God Presentiment Online ภาค สงครามเทียมเทพ

ตอนที่ 72 : บทที่ 16 น่านน้ำแห่งความผันผวน : ขจัดภัยอันตราย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 669
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    3 เม.ย. 57

บทที่ 16 น่านน้ำแห่งความผันผวน
ช่วงสุดท้าย ขจัดภัยอันตราย

รัดเกล้าอนาวิลในสภาพของรันร่างผู้หญิงมองตรงไปยังหญิงสาวเบื้องหน้าด้วยสายตาคาดโทษ ความรู้สึกที่เรียกว่าเคืองโกรธปะทุอยู่ภายในพร้อมที่จะกะเทาะเปลือกนอกของนักประดิษฐ์ผู้ไร้แก่นสารคนนั้นออกมา หมายมั่นที่จะแผดเผาเทพปีศาจผู้เป็นตัวแทนแห่งความริษยาจนไม่เหลือแม้แต่เถ้าธุลี แต่นัยน์ตาสีเหลืองอำพันนั้นไม่ได้เสมองไปยังเด็กสาวผู้เป็นน้องสาวต่างสายเลือดเลยแม้แต่น้อย

ทว่าลมปราณภายในร่างกายที่ยังไม่ค่อยคุ้นชินกลับแผ่สัมผัสออกไปรอบนอกอย่างช้าๆ เคล็ดเพลิงตะวันและเคล็ดเปลวหิมะถูกใช้ออกมาพร้อมๆกัน คายลมปราณและดูดกลืนกลับมาวนครบเป็นวัฎจักร แทรกซึมเข้าไปในร่างกายเล็กบางที่บอบช้ำไม่เหลือชิ้นดีของเม็งด้วยความต้องการที่จะสำรวจร่างกายเพื่อตรวจสอบความเสียหาย อวัยวะภายในที่ถูกบดจนแหลกและป่นเละไปกับกระดูกเหลือเพียงหัวใจที่บอบช้ำจนเต้นช้าแทบหยุด เมื่อรู้สึกได้ดังนั้นกระแสลมปราณที่หมุนวนอย่างเป็นธรรมชาติก็เริ่มทวีความเร็วขึ้น ทว่ายังคงความนุ่มนวลเอาไว้เพื่อปกป้องดูและร่างกายที่บอบช้ำ

การใช้พลังเฉพาะของร่างกายที่เขาจดจำมาใช้นี้จะสร้างภาระให้กับฟูลคอร์สเป็นอย่างมาก แว่นตาเลนส์เดียวที่ค่อยๆปรากฏรอยร้าวนี้ไม่ใช่อาวุธประเภทไร้รูปร่างที่แท้จริงอย่างตะเกียงจ้าวพายุ อาวุธของริวนั้นต่อให้ถูกทำลายไปกี่ครั้งกี่หน หากยังเหลือเปลวไฟอยู่ก็ยังถือว่าอาวุธยังไม่ถูกทำลาย

ทว่าฟูลคอร์สนี้ไม่สามารถซ่อมแซมให้กลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์แบบได้ หากเขายังใช้ร่างของรันต่อไปเรื่อยๆ ลมปราณอันตรายที่บั่นทอนชีวิตของตนและคนรอบข้างนี้จะเริ่มกัดกินเขาที่ไม่ใช้เจ้าของที่แท้จริง และฟูลคอร์สที่ต้องทนรับภาระของการจำแลงร่างนี้เอาไว้ก็จะแตกสลาย หากอาวุธระดับเหนือกฏเกณฑ์จะต้องพังพลงไปแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน..

ลมปราณสางสุรีย์ เคล็ดรอนฤดู อวิชชามหาวัตร...

เปรี๊ยะ!

เลนส์ของฟูลคอร์สปรากฏรอยร้าวขนาดใหญ่ขึ้น ทว่าสีหน้าของรัดเกล้าอนาวิลในตอนนี้ไม่ได้แสดงออกถึงความตระหนกเลยแม้แต่น้อย แสงสว่างรอบๆตัวของร่างกายนี้เริ่มมืดลงเรื่อยๆทั้งที่ยังเป็นยามกลางวัน แสงสว่างที่ถูกลดหรี่ลงนั้นกลับไปรวมตัวอยู่ตรงหน้าของเลนส์ที่แตกร้าวของแว่นเลนส์เดียวและขึ้นรูปจับตัวกันเป็นหน้าปัดนาฬิกาสีขาว

นัยน์ตาสีอำพันเหล่มองมันเล็กน้อยก่อนจะหลุบลงต่ำ

“30 วินาทีก่อนที่ลอเรนเดอร์(LorE-nder)จะเป็นอิสระ.. ฉันมีเวลา 29 วินาทีที่จะจัดการจับแกยัดลงบ่อสินะ ไอ้งูยักษ์ลืมกำพืด”ริมฝีปากเรียบสนิทของเด็กสาวคลี่ออกเป็นรอยยิ้มวิปริต กระแสลมปราณในอากาศเริ่มทวีความปั่นป่วนขึ้นอีกอย่างไม่มีการเกรงใจใคร ยิ่งด้วยผู้ที่เป็นตัวการมีเวลาจัดการศัตรูตรงหน้าเพียง 29 วินาที ด้วยอวิชชาที่มีพลังเพียงแค่ 1 ในร้อยจากของจริง อวิชชาที่แม้แต่ท้าวพันแสงกีบทองผู้คิดค้นก็ยังไม่สามารใช้ได้อย่างเต็มความสามารถ

เด็กสาวสวมเสื้อกาวน์ย่อกายลงก่อนจะพุ่งเข้าใส่ลิเวียธานอย่างรวดเร็ว มือซ้ายกำเป็นหมัดลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงสีแดงจากเคล็ดเพลิงตะวัน มือขวางอเป็นกรงเล็บห้อมล้อมไปด้วยไอเย็นจากเคล็ดเปลวหิมะ ในเมื่อเขาไม่เคยเห็นรันต่อสู้แบบจริงจังโดยไม่ใช้ทักษะอาชีพมาก่อน เท่าที่เขาทำได้คือดึงเอาประโยชน์จากร่างกายนี้มาใช้ให้สุดความสามารถ

ลิเวียธานย่อกายหลบหมัดของรัดเกล้าอนาวิลอย่างพลิ้วไหวก่อนจะลอดใต้ท้องแขนกระโดดไปตะครุบแขนอีกข้างของตนที่นอนจมกองเลือดอยู่ไม่ไกลนัก หญิงสาวเจ้าของผิวสีเขียวซีดหอบหายใจถี่หนักก่อนจะนำแขนข้างนั้นของตนมาต่อกับรอยแผล เลือดที่นองอยู่บนพื้นไม้พลันขยับพุ่งพรวดขึ้นมาไหลปกคลุมบาดแผลและทำหน้าที่สมานมันเข้าด้วยกันจนเหมือนเก่า ราวกับไม่มีรอยแผลอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย

การกระทำของปีศาจสาวแห่งความริษยาไม่ได้สร้างความแปลกใจใดๆให้กับเขา รัดเกล้าไม่เพียงละเลยการกระทำของอีกฝ่าย ทว่ายังเร่งโคจรลมปราณสางสุรีย์เคล็ดผสานให้เร็วยิ่งขึ้นไปอีก เขาไม่มีทักษะที่ช่วยทางด้านพื้นฐานการต่อสู้แบบรัน แต่ถ้าเป็นเรื่องพลังพิเศษนี่เขาล่ะชำนาญนัก

กรงเล็บคลายออกเป็นฝ่ามือพร้อมด้วยไอเย็นที่เพิ่มมากขึ้น ทุกวินาทีที่หยุดเพื่อคิดคือทุกวินาทีของเวลาที่น้อยลง ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเขาจะไม่มีทางปล่อยให้ฟูลคอร์สต้องถูกทำลายและปลดปล่อยปีศาจที่ถูกกักขังเอาไว้ภายในออกมาได้เด็ดขาด ปีศาจสุดอันตรายที่เป็นต้นกำเนิดของพลังทั้งมวลของฟูลคอร์ส

ปีศาจที่อยู่เหนือความทรงจำ ลอเรนเดอร์

เคล็ดรอนฤดูจะช่วยเพิ่มสมรรถภาพของลมปราณตามสภาพอากาศและฤดูกาล แต่ที่ดียิ่งกว่าคืออวิชชามหาวัตรที่ช่วยให้เขาสามารถใช้อวิชชาอีกสองชนิดได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องกลัวอะไร อวิชชาทั้งสองชนิดถูกใช้ออกพร้อมๆกันเมื่อรัดเกล้าใช้ลมใต้ปีกหนุนเสริมเข้าประชิดตัวของลิเวียธาน สองมือซ้ายขวาผนึกไว้ด้วยลมปราณจำนวนมากด้วยอัสดงค้ำฟ้าและดับเพลิงมังกร รอคอยจังหวะที่จะสัมผัสกับร่างกายของอีกฝ่ายและปล่อยมันออกไปในคราเดียว

หมัดและฝ่ามือผสานปราณปะทะเข้ากับด้ามของสามง่ามอย่างรุนแรงและไม่ย่อถอย พลังเวทแปลกประหลาดที่ถูกเรียกว่าความริษยาของลิเวียธานฉาบไว้กับสามง่ามเพิ่มพลังป้องกันของมันให้ได้มากโข มากชนิดที่ว่าฝ่ามือผสานลมปราณที่สูบพลังวัตรจากสิ่งของไม่สามารถทำอะไรมันได้เลยแม้แต่น้อย

สีหน้าของคนทั้งสองไม่ได้เผยถึงความรู้สึกใดๆออกมาเลยแม้แต่น้อย ทว่าการปะทะกันของคนทั้งสองนั้นรวดเร็วเกินกว่าที่ใครจะมองตามทัน เว้นเพียงแต่เฟนริสซัลฟูร์ที่เบ้หน้ามองมือทั้งสองข้างของรัดเกล้าอนาวิลด้วยสีหน้าหวาดหวั่น มันรู้สึกได้ถึงลมปราณที่มีผลอันตรายหากสัมผัสถูกตัวของสิ่งมีชีวิตได้จากสองมือนั้น รวมทั้งสามง่ามของลิเวียธานที่มีพลังเวทสีดำดูน่ากลัวไหลซึมออกมาอย่างท่วมท้น

ฉับพลันรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของลิเวียธานอย่างกะทันหัน สามง่ามสีทองเรืองแสงสีดำออกมาก็จะเพิ่มขนาดออกจนยาวเหยียดและเคลื่อนไหวประหนึ่งแส้ เข้ารัดพันแขนซ้ายของรัดเกล้าเอาไว้แน่นหนาและถูกกระตุกดึงจนกระดูกลั่นดังเปรี๊ยะ

ทว่าเด็กสาวกลับไม่เผยสีหน้าใดๆออกมา

นอกจากรอยยิ้มที่ส่งสวนกลับไป..

อวิชชาทลายทัพ ดับเพลิงมังกร!

เปลวไฟสีแดงสดระเบิดออกจากแขนทั้งข้างของเด็กสาวฉีกกระชากแขนขวาของลิเวียธานออกจนขาดกระจุยอีกครั้ง และคราวนี้ไม่ใช่แผลเรียบแบบคราวก่อนที่ถูกกุงนีร์ตัด คราวนี้ปากแผลกลับแหวะหวะและมีไฟลุกท่วมอยู่ไม่หยุด ความร้อนจากเพลิงปราณทำได้เพียงให้ลิเวียธานชะงักและกัดฟันกรอด ตะปบมืออีกข้างหมายจะตบเข้าที่กกหูของผู้ที่ตัดแขนของเธอออกไปถึงสองครั้งสองครา

ทว่าฝ่ามือของปีศาจสาวกลับไม่ได้เร็วเท่ากับฝ่ามือของเด็กสาวที่เพิ่มพลังด้วยจิตแรงดึงดูดและเวทมนตร์ธาตุลม หนำซ้ำด้วยพลังวัตรภายในอากาศที่ถูกดูดซับเข้าไปในฝ่ามือแล้วด้วย ฝ่ามือเย็นนี้ไม่ต่างอะไรไปจากหอกอันแหลมคมที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงเลยแม้แต่น้อย

อวิชชาทะเลเหนือ อัสดงค้ำฟ้า!

สวบ!

ดวงตาของเด็กสาวเบิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นฝ่ามือของตนทะลวงเข้าไปในท้องของลิเวียธานได้อย่างง่ายดาย และด้วยดวงตาของปีศาจสาวที่หรี่ลงและสีหน้าไม่พอใจ รัดเกล้าอนาวิลจึงแค่นยิ้มออกมาและเร่งดึงดูดพลังวัตรของอีกฝ่าย เสียงจากระบบดังรัวถี่ยิบรายงานว่าเขาติดพิษ ถูกคำสาปและได้รับสถานะผิดปกติต่างๆมากมายจากพลังวัตรของลิเวียธาน แม้จะรู้ว่าพลังวัตรของหญิงสาวตรงหน้ามีพิษ แต่โอกาสงามๆแบบนี้ไม่มีอีกแล้ว

“ร่างที่ประกอบขึ้นจากพลังพิเศษ ถึงว่าสิว่าทำไมถึงแข็งแกร่งนัก เพราะไม่ใช่ร่างเนื้อจริงๆที่จะบาดเจ็บได้จากการโจมตีทางกายภาพสินะ ถึงว่า เม็งถึงจนมุมซะขนาดนั้น เพราะแทรกพลังจิตเข้าไปชักนำลมปราณในร่างไม่ได้นี่เอง ก็ในเมื่อแกไม่มีร่าง..!!”มือซ้ายของรัดเกล้าอนาวิลกำเป็นหมัดก่อนจะผนึกลมปราณจนเข้มข้น ใช้ดับเพลิงมังกรออกมาอีกครั้งโดยมีเป้าหมายที่จะเผาพลังวัตรของอีกฝ่ายที่ใช้ในการขึ้นรูปร่างกายจนหมด

“หึๆ ถ้าเจ้าบอกเรื่องนี้กับเม็ง นางคงจะหัวเสียน่าดู ถ้าข้าใช้ร่างจริงด้วยพลังระดับนี้ นางก็น่าจะทำให้ข้าบาดเจ็บได้มากกว่านี้ แต่ถ้าเจ้าต้องการจะฆ่าข้าจริงๆล่ะก็.. มาหาข้าที่โรเซ็ตต้าสิ”เปลวเพลิงสีแดงค่อยๆลุกลามขึ้นทั่วตัวของลิเวียธานอย่างช้าๆ ปล่อยให้ปีศาจสาวได้ส่งเสียงหัวเราะถูกใจออกมาเรื่อยๆ

“ฉันก็ตงิดๆกับแกมาตั้งแต่ตอนที่หยิบแขนตัวเองขึ้นมาต่อได้หน้าตาเฉยแล้ว เลือดของแกมันไม่เหมือนกับเลือดจริงๆ แต่มันเหมือนกับเวทมนตร์ที่ห่อหุ้มสามง่ามอยู่มากกว่า เหมือนของเหลว แต่จริงๆแล้วไม่ใช่..”รัดเกล้าถอยหลังออกห่างร่างที่บุกไหม้ของลิเวียธานก่อนจะดีดนิ้ว ส่งผลให้กุงนีร์ที่ลอยล้อมรอบตัวมังกรน้ำยักษ์นั้นอยู่ให้ทะลวงร่างของสัตว์ยักษ์ให้แตกสลายกลายเป็นไอ

“ไว้เจอกันอีกทีก็สงครามเทียมเทพล่ะนะ จนกว่าจะถึงตอนนั้น พลังของข้าที่ฝากเอาไว้ในตัวเจ้าและตัวเม็ง พยายามสลายมันให้ได้ล่ะ หึๆๆ ถึงลมปราณของเจ้าจะขจัดพลังของข้าในร่างของนางได้ แต่แผลของนางที่เกิดจากสามง่ามของข้า มันไม่หายด้วยวิธีปกติหรอกนะ”

รัดเกล้าอนาวิลขบฟันกรอดก่อนจะรีบรุดตรงไปหาเม็งที่นอนนิ่งอยู่ทันที ทว่าก่อนที่เข้าจะไปถึง สากลก็รีบตรงเข้าไปดูอาการของเม็งเสียแล้ว ท่ามกลางความงุนงงของนักประดิษฐ์หนุ่ม รัดเกล้าอนาวิลหันกลับไปมองลิเวียธานอีกครั้งก่อนจะพบกับความว่างเปล่า ฟอร์เนอุสกับเวปาร์ก็หายไปแล้วเช่นกัน เหลือเพียงเด็กสาวร่างเล็กเจ้าของนัยน์ตาแข็งกร้าวคนนั้น

เลนส์ของฟูลคอร์สส่องแสงวูบหนึ่งก่อนที่รอยยิ้มบางๆจะเผยขึ้นมาบนใบหน้าของเจ้าของมัน

“ลูกสาวเหรอ? ควรจะดีใจไหมเนี่ย..?”

รัดเกล้าอนาวิลยกเลิกทักษะทั้งหมดของฟูลคอร์สก่อนจะผิวปากหวือเมื่อผืนน้ำด้านข้างเรือเกิดการระเบิดพุ่งขึ้นสูงอีกครั้ง พร้อมด้วยร่างที่ค่อยๆแข็งกลายเป็นหินของฟอร์เนอุสและเวปาร์ที่กระเด็นขึ้นมาอยู่บนดาดฟ้าเรือ

“นี่คือเหตุผลที่เจ้าให้พวกข้ารออยู่ใต้น้ำสินะ ถ้าเกิดว่าฤทธิ์ยาหมดก่อน ข้าไม่ต้องจมน้ำตายรึไง?”เสียงบนหงุงหงิงดังมาพร้อมกบมือเล็กๆที่สางเส้นผมสีขาวของตนให้เข้าที่ เผยดวงหน้าหวานไร้สีเลือดที่ซีดเซียวบ่งบอกถึงความหนาวเย็นใต้น้ำได้เป็นอย่างดี พร้อมกับเด็กสาวอีกคนที่เผยรอยยิ้มแห้งๆอยู่ในอ้อมแขนของเด็กสาวคนแรก

เหวินซื่อชายตามองสากลเล็กน้อยก่อนจะแค่นลมหายใจไม่ยี่หระและวางตัวเงือกฉลามสาวฟีเดลม่าลงกับดาดฟ้าเรือและเสตาลงมองเด็กสาวที่ขมวดคิ้วมุ่นอยู่ตรงหน้าของหมอมาร “ทำอะไรไม่ดีอีกล่ะนั่น? ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับน้องสาวของเจ้านายข้าล่ะก็ เจ้าตายแน่ สากล!

เมื่อได้ยินเด็กสาวต้องสาปจากแดนลมปราณกล่าวออกมาแถมยังเน้นคำว่าเจ้านายเป็นพิเศษ สากลก็ได้แต่ถอนหายใจและพยายามตบแก้มของเม็งเพื่อที่จะเรียกสติ

“ฉันไม่สนใจหรอกนะว่าเธอจะเป็นลูกน้องใครแล้วน่ะ แต่ถ้าน้องคนนี้ไม่ได้สติในเร็วๆนี้ล่ะก็ ฉันง้างปากน้องเขาไม่ให้กลืนเลือดเข้าไปไม่ได้หรอกนะ สำลักเลือดตายเอาฉันไม่รู้นะเว้ย”แม้ในช่วงแรกจะพูดกับเหวินซื่อ ทว่าในช่วงหลังกลับหันไปมองรัดเกล้าราวกับว่าเด็กสาวที่ตนพูดด้วยก่อนหน้านี้ไม่มีตัวตน สากลขมวดคิ้วแน่นก่อนจะหันกลับไปพยายามแยกริมฝีปากที่เม้มแน่นออกจากกัน

“ไอ้กล หัวใจของราชินีเงือกกับน้ำตาของเจ้าหญิงเงือก ไอเท็มในการปลดผนึกระดับของแกฉันว่าน่าจะใช้ชิ้นส่วนร่างกายของเทพปีศาจสองตัวนี้ได้นะ รีบๆไปชำแหละออกมาซะ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจแล้วฆ่าแกซะตรงนี้”รัดเกล้ากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวก่อนจะเดินเข้าไปดึงสากลออกและนั่งลงแทนที่ นักประดิษฐ์หนุ่มไม่มองย้อนไปด้านหลัง แค่ฟังเสียงเขาก็รู้แล้วว่าสากลนั้นรีบขนาดไหนเพื่อที่จะชำแหละเอาชิ้นส่วนของเวปาร์และฟอร์เนอุสออกมาแข่งกับเวลาก่อนที่จะกลายเป็นหินทั้งหมด

รัดเกล้าช้อนศีรษะของเม็งขึ้นมาวางบนตักก่อนจะค่อยๆตบแก้มของอีกฝ่ายพร้อมกับเรียกชื่อ ผิดคาด จากที่สากลทำเช่นไรเด็กสาวคนนี้ก็ไม่มีทางลืมตา แต่นี่เป็นราวกับปาฏิหาริย์ที่รัดเกล้าเรียกชื่อเธอเพียงไม่กี่ครั้งเม็งก็ปรือตาขึ้นพร้อมด้วยสีหน้าพะอืดพะอมและสำลักเลือดที่อมเอาไว้ในปากออกมา

ชายหนุ่มลูบหลังของเม็งช้าๆให้อีกฝ่ายได้หายใจ ภาพของลิ้นน้อยๆที่มีรูโหว่ตรงกลางห้อยต่องแต่งออกมาพร้อมกับเลือดจำนวนมากที่ไหลออกมาไม่หยุดทำให้เขาต้องนึกแค้นใจยิ่งเข้าไปอีก หากไม่ติดว่าทวีปโรเซ็ตต้าไม่ได้อยู่ไกลโขนักล่ะก็เขาจะฟื้นตัวให้เต็มที ซ่อมฟูลคอร์สให้ดีเหมือนเก่าแล้วเก็บกระเป๋าไปตามล่าปีศาจน่ารังเกียจตนนั้นแน่นอน

สภาพของลิ้นที่มีรูโหว่ใหญ่นั่นยังไม่เท่ากับไอสีดำที่ล้อมรอบรอยแผลอยู่ นี่คือสาเหตุที่ทำให้อวิชชามหาวัตรช่วยรักษาบาดแผลและอาการบาดเจ็บทางร่างกายของเม็งให้ได้ แต่รักษาแผลนี้ไม่ได้..

“ลิเวียธาน แกนะแก..”

“โอ้ ใช้แทนกันได้จริงๆแหะ เหลือแค่ใช้มันประกอบคำสาป แค่นั้นฉันก็ปลดระดับได้แล้ว..”สากลยังไม่ทันได้ส่งเสียงดีใจออกมาได้นานนัก เขาก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อปรากฏโซ่เส้นหนาพันเข้าที่ลำคอของตน และแรงของบางสิ่งที่กดให้เขานั่งคุกเข่าลงกับพื้นโดยที่ไม่ต้องการ

“แกได้ของที่ต้องการแล้ว ทีนี้ก็ทำหน้าที่หมอซะ..”สากลมองไปทางด้านหลังด้วยหางตาก่อนจะแค่นลมหายใจใส่หมาป่าจอมตะกละ หมอมารลุกขึ้นเมื่อเฟนริสซัลฟูร์ปลดโซ่ออกจากคอของตนแล้วจึงเดินเข้าไปหาเม็ง มือสองข้างที่พันผ้าพันแผลผนึกคำสาปเอาไว้เลื่อนขึ้นมาประกบกันตรงกลางอก อักขระสีดำที่ตัวผ้าพันแผลเปล่งแสงสีแดงวูบหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนสีกลายเป็นสีเงิน

สากลเลื่อนมือทั้งสองข้างมาหยุดเหนือเม็งที่นอนตะแคงไอโคลกสำลักเลือดไม่หยุด มือทั้งสองข้างของหมอมารขยับพลิ้วไหวเป็นจังหวะช้าๆ ไอร้อนผุดออกจากผิวหนังของหมอหนุ่มพร้อมกับรูกลวงที่ลิ้นของเม็งค่อยๆเล็กลงอย่างช้าๆ ทว่าไม่ทันที่แผลจะเล็กลงไปกว่านั้นหมอหนุ่มก็เผยสีหน้าคลื่นไส้และสำลักเลือดสีดำออกมาคำโต

“เกิดอะไรขึ้น?”รัดเกล้าอนาวิลที่ยามนี้กำฟูลคอร์สเอาไว้ในมือถามออกมาด้วยความตื่นตระหนก ท่าทางของสากลที่เป็นหมอนั้นดูไม่ดีเอาเสียเลย ตามจริงเขาอยากจะใช้ฟูลคอร์สเพื่อดูอาการของเม็ง แต่ว่าในตอนนี้หากเขาฝืนใช้มันอีกสักครั้ง รับรองว่าอาวุธระดับเหนือกฏเกณฑ์ชิ้นนี้ได้พังแน่นอน

“น้องแกถูกคำสาปจากลิเวียธาน เวทของมันแข็งแกร่งเกินจนลมปราณของฉันยังย่อยสลายไม่ได้ คำสาปของมันระดับสูงมาก ฉันที่เป็นสายคำสาปเองก็ไม่เคยเห็นคำสาปแบบนี้มาก่อนเลยด้วย.. นอกจากมันจะปิดกั้นไม่ให้แผลถูกรักษาได้ มันยังเพิ่มประสาทรับรู้ความเจ็บปวดให้มากขึ้นอีกหลายสิบเท่า ฉันไม่ใช่สายคำสาปที่เก่งที่สุด.. คงจะช่วยได้แค่ลดผลของคำสาปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ล่ะนะ แต่..”สีหน้าของหมอมารที่กลายเป็นเคร่งเครียดเรียกสีหน้าสับสนของเหวินซื่อให้ฉายขึ้นมาได้ในทันที

ผู้ชายคนนี้ที่หลอกใช้เธอน่ะหรือ จะมีสีหน้าแบบนี้กับเขาด้วย?

“แต่อะไร?”ยังคงเป็นเฟนริสซัลฟูร์ที่เอ่ยถามแทนทิวไผ่ไม้ไหวที่อยู่ภายใน มันต้องการที่จะอยู่ภายนอกเพื่อที่จะสั่งสมพลังให้กับร่างนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และจะค่อยๆกลับไปอยู่ในครรภ์ของทิวไผ่ไม้ไหวตามเดิมเพื่อที่จะไม่ให้เป็นการขัดขวางการรักษา

“แต่เรือนี่.. มันใกล้จะพังแหล่มิพังแหล่แล้ว มันจะใช้เวลานานมาก ฉันกลัวว่า..”

“ยกเรือนี่ให้ฉันซะ”รัดเกล้าอนาวิลถอนหายใจก่อนจะเปิดหน้าต่างสัมภาระขึ้นมาใช้คำสั่งซ่อมแซมของฟูลคอร์สโอนถ่ายไอเท็มวัตถุดิบทั้งหมดเข้าไปปรับปรุงซ่อมแซมให้อาวุธระดับเหนือกฏเกณฑ์ชิ้นนี้สามารถอยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้ แว่นตาเลนส์เดียวปรากฏขึ้นในมือของรัดเกล้าอนาวิลอีกครั้งพร้อมด้วยหน้าต่างสัมภาระที่หายไปถึงสองหน้าต่าง บ่งบอกถึงจำนวนของไอเท็มที่เขาต้องเสียไปในการซ่อมแซมครั้งนี้

ลมปราณสางสุรีย์ หากไม่ใช่เจ้าของที่แท้จริงก็ไม่สามารถใช้ได้

เป็นลมปราณที่อันตรายสมกับเป็นต้นกำเนิดของอวิชชาถึงสามชนิดจริงๆ

“ยังไงๆมันก็จะพังอยู่แล้ว.. ฉันก็ไม่รู้จะเก็บมันไว้ทำไมด้วยสิ ยังไงซะฉันก็ไม่ได้มีธุระจะต้องไปอินหยางอีกแล้วนี่นา เอ้า ตกลง”สากลส่ายหน้าไหวๆก่อนจะกดตกลงที่หน้าต่างแลกเปลี่ยนที่เด้งขึ้นมาตรงหน้าแล้วจึงหันกลับไปใช้ทักษะของอาชีพหมอเพื่อที่จะรักษาอาการของเม็งให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยที่ไม่รู้เลยว่าด้านหลังของตนนั้น รัดเกล้าอนาวิลกำลังใช้ฟูลคอร์สที่ซ่อมเสร็จได้รวดเร็วโดยเสียวัตถุดิบไปสี่เท่าจากปกติจำลองสร้างจี้ห้อยคอขึ้นมาหนึ่งเส้น

ลักษณะที่เหมือนประอาทิตย์สีขาวสว่างเรืองรองซ้อนทับด้วยพระจันทร์เสี้ยวสีดำสนิท

ราชกกุธภัณฑ์ฟ้าดิน..

ของฝากจากทวีปเกียร์ที่รันส่งมาให้เขายังนอนนิ่งอยู่ในหน้าต่างสัมภาระไม่ได้ถูกหยิบนำมาใช้งานแต่อย่างใด แร่ฟริกไนท์ที่จอมมารจำเป็นของเขาบัญญัติชื่อขึ้นมามีจำนวนมากมายมหาศาล และกำลังถูกราชกกุธภัณฑ์ฟ้าดินที่จำลองสร้างขึ้นมาควบคุมให้ลอยออกมาปกคลุมเรือสำเภาไม้ลำนี้ให้กลายเป็นเรือโลหะขนาดใหญ่สีดำ ด้วยรูปทรงที่ดูทันสมัยขึ้นราวกับเป็นเรือรบขนาดเล็กในยุคปัจจุบัน

มือขวากำจี้ห้อยคอแน่นส่วนมือซ้ายก็กำฟูลคอร์ส เหงื่อเย็นก่อตัวขึ้นที่ขมับพร้อมกับสีหน้าที่ซีดลงถนัดตา ถ้าเทียบกันแล้วเขาใช้ราชกกุธภัณฑ์นี่ในอัตราที่น้อยกว่าที่รันใช้ด้วยซ้ำ แต่พลังกายที่ถูกสูบออกไปนั้นมากมายเกินกว่าที่ร่างกายปกติของมนุษย์จะรับไหว เรือเดินทะเลสีดำขนาดใหญ่นี้ไม่เหลือเค้าเดิมของเรือสำเภาไม้ลำเล็กๆอีกแล้ว แม้กระทั่งใบเรือยังกลายเป็นสีดำ ทว่าเรือขนาดใหญ่ที่ประกอบขึ้นจากโลหะแบบนี้ทำได้เพียงแค่ลอยน้ำเท่านั้น ไม่มีแรงลมทะเลมากมายขนาดใหญ่จะพัดพาให้เรือลำนี้แล่นไปได้อย่างแน่นอน

อย่างน้อยก็ต้องไม่ใช่ลมพายุ..

“เอ่อ? ฉันจะไม่ถามก็แล้วกัน.. พอเป็นพวกเดียวกับจอมมารแล้วนี่แกมีลูกเล่นเพิ่มขึ้นเยอะนะ ตั้งแต่ไอ้แว่นตานรกนั่นแล้วด้วย เห็นออกข่าวกันครึกโครมว่าเป็นจ้าวแห่งการประดิษฐ์ แต่ใครจะไปรู้ว่าพอแปลงร่างเป็นสาวน้อยแล้วจะโหดขนาดนั้น ...ขนลุก”สากลหัวเราะเบาๆก่อนจะเริ่มประเคนทักษะรักษาและแก้คำสาปของตนเข้าใส่เม็งที่นอนหายใจรวยรินด้วยสีหน้าที่ซีดเซียวไม่แพ้รัดเกล้าอนาวิล

“เราจะลงใต้ทะเลกัน..”รัดเกล้าอนาวิลเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหืดหอบ นักประดิษฐ์หนุ่มฉีกยิ้มกว้างก่อนจะเปิดหน้าต่างสัมภาระออกและหยิบเอาลูกบาศก์โลหะสีดำออกมาสองลูกพร้อมด้วยขวดโหลอีกสองขวดที่ภายในต่างมีดวงแสงสีน้ำเงินลอยวนอยู่ภายใน ชายหนุ่มโบนมันลงทะเลไปอย่างไม่คิดเสียดายพร้อมกับราชกกุธภัณฑ์ฟ้าดินในมือที่ส่องแสงออกมาอีกคราหนึ่ง

ตัวเรือส่วนหนึ่งแปรสภาพกลายเป็นโซ่โลหะสี่เส้นซ้ายขวาด้านละสองพุ่งตรงหายไปในทะเล รอเพียงไม่ถึงอึดใจเรือเดินสมุทรสีดำลำนี้ก็ถูกฉุดกระชากไปด้วยแรงมหาศาลของเงาดำภายใต้ผืนน้ำ เสียงคำรามดังกึกก้องมาจากฉลามเหล็กสีดำสองตัวที่ถูกล่ามเอาไว้กับโซ่ ฉุดยื้อลากเรือเหล็กลำนี้ให้เดินหน้า ค่อยๆจมลงไปในทะเลอย่างช้าๆ

“เอ่อ? นายนี่.. มีอะไรๆให้ตกใจเยอะเลยนะ”เสียงของผู้ถามส่งผลให้รัดเกล้าอนาวิลต้องหัวเราะ ทิวไผ่ไม้ไหวที่ได้ร่างกายคืนมาจากเฟนริสซัลฟูร์แล้วยิ้มแห้งๆมองไปรอบด้านที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างแทบหาเค้าเดิมไม่ได้ เด็กสาวแหงนมองท้องฟ้าที่ค่อยๆห่างไกลลงไปเรื่อยๆทุกขณะ เป็นจังหวะเดียวกับที่อาณาเขตเวทมนตร์ค่อยๆก่อตัวขึ้นมากันน้ำทะเลไม่ให้เข้าสู่ตัวเรือ

“ก็นะ.. ฟีเดลม่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าทำอะไรโดยไม่ถามฉันก่อนเด็ดขาด โอเคไหม?”

อสูรฉลามสาวเม้มริมฝีปากเล็กน้อยขณะขดตัวเข้าหาเหวินซื่อด้วยความลนลานเมื่อเห็นเหล่าสไลม์น้ำพลิ้วไหวไปกับกระแสน้ำใต้ทะเล ยิ่งลึกลงเรื่อยๆ พวกมันก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

เพิ่มขึ้นมากราวกับว่าผนึกถูกคลายออกแล้วก็ไม่ปาน

“จำนวนมันเยอะดีนะ เยอะเกินไป..”

“เยอะมากเกินเลยล่ะ จริงสิ.. โครเซลล์นั่นเป็นแค่ร่างแยกนี่นา บางทีตอนนี้มันอาจจะทำลายผนึกอะไรนั่นไปเรียบร้อยแล้วก็ได้มั้ง?”เหวินซื่อกล่าวขึ้นพร้อมกับเหล่มองดูสากลที่ตั้งใจรักษาเม็งอย่างน่าแปลกประหลาด แต่เมื่อนึกถึงคำขู่ที่เจ้านายคนปัจจุบันของเธอกล่าวเอาไว้ แน่นอน จากโชว์ความสามารถที่สามารถกำจัดร่างแบ่งภาคของลิเวียธานได้ในเวลาไม่ถึง 30 วินาทีนั้น ต่อให้เป็นใครก็ไม่กล้าขัดแน่นอน

“ไม่รู้สินะ บางทีผนึกอาจจะถูกทำลายแล้วก็ได้ แต่ถ้ามันถูกทำลายจริงล่ะก็ สไลม์น้ำพวกนี้คงไม่มีทางได้ออกมาลอยเล่นแบบนี้หรอก”ทิวไผ่ไม้ไหวที่รู้เรื่องผนึกดีอีกคนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงชี้แจงปนไปกับตื่นเต้น นี่เป็นครั้งแรกที่เธอลงมาใต้ทะเลด้วยวิธีการแบบนี้ นับว่าความสามารถของฟูลคอร์สนี้น่าสนใจจริงๆ

“รัดเกล้า!

ชายหนุ่มผู้ถูกขานชื่อหันกลับไปตามเสียงเรียกทันที เหวินซื่อมองมาที่เขาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ที่ข้างกายซึ่งควรจะมีเงือกฉลามอยู่กลับว่างเปล่า และเสียงระเบิดที่ดังกึกก้องไปทั่วท้องน้ำก็ตอบคำถามในหัวของเขาได้ดีเกินกว่าที่เขาต้องการ นักประดิษฐ์หนุ่มถอนหายใจหนักก่อนจะสวมฟูลคอร์สที่เพิ่งผ่านประสบการณ์เฉียดฉิวที่จะถูกทำลายมาอย่างแช่มช้า มือขวาสะบัดเรียกเคียวล่ามรสุมออกมาจากหน้าต่างสัมภาระ ผลจากยาที่เขากินยังคงอยู่ทำให้เขาสามารถหายใจในน้ำได้อย่างไม่เป็นปัญหา

ทว่าปัญหาที่เขาควรจะกังวลก็คือภาพเบื้องหน้า นอกจากสไลม์น้ำที่ลอยล่องไปมาอย่างไร้จุดหมายแล้วยังมีเงือกลักษณะเดียวกับฟีเดลม่าอยู่อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งทั้งหมดก็ลังถูกจับกุมอยู่ภายใต้วงกลมไสยเวทสีน้ำเงินอ่อน ผู้ที่กระทำการเช่นนี้ย่อมเป็นใครอื่นไปไม่ได้นอกจาก..

โครเซลล์

“เหมือนว่าคราวก่อนมันจะไม่เข็ด ต่อให้เป็นเทพ แต่ตอนนี้ใครฉันก็ไม่ละเว้น”เคียวยักษ์ตวัดวูบควงไปมาช้าๆและเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ ชิ้นส่วนโลหะก็ค่อยๆลอยออกมาจากหน้าต่างสัมภาระที่เปิดค้างเอาไว้เกาะกุมกันที่เคียวยักษ์เพิ่มขนาดของมันให้ใหญ่ยิ่งขึ้นไปอีก นอกจากจะเพิ่มขนาดของอาวุธแล้วเศษเหล็กอีกจำนวนมากก็ลอยไปหนุดอยู่ที่หลังของรัดเกล้าอนาวิลก่อตัวเป็นปีกโลหะ

เทวาจักรกล

รัดเกล้าอนาวิลไม่รอช้า สะบัดปีกโลหะของตนพุ่งเข้าใส่โครเซลล์ที่กำลังหลบการโจมตีของฟีเดลม่าด้วยท่วงท่าสบายๆราวกับกำลังเดินอยู่ในสวนสวรรค์ แต่เมื่อเทวาจักรกลมาหยุดอยู่ตรงหน้า คั่นกลางระหว่างฟีเดลม่าและโครเซลล์ รอยยิ้มของเทพปีศาจก็เหือดแห้งลงกลายเป็นสีหน้าหวาดวิตก

“ฉันมีสองทางให้แกเลือก ตาย.. หรือว่าเสียชีวิต?”

SSS(Sin Shouldered Saint)!

ไม่แม้แต่จะรอคำตอบของคำถามที่ไร้ประโยชน์ เมื่อคำตอบมีเพียงแต่หนทางที่จะนำไปสู่ความตาย เทวาจักรกลผู้ตั้งคำถามจึงเหวี่ยงเคียวยักษ์ที่ร้อนฉ่าเข้าใส่โครเซลล์ทันที ฟองน้ำที่เกิดจากการเดือดของน้ำเป็นเครื่องอำพางกายชั้นยอดให้เขาได้ส่งสายตาดุไปหาฟีเดลม่า ปีศาจฉลามสาวเบ้หน้าน้อยๆก่อนจะสะบัดครีบหางพุ่งตัวไปหาทางปลดปล่อยเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ของตนทันที

“เป็นไปอย่างที่คิด แกทำลายผนึกไปแล้ว และกำลังเริ่มขั้นตอนการกวาดล้างเผ่าพันธุ์ พวกแกนี่ก็นะ.. เห็นเพื่อนตายไปตั้งสองสามคนแล้วยังทำหน้าที่ต่อ น่านับถือจริงๆ นั่นคือในกรณีของความกล้าและหน้าที่ แต่ในกรณีของความเฉลียวฉลาดและไหวพริบ ฉันให้ติดลบ”เทวาจักรกลเสตามองไปยังอสูรสงครามที่ยังไม่ฟื้นตัวบนเรือสีดำที่ด้านหลังของตนก่อนจะหันกลับไปมองโครเซลล์ ..ชายหนุ่มหูแมวผมสีฟ้าคนเดิมที่เคยถูกเขาสังหารไปด้วยอาวุธระดับเทพเจ้าธาตุสายฟ้าหลายชนิด

ชายหนุ่มผู้ใช้เคียวขยับยิ้มเหี้ยมก่อนจะปล่อยมือออกจากเคียวล่ามรสุม อาวุธใหญ่ไม่เหมาะจะใช้งานภายใต้สถานที่ซึ่งมีมวลหนาแน่นไม่เหมาะต่อการขยับร่างกาย ดังนั้นอาวุธที่ควรจะใช้รับมือกับเทพปีศาจตนนี้ก็ควรจะเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ ทว่าอาวุธที่นำออกมาแล้วจะไม่ใช้ประโยชน์จากมันเลยก็กะไรอยู่

เคียวล่ามรสุมสั่นไหววูบหนึ่งก่อนจะพุ่งเข้าจู่โจมฉวัดเฉวียนรอบตัวของโครเซลล์อย่างต่อเนื่องและรุนแรง ส่วนผู้ที่บังคับมันผ่านฟูลคอร์สในตอนนี้ก็กำลังรัวนิ้วจับวัตถุดิบมาผสมกันอย่างรวดเร็วด้วยระบบการหลอมอาวุธชั่วคราวของฟูลคอร์ส แบบแปลนที่อยู่ในหัวของเขาถูกสรรสร้างออกมาเป็นอาวุธอันตรายได้ภายในเวลาไม่นาน พอดีกับที่โครเซลล์ปัดป้องหลบหลีกเคียวยักษ์ถอยออกมาพ้นจากระยะอันตราย

“อยากจะด่าก็ด่าคนที่ให้ฟูลคอร์สกับฉันมาก็แล้วกันนะ คุณโครเซลล์”

รัดเกล้าอนาวิลยกของในมือขึ้นในระดับสายตาก่อนจะปรับมุมมองการเล็งยิง ม่านตาหรี่เล็กจับจ้องไปยังเป้าหมายซึ่งก็คือโครเซลล์ รอยยิ้มบางๆที่ประดับอยู่บนใบหน้าเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแสยะพร้อมกับนิ้วชี้ที่เหนี่ยวไก อาวุธที่ถูกกล่าวว่าสามารถเจาะทะลุพลังพิเศษอย่างลมปราณ เวทมนตร์และพลังจิตได้

กระสุนสีดำระเบิดออกจากรังเพลิงด้วยแรงขับมหาศาล

ก่อนที่น้ำทะเลจะกลายเป็นสีแดง..

Astral Rejector!

เสียงอื้ออึงของมวลน้ำที่แตกกระจายด้วยแรงอัดอากาศดังกลบจนไม่มีใครละความสนใจไปจากปืนในมือของนักประดิษฐ์หนุ่มคนนี้ได้ และนั่นยังไม่เท่ากับร่างของเทพปีศาจนามโครเซลล์ที่หงายหลังถอยออกไปพร้อมด้วยเลือดที่ไหลทะลักออกมาจากรูกลวงกลางหน้าอก เจือปนและจางไปกับสายน้ำก่อนจะสลายหายไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เสียงการรายงานค่าประสบการณ์ที่ถูกหักลบเรียกสีหน้าเหนื่อยหน่ายปนเสียดายให้ฉายขึ้นมาบนใบหน้าของรัดเกล้าอนาวิล สังหารเทพปีศาจระดับนี้ได้ด้วยอาวุธที่อีกฝ่ายไม่รู้จักเรียกได้ว่าเป็นโชคช่วยและเหมือนกับเป็นการเปิดเผยไพ่ในมือให้อีกฝ่ายได้รับรู้ ยิ่งเป็นเทพที่ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตเป็นรูปธรรมด้วยแล้ว มันก็เหมือนกับในกรณีของมนุษย์ที่สามารถเกิดใหม่ได้เรื่อยๆ ค่าประสบการณ์จำนวนมากที่สูญเปล่ากับความลับที่ถูกล่วงรู้

งานนี้มีแต่เสียกับเสียจริงๆ

รัดเกล้าอนาวิลถอนหายใจก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นและหลับตาลง นำขวดยาสารพัดออกมาจากหน้าต่างสัมภาระและเริ่มไล่หยิบมันมาดื่มที่ละขวดอย่างใจเย็น ปล่อยให้ความวุ่นวายโกลาหลรอบด้านเป็นเพียงสิ่งเร้าที่ไม่อาจทลายกำแพงความคิดอันหนาเตอะเข้ามาได้

“เฮ้อ.. ถ้าเจรจาเป็นพันธมิตรไม่สำเร็จจะฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เลยคอยดูสิ”

 

 

“ตกลงว่าเธอไม่ใช่คนเดียวที่เหลืออยู่?”

“ก็คงอย่างนั้นล่ะมั้ง?”

รัดเกล้าอนาวิลถอนหายใจเล็กน้อยขณะมองดูรอยยิ้มกว้างของฟีเดลม่าที่ลอยตัวอยู่ด้านนอกอาณาเขตกันน้ำของตัวเรือ ชายหนุ่มถอนหายใจก่อนจะกระชับมือซ้ายที่กุมมือของเม็งเอาไว้แน่น อย่างที่เหวินซื่อบอกกับเขาเอาไว้ ต่อให้เขามั่นใจในตัวของเม็งเท่าไหร่แต่ถ้าไว้ใจเกินไปก็อาจจะถึงขั้นหมางเมินปล่อยให้เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นได้อย่างวันนี้

น้องสาวคนนี้ บางทีเขาคงต้องให้อยู่ใกล้ตัวเอาไว้ซะแล้วสิ

“พี่รัดเกล้าจ๊ะ ปืนนี่.. มันคืออะไรจ๊ะ?”รัดเกล้าอนาวิลหันไปมองเด็กสาวข้างกายที่กำลังพลิกสำรวจปืนไฟสีดำในมือด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น จะให้เป็นเช่นนั้นก็คงจะเลี่ยงไม่ได้ ปืนไม่ใช่ของที่จะมีให้เห็นได้ทั่วไปภายในเกมนี้ยิ่งด้วยปืนไฟกระบอกนี้ที่เขาเคยใช้ขู่เหวินซื่อด้วยแล้วยิ่งไม่สมควรจะมีให้เห็น

มันคือปืนที่สามารถทะลุทะลวงผ่านกำแพงพลังพิเศษได้ มันเป็นอาวุธที่เขาร่างแบบแปลนออกแบบขึ้นมาเองโดยประยุกต์ใช้ระบบต่อต้านเวทมนตร์ภายในฟูลคอร์สเป็นพื้นฐานและปรับให้มันใช้ได้กับลมปราณและพลังจิต เขาจะไม่สามารถทำให้มันออกมาเป็นชิ้นเป็นอันแบบนี้ได้เลยถ้าไม่ได้ปืนของไบลนด์ฮาร์เวสเตอร์จากทวีปเกียร์ที่รันส่งมาให้เขา แม้จะเป็นปืนไฟแต่ระบบภายในของมันก็ไม่ต่างไปจากดีเสิร์ทอีเกิ้ลซักเท่าไหร่

ทว่าการจะยิงนั้นต้องใช้ฟูลคอร์สเป็นแหล่งพลังงาน ดังนั้นนอกจากเขาแล้วก็ไม่มีใครสามารถยิงแอสทรัลรีเจคชั่นได้อีก เพราะฉะนั้นถ้าหากปืนนี้อยู่ในมือคนอื่นมันก็ไม่ต่างไปจากเศษขยะเท่านั้น

ปืนที่สามารถสังหารได้แม้กระทั่งเทพ ถ้าหากสามารถสร้างออกมาได้จริงๆโดยไม่ต้องพึ่งทักษะการหลอมจำลองของฟูลคอร์สแล้วล่ะก็ บางทีอาวุธระดับนี้อาจจะเป็นอาวุธระดับเหนือกฏเกณฑ์ชนิดกำเนิดใหม่ก็ได้ แต่ทว่าเงื่อนไขในการสร้างที่เขาได้รับมาหลังจากลงทะเบียนแบบแปลนกับระบบแล้วมันกลับไม่ง่ายดายขนาดนั้น นอกจากวัตถุดิบหลักที่สามารถใช้ฟริกไนท์ทดแทนได้แล้ว นอกจากนั้นเขาก็ไม่มีเลย และไม่มีทางที่จะหาได้ด้วย

“เฮ้อ.. เป็นอาวุธร้ายแรงที่ฆ่าได้แม้กระทั่งเทพล่ะนะ แต่ก็น่าเสียดายเหมือนกันที่เจ้าโครเซลล์นั่นหลบได้ เลยไม่ได้ทดสอบว่ามันสามารถฆ่าเทพได้จริงรึเปล่า แต่ก็พิสูจน์แล้วล่ะว่าอย่างน้อยมันก็สามารถทำอันตรายเทพระดับนั้นได้”รัดเกล้าอนาวิลลูบศีรษะเม็งเล็กน้อยก่อนจะฉวยเอาแอสทัลรีเจคเตอร์มาจากมือของเธอ

“แต่ก็สร้างขึ้นมาได้เพราะฟูลคอร์ส มันก็แค่ของชั่วคราวเท่านั้นแหละ”เมื่อมาอยู่ในมือของเขา ปืนไฟสีดำกระบอกนี้ก็แตกสลายกลายเป็นไออย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงเสียงร้องครวญครางด้วยความเสียดายของอสูรสงครามตัวน้อยที่ยังอาลัยอาวรณ์กับอาวุธสุดอันตรายชิ้นนั้นอยู่

“แต่ก็ใช่ได้ดีนี่จ๊ะ เอ่อ.. แล้วก็ขอบคุณนะจ๊ะที่ช่วยเม็งเอาไว้ พี่หมอบอกว่าถ้าไม่ได้พี่รัดเกล้าช่วยรักษาอวัยวะภายในเอาไว้ให้เม็งก็คงไม่รอด ถึงจะยังเหลือแผลที่ลิ้นอยู่ก็เถอะ”เด็กสาวหัวเราะแห้งๆพร้อมกับขยับยิ้มแหย ลิ้นเล็กๆที่แลบโผล่ออกมาจากริมฝีปากนั้นยังคงเหลือรูเล็กๆที่ไม่ได้ใหญ่ไปกว่าขนาดของเข็มเล่มใหญ่เสียเท่าไหร่ รักษาจากรูขนาดพอๆกับเหรียญขนาดใหญ่เหลือรูขนาดนี้กินพลังงานของสากลไปมากพอสมควรจนตอนนี้อีกฝ่ายขอตัวไปนอนพักในห้องพักในตัวเรือเรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับทิวไผ่ไม้ไหวที่ร่างกายปวดร้าวขนานหนักด้วยผลข้างเคียงจากการถูกเฟนริสซัลฟูร์ยึดร่าง

แผลของเม็งไม่สามารถรักษาได้หายสนิทเพราะคำสาปของลิเวียธานที่ไม่สามารถถอนได้ อย่างน้อยพลังของลิเวียธานที่ดูคล้ายเวทมนตร์ซึ่งอีกฝ่ายจงใจฝากฝังเอาไว้ในตัวเขาก็ถูกฟูลคอร์สย่อยสลายไปแล้ว ดีที่มันมีส่วนคล้ายเวทมนตร์ คำสาปของลิเวียธานจึงไม่มีผลกับเขา แต่เม็งนั้นไม่ใช่ หากเธอถูกทำร้ายด้วยการโจมตีทางเวทมนตร์ แผลจะไม่มีทางหายจนกว่าคำสาปจะถูกถอน

ปัญหานี้มีทางแก้ที่ง่ายแสนง่าย ขอเพียงเขาจัดการเจรจากับเผ่าพันธุ์อสูรเงือกนี้เสร็จสิ้น เขาก็จะตรงดิ่งไปหารันที่รอยัลคาสิโนซึ่งบัดนี้อีกฝ่ายใช้งานมันเป็นฐานที่มั่นชั่วคราวทันที เพื่อให้จอมมารผู้เก่งกาจของเขาจัดการถอนคำสาปให้กับเม็งเสียเท่านั้นก็เรียบร้อย

“แล้วตกลงว่ามันเป็นยังไงกันแน่ ฟีเดลม่า? ตกลงว่าสไลม์น้ำพวกนี้คืออะไร?”

“พวกมันคือทาสรับใช้ที่เกิดจากพลังของพวกเราเงือกอสูร เป็นเหมือนกับเศษตะกอนตกค้างที่เกิดขึ้นหลังจากการผลัดเกล็ด เหมือนกับการลอกคราบที่จะทำให้พวกเราดูเหมือนมนุษย์ยิ่งขึ้นไปอีก นางที่ยังไม่เคยผลัดเกล็ดย่อมไม่รู้และไม่อาจตอบคำถามได้ ยิ่งด้วยการที่นางเห็นสไลม์น้ำพวกนี้ถูกควบคุมโดยผู้อื่นเข้าทำร้ายพวกเราย่อมต้องเข้าใจผิดและไม่รู้อยู่แล้ว..”ผู้ที่ตอบคำถามของเขาไม่ใช่ฟีเดลม่าแต่เป็นผู้อื่น

“อืม.. อย่างงี้ก็พอเข้าใจได้ล่ะนะ”

รัดเกล้าอนาวิลกล่าวออกมาก่อนจะเสตามองไปยังเงือกฉลามอีกตนที่ว่ายเข้ามาใกล้และหยุดอยู่ด้านของของฟีเดลม่า เงือกตนนี้ไม่เหมือนกับฟีเดลม่าที่มีสีผิวและรูปร่างหน้าตาค่อนไปทางฉลามมากกว่ามนุษย์ แต่เงือกคนนี้ดูเหมือนมนุษย์มากที่สุดในกลุ่ม มิหนำซ้ำทั้งท่าทางการวางตัวก็ดูสูงศักดิ์ราวกับว่าเป็นราชินีผู้ปกครองเงือกอสูรทั้งมวลเลยก็มิปาน รอยยิ้มบางฉายขึ้นมาบนใบหน้าของเธอพร้อมกับการก้มหัวคำนับเล็กน้อยตามมารยาท

“ข้าต้องขอโทษด้วยที่ลูกสาวของข้าไปสร้างปัญหาให้กับท่านมากมาย ท่านนักเดินทาง”

“คุณคือราชินีสินะ? ส่วนนี่ก็คงจะเป็นเจ้าหญิงเงือก ฟีเดลม่า?”เด็กสาวที่ถูกกล่าวถึงเบ้หน้าเล็กน้อยเมื่อตนถูกเรียกว่าเจ้าหญิงก่อนจะทำท่าถอนหายใจออกมายาวเหยียดเมื่อหญิงสาวข้างกายพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มยินดี

“นางเป็นลูกสาวของข้า เจ้าหญิงฟีเดลม่าตามที่ท่านว่า ท่านนักเดินทาง ส่วนตัวข้าคือราชินีของเผ่าพันธุ์เงือกอสูรนี้ ตัวข้านั้นมีนามว่าลิวเซนไทน์ ยินดีที่ได้รู้จักท่าน..”

“รัดเกล้าอนาวิล.. ผมคงค้องขอให้ข้ามขั้นตอนหลายๆอย่างไป สาเหตุที่ผมมาที่นี่ก็เพื่อที่จะปลดผนึกพวกคุณออกมาจากผนึกที่กักขังพวกคุณเอาไว้ แต่ดูเหมือนว่าพวกผมจะมาช้าไปเสียหน่อยจนทำให้พวกคุณต้องตกอยู่ในอันตราย ถึงผมจะไม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับพวกคุณซักเท่าไหร่.. แต่ว่าในตอนนี้พวกคุณยังไม่ปลอดภัยดี คุณจะว่ายังไงครับคุณลิวเซนไทน์ ถ้าหากจะยื่นข้อเสนอ..ที่จะหยิบยื่นการคุ้มครองให้กับพวกคุณ?”

“การคุ้มครอง? จากผู้ใดอย่างนั้นหรือ?”

“..พวกคุณรู้จักโซโลม่อนรึเปล่าล่ะ?”คำถามที่ถูกตอบกลับมาด้วยคำถามนำพามาได้เพียงความเงียบงันที่ชั้นกลางระหว่างคนทั้งสอง นัยน์ตาสีดำสนิททั้งสองคู่ของลิวเซนไทน์และรัดเกล้าอนาวิลไม่แม้แต่จะขยับเคลื่อนออกจากกัน และไม่นานนักนักประดิษฐ์หนุ่มที่สู้สายตากับราชินีเงือกอยู่ก็เผยยิ้มออกมา

“ผมว่าคุณน่าจะเข้าใจนะ ว่าทำไมพวกมันถึงเลือกที่จะมาทำลายพวกคุณ?”

“พวกข้าไม่ได้นับถือเทพองค์ใด เพราะพวกข้าจะไม่ก้มหัวให้กับใคร พวกมันที่ต้องการจะฟื้นชีพให้กับโซโลมอนจึงมาเพื่อทำลายพวกข้า ขจัดเสี้ยนหนามที่จะก่อตัวเป็นปรปักษ์ในภายภาคหน้าให้หมดไปตั้งแต่ตอนนี้”คำพูดของลิวเซนไทน์เป็นเหมือนจิ๊กซอว์อีกชิ้นที่เพิ่มขึ้นมา ถ้าหากพวกมันต้องการที่จะฟื้นชีพให้กับโซโลมอนจริงๆแล้วล่ะก็ มันเกี่ยวอะไรกับเผ่าพันธุ์ที่ถูกปิดผนึก ไม่ใช่ว่าผู้ดูและท้องฟ้า พสุธาและบาดาลเป็นผู้ที่ผนึกเงือกอสูรเอาไว้หรอกหรือ?

คาออส ไกอา และอาบิส มีความสัมพันธ์แบบใดกับโซโลมอนกันแน่?

“แต่ต่อให้พวกคุณไม่ก้มหัวให้กับใคร แต่ขอให้พวกคุณทำตามคำสั่งเจ้านายของผมได้รึเปล่า?”เจ้านายที่นักประดิษฐ์ผู้นี้พูดถึงกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นให้กับลิวเซนไทน์ ฟีเดลม่า และเหวินซื่อหรือแม้แต่เม็งได้อย่างน่าประหลาด ถ้าหากผู้ที่สามารถสังหารเทพปีศาจได้อย่างง่ายดายเป็นเพียงแค่ลูกน้อง คนที่เป็นเจ้านายจะแข็งแกร่งขนาดไหนกัน?

“จอมมารน่ะหรือจ๊ะพี่รัดเกล้า?”

นักประดิษฐ์หนุ่มเผยรอยยิ้มออกมาก่อนจะพยักหน้า

“เจ้านายของผมก็คือจอมมาร.. คุณเองก็เห็นแล้วใช่ไหมครับองค์ราชินี ว่าผมทำอะไรได้บ้าง.. จอมมารเจ้านายของผมทำได้ยิ่งกว่าผมอีก คำสาปที่ไม่มีใครเคยพบเห็นหรืออาการบาดเจ็บไม่อาจรักษาได้ เขาก็สามารถถอนคำสาปและช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้ายเหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย เชื่อผมเถอะ.. ถ้าหากเขาเอาจริง สงครามจะจบตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยด้วยซ้ำ”เขาไม่ได้พูดเกินจริงเลยแม้แต่น้อย หากรันฝึกลมปราณ พลังจิต และเวทมนตร์ได้ถึงขั้นเชี่ยวชาญแล้วล่ะก็ ให้หกขั้วอำนาจมารุมก็ยังไม่สามารถเอาชนะได้

แต่หนทางนั้นยังอีกยาวไกล ทว่าเพียงเท่าที่ทำได้ในตอนนี้ก็หาคู่มือที่เป็นผู้เล่นด้วยกันนอกจากเขาและริวที่ครอบครองอาวุธระดับเหนือกฎเกณฑ์ได้ก็ยากแล้ว

“ต่อให้พวกข้าไม่มีโอกาสชนะต่อหน้าเทพปีศาจ แต่ก็ใช่ว่าพวกข้าจะขอรับความช่วยเหลือจากนักเดินทางเช่นท่านได้.. นักเดินทางทุกคนใช่ว่าจะไว้ใจได้ ยิ่งด้วยเจ้านายของท่านถูกเรียกว่าจอมมารด้วยแล้ว”รัดเกล้าถึงกับหัวเราะแห้งๆในใจ การที่รันมีคำว่าจอมมารเป็นสโลแกนบอกยี่ห้อนี่ไม่ได้มีแต่เรื่องดีจริงๆ

“ต่อให้เรียกว่าจอมมารแต่เขาก็ไม่ได้เป็นเพราะอยากหรอกนะครับ ถ้าให้พูดแล้วล่ะก็ การกระทำของเขาแม้บางครั้งจะดูชั่วร้ายและอันตรายสมกับเป็นจอมมารแล้ว.. แต่อย่างหนึ่งที่เขาไม่สามารถต่อต้านได้ก็คือผู้หญิงครับ น้ำตาผู้หญิงคือภัยร้ายสำหรับเขา นอกจากท่าทางที่บางครั้งจะดูน่ากลัวแล้ว เขาก็ไม่ต่างอะไรไปจากสุภาพบุรุษ(หลายใจ)หรอกนะครับ”

เขาก็ไม่ได้พูดผิดไม่ใช่เหรอ? สาวๆที่พัวพันอยู่กับรันตอนนี้ต่างก็มีอิทธิพลเหนือตัวรันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นวอล์คที่เป็นเหมือนดาวข่มของรันในแทบทุกๆด้าน หรือจะเป็นตาที่เขายังไม่เคยเจอตัวเป็นๆ แต่จากการคุยกันทางหน้าต่างสนทนาแล้วเขาก็รู้ได้เลยว่าเธอคนนี้สามารถกำราบจอมมารคนนี้ได้อยู่หมัด แล้วนี่ยังไม่นับสาวๆอีกหลายคนที่รันเคยกล่าวถึงอีก ว่ากันตามตรงแล้วจอมมารของเขามีจุดอ่อนตรงที่ไม่เด็ดขาดในหลายๆเรื่องนี่ล่ะ

“พวกข้าไว้ใจท่านได้สินะ?

“แน่นอนครับ พวกผมไม่ได้ต้องการอะไรอื่นนอกจากพันธมิตรที่ไว้ใจได้เช่นกัน”

“ถ้าอย่างนั้นก็เป็นอันตกลง.. ตัวข้า ลิวเซนไทน์ เป็นตัวแทนของพวกเราอาณาจักรเงือกอสูร ในฐานะที่เป็นราชินี ขอตกลงที่จะเป็นพันธมิตรกับพวกท่าน”ลิวเซนไทน์กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มก่อนจะค้อมศีรษะลงเล็กน้อยต่อหน้ารัดเกล้าอนาวิล ทำให้ชายหนุ่มต้องร้องเสียงหลง

“เดี๋ยวสิครับ คุณเป็นถึงราชินีนะ!

“สมควรแล้วท่านผู้กล้า.. ข้าต้องการที่จะขอบคุณที่ท่านพาลูกสาวของข้ากลับมาส่งได้อย่างปลอดภัย และดูจากการที่ท่านกำราบนาง ทำให้นางฟังคำท่านได้อย่างไม่กล้าปฏิเสธ ...ต่อแต่นี้ไป ข้าคงต้องขอฝากลูกสาวของข้าไว้กับท่านด้วยนะ ท่านผู้กล้า..”ลิวเซนไทน์เผยอยิ้มออกมาหลังจากเงยหน้าขึ้นมาอยู่ในระดับปกติ นัยน์ตาสีสดใสนั่นแฝงเค้าแววของความปีติยินดีเอาไว้แน่นขนัด

ทว่าคำต่อไปของราชินีอสูรเงือกก็ทำให้ท่านผู้กล้าที่ว่าต้องผวาน้ำตาตก

“...ท่านว่าที่ลูกเขย”

 

 

“ตกลงว่าฉันจะต้องเข้ารับการทดสอบจากเธอเพื่อผ่านอาชีพขั้นที่สองของคนโกง หรือก็คืออาชีพจอมวายร้ายอย่างงั้นเหรอ? แหม.. ก็ซึ้งอกซึ้งใจอยู่หรอกนะที่ว่าจะได้อาชีพขั้นที่สองน่ะ แต่ไอ้เงื่อนไขที่ว่าจะลบสกิลออกไปสองสกิลนี่มันดูจะโหดร้ายไปนิดนะ”แน่สิ จะไม่ให้มันโหดร้อยได้ยังไงกับคำพูดของเทพีแห่งโชคลาภตรงหน้าของเขาตอนนี้ ทักษะอาชีพคนโกงของเขาก็มีอยู่แค่ไม่กี่อย่าง โกงเป็นโกงตาย รัสเชี่ยนรูเล็ท โป๊คเกอร์ดีลเลอร์และเฮ้ดออร์เทลเท่านั้น อีกอย่างก็คือผู้เป็นที่รักแห่งโชคชะตาที่จะเพิ่มค่าโชคลาภให้ที่เขาจะไม่ยอมให้ลบไปแน่นอน

ทักษะที่ไม่ค่อยได้ใช้จริงๆก็คือเฮ้ดออร์เทล แต่ถ้าหากเกิดจวนตัวขึ้นมาจริงๆเขาก็ใช้มันหนีจากสถานการณ์นั้นๆได้อย่างง่ายดาย รัสเชี่ยนรูเล็ทก็อย่างที่เคยใช้ไป มันสร้างความมีเปรียบให้กับเขาได้มากถ้าหากเลือดของอีกฝ่ายลดลงไปเหลือน้อยนิด โกงเป็นโกงตายนี่อีก ถ้าไม่มีมันเขาก็ขโมยอะไรไม่ได้ แถมยังจะหมดสกิลเพิ่มความสามารถไปอีก แบล็กแจ๊คก็จำเป็นต้องใช้เพื่อปฏิเสธความเสียหายจากทักษะ โป๊คเกอร์ดีลเลอร์นี่ยิ่งแล้วใหญ่ ถ้าหากไม่มีทักษะนี้เขาก็ตายไปหลายรอบแล้ว

แย่จริงๆ..

รันถอนหายใจก่อนจะหันไปมองโรสที่ค่อยๆรินน้ำชาจากกาใส่ถ้วยกระเบื้องสีตุ่นด้วยความระมัดระวัง เมื่อเห็นว่าเขาไม่อาจคาดหวังความเห็นอะไรจากอีกฝ่ายที่เป็นสายเทคนิกไม่ได้ก็จึงหันกลับไปเผชิญหน้ากับเด็กสาวร่างเล็กที่กำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อได้รับแขกหน้าใหม่นอกจากยักษ์สองตนที่เปิดตูดเผ่นแน็บไปในทันทีที่เห็นหน้าของเขาราวกับว่าเขาเป็นสัตว์ประหลาดอย่างไรอย่างนั้น

อัลเทียหรือเทพีแห่งโชคลาภที่เขาตามหาได้อธิบายถึงอาชีพขั้นที่สองของคนโกงเอาไว้สั้นๆว่าดีกว่าขั้นแรก อาชีพจอมวายร้ายนั้นไม่ใช่อาชีพที่ต้องอิงกับพลังพิเศษสายใดๆแบบเดียวกับอาชีพคนโกง ทว่าความสามารถในการเล่นกับกฏเกณฑ์จะแตกต่างไปจากคนโกงมาก

ทั้งลูกเต๋า สำรับไพ่ เหรียญทองและปืนรีวอลโว่ มันเป็นของที่ได้รับมาจากการอำนวยพรของอัลเทียทั้งหมด แถมสาเหตุที่ความสามารถของรัสเชียนรูเล็ทเปลี่ยนไปมาก็เป็นเพราะเจ้าหล่อนเห็นว่ามันโกงเกินไป ถ้าจะเห็นความสามารถของทักษะอาชีพคนโกงเปลี่ยนไปมาอีกก็คงจะไม่น่าแปลกใจ ในเมื่อเขารู้แล้วว่าตลอดเวลาที่อยู่ในเกมนี่เจ้าหล่อนตามดูเขาอยู่ตลอดเวลาน่ะสิ

“เอาเป็นไม่ลบซักทักษะเลยได้รึเปล่า?”

“ไม่ ทักษะที่เจ้ามีอยู่มันเอาเปรียบผู้อื่นมากเกินไป เจ้าขโมยของใครต่อใครก็ได้ ยกเลิกค่าความเสียหายก็ทำได้ แถมยังสามารถยกเลิกสถานะผิดปกติได้ง่ายๆอีก นี่ยังไม่นับเรื่องที่เจ้าใช้ทักษะเฉพาะตัวของเจ้าโกงไพ่เพื่อที่จะหยิบไพ่ออกมาให้ได้แต้มสูงๆอีกนะ ถ้าไม่เห็นว่าเป็นแฟนของโรสล่ะก็ข้าจะทำให้อาการตีกลับของพลังรุนแรงกว่านี้อีก”

“ก็บอกว่าไม่ได้เป็นแฟนไงเล่า!

รันหัวเราะแห้งๆกับน้ำเสียงของโรสที่ดังขึ้นมาพร้อมกับถ้วยชาที่กระแทกลงกับโต๊ะไม้ตรงหน้าของอัลเทียพอดี น้ำเสียงเขียวปั้ดที่ขัดกับรอยยิ้มมีความสุขนั่นทำให้ทั้งเขาและเทพีแห่งโชคลาภหลุดขำออกมาได้พอสมควร

“ตกลงว่าไอ้สาเหตุของผลทักษะที่มันเปลี่ยนไปมานี่คือเธอทำหมดเลยงั้นเหรอ?”

“อือฮึ! อาชีพที่เจ้าสร้างขึ้นมาเป็นผลลัพธ์จากการอวยพรของข้า ดังนั้นข้าก็เป็นเหมือนมาสเตอร์ของสายอาชีพนี้ที่จะสามารถปรับเปลี่ยนแก้ไขผลของทักษะได้อย่างอิสระ แต่อาชีพขั้นที่สองนี้จะเป็นอาชีพที่เจ้าจะต้องใช้ความสามารถของตัวเองเพื่อที่จะได้มา ดีสำหรับเจ้าคือข้าจะไม่สามารถยุ่งเกี่ยวอะไรกับทักษะของเจ้าได้อีกแล้ว แต่ที่ไม่ดีสำหรับเจ้าคือการทดสอบนั้นมันจะยากมากถึงมากที่สุด”อัลเทียว่าออกมาก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นจรดริมฝีปาก รันเองก็ส่ายหน้าไหวๆกับนิสัยเอาแต่ใจและดูเจ้ากี้เจ้าการของเทพีคนนี้แล้วจึงยกถ้วยชาขึ้นดื่มบ้าง

รสชาติของชาทำให้ลำคอที่ตีบตันของเขาโล่งขึ้นมาได้บ้าง แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยให้เขาพอที่จะชั่งน้ำหนักอะไรต่อมิอะไรตรงหน้าได้ เทพีแห่งโขคชะตาคนนี้ถูกเรียกว่าเขี้ยวกุดจะเพิ่มดีกรีความไม่ไว้วางใจของเขาให้มากขึ้น ไม่ใช่ว่าแปดพฤกษาแรกกำเนิดต้องการที่จะกำจัดเขาหรอกหรือ?

“การทดสอบคืออะไรอย่างนั้นหรือ?”รันถามออกไปเป็นเวลาเดียวกับโรสที่นั่งลงข้างๆเขา ชายหนุ่มยกมือขึ้นกอดอกรอคอยคำตอบจากเทพีแห่งโชคลาภที่ยังคงยิ้มกริ่มอมพะนำอยู่ราวกับว่าตนถือไพ่เหนือกว่า

การทดสอบที่ว่าจะเป็นตัวเลือกที่นำไปสู่เหตุการณ์ที่พฤกษาแรกกำเนิดต้องการที่จะกำจัดเขารึเปล่านั้นเขาเองก็ไม่รู้ ความต้องการของเขี้ยวกุดไม่เหมือนกับหางตัด(ซากุระ)ที่ต้องการที่จะสังหารผู้เล่นทุกคนเพื่อหยุดยั้งการทำงานของโค้ดซีโร่ หรือจะเป็นแบบหูแหลม(ดอกลิลลี่)ที่ต้องการจะกำจัดเพียงพระเจ้าหรือกำจัดเขาด้วยในกรณีที่เขาสมรู้ร่วมคิด หรือจะเป็นแบบเสียงหวาน(กุหลาบ)ที่อาจมีแน้วโน้มว่าต้องการกำจัดเขา

แต่ถ้าอัลเทียคือเขี้ยวกุด ไม่ใช่เสียงหวานก็แสดงว่าโรสไม่ใช่ตัวแทนของพฤกษาแรกกำเนิดลักษณ์ดอกกุหลาบ แล้วทำไมโรสถึงได้รู้ว่าอัลเทียคือพฤกษาแรกกำเนิดได้กัน? ถ้าตามสมควรแล้วเธอน่าจะรู้แค่ว่าอัลเทียคือเทพีแห่งโชคลาภไม่ใช่หรือ? ก็ในเมื่อเธอได้รับการอำนวยพรจากเจ้าหล่อนนี่?

“การทดสอบที่ว่านั่นคือข้าต้องการให้เจ้าเอาชนะคนๆหนึ่ง”

“คงไม่ใช่ว่าจะให้ฉันสู้กับตัวเองเหมือนกับในการ์ตูนที่ให้สู้กับร่างเงาหรือร่างชั่วร้ายของตัวเอง แบบนั้นไม่เอาหรอกนะ ดักคอไว้ก่อนเลย เพราะแค่เท่าที่มีอยู่นี่ก็น่าปวดหัวพออยู่แล้ว จะลาสโลว์ โป๊คเกอร์เฟซหรือรันมารุ แม้กระทั่งนัวร์ก็ตามที”รันเอ่ยดักคอเทพีสาวที่กำลังจะแถลงไขจนอีกฝ่ายต้องชะงักค้าง รอยยิ้มกว้างเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจแข็งนิ่งพร้อมกับเสียงหัวเราะแห้งๆที่เล็ดรอดออกมาจากมัน

อัลเทียกระแอมไอทำฟอร์มเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนจะหลุบตาลงต่ำ

“ก็แบบนี้แหละ ฟอร์มจัด”โรสหัวเราะคิกคักออกมาส่งผลให้เขาต้องส่ายศีรษะด้วยความเห็นใจ

“เอิ่ม.. การทดสอบของเจ้า ข้าต้องการให้เจ้าชนะคนๆหนึ่ง มันก็ไม่เชิงว่าจะเป็นเจ้าหรอกนะแต่ว่า.. เอาเป็นให้เจ้าช่วยเหลือเด็กสองคนก็แล้วกัน และในการช่วยเหลือเด็กสองคนนี้เจ้าจะต้องเอาชนะคนๆหนึ่งให้ได้ เป็นอันตกลงไหม?”ยักษ์หนุ่มถอนใจหนักๆก่อนจะพยักหน้าตกลง เรียกให้รอยยิ้มของเทพีแห่งโชคลาภหวนกลับมาอีกครั้ง

“แล้วจะเริ่มเมื่อไหร่ล่ะ?”รันร้องถามอัลเทียที่อยู่ๆก็หยิบเอาสำรับไพ่ออกมาคลี่เป็นพัดเรียงไว้บนโต๊ะ เทพีแห่งโชคลาภไม่ได้ตอบคำถาม เธอเพียงแต่ยิ้มและไล่ปลายนิ้วไปตามไพ่ที่คลี่ไว้บนโต๊ะก่อนจะหยุดและดึงออกมาใบหนึ่ง ชูขึ้นให้เขาและโรสเห็นกันถ้วนหน้าพร้อมกับเอ่ยออกมา

“เดี๋ยวนี้เลย”

ไพ่ในมือของอัลเทียเรืองแสงสีเหลืองอ่อนออกมาจางๆเป็นสัญญาณถึงบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น แต้มบนหน้าไพ่ไม่ได้เป็นไปอย่างที่เขาต้องการ มันไม่ใช่โจ๊คเกอร์ที่เขาคาดเอาไว้ แต่เป็นเจ็ดโพแดง พร้อมด้วยสายตาของเทพีแห่งโชคลาภที่หรี่ลงและหันไปทางโรส

ทว่าเด็กสาวข้างกายเขากลับยิ้มออกมาเรียบๆและส่ายหน้าราวกับรู้อยู่แล้วและไม่ต้องการให้เป็นห่วง เจ็ดโพแดงหมายถึงว่าคนๆนั้นถูกคนที่มีจิตใจโลเลสนใจอยู่ หมายถึงว่าคนๆนั้นมีไข้ใจที่ร้ายแรง ทั้งรันและโรสต่างก็รู้ถึงข้อนี้ดี และไพ่อีกใบหนึ่งก็ถูกหยิบขึ้นมาจากสำรับและเลื่อนมาหยุดอยู่ตรงหน้ารัน

เอซโพดำ ไพ่ที่บ่งบอกถึงสถานการณ์ที่จะต้องใช้สติปัญญาตัดสินใจอย่างรอบคอบ

“ขอให้โชคจงอยู่กับเจ้า.. ข้าว่าเจ้าต้องใช้มัน หึๆ”

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

1,284 ความคิดเห็น