God Presentiment Online ภาค สงครามเทียมเทพ

ตอนที่ 7 : บทที่ 3 ปราสาทผีสิง : เงามืด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,704
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    24 ก.พ. 57

บทที่ 3 ปราสาทผีสิง
ช่วงที่สอง เงามืด

 

“ไม่ ทำไมข้าต้องเล่าให้เจ้าฟังด้วยกัน คนรู้จักรึก็ไม่ใช่ เจ้ายังจะเอาหอกปาดคอข้าอยู่เลยไม่ใช่รึไง?”คำพูดยอกย้อนของเดียร์ทำให้เขาต้องเลิกคิ้วขึ้นมองด้วยความหงุดหงิด ยักษ์หนุ่มถอนหายใจและส่ายหน้าไหวด้วยความเหนื่อยหน่าย

“บอกมาเถอะน่า ฉันอาจจะช่วยพาเธอออกไปจากที่นี่ได้ก็ได้นะ?”

สีหน้าและแววตาของเด็กสาวยังไม่เปลี่ยนไปจากเดิม เดียร์ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นและเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเขา สายตาที่มองมาทำให้เขาต้องลอบสงสัยในการกระทำของเธอเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะต้องคิดผิดที่ไว้วางใจเธอเมื่อฝ่าเท้าเล็กๆนั่นถูกยกขึ้นมายันไว้ที่ยอดอก

รอยยิ้มของเด็กสาวนั้นดูเหยียดหยัน

“เหอะ อย่างเจ้าน่ะเหรอจะเอาชนะเฟเรียได้?”ไม่ใช่เพียงน้ำเสียงที่ฟังดูมีพลังอย่างน่าประหลาด ความแปลกนั้นไม่ใช่แค่น้ำเสียง แต่รวมไปถึงร่างกายของเขาที่หยุดนิ่งและไม่สามารถขยับได้นั่นด้วย มีอะไรบางอย่างกำลังชำแรกผ่านไปทั่วร่างกายของเขา

อะไรบางอย่างที่ให้ความรู้สึก..

หนาวเย็น..

-ผู้เล่น รัน บรรลุเงื่อนไขพิเศษ สามารถใช้ทักษะสายวิญญาณได้ชั่วคราวค่ะ-

“ถ้าข้าไม่ช่วยเจ้าก็ไม่มีทางที่เจ้าจะเข้าถึงตัวของเฟเรียได้หรอก หลุยส์กับลูอิสจะอัดเจ้ากองเสียมากกว่า อาวุธธรรมดาไม่มีทางสัมผัสตัวสองตนนั่นได้ แม้แต่อาวุธธาตุของเจ้า หากไม่ใช่อาวุธธาตุที่อาบพลังศักดิ์สิทธิ์แล้วล่ะก็ไม่มีทางเลย”ชายหนุ่มขยับยิ้มเมื่อเห็นอีกฝ่ายหลบตาไปด้านข้าง พลังที่แทรกผ่านเข้ามาในร่างกายทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเบาขึ้น รันรีบเปิดหน้าต่างข้อมูลทักษะออกมาดูทั้งๆที่เท้าของเดียร์ยังอยู่บนอก และข้อมูลของทักษะนั้นก็ทำให้เขาชะงักไปอีกครั้ง

“ทุกทักษะ.. ฉันต้องใช้โดยแตะตัวเธออย่างนั้นเหรอ?”

“ไม่มีสิ่งมีชีวิตชนิดไหนใช้พลังวิญญาณได้โดยไม่ต้องตายเหมือนกับข้า เจ้าต้องใช้มันโดยเป็นสื่อกลางระหว่างพลังกับข้า คิดเสียว่าข้าเป็นถังพลังงานสำหรับเจ้าก็แล้วกัน”เดียร์ยกเท้าออกจากเขา เป็นอย่างที่เธอว่า เขาไม่รู้สึกถึงพลังนั้นอีกแล้ว นอกจากความรู้สึกกลวงๆที่อยู่ภายในแล้วเขาก็ไม่รู้สึกถึงอะไรอีกเลยแม้แต่น้อย

ท่าจะจริงแฮะ..

“เจ้ากาฝากนั่น ต้องการให้ข้าดึงมันออกมารึเปล่า? ดูเหมือนมันจะกวนใจเจ้าไม่ใช่น้อยเลยนี่?”ชายหนุ่มเลิกคิ้วมองอีกฝ่ายก่อนจะเผลอหลุดยิ้มและพยักหน้า เดียร์ลดตัวลงใช้ปลายนิ้วสัมผัสที่หน้ากากของเขาก่อนที่ดันเบาๆ เสียงประกาศจากระบบก็บอกว่าเขาพ้นจากการถูกสิงสู่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“นี่เจ้าทำอะไรกับข้า!?

“..ส่งวิญญาณของเจ้าไปสู่สุขคติน่ะสิ”เซเลสที่หลุดออกมาจากร่างกายของรันลอยอยู่ในรูปร่างของกลุ่มควันที่ก่อตัวเป็นคน บรรพชนยักษ์เบิกตากว้างก่อนจะลอยหวือหลบมือของเดียร์จ้าละหวั่น เสียงร้องคร่ำครวญขอความช่วยเหลือของเซเลสทำให้คนกลางอย่างรันต้องรีบยกมือหยุดอีกฝ่าย

“ใจเย็นๆ เจ้านี่ถึงจะเป็นกาฝากแต่ก็ยังมีประโยชน์”

“อะไรน้า!?

“ห้ามฆ่าสินะ?”

“นี่ตกลงจะฆ่าข้าหรือส่งข้าไปสู่สุขคติกันแน่เนี่ย!?

เป็นอีกครั้งที่คนกลางเช่นเขาต้องส่ายหน้าและผ่อนคลายลงพิงศีรษะกับผนังห้อง ที่เหลือก็คือรอเวลาที่งานเต้นรำจะเริ่มเพื่อที่จะออกไปจากคุกนี่พร้อมกับวิญญาณพวกนั้น แต่ทำไมเดียร์ถึงไม่ยอมออกไปจากที่นี่เองกันล่ะ? หรือว่าจะมีเหตุผลที่ทำให้ออกไปด้วยตัวเองไม่ได้

“เดียร์ เล่าให้ฉันฟังไม่ได้จริงๆเหรอ?”

“ไม่ก็คือไม่”

เด็กสาวปริศนายังคงปฏิเสธคำขอของเขาเช่นเดิม คราวนี้เธอยังส่งสายตาแข็งกร้าวมายังเขาเป็นการปรามเพื่อหยุดไม่ให้เขาเอ่ยอะไรออกมาอีก

ความเงียบโรยตัวลงอีกครั้ง ทั้งรัน เดียร์ และเซเลสต่างพบว่าสถานการณ์เช่นนี้นั้นดูเคร่งเครียดมากเกินกว่าจะกล่าวอะไรออกไป เสียงเข็มนาฬิกาดังออกมาเนืองๆไม่ให้ทั่วทั้งบอลรูมเงียบเหงาไร้ชีวิต หนึ่งครั้ง สองครั้ง.. ไม่มีวันหยุด จนกระทั่ง..

แก๊ง.. แก๊ง.. แก๊ง...

“งานเต้นรำ เริ่มแล้ว..”เดียร์พูดพร้อมกับฉุดดึงเขาให้ลุกขึ้น รันมองมือเล็กๆที่กุมมือของเขาอยู่ก่อนจะเบือนสายตาไปยังประตูบานใหญ่ที่ปรากฏขึ้นมาตรงหน้า บางสิ่งในร่างกายบอกให้เขาขยับมือขึ้นเอ่ไปทาบที่บานประตูนั้น ไม่มีใครทราบว่าเกิดอะไรขึ้นแม้กระทั่งตัวเขาเอง แสงสีเทาค่อยๆเอ่อล้นออกมาจากรอบด้าน ซึมออกมาจากซอกหลืบของห้องบอลรูมขนาดใหญ่นี้และไหลไปรวมกันที่ฝ่ามือของเขาดุจสายน้ำเชี่ยวกราก

ฉับพลันประตูบานใหญ่ก็ถูกผลักออกไปด้วยแรงดันมหาศาล

รันหรี่ตามองภาพเบื้องหน้าก่อนจะแสยะยิ้ม ห้องบอลรูมแบบเดียวกับห้องนี้เองก็อยู่ที่เบื้องหลังบานประตูนั่นเช่นกัน ทว่ามันกลับไร้ซึ่งสีสัน และเต็มไปด้วยเหล่าภูตผีจำนวนมากที่ลอยเคว้งเต็มไปทั่วทุกตารางนิ้ว เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้เห็นภูตผีตัวเป็นๆในเกมมากมายขนาดนี้ อย่างมากในเกมอื่นๆที่เขาเคยเล่นก็จะมีอยู่เป็นกลุ่มแค่ไม่กี่ตัวเท่านั้น

แต่ที่เห็นอยู่ตรงหน้านี่ไม่ต่ำกว่าครึ่งพัน

“ไม่มีอะไรที่เป็นไปตามความคาดหมาย เกมนี้นี่น่าสนุกจริงๆ”ชายหนุ่มพึมพำออกมาเบาๆก่อนจะเลิกคิ้วเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงบีบจากมือของเดียร์ที่เขากุมเอาไว้ เด็กสาวข้างกายมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกแถมด้วยเหงื่อเย็นที่เริ่มซึมออกมาที่ขมับ

“เป็นอะไรไป?”

“ป..เปล่า หน้าที่ของข้าหมดลงแล้ว.. ทีนี้ก็เหลือแค่ว่าเจ้าจะสังหารเฟเรียได้รึเปล่าเท่านั้น”เมื่อสิ้นเสียง เดียร์ก็ชักมือของเธอออกและหันหลังกลับไปในทันที รันสะดุ้งวาบกับความกะทันหันของสิ่งที่เกิดขึ้นและหันไปคว้าข้อมือของเธอเอาไว้อย่างลืมตัว

“หมายความว่ายังไง? เธอจะไม่ออกไปกับฉันอย่างงั้นเหรอ?”

“ลอเรนเดอร์อย่างเฟเรียน่ะ ถ้าหากข้าเข้าไปใกล้ล่ะก็ ข้าอาจจะระเหยหายไปเลยก็ได้ ศัตรูของเฟเรียคือสิ่งสุดท้ายที่ข้าอยากจะเป็น”คำพูดของเดียร์ทำให้เขาสงสัยเข้าไปอีก ต่อให้เขาเป็นคนที่สร้างโลกใบนี้ขึ้นมาก็จริง เขาไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับโลกใบนี้ ตำนานต่างๆหรือแม้แต่ที่มาของหลายๆสิ่ง อย่างที่เธอพูดก่อนหน้านี้

“ลอเรนเดอร์คืออะไร?”

“ลอร์ เอ็นเดอร์(Lore Ender) มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่เป็นอมตะ เกิดมาเพื่อรอคอยเวลาของการทำลายล้างที่ใกล้จะมาถึง พระเจ้าเป็นผู้สร้าง และมันจะเป็นผู้ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้พระเจ้าสร้างสิ่งต่างๆขึ้นมาใหม่ ลอเรนเดอร์สามารถลบทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของโลกใบนี้ได้เพียงแค่คิด ข้าตายได้ แต่เจ้าที่เป็นนักเดินทาง.. เจ้ายังมีโอกาสรอด”

“เป้าหมายของมันคืออะไรกันแน่ แค่ต้องการพลังอย่างนั้นเหรอ? แล้วมันจะเก็บเธอเอาไว้ทำไม?”ไร้ซึ่งคำตอบจากปากของอีกฝ่าย รันได้แต่เบ้หน้าเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังแบบเมื่อครู่ตอนที่เธอเหยียบอกของเขา เธอกำลังถ่ายพลังที่ว่านั่นมาให้เขาอีกครั้ง

เธอกำลังจะทิ้งเขา..

“ข้าจะทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อให้เจ้าออกไปจากที่นี่ ทุกอย่างที่อยู่ในขอบเขตที่ข้าจะไม่เป็นอันตรายน่ะนะ”เดียร์ว่าก่อนจะเผยยิ้มอันขมขื่น เด็กสาวดึงมือของตนออกจากการเกาะกุมของเขาและค่อยๆเลือนหายไปกับอากาศ

“ก็ขอให้ฉันออกไปจากที่นี่ได้ก็แล้วกัน..”

ยักษ์หนุ่มเบ้หน้าและหันกลับไปยังประตูตรงหน้าอีกครั้ง เขายังรู้สึกได้ถึงการคงอยู่ของผู้ช่วยเหลือของเขาที่ด้านหลัง เธอทิ้งเขาแล้วแต่เธอยังไม่ไปไหน เธอยังคงรักษาสัญญาที่จะช่วยเขาเท่าที่ทำได้ นั่นทำให้เขาต้องยิ้มออกมาเมื่อรู้ว่าเขายังไม่ได้เหลือตัวคนเดียว

ในสถานการณ์แบบนี้เขาไม่มีทางได้รับความช่วยเหลือใดๆจากใครแน่นอน

เดียร์จะช่วยเท่าที่ทำได้ เซเลสไม่ต้องพูดถึง ผู้เล่นคนอื่นที่เข้ามาก็มีแต่จะแย่งของรางวัลภารกิจ ความโลภคือสิ่งที่ผลักดันทุกคน แม้กระทั่งวีรบุรุษหรือผู้กอบกู้ ไม่มีใครปราศจากความโลภและความต้องการ เขาเองก็เช่นกัน

ไปแบบเงียบๆหรือโฉ่งฉ่างดีหนอ?

ยังไม่ทันที่เขาจะได้เลือก พวกมันก็ได้เลือกให้เขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เสียงรายงานจากระบบรายงานการปรากฏตัวของภูตผีระดับเฉลี่ยเจ็ดสิบจำนวนประมาณหกร้อยตัว พวกมันล้วนหันมาทางเขาราวกับเห็นสิ่งแปลกปลอมและหมายจะพุ่งเข้ามาหักคอเขาเสียให้ได้

“ขอโทษเถอะ ฉันไม่ยอมตายตรงนี้หรอก”

มือซ้ายของรันถูกยกขึ้นเกร็งเป็นกรงเล็บ ชายหนุ่มเพ่งไปที่มือข้างนั้นรวบรวมพลังที่รู้สึกได้ทั่วทั้งร่างกายก่อนจะเปลี่ยนวิถีทางให้มันพุ่งมากที่มือ สายฟ้าเส้นเล็กๆมากระจุกกันที่มือของเขา มันไม่เหมือนแบบที่เซเลสทำ เขาทำไม่ได้คล่องแคล่วแบบนั้นแต่มันให้ความรู้สึกเดียวกัน

เขาเริ่มที่จะควบคุมมันได้คล่องขึ้นแล้ว

ตรีแก้วมนตราถูกคว้าออกมาควงในมือเหมาะกับสถานการณ์ อาวุธธาตุแสงดูจะเหมาะที่สุด ประจุไฟฟ้าถูกส่งไปกระตุ้นที่กล้ามเนื้อขาเพิ่มความคล่องตัวให้กับขา เขาไม่ยอมเสียเวลากับลิ่วล้อพวกนี้และไม่เหลือเวลาไปจัดการกับองครักษ์สองตนนั่น

ตรีแก้วมนตราเป็นอาวุธชิ้นเดียวในครอบครองของเขาที่มีทักษะประดิษฐ์ติดมาด้วยถึงสองทักษะ ทักษะแรกเป็นทักษะที่ใช้ในการลอกเลียนแบบทักษะที่เคยเห็นหรือรู้จัก ส่วนทักษะที่สองเป็นทักษะที่จะเพิ่มความเร็วให้กับการแทงช่วงระยะเวลาหนึ่ง ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการบุกเข้าประชิดและไปเสี่ยงดวงกับพวกมันดูสักตั้ง

เปรี๊ยะ..

สายฟ้าแล่นปลาบไปทั่วสามง่ามยาว อนุภาคเกาะกลุ่มกันที่ปลายสามงาม เร่งปริมาณพลังงานของประจุไฟฟ้าให้เพิ่มมากขึ้นมหาศาลอย่างฉับพลัน เขาไม่คิดจะเสียเวลาวัดหรือกะปริมาณของมันให้พอเหมาะพอควร เมื่อคาดการณ์ให้พอว่าถึงหลักเมกะจูลก็เริ่มปรากฏลำแสงพลาสม่าเกาะกลุ่มกันอยู่ที่ปลายสามง่ามเป็นก้อนกลม มันใช้เวลาเกือบนาที และความสงสัยของเหล่าภูตผีก็เป็นเหมือนโอกาสทองของเขา

“ถึงมันจะรุนแรงน้อยลงไปหน่อย แต่ก็น่าจะจัดการพวกแกได้หมดนะ”

มือซ้ายถือตรีแก้วที่เป็นอาวุธธาตุแสง มือขวาเยื้องขยับไปด้านหลังร้องขอมือเล็กๆที่มองไม่เห็นให้วางลงมาสัมผัส ส่งถ่ายพลังที่สิ่งมีชีวิตทุกชนิดควรจะมีผ่านมายังร่างกายของเขาเป็นทางผ่านและลำเลียงต่อไปยังตรีแก้วมนตรา

ไม่ใช่เวทมนตร์ แต่เป็นปรากฏการณ์ทางวิทยาศาสตร์

“ฉันจะทำให้พวกแกระเหยไปให้หมด..”

ราวกับได้รับคำสั่งจากเสียงของผู้ถือหอก กลุ่มก้อนพลาสม่าที่เสถียรเป็นก้อนกลมก็ซึมซับหายเข้าไปในคมหอกอย่างไร้ร่องรอยการคงอยู่ เป็นเวลาเดียวกับที่รันยื่นมันออกไปด้านหน้าและใช้ความสามารถในการลำเลียงประจุไฟฟ้าของยักษ์อัสนีเป็นตัวเริ่มต้นปฏิกิริยา

แซด...

ลำแสงพลาสม่าที่ถูกบีบให้เรียวเล็กอยู่ในขนาดของเส้นผมถูกกระจายไปทั่วห้องบอลรูมที่ไร้สีสันนั้นให้สว่างจ้าไปด้วยสิ่งที่ไม่มีใครในโลกนี้รู้จัก เสียงรายงานการสังหารดังออกมาอย่างต่อเนื่องจนเขาเริ่มที่จะปวดหัว ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาหงุดหงิดยิ่งกว่าคือความจริงเกี่ยวกับสัตว์อสูรประเภทภูตผีวิญญาณ

นอกจากว่าพวกมันจะจัดการได้ด้วยวิธีที่ยุ่งยากจนไม่มีใครอยากจะมาตอแยด้วย ไม่ดร็อปอะไรลงมาเลยแม้กระทั่งเงินสักแดงแล้ว ..ก็คือแม้จะฆ่าไปมากเท่าไหร่ก็ตาม พวกมันจะไม่ให้ฆ่าประสบการณ์ใดๆเลยหากไม่ทำลายที่มาของวิญญาณเหลานี้

หรือก็คือทำลายศพของพวกมันนั่นเอง..

“เจ้ามนุษย์โอหัง!

“กล้าดีอย่างไรถึงมาขัดขวางงานเต้นรำ!

รันไม่คิดจะใส่ใจฟังเสียงประกาศของวิญญาณทั้งสองที่พุงพรวดเข้ามาตรงหน้าเขาอีก เขาไม่แม้แต่จะเสียเวลาแยกแยะว่าใครคือหลุยส์และใครคือลูอิส เมื่อรู้วิธี่จะจัดการกับสัตวือสูรธาตุวิญญาณที่มีประสิทธิภาพแล้วเขาก็ไม่กลัวพวกมันอีก

ยักษ์อัสนีรวบรวมพลาสม่าไปที่คมหอก คราวนี้ในปริมาณน้อยเนื่องด้วยความกลัวถึงค่าตอบแทนที่ร่างกายของเขากำลังจ่าย อาการปวดกล้ามเนื้อและเรี่ยวแรงที่หายไปดื้อๆไม่ใช่เรื่องดีนักเมื่อยังต้องเผชิญหน้ากับบอสใหญ่ที่อันตรายสุดๆ

เสียงหวีดร้องโหยหวนดังกึกก้องเมื่อคมหอกวาดผ่านกลุ่มไอหมอก

เขารู้สึกได้ถึงแรงบีบที่มือ มันเพิ่มขึ้นมากราวกับกำลังเจ็บปวดเมื่อเห็นสิ่งที่เขากำลังทำ ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากก่อนจะกุมมือตอบโดยไม่หันไปมอง

“ฉันจะพยายามไม่ฆ่าก็แล้วกัน แต่เธอต้องหาทางหยุดเจ้าสองตัวนี่เอาไว้ให้ได้นะ..”

“...”

“เดียร์”

รันรับรู้ได้ถึงอาการสั่นกระตุกของฝ่ามือเล็กๆที่เขากอบกุมอยู่ ทว่าเขาไม่มีเวลาที่จะใส่ใจกับมันอีก ชายหนุ่มไม่ได้ละสายตาไปจากวิญญาณองครักษ์ทั้งสองเบื้องหน้าเลยแม้แต่น้อย เขายังคงวาดสามง่ามแทงสวนเข้าไปทุกครั้งที่มีโอกาสสร้างความเสียหายได้

รันปักตรีแก้วลงกับพื้นและเกร็งมือรวบรวมประจุไฟฟ้าอีกครั้ง

ประกายสายฟ้าเจิดจ้าปกคลุมมือข้างนั้นของเขาที่เริ่มกำเป็นหมัด ยักษ์อัสนีย่อตัวลงชกไปที่พื้นอย่างรุนแรงสร้างแรงกระแทกและยุบพื้นลงไปเป็นหลุมขนาดใหญ่ แน่นอนว่าแรงกระแทกที่เป็นการโจมตีทางกายภาพนั้นไม่อาจทำอันตรายสัตว์อสูรประเภทได้

แต่ในกรณีนี้นั้นไม่ใช่

นอกจากแรงอัดอากาศจากการกระแทกแล้วยังมีสนามแม่เหล็กไฟฟ้าอ่อนๆที่แผ่กระจายออกไปด้วย ต่อให้เป็นวิญญาณ ร่างกายก็ยังประกอบไปด้วยมวลและอนุภาค ไม่ว่าจะห่างแค่ไหนแต่ก็ยังถูกรบกวนได้ด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า

สององครักษ์ถูกหยุดนิ่งเอาไว้ด้วยการโจมตีของรัน

ทว่าเมื่อเขาเงื้อแขนหมายจะพุ่งสามง่ามออกไปจัดการกับหนึ่งในสององครักษ์ให้อยู่ในสภาพที่ไม่อาจะกระดิกเนื้อตัวได้ เขาก็รับรู้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากตรงสุดโถงทางเดินที่บนขั้นบันได บรรยากาศมันผิดกับครั้งแรกที่เคยเจอกันลิบลับ

เปลวเทียนที่ไหววูบบนตะเกียงหรูหราบัดนี้โหมกระพือราวกับคบเพลิงอันร้อนแรง เปลวไฟสีสวยบัดนี้กลับกลายเป็นสีดำสนิทและลดแสงสว่างของบอลรูมให้มืดลงและหนาวยิ่งขึ้น

แสงสุดท้ายแห่งความรุ่งโรจน์ จุดจบของทุกสิ่ง..

“นางคือหนึ่งในสามลอเรนเดอร์ เฟเรีย.. ผู้ที่กักขังข้าเอาไว้ในคุกนั่น”คำเตือนสั้นๆดังออกมาจากทางด้านหลัง มือของเดียร์ค่อยๆหลุดออกจากการเกาะกุมของเขาพร้อมทั้งถอยห่างออกไปหลบอยู่หลังประตูที่เปิดอ้าอยู่ด้วยความหวาดกลัว

“ข้าจะช่วยเท่าที่ช่วยได้ ข้ายัง.. อยากมีชีวิตอยู่”

“...”รันหันไปมองยังเบื้องหลังของตนเล็กน้อยก่อนจะยิ้มออกมาบางๆเมื่อรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างกาย ความรู้สึกเดิมกำลังหวนกลับมาอีกครั้ง ร่างกายที่เบาหวิวพร้อมด้วยความยืดหยุ่นของร่างกายที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“ขอบคุณนะ ฉันจะพยายามเต็มที่เพื่อที่จะช่วยเธอออกไปจากคุกนั่นให้ได้เลย”

แม้จะไม่ใช่คำสัญญาแต่ก็เป็นคำกล่าวที่เป็นคำสัตย์ เขาจะไม่มีวันหันหลังกลับให้กับสิ่งที่ตัวเองกระทำและกลืนคำพูดของตัวเองแน่นอน

“เจอกันอีกแล้วนะ คุณหนู..”

เฟเรียเผยยิ้มออกมาก่อนจะส่ายศีรษะไหว

“ไม่คาดคิดเลยว่านางจะให้ความร่วมมือกับเจ้าได้ถึงเพียงนี้ แต่ก็ถือว่านางยังไม่ได้หักหลังข้าเสียทีเดียว นางกระตุ้นพลังวิญญาณในร่างกายของเจ้าให้เคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้นเพื่อที่จะช่วยเจ้า”เด็กสาวตรงหน้าหยุดพูดก่อนจะขยับยิ้มกรุ้มกริ่มที่ดูน่ามองนั้นขึ้นมา มันดูน่าลุ่มหลงประหนึ่งว่ารอยยิ้มนั้นเองเป็นเวทมนตร์ของปิศาจร้าย

มันเป็นรอยยิ้มที่หวานและขมในเวลาเดียวกันเมื่อประโยคต่อมาถูกเอ่ย

“..แต่เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้า เฟเรีย หนึ่งในสามลอเรนเดอร์ของโลกใบนี้เป็นลอเรนเดอร์เพียงตนเดียวที่อยู่เหนือภพภูมิของมนุษย์ แม้กระทั่งพวกมันสองพี่น้องก็ไม่อาจเอาตัวรอดได้หากเยื้องก้าวมาในพิภพมนุษย์แห่งนี้ ที่นี่คือดินแดนของข้า ทุกๆอย่างในดินแดนของข้าล้วนเป็นสิทธิ์ของข้า!

ฉับพลันพละกำลังที่เคยมีกลับถูกสูบหาย

เป็นเรื่องไม่น่าเชื่อที่บอสใหญ่ออกโรงเองตั้งแต่แรกโดยทำการดูดดวงวิญญาณทุกดวงในบอลรูมนี้ให้หายเข้าไปยังเปลวไฟของตะเกียงในมือรวมทั้งองครักษ์ทั้งสองที่ยังไม่ฟื้นตัวดีด้วย เขาได้ยินถึงเสียงร้องของเดียร์ แต่ทว่าในเวลานี้ที่เขาเองก็ไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะยืนอยู่ก็ไม่อาจใส่ใจกับอะไรได้อีกแล้ว

-สัตว์อสูร แสงสุดท้ายแห่งความรุ่งโรจน์ เฟเรีย ชั้นมหาราชา ระดับ 110 ปรากฏ ผู้ที่ถูกสังหารจะถูกริบทรัพย์สินทั้งหมด สูญเสียอาวุธยุทธภัณฑ์ 3 ชิ้น ระดับลดลง 20 ระดับ ถูกลดพลังชีวิตสูงสุด ค่าสถานะ และพลังพิเศษลงกึ่งหนึ่งถาวรและเพิ่มเวลารอเกิดเป็น 5 วันค่ะ-

-ทักษะพิเศษ จุดจบของลำนำแห่งชีวิต ทักษะพิเศษของแสงสุดท้ายแห่งความรุ่งโรจน์ เฟเรีย ทำงาน ผู้ที่อยู่ในอาณาเขตจะไม่สามารถฟื้นฟูพลังใดๆได้ไม่ว่าจะในกรณีใดๆและไม่สามารถใช้ไอเท็มที่ส่งผลฟื้นหรือเพิ่มพลังได้ค่ะ-

“นี่แหละคือพลังของลอเรนเดอร์ที่แต่เดิมเคยมีระดับพลังสูงถึง 999 ล่ะ”

“..นี่คนนะไม่ใช่กระสอบทราย แค่เก้าสิบก็ดิ้นแล้ว นี่ร้อยกว่า เอาเข้าจริงนี่เป็นพัน พระเจ้า.. ถ้าหากท่านมีจริงได้โปรดช่วยลูกช้างด้วยเทิ๊ด!”รันกัดฟันกรอดร้องขอต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทันทีตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มสู้ แค่ระดับที่ห่างกันมากกว่าสิบระดับเขาก็ไม่เห็นทางชนะอยู่แล้ว แต่นี่เพิ่มขึ้นไปจนความต่างเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว และพอมารู้ว่าความจริงแล้วควรจะมีระดับถึง 999 เขาก็พร้อมที่จะต่อโลงรอแล้ว!

“มารู้ตัวตอนนี้ก็สายไปแล้ว ถูกนางฆ่าไปดีๆเจ้าก็ดูเหมือนจะไม่ชอบ มาลองถูกทำให้... ตู้มกันดีกว่านะ นักผจญภัย”เฟเรียว่าพร้อมกับดีดนิ้วและขยิบตาให้กับเขา ชายหนุ่มที่รับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงก็รีบรวบรวมพละกำลังทั้งหมดกระโดดออกจากตรงนั้นทันที

บรึ้ม!

“อ้าว นึกว่าจะตู้มอยู่ตรงนั้นซะแล้ว แต่ก็ดี.. แบบนี้สิสนุก”

การดีดนิ้วรัวเป็นอะไรที่ทำได้ง่ายๆแต่จะเมื่อยง่ายเช่นกัน และเขาเองก็เคยทำอยู่เหมือนกัน กะดูคร่าวๆโดยเฉลี่ยแล้วคนเราจะเมื่อยมือและหยุดอยู่ที่ราวๆสามสิบครั้งขึ้นไป แต่นี่แม่คุณดีดรัวราวกับลืมตาย ระเบิดบอลรูมนี้จนแทบไม่เหลือชิ้นดี ตามติดทุกฝีก้าวที่เขาเหยียบย่าง

“พระเจ้าช่วย ให้ตายเถอะโรบิ้น ..อั่ก!

บอลรูมแห่งนี้กลายเป็นสถานที่โล่งปะรักหักพังไปในทันทีจากที่ตอนแรกนั้นมีโต๊ะและเก้าอี้รายล้อมอยู่ประปราย แต่หลังจากที่เขาวาดหอกปัดพวกมันออกไปให้พ้นทาง การระเบิดจากการดีดนิ้วของเฟเรียก็ทำให้พวกมันระเหิดหายไปได้ในพริบตา

เป็นการระเบิดที่ไม่มีแสงหรือสี มีเพียงเสียงและฝุ่นควันที่หลงเหลือเท่านั้น!

หลังจากวิ่งเป็นหนูติดจั่นไปทั่วจนไม่เหลือที่ให้หนีรอด รันก็ต้องล้มพับลงเมื่อไม่เหลือแม้แต่แรงที่จะค้ำยันตัวให้ยืนหยัด เฟเรียสูบพลังออกไปจากร่างกายของเขาเรื่อยๆอย่างไม่หยุด และเสียงประกาศที่ดังบอกถึงการปรากฏตัวของเจ้าหล่อนซ้ำๆติดๆกันบ่งบอกเขาว่าระดับของเธอในตอนนี้นั้นเพิ่มขึ้นไปถึง 117 แล้ว!

“บัดซบเอ๊ย..”ยักษ์หนุ่มสบถเมื่อพยายามจะลุกขึ้น ทว่าลมหายใจของเขากลับต้องถูกหยุดเมื่อเงยหน้าขึ้นเห็นเรียวขาวที่ไม่คุ้นตาตรงหน้า รันรีบกัดฟันรับแรงกระแทกทันทีเมื่อเฟเรียง้างเท้าและหวดเสยคางของเขาอย่างรุนแรงจนหน้ากากที่เพิ่งได้มาแตกละเอียดเป็นผง

เมื่อขนาดหน้ากากยังกลายเป็นผง ค่าความเสียหายยิ่งไม่ต้องพูดถึง

ทว่าตัวเลขแดงที่ลอยขึ้นมานั้นมีเพียง 4 หลัก..

และมันไม่ใช่ตัวเลข!

MISS!

“เจ้า..!

“เล่ห์กลมันไม่ได้แปรผันตามระดับหรอกนะ!”รันร้องลั่นหลังจากอาศัยแรงเตะของเฟเรียส่งตัวเองลุกขึ้นยืนได้สำเร็จ หน้ากากของเขาไม่ได้แตกกลายเป็นผงเพราะว่าความรุนแรงของลูกเตะ แต่เป็นเพราะมันสัมผัสกับร่างกายของอีกฝ่ายต่างหากที่ทำให้มันถูกระเหิดหายไปแบบนั้น

ยักษ์หนุ่มระเบิดพลังสายฟ้าออกมาทั่วร่างกายและย่อตัวลงประชิดกายเข้าไปใกล้ตัวอีก่าย สอดเท้าเข้าไปที่กลางระหว่างขาของเด็กสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าที่ไม่เปลี่ยนแปลง หมัดซ้ายเงื้อขึ้นสูงหลอกล่อศัตรู ส่วนหมัดขวากลับต่อยออกไปในระยะห่างระหว่างการปะทะที่แทบจะเป็นศูนย์

หมัดไร้ระยะ!

ปึง!

ความรู้สึกที่เหมือนชกตะกั่วดีดร่างกายของรันให้ถอยออกไปหลายวา ชายหนุ่มคว้าตรีเพชรบนพื้นขึ้นมาก่อนจะใช้ทักษะประดิษฐ์ของมันอย่างรวดเร็ว

ม่านแก้วนิรมิต!

ตรีเพชรมนตราถูกกระชับแน่นในมือและแทงออกไปด้วยท่วงท่าที่มั่นคงและรุนแรง ปลายสามง่ามแทงทะลุท้องของอีกฝ่ายหลายแผล ทว่าผู้ที่ถือหอกนั้นกลับขมวดคิ้วแน่นเมื่อเขาไม่ได้รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงใดๆเลยเล็กน้อย การโจมตีเมื่อครู่เป็นดั่งการแทงลม

“แค่หมัดเปล่าๆ เจ้าจะดูถูกข้าไปหน่อยไหม?”

ระยะห่างหลายวาถูกลดลงเหลือเพียงไม่ถึงเมตร เฟเรียแสยะยิ้มเกร็งนิ้วเป็นดัชนีจี้เข้าไปที่กลางอกของเขา ไม่ต้องพูดถึงความต่างชั้นของระดับ แค่ความรุนแรงที่ทำให้คนธรรมดาสลบกลางอากาศได้ก็เพียงพอที่จะทำให้ยักษ์อัสนีต้องกระอักเลือด

รันสำลักลมพร้อมกับกัดฟันก้มลงมองที่บาดแผล

ดัชนีนั้นทะลุเข้าไปในอกของเขาราวกับจิ้มนิ้วไปยังเต้าหู้!

และที่สำคัญคือมือของเธอไม่ใช่มืออันเรียวบางของเด็กผู้มีเรือนร่างเล็กจ้อยอีกต่อไป มือทั้งสองข้างของเฟเรียบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นกรงเล็บโลหะสีดำขนาดยักษ์ที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับร่างกาย แขนช่วงบนของเธอขาดหายไปราวกับไม่เคยมีมาก่อน แทนที่ด้วยไอควันสีดำทะมึนและกรงเล็บโลหะของสัตว์ร้าย

“น่าเสียดายที่ข้าลบเจ้าไม่ได้ เหมือนกับว่าพรของนางพระเจ้าขี้ขลาดนั่นจะมีผลกับนักผจญภัยเช่นเจ้าอย่างถาวร แย่จริงๆ ถ้าอย่างนั้นข้าจะทำให้เจ้าต้องเจ็บปวดจนร้องขอความตายเลย!

ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ดูดดึงพลังชีวิตให้ตกฮวบลงไปอย่างที่เขาไม่เคยรู้สึก รันพยายามประคองสติยืนหยัดอยู่ให้ได้หลังจากที่อีกฝ่ายถอนปลายกรงเล็บออก เสียงก่นด่าดังปนไปกับเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวด

รันฝืนลืมตาดูการกระทำของอีกฝ่ายแต่แล้วก็ต้องหลับตาลงอีกครั้งด้วยแรงกระแทกที่อัดมาเต็มที่ตรงกลางลำตัว เฟเรียยกเท้าถีบเขาอย่างแรงจนได้ยินเสียงกระดูกซี่โครงแตกร้าวเป็นการบรรเลงของวงออร์เคสตร้า

“อั่ก!”ความเสียหายที่ด้านหน้าดูเหมือนจะยังไม่ทำให้เจ้าหล่อนพอใจ เมื่อลอเรนเดอร์หายวับมาปรากฏตัวที่ด้านหลังของเขาและประสานกรงเล็บอันใหญ่โตนั้นต่างลูกตุ้มยักษ์ทุบเขาให้อัดลงกับพื้นอย่างสุดแรงเกิด ฝุ่นควันกระจายไปโดยรอบบดบังสิ่งที่เกิดขึ้นจากผู้สังเกตการณ์

ทว่าเสียงเนื้อถูกบดนั้นเรียกน้ำตาให้ไหลปริ่มที่หางตาของเดียร์

“เพราะคุณพ่อ.. เพราะคุณพ่อคนเดียวจริงๆ”เด็กสาวตัวน้อยกัดฟันกรอดก่อนจะก้าวเท้าออกมาจากหลังบานประตูด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธเคือง เธอโกรธตัวเองที่ส่งเขาออกไปถูกทำร้ายแบบนั้น และเธอก็โกรธตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้และยังก้าวออกมาจากที่ๆปลอดภัยแบบนี้!

Spooky Gala! Phantasma Ball!

เหมือนโลกทั้งใบถูกปิดไฟ บอลรูมที่ไร้สีสันเปลี่ยนเป็นโทนสีส้มดำและมืดสนิทภายในพริบตา แสงสีม่วงวาดวูบเป็นระยะๆพร้อมกับเสียงหวีดร้องโหยหวนที่ดังออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน เฟเรียสบถลั่นก่อนจะกระทืบเท้าอย่างแรง

ลบทักษะที่ถูกใช้งานอีกไปได้อย่างง่ายดาย..

รันที่ประคองสติเอาไว้ได้อย่างยากลำบากมองดูผู้ช่วยชีวิตของตัวเองด้วยดวงตาที่เหม่อลอย ทว่าเมื่อเพ่งพินิจดูดีแล้วรู้ว่าใครเขาก็เบิกตากว้าง เด็กสาวที่ห่วงความปลอดภัยของตัวเองและหลบอยู่ในที่ๆหลอดภัยอยู่ตลอดเวลาบัดนี้กำลังยืนหยัดปกป้องเขาจากอันตรายที่สามารถคร่าชีวิตเธอได้เพียงแค่กระดิกนิ้วเท่านั้น

“เดียร์.. เธอจะบ้าไปแล้วเรอะ!?

น้ำเสียงกระท่อนกระแท่นของเขาทำเอาเธอหัวเราะ เด็กสาวส่ายศีรษะและควงเคียวสีเงินด้ามเล็กยาวประมาณฟุตในมือด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เดียร์ขยับยิ้มออกมาก่อนจะเสตาลงมามองเขาเล็กน้อย คราบน้ำตาของความเสียใจกับตัวเองยังคงมีอยู่ให้เห็น

รันจ้องมองสายตานั้นก่อนจะกัดฟันร้องลั่น

“กลับไป! มาจากตรงไหนกลับไปตรงนั้นเลย! ฉันจัดการเองได้น่า..!

“ก็บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะช่วยเท่าที่ช่วยได้น่ะ รักษาสัญญาหน่อยสิ ที่ว่าจะพาข้าออกไปจากที่นี่ให้ได้น่ะ รีบๆลุกขึ้นมาได้แล้ว ก่อนที่เสื้อผ้าของเจ้าจะถูกทำลายไปมากกว่านี้และไม่เหลืออะไรเอาไปต่อกรกับนาง”เดียร์กล่าวออกมายิ้มๆพร้อมกับตวัดเคียวสีเงินนั้นเหนือร่างกายของเขา

-ผู้เล่น รัน ถูกลบค่าสถานะผิดปกติต่างๆออกไปค่ะ-

รันขวดคิ้วมุ่นและรีบยกมือวาดเปิดหน้าต่างสัมภาระออกมาและใช้ไอเท็มทุกอย่างที่มีเพื่อทำให้ตัวเองกลับไปอยู่ในสภาพดีพร้อมที่สุดเท่าที่จะทำได้ การถูกบดกระดูกจนปั่นปนไปกับเครื่องในนั้นไม่ใช่อาการที่จะรักษาได้ด้วยยาฟื้นพลังราคาถูก

เขาต้องเสียยาราคาแพงหลายชนิดที่เอาเงินของโรสไปถลุงมาอย่างน่าหวาดเสียว หลังจากยืนขึ้นมาได้เขาก็รีบมองไปทางเฟเรียทันที ลอเรนเดอร์ยังคงยืนอยู่ตรงนั้นด้วยแววตาเกรี้ยวกราด เธอไม่ได้บุกเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว

ทำไมกัน..?

“ลอเรนเดอร์ทุกๆตนจะมีผู้ควบคุมคอยดูแลอยู่ในกรณีที่หลุดจากการจองจำ ข้านี่แหละผู้ดูแลของนาง แต่ต่อให้ในตอนนี้ข้ายังพอทำอะไรได้บ้าง แต่ถ้าปล่อยให้นางดูดกลืนพลังวิญญาณและเพิ่มระดับต่อไปแบบนี้เรื่อยๆล่ะก็ ข้าเองก็เอาไม่อยู่เหมือนกัน..”

“ถ้าทำแบบเมื่อกี้ได้ทำไมไม่ทำตั้งแต่แรก..?”

เดียร์เสตามองเจ้าของน้ำเสียงกึ่งไม่พอใจนั้นก่อนจะส่ายศีรษะ

“หนึ่งครั้งที่ข้าวาดเคียวนี่ คือสิบปีของข้าที่จะหายไป”

ทั่วทั้งสถานที่ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง รันมองเด็กสาวข้างกายอย่างไม่เชื่อสายตาก่อนจะรวบมือของเธอเอาไว้ ดึงตัวเธอมาอยู่ในอ้อมอกและช้อนตัวเธอขึ้น เดียร์เบิกตากว้างกับการกระทำของเขาก่อนจะต้องหลับตาปี๋เมื่อได้ยินเสียงกระซิบที่ข้างหู

“แบ่งๆกันไป ฉันขอสักห้าปีก็แล้วกัน”

“..เจ้า อย่าโง่น่า เจ้าเข้าไปสู้กับนางต่อให้มีข้าด้วยเจ้าก็ตายอยู่ดีนะ”

“แสดงว่าเธอกะว่าจะออกไปตายตั้งแต่แรกแล้วอย่างนั้นสิ?”เดียร์เลิกคิ้วมองไปยังคนที่อุ้มเธออยู่ด้วยความขัดใจ เด็กสาวขมวดคิ้วก่อนจะกัดฟันเร่งให้เขาบอกแผนการที่มีอยู่ในหัวออกมา การจะจัดการกับศัตรูที่มีระดับมากกว่าชนิดฟ้ากับเหวนั้นจะตรงเข้าไปบวกเอาดื้อๆเห็นทีจะเป็นได้แค่ฝัน

“หืม? แผน? ยังไม่ได้คิดน่ะ.. ฮะๆ”รันหัวเราะออกมากับมือเล็กๆของเด็กสาวที่ยื้อยุดให้หลุดออกจากการจับกุมของเขา ยักษ์หนุ่มถอนหายใจออกมายิ้มๆก่อนจะหันไปมองศัตรูที่ยังคงยืนคุมเชิงอยู่ เฟเรียดูเหมือนจะไม่ได้เก่งจนถึงขนาดต่อกรกับเดียร์ได้โดยไม่บาดเจ็บ

สังเกตได้จากสีหน้าที่เริ่มไร้สีเลือดนั่น

“ฉันว่าฉันพอมีแผนนะ มันขึ้นอยู่กับว่าเธอจะทำได้ดีขนาดไหนเท่านั้น”

“ขึ้นอยู่กับ.. ข้าอย่างนั้นเหรอ?”

“ใช่.. ทำยังไงก็ได้ให้ยายนั่นใช้พลังไม่ได้ก็พอ ที่เหลือฉันจัดการเอง”

นัยน์ตาสองคู่สอดประสานกันวัดปริมาณความเชื่อมันที่ทั้งคู่มีให้กันและกัน เขารู้สึกถึงบางอย่างในตัวของเด็กสาวคนนี้ที่คุ้นเคย ส่วนเธอเองก็รู้สึกได้โดยสัญชาติญาณว่าเขาคนนี้ไว้ใจได้ เดียร์และรันพยักหน้าให้กันเล็กน้อยก่อนจะเบนหันไปมองยังเฟเรีย

“พร้อมนะคนเก่ง?”

“อย่าให้ข้าต้องเสียแรงเปล่าก็แล้วกัน”

Phantasma Ball! Ethereal Dilemma!

 

 

“จะทำยังไงดีน้า ...ซ่า... ป๊ะป๋าขอให้เราช่วยด้วยสิ? ...ซ่า.... คิกๆๆ ป๊ะป๋า..”เสียงหวานที่ฟังดูเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขดังกึกก้องไปทั่วทั้งอาณาบริเวณ ก้องกังวานท่วมท้นไปด้วยพลัง ท่ามกลางความมืดมิดของท้องฟ้ายามค่ำคืนที่โปรยแสงดาวระยับลงจากท้องฟ้าลงสู่พื้นดิน รอยยิ้มเล็กๆจากริมฝีปากบางเฉียบค่อยๆขยับกว้างขึ้นจนกลายเป็นรอยยิ้มแสยะ

เหนือปราสาททรงสูงสีดำสนิทที่เหล่าผู้กล้ากำลังตีฝ่าเข้าสู่ภายใน ร่างเล็กในชุดคลุมสีดำปกปิดรูปร่างหน้าตาขมุกขมัวไปด้วยกลุ่มก้อนพลังงานประหลาดที่บิดเบือนทัศนะวิสัยของทุกสิ่งมีชีวิต เจ้าของเสียงหัวเราะนั้นยังคงแฝงกายอยู่ในเงามืดเพื่อรอคอยเวลา

เวลาของการเริ่มต้นสู่จุดจบที่เต็มไปด้วยความมืดและความโหดร้าย

“คิกๆ ...ซ่า... ป๊ะป๋า เราจะได้เจอกันจริงๆ ...ซ่า.. สักทีนะคะ คิกๆ...”

 

 

คุยกับผู้เขียนกันหน่อย

ต้องขอโทษจริงๆครับ สำหรับผู้ที่ยังติดตามอ่านอยู่ ไม่ว่าจะน้อยแค่ไหนก็ตามที ทำตัวเป็นนักอ่านเงาก็ได้ครับ แต่ขอแค่อ่านก็พอ อย่างที่ได้เคยบอกไปแล้วในหลายๆตอน สำหรับผู้ที่กลับมาอ่านใหม่จากตอนล่าสุดนั้นจะรู้ดี ตัวผู้เขียนกำลังศึกษาอยู่ในระดับม.6ครับ ทำให้มีเวลาน้อยพอสมควร ทั้งงาน ทั้งที่เรียน ทั้งกิจกรรม ดีที่ยังมีกำลังใจจากหลายๆทาง.. ถ้าช้ายังไงก็ขอประทานอภัยด้วยนะคร้าบ..

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

1,284 ความคิดเห็น

  1. #1267 kill (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2558 / 13:51
    สร้างมาโดยไม่รู้อะไรเลย?เขียนโปรแกรมสุ่มๆโดยไม่ระบุว่าจะเขียนอะไรงั้นรึโปรแกรมเมอร์ที่สร้างเกมส์ที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเกมสืที่สร้างมาเองนี่มันไม่แปลกไปเหรองั้นเปลี่ยนมาเป้นผู้ร่วมวิจัยไม่ดีกว่ารึไงไม่รู้มากก็ยังไม่แปลก
    #1267
    0
  2. #1136 lnwsaa (@popsaa123) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 เมษายน 2557 / 11:47
    ไม่ค่อยเห็นภาพระดับเลเวล เลยวะ ชนชั้นเนี้ยแค่ม่อนเตอร์หรือผู้เล่นด้วย แล้วเลเวลส่วนมากเฉลี่ยเท่าไหร่อะไรยังไงบอกมั้งเหอะ ไม่เข้า แล้ว 999 ระดับมหาราชาเนี้ย กับเวล1 ระดับ เทพเจ้า เทพเก่งกว่าใช่ปะ สับสน งง วะข้อมูลไม่ละเอียดในหลายๆอย่าง แล้วไอ gm ที่เก่งสุด 600+ นะ มันชนชั้นไหนหรือไม่มีเลเวลวะผู้เล่นยังไงหวา 2สาวดูถูกพระเอกจังนะ 100ปี ตามไม่ทัน แล้วเวลาคลื่นสมองอัตราเท่าไหร่ก็ไม่บอกยังไม่รู้เลยอ่านมา เอาตรงๆไม่รู้ว่าเพราะอ่านมาเยอะหรือยังไงแต่รู้ได้ถึง ความน่าเบื่อนะ มาอ่านเพราะคำว่าฮาเร็ม นะ แต่เนื้อเรื่องที่เกี่ยวกับพระเอกกับผู้ ญ ดูน่าสนใจน่าติดตามกว่าพระเอกมาเล่นเกมอีกมั้งหรือเรื่องแบบลูกผู้ชาย อย่างตอนนี้มันแปลกๆ น่าเบื่อๆ ไงไม่รู้ บางอย่างมันขัดความรู้สึกสนุกคือ ความสมเหตุสมผล เพราะทุกการดำเนินของเหตุการณ์ต้องมีเหตุผลมาเป็นแรงผลักให้กระทำและไม่ใช่อยู่ดีๆมันจะมีสกิลขึ้นมาได้ แล้วขอบอกรายละเอียดอาวุธไม่มีอะไรเลยเอาจริงเท่าที่จำได้มีแค่อาวุธดีๆเท่านั้นเองชุดก็งั้นๆ ไม่มีข้อมูลโจมตี ป้องกันบลาๆเลยมาแบบชื่อและคุณสมบัติล้วนๆ และมีหลายอย่างที่มันอ่านๆแล้วสะดุดอารมณ์ ไม่ลื่นอยู่อย่างตอนโดนเหยียบอกได้สกิลกับข้อมูลสกิลเอาตรงๆไม่ค่อยรู้เรื่องเลยอะไรของมันไม่รู้ งง
    #1136
    0
  3. #1032 ้heisai09 (@heisai09) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2556 / 22:25
    หนุกหนานๆ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 6 พฤศจิกายน 2556 / 19:04
    #1032
    0
  4. #794 -OSH- (@martyni01) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2555 / 14:20
    สนุกมาเลยอ่ะ จอมมารจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการมั้ยเนี่ยงานนี้ เคี๊ยกๆๆ
    #794
    0
  5. #758 คุณมึนจัง (@lucky000) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 เมษายน 2555 / 23:10
     ... เง้อ มี ปมปริศนา ไว้ด้วย  ใครคือ 2คนนั้น ..น้ำตา...ทิวลิป ....  เกี่ยวพัน กันยังไงหว่า
    #758
    0
  6. #686 ★SHIRAZ'II★ (@chwly) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 เมษายน 2555 / 22:59
     สนุกๆ 
    #686
    0
  7. #190 บังเอิญอ่าน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มกราคม 2555 / 21:18
    มันส์ แน่ๆ
    #190
    0
  8. #189 Aburame_Shino (@Nara_nicharee) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2554 / 15:45
     มันหยดดดดดดดด หุหุ 
    #189
    0
  9. #188 [N]ature (@xaouiceza1) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2554 / 06:20
    นี่สินะที่เรียกว่ายักษ์ตื่นเมื่อง ^^ แล้วพี่เซเลส ขอเวลาปีสองปีเพื่อยื่มร่าง ไม่ขอผมทั้งชีวิตไปเลยละคร้าบบบบ!!
    #188
    0
  10. #187 โคฮารุ (@kurapicakill) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2554 / 00:37
    เซซิลนี่ใช่เซซิลเดียวกันรึเปล่าของยักษ์2ตนนั่นน่ะค่า
    #187
    0
  11. #186 ๏•HadeS•๏ (@zerotee) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2554 / 03:36
     ต่อๆๆ
    #186
    0
  12. #185 mt14 (@mt14) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2554 / 19:38
     ฆ่าให้หมด
    #185
    0
  13. #184 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2554 / 17:41

    สนุกดีครับผม

    #184
    0
  14. #183 Mr.BlackList (@tueykonon) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2554 / 15:47
    สนุกมากมายครับ
    #183
    0
  15. #182 Stardust (@sagittaire) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2554 / 21:25
    อืม อยากได้ทั้งหมดที่ลงอ่า 

    แหะๆ
    #182
    0
  16. #181 Fateจัง (@kitti741) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2554 / 22:47
     ตอนใหม่ ตอนใหม่ อิ อิ
    #181
    0
  17. #180 drazzx (@drazzx) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2554 / 19:41
    555+ หนุกมากเลย พระเอกจะได้แบ๊คแล้ว
    #180
    0
  18. #179 กบเหลือง (@avarice) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มีนาคม 2554 / 17:18
    สนุกมาก
     
    -------------------------------------------------------

    ป.ล. ฝากเรื่องนี้ด้วยเน้อ http://writer.dek-d.com/avarice/writer/view.php?id=699529
    #179
    0
  19. #178 Dark God (@marlovobook) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มีนาคม 2554 / 02:02
    เย้ๆๆๆ ชอบยักษ์
    #178
    0
  20. #177 BeByBear (@bloodgame) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มีนาคม 2554 / 23:12
     ไม่ทิ้งหรอกคราบกำลังสนุก ดี อิอิ^^
    #177
    0
  21. #176 kurolo (@kurolo) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มีนาคม 2554 / 17:25
    ไม่ทิ้งอยู่แล้ว มาต่อ เลยได้ เปล่า กำลัง มันอิอิ
    #176
    0
  22. #175 drazzx (@drazzx) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มีนาคม 2554 / 17:21
    หนุกดี พระเอกสลบ ยักษ์กระทืบที่ ไม่ตายหรอเนี่ย
    #175
    0