God Presentiment Online ภาค สงครามเทียมเทพ

ตอนที่ 74 : บทที่ 17 จอมเทพและจอมมาร : ผู้แข็งแกร่งคือผู้อยู่รอด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 815
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    3 เม.ย. 57

บทที่ 17 จอมเทพและจอมมาร
ช่วงที่สอง ผู้แข็งแกร่งคือผู้อยู่รอด

สูงสุดสู่สามัญ

ร่างกายของยักษ์อัสนีกลายมารที่สวมเกราะสีดำเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นท่ามกลางสายตาประหลาดใจของทั้งโอดิน ฮูกินน์และมูนินน์ ร่างกายที่มีขนาดเล็กเพียงเท่ามนุษย์ปกติบัดนี้ขยายขนาดขึ้นสูงมากกว่าสองเมตรครึ่ง แผ่นหลังที่เคยเหยียดตรงก็โง้งงุ้มลงพร้อมกับกล้ามเนื้อที่ขยายขนาดขึ้น ที่น่าแปลกคือเกราะฟริกไนท์เองก็ขยายขนาดขึ้นตามการกลายร่างนี้เช่นกัน  ทว่ากลับไม่มีเกราะปกปิดส่วนที่งอกเพิ่มเติมออกมาอย่างหางยาวเหยียดที่ปกคลุมด้วยเกล็ดสีน้ำเงินนั่น สามง่ามที่ปลายหางปรากฏสายฟ้าไหลวนอยู่โดยรอบ ก้มหัวต่อราชาร้อยสมิงที่กลับสู่ร่างจริงของเผ่าพันธุ์

หมาป่าอัสนีหุ้มเกล็ด..

มัจฉาคลั่งอัสนี

สายฟ้าจำนวนมากผ่าลงมารอบด้านอย่างไร้ที่มา มหาเทพแห่งแอสการ์ดเพียงวาดหอกขึ้นเหนือหัวก็สามารถรับมือกับสายฟ้าที่ไม่ได้หวังผลโจมตีนั้นจนหมด ทว่านั่นกลับต้องและมาด้วยบาดแผลเป็นทางยาวที่สีข้างของมาศึกประจำกาย เสียงกรีดร้องโหยหวนของเทพอาชาดังกึกก้อง ทว่ามันยังไม่ดังเท่ากับเสียงคำรามลั่นของนายผู้เป็นใหญ่เหนือสายฟ้า

มุมปากของมหาเทพยกขึ้นเล็กน้อย ขับเน้นให้ใบหน้าไร้อารมณ์ของเทพแห่งสงครามดูน่าหวาดหวั่นยิ่งเข้าไปอีก เพียงขยับเท้ากระทุ้งสีข้างของมัน บาดแผลของสเลปนีร์ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับว่ามันไม่เคยบาดเจ็บมาก่อนก็ไม่ปาน อาชาเทพร้องลั่นก่อนจะห้อตะบึงเข้าหาผู้ที่ทำร้ายมันทันที

ริมฝีปากบางใต้หมวกเกราะแสยะยิ้มเหี้ยม ในเมื่อเขาและนัวร์ตอนนี้รวมกันเป็นหนึ่งเมื่อใช้เคล็ดรอนฤดู แล้วเหตุใดเขาถึงไม่ใช้อวิชชากัน? เหตุผลนั้นคือการรอจังหวะที่เหมาะสมอย่างไรล่ะ!

ยักษ์อัสนีแหงนหน้ามองขึ้นด้านบนก่อนจะปล่อยแขนทั้งสองข้างลู่ลงข้างลำตัวราวกับไร้กระดูก โอดินที่สังเกตเห็นความผิดปกตินั้นกว่าจะชักบังเหียนยื้อสเลปนีร์ให้หยุดฝีเท้ามันก็ไม่ทันการเสียแล้ว ทิวาปรปักษ์และราตรีครวญคลั่งห้อมล้อมด้วยไอเย็น แขนทั้งสองข้างของรันกระตุกราวถูกไฟช็อต เลื้อยรุกเข้าใช้ดาบที่มีความยาวมากผิดปกติทั้งสองเล่มแทงเข้าไปในอกของเทพอาชาอย่างรุนแรง

หมัดขอทาน

พลังจิตไหลเวียนในร่างกายแทรกซึมเข้าไปในข้อต่อกระดูกอย่างแนบเนียน ดีดตัวดันกระดูกให้หลุดจากเบ้าจนห้อยต่องแต่งทว่ายังยื้อยุดรั้งมันเอาไว้ มันทำให้เขาสามารถควบคุมข้อต่อตามร่างกายได้ดั่งใจนึก ทำให้สามารถใช้วิชาท่าร่างประหนึ่งหมัดเมาที่ไร้แบบแผนไร้วิถีได้ดั่งใจนึก เมื่อหนึ่งได้ผลการโจมตีในรูปแบบเดิมครั้งที่สองและสามจึงตามมา ไฟฟ้าที่ช็อตกล้ามเนื้อกระตุ้นให้แขนทั้งสองข้างขยับอย่างกะทันหันจึงถูกใช้งานอีกหลายครั้งจนกระทั่งกุงนีร์พุ่งลงมาปักที่ด้านหน้าของยอดอาชา

สเลปนีร์ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างขัดใจก่อนจะรีบดึงดูดอนุภาคเวทมนตร์ในอากาศเข้ามารักษาบาดแผลของตนอย่างรวดเร็ว การโจมตีเมื่อครู่สามารถทะลวงกำแพงพลังปราณของมันและกำแพงพลังเวทของโอดินได้อย่างง่ายดายราวกับปล่อยมีดที่ร้อนแดงลงบนก้อนเนยแข็ง

บ่งบอกให้มันรู้ว่าศัตรูตนนี้ไม่ได้อ่อนแออย่างที่มันสัมผัสได้

การโจมตีที่รวดเร็วและสามารถขัดขวางการโจมตีของมันได้ทุกรูปแบบ มันคือจุดเด่นของพวกเขาทั้งในตอนนี้และอีกต่อๆไป ทักษะพาหุยุทธ์ทั้งหลายที่ช่วยชีวิตของเขาเอาไว้หลายครั้งหลายหนอย่างญาณทิพย์และความเร็วในการโจมตีโดยใช้ไฟฟ้ากระตุ้นกล้ามเนื้อ ถ้าหากสามารถล่วงรู้การโจมตีได้และมีความเร็วที่มากพอ

การโจมตีพวกนั้นก็ไม่มีทางถูกตัวเขาได้

“สนุกให้มากๆเข้าล่ะ ฉันเองก็อยากจะเล่นเหมือนกัน”เสียงของนัวร์ดังขึ้นในหัวของยักษ์หนุ่มพร้อมกับที่ประกายตาสีแดงสว่างวาบขึ้นมาชั่วขณะ พลังวัตรในร่างกายถูกดูดเข้ามาอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วด้วยเคล็ดเปลวหิมะ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆจนถึงปริมาณที่มากพอดีที่จะใช้งาน

อวิชชาทลายทัพ พลีชีพอสูรสงคราม

พลังวัตรที่สะสมเอาไว้ในร่างกายที่เพิ่มจำนวนขึ้นดุจลูกโป่งที่ถูกเติมน้ำเข้าไปไม่หยุด เมื่อถูกขว้างออกไปด้วยความเร็วเดียวกับที่กระสุนระเบิดออกจากคลังเพลิงแล้ว หากมันปะทะ การระเบิดจะรุนแรงและสร้างความเสียหายมากกว่าที่ควรจะเป็น นั่นคือหลักการของพลีชีพอสูรสงครามที่จะสั่งสมพลังวัตรเอาไว้ในร่างกายให้มากจนพอที่จะเป็นระเบิดพลังวัตรขนาดใหญ่ที่พร้อมจะทำลายทั้งกองทัพให้ราบเป็นหน้ากลอง

ด้วยร่างกายที่เพิ่มพลังความเร็วด้วยไฟฟ้าและเคล็ดเพลิงตะวันแล้วความเร็วที่มีย่อมเหนือความคาดหมาย แต่ด้วยหมัดขอทานที่ยังใช้อยู่นั้นวิถีทางที่จะเข้าโจมตีจึงลัดลดคดเคี้ยวเหมือนขอทานขี้เมาที่โซซัดโซเซอยู่กลางถนน เพียงแต่ว่าขอทานที่ว่านั่นนั้นมีความเร็วที่มากพอๆกับเสียง!

โอดินคำรามเบาๆในลำคอก่อนจะแทงหอกลงกับพื้นขัดขวางเส้นทางการพุ่งตัวของระเบิดพลังวัตรมีชีวิตตรงหน้าอย่างรวดเร็ว พลังเวทมนตร์ในอากาศจับตัวแน่นและก่อตัวเป็นกำแพงหนาขวางกั้นระหว่างมหาเทพกับยักษ์อัสนีเอาไว้อย่างรวดเร็ว

เสียงระเบิดดังกึกก้องพร้อมกับที่กำแพงเวทมนตร์ถูกพังทลาย

เช่นเดียวกับพลังวัตรที่สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ นัวร์หลบกลับไปยังจิตใต้สำนึกอีกครั้งทิ้งภาระการควบคุมร่างกายไว้ให้กับเขาชั่วครู่ แม้จะมีเพียงเขาคนเดียวแต่เขาก็รู้ว่านัวร์ที่หลบหายไปนั้นเป็นเพียงความคิด ทว่าประสาทสัมผัสของนัวร์ก็ยังคงอยู่และร่างกายซีกซ้ายก็ยังไม่ใช่ของเขาอีกเช่นเคย

“ต่อที เราจะโจมตีสลับกันไปเรื่อยๆ พลังวัตรของเรามีแทบจะเป็นอนันต์ ของแค่ยังมีมวลอากาศ ยังมีออกซิเจน มันก็ยังมีอิเล็กตรอน พวกเราจะไม่มีทางแพ้ เพื่อนยาก”เสียงของนัวร์ดังขึ้นมาอีกครั้งเพื่อเตือนสติของเขา เคล็ดรอนฤดูเป็นลมปราณรักษาร่างกายทว่ามันกลับไม่รักษาอาการเหนื่อยล้า ยาฟื้นฟูพลังกายของเขามีอยู่มากพอสมควร ดังนั้นศึกนี้สามารถยืดเยื้อไปได้อีกนานจนกว่าจะถึงกำหนดเวลาออฟไลน์ของเขาได้เลย

ไม่เขาก็โอดิน ใครจะเผยไพ่ตายออกมามากกว่ากัน ใครจะเอาจริงออกมามากกว่ากัน พอถึงตอนนั้น คนที่จะยืนอยู่ได้จะเป็นใคร จอมมารอย่างเขาหรือว่าจอมเทพอย่างโอดิน?

“ท่านโอดิน หอกเทพเจ้าที่น่าภาคภูมิใจของท่านไม่สามารถทำอันตรายข้าได้ ถ้าท่านไม่มีวิธีอื่นมาทำร้ายข้า ข้าคงต้องเก็บกลับไปคิดดูใหม่แล้วว่าใครกันที่สงควรจะเป็นมหาเทพแห่งแอสการ์ดกันแน่?”คำยั่วโมโหอีกหนึ่งคำหลุดออกจากปากของยักษ์อัสนีกลายมาร ยุยั่วให้โทสะของเทพแห่งสงครามเดือดพล่าน

“เจ้ามีชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร ทำไมเทพสงครามเช่นข้าถึงไม่เคยเห็นเจ้าในสงครามครั้งไหนมาก่อน ปีศาจเช่นเจ้าที่เอาชนะหอกของข้าได้ย่อมต้องไม่ธรรมดา เจ้าเป็นปีศาจจากแดนอสูรอย่างนั้นหรือ?”สำหรับเทพแห่งสงคราม ไฟโทสะนั้นเป็นประหนึ่งเชื่อเพลิงที่จะผลักดันให้รบต่อไป คำถามที่ถูกส่งมาทำให้เสียงหัวเราะต้องหลุดออกมาจากปากของเขา

“โอ ท่านมหาเทพ ตัวข้านั้นเป็นเพียงราชาผู้ไร้บัลลังก์ นามของข้าผู้ต่ำศักดิ์ไม่คู่ควรต่อการรับรู้ของท่านหรอก ท่านโอดิน ..ข้าว่า หากท่านไม่เอาจริงขึ้นมาล่ะก็ เดี๋ยวจะหมดสนุกซะเปล่านะท่าน”ทว่ายังไม่ทันที่ยักษ์อัสนีจะได้ก้าวเท้า คอมของหอกเทพเจ้าก็พลันปรากฏขึ้นตรงหน้าของเขา มีเพียงคมหอกที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ส่วนด้ามของมันนั้นกำลังฝังอยู่กลางอกของเขา

“ถ้าหากเจ้าไม่เอาจริง เจ้าจะเสียใจ ราชาไร้บัลลังก์”

“ใช่ หากข้าไม่เอาจริงข้าจะเสียใจ”ร่างของยักษ์อัสนีที่ถูกกุงนีร์แทงทะลุอกอยู่นั้นเป็นเพียงร่างแยกที่เขาสร้างขึ้นมาจากมวลอากาศ การใช้พลังจิตการจินตนาการคือสิ่งสำคัญ ทว่าพลังจิตในความคิดของเขานั้นคือพลังความคิดที่เกี่ยวโยงกับวิทยาศาสตร์ คลื่นไฟฟ้าและคลื่นสมอง แม้จะไม่มีทักษะอย่างเป็นทางการทว่าความสามารถในการใช้พลังจิตของเขานั้นอยู่ในระดับที่สูงกว่าคนปกติหรือแม้กระทั่งโรสที่เป็นผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุดของสายพลัง

มันไม่ใช่ความพลิกแพลง แต่เป็นทฤษฎีที่อัดแน่นอยู่ในหัว

และเมื่อได้ความสามารถในการมองเห็นและควบคุมอิเล็กตรอนมาจากการกลายเป็นยักษ์อัสนีนั้นทำให้ทฤษฎีหลายๆอย่างเป็นจริงขึ้นมาได้ อย่างการเปลี่ยนแปลงชนิดของอะตอมธาตุ หรือแม้แต่การสร้างระเบิดนิวเคลียร์เปี่ยมไปด้วยกัมมันตภาพรังสีแบบที่เขาทำที่อลาสไทร์

และการจะสร้างร่างแยกจากการสกัดแยกไฮโดรเจนและออกซิเจนออกมาจากอากาศและใช้สมาธิจิตหนุนเสริมอีกนิด เขาก็สามารถใช้พลังจิตหักเหแสงและสร้างร่างก็อปปี้อันสมบูรณ์แบบขึ้นมาได้เรียบร้อย และด้วยความสามารถของเขาในตอนนี้ การจะสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์เดินได้สักกองทัพหนึ่งนั้นมันไม่ยากเลยซักนิด

ยักษ์หนุ่มเพียงดีดนิ้วครั้งหนึ่ง ร่างแยกที่ถูกกุงนีร์ปักเอาไว้ก็ค่อยๆแข็งตัวกลายเป็นน้ำแข็งอย่างช้าๆ สีสันบนร่างกายเองก็หายไปเมื่อไม่มีความจำเป็นแล้วที่จะหลอกล่ออีกฝ่าย

โอดินที่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นก็ออกแรงกระชากหอกเทพเจ้าออกจากกับดักทันที

ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่เป็นไปอย่างที่มหาเทพหวัง

“หอกของท่าน ข้าคิดว่าท่านควรจะปล่อยมือจากมันนะ ก่อนที่ท่านจะไม่มีมือไว้จับหอกอีก”

บรึ้ม!

รันหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อเห็นว่าโอดินไม่ยอมปล่อยมือออกจากหอกของตน การระเบิดขนาดใหญ่จึงผลักร่างของมหาเทพออกไปไกลกว่ากิโลเมตร ทั้งแรงระเบิดและกัมมันตภาพรังสี ต่อให้เป็นถึงมหาเทพแต่ก็น่าจะสึกหรอกันบ้างไม่มากก็น้อย

ทว่าความคิดเรื่องกัมมันตภาพรังสีทำให้เขานึกบางอย่างขึ้นมาได้

รันดีดนิ้วอีกครั้งสร้างกำแพงพลังจิตขึ้นล้อมรอบอีกาส่งสารตัวน้อยทั้งสอง ห้อมล้อมเอาไว้ด้วยไอเวทมนตร์ไร้สีสันที่เคลื่อนไหวรอบๆกำแพงพลังจิตอย่างรวดเร็ว เขาใช้วิธีเดียวกับตอนที่ใช้เมื่ออยู่ต่อหน้าฟีนิกส์ผู้แสวงหาความตายที่ทวีปเกียร์ ในตอนนั้นเขาไม่ได้นึกถึงการใช้จิตแบบที่เคยทำ ทว่าในตอนนี้เขาสามารถเบี่ยงเบนอนุภาคปนเปื้อนให้ออกห่างจากตัวเขาได้โดยไม่ต้องทำอะไรเลยด้วยซ้ำ

ระยะห่างกว่ากิโลเมตรถูกร่นลงมาสั้นเพียงนิดเดียวเมื่อเสียงกีบเท้าดังลั่น

Eight-legged Trample : Gigablitz!

“โอ ตกลงว่าสเลปนีร์เป็นสายพลังจิตสินะ?”ยักษ์หนุ่มส่ายหัวน้อยๆก่อนจะวิ่งตรงเข้าสวนเทพอาชาที่ห้อตะบึงเต็มฝีเท้าพร้อมด้วยโอดินบนหลังของมันที่ปราศจากบาดแผล ระเบิดนิวเคลียร์ขนาดย่อมนั้นเบาเกินไป อานุภาพระเบิดที่มีเพียงหนึ่งในร้อยยังไม่สามารถทำอันตรายให้มหาเทพระดับ 680 ได้ นั่นก็สมควรอยู่ หากเขาใช้แบบที่รุนแรงกว่าของจริง อาจจะไม่ใช่แค่โอดินที่จะตายก็เป็นได้

พลังวัตรในร่างกายเพิ่มปริมาณขึ้นอีกครั้งพร้อมกับตัวตนของนัวร์ที่เด่นชัดขึ้นมาอีกครั้ง

พลีชีพอสูรสงครามถูกใช้ออกมาเป็นหนที่สองเพื่อจะวัดแรงกับเทพอาชาในตำนาน รันที่รู้ความคิดของนัวร์นั้นกลับไม่คิดจะห้าม มิหนำซ้ำยังเร่งสูบพลังวัตรจากธารพลังสีเขียวอ่อนรอบด้านเข้าร่างกายอย่างรวดเร็ว นัวร์ที่หลบหายไปนั้นได้ทำการใช้เคล็ดรอนฤดูแผ่อาณาเขตการโคจรพลังวัตรไปเชื่อมต่อกับชีพจรฤดูอีกแล้วเพื่อแหล่งพลังงานที่จะถูกใช้ไปตลอดการต่อสู้นี้

ดาบทั้งสองเล่มยกขึ้นเหนือศีรษะก่อนจะฟาดใส่สเลปนีร์สุดแรงแฝงไปด้วยเคล็ดคลี่สัตตบรรณที่ไม่ได้ใช้มานาน นัวร์ชักนำพลังวัตรเข้าสู่ดาบทั้งสองเล่มอย่างรวดเร็วและระเบิดมันออกมาเต็มกำลัง

อวิชชาทลายทัพ ดับเพลิงมังกร

อวิชชาทลายทัพ พลีชีพอสูรสงคราม

เพลิงวัตรสีแดงสดระเบิดออกมาจากดาบยาวทั้งสองเล่มลุกไหม้ร่างกายของสเลปนีร์ พร้อมกับแรงระเบิดจากระเบิดพลังวัตรที่ผลักโอดินให้กระเด็กตกจากหลังม้า เทพแห่งสงครามไม่พลาดท่าโดยง่าย โอดินพลิกตัวใช้เท้ายันพื้นดีดตัวตรงมาหาเขาทันที

รันกระโดดถอยหลังพร้อมกับประจุร่างแยกจากมวลน้ำขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับเปลี่ยนมันให้กลายเป็นโลหะทันทีที่คมหอกเทพเจ้าวาดถูกตัว แสงสว่างจากกุงนีร์สาดจ้าผ่าร่างแยกโลหะของเขาให้ขาดครึ่ง

ทว่านั่นกลับเป็นแผน..

ร่างโลหะที่ขาดครึ่งแตกกระจายออกกลายเป็นแป้งฝุ่นลอยอยู่ในอากาศด้วยการเปลี่ยนแปลงสสารภายในพริบตา ยักษ์อัสนีกลายมารคำรามลั่นด้วยลำคอที่ผนึกเอาไว้ด้วยเวทนภานิรนาม เวทมนตร์ที่ทำให้สามารถควบคุมทิศทางของอนุภาคเวทมนตร์ได้ดั่งใจนึก

บรึ้ม!

เกิดการระเบิดขึ้นอีกครั้ง ทว่าคราวนี้ไม่ใช่ระเบิดนิวเคลียร์ขนาด 1 ใน 100 แต่เป็นระเบิดฝุ่นที่รุนแรงพอกันด้วยปริมาณขนาดนี้ รันไม่รอช้าให้โอดินรวบรวมสติได้ ยักษ์หนุ่มเงื้อทิวาปรปักษ์ขึ้นเหนือศีรษะและแทงมันลงที่ลำคอของสเลปนีร์ลึกลงไปจนทะลุ

ทว่าเมื่อไม่มีพื้นเมื่ออาชาเทพไม่สามารถใช้พลังจิตได้ เขาจึงต้องผนึกพลังจิตสร้างพื้นขึ้นมาเพื่อกักกันอาณาเขตให้มันถูกยึดติดเอาไว้ด้วยดาบยาวเล่มนั้น ไม่ให้มันลุกกลับขึ้นมาช่วยผู้เป็นนายได้อีก

ราตรีครวญคลั่งถูกเปลี่ยนจากมือซ้ายมาอยู่ที่มือขวา ส่วนมือซ้ายที่ว่างเปล่าก็กำแน่นเป็นหมัดและลุกโชนด้วยเพลิงวัตรที่ร้อนระอุ ดาบยักษ์ที่มีลักษณะคล้ายส้อมเสียงถูกผนึกเอาไว้ด้วยพลังจิตและฟาดลงปะทะกับความว่างเปล่า ส่งคลื่นพลังจิตออกไปรอบด้านเพื่อตรวจหาเทพแห่งสงครามที่หลบซ่อนอยู่ในกลุ่มควัน

โอดินยังคงสวมเกราะที่ปราศจากริ้วรอยและบาดแผล

ระเบิดฝุ่นไม่ได้สร้างรอยขีดข่วนให้กับมหาเทพแห่งแอสการ์ดเลยแม้แต่น้อย และเมื่อตามด้วยเสียงร้องคำรามของสเลปนีร์ที่ยืนหยัดลุกขึ้นมาได้ทั้งๆที่มีทิวาปรปักษ์ปักคาอยู่ที่ลำคอเขาก็ต้องถอนหายใจ รันหรี่ตาลงก่อนจะเร่งโคจรลมปราณเร็วขึ้นเป็นเท่าตัว ชีพจรภายนอกวาดผ่านร่างของมหาเทพและเทพอาชา ขุมพลังทั้งสองกำลังแผ่กระจายพลังจิตและเวทมนตร์ออกมาเป็นระลอกคลื่นรุนแรงและเข้มข้น

ความต่างชั้นของช่วงระยะ 600 ระดับกำลังกลับมาอีกครั้ง

เมื่อเป็นสองรุมหนึ่งเขาก็ได้แก่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันดูเชิงไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชิงลงมือก่อน แต่การจะปล่อยให้สเลปนีร์และโอดินฟื้นฟูพลังที่เสียไปโดยง่ายแบบนี้ก็ไม่อาจทำได้

“คราวนี้ฉันจะเข้าไปบ้าง รับหน้าแทนทีนะนัวร์”อีกฝ่ายไม่ตอบกลับแต่เขากลับรับรู้ได้ถึงการตกลงของนัวร์ เป็นอีกครั้งที่เขารู้สึกเหมือนกับว่ากลายเป็นเพียงผู้ชมอีกครั้ง รันเสตามองไปยังหน้าต่างระบบจำนวนมากรอบด้านที่แสดงข้อมูลทุกอย่างของเขาเอาไว้ละเอียดถี่ยิบ และตรงหน้าของเขาหรือก็คือหน้าต่างข้อมูลของลมปราณสางสุรีย์ที่นัวร์ถนัดเป็นที่สุด รันหันหลังให้กับมันก่อนจะวาดมือเรียกเอาหน้าต่างข้อมูลของจิตลำนำล่มฟ้าขึ้นมาแทนที่

นัวร์ยังคงคุมเชิงอยู่กับสเลปนีร์และโอดิน เขาจะไม่ยอมปล่อยให้โอกาสนี้เสียเปล่า

ชายหนุ่มหลับตาลงเรียบเรียงความรู้ทุกอย่างของตนเองออกมา หลังจากที่ได้รับลัญจกรน้ำเงินและลัญจกรแดงมาอะไรๆก็ดูเหมือนว่าจะเข้าที่เข้าทางมากขึ้น การทะเลาวิวาทกันของนักเลงข้างถนนที่ดูจะรุนแรงและอันตรายยิ่งกว่าการต่อสู้วัดฝีมือของทหารที่ได้รับการฝึกมาอย่างดีคือสิ่งหนึ่งที่เขาคุ้นเคยเป็นที่สุด

เพราะเขาเองก็เคยเป็นหนึ่งในนักเลงพวกนั้น แม้จะเป็นช่วงสั้นๆแต่ทว่าเขาก็ซึมซับการโจมตีและการใช้ร่างกายของพวกนั้นมาได้อย่างมากมาย

รันดีดนิ้วเรียกเอาคีย์บอร์ดโปร่งใสขึ้นมาและรัวนิ้วลงไป บันทึกข้อมูลที่เรียบเรียงมาได้ให้เป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้แบบเดียวกับที่เขาเข้าใจในเพลงมวยบาทบงกช ชายหนุ่มไล่สายตามองดูรายชื่อของทักษะบัญญัติใหม่จำนวนมากก่อนจะแค่นหัวเราะ

ทุกอย่างนี้สามารถประยุกต์ใช้กับการควบคุมแรงดึงดูดของลำนำล่มฟ้าได้

เมื่อมันเป็นพลังจิตที่เขาถนัดที่สุด รวมทั้งรูปแบบการต่อสู้ที่เขาเชี่ยวชาญและประสบพบเจอมากับตัวเองเป็นประสบการณ์ตรง หากเขาไม่สามารถนำมันมาผนวกเข้าด้วยกันได้แล้วใครจะทำได้?

-ผู้เล่น รัน บัญญัติวิชาขึ้นใหม่ โปรดตั้งชื่อค่ะ-

“สารานุกรมวิชาของรัน”

-ผู้เล่น รัน ได้รับทักษะย่อยของ สารานุกรมวิชาของรัน หมัดปลิดชีพ ค่ะ-

-ผู้เล่น รัน ได้รับทักษะย่อยของ สารานุกรมวิชาของรัน หมัดไร้ระยะ ค่ะ-

-ผู้เล่น รัน ได้รับทักษะย่อยของ สารานุกรมวิชาของรัน หมัดขอทาน ค่ะ-

-ทักษะ สารานุกรมวิชาของรัน ถูกเข้าใจได้จนถึงแก่นแท้ ทำการหลอมรวมทักษะเข้ากับตัวละครของผู้เล่นค่ะ ทักษะอื่นๆที่จะถูกบัญญัติเข้ามาใน สารานุกรมวิชาของรัน นี้จะถูกหลอมรวมเข้ากับตัวละครโดยอัตโนมัติถ้าหากสามารถเข้าถึงแก่นแท้ของวิชานั้นๆได้แล้วค่ะ-

“หึๆ ถ้าจะใช้มันกับเพลงหมัดพวกนี้ เราคงต้องปรับเปลี่ยนมุมมองของพลังจิตซะใหม่ล่ะนะ”รันยิ้มเหี้ยมก่อนจะกลับเข้าสู่การควบคุมร่างกายอีกครั้ง ยักษ์หนุ่มลดอัตราการใช้งานของสูงสุดสู่สามัญลงจนเหลือแค่ร่างกายที่สูงเพรียวขนาดสองเมตรและหางที่ยาวลีบ ไม่ได้เต่งตึงไปด้วยกล้ามเนื้อแบบก่อนหน้านี้อีกแล้ว ผ้าคลุมสีดำที่สังเคราะห์ขึ้นจากฟริกไนท์ก็เปลี่ยนรูปร่างไปกลายเป็นแขนอีกสองข้างที่เหนือหัวไหล่ทั้งสองข้าง

ทิวาปรปักษ์ถูกพลังจิตดึงให้กลับมาอยู่ในมือของเจ้าของมันอีกครั้งก่อนจะสั่นไหวหวีดร้องคร่ำครวญเมื่อพลังจิตจำนวนมหาศาลถูกอัดแน่นเข้ามาในใบดาบอย่างหักโหมและฝืนธรรมชาติ เฉกเช่นเดียวกับราตรีครวญคลั่งในมือขวาที่ลุกไหม้ด้วยเพลิงวัตรร้อนแรงไม่หยุด

ด้วยร่างกายที่ผอมเพรียวลง ยักษ์อัสนีกลายมารก็สะกิดเท้าส่งตัวเองเข้าหาสเลปนีร์ก่อน แม้จะไม่ถนัดการต่อสู้กับศัตรูที่ไม่ได้มีร่างกายแบบมนุษย์แต่ก็ใช่ว่าสมองของเข้าจะตีบตันจนถึงขนาดที่ไม่สามารถวิเคราะห์ท่วงท่าที่จะใช้ได้ผลกับเทพอาชาแปดขานี้ได้ แขนกลทั้งสองเคลื่อนลงมาถือดาบทั้งสองเล่มแทนที่มือจริงๆที่กำลังรวบรวมพลังวัตร รันและนัวร์ต่างก็เร่งโคจรลมปราณและเร่งเร้าพลังจิตจนถึงขีดสุดและซัดการโจมตีที่รุนแรงออกไปอีกครั้ง

สเลปนีร์ที่คาดว่าเป้าหมายจะโจมตีด้วยดาบทั้งสองเล่ม เมื่อเห็นว่าดาบทั้งสองถูกเปลี่ยนไปถือด้วยแขนกลมันก็เร่งสร้างกำแพงพลังจิตขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เทพอาชากระทืบเท้าหนึ่งครั้งก่อนที่มวลร่างอันใหญ่โตมโหฬารของม้าแปดขาจะพุ่งเข้าปะทะกับร่างของยักษ์อัสนี

แรงที่มีมากกว่าเดิมด้วยการปรับสภาพให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมทำให้รันต้องขมวดคิ้วและรีดเร้นพลังกายออกมาสวนกลับไปอย่างไม่ย่อท้อ คลื่นลมปราณถูกอัดกระแทกออกมาจากฝ่ามือที่ดันช่วงอกของมันเอาไว้ด้วยความต่อเนื่อง ทว่ามันกลับไม่แม้แต่จะถอยหลัง มิหนำซ้ำยังดึงดันกระแทกเขาสวนกลับมาทุกครั้งด้วยลมปราณของเขาเองที่ถูกชักนำให้เปลี่ยนทิศทางภายในร่างกาย

ทิวาปรปักษ์และราตรีครวญคลั่งหวีดร้องลั่นเมื่อมันถูกแทงออกไปยังม้าแปดขา ทว่ากลับถูกเบียดออกด้านข้างด้วยกำแพงพลังจิตที่หนาเป็นพิเศษ แม้คมของพวกมันจะมีคุณสมบัติที่คล้ายกับฟูลคอร์สที่สร้างพวกมันขึ้นมา ทว่าหากเป็นกำแพงพลังพิเศษที่หนาและแข็งแกร่งเกินไปจะยังต้านทานเอาไว้ได้

เรื่องนี้เขารู้ดีเพราะเขาไม่ได้คิดจะใช้มันสร้างความเสียหาย

ฝ่ามือที่ส่งแรงดันร่างของสเลปนีร์อยู่แปรเปลี่ยนเป็นหมัดและถอยออกมาจากผิวกายหยาบกร้านปกคลุมไปด้วยขนสั้นเตียนสีดำนั่นเพียงไม่ถึงเซนติเมตรก่อนจะพุ่งเข้ากระแทกและบิดทะลวงกล้ามเนื้ออกด้วยจิตลำนำล่มฟ้าและลมปราณสางสุรีย์เคล็ดเปลวหิมะ

หมัดที่ส่งออกไปในระยะสั้นๆทว่ารุนแรงด้วยพลังพิเศษที่อัดแน่น

สารานุกรมวิชาของรัน หมัดไร้ระยะ!

อีกมือหนึ่งที่ทาบไว้กับอกอีกด้านของสเลปนีร์ส่งกระแสไฟฟ้าแรงสูงเข้าไปช็อตหยุดการทำงานของกล้ามเนื้อ จากนั้นก็ตามด้วยดึงดูดให้ฝ่ามือติดอยู่กับแผงอกตลอดเวลา และรัวหมัดไร้ระยะใส่เทพอาชาไม่ยั้งมือ

ยักษ์หนุ่มหันตัวเล็กน้อยเพื่อที่จะให้โอดินอยู่ในคลองสายตาตลอดเวลา มหาเทพแห่งสงครามกำลังวาดหอกเทพเจ้าในมือขีดเขียนวงเวทจำนวนมากบนอากาศได้อย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยเวลาเพียงไม่กี่วินาทีที่สเลปนีร์พุ่งเข้าใส่เขา ทำให้โอดินสามารถขีดเขียนวงเวทของเวทมนตร์ระดับมหาเวทออกมาได้ถึงสี่วงด้วยกัน

และเพื่อเป็นการเตือนสติ ผู้ที่เป็นเจ้าของมหาเวทเหล่านี้คือมหาเทพแห่งแอสการ์ด

ตาซ้ายมองดูปฏิกิริยาของสเลปนีร์ที่สติค่อยๆเลือนหาย ตาขวาจับจ้องรอคอยการเคลื่อนไหวของโอดิน ยักษ์อัสนีผู้มีสองบุรุษควบคุมร่างบัดนี้กำลังดึงเอาศักยภาพของร่างกายนี้ออกมาเต็มที่ด้วยทุกวิธีที่ทำได้ นัวร์สูบพลังวัตรในร่างของสเลปนีร์เข้าตัวอย่างรวดเร็วด้วยเคล็ดเปลวหิมะที่สามารถใช้ได้เนื่องด้วยบุคลิกและสภาพจิตใจใกล้เคียงกับรัน ส่วนรันนั้นกำลังรวบรวมพลังจิตให้ไปกระจุกอยู่ใต้เท้าของโอดินเตรียมพร้อมที่จะจุดชนวนของกับดัก

สนธิสัญญาเก้าพิภพ ทะเลเพลิงแห่งมัสเปลไฮม์!

วงกลมไสยเวทเบื้องหน้าของโอดินสาดแสงสีแดงไปทั่วบริเวณก่อนที่อากาศรอบด้านจะสั่นไหวและทวีอุณหภูมิขึ้นอย่างกะทันหัน เปลวเพลิงสีส้มสดจุดตัวเองขึ้นมาจากอากาศธาตุก่อนจะลุกลามไปทั่วบริเวณ หลอมรวมเป็นดาบเปลวเพลิงจำนวนมากมายมหาศาล

จากความร้อนที่เขาสัมผัสได้ผ่านเกราะฟริกไนท์แล้วยังมากพอที่จะทำให้เนื้อตัวสุกได้ในทันที หากไม่มีเกราะฟริกไนท์และเกล็ดของยักษ์อัสนีห่อหุ้มร่างกายของเขาเอาไว้ป่านนี้คงจะเหลือเพียงเถ้าธุลี และความคิดนั้นก็เตือนสติเขาถึงอีกสองชีวิตที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของเขา ต่อให้เป็นเทพแต่ฮูกินน์กับมูนินน์ก็ยังมีความรู้สึกเจ็บปวด และมหาเวทบทนี้ก็กำลังจะอย่างสดพวกเธอในอีกไม่ช้า

ยักษ์หนุ่มคำรามลั่นก่อนจะประกาศใช้งานทักษะ

“กราวิเทชั่น!

แรงดึงดูดมหาศาลทำให้โอดินต้องทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นที่มองไม่เห็น วงเวทที่ยังเขียนไม่เสร็จต้องถูกทำลายไปอย่างน่าเสียดาย ทว่าเพียงบทเดียวก็สร้างปัญหาให้เขาได้มากขนาดนี้เขาไม่อยากนึกถึงอีกหลายวงที่เหลือจะทำอะไรได้บ้าง มหาเทพแห่งแอสการ์ดใช้เวลาเพียงชั่วอึดใจสลายทักษะของเขา รันไม่เสียเวลารอให้วงเวทถูกสร้างขึ้นมาอีก ยักษ์หนุ่มเรียกเอาฟริกไนท์ทั้งหมดที่เหลืออยู่ในไอเท็มรีดเดอร์ออกมาและส่งมันไปสร้างเป็นปราการหนาแน่นปกป้องอีกาน้อยทั้งสอง

จากเวทมนตร์บทนี้ เขารู้ได้ในทันทีว่าโอดินไม่ได้สนความปลอดภัยของพวกเธอเลยแม้แต่น้อย อาจด้วยเพราะว่าเป็นเทพหรือว่าพวกเธอไม่มีวันตายในคุกแห่งนี้ แต่จะอะไรก็ช่าง แต่เขาไม่ยอมให้เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆสองคนต้องถูกทำร้ายโดยไม่ได้ทำอะไรผิดอีกแล้ว

ชีพจรภายนอกของลมปราณสางสุรีย์เคล็ดรอนฤดูถูกชักนำให้ไปล้อมรอบลูกบาศก์สีดำขนาดใหญ่เอาไว้พร้อมด้วยอนุภาคเวทมนตร์ที่ประยุกต์ให้เป็นโล่สะท้อนพลังพิเศษเล็กๆที่เคลือบมันเอาไว้อีกชั้น ตามด้วยโล่พลังจิตอีกหนึ่งชั้นที่จะผลักทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้าใกล้ออกไป

วินาทีนี้ความร้อนรอบตัวของเขาเริ่มละลายเกล็ดอันแข็งแกร่งของเขาเข้ามาแล้ว

นัวร์ส่งเสียงคำรามลั่นในหัว พยายามที่จะดึงดูดพลังวัตรจากเพลิงพวกนี้เข้ามาในร่างกายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อลดปริมาณความร้อนให้ได้มากที่สุด เขาเองก็ผนึกจิตไว้รอบร่างกายผลักดันมวลความร้อนออกไปด้วยเช่นกัน แต่เพียงเท่านี้มหาเทพแห่งแอสการ์ดก็พออกพอใจมากแล้วที่ทำให้เขาไม่สามารถขยับตัวได้แม้เพียงนิ้ว

รอยยิ้มเหี้ยมบนใบหน้าของมหาเทพทำเขาหัวเสียได้ไม่น้อย

แต่ก็ไม่มากเท่าวงเวทอีกวงที่เริ่มเรืองแสง

สนธิสัญญาเก้าพิภพ ตรวนนรกแห่งเฮลไฮม์!

พื้นที่มองไม่เห็นใต้เท้าของพวกเขาเริ่มปรากฏสู่สายตา คุกต่างมิติแห่งนี้คือสถานที่ที่สร้างขึ้นมาด้วยพลังทั้งหมดของโอดิน การที่เขาเข้ามาที่นี่ก็ไม่ต่างอะไรกับเดินเข้ามาติดกับ อยู่ในกำมือของมหาเทพแห่งแอสการ์ด ศึกนี้เป็นศึกที่เขาไม่มีทางที่จะชนะได้

อัลเทียมอบการทดสอบที่ไม่สามารถทำสำเร็จได้ให้กับเขา

“บ้าเอ๊ย..”

ยักษ์หนุ่มคำรามลั่นเมื่อเขารู้สึกได้ถึงพลังชีวิตที่ถูกสูบออกไปอย่างรวดเร็ว เรียกได้ว่าวินาทีละสิบเปอร์เซ็นต์เลยก็อาจจะน้อยไปด้วยซ้ำ โซ่สีดำที่ผุดขึ้นมาจากพื้นและกำลังรัดพันแขนทั้งสองข้างของเขาอยู่นี่รัดแน่นจนแทบจะบดกระดูกของเขาให้แหลกละเอียดได้อยู่แล้ว

มหาเวทบทนี้อันตรายเกินไป

“ท่านมหาเทพ เห็นทีว่าข้าจะออมมือไม่ได้แล้วสิ”ยักษ์หนุ่มหลุบตามองเกราะฟริกไนท์ที่เริ่มปรากฏรอยเร้าขึ้นมาแล้วก็ต้องสบถลั่นในใจ พลังจิตในร่างกายผนึกข้อตัวทั่วร่างกายก่อนจะปลดมันออกอย่างรวดเร็ว หมัดขอทานไม่ใช่เพียงแค่การออกหมัดแบบไร้แบบแผนและพลิ้วไหวยืดหยุ่น แต่เป็นการทำให้ร่างกายยืดหยุ่นแทนการออกหมัด การเคลื่อนไหวด้วยกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นปราศจากการข้องเกี่ยวของกระดูก

นี่คือหมัดขอทานในแบบฉบับของเขา

สารานุกรมวิชาของรัน หมัดขอทาน!

มัจฉาคลั่งอัสนี วายุอัคนีกัมปนาท!

“ถ้าจะเล่นกันขนาดนี้ล่ะก็.. เรามาฆ่ากันให้ตายไปข้างเลยดีกว่าน่า โอดิน!!”แสงจากนัยน์ตาทั้งสองข้างของยักษ์อัสนีกลายมารกระพริบถี่รัวและส่องประกายวาวโรจน์ยิ่งกว่าเก่า เปลวเพลิงสีน้ำเงินและแดงค่อยๆแปรเปลี่ยนไปเป็นสีเขียวสว่างขึ้นทุกขณะ สายฟ้าจำนวนมากผ่าลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาจนรอยยิ้มของมหาเทพแห่งแอสการ์ดขยายกว้างขึ้นจนกลั้นเอาไว้ไม่อยู่

“สายฟ้านี่ พอๆกับสายฟ้าของซูสเลยนะนี่!

มหาเทพกล่าวพร้อมกับเลื่อนมือขยับวงเวทอีกวงไปไว้ที่ด้านหน้าของตน กุงนีร์ตวัดยกขึ้นแทงออกไปผ่านวงเวทนั่น ขยายใหญ่ขึ้นจนมีขนาดพอๆกับท่อนซุงและพุ่งตรงไปยังยักษ์อัสนีด้วยความเร็วสูง

รันและนัวร์ไม่เพียงไม่หลบ แต่ยังถีบเท้าส่งตัวเองให้หลุดพ้นจากพันธนาการของตรวนนรกแห่งเฮลไฮม์สวนเข้าหากุงนีร์อย่างบ้าคลั่ง เปลวเพลิงสีเขียวค่อยๆแผ่ขยายจนครอบคลุมร่างกายของเขาและเจือปนสายฟ้าที่แผ่ออกมาจากร่างกายให้กลายเป็นสีเดียวกัน นัยน์ตาทั้งสองข้างกลอกไปมาด้วยความระแวดระวังทั้งๆที่ไม่มีสิ่งใดอื่นให้กังวลได้นอกไปจากหอกยักษ์เบื้องหน้า

มือทั้งสองข้างของยักษ์หนุ่มเกี่ยวกระหวัดรัดพันหอกเทพเจ้าก่อนจะใช้หลักแกนหมุนส่งหอกนั้นกลับไปหาผู้ขว้าง แถมด้วยสายฟ้ากับเปลวเพลิงสีเขียวที่ห่อหุ้มหอกนั่นและบีบมันให้เล็กลงจนเหลือขนาดเท่าเดิม พลังพิเศษที่กระจุกตัวอยู่ในกุงนีร์นั้นส่งคลื่นแผ่กระจายออกมาเป็นระลอกๆและเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆจากชีพจรภายนอกของเคล็ดรอนฤดู

ก่อนที่พลังที่อัดแน่นในหอกเทพเจ้าจะระเบิดออกแตกกระจายก่อนจะหลอมรวมตัวเป็นผลึกสีเขียวใสคมกริบ ผันตัวเป็นห่าฝนพุ่งเข้าใส่โอดินด้วยความเร็วที่มากกว่ากุงนีร์

เทพแห่งสงครามเบิกตากว้างด้วยความตระหนก ขยับมือดึงวงเวทอีกวงมาขวางไว้ด้านหน้าป้องกันออกไปได้แต่ก็ไม่ทั้งหมด ผลึกสีเขียวบางส่วนฝังตัวลงกับขาทั้งสองข้างของเขาและส่งกระแสไฟฟ้ากำลังมหาศาลออกมาไม่หยุด มิหนำซ้ำเรี่ยวแรงภายในร่างกายยังรู้สึกเหมือนถูกสูบออกไป

“นี่มัน.. ผลึกพวกนี้ดูดพลังของข้าออกไป เจ้าเป็นใครกันแน่ราชาไร้บัลลังก์!

ความรู้สึกที่มหาเทพแห่งแอสการ์ดสัมผัสได้เมื่อมองแสงสีเขียวเหล่านี้นั้นไม่ใช่ความสงบที่แฝงเอาไว้ในธรรมชาติ ไม่ใช่ความอ่อนโยนของกระแสชีพจรธรรมชาติที่เป็นต้นกำเนิดของกระแสพลัง ไม่ใช่ลมปราณแสงสุรีย์เคล็ดรอนฤดูที่นำพลังของโลกมาใช้ แต่จะว่าไม่ใช่เลยก็ไม่ถูก เพราะต้นกำเนิดของพลังนี้คือพลังปราณ..

และพลังจิตและเวทมนตร์เองก็เช่นกัน

“ไม่ใช่ว่าข้าไม่รู้จักวิชาที่เจ้าใช้ อวิชชาทลายทัพ อวิชชาทะเลเหนือ.. แต่จุดต่อยอดของทั้งสองอวิชชาควรจะเป็นอวิชชามหาวัตร ไม่ใช่พลังนี่.. นี่ไม่ใช่พลังที่มาจากธรรมชาติ”มหาเทพกระทืบเท้าลงกับพื้นเรียกวงเวทสีแดงขนาดยักษ์ขึ้นมาก่อนจะขวางหมัดขึ้นรับฝ่ามือทั้งสองของยักษ์อัสนี ริมฝีปากขยับพึมพำเสกโล่เวทมนตร์ขึ้นมาเหนือหัวอีกหลายชั้นเพื่อหยุดยั้งดาบทั้งสองเล่มที่ถูกแทงลงมาด้วยแขนกล

เสียงหัวเราะเบาๆดังปนมากับเสียงของเปลวเพลิงและสายฟ้ารอบด้าน วายุอัคนีกัมปนาทคือทักษะเผ่าพันธุ์อีกหนึ่งทักษะที่แยกย่อยออกมาจากมัจฉาคลั่งอัสนี มันจะอัญเชิญสายฟ้าให้ผ่าลงมารอบด้านเรื่อยๆจนกว่ายักษ์อัสนีที่เป็นผู้เรียกใช้จะไม่มีพลังเหลือหรือหมดสติ

สายฟ้าที่บัดนี้กลายเป็นสีเขียวได้เพิ่มพลังและความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สอดคล้องกับพลังเวทมนตร์ของโอดินที่ถูกสูบออกไปในปริมาณที่มากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน

“พลังที่ปนเปื้อนทุกพลัง.. ผู้ที่จะทำแบบนั้นได้มีเพียง ลูซิเฟอร์ โลกิ และอิซานามิเท่านั้น”มหาเทพโอนอ่อนต่อความเร่าร้อนของพลังในร่างกาย เวทมนตร์ในร่างเดือดปะทุส่งผลให้แรงและกำลังของมหาเทพเพิ่มพูนขึ้น เพื่อที่จะถูกปนเปื้อนและดูดกลืนไปด้วยพลังที่คลุมเครือและไม่อาจจำแนกได้

เสียงหัวเราะที่ปะปนไปกับเสียงคำรามกึกก้องของจอมเทพและจอมมารเพิ่มความรุนแรงให้กับการปะทะ อนุภาคเวทมนตร์ในอากาศทวีความเข้มข้นขึ้นอีกจนเขาเริ่มหายใจลำบาก ตรวนนรกแห่งเฮลไฮม์และทะเลเพลิงแห่งมัสเปลไฮม์ทำร้ายเขาได้มากพอๆกับที่เปลวเพลิงและสายฟ้าสีเขียวทำร้ายโอดิน

นี่คือการแข่งขันที่ว่าเขาหรือโอดิน ใครจะหมดแรงก่อนกัน

ทิวาปรปักษ์และราตรีครวญคลั่งที่อัดแน่นไปด้วยพลังพิเศษเริ่มเรืองแสงสีเขียวและบ่อนทำลายโล่เวทมนตร์ของโอดินด้วยความเร็วที่มากขึ้นเป็นเท่าตัว และในขณะนั้นเองที่รอยยิ้มพึงพอใจของมหาเทพแห่งแอสการ์ดโผล่ออกมาจากความว่างเปล่า

“เจ้าทำให้ข้าสนุกได้จริงๆ ข้ายอมรับ ข้าแพ้เจ้าแล้วราชาไร้บัลลังก์..”แม้ปากจะบอกยอมแพ้ ทว่ามหาเทพแห่งแอสการ์ดไม่แม้แต่จะลดแรงลงเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำเขายังถูกผลักให้ถอยหลังไปด้วยแรงมหาศาลที่เพิ่มขึ้นมาอย่างน่างุนงง และแล้วข้อสงสัยของเขาก็กระจ่างแจ้งเมื่อโอดินหัวเราะออกมาพร้อมกับปลดเกราะท่อนบนของตนเองลง เสียงของเกราะที่กระทบกับพื้นนั้นดังสนั่นบ่งบอกถึงน้ำหนักของมันได้ดี

-ผู้เล่น รัน ผ่านการทดสอบจากเทพีแห่งโชคชะตา ได้รับอาชีพขั้นที่สองของอาชีพตัวโกง อาชีพจอมวายร้าย รายละเอียดโปรดตรวจสอบจากหน้าต่างข้อมูลค่ะ-

-ผู้เล่น รัน ได้รับอีกาส่งสารผู้กระตือรือร้น ฮูกินน์ ระดับ 510 เป็นผู้พิทักษ์ เนื่องจากระดับเหนือกว่าจึงจะไม่รับฟังคำสั่งใดๆและสามารถทอดทิ้งผู้เล่นได้ทุกเมื่อค่ะ-

-ผู้เล่น รัน ได้รับอีกาส่งสารผู้อยากรู้อยากเห็น มูนินน์ ระดับ 510 เป็นผู้พิทักษ์ เนื่องจากระดับเหนือกว่าจึงจะไม่รับฟังคำสั่งใดๆและสามารถทอดทิ้งผู้เล่นได้ทุกเมื่อค่ะ-

-ผู้เล่น รัน ได้รับการยอมรับจากมหาเทพผู้เป็นใหญ่แห่งแอสการ์ด โอดิน ได้รับฉายา ผู้มีพลังเคียงเทพ ค่ะ ผลของฉายานี้จะทำให้ผู้เล่นมีศักดิ์เทียบเท่ากับเทพและมีศักดิ์ด้อยกว่าเพียงมหาเทพผู้เป็นใหญ่แห่งแอสการ์ด โอดินเท่านั้น และสามารถเข้าออกแอสการ์ดได้อย่างอิสระค่ะ-

-ผู้เล่น รัน บรรลุเงื่อนไข สำเร็จแก่นแท้แห่งพลัง เนื่องจากการเข้าถึงแก่นแท้ของปราณ จิต และเวทของผู้เล่นไม่ได้สำเร็จด้วยวิธีปกติ ทำให้ผู้เล่นต้องทำภารกิจพิเศษเพื่อรับการยอมรับจากผู้มีศักดิ์เทียบเท่าหรือเหนือกว่าปราชญ์แห่งสายพลังค่ะ-

-ผู้เล่น รัน บรรลุเงื่อนไข ได้รับความสามารถพิเศษ พลังด้านลบ ค่ะ-

เสียงประกาศจากระบบดังกล่าวไม่ได้ทำให้เขาดีใจเลยแม้แต่น้อยเมื่อในเวลานี้ เพียงแค่การหายใจก็ทำได้ลำบากแล้ว มือของโอดินประสานกับมือของเขาอีกครั้งเพื่อที่จะวัดกำลัง ทว่าในคราวนี้ทั่วร่างของมหาเทพกลับปรากฏเปลวเพลิงสีส้มสลับดำขึ้นมาประปราย และเรี่ยวแรงที่ว่ามากมายมหาศาลอยู่แล้วนั้นกลับเพิ่มมากขึ้นไปอีกจนโอดินคนเมื่อครู่เทียบไม่ติดฝุ่น และพริบตาที่เขาได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของโอดินนั้นเขาก็พบว่ามันสายไปเสียแล้ว

วงเวทที่อยู่ใต้เท้าของทั้งคู่เปล่งแสงสีส้มและดำออกมาพร้อมๆกันก่อนที่เปลวเพลิงสีเดียวกันนั้นจะพวยพุ่งขึ้นมาเป็นเสาเพลิงต้นยักษ์ หากเขาไหวตัวช้าและกระโดดถอยออกมาช้าไปกว่านี้สักวินาที จะไม่ใช่เพียงมือทั้งสองข้างของเขาที่ถูกเผาไหม้ด้วยเปลวเพลิงนี้

ความเจ็บปวดมากมายมหาศาลแล่นพล่านเข้าสู่สมองมากพอที่จะทำให้นัวร์ต้องกรีดร้องโหยหวนและหายไปทิ้งให้เขาเผชิญหน้ากับมหาเทพแต่เพียงผู้เดียว ทว่าเขาในเวลานี้กลับกัดฟันและหรี่ตาลงมองดูสภาพของมือทั้งสองข้างอย่างรวดเร็ว ทั้งฟริกไนท์ที่ห่อหุ้มมือ ทั้งเกล็ดสีน้ำเงินอันแข็งแกร่งที่ปกคลุมผิวหนัง ทั้งเลือดเนื้อที่ห่อหุ้มกระดูกนั้นอยู่..

ได้หายไปไม่ทิ้งร่องรอยให้สืบหา เหลือเพียงกระดูกเท่านั้น

“ไม่น่าเชื่อจริงๆว่าฮูกินน์และมูนินน์จะยอมเป็นผู้พิทักษ์ให้กับเจ้า น่าประหลาดใจจริงๆ ทั้งๆที่เจ้ามีระดับน้อยเพียงเท่านี้แต่กลับสามารถต่อกรกับข้าแถมยังทำให้สเลปนีร์หมดสภาพได้ พลังขั้วลบที่เจ้าใช้ หากเจ้าฝึกมันดีๆ เจ้าอาจจะเอาชนะรูปธรรมแห่งสนธยาของข้าได้ก็ได้..”

“เปลวไฟสีส้มและดำ รูปธรรมแห่งสนธยา... นั่นคือพลังที่แท้จริงของท่านสินะองค์มหาเทพ”

โอดินขยับยิ้มน้อยๆก่อนจะสะบัดมือวูบหนึ่ง รันก็รับรู้ได้ถึงพลังของตนทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นสายฟ้าและเปลวเพลิงหรือปราณ จิต เวทล้วนถูกสลายหายไป รวมทั้งเสียงแตกหักซึ่งยืนยันการพังทลายของลูกบาศก์ฟริกไนท์ที่ปกป้องฮูกินน์และมูนินน์อยู่ให้เขาได้แน่ใจ นี่น่ะหรือคือพลังของเทพ พลังของระดับชั้นเทพเจ้า พลังของระดับ 680 ที่ไม่อาจมีใครไปถึงได้ในเร็ววันนี้

แข็งแกร่งจริงๆ...

สายลมสองสายพัดวูบผ่านตัวของเขามาหยุดอยู่ตรงหน้า เงาร่างเล็กจ้อยของอีกาส่งสารในร่างของเด็กสาวทั้งสองหยุดอยู่ตรงหน้าของเขา แขนเล็กๆสองข้างของทั้งสองยกขึ้นอ้าออกราวกับพยายามจะปกป้องเขาจากภัยร้ายของมหาเทพเบื้องหน้า

“ท่านโอดิน ได้โปรดไว้ชีวิตพี่ชายไปด้วยเถิด..”เสียงโอดครวญของเด็กสาวทั้งสองนำมาได้เพียงเสียงหัวเราะเบาๆในลำคอของโอดินเท่านั้น มหาเทพเพียงยกมือทั้งสองข้างขึ้นวางลงบนศีรษะของทั้งสองก่อนจะมองตรงมาที่เขา รันเลิกคิ้วขึ้นมองกลับไปก่อนจะหรี่ตาลง

“ราชาไร้บัลลังก์ ข้าให้สิทธิ์ในการเข้าสู่แอสการ์ดผ่านทางไบฟรอสท์กับเจ้าได้ทุกเมื่อ เจ้าจะเข้ามาที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้ตามที่เจ้าปรารถนา แต่ว่าเจ้าต้องดูแลฮูกินน์และมูนินน์ให้ดี ข้าทำผิดกับเด็กสองคนนี้เอาไว้มาก.. ข้าอยากจะให้เจ้าดูและพวกนางแทนข้าที่ไม่มีเวลามาใส่ใจพวกนาง ฮูกินน์และมูนินน์ไม่เหมือนเกริและเฟรกิที่เป็นสหายร่วมศึกกับข้าเสมอ พวกนางต้องออกไปหาข่าวตลอดเวลาทำให้พวกนางมีอันตรายบ่อยครั้ง หากได้คนที่เก่งกาจเช่นเจ้ามาช่วยดูแล.. ข้าเองก็โล่งอกไปเยอะ”คำฝากฝังของโอดินที่มีต่อเขาทำให้เขาต้องพยักหน้ารับรู้อย่างเสียไม่ได้ ผิดคาด.. จากตอนแรกที่โกรธนักหนาไม่ยอมให้เขาพาตัวสองคนนี้ไป แต่ทำไมตอนนี้ถึงยอมกันง่ายๆแบบนี้กัน?

“สหาย.. ข้าอยากให้เจ้าพัฒนาฝีมือขึ้นอีกแล้วมาประมือกันอีกซักครั้ง แม้เราจะห่างชั้นกันมากแต่การต่อสู้กับเจ้าเมื่อครู่ก็ทำให้ข้าได้รู้ว่าเจ้ามีฝีมือที่สายฟ้าที่แข็งแกร่งทัดเทียมกับสายฟ้าของซูส หากเจ้าเร่งเพิ่มระดับให้มากจนถึง 600 เจ้าคงจะเอาชนะข้าได้เป็นแน่..”

“ข้าคงทำแบบนั้นไม่ได้ในเร็ววันหรอกท่านโอดิน”ยักษ์หนุ่มหัวเราะแห้งๆแล้วถอนหายใจ

“อย่างน้อยก็จนกว่าออสเทียจะอยู่ในกำมือของข้า..”

มหาเทพแห่งแอสการ์ดเลิกคิ้วมองผู้พูดเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะลั่น “ดี! แข็งแกร่งขึ้นให้ได้ในเร็ววัน.. ข้าจะรอวันนั้น แต่ก่อนอื่นเลย.. ให้ข้าได้รู้ชื่อของเจ้าซักหน่อยเถอะ สหาย”

คำพูดของโอดินทำให้เขาต้องยิ้มออกมา

“ข้าชื่อรัน..”


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

1,284 ความคิดเห็น

  1. #1061 เคลวินน้อย (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 3 มกราคม 2557 / 09:58
    ฮาเร็มจงเจริญ
    #1061
    0
  2. #934 Marshmallow KinG (@bookachook) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 7 มีนาคม 2556 / 16:02
    ว๊อททท? =[ ]=!!
    #934
    0
  3. #899 Fateจัง (@kitti741) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2555 / 16:09
    งืมๆ ความจริงต้องเป็นราชินีอสูรใช่มะ
    ที่เขียวว่ารานีอสูรหนะ
    #899
    0
  4. #898 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2555 / 02:10
    เอา เอาเข้าไปเจ้ารัน ขนมาให้หมดกี่คนจับเข้าฮาเร็มแกให้หมด อย่าให้หลุดออกไปล่ะกันเน้อ
    #898
    0
  5. #897 ๏•HadeS•๏ (@zerotee) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2555 / 00:46
    - - มาจากไหนอีกหว่า เหอๆ
    #897
    0