God Presentiment Online ภาค สงครามเทียมเทพ

ตอนที่ 65 : บทที่ 15 ผืนป่าต้องห้าม : แขกยามวิกาล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 948
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    3 เม.ย. 57

บทที่ 15 ผืนป่าต้องห้าม
ช่วงแรก แขกยามวิกาล

“ไอ้พวกนี้นี่ตื๊อจริงๆเลยพับผ่าสิ”เสียงบ่นดังมากจากเบื้องหน้าของซากศพชายในชุดรุ่มร่ามผู้ถือพิณและเครื่องดนตรีต่างๆในมือ ปราศจากกองเลือดและกลิ่นสนิมเหล็กของมัน ร่างของผู้โชคร้ายล้วนเต็มไปด้วยแผลไฟไหม้จำนวนมากอย่างที่ใครๆต่างคิดไม่ถึง การลงมืออันโหดเหี้ยมนี้เป็นการกระทำของชายหนุ่มผู้สวมชุดคนทรงสีดำอันเป็นของขวัญจากเทพแห่งดวงจันทร์ผู้สูงส่งซึ่งลงมาให้เองกับมือ

หางจิ้งจอกสีดำแกว่งไปมาอย่างควบคุมไม่อยู่เนื่องจากเจ้าของมันยังไม่คุ้นชินกับการมีหางนี่เท่าไหร่ พัดกระดาษที่กลายเป็นสีแดงอันมีนามว่าพัดโลหิตจิ้งจอกขยับเลื่อนไปมาโบกลมเย็นๆพัดคลายร้อน

จิ้งจอกสนธยาผู้เก่งกาจบัดนี้ถอนหายใจเมื่อมองผลงานของตน หากก่อนหน้านี้พวกคนธรรพ์ไม่เจอกับกลุ่มของพวกเขาล่ะก็เรื่องมันคงไม่วุ่นวายขนาดนี้ สาเหตุของความวุ่นวายที่ว่าคงต้องโยนไปให้หน้าตาของสองสาวที่อยู่ร่วมในกลุ่มกระมัง ที่สามารถล่อเหล่าคนธรรพ์ให้เดินมาเข้ากองไฟได้แบบนี้

ไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องไม่ดีที่จะได้กำจัดศัตรูที่เป็นขวากหนาม แต่การที่พวกคนธรรพ์หายมาอยู่ที่เดียวแบบนี้วนาพงไพรต้องสงสัยแน่นอน ระดับผู้นำเองก็สมควรที่จะรู้แล้วว่าพวกเขาเข้ามาอยู่ในเขตของพวกมัน แน่นอน หน่วยข่าวกรองของวนาพงไพรเป็นเลิศรองเพียงนภาคะนึงชาดเท่านั้น

ริวหลุบตาครุ่นคิดก่อนจะไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระก่อนจะหันหลังกลับพร้อมด้วยรอยยิ้ม

“ก็ช่างมันปะไร มาเท่าไหร่ก็ฆ่าเท่านั้น”ริวเปิดหน้าต่างข้อมูลขึ้นมาดูค่าสถานะของชุดที่สึคุโยมิส่งมาให้อารมณ์ดี ถึงแม้ว่ารันจะแจกแจงข่าวสารล่าสุดมาแล้วว่ามีศัตรูที่อันตรายสุดๆพร้อมจะบุกออสเทียอยู่ แต่ก็ใช่ว่าพวกเขาจะหวั่น เมื่อปล.จากจดหมายของรันบอกว่าให้หยดเลือดใส่แผ่นสไลด์ที่แนบมาด้วย เพราะจะนำไปสร้างไอเท็มที่มีประโยชน์ขนาดที่หกขั้วอำนาจยังหวั่น

เขาก็ยังไม่แน่ใจว่าไอเท็มนั่นจะออกมาเป็นยังไง แถมยังสร้างออกมาได้เฉพาะบุคคลถึงขนาดที่ต้องใช้ดีเอ็นเอเป็นข้อมูลในการสร้าง วิทยาการของทวีปเกียร์ก็คงน่ากลัวใช่ย่อย

พิสูจน์ได้จากระบบการส่งของผ่านนาฬิกาและการส่งของข้ามทวีปได้

หากข้อมูลเรื่องพวกนี้หลุดออกไปมีหวังเกมวุ่นวายกว่าเดิมแน่ ริวเปิดหน้าต่างจดหมายขึ้นมาอ่านทวนอีกครั้ง การที่ไอเท็มธรรมดาๆชิ้นหนึ่งสามารถเปลี่ยนผู้เล่นให้กลายเป็นสัตว์อสูรได้ นั่นก็เท่ากับว่าที่ปกติการสังหารผู้เล่นด้วยกันจะให้เพียงค่าประสบการณ์ ในตอนนี้เราก็จะได้ผลพลอยได้จากการเป็นสัตว์อสูร การเพิ่มระยะเวลารอเกิดตามระดับชั้นจะมีประโยชน์ในสงครามเทียมเทพ ยิ่งกองทัพในอนาคตจะเป็นกองทัพของสัตว์อสูรด้วยแล้ว

แค่คิดก็ดีใจจนเนื้อเต้น

“ริวซามะกลับมาแล้ว”เป็นสาวน้อยผมขาวนามอินาริ จิ้งจอกรุ่งอรุณผู้เพิ่งได้รับพรจากอามาเทราสุมาหมาดๆ แถมด้วยเครื่องแต่งกายที่มีลักษณะคล้ายของเขา ผิดเพียงที่ว่าสีขาวและดำมันสลับที่กัน ไม่ทราบด้วยเรื่องใดสองเทพธิดานั่นถึงได้จงใจเอาเสื้อผ้าที่มีแบบเหมือนกันแตกต่างกันแต่สีมาให้พวกเขาทั้งสองคน หรือต้องการจงใจที่จะจับคู่กันก็ไม่ทราบ แต่การที่ถูกเรียกว่าท่านนี่

ยังไงๆมันก็กระดากหูนะ

“บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่าเรียกว่าซามะ ถ้าจะเรียกเดี๋ยวชั้นจะเรียกมั่งนะ อินาริซามะ”พอถูกเรียกแบบนี้จิ้งจอกสาวก็ได้แต่นั่งจ๋อยจนเขาอดยกมือไปลูบหัวเจ้าหล่อนไม่ได้ ซึ่งอินาริเองก็สู้มือเขาเสียด้วยสิ

“ไปอาบน้ำกันนะเนเนะ? ไปไหมลาส?”เสียงหวานของไอด้อลสาวขวัญใจมหาชนขยับความสนใจของเขาให้ตื่นตัวเต็มที่ ริวลูบหัวอินาริเบาๆก่อนจะเปลี่ยนมาเกาคางทั้งยังหูผึ่ง อีกมือหนึ่งก็ลูบหางของอินาริไปด้วยพลางๆ แน่นอน ผู้ชายคนไหนได้ยินก็ต้องมีปฏิกิริยาแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ

“อินาริไปอาบน้ำกับวอล์คไหม?”คำถามพร้อมด้วยรอยยิ้มถูกส่งไปให้จิ้งจอกสาวที่แย่งชิงเฟรนช์คิสครั้งแรกของเขาไปด้วยความเอ็นดู อินาริเลิกคิ้วน้อยๆก่อนจะหันไปมองเกียวบุทานุกิคนเก่งที่กำลังปิ้งปลาปิ้งเนื้อด้วยท่าทีเอาจริงเอาจังจนน่าขันและหันมาตอบ

“ไม่ค่ะ ข้าจะช่วยโคโนฮะปิ้งปลา อะ อืม”จิ้งจอกสาวตัวน้อยครางฮือเมื่อมือของริวเลื่อนลงมาลูบที่ท้องเบาๆ และแน่นอนว่าเสียงครางเบาๆฟังดูท่าทางมีความสุขของอินารินั้นมีหรือจะรอดพ้นทานูกิหูผีที่นั่งปิ้งปลาอยู่ไม่ไกลไปได้

“อ๊า ไอ้จิ้งจอกโรคจิต นี่แกจะทำอะไรอินาริน่ะ!”เสียงร้องของโคโนฮะทำให้ริวหยุดมือพร้อมกับอินาริที่รู้สึกตัวว่าตัวเองทำอะไรอยู่ จิ้งจอกสาวจึงรีบรุดลุกออกจากอ้อมอกของคนทรงหนุ่มผมดำอย่างรวดเร็วและวิ่งไปหาโคโนฮะพลางดันให้อีกฝ่ายกลับไปปิ้งปลาต่อโดยเธอจะอาสานั่งคุยเป็นเพื่อน

แน่นอน ด้วยสีหน้าเอียงอายและสายตาที่เหลือบมองมาทางเขาเป็นระยะๆ

ใครจะไปนึกล่ะว่าแกล้งนิดแกล้งหน่อยจะอายม้วนขนาดนั้น

“แกล้งนิดแกล้งหน่อย โหๆ มากับพี่ริวนี่ปลอดภัยรึเปล่าเนี่ย?”ริวเบ้หน้าทันทีเมื่อได้ยินเสียงบ่นกลายๆจากวอล์คที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากตรงนั้น ถึงแม้เจ้าหล่อนจะบ่นด้วยน้ำเสียงแกมประชดประชันแต่รอยยิ้มที่เผยอยู่บนใบหน้าหวานนั่นทำให้เขารู้ว่าเธอกำลังหยอกเขาเล่นอยู่

ความสามารถในการอ่านใจนี่น่ารำคาญดีแท้

“นี่อย่านึกว่ามีของดีแล้วจะใช้พร่ำเพรื่อนะ ของแบบนั้นมันต้องมีข้อเสียหรือข้อจำกัดบ้างล่ะน่า”

“ค่าๆ”

“อินาริกับโคโนฮะก็ไปอาบด้วยสิ วอล์คช่วยพาไปหน่อยนะ รู้สึกว่าแวมไพร์นั่นก็มาด้วยแต่อยู่ในผนึกใช่ไหม เดี๋ยวพี่จะกางอาณาเขตกันแสงอาทิตย์ให้ก็แล้วกัน ไปอาบน้ำกันเถอะไป”ริวว่าก่อนจะหันไปมองอินาริและโคโนฮะที่นั่งล้อมกองไฟ จิ้งจอกสาวและทานูกิตัวน้อยเลิกคิ้วเป็นเชิงสงสัยก่อนจะเผยรอยยิ้มกว้างแล้วตรงไปหาวอล์คทันที

“ตามสบายนะ เดี๋ยวจะดูปลาให้เอง”

“ถ้าเกิดปลาที่ข้าอุตส่าห์ไปจับมาไหม้ล่ะก็ เจ้าตายแน่ ริว”ชายหนุ่มยิ้มแห้งๆกับคำขู่ของลาสโลว์ ริวถอนหายใจน้อยๆขณะมองส่งไล่หลังกลุ่มสาวๆไปเงียบๆ การเป็นผู้ชายหนึ่งเดียวในกลุ่มมันก็ต้องทำตัวเป็นสุภาพบุรุษหน่อยสิ ไม่ใช่หรือไง ต้องคอยดูแลผู้หญิง

มันเป็นสามัญสำนึกของความเป็นผู้ชาย

นัยน์ตาสีเทาจับจ้องมองไปในเปลวเพลิงก่อนจะหรี่ลงและหลับลงไปในที่สุด จมลงไปในห้วงความคิดที่ลึกจนไม่อาจกลับออกมาได้โดยง่าย จิ้งจอกสนธยาโบกพัดในมือเบาๆควบคุมไฟให้เบาลงขณะพักสายตา

“รัน หมอนั่น เก่งจริงๆน้า ถ้าได้หมอนั่นมาเป็นเวียร์ล่ะก็ อะไรๆมันคงง่ายขึ้นอีกเยอะ”

จิ้งจอกหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่และนั่งชันเข่าขึ้น ฝังใบหน้าลงกับเขาและผ่อนลมหายใจลง ตลอดการเดินทางเข้ามาในป่าต้องห้ามเขากลายร่างเป็นจิ้งจอกขนาดใหญ่พาทุกคนฝ่าเหล่าสัตว์อสูรในป่าเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน แม้จะมีอินาริมาผลัดเปลี่ยนให้ได้พักแต่ด้วยขนาดที่เล็กกว่าทำให้แรงหมดไวกว่าเช่นกัน

พอมาถึงตอนนี้เมื่อมีโอกาสได้พักเขาจึงรีบที่จะเก็บเกี่ยวเวลาแบบนี้เอาไว้ให้มากที่สุด

กร๊อบ..

“ใครน่ะ!?”ชายหนุ่มรีบลืมตาขึ้นทันทีเมื่อโสตประสาทรับทราบถึงเสียงที่ผิดปกติดังขึ้นไม่ไกลจากตรงนั้น ริวเปิดตาออกมองไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียงกิ่งไม้แตกหัก และแล้วเขาก็ได้พบกับตัวการ

“เอ่อ.. แหะๆ”

ริวปิดปากเงียบกริบเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะแห้งๆที่ฟังไม่คุ้นหู ดวงตาของชายหนุ่มนิ่งค้างไม่เสมองไปทางอื่นแต่อย่างใด จับจ้องไปยังภาพของหญิงสาวเบื้องหน้าราวกับต้องมนตร์สะกด เธอไม่ได้สวยเลิศเลออะไรแต่นัยน์ตาสีม่วงพรายชวนมองคู่นั้นกลับดึงดูดให้เขาไม่สามารถละสายตาไปจากเธอได้ แม้ผิวกายเธอจะเป็นสีเทาซีดและเรือนผมสีน้ำตาลเข้ม แต่กระนั้นเอกลับเป็นสิ่งที่ขับให้ดวงตาคู่สวยนั่นน่ามองเข้าไปอีก

น่ามองจนเขาเผลอลืมตัวไปว่ากำลังทำอะไรอยู่

“คุณ มาทำอะไรในป่าต้องห้ามแบบนี้กัน ลึกขนาดนี้มันอันตรายมากเลยรู้รึเปล่า?”ชายหนุ่มพูดออกไปด้วยความสัจจริง เหล่าคนธรรพ์ที่เขาทำการฌาปนกิจแบบไม่คิดค่าเสียเวลาไปนั้นล้วนมีระดับมากกว่า 80 ป่าต้องห้ามแห่งนี้แม้จะอยู่ในเขตของวนาพงไพรก็จริง แต่ก็เป็นแค่การล้อมอาณาเขตเอาไว้เท่านั้น ไม่มีการบุกรุกเข้าไปทำการบุกเบิกพื้นที่ในป่าแต่อย่างใด

การที่มีผู้เล่นอื่นนอกจากกลุ่มของเขาเข้ามาในป่าต้องห้ามแบบนี้ได้นับว่าหาได้ยาก ยิ่งเข้ามาคนเดียวแบบนี้ยิ่งแล้วใหญ่ ถ้าจะมีผู้เล่นกลุ่มอื่นในป่านี้ก็สมควรจะเป็นผู้เล่นของวนาพงไพร แถมเครื่องแต่งกายของเธอคนนี้ก้ไม่น่าจะเป็นของผู้เล่นจากวนาพงไพรหรือผู้เล่นอิสระทั่วไป

เนื่องด้วยซองปืนสองซองที่สะโพก และเฮ้ดโฟนที่คล้องคออยู่นั่น

ผู้หญิงคนนี้สมควรที่จะเป็นผู้เล่นที่มีฝีมือพอตัวแน่นอน

“..คือว่ามีธุระนิดหน่อยน่ะค่ะ พอดีว่าชั้นหลงทางและเห็นควันไฟทางนี้ ชั้นเลยเดินมาดู แล้วเจอคุณ เลยอยากจะลองถามทางคุณซักหน่อย”ริวเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเสตาหันกลับมองมองปลาปิ้งในกองไฟ จิ้งจอกหนุ่มคว้านาฬิกาพกออกมาดูเวลา

“นี่ก็ใกล้จะพลบค่ำแล้ว ผมว่าคุณพักอยู่ที่นี่ดีกว่า ยังไงผมก็ไม่ทำอะไรคุณแน่นอน ไม่มีใครเขาเดินทางในป่าต้องห้ามตอนกลางคืนกันหรอกครับ ที่นี่ตอนกลางคืนจะมีอาคมบางอย่างที่ทำให้ป่าเคลื่อนไหวตลอดเวลา คุณควรจะพักนอนเอาแรงแล้วค่อยออกเดินทางตอนเช้าดีกว่านะครับ”ริวโบกพัดอีกครั้งเพื่อเร่งไฟให้แรงขึ้นอีกหน่อย เขาไม่คิดจะนอนเอาแรงแล้วตอนนี้เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายค่อยๆเดินมานั่งข้างๆเขา

“ถ้ายังไงก็ขอพักด้วยได้ไหมคะ ชั้นไม่ได้เตรียมของอะไรมาข้างคืนในป่าเลยด้วย”ริวเหล่ตามองหญิงสาวข้างกายที่ส่งยิ้มมาให้ก่อนจะลุกขึ้นยืน จิ้งจอกหนุ่มไม่พูดไม่จาและเดินตรงหายเข้าไปในพุ่มไม้ทันที

“เอ่อ? ถ้ารบกวนก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ถ้าอย่างงั้น..”

“ไม่ได้ไม่อยากให้พักด้วยหรอกครับ”หญิงสาวแปลกหน้าเลิกคิ้วด้วยความงุนงงเมื่อได้ยินเสียงของชายหนุ่มที่เดินหายไป ริวเดินกลับมาพร้อมด้วยกวางตัวเขื่องที่พาดอยู่บนบ่า

“คุณ..”

“ผมอยู่กับเพื่อนอีกหลายคน เอ.. 5 คนได้มั้ง ถึงจะมีสองคนที่ไม่กินอาหาร แต่แค่ปลาพวกนั้นดูเหมือนจะไม่พอยาไส้ซักเท่าไหร่ถ้ารวมคุณด้วย กวางตัวนี้น่าจะพอกินได้อิ่มนะครับ”ชายหนุ่มยิ้มอย่างอ่อนใจ นัยน์ตาสีเทาเผลอมองหญิงสาวข้างกายก่อนจะหลุบลงต่ำ

ริวเปิดหน้าต่างสัมภาระก่อนจะนำผ้าห่มผืนหนาออกมาส่งให้เธอ

“คุณเก็บเอาไว้ กลางคืนที่นี่จะหนาวมาก”จิ้งจอกหนุ่มยิ้มบางๆให้กับหญิงสาวแปลกหน้าก่อนจะเริ่มลงมือจัดการกวางที่หามาได้ทันทีโดยไม่ลืมที่จะถามชื่ออีกฝ่าย

“..ว่าแต่ คุณชื่อ..”

“คุณชื่ออะไรเหรอคะ?”

ริวหันไปมองคนที่ถามแทรกขึ้นมาก่อนจะหัวเราะเบาๆ

“ผมชื่อลัลลาบายครับ”

“ชั้นชื่อบาร์บาทอสค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณลัลลาบาย”เธอว่าก่อนจะเอื้อมมือมาลูบหางของเขาจนเขาต้องสะดุ้ง ริวกัดฟันกรอดไม่ส่งเสียงใดออกมาและลงมีดให้รวดเร็วที่สุด เวลาใช้หางจับหรือทำอะไรเขาไม่รู้สึกอะไรหรอก แต่ทำไมเวลาถูกเธอคนนี้ลูบมันแล้วทำไมมันถึงรู้สึกดีแปลกๆ

“อืม ชื่อแปลกดีนะครับ”เธอยิ้มแห้งๆก่อนจะกอดหางสีดำของเขาเอาไว้แน่น

“ก็ไม่ได้แปลกอะไรขนาดนั้นหรอกค่ะ กลับกันซะอีก ชื่อลัลลาบายของคุณออกจะแปลกกว่าชั้นซะอีกนะคะ”บาร์บาทอสหลุบตาลงต่ำก่อนกอดหางสีดำนุ่มฟูนั่นแน่นเข้าไปอีก

“อุ่นจัง..”

ริวหรี่ตาเหลียวหลังมองหญิงสาวที่กอดหางของเขาอยู่ใกล้ๆด้วยสีหน้าแดงซ่าน

“ต่อให้หางของผมอุ่นยังไง ตอนกลางคืนคุณก็ยังต้องห่มผ้านอนนะครับ ผมคงทำหน้าที่ผ้าห่มให้คุณไม่ได้หรอก”ริวยังคงกลั้นใจจัดการเสียบเนื้อกวางกับแท่งเหล็กที่เตรียมไว้และนำมันไปอย่าง แม้เขาจะขยับยังไงคุณเธอก็ยังคงกอดหางของเขาเอาไว้แน่นไม่เปลี่ยน แถมยังกดปลายจมูกเชิดรั้นนั่นลงไปสูดดมกลิ่นจนเขาเองเริ่มที่จะกระดากอายขึ้นมาแทน

“ตามใจครับ ถ้าคุณไม่คิดจะปล่อยล่ะก็..”จิ้งจอกหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่เริ่มเป็นสีส้มก่อนจะเกาแก้ม จิ้งจอกสนธยาพลันคืนร่างเรียกหางทั้งเก้าออกมาโอบกอดบาร์บาทอสเอาไว้

“นิ่มที่สุดเลย สวรรค์ชัดๆ ตัวคุณก็หอมดีด้วย..”

ชายหนุ่มหรี่ตาลงก่อนจะเผยรอยยิ้มเศร้าๆออกมา มือหนึ่งวาดขึ้นเบื้องหน้าเรียกเอาหน้าต่างทักษะของตัวเองออกมาดูอีกครั้งเพื่อความแน่ใจก่อนจะปิดมันลงไปและเร่งไฟอย่างเนื้อกวางต่อ ประหนึ่งว่าจิ้งจอกสนธยานี้อาภัพรัก หญิงสาวที่ตนปันใจก็มีคนที่รักอยู่แล้ว พอมาเจอคนใหม่ก็พบว่าเป็นรักที่ไม่มีทางลงเอยกันได้

บาร์บาทอส หนึ่งใน 72 กุญแจย่อยแห่งโซโลม่อน

ริวมีทักษะติดตัวอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้เผ่าเทพมีสัมพันธ์ที่ดีกับเขา เรียกได้ว่าไม่มีทางเลยที่หากเทพองค์ไหนซักองค์มาเจอเขาครั้งแรกจะเกลียดกันเข้ากระดูกดำ อย่างว่า เธอคนนี้อาจจะนับได้ว่าเป็นเทพเหมือนกัน

แม้จะเป็นปีศาจก็ตาม

“ทำไมคุณถึงติดผมแจแบบนี้กันล่ะ?”

“เอ๋? อืม ก็หางของคุณนุ่มดีนี่นา กลิ่นก็หอมด้วย ชั้นว่าชั้นเริ่มชอบคุณขึ้นมานิดหน่อยแล้วสิ”

“ชอบผมงั้นเหรอ? นี่คุณปกติดีรึเปล่าเนี่ย ผู้หญิงที่ไหนกันที่จะทำตัวสนิทสนมกับผู้ชายที่เพิ่งเจอครั้งแรกน่ะ ทำอย่างกับว่าผมหล่อผมดูดีอย่างงั้นแหละ”ริวร้องบ่นยาวเหยียดก่อนจะฟุบหน้าลงนั่งกอดเข่าเพ่งมองกองไฟอีกครั้ง แม้หางของเขาทั้งเก้าจะทำหน้าที่หยอกล้อกับบาร์บาทอสอยู่ไม่ห่างก็ตาม

แต่ในใจของเขาตอนนี้นั้นจิตตกสุดๆ

“เอ ที่ว่าชอบเนี่ย ไม่เชื่อกันงั้นหรอกเหรอคะ? แต่ก็อาจจะจริงนะคะ ชั้นไม่ค่อยได้คุยกับผู้ชายที่ไหนซักเท่าไหร่ พวกที่ได้คุยด้วยก็มีแต่พวกบ้าๆบอๆ พวกที่ดูมีมาดแบบคุณก็มีคนรักกันไปหมดแล้ว ชั้นอาจจะยังไม่ค่อยชินมั้งคะ เลยอาจทำตัวสนิทสนมกับคุณไปหน่อย ขอโทษทีแล้วกันนะคะ”เมื่อเธอกล่าวขอโทษพร้อมทำท่าจะปล่อยหางของเขา ริวกลับเม้มริมฝีปากและบังคับหางให้รวบตัวเธอเข้ามาอีกครั้ง

“ผมไม่ได้บอกว่าไม่เชื่อนี่ ผมแค่สงสัยเฉยๆเท่านั้นเอง จะว่าไปแล้วผมก็เริ่มชอบคุณขึ้นมาเหมือนกันแล้วสิ”แม้น้ำเสียงจะนิ่งเรียบ แต่หากบาร์บาทอสได้มีโอกาสเห็นหน้าของผู้พูดตอนนี้เธอคงจะหลุดขำ เมื่อคนที่วางมาดเท่นิ่งเงียบแบบเขาหน้าแดงแจ๋เป็นสาวพบรักแรกอย่างไรอย่างนั้น

“เดี๋ยวเนื้อก็จะสุกแล้วล่ะ ถ้าคุณหิวก็กินก่อนได้เลย ผมขอพักสายตาหน่อย”ริวหลับตาลงก่อนจะหลับไปในที่สุดด้วยความเพลีย ทิ้งให้หญิงสาวเพื่อนใหม่ได้แต่มองเขาด้วยรอยยิ้มบางๆ

บาร์บาทอสยกมือขึ้นลูบหัวเขาเบาๆก่อนจะผละออกมาจากกลุ่มก้อนหางที่เย้ายวนใจนั่นแล้วจึงนำปืนในซองหนังข้างเอวของตนออกมาเช็ดทำความสะอาดเงียบๆด้วยความเกรงใจและไม่ต้องการที่จะรบกวนคนนอน แม้เธอจะเพิ่งพบกับเขาแต่ความรู้สึกต่อเขานั้นไม่เหมือนกับผู้ชายปกติทั่วไป

จากเธอที่เป็นผู้ล่าอยู่ตลอดเวลากลับรู้สึกเหมือนเป็นเพียงนกน้อยในกำมือของเขา ความรู้สึกที่ขัดแย้งกับสิ่งที่เป็นอยู่ทำให้เธอสงสัยอยู่ไม่ใช่น้อย แม้เขาจะดูเป็นคนดีผิดกับที่เธอรู้มา

แต่เหตุใดกันหนอในใจเธอถึงร้องตะโกรบอกดังลั่นเชียวว่าเขาคนนี้ไม่ได้เปิดใจให้เธอเต็มร้อย

แม้จะขัดต่อสิ่งที่เธอจะทำ แต่หากได้เรียนรู้ผู้ชายคนนี้มากขึ้น

ต่อให้กลับไปเจอพวกพ้องที่ออกมาทำภารกิจด้วยกันติเธอก็ยอม แต่สิ่งที่ผู้ชายคนนี้บอกเธอก็ทำให้เธอนึกเป็นห่วงพวกพ้องของเธอที่อยู่ในป่านี้ขึ้นมาเช่นกัน

“เลรายกับโอเซ่จะเป็นอะไรไหมนะ?”เธอว่าก่อนจะถอนหายใจและเผลอกระชับด้ามปืนแน่นและยกขึ้นประทับเล็งเมื่อได้ยินเสียงเอะอะจากด้านหนึ่งที่ดังมาพร้อมกับเสียงน้ำตกลางๆ

“จะว่าไปแล้ว ลัลลาบายบอกว่าอยู่กับเพื่อนอีกหลายคนนี่นา”บาร์บาทอสเสตาไปมองชายหนุ่มที่ยังคงหลับตาพริ้มฝันหวานิย่างมีความสุข เธอเม้มริมฝีปากเรียบเป็นเส้นตรงอดกลั้นอาการอยากที่ต้องการจะกระโจนเข้าใส่หางนุ่มๆพวกนั้นเอาไว้ก่อนจะลังเลที่จะปลุก

และกว่าที่เธอจะตัดสินใจได้ เพื่อนๆที่ว่าของเขาคนนี้ก็เดินมาถึงรอบกองไฟเสียแล้ว

“อ้าว หลับไปซะแล้ว...”

“เห.. ไหนบอกจะดูปลาให้ไง อะ แล้วทำไมถึงมีเนื้อมาเพิ่มกันล่ะ?”

“โคโนฮะ อย่าไปกวนสิ ยูกุเระซามะพาเราเข้ามาได้ลึกขนาดนี้จะต้องเหนื่อยมากแน่ๆเลย”

“นั่นสิ อย่างที่อินาริจังพูดล่ะ ช่วงหลังเป็นพี่ริวที่พาพวกเราเข้ามาตลอดเกือบทั้งวัน ให้พี่เขาพักสักหน่อยก็น่าจะดีไม่ใช่เหรอ?”

“จริงอย่างที่นายหญิงว่า ระยะทางที่ผ่านมาไม่ใช่น้อยๆเลย”

เหล่าสาวๆที่เพิ่งกลับมาจากการอาบน้ำล้อมวงลงนั่งรอบกองไฟอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้สังเกตถึงความผิดปกติที่ริวเอาหางทั้งหมดออกมา รวมทั้งรอยเท้าตื้นๆที่อยู่บนพื้นดินใกล้ๆนั่นอีกด้วย

และดูเหมือนเสียงพูดคุยเบาๆของพวกเธอจะปลุกให้ริวตื่นขึ้นมาแล้วด้วย ชายหนุ่มปรือตาขึ้นมองเพื่อนร่วมทางเสียงใสเจี๊ยวจ๊าวทั้งหลายก่อนจะหลุบตาลง และเมื่อนึกถึงอะไรบางอย่างได้ก็เบิกตาโพลงและหันไปมองรอบๆจนไนท์สโนว์ดรอปที่นั่งอยู่ข้างๆต้องสะดุ้งและมองมาด้วยความงุนงง

“มีอะไรงั้นหรือ?”หากแต่เจ้าของนัยน์ตาสีเทาหม่นกลับไม่ตอบแวมไพร์สาว ริวลุกขึ้นยืนก่อนจะถอนหายใจและเดินดุ่มๆตรงไปยังพุ่มไม้พุ่มหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก

จิ้งจอกหนุ่มล้วงมือไปหลังพุ่มไม้ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียราบเรียบ

“..แล้วนี่มาหลบตรงนี้ทำไมกัน หืม?”

“อะ ดะ..เดี๋ยวสิ ชั้น..”เสียงของผู้หญิงที่ไม่คุ้นหูดังขึ้นมาก่อนที่ริวจะดึงร่างบางเจ้าของเสียงที่ซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้ขึ้นมาให้พวกเธอได้เห็นหน้าชัดๆ หญิงสาวผิวเทาซีดหน้าตาสวยออกแนวลึกลับดึงดูดน่าค้นหา ยิ่งด้วยเสื้อผ้าสีดำสลับม่วงกับนัยน์ตาสีม่วงสดสุกใสนั่นด้วยแล้ว พวกเธอต้องยอมรับว่าผู้หญิงคนนี้สวยมาก

แม้ผู้ชายคนเดียวในที่นี่จะลงความเห็นว่าดูธรรมดาก็ตามที สงสัยการถูกรายล้อมด้วยผู้หญิงสวยอย่างไอน์และไดรจะทำให้ซไวผู้นี้มีเซนส์เรื่องหน้าตาผู้หญิงที่ออกจะแปลกไปหน่อยกระมัง

แต่สิ่งที่พวกเธอสงสัยคือ.. ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกัน?

“ใครกันเหรอคะพี่ริว?”

วอล์คเอ่ยปากถามและทำหน้าที่เป็นเหมือนปากของคนทั้งกลุ่มที่นิ่งค้างไป ริวที่ถูกถามอย่างซึ่งๆหน้าก็ต้องลอบมองหญิงสาวที่ถูกจูงมืออยู่ด้านหลังเล็กน้อยเพื่อดูปฏิกิริยาตอบสนอง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่ก้มหน้างุดเขาก็ได้แต่ยิ้มบางๆก่อนจะตอบออกไป

บาร์บาทอสเองที่ถูกถามถึงก็ได้แต่เงียบกริบและรอฟังคำตอบจากเขาเช่นกัน เธอเองยังไม่รู้ตัวเองเลยด้วยซ้ำว่าทำไมถึงต้องกระวีกระวาดหลบไปแอบหลังพุ่มไม้แบบนั้น บางทีการฟังคำตอบของชายคนนี้อาจจะทำให้เธอเข้าใจอะไรๆขึ้นมากก็ได้ อย่างเช่นว่าในสายตาของเขาแล้ว

เธอที่เพิ่งจะได้รู้จักกับเขาจะมีฐานะเป็นอะไร?

“อ๋อ แฟนน่ะ”

..เอ่?

 

 

“พี่ริว ระวังแฟนพี่เอาไว้หน่อยก็ดีนะคะ ไม่ใช่ว่าหนูกีดกันหรือว่าอะไรหรอกนะคะ แต่หนูรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่เวลาสบตากับแฟนพี่น่ะ มันแปลกๆ แล้วหนูก็อ่านความคิดของแฟนพี่ไม่ออกเลยด้วย”

ริวแหงนหน้ามองดวงดาวที่พราวระยับเต็มท้องฟ้าก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทำไมอยู่ดีๆเขาถึงนึกถึงคำพูดของวอล์คที่พูดกับเขาเมื่อตอนหัวค่ำขึ้นมากันนะ ที่ว่าเธออ่านความคิดของบาร์บาทอสไม่ออก บางทีอำนาจของนายพลปีศาจอาจจะสูงส่งเกินกว่าที่อาวุธระดับสุดยอดจะต้านทานไหว

หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะผลข้างเคียงจากทักษะอ่านใจนั่นกันแน่

อย่างน้อยตอนนี้เขาก็มั่นใจแน่นอนล่ะว่าบาร์บาทอสไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร ถึงแม้ว่าเขาจะแอบๆได้ยินชื่อของคนสองคนที่เธอบ่นถึงขึ้นมาทำให้เขารู้ว่าเธอไม่ได้มาที่ป่านี่แต่เพียงผู้เดียว

ถ้าหากพวกเขาต้องเจอเข้ากับปีศาจระดับสูงอีกสองตนรวมกับบาร์บาทอสด้วยแล้ว ด้วยทักษะอาณาเขตของไนท์สโนว์ดรอปเขาอาจจะพอทำอะไรได้บ้าง แต่ถ้าไม่ได้ บางทีเขาอาจจะต้องเอาจริงขึ้นมาต่อหน้าพวกเธอ แน่นอน ถ้าเป็นแบบนั้นเขามั่นใจได้เลยว่าพวกเธอคงต้องมองเขาอย่างไม่ไว้วางใจ

ที่ว่าทำไมถึงไม่ใช้ฝีมือจริงๆเข้าช่วยรัน

โดยเฉพาะวอล์คที่อาจจะเริ่มแคลงใจเขาที่สามารถฆ่ารันได้ง่ายๆเพียงแค่ขยับมือ

เขาเองก็มั่นใจเช่นกันว่ารัดเกล้าอนาวิลเองก็คิดจะเก็บเรื่องความสามารถของตัวเองเอาไว้เป็นความลับ ความสามารถของอาวุธระดับเหนือกฎเกณฑ์ไม่ใช่อะไรที่น่าพิสมัยซักเท่าไหร่ แล้วยิ่งไม่มีใครอยากจะเป็นศัตรูกับเทวาจักรกลนั่นเข้าไปอีก ผู้ชายคนนั้นคงจะเบื่อที่ไม่ได้เอาจริง แล้วอาจจะเก็บกดจนไปหาที่ลงเอาข้างทางก็ได้

แค่คิดก็สงสารเหยื่อของฟูลคอร์สพิลึก

จิ้งจอกหนุ่มเหม่อมองธารดวงดาวไปอีกครู่ใหญ่ก่อนจะขยับกายหันข้างและหลับตาลงข่มสติให้เข้านอน ถ้าเดินทางด้วยความเร็วปกติแบบที่เขาใช้เข้ามาถึงป่าต้องห้ามเขตในนี่แล้ว กะประมาณพรุ่งนี้ตอนบ่ายๆพวกเขาจะถึงสถานที่ปิดผนึกของอีกเผ่าพันธุ์ตามแผนที่ของารัดเกล้าและนิ

ในกลุ่มของพวกเขา ออซกิลด์ที่ยังไม่ได้จัดตั้งอย่างเป็นทางการนี้ คาดว่าคงมีเพียงเขาและนิรนามร้อยฝันเท่านั้นที่รู้เรื่องความลับของฟูลคอร์ส ถ้าหากว่ารันขอให้เขาและรัดเกล้าอนาวิลเอาจริงขึ้นมา การจะทำลายหกขั้วอำนาจให้แตกยับนั้นเป็นเรื่องง่าย แต่การจะล้มตัวอันตรายอย่างมัทนะพาธาและจันทร์เจ้านั้นเป็นเรื่องยาก คนสองคนที่คนหนึ่งมีบริวารเก่งกาจจำนวนมาก กับอีกคนที่มีกองกำลังสัตว์อสูรระดับสูงเป็นเบี้ยหมาก

ต่อให้จัดการเจรจากับเผ่าพันธุ์ที่ถูกปิดผนึกได้สำเร็จก็ไม่มีอะไรมายืนยันว่าพวกเขาจะรับมือสองคนนี้ได้ด้วยจำนวนเท่านั้น ริวเม้มริมฝากก่อนจะเปิดตาขึ้น

“เฮ้ย?”ชายหนุ่มผู้ครอบครองเจตจำนงแห่งเปลวเพลิงสะดุ้งโหยงเมื่อเปิดตาขึ้นแล้วพบกับดวงตาสีม่วงคู่สุกใสนั่นจับจ้องอยู่ในระยะประชิด ริวกลืนน้ำลายอึกใหญ่พลางคิด

นี่ยัยนี่มานอนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?

“เหะๆ”บาร์บาทอสยิ้มแห้งๆเป็นคำตอบของคำถามในใจเขา

“ทำไมคุณไม่นอนในเต้นท์ล่ะ ออกมานอนข้างนอกแบบนี้ทำไม มันหนาวนะคุณ”ริวหรี่ตามองหญิงสาวผิวซีดที่นอนมองเขาอยู่ตาแป๋ว แถมคุณเธอยังไม่มีผ้าห่มติดออกมาคลุมร่างกายเสียด้วย จิ้งจอกหนุ่มชันกายขึ้นนั่งก่อนจะนำเอาผ้าห่มของตนเองไปคลุมร่างบางให้อบอุ่นขึ้น แม้จะไม่ได้ช่วยอะไรมากนักเขาก็ควรที่จะดูแลเธออยู่ดี ไม่ว่าคนๆนี้จะเป็นมิตรหรือศัตรูก็ตามแต่

“ก็ชั้นอยากเห็นหน้าคุณนี่ ตอนนอนคุณดูเหมือนเด็กเลยนะ”

ริวมุ่นหัวคิ้วเข้าหากันก่อนจะสะบัดหน้าหนี

“ผมไม่ใช่เด็กนะ”

“คิกๆ ท่าทีแบบนี้แหะที่เหมือนเด็ก”บาร์บาทอสหัวเราะเสียงหวานก่อนจะรวบตัวริวลงมานอนกอด ส่วนคนถูกรุกก็ไม่ได้ตั้งตัวอะไรก็ร่วงลงไปนอนตัวแข็งทำอะไรไม่ถูก แถมด้วยปลายจมูกที่กดลงกับแก้มนุ่มของสาวผิวซีดก็ทำให้เขายิ่งเอ๋อเข้าไปอีก

“คะ..คะๆๆๆ คุณ.. ผะ..ผม เอ่อ..”

“ก็ชั้นบอกคุณไปแล้วนี่นา ว่าชั้นชอบคุณน่ะ หางคุณก็อุ่นออก ให้ชั้นนอนด้วยไม่เป็นอะไรหรอกน่า ใช่ไหม?”บาร์บาทอสพูดเบาๆก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีก ส่วนทางหนุ่มน้อยผู้ไร้ซึ่งประสบการณ์ถูกเนื้อต้องตัวกับสาวๆนั้นแทบจะแหกปากร้องอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่ว่านึกขึ้นมาได้ว่าหากเขาส่งเสียงร้องแล้วมีใครออกมาเห็นฉากนี้เข้า คนที่ซวยจะต้องเป็นเขาไม่ใช่ใครอื่น

“นี่ปีศาจแบบคุณเป็นแบบนี้หมดรึเปล่าเนี่ย?”

“ไม่หรอกๆ ชั้นชอบคุณแค่นั้นเอ..ง”แรงกอดรอบอกของเขาหายไปอย่างเห็นได้ชัด ริวรู้สึกได้ดีและก็รู้ด้วยว่าตนพลั้งปากพูดออกไป ชายหนุ่มก้มหน้าลงมองหญิงสาวที่ก้มหน้างุดไม่สบตาเขาเหมือนเคย จิ้งจอกหนุ่มยกมือขึ้นลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆก่อนจะกอดตอบ

เป็นครั้งแรกที่เขากอดใครก่อน

และเขาก็ไม่รู้เลยว่าตอนนี้บาร์บาทอสจะคิดอะไรอยู่

ริวเม้มริมฝีปากพยายามเฟ้นหาคำพูดที่ตนคิดว่าดีที่สุดในสถานการณ์แบบนี้ก่อนจะพูดออกไป

“บาร์บาทอส ปีศาจตนที่ 8 จาก 72 กุญแจย่อยของโซโลม่อน ทำไมผมจะไม่รู้ว่าคุณเป็นปีศาจ บาร์บาทอส ผมจำชื่อของคุณได้แม่นเลย”ริวปรือตาลงก่อนจะกดปลายจมูกลงสูดกลิ่นหอมของเรือนผมสีน้ำตาลเข้ม เจ้าของร่างบางที่ถูกกอดนั้นสั่นสะท้านไปครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผู้พูดด้วยสายตาจนใจ

“ถึงผิวคุณจะซีดไปนิด แต่มันก็นุ่ม เนียน หอมจนผมดูผมจับต้องได้ไม่เบื่อเลย ผมคุณด้วย นุ่มลื่นแถมยังหอมมากอีกต่างหาก”ริวยิ้มขณะสบตากับหญิงสาวในอ้อมกอด ปีศาจที่เขาเพิ่งพบไม่ถึงวันตนนี้มีอิทธิพลต่อหัวใจของเขาเหลือเกิน ต่อให้มันเป็นผลจากทักษะติดตัวนั่นก็ตามที เขาอยากที่จะเก็บเกี่ยวช่วงเวลาแบบนี้เอาไว้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

ริวไล้มือมาประคองใบหน้าหวานของหญิงสาวตรงหน้าก่อนจะพูดขึ้น

“และที่ผมชอบที่สุดคือตาของคุณเลยล่ะ”

“ไม่รังเกียจหรือ? ข้าเป็นปีศาจนะ ปกติพวกเจ้าต้องเอามีดมาฟันข้าแล้วไม่ใช่รึไง?”เมื่อเห็นบาร์บาทอสช้อนตาขึ้นถามเขาก็ได้แต่ยิ้มบางๆจ้องตอบ

“ถ้ารังเกียจแล้วผมจะให้คุณพักอยู่ด้วยเหรอครับ? หืม?”ทางหญิงสาวที่ได้ยินก็อ้าปากหวอก่อนจะยิ้มกว้างแล้วซุกหน้าฝังลงกับอกของเขาตามด้วยเสียงกรีดร้องเบาๆด้วยความดีใจ ริวเองที่เห็นว่าอีกฝ่ายยิ้มออกอีกครั้งเขาก็พาลจะดีใจไปด้วยอีกคนหนึ่ง

“แต่จะว่าไปแล้วเจ้ากางเขตแดนได้ด้วยหรือ? เก่งเหมือนกันนะนี่  เหะๆ”

“เอ๋?”ริวชะงักฝีปากกับประโยคเมื่อครู่พลัน

“หืม? มีอะไรหรือ?”

“คุณบอกว่าผมกางเขตแดน แล้วคุณเดินผ่านมันเข้ามาเฉยๆงั้นเหรอ?”

บาร์บาทอสเอียงคอมองเขาก่อนจะพยักหน้าหงึก “ชั้น บาร์บาทอสคนนี้ถูกเรียกว่านักปราชญ์เชียวนะ กะอีแค่เขตแดนธรรมดาๆ ชั้นเดินผ่านข้ามาได้อยู่แล้ว เวทมนตร์ธรรมดาๆแบบนั้นไม่มีผลกับชั้นหรอก”

เมื่อรู้คำตอบริวก็หลุดหัวเราะออกมา

“เวทมนตร์ธรรมดาๆไม่มีผลกับคุณอย่างงั้นเหรอ”ริวดีใจเนื้อตัวสั่น ถ้าหากเวทมนตร์อย่างเขตแดนไม่มีผลกับผู้หญิงคนนี้ ถ้าอย่างงั้นก็แสดงว่าทักษะอาชีพคนทรง ที่รักแห่งมวลเทพ ของเขาก็ไม่ได้ผลกับเธอด้วยน่ะสิ ถ้าอย่างนั้นที่เธอบอกว่าชอบเขาก็ไม่ใช่เพราะทักษะ ถ้าอย่างงั้น..

“คุณชอบผมจริงๆเหรอ?”

“เอ๋? ทำไมถามอย่างงั้นล่ะ แน่นอนอยู่แล้ว!”ริวกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่อยู่ จิ้งจอกหนุ่มถอนหายใจออกมาก่อนจะนำริมฝีปากไปแตะเบาๆที่แก้มใสของอีกฝ่าย

“อ๊ะ อย่าสิ..”

“ใครจะอดใจไหวกัน ผู้หญิงที่ชอบอยู่ในอ้อมกอดแบบนี้”บาร์บาทอสก้มหน้างุดก่อนจะทุบที่อกของผู้พูดเบาๆ ทำให้ริวต้องอดยิ้มขันไม่ได้ ทว่าสิ่งหนึ่งในความคิดของเขาพลันเตือนสติให้รู้ว่าต่อให้รักกัน ไม่มีทางเลยที่เขาจะอยู่กับเธอได้นอกจากตอนนี้ บาร์บาทอสมาที่ป่าต้องห้ามนี่เพื่ออะไรกันแน่

“ผมขอถามอะไรคุณ...”

“บาร์บาทอส ที่บอกว่าจะออกไปถามทางแล้วหายไปนานสองนาน มาหลงเสน่ห์ไอ้หมาพันทางนี่อย่างงั้นเหรอ?”ยังไม่ทันที่คนทรงหนุ่มจะได้มีโอกาสพูดจนจบ อีกเสียงก็ดังขัดขึ้นมาก่อนจนร่างบางในอ้อมแขนสะดุ้งเฮือก ริวใช้หางตามองหญิงสาวอีกคนที่มีมือและเท้าเป็นเสือดาวก่อนจะใช้ความคิดพลางนึกถึงชื่อของผู้หญิงคนนี้

ชายหนุ่มคลายอ้อมกอดก่อนจะลุกขึ้นกล่าวทักทาย

“คุณคงเป็นโอเซ่ ลำดับที่ 57 ยินดีที่ได้พบครับ”

“โฮ่ หมาพันทางแบบเจ้ารู้จักข้าด้วยกระนั้นหรือ ไม่น่าเชื่อจริงๆ”ตอนนี้เขาชักเริ่มเข้าใจแล้วว่าการถูกดูถูกเหยียดหยามนั้นเป็นเช่นไร ยิ่งต่อหน้าคนสำคัญด้วยแล้วเขายิ่งข่มอารมณ์เอาไว้ได้ยากเย็นนัก ริวยิ้มเย็นก่อนจะล้วงเอาพัดโลหิตจิ้งจอกออกมากางเขตแดนล้อมรอบเต้นท์ที่พักของพวกวอล์คและคนอื่นๆเพื่อนกันเสียงทันที เขาไม่คิดจะกางเขตแดนป้องกันบาร์บาทอสเนื่องด้วยรู้ว่ามันไร้ค่า

“แล้วต้องการอะไรจากไอ้หมาพันทางตัวนี้กันหรือ?”

“ข้าก็แค่จะมาขอตัวบาร์บาทอสกลับเท่านั้น อาคมโง่ๆในป่านี่ทำอะไรพวกข้าไม่ได้หรอก ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมานอนกกกับหมาที่ไหนไม่รู้ในเขตแดนกระจอกๆนี่หรอก”เมื่อได้ฟังคำของหญิงสาวที่ชื่อโอเซ่ บาร์บาทอสก็ลุกพรวดขึ้นก่อนจะตวาดลั่น

“อย่าพูดแบบนั้นนะโอเซ่”

“อะไร แค่นิดๆหน่อยๆก็ร้อนตัวมาออกรับแทนกันแล้วหรือ เจ้าลืมงานของเจ้าไปแล้วรึไงว่าเรามาที่นี่เพื่ออะไร เผ่าที่ถูกปิดผนึกนั่นต้องถูกทำลายให้หมดก่อนรุ่งสาง เจ้าอย่าลืมคำสั่งของนายท่านสิ!”หลังจากฟังคำของโอเซ่เขาก็หันไปมองบาร์บาทอสอย่างรวดเร็ว สีหน้าและแววตาของอีกฝ่ายที่ส่งมานั้นทำให้เขาเจ็บปวดอย่างประหลาด เธอคงจะไม่อยากให้เขารู้เรื่องนี้ซักเท่าไหร่แน่นอน

“ถ้าอย่างงั้น..”

//You’ve got a new item// เสียงประกาศตามแบบฉบับการส่งย้ายของในเครือข่ายนาฬิกาดังขึ้นในหัวของเขาทำให้ริวชะงักริมฝีปากเอาไว้ จิ้งจอกหนุ่มเผยยิ้มออกมาก่อนจะส่ายหน้าหน่ายใจ ริวเปิดหน้าต่างสัมภาระก่อนจะดูไอเท็มใหม่ในช่องเก็บของ

“ถ้าอย่างงั้นแล้ว ก็คงต้องลำบากหน่อยแล้วล่ะครับ”

ริวพูดด้วยรอยยิ้มก่อนจะกดปลายนิ้วเรียกใช้งานไอเท็มชิ้นใหม่ทันที

-สัตว์อสูร ราชาจิ้งจอกสนธยา โยรุ ชั้นมหาราชา ระดับ 81 ปรากฏ ผู้ที่เสียชีวิตจะถูกริบทรัพย์สินทั้งหมด สูญเสียอาวุธยุทธภัณฑ์ 1 ชิ้นและเพิ่มเวลารอเกิดเป็น 7 วันค่ะ-

-ทักษะพิเศษ วจีชมจันทร์ ทักษะพิเศษของราชาจิ้งจอกสนธยา โยรุ ทำงาน เมื่อทักษะถูกใช้งาน ผู้ที่อยู่ในอาณาเขตจะไม่สามารถใช้งานทักษะเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวและทักษะติดตัวทุกรูปแบบได้อย่างเด็ดขาดค่ะ-

“โอ้ เจ้าไม่ใช่นักเดินทางหรอกหรือ? ถ้าอย่างงั้นก็ดี”

“โยรุ?”ริวหันกลับไปมองบาร์บาทอสเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มกลับไปให้แล้วจึงหันกลับมามองรูปลักษณ์ของตัวเองที่เปลี่ยนไป ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในชุดที่ได้รับมาจากสึคุโยมิ แต่เป็นชุดองเมียวจิสีดำดีไซน์แปลกตา แถมด้วยเส้นผมที่ยาวขึ้นมาอีก และเหมือนว่าจะรู้ว่าเขาไม่ชอบผมยาวก็มิปาน ยังเกล้าผมด้านหลังเก็บเอาไว้ให้เสียด้วย

-สัตว์อสูร ปีศาจลำดับที่ 57 โอเซ่ ชั้นเคียงตำนาน ระดับ 170 ปรากฏ ผู้ที่ถูกสังหารเสียชีวิตจะถูกริบทรัพย์สินทั้งหมด สูญเสียอาวุธยุทธภัณฑ์ 3 ชิ้นและเพิ่มเวลารอเกิดเป็น 30 วันค่ะ-

“แบบนี้ค่อยน่าสนุกหน่อยนะครับ”ริวขยับยิ้มเหี้ยมเกรียมก่อนจะเอ่ยต่อ “อย่างนี้ผมค่อยเอาจริงได้โดยไม่ต้องกลัวว่าคุณจะตายไปซะก่อน เอาเป็นว่าที่นี่คงไม่เหมาะ ย้ายที่กันหน่อยก็น่าจะดีนะนะครับ”

กึก!

“ถ้าอย่างนั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่านะครับ”

“เข้ามาเลย ไอ้ลูกหมา!

ทลายวาตะ!

ประทับองค์ สึคุโยมิ! ทงโบกิริ!

หอกแสงสีดำที่ขึ้นรูปจากเปลวเพลิงจิ้งจอกและทักษะเขตแดนของอาชีพคนทรงวาดเข้าทะลวงลมหมุนขนาดใหญ่ที่เคลื่อนที่โหมซัดเข้ามาอย่างรวดเร็ว ผ่าทะลวงมันออกขาดสองซีกและแตกกระจายหายเป็นสายลมอันร้องแรงไปในที่สุด ในสายตาของเจ้าของสายลมหมุน หอกสีดำที่ทะลวงสวนออกมานั้นมีอำนาจราวกับพลังของเทพเจ้า หากทว่าในสายตาของผู้ใช้หอก พายุขนาดย่อมที่อีกฝ่ายเรียกออกมานั้นมีความรุนแรงไม่ต่างไปจากเวทมนตร์ระดับกลางของจอมเวทธรรมดาทั่วไป

“เบากว่าที่คิดนะ”

“ส่วนหอกนั่นก็รุนแรงจนไม่เหมือนว่าเจ้าจะมีระดับแค่ 80 กว่าๆนะ”

ราชาจิ้งจอกสนธยาขยับยิ้มกริ่มก่อนจะจับจ้องนัยน์ตาสีอำพันของอีกฝ่ายด้วยความเคลือบแคลงใจ ทั้งๆที่อีกฝ่ายมีระดับมากถึง 170 แต่กลับมีพลังไม่ผิดแผกไปจากจอมเวทระดับเกือบๆ 80 ในความคิดของเขา การโจมตีของราห์เวียยังรุนแรงเสียกว่าด้วยซ้ำ

แต่ในความจริงแล้วนั้นความคิดของเขากลับผิดถนัด ด้วยทักษะประจำตัวรูปแบบทักษะติดตัวของราชาจิ้งจอกสนธยา โยรุ ร่ำสาเกพันราตรี นั้นต่างหากที่เพิ่มความสามารถของเขาให้มากขึ้นกว่าปกติ ทว่าผลของทักษะนั้นกลับไม่แสดงผลให้ผู้ใช้ได้รู้ตัว ร่ำสาเกพันราตรีเป็นทักษะติดตัวที่จะเพิ่มความสามารถต่างๆด้วยเปลวไฟรอบๆตัว

หากให้มองหาเปลวไฟในตอนนี้ก็คงจะเป็นชุดของจิ้งจอกหนุ่มนี้ ที่ลุกโชนเหมือนเปลวไฟอันร้อนแรงที่ไม่มีวันมอดดับ อีกทั้งทักษะนี้จะมีความสามารถสูงมากขึ้นในเวลากลางคืนอีกด้วย

นับว่าเป็นทักษะอันน่ากลัวสมชื่อราชาเลยทีเดียว

“ลัลลาบาย ไม่สิ โยรุ.. อย่าสู้กับโอเซ่เลยนะ ชั้นขอร้องล่ะ ปีศาจลำดับท้ายๆเพิ่งจะฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ไม่นานทำให้มีพลังไม่มาก และถ้าหากตายไปตอนนี้ก็คงต้องรออีกหลายร้อยปี กว่าวิญญาณจะรวมกันกลับมาฟื้นคืนชีพอีกครั้งหนึ่ง ขอร้องล่ะนะ”คำพูดของบาร์บาทอสได้ชี้แจงข้อสงสัยของเขาให้กระจ่างแจ้ง ราชาจิ้งจอกขยับคิ้วยกขึ้นก่อนจะเผยยิ้มกริ่มออกมา ริวหรี่ตามองโอเซ่ก่อนจะพูดขึ้น

“การที่มีร่างกายเป็นเสือดาว นั่นแสดงว่าต้องเป็นสายความเร็ว ภายใต้อาณาเขตของผมคุณคงจะทำอะไรไม่ได้มากนอกจากใช้แรงวิ่งของตัวเองจริงๆ ถ้าทิ้งภารกิจที่ว่านั่นแล้วกลับไปซะ ผมจะไม่ตาม..”ริวร่นคิ้วก่อนจะหันกลับมามองบาร์บาทอสก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง

“คุณด้วย บาร์บาทอส.. ผมไม่อยากต้องลงมือกับคุณ”

แม้คนฟังจะรับรู้ได้ถึงน้ำเสียงของผู้พูดที่ฉายแววสงสารอย่างชัดเจน ทว่าบาร์บาทอสที่สบตามองนัยน์ตาสีเทาหม่นคู่นั้นกลับรู้ซึ้งถึงเจตนาอันแท้จริง

ว่าแล้วดยุคปีศาจก็รีบกระวีกระวาดลุกขึ้นตรงเข้าไปหาโอเซ่อย่างรวดเร็ว เมื่อหญิงสาวทั้งสองได้รวมกลุ่มกันอีกครั้ง หอกสีดำที่ลอยอ้อยอิ่งชี้หน้าของเสือสาวก่อนลดระดับลงและลอยกลับมาอยู่ข้างกายของเจ้าของ ราชาหนุ่มเบือนหน้าหันไปด้านข้างก่อนจะหลับตาลง

เป็นสัญญาณให้คนทั้งคู่หายไปซะ

“ใครจะย้อมทิ้งศักดิ์ศรีแล้วรับความเมตตาจากศัตรูได้กัน!”ชายหนุ่มไม่ปรือตาขึ้นมองร่างของผู้ที่ประกาศกร้าวซึ่งพุ่งทะยานมาหมายจะใช้มีดอันแหลมคมทั้งสองในมือตวัดสังหารตน ริวเพียงวาดพัดขึ้นรับมีดอย่างไร้ที่ติก่อนจะเบี่ยงตัวหลบมีดอีกเล่มที่แทงมาด้วยความหมดจด ราวกับจะประกาศให้รู้ว่าในตอนนี้อีกฝ่ายไม่สามารถทำอะไรตนได้อย่างแน่นอนเป็นที่สุด

วายุ สายลมเทพเจ้า!

ฉับพลันที่หญิงสาวเบื้องหน้าเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม แสงสว่างสีทองก็สาดสว่างจ้าขึ้นทำให้ตาของเขาพร่าขึ้นมาชั่วขณะ และแล้วแรงโต้จากมีดที่ขัดอยู่กับพัดโลหิตจิ้งจอกก็หายไป ในเวลาไล่เลี่ยกันเขาก็ถูกโจมตีอย่างรวดเร็วจากรอบทิศทาง ความเจ็บปวดจากแผลถูกของมีคมกรีดลึกแล่นปราดเข้าสู่สมอง สั่งการให้เขายกมือขึ้นมาป้องกันไว้ตามสัญชาติญาณ

ทว่ารอยยิ้มที่ฉายอยู่บนใบหน้านั้นของคนผู้นี้ไม่ใช่สัญชาติญาณแน่นอน

“เยี่ยม เอาให้แรงกว่านี้อีกสิ แสดงให้ดูหน่อย ว่าระดับเคียงตำนานจะทำได้แค่ไหนกัน!!”ริวร้องตะโกนดังลั่นด้วยรอยยิ้มถูกใจ ไม่ใช่ด้วยความสัตย์จริง แต่เป็นการกระตุ้นให้อีกฝ่ายตบะแตกต่างหาก

“โอเซ่ เธอยังไม่แข็งแกร่งพอนะ ที่นายท่านให้มาทำงานนี้ก็เพราะว่ามีข้ากับเลรายมาด้วยไม่ใช่รึไง!?

“ทำตามที่บาร์บาทอสบอกหน่อยไม่ได้หรือ?”ริวตวัดมือคว้าข้อมือของแม่เสือสาวเอาไว้แน่นก่อนจะบีบจนขึ้นข้อ ราชาจิ้งจอกยิ้มแยกเขี้ยวก่อนจะออกแรงเหวี่ยงเจ้าหล่อนออกไปไกลโข รอยยิ้มของเขายังคงไม่เสื่อมคลายแม้ว่ารอยแผลและรอยเลือดจะมากจนไหลรินนองพื้น

“เฮอะ ไหนว่าแน่ แค่นี้ก็จะยอมแพ้แล้วหรือ?”

บาร์บาทอสรุกคืบเข้ามาคว้าไหล่ของโอเซ่เอาไว้ก่อนจะส่งสายตาปราม

“โอเซ่ เราไม่มีธุระกับเขาแล้วไม่ใช่หรือ รีบกลับไปรวมกับเลรายกันเถอะ”ร่างบางเจ้าของดวงใจราชาจิ้งจอกกล่าวขึ้นมาราวกับกำลังจะพยายามพาเพื่อนของเธอให้ออกไปห่างจากเขาคนนี้ ไม่รู้ด้วยเจตนาจะทำตามหน้าที่หรือไม่อยากเห็นชายหนุ่มเบื้องหน้าต้องได้แผลไปมากกว่านี้กันแน่

“บาร์บาทอส เจ้าห่วงเจ้านี่รึไงกัน?”

เพียงได้ยินคำถามที่ส่งกลับมาหญิงสาวก็ร่นคิ้วและเม้มริมฝีปาก

“ข้า..”

“ไม่เห็นมีอะไรต้องห่วงนี่คุณ ผมไม่ได้กระจอกแบบนี้”ริวยกมือขึ้นก่อนจะจุดไฟจิ้งจอกขึ้นมาที่กลางฝ่ามือ จากนั้นก็กำมันแน่นจนมันแตกสลายและลุกลามไปทั่วทั้งตัว ก่อนที่แผลทั้งหมดรวมทั้งรอยเลือดจะหายไป ไม่เหลือร่องรอยไว้ให้สืบหาว่าเขาคนนี้นั้นเคยบาดเจ็บมาก่อน

“เมื่อกี๊คุณเล่นผมแล้ว ทีนี้ตาผมบ้างล่ะนะ คุณโอเซ่”

เพลิงมาร สัญญาปีศาจ..

เปรี้ยง! ฟู่ว..

การใช้ทักษะหยุดชะงักลงด้วยเสียงและแรงปะทะอันมหาศาลที่สีข้างของเขา ความเจ็บปวดแบบที่เขารู้สึกและเข้าใจได้เป็นอันดีพลันบังเกิดขึ้นหลังจากเสียงนั่นเพียงเสี้ยววินาที ระบบทางเดินหายใจเริ่มติดขัดอย่างรวดเร้วพร้อมด้วยของเหลวข้นหนืดที่มีรสและกลิ่นคล้ายสนิมเหล็กทะลักย้อนออกมาจากลำคอ

สไนเปอร์..?

ราชาหนุ่มเผยสีหน้าตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด ไม่แตกต่างไปจากบาร์บาทอสซักเท่าไหร่ ผิดเพียงที่ว่าร่างบางผิวซีดนั้นได้หันขวับไปยังทางต้นเสียงด้วยสีหน้าตกตะลึง ทว่าสีหน้าตกตะลึงของทั้งสองนั้นแตกต่างกัน

สิ่งที่เขาสงสัยคือทำไมมันถึงไม่ยิงที่หัว..

“ไอ้โง่เอ๊ย”

เพลิงเทวะ แมงมุมสวรรค์ล่าเหยื่อ!

เหมือนเป็นคำขอบคุณที่ทำการยกเลิกการใช้งานทักษะครั้งแรก การที่เขาไม่จำเป็นต้องเสียงพลังเวทไปเลยแม้แต่น้อยทำให้เขาสามารถเปลี่ยนมาใช้ทักษะที่ให้ผลที่ดีกว่าในสถานการณ์แบบนี้ทันที ประหนึ่งแมงมุมทองคำจากสวรรค์สรรสร้างใยแมงมุม เขตแดนเสริมสถานะประเภทเพิ่มความคล่องตัวปรากฏขึ้นรอบกายของราชาจิ้งจอก ถักทอร้อยเรียกเป็นใยแมงมุมกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาแทงทะลุเข้าไปในตัวของโอเซ่และหายเข้าไปในป่า

ทักษะโจมตีวงกว้างแบบนี้ไม่ได้จบด้วยเพียงเท่านี้

ริวมองโอเซ่ที่ถูกใยแมงมุมแทงไปทั่วร่างด้วยสายตาไร้อารมณ์ก่อนจะเบี่ยงสายตาไปมองในต้นไม้ต้นหนึ่งในป่าที่ไหวริก แถมยังถูกแทงจนพรุนด้วยใยของแมงมุมสวรรค์ เป็นเช่นเดียวกับผีเสื้อน้อยผู้อับโชค บินมาติดกับดักที่ไร้ซึ่งทางรอดชีวิต เปลวไฟสีทองพลันถูกจุดพรึบขึ้นที่กึ่งกลางของใยแมงมุม หรือก็คือจุดที่ราชาจิ้งจอกอยู่นั่นเอง

เปลวไฟลุกลามไหม้ใยแมงมุมอย่างรวดเร็ว แผ่ขยายออกไปแผดเผาเหยื่อที่ถูกดักเอาไว้ในกับดักนรก แผดเผ่าป่าให้กลายเป็นเถ้าถ่าน และแผดเผาร่างของปีศาจให้เหลือเพียงฝุ่นเถ้า

ริวหรี่ตามองโอเซ่ที่กัดฟันกรอดไม่ยอมแผดเสียงร้องก่อนจะปรบมือชอบใจ

ทว่าเมื่อเขาเลยไปมองใบหน้าที่หวาดวิตกของบาร์บาทอส

อารมณ์หฤหรรษ์ในใจพลันหายไปจนหมด

แต่ทักษะที่ใช้ออกไปแล้วย่อมไม่สามารถหยุดได้จนกว่าจะถึงเวลาของมัน ริวถอนหายใจผ่านรูจมูกบ่งบอกความไม่พอใจอันใหญ่ยิ่ง ที่อยู่ในป่า เจ้าของกระสุนไรเฟิลที่ฝังอยู่ในปอดของเขานี่จะต้องเป็นเลรายไม่ผิดไปแน่นอน แต่ต่อให้แข็งแกร่งแค่ไหนก็ไม่มีทางรอดไปจากทักษะนี้ได้

ทักษะของเขาที่ได้มาจากการกลืนกินเพลิงของตะเกียงจ้าวพายุ

“ฮึ บอกให้หนีไปตั้งแต่ต้นแท้ๆ..”

ศาลาพักเท้าวิญญาณเร่

ทักษะอาณาเขตยื้อชีวิตถูกนำมาใช้อีกครั้ง พร้อมด้วยความกังวลในใจของชายหนุ่มผู้ร่ายทักษะที่เริ่มหายไป ริวหลุบตาลงก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิว “ไม่ต้องห่วงหรอกว่าเพื่อนของคุณจะตายน่ะ บาร์บาทอส ผมไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำถึงขนาดที่จะสังหารเพื่อนของคนที่ผมชอบได้ในครั้งแรกที่พบกันหรอกนะ”

แม้จะอยู่ไกล หากแต่ดยุคปีศาจลำดับที่ 6 กลับได้ยินคำพูดของริวชัดแจ๋ว “ถ้าหากยังไม่ล้มเลิกภารกิจล่ะก็ บางทีเราอาจจะได้พบกันอีกครั้งนะ แต่ผมขอบอกไว้เลยก็แล้วกัน ว่าครั้งหน้าผมจะไม่ใช้ทักษะนี้ด้วยพลังเพียง 1 ใน 6 อีกแล้ว แต่จะเป็นพลังทั้งหมด..”

ราชาจิ้งจอกขยับยิ้มเศร้าสร้อยเฉกเช่นเดียวกับรอยยิ้มอันขมขื่นของบาร์บาทอส

“จนกว่าจะถึงตอนนั้นนะ”

“อืม จนกว่าจะถึงตอนนั้น...”

ราชาจิ้งจอกสนธยาเม้มริมฝีปากเรียบก่อนจะพลิ้วกายหายออกไปจากตรงนั้นทันที ทิ้งให้เหยื่อของแมงมุมสวรรค์ได้ทนทุกข์ทรมาณในอาณาเขตยื้อชีวิต เปรียบได้กับว่าเป็นการทรมาณชั้นยอด เป็นประหนึ่งการประชดประชันจากชายหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นราชา

การประชดต่อเหล่าทวยเทพ..

สำหรับรักอันขมขื่นนี่..

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

1,284 ความคิดเห็น

  1. #857 kwang (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2555 / 21:51
    สุ้ๆน่ะคร่ะ
    #857
    0
  2. #856 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2555 / 11:16
    จะเอาแฟนเก่ามาป่วนอีกเป่านิ
    #856
    0
  3. #855 Fateจัง (@kitti741) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2555 / 00:04
    งืมๆ แค่ตัวละครเก่าๆยังค่อยๆหายไปทีละตัว
    ตัวละครใหม่ยังมีอีกเหรอเนี้ย ท่าทางจะมีมาเพิ่มเรื่อยๆนะ
    #855
    0
  4. #854 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2555 / 20:30
    หือ เอาตัวป่วนมาอีก1รึ ทีนี้มันจะยุ่งรุงรังขนาดไหนหว่า
    #854
    0
  5. #851 BlacKWinD (@black-wolf) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2555 / 08:07
    อยากอ่านต่อออออออ
    #851
    0