าที่หันหลังให้เขาเผชิญหน้ากับไคโรไม่แม้แต่จะหันหลังกลับมามองผู้เป็นพี่ที่ร้องโหยหวนสุดเสียง ไม่ว่าจะดิ้นเพียงไร ด้ายพันธนาการพวกนี้ก็ยิ่งรัดรุนแรงเข้าไปอีก แม้มันจะไม่สร้างความเสียหายหรือบาดเนื้อเขาแม้เพียงนิด แต่ต่อให้มันไม่ บาดเนื้อมันกลับ บาดใจ เขาได้จนมันแทบเละไม่เหลือชิ้นดี

“วอล์ค คิดอะไรอยู่กันแน่?”ไคโรบัดนี้กลับมาอยู่ในชุดจอมยุทธ์สีแดงดั่งเดิม เรียกคืนฉายาธิดาหยกแดงของตนให้หวนกลับมาพร้อมกับกระแสลมปราณที่ปั่นป่วนบ้าคลั่ง แม้กระทั่งเขาที่อยู่ห่างขนาดนี้ยังรู้สึกอึดอัด แต่ดูเหมือนว่าดอลล์เอ็มเพรสคนงามจะไม่รู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย

นัยน์ตาสีทองยังคงนิ่งเรียบ ดวงหน้าหวานของวอล์คเริ่มปรากฏรอยยิ้มฉาบฉายขึ้นอย่างไร้สาเหตุ ไคโรที่เห็นเป็นเช่นนั้นก็ได้แต่หลับตาลงและใช้ทักษะตรวจสอบของตัวเองกับอีกฝ่ายโดยไม่รีรอให้อะไรๆมันถีบตัวแย่ลงไปกว่าเดิม

 

ผู้เล่น ลินเบลล์ ระดับ 82 เผ่าพันธุ์ สมิง ชั้น มหาราชา อาชีพ ดอลล์เอ็มเพรส สถานะ...
ติดคำสาปของปีศาจลำดับที่ 57
ตัวตนที่แท้จริง

 

มันคือผลลัพธ์จากทักษะของโอเซ่ที่ใช้เอาไว้ในตอนก่อนที่จะสลายหายไปในคราแรกหลังจากการลงมือของไนท์สโนว์ดรอปที่ป่าต้องห้ามระหว่างการปลดผนึกเผ่าจิ้งจอก ไคโรนิ่งค้างมองรอยยิ้มเศร้าๆของหญิงสาวตรงหน้าตนด้วยความรู้สึกผิด

หากสิ่งที่เห็นอยู่นี่คือตัวตนที่แท้จริงของวอล์ค

แล้วอะไรคือสาเหตุที่ภายในของหญิงสาววัยรุ่นคนนี้ต้องแตกหักได้ถึงเพียงนี้ คำตอบนั้นไม่ใช่อะไรอื่น แต่เป็นตัวเธอเองที่ทำให้วอล์คเป็นเช่นนี้ การที่เธอเป็นแฟนกับรัน การที่เธอทิ้งเขาไป การที่เธอทำให้เขาต้องเจ็บ การที่เธอทำให้เขาต้องร้องไห้

วอล์คเจ็บปวดกับเรื่องพวกนั้น

และแน่นอนว่าตัวตนของน้องสาวที่รักพี่ชายของตัวเองยิ่งชีพนั้นจะมีความต้องการเห็นพี่ชายของตัวเองมีความสุขมากเพียงไหนกัน  แม้เธอจะไม่เข้าใจว่าวอล์คในตอนนี้นั้นรู้สึกเช่นไร แต่มันแน่นอนอยู่แล้วว่าหากกำจัดต้นตอของความเสียใจทั้งหมดไปได้

วอล์คจะต้องยินดี..

แล้วเผอิญว่าต้นตอที่ว่านั้นคือเธอ

เพียงคิด ไคโรก็แทบร้องไห้ออกมา เธอทำตัวดีกับวอล์คมาตลอดมา ไม่ว่าจะเมื่อไหร่หรือว่าตอนไหน เวลางานหรือนอกเวลางาน เธอยังคงทำตัวเป็นพี่สาวในวงการที่ดีและคอยให้คำแนะนำต่างๆเสมอมา แล้วในทางกลับกัน ความหวังดีที่เธอให้มันทำร้ายวอล์คไปมากแค่ไหน

“วอล์ค พี่ขอโท-“

“เก็บคำๆนั้นไว้พูดกับพี่รันดีกว่านะคะ”

ไคโรกัดฟันแน่นเมื่อเห็นว่าวอล์คยังพูดจาโต้ตอบได้ตามปกติ การที่ผู้เล่นถูกคำสาปประเภทเปลี่ยนบุคลิกหรือคำสาปครอบงำแล้วล่ะก็ ส่วนมากมักจะไม่สามารถพูดจาโต้ตอบได้เหมือนปกติ แต่การที่วอล์คสามารถคุยกับเธอได้แบบนี้มันไม่เท่ากับว่า..

วอล์คมีสติครบถ้วนดีหรอกหรือ?

“พี่ไคโรคิดว่าพี่รันรู้สึกยังไงบ้างคะ ตอนที่พี่หายตัวไปโดยไม่บอกกล่าวแบบนั้น พอพี่รันตามตัวจนเจอแล้วยังไงล่ะ.. ขอโทษนะ ถือซะว่ามันไม่มีอะไรระหว่างเราตั้งแต่แรกก็แล้วกัน อย่างงั้นเหรอคะ? พี่รู้รึเปล่าว่าพี่รันรู้สึกยังไง! พี่รู้รึเปล่าว่าหนูรู้สึกยังไง!”สมิงสาวแผดเสียงร้องลั่นและบันดาลโทสะ ปลดปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างไม่เก็บกักจนทุกชีวิตในอาณาเขตทั่วทั้งสนามรบแห่งนี้ต้องชะงัก

“....พี่ พี่ไม่..”ความกลัว ความเสียใจ ทุกอย่างมันจุกอกจนไม่อาจเรียบเรียงออกมาเป็นคำพูดได้ น้ำตาของหญิงสาวผู้เผชิญหน้ากันทั้งสองไหลปริ่มลงมาอย่างห้ามไม่ได้ คนกลางอย่างรันในตอนนี้ได้แต่กล้ำกลืนทุกคำพูดที่อยากจะร้องบอกเอาไว้ภายใน ไม่กล้าจะเอ่ยสิ่งใดออกมาแม้แต่พยางค์เดียว..

วอล์ครู้.. วอล์ครู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนั้นที่เขาเจอไคโร

“วอล์ค.. ที่พี่ทำแบบนั้นมันมีเหตุผลนะ”ไคโรยังคงไม่ละความพยายามที่จะต่อรองด้วยคำพูด จอมยุทธ์สาวไม่อาจละทิ้งโอกาสที่จะปรับความเข้าใจของความบาดหมางระหว่างเธอกับวอล์คไปได้ แต่แล้วความคิดนั้นก็ต้องหายไปเมื่อสายตาของวอล์คที่มองมานั้นไม่เหลือซึ่งความเคารพอีกแล้ว

“ให้มันแตกหักไปตรงนี้เลยดีกว่าค่ะ ระหว่างหนูกับพี่... ระหว่างชั้นกับคุณ ให้มันจบลงไปตรงนี้เลยว่าใครจะได้อยู่กับพี่รันกันแน่”มันเป็นครั้งแรกของทั้งรันและวอล์คที่ได้ยินเสียงแบบนี้ของเธอ วอล์คสะบัดมือทั้งสองข้างออกกว้าง เรียกวงเวทจำนวนมากออกมาอัญเชิญกองทัพตุ๊กตาของตน ทว่าตุ๊กตาที่เรียกออกมาในคราวนี้ไม่ใช่ตุ๊กตาทั่วๆไป..

แต่ทั้งหมดล้วนเป็นตุ๊กตาที่จำลองมาจากตำนานทั้งสิ้น!

ทั้งตุ๊กตาชุดไนท์ออฟราวนด์ที่ยังสร้างขึ้นไม่เสร็จดี และอื่นๆอีกจำนวนมากถึงขนาดมากพอที่จะเรียกได้ว่ากองทัพ หน้ากากสีขาวสวมทับปิดบังสีหน้าและความรู้สึกที่ระเบิดออกมาพร้อมกับเสียงประกาศที่ดังขึ้นในหัวของทั้งรันและไคโร

-สัตว์อสูร ราชินีสมิงมนตรา เรนเกล ชั้นมหาราชา ระดับ 82 ปรากฏ ผู้ที่เสียชีวิตจะถูกริบทรัพย์สินทั้งหมด สูญเสียอาวุธยุทธภัณฑ์ 1 ชิ้น ระดับลดลง 10 ระดับและเพิ่มเวลารอเกิดเป็น 7 วันค่ะ-

-ทักษะพิเศษ โรงละครหุ่นเชิดไร้ชีวิต ทักษะพิเศษของราชินีสมิงมนตรา เรนเกล ทำงาน เมื่อทักษะถูกใช้งาน ผู้ที่อยู่ในอาณาเขตจะไม่สามารถหลบหนีออกจากอาณาเขตหรือซ่อนตัวได้อย่างเด็ดขาดค่ะ-

กระบวนธงตุ๊กตา “กองพันทหารจิ๋ว!

ไคโรขมวดคิ้วและขวางมือทั้งสองขึ้นขึ้นเตรียมพร้อมรับการโจมตีของกองทัพตุ๊กตาที่หันอาวุธถามโถมเข้าใส่เธออย่างมืดฟ้ามัวดิน กระแสลมปราณบิดเป็นเกลียวปัดป่ายและเบี่ยงเป้าหมายของอาวุธขนาดเล็กเหล่านั้นให้ออกไปรอบข้าง ความเสียหายลอยขึ้นเป็นจำนวนมหาศาลแม้จะตั้งรับป้องกัน การโจมตีของตุ๊กตาเหล่านี้มีความพิเศษ

มันไม่ใช่การโจมตีของผู้เล่น

แต่เป็นการโจมตีของสิ่งของ มันจะไม่มีการติดคริติคอลในการโจมตีพื้นฐานที่ไร้ลูกเล่น แต่อาวุธซีรี่ย์โซดิแอคนั้นกำลังทำให้การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ง่าย และเปลี่ยนนิยามของการเชิดตุ๊กตาไปใหม่ในทันที เส้นด้ายเวทมนตร์สีดำที่แผ่ออกมาจากกริชกากบาทสีเงินในมือของวอล์คแตกกระจายเป็นโยงใยส่งปลายอีกด้านไปสู่ตุ๊กตาทุกตัว

พลังเวทของดอลล์เอ็มเพรสสาวลดลงจนแทบไม่เหลือและเพิ่มกลับมาด้วยความรวดเร็วที่ไม่แพ้กัน ไคโรเบ้หน้ามองหน้าต่างข้อมูลของอีกฝ่ายผ่านคำสั่งปาร์ตี้แล้วต้องลอบตระหนก อัตราการฟื้นฟูพลังเวทที่รวดเร็วขนาดนี้นอกจากซากุระยาชิกิที่เป็นสายเวทล้วนแล้วเธอก็ไม่เคยเห็นอีกจนถึงวันนี้

วอล์คเอาจริง เธอกำลังถูกหมายหัว..

และหวังที่จะฆ่าให้ตาย

“นี่ไม่ใช่เฟรนด์ลี่ไฟร์(Friendly Fire) ดังนั้นไม่ต้องห่วงว่าจะฆ่ากันไม่ตายนะคะ คุณก็เอาจริงได้เลยค่ะ คุณไคโร แสดงฝีมือของสุดยอดสายลมปราณให้ดูหน่อยสิคะ”หน้าต่างข้อมูลตรงหน้าของเธอหายไปพร้อมกับเสียงประกาศถึงการออกจากปาร์ตี้ของวอล์ค

ไม่มีแม้แต่คำร้องขอดวล นี่คือการฆ่าหวังPKชัดๆ!

ธิดาหยกแดงเพียงเสตามองไปด้านหลังของวอล์ค มองดูสีหน้ายุ่งยากของรันด้วยความเศร้าใจ ทว่าทางที่จะหยุดเรื่องพวกนี้ไม่ให้บานปลายไปกันใหญ่ก็มีเพียงจัดการล้มวอล์คซะ หากทำได้ง่ายๆเธอก็จะไม่จำเป็นต้องติดโทษตัวแดงฟรีๆเพราะวอล์คไม่มีค่าหัว แต่ถ้าหากยาก งานนี้คงต้องไปรับเควสบำเพ็ญประโยชน์ลบค่าหัวกันซักหน่อย

“ถ้าตายล่ะก็ อย่าโกรธกันนะ”

“จะโกรธก็เพราะว่าไม่ตายต่างหากล่ะคะ!”ดอลล์เอ็มเพรสสาววาดกริชในมือไปมาดุจวาทยกรมือหนึ่ง บรรเลงคมดาบของกองทัพตุ๊กตาเข้าโรมรันกับจอมยุทธ์ชุดแดงผู้ขับลำนำ กระแสลมปราณรอบด้านปั่นป่วนและหมุนวนดึงดูดเข้าสู่ร่างกายของไคโร นัยน์ตาสีดำสนิทคู่คมของหญิงสาวผมสั้นทอแสงสีขาววูบหนึ่งก่อนที่กระแสลมปราณจะเริ่มจับตัวกันเป็นของแข็ง

ก่อตัวขึ้นเป็นปีกนกดูสง่างามที่กลางหลัง รื้อคืนตำนานของมหาปราชญ์วายูผู้เป็นเจ้าของลมปราณวงกตฟ้า ผู้ตามล่าสายลมด้วยอวิชชาไร้สูญที่ทำให้ใช้ลมปราณได้อย่างไม่มีวันหยุด ไคโรควบคุมปีกของตัวเองให้ขยับไปด้านหลัง รวบรวมลมปราณเอาไว้ที่ปีกทั้งสองข้างและสะบัดมันไปด้านหน้า ส่งคลื่นลมปราณที่รุนแรงดุจมหาวาตภัยเข้าทำลายกระบวนทัพตุ๊กตา

“ได้ฤกษ์เอาจริงกับเขาสักทีนะ ถึงศัตรูคราวนี้จะเป็นน้องสาวของว่าที่สามีก็เถอะ”หญิงสาวบ่นพึมพำเบาๆขณะมองโล่ขนาดยักษ์ของตุ๊กตาอัศวินสาวไนท์ออฟราวนด์ที่ขยายขนาดขึ้นจนเท่ามนุษย์จริงๆ หญิงสาวในชุดเดรสสีขาวสลับดำทับด้วยเกราะหนักสีดำทะมึนขยับยิ้มให้เธอเล็กน้อยพร้อมทั้งเอนศีรษะไปด้านข้างราวกำลังนึกสนุกจนโบว์สีขาวอันใหญ่ด้านหลังไหวไปมา

โลหะที่สามารถป้องกันลมปราณระดับนี้ได้มีไม่กี่ชนิด และแน่นอนว่านั่นจะต้องเป็นโอริคัลคุมอย่างแน่นอน และการที่วอล์คมีแร่ชั้นสูงขนาดนั้นมาทำอาวุธให้กับตุ๊กตา แล้วตัวเองล่ะจะมีอาวุธระดับไหนเอาไว้ใช้กันแน่?

ไนท์มอเดร็ดขยับยืนขึ้นเต็มความสูงพร้อมกับพุ่งเข้าชาร์จพร้อมกับตุ๊กตาตัวเล็กตัวอื่นๆตามคำสั่งจากผู้ชักใย แม้จะเหมือนมนุษย์ แต่ตุ๊กตาก็ยังคงเป็นตุ๊กตาอยู่วันยังค่ำ ไคโรเพียงมองปราดเดียวก็รู้และงอนิ้วกลางกดไว้ด้วยนิ้วโป้งดีดนิ้วส่งกระสุนลมปราณเข้าดีดข้อต่อของมอเดร็ดจนชะงัก

เพียงเท่านั้นก็เหลือแหล่สำหรับลมปราณวงกตฟ้า

ธิดาหยกแดงวาดมือชักจูงกระแสลมปราณของสรรพสิ่งดึงดูดตุ๊กตาอัศวินถือโล่เข้ามาจนตัวลอย กระแสลมปราณรอบด้านหมุนวนลอกเลียนแบบท่วงท่าจู่โจมที่เธอเคยเห็นเพียงครั้งเดียว เปลวเพลิงสีแดงปะทุขึ้นที่มือขวากำเป็นหมัด ชกออกไปเข้าใส่โล่ทั้งสองที่ขวางขึ้นมาอย่างทันท่วงที

แรงระเบิดจากการปะทะนั้นรุนแรงและสร้างควันโขมง

การโจมตีที่เลียนแบบอวิชชาทลายทัพแม้จะรุนแรงแต่ยังแรงได้ไม่ถึงครึ่งเท่าของจริงหากผู้ใช้คือเจ้าของ เสียงจากการปะทะแม้จะดังแต่ทว่าหูของไคโรที่เพิ่มความอ่อนไหวด้วยลมปราณสามารถสัมผัสได้ถึงเสียงแตกหักของโล่สีดำทะมึน

ม่านควันกำบังสายตานั้นเป็นเรื่องดีสำหรับการต่อสู้กับศัตรูประเภทประชิดตัว ทว่าในกรณีนี้ดอลล์เอ็มเพรสสาวไม่จำเป็นต้องคิดเมื่อสั่งงานเหล่าตุ๊กตาให้โจมตี ไคโรย่อตัวลงและดีดตัวถอยออกจากกลุ่มควันได้ทันท่วงทีก่อนที่กองทัพตุ๊กตาไร้ชื่อจะพุ่งหอกของพวกมันเข้าหากลุ่มควันแบบไม่คิดชีวิต

หากเธอถอยออกมาช้ากว่านี้เพียงเสี้ยววินาที เกรงว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะจบลงเร็วกว่าที่คิด ไคโรถอนหายใจโล่งอกเมื่อรอดพ้นจากการโจมตีของวอล์คมาได้ แต่จอมยุทธ์สาวไม่อาจได้พักนานนักเมื่อวินาทีถัดมา แทนที่จะเป็นกองทัพตุ๊กตาแต่กลับมีตุ๊กตาอัศวินขนาดเท่ามนุษย์พุ่งออกมาจากกลุ่มควันพร้อมดาบยักษ์สันหนาสองคมที่วาดไหวไปมาหมายเอาชีวิต

นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนทอแวววาวโรจน์ราวสัตว์ร้ายกำลังเล่นกับเหยื่อของตน การวาดดาบแต่ละครั้งล้วนรวดเร็วและหนักหน่วงทว่ากลับไร้ช่องโหว่และไม่มีการใช้แรงหรือพื้นที่ไปสิ้นเปลืองเปล่าประโยชน์ และดาบยักษ์นี่ก็เร็วเกินกว่าที่เธอจะรวบรวมลมปราณขึ้นมาต้านทานได้ทัน

เปรี้ยง!

ดาบยักษ์สีดำของไนท์กาเวนปะทะเข้ากับพื้นหินและจมลึกลงไปอย่างน่าประหลาด เป็นจังหวะเดียวกันกับที่กระแสลมปราณรอบด้านปั่นป่วนอีกครั้งด้วยฝีมือของผู้เชี่ยวชาญลมปราณเพียงหนึ่งเดียวในการต่อสู้ครั้งนี้

อวิชชาไร้สูญ ย่ำหมอกหยอกดาว!

ร่างกายของจอมยุทธ์หญิงชุดแดงไหววูบผลุบโผล่ไปทั่วคลองสายตาของวอล์คที่มองผ่านตาของไนท์กาเวน เมื่อเห็นว่าชีวิตชั่วครู่ของตุ๊กตาอัศวินตัวนี้จบลงเธอจึงยกเลิกการมองผ่านตาของตุ๊กตาทันที นับว่าเป็นโชคดีที่เธอยังมีตุ๊กตาเก็บเอาไว้อีกเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเธอจึงไม่จำเป็นต้องกังวลกับการที่จะสูญเสียตุ๊กตาสำคัญตัวใดตัวหนึ่งไปเพราะไม่ว่าอย่างไรเธอก็มีสำรองไม่จำกัด

การลอกเลียนแบบอวิชชาทลายทัพบังเกิดขึ้นอีกครั้ง แม้จะปราศจากไฟปราณที่เผาผลาญพลังวัตรแต่ก็ยังรุนแรงจนเป่าร่างท่อนบนของไนท์กาเวนหายไปกับเปลวเพลิง

วอล์คส่ายศีรษะแล้วจึงขยับกริชในมือเพื่ออ่านความคิดของอีกฝ่าย ดอลล์เอ็มเพรสสาวเพียงคลี่ยิ้มและเรียกตุ๊กตาตัวสำคัญอีกตัวออกมาจู่โจมไคโรตามเกมของอีกฝ่าย แม้อวิชชาจะอันตรายแต่ก็ใช่ว่าสายเวทจะไม่มีหนทางที่จะเอาชนะวิชาโกงๆอย่างของสายปราณได้

วอล์คสะบัดกริชกากบาทในมืออีกครั้ง ส่งถ่ายพลังเวททั้งหมดไปยังของบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ในหน้าต่างสัมภาระเมื่อมีโอกาส ทักษะของกางเขนแห่งราศีตุลย์ทำให้อัตราการฟื้นฟูของพลังเวทมนตร์เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล แม้จะไม่มีทักษะโจมตีเลยแม้แต่น้อยแต่ก็ใช่ว่าจะไร้ประโยชน์

ตุ๊กตาอมนุษย์มังกรทองที่เธอเคยใช้กับราห์เวียบัดนี้กำลังต่อสู้กับไคโรอยู่อย่างยุ่งเหยิงจนมือไม้แทบพันกัน ส่วนผู้ชักใยมันนั้นกลับทำเพียงสะบัดกริชในมือราวกับวาทยกรคอยสร้างด้ายเวทมนตร์ก่อกวนอีกฝ่ายอยู่ตลอดเวลา

ทั้งสองคนต่างฝ่ายต่างยังไม่มีใครเอาจริงกับการต่อสู้ครั้งนี้ รันที่จำใจต้องเป็นผู้ชมรู้เรื่องนี้ดี เขาคอยสังเกตหลอดพลังเวทของวอล์คที่หายไปจนเกือบหมดแล้วเพิ่มขึ้นมาจนเต็มอยู่บ่อยๆนั้นเริ่มทำให้เขาสงสัยว่าเธอกำลังทำอะไร แถมด้วยการลงมือของไคโรก็ไม่เหมือนกับตอนที่เขาสู้กับเธอที่อลาสไทร์ด้วยซ้ำ ธิดาหยกแดงจะลงมือด้วยความรวดเร็วและรุนแรงมากกว่านี้

แต่อะไรคือสิ่งที่รั้งเธอเอาไว้?

เขารู้จักวอล์คและไคโรดี ทั้งสองคนมีอะไรบางอย่างที่เหมือนกันที่เจ้าตัวไม่รู้ แต่เขาที่คอยดูพวกเธออยู่ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันนั้นรู้ พวกเธอจะไม่ออกมือออกไม้ก่อนหากว่าไม่ได้เห็นเป้าหมายแสดงศักยภาพออกมาอย่างเต็มที่ สรุปง่ายๆคือเป็นพวกที่ต้องเห็นพลังของเป้าหมายก่อนถึงจะสวนกลับไปด้วยความรุนแรงจนตั้งตัวไม่ได้

และเหมือนว่าทางฝ่ายไคโรเองก็เริ่มรู้สึกถึงบางสิ่งที่แปลกไป วิถีการโจมตีของวอล์คเป็นไปอย่างที่เธอคาดการณ์ และนั่นไม่ใช่เรื่องดีเมื่ออีกฝ่ายเป็นถึงผู้ที่ครอบครองอาวุธที่สามารถทำให้อ่านใจได้อยู่ เธอกำลังถูกอ่านใจและกำลังถูกต้อนให้จนมุม

ถึงคราวป้องกันและสวนกลับของธิดาหยกแดง

“ได้เวลาทำสงครามประสาทกันหน่อยล่ะ”ช่วงเวลาต่างๆที่มีความสุขที่เธอและรันเคยใช้ด้วยกันถูกรื้อฟื้นขึ้นมาเต็มหัว ทำให้ผู้ที่กำลังอ่านใจเธออยู่ต้องไขว้เขวและกัดฟันกรอดสบถด่าหัวเสีย เพียงเท่านั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับการสวนกลับของเธอ

เสียงเพลงขับออกจากริมฝีปากอิ่มของจอมยุทธ์สาวพร้อมกับกลิ่นดอกไม้อันคุ้นเคย ดอกพุดซ้อนจำนวนมากลอยอ้อยอิ่งไปตามกระแสธารลมปราณสีขาวที่ดูคล้ายหมอก กินพื้นที่ครอบคลุมทั่วทั้งอาณาเขตของวอล์ค และทักษะที่ไม่รู้ความสามารถและที่มานี้ย่อมสร้างความไม่สบายใจและกระตุ้นให้ความหวาดระแวงถีบตัวขึ้นสูงจนวอล์คต้องบังคับตุ๊กตาให้ทำลายดอกไม้พวกนี้ให้ได้เท่าที่ทำได้

การปิดบังความคิดนั้นความจริงแล้วเป็นเรื่องง่าย นอกจากไม่คิดอะไรเลยแล้วก็ยังมีการทำให้ผู้ที่อ่านใจไขว้เขวด้วยการเล่นโจมตีที่จุดอ่อนอย่างที่เธอทำเมื่อครู่ และคิดเรื่องอื่นที่มันไร้สาระจนไม่สามารถจับใจความใดๆได้อีกวิธี แถมตอนนี้แผนการง่ายๆของเธอก็ประสบผลสำเร็จแล้ว

ด้วยผลของบุพผาลวงใจ เธอรู้จุดอ่อนของวอล์คแล้ว

“หึหึ.. พลังเวทที่น้อยเกินไปจนทำให้ไม่สามารถใช้งานทักษะได้อย่างเต็มที่อย่างงั้นเหรอ?”หญิงสาวกระพริบตาปริบๆมองกองทัพตุ๊กตาที่เริ่มรวมตัวกันเป็นกองร้อยกองพันอีกครั้งด้วยสองไหล่ที่ลู่ลง พลังเวทที่น้อยเกินไปซึ่งเป็นจุดอ่อนเพียงหนึ่งเดียวของวอล์คบัดนี้ถูกลบไปด้วยกริชที่เจ้าหล่อนถืออยู่นั่นแล้ว

และนี่คือสภาพของวอล์คเมื่อไร้ซึ่งจุดอ่อนนั้น

กองทัพตุ๊กตาระดับสูงที่แทบจะทำลายกิลด์ใหญ่ได้ง่ายๆนี่ไง

ในเมื่อไม่มีจุดอ่อนแล้วเธอก็ไม่อาจจะยอมงอมืองอเท้าง่อยกินทำตัวเป็นผู้เล่นใหม่หัดใช้ลมปราณได้อีกแล้ว ชีพจรลมปราณในร่างกายเริ่มค่อยๆเปลี่ยนไปอย่างช้าๆพร้อมกับปีกที่ด้านหลังที่กำลังหดลงชำแรกเข้าสู่ร่างกายอย่างผิดธรรมชาติ

ลมปราณวงกตฟ้าไม่เหมาะกับร่างกายของมนุษย์ เพราะมันจะทำให้อายุขัยสั้นลง แต่ในกรณีที่เธอเป็นผู้เล่นมันจะทำให้ขีดจำกัดพลังชีวิตลดลงมากจนมีน้อยกว่าผู้เล่นทั่วไปที่ระดับเท่ากัน ในการที่มหาปราชญ์วายูสามารถคิดค้นและใช้มันได้อย่างคล่องแคล่วนั้นก็เพราะว่าเขานั้นมีจุดชีพจรในร่างกายที่ไม่เหมือนมนุษย์ทั่วไป

สีผิวของไคโรเริ่มซีดจางลงราวกับระบบไหลเวียนเลือดเริ่มปฏิเสธที่จะทำงาน เล็บสีธรรมชาติค่อยๆกลายเป็นสีดำและยาวขึ้นเป็นกรงเล็บของอสูรร้าย ลมปราณวงกตฟ้าคือลมปราณที่ก่อเกิดอวิชชาสายมาร ดังนั้นมนุษย์ที่ฝึกย่อมต้องเบนเข้าสู่วิถีมารเป็นธรรมดา ด้วยพลังที่ได้มาง่าย มันจะต้องมีค่าตอบแทนที่สูงมากพอที่จะทำให้ความสามารถของมันนั้นสมเหตุสมผล

ยิ่งเธอใช้อวิชชานี้มากเท่าไหร่ พลังชีวิตสูงสดของเธอจะลดลงมากเท่านั้น วินาทีละสิบจุดอาจจะถือว่าน้อย แต่การที่เธอต้องใช้มันตลอดเวลาเพื่อที่จะสู้กับวอล์คแบบนี้มันถือว่าเยอะมาก แค่หนึ่งวินาทีเธอก็สามารถทำดาเมจได้เกินแสน แค่นี้ก็มากเพียงพอที่จะต้องหวั่นแล้ว

แต่ตัวเธอในตอนนี้ก็แข็งแกร่งมากพอจะจัดการน้องสาวคนนี้ได้อยู่หมัดแล้ว

อวิชชาไร้สูญ ทวนทิศวัฏสงสาร!

อวิชชาไร้สูญคืออวิชชาที่ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้ลมปราณได้อย่างไร้ขีดจำกัด ต่างจากอวิชชามหาวัตรที่นำเอาพลังวัตรภายนอกมาใช้ อวิชชาไร้สูญนั้นกลับนำเอาลมปราณที่ใช้ออกไปแล้วกลับมาใช้ไม่ได้อย่างพลิกแพลงและไร้ขีดจำกัด ไม่ปล่อยให้ลมปราณสูญสิ้นไปโดยเปล่าประโยชน์ มีพลังวัตรเท่าไหนก็ใช้เท่านั้น ไม่มีวันเพิ่มและไม่มีวันลด

นั่นคือหมายถึงหากใช้อวิชชานี้อยู่ ผู้ใช้จะไม่มีวันตายเพราะไร้ซึ่งพลังวัตรแน่นอน

ร่างกายของจอมยุทธ์สาวชุดแดงบัดนี้ดูราวกับเป็นของมารร้าย ทวนทิศวัฏสงสารนั้นจะทำให้ร่างกายของผู้ใช้ไร้พลังวัตร ปราศจากชีพจรลมปราณภายในร่างกาย ในสภาพนี้เธอเป็นยิ่งกว่าคนพิการที่ไร้ซึ่งลมปราณ ทุกสิ่งล้วนมีพลังวัตรเป็นของตนเอง แต่นี่เมื่อไร้ซึ่งพลังวัตร เธอก็ไม่ต่างไปจากความว่างเปล่า เป็นเพียงภาชนะเปล่าๆที่ปล่อยให้ลมปราณไหลผ่านเท่านั้น

ขัดต่อหลักการ..

แต่นี่ไม่ใช่หรือ ที่ถูกเรียกว่าอวิชชา?

ไคโรที่บัดนี้ยอมให้ขาข้างหนึ่งก้าวล้ำเข้าสู่วิถีนอกรีตของการฝึกลมปราณก็ไม่ต่างไปจากมาร นัยน์ตาสีดำสนิทกลายเป็นสีแดงและมีไอหมอกขุ่นมัวลอยอ้อยอิ่งอยู่ภายใน ดูราวกับเป็นเนื้อหยกสีแดงชาดที่เลอค่าและหาได้ยากยิ่ง

นี่คือที่มาของฉายาธิดาหยกแดง..

จอมยุทธ์หญิงบัดนี้โอบกอดร่างกายด้วยภูษาสวรรค์ที่เคยเห็นในอลาสไทร์ คมมีดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเวทมนตร์ทั้งสี่ทอแสงวิบวับเล่นกับละอองเวทมนตร์ในอากาศ คมกริบและดูน่าอันตรายจนวอล์คผู้เป็นคู่มือยังต้องลอบกลืนน้ำลายหนืดคอ

“พี่ไม่อยากทำแบบนี้หรอกนะวอล์ค แต่ว่า.. มันช่วยไม่ได้จริงๆ”จอมยุทธ์สาวผู้ยอมรับในวิถีแห่งมารกรีดกรายปลายนิ้วพลิ้วไหวไปในอากาศ ร่ายรำไปพร้อมกับภูษาสวรรค์อันเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวของผู้ที่สืบทอดเจตจำนงของพฤกษาแรกกำเนิด แสงสีขาวค่อยๆห้อมล้อมร่างกายของไคโรและซึมซับหายเข้าไปเป็นเวลาเดียวกับพละกำลังและความเร็วมากมายเพิ่มพูนขึ้นอย่างผิดธรรมชาติ

ทั้งลมปราณและเวทมนตร์ ผู้ที่ใช้ได้หลากหลายกว่าย่อมมีเปรียบ และผู้ที่เข้าถึงแก่นแท้แล้วย่อมต้องมีโอกาสชนะมากกว่าผู้ที่ใช้เพียงเพื่อเป็นทางผ่านในการแสดงฝีมือที่แท้จริง หากดูสถานการณ์โดยรวมแล้ววอล์คแพ้ไคโรแน่นอน แต่เขาที่เป็นพี่ชายจะยอมได้หรือ..

รันหรี่ตาลงมองด้ายเวทมนตร์ที่พันธนาการร่างกายของตนตรึงไว้กับพื้นครู่หนึ่งก่อนจะเทเลพอร์ทออกจากตรงนั้นในทันที จอมมารหนุ่มยืนอยู่ที่ด้านหลังของสมิงสาวที่สติหลุดจนแทบบ้าคลั่งวิ่งเข้าสู้กับศัตรูโดยไม่คิดแผนการอะไร

“พี่ไม่ได้จะห้ามหรอกนะ เพราะเรื่องนี้พวกเธอต้องทำความเข้าใจกันเอง แต่ก็พยายามอย่าฆ่ากันให้ตายล่ะ เพราะไม่ว่าเราหรือไคโรตายต่อให้นี่เป็นเกมพี่ก็คงเสียใจไม่แพ้กัน”มือเรียวภายใต้ถุงมือสีดำยกขึ้นลูบผมของดอลล์เอ็มเพรสสาวจนเธอต้องชะงักและหันกลับมามอง

“พี่หมายความว่า..”

“พี่จะไม่ห้ามพวกเราสองคนไม่ให้สู้กัน แต่อย่าเล่นกันถึงตาย.. คำสาปจากโอเซ่มันก็แค่ข้ออ้างให้เราลงมือได้โดยไม่ตะขิดตะขวงใจใช่ไหมล่ะ?”รันถอนหายใจและเรียกใช้โกงเป็นโกงตาย โยนลูกเต๋าในมือเพื่อลบสถานะผิดปกติที่อยู่กับวอล์คออกทันที

“อย่าออมมือนะ เพราะไคโรเวลาเอาจริงแม้แต่พี่ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะชนะรึเปล่า”

นัยน์ตาสีเขียวมรกตเบนไปยังนัยน์ตาคู่สีแดงของจอมยุทธ์สาวที่ยืนนิ่งมองดูเขาด้วยรอยยิ้ม เขารู้ว่าทุกอย่างในตอนนี้มันแปลกไปจากแผนการที่วางเอาไว้ในตอนแรก เขาจะต้องรีบไปหาราชินีของเผ่าวิหคให้เร็วที่สุดเพื่อยื่นข้อเสนอตกลงเป็นพันธมิตร จากนั้นจึงเตรียมรับมือกับอะไรก็ตามที่ทำให้แผนการของเขาปั่นป่วนไปหมด ต่อให้มันเป็นเพียงแค่แผนง่ายๆที่เด็กประถมยังอ่านออก แต่คนที่ลงมือในแผนการนี้ไม่ใช่พวกกระจอก การจะถูกก่อกวนได้ขนาดนี้อีกฝ่ายต้องมีพลังอำนาจบางอย่างอยู่ในมือ

พลังอำนาจที่สามารถควบคุมปีศาจทั้ง 72 ได้ดั่งใจนึก

โซโลมอน

รันเปิดหน้าต่างปาร์ตี้ขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะส่งคำร้องเชิญเข้าร่วมปาร์ตี้ให้เธออีกครั้ง หลังจากจัดการธุระของสองสาวนี้เสร็จแล้วเขาจะรีบไปหาเมโลเดียในทันที เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าราชินีของเผ่าวิหคในตอนนี้กำลังสู้อยู่กับใครในปีศาจทั้ง 72 ตน

หลังจากมองไล่หลังชายผู้เป็นเป้าหมายของพวกเธอไป ทั้งวอล์คและไคโรก็หันกลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่การหมายเอาชีวิต แต่เป็นการประลองเพื่อพิสูจน์ตัวเองของทั้งสองคน ประลองเพื่อปรับความเข้าใจและเพื่อศักดิ์ศรีของผู้หญิง!

“หลุดออกจากด้ายเวทมนตร์ได้ง่ายๆแบบนั้นทำไมไม่ออกมาตั้งแต่แรกก็ไม่รู้เนอะ?”ไคโรว่ายิ้มๆก่อนจะถอนหายใจ จอมยุทธ์สาวถูมือทั้งสองข้างไปมารวบรวมพลังวัตรในอากาศมาสร้างเป็นกระบี่หยกสีแดงเพื่อต่อกรกับกริชระดับตำนาน

“นั่นสินะคะ”รอยยิ้มผุดขึ้นมาบนดวงหน้าหวานของดอลล์เอ็มเพรสสาว เธอขยิบตาให้กับไคโรเล็กน้อยเป็นเชิงรู้กันว่าต่างฝ่ายต่างต้องการอะไร สองสาวขวางอาวุธของตัวเองขึ้นก่อนจะตรงเข้าหากันในทันที กริชกากบาทเงื้อไปด้านหลังเช่นเดียวกับกระบี่หยกที่ตั้งท่าพร้อมแทง

ในหนึ่งวินาที ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้ายเวทมนตร์สีดำแผ่กระจายออกมาจากกริช ไอปราณสีแดงแผ่ออกมาจากกระบี่หยก อาวุธทั้งสองล้วนเข้าเป้า ทว่าค่าความเสียหายที่ลอยขึ้นมานั้นกลับมีเพียงน้อยนิด สีหน้าของหญิงสาวทั้งสองต่างไม่สู้ดีเมื่อเห็นว่าค่าความเสียหายที่ต่างฝ่ายต่างทำได้นั้นน้อยเพียงแค่สามหลัก

“รู้กันตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าผมเป็นผู้ชมอยู่ตรงนี้?”

กระบี่หยกและกริชที่แทงทะลุอากาศธาตุสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะถูกดีดหลุดออกจากมือ ไคโรและวอล์คกระโดดถอยออกห่างมองผู้พูดด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ ที่ตรงนั้นที่พวกเธอโจมตีเข้าไปปรากฏร่างของชายหนุ่มในชุดจอมเวทรุ่มร่ามสีดำขลิบทองเจ้าของนัยน์ตาสีเทอร์คอยส์ ชายผู้นั้นขยับยิ้มเล็กน้อยก่อนจะผายมือออกกว้างปล่อยแรงกดดันออกมามหาศาล

“ยินดีที่ได้รู้จัก เจ้าสาวของสหายเก่าทั้งสอง ผมชื่อ...”

-สัตว์อสูร ผู้ปกครองแห่งฟ้าดิน โซโลมอน(ร่างจำลอง) ชั้น เทพอสูร ระดับ 999 ปรากฏ ผู้ที่ถูกสังหารจะถูกริบทรัพย์สินทั้งหมด สูญเสียอาวุธยุทธภัณฑ์ทั้งหมดที่สวมใส่ สูญเสียพลังพิเศษ 1 อย่างโดยสุ่มแบบถาวร ค่าพลังทุกอย่างลดลงครึ่งหนึ่งถาวร ระดับลดลงเหลือ 1 และเพิ่มเวลารอเกิดเป็น 100 วัน เนื่องจากระดับแตกต่างกันเกินไปขอแนะนำให้หนีค่ะ-

“..โซโลมอน”

 

 

“หวังว่าสองคนนั้นจะไม่ลงมือหนักกันเกินไปนะ”รันที่วิ่งตัวปลิวหนีจากสนามรบของเหล่าปีศาจนอกเมืองเข้าสู่กำแพงเมืองวิหคกล่าวพึมพำออกมาเบาๆ เขากวาดตามองสิ่งก่อสร้างจำนวนมากที่ถูกเผาผลาญจนเหลือเพียงซากปะรักหักพังและขี้เถ้าแล้วจึงนิ่วหน้า

จอมมารหนุ่มเปิดหน้าต่างแผนที่ขึ้นมาและแผ่พลังลมปราณออกไปเพื่อรับรู้สภาพแวดล้อมจากชีพจรฤดู แผนที่ที่เคยมือสนิทกลับสว่างไสวและมีรายละเอียดที่ถี่ยิบชนิดที่รู้กระทั่งทางลับต่างๆนานา ทว่าความสนใจของเขาไม่ได้อยู่ที่ตรงเนื้อหาของแผนที่

แต่เป็นจำนวนของสัตว์อสูรรูปร่างเหมือนอิมป์ขนาดเท่ามนุษย์จำนวนมากที่บินกันให้ว่อนจนมืดฟ้ามัวดินแบบนี้ หน้าจอแผนที่ของเขาแดงเถือกเต็มไปด้วยตำแหน่งของพวกมันเลยทีเดียว คนอื่นๆในปาร์ตี้ของเขานั้นกำลังรับมือกับพวกนี้และปีศาจของโซโลมอนอยู่

ที่อยู่ในเมืองตอนนี้มีเพียงฟอร์เนาอุส โครเซล และเวปาร์เท่านั้น ส่วนนอกเมืองตรงตำแหน่งที่คนอื่นๆในปาร์ตี้อยู่นั้นมีทั้งอามอน ซิน เดธและ โอเซ่ เขาไม่คิดว่าทางนั้นจะยกพวกกันมาน้อยขนาดนี้ มันจะต้องมีสาเหตุบางอย่าง บางทีโซโลมอนที่อยู่เบื้องหลังอาจจะไม่ต้องการสูญเสียไพร่พลโดยใช่เหตุ

“รู้สึกสังหรณ์ไม่ค่อยดีเลยแฮะ”

จอมมารหนุ่มสวมวิญญาณยักษ์อัสนีเร่งความเร็วขึ้นด้วยการประจุไฟฟ้าพุ่งฝ่าทหารวิหคและอิมป์ที่กำลังโรมรันกันอยู่เข้าไปในปราสาทที่อยู่ใจกลางของเมืองในทันที เขาไม่มีเวลาที่จะชมดูสถาปัตยกรรมของเมืองนี้อีกแล้ว ทันทีที่เขาก้าวเข้าสู่ห้องบัลลังก์ความหนาวเย็นก็บังเกิด

ไม่ใช่ที่ภายนอกแต่เป็นภายใน

หญิงสาวผู้มากบารมีและสติปัญญาที่เขาเห็นจากความทรงจำของทหารวิหคอาเรคดาธิลัสนั้นบัดนี้ไม่เหลือเค้าแววของความเป็นราชินีเลยแม้แต่น้อย นางถูกดาบสีขาวจำนวนมากปักแทงตรึงอยู่บนผนังเหนือบัลลังก์ ปีกสีรุ้งของเธอที่บ่งบอกถึงความเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันกับเขาในอดีตอย่างวิหคร้อยรุ้งตอนนี้ขาดรุ่งริ่งและบิดเบี้ยวผิดรูป

เสียงสะอื้นไห้ดังออกมาจากริมฝีปากที่บิดเบี้ยวไปด้วยความเจ็บใจที่พลาดท่า ดังจนเขารู้สึกได้ถึงความสิ้นหวังแม้จะอยู่ไกลกันมากกว่าสิบวา รันเห็นภาพตรงหน้าแล้วสบถในใจ กระโจนขึ้นไปปลดปล่อยราชินีวิหคออกจากสภาพอันน่าอดสูนั่นและรักษาเธอจนมีสภาพสมบูรณ์เต็มที่

“องค์ราชินี มันเกิดอะไรขึ้น ..ทำไมท่านถึงได้เป็นแบบนี้?”

ด้วยระดับที่มีมากเฉียดร้อยของเมโลเดีย เขาไม่อยากจะนึกถึงผู้ที่ทำให้เธอตกอยู่ในสภาพแบบนี้เลยแม้แต่น้อย ถ้าเขาต้องเผชิญหน้ากับคนร้ายในตอนนี้ล่ะก็เขาคงไม่พ้นบาดเจ็บสาหัสแน่นอน ชายหนุ่มกัดฟันกรอดประคองตัวหญิงสาวสูงศักดิ์ผู้นี้ขึ้นนั่งบนบัลลังก์

“ท่าน.. คือจอมมารใช่หรือไม่?”

รันเลิกคิ้วมองด้วยความฉงน

“ครับ ผมคือจอมมารอย่างที่ท่านว่า.. แต่ทำไมท่านถึงทราบ?”

หญิงสาวเจ้าของเส้นผมสีบลอนด์สวยงามขยับยิ้มออกมาเล็กน้อยและถอนหายใจออกมา นัยน์ตาสีฟ้าสุกใสเบิกขึ้นมองใบหน้าของเขา เพ่งพิศดูถึงบุคลิกภาพและความคิดภายในราวกับจะมองให้ทะลุไปถึงวิญญาณ

“ท่านเหมาะสมอย่างที่มันว่า..”

“มัน..?”

-ผู้เล่น รัน ได้รับการยอมรับจาก ผู้นำทางแห่งสายหมอก เมโลเดีย ผู้เล่นและพรรคพวกของผู้เล่นกลายเป็นพันธมิตรของแดนวิหคค่ะ-

แม้จะสงสัย แต่ทว่าการกระทำต่อไปของเธอกลับน่าตระหนกยิ่งกว่าเมื่อราชินีปักษาคว้ามือของเขาไปใกล้ใบหน้าและบรรจงจรดริมฝีปากจุมพิตที่หลังมือ ความเย็นวาบหวิวแผ่กระจายจากจุดสัมผัสไปทั่วร่างพร้อมกับการรายงานของระบบที่ทำให้เขาต้องอ้าปากค้าง

-ผู้เล่น รัน ได้รับผลของทักษะ ลมหวน ของผู้นำทางแห่งสายหมอก เมโลเดีย คูลดาวน์ของทักษะทุกชนิดที่ครอบครองอยู่ถูกรีเซ็ตค่ะ-

“ห๊ะ!? ทักษะนี่มันจะโกงไปหน่อยมั้ย?”

“มันกำลังรอท่านอยู่..”

-ผู้เล่น รัน ได้รับการติดต่อจากผู้เล่น ลินเบลล์ ค่ะ ต้องการรับหรือไม่คะ?-

“มีอะไรอีกล่ะเนี่ย? ..รับ”

//พี่รัน! รีบหนี! ออฟไลน์ไปเดี๋ย-//

“วอล์ค? เป็นอะไรไป เกิดอะไรขึ้น?”ตอนนี้จะบอกว่าเอ๋อรับประทานดูจะเข้าท่าที่สุด เขามองหน้าจอสนทนาที่ขึ้นเพียง Sound only ด้วยความกังวล เท่าที่เห็นเมื่อครู่วอล์คไม่ได้ดูอ่อนแอถึงขนาดนั้น แถมยังบอกให้เขารีบหนีและออฟไลน์ไปเลยนี่หมายความว่ายังไง?

//...แหม น้องสาวนายนี่น่ารักดีนะรัน แฟนเก่านายก็น่าดูใช่ย่อย หึหึ//

สิ้นเสียงหัวเราะหน้าต่างการสนทนาก็ถูกปิดลงไปพร้อมกับสีหน้าของรันที่กลายเป็นแข็งกระด้าง นัยน์ตาสีเขียวมรกตหรี่ปรือลงพร้อมกับมุมปากที่ยกขึ้นยิ้มเยาะ เมโลเดียมีระดับสูงมากและผู้ที่จะลงมือกับหล่อนได้ถึงขนาดนี้ต้องมีระดับสูงกว่ามากๆเท่านั้น และ มันที่ราชินีปักษาพูดถึงนี้จะต้องเป็นคนๆนั้น ทักษะลมหวนนั้นถูกใช้ออกมาเพราะความต้องการบางอย่างของใครคนนั้นที่กำลังรอเขาอยู่

และดูเหมือนว่าใครคนนั้นจะไม่ชอบรอนานนัก

“โผล่หัวออกมาแล้วสินะ โซโลมอน”

หนทางของจอมมาร การสนทนากับผู้ล่วงลับ!

ชายหนุ่มร้องตะโกนสุดเสียง ร่างแยกลมปราณปรากฏขึ้นมาจนเต็มโถงบัลลังก์แห่งนี้ก่อนจะสลายหายไปจนเหลือแต่เพียงร่างต้นที่มีระดับมากขึ้นจนเทียบกับวินาทีที่แล้วไม่ติดฝุ่น เสียงขู่คำรามต่ำในลำคอบ่งบอกถึงอารมณ์ที่ขุ่นมัวของเขาในตอนนี้ได้ดียิ่ง ด้วยการสนทนากับผู้ล่วงลับที่เพิ่มเป็นระดับ 2 ในการใช้ครั้งนี้ทำให้เขามีเวลาสองนาทีในการลงมือ และนั่นก็นับว่ามากเพียงพอ

-ผู้เล่น รัน ได้รับระดับชั่วคราวจากทักษะ เพิ่มระดับเป็น 1000 เนื่องจากพระเจ้าองค์ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่ ระดับเกิดการตีกลับลดลงเหลือ 999 ค่ะ-

มันไม่ใช่อะไรที่เขาใส่ใจนักในยามนี้ ในหัวของเขาตอนนี้มีเพียงภาพของวิธีการทรมานและการฆ่าที่เจ็บปวดที่สุดเท่าที่ขินตนาการของมนุษย์จะรีดเค้นออกมาให้เขาเลือกชมได้ เสียงของผู้ชายคนนั้นที่เขาได้ยินเมื่อครู่คือเสียงของโซโลมอน และมันก็ยังเป็นเสียงของใครอีกคนเช่นกัน...

รันคิดพลางแสยะยิ้มเหี้ยม “ถ้าแกแตะตัวของๆฉันแม้แต่ปลายเล็บ ฉันจะกุดหัวแก ฉันจะฆ่าแก ฉันจะทรมานแก ฉันจะทำให้แกรู้สึกผิดที่เกิดมาจนอยากมุดกลับเข้าท้องแม่ไปเลย ไอริส!!

 

 

ผู้เขียนคุยกับผู้อ่านซักเล็กน้อย..

ใกล้จะถึงตอนจบแล้วครับ! ไม่มีอะไรจะบอกมากเท่าไหร่.. ถ้าให้เลือกระหว่างพักสมองไปอ่านแนวหวานๆ กับต่อเนื่องไปกับภาคสองเลย.. จะเลือกอย่างไหนกันครับ?

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

1,284 ความคิดเห็น

  1. #1218 SHADOW (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 19 กันยายน 2557 / 21:51
    มีปมมันหนุกอย่างงี้นี้ละเวลาคลายแล้วหนุกจัด
    #1218
    0
  2. #1160 LoliBunSai (@god--me) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2557 / 02:14
    คุเรไนไอ้ชาติสุนัข!!ต้องฆ่า!ต้องฆ่า!ต้องฆ่า!!!รันไปฆ่ามันซ้าฆ่าจนกว่ามันจะเลิกเล่นไปเลย~~!!!!!!!!! อะใช่ผมมีคำถามนะถ้าหากถูกจูบนี่มันคือการล่วงละเมิดทางเพศไม่ใช่เหรอ???ไม่ผิดกฏของเกมงั้นเหรอครับถ้าไม่ผิดกฏเกมนี้ก็ไม่น่าจะเปิดให้บริการใด้นี่หน่าเพราะเรื่องนี้มันซีเรียสฟุดๆเลยตอบผมหน่อยนะอยากรู้จริงๆ
    #1160
    0
  3. #959 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2556 / 04:17
    รันมันมีวิชาเหมือนเป็ด เป็นทุกอย่างดันไม่เก่งซักอย่างเอามันแน่ๆหน่อยซิเออ
    #959
    0