God Presentiment Online ภาค สงครามเทียมเทพ

ตอนที่ 42 : บทที่ 10 ต่างทวีป : เริ่มเคลื่อนไหว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,169
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    16 มี.ค. 57

บทที่ 10 ต่างทวีป
ช่วงที่สอง เริ่มเคลื่อนไหว

เกียร์ เซนโกคุ ยูโฟเรีย อาร์คาเดีย โรเซ็ตต้า อินหยาง..รายชื่อของทวีปทั้งหมดสินะเจ้าของเสียงหวานกล่าวด้วยวาจาเรียบสนิทไร้อารมณ์ เบื้องหน้าของร่างบางภายใต้ผ้าคลุมผืนหนาคือหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าใสที่กำลังเล่นคลิปวีดีโอที่ถูกบันทึกเอาไว้ในอุปกรณ์เวทมนตร์ของญาติตัวแสบผู้ทิ้งกิลด์ไปอย่างไร้เยื่อใยเมื่อไม่นานมานี้

แผนที่นั่นก็เท่าที่อัดมาได้ ถ้าเข้าไปใกล้กว่านั้นเด็กที่เรียกตัวเองว่าพระเจ้าต้องเข้ามาสอยฉันดับแน่ อันที่จริงเด็กคนนั้นก็รู้ตัวอยู่แล้วล่ะนะ นาทีที่ 11 จะเห็นได้เลยว่าหล่อนหันมามองแถมยังยิ้มให้ด้วยซ้ำบุรุษหนุ่มในชุดรัดรูปสีดำประดับประดาด้วยเครื่องเงินจุกจิกยืนนิ่งช้อนสายตามองคู่สนทนาที่นั่งอยู่ตรงข้ามในห้องประชุม

เขาคืออิศวะ ชายหนุ่มผู้เชี่ยวชาญเป็นที่สุดในการเร้นกาย สืบข่าว ลอบสังหาร รวมทั้งงานที่ไม่อาจกระทำได้อย่างเปิดเผยทุกอย่างล้วนเป็นหน้าที่ของเขา เบื้องหน้าคือบุคคลที่เขาเคารพและไว้ใจ ผู้ที่คอยช่วยเหลือเขายามลำบากและเป็นที่พึ่งได้เสมอ มัทนะพาธาหรือเริงรุ้ง อดีตดาบที่ 2 แห่งแผ่นดิน..

แล้วจอมมารนั่นล่ะ?”

อย่างที่ทราบจากในคลิป ผู้ชายคนนั้นดูเหมือนจะมีอาการเจ็บปวดจากผลกระทบของทักษะที่ใช้สลายคำสาปให้กับแวมไพร์สองตนนั่น น่าจะเป็นทักษะที่สร้างภาระสะสมให้กับร่างกายซึ่งจะแสดงผลออกมาครั้งเดียวเมื่อสะสมไว้จนถึงจุดๆหนึ่งอิศวะกล่าวก่อนจะเสมองไปยังอีกสองบุรุษที่นั่งอยู่ในห้องนี้

หนึ่งคือราห์เวีย ขุนพลมือหนึ่งฉายานามปักษาลิ้วล่องผู้ไร้พ่าย หากแต่หลังจากเสร็จสิ้นสงครามย่อยๆนี้ด้วยความพ่ายแพ้เขากลับดูหมองลงไปอย่างเห็นได้ชัด และอีกหนึ่งคือเสนาธิการเจ้าอารมณ์ที่พร้อมจะฮุบกิลด์นี้ไปได้ทุกเมื่อ

แล้วพวกนายล่ะ ตฤณ? แก้ว?”

ฝ่ายขุนพลเอกเป็นผู้ที่ถอนหายใจออกมาก่อนยามที่ได้สดับฟังคำถาม

จอมมารนรกนั่น อย่าให้เซด..สมควรแล้วที่เป็นจอมมาร ตอแยด้วยไม่ได้ดีแน่..มีทักษะที่สามารถทำให้อีกฝ่ายติดสถานะบอด ใบ้ หูหนวก พิการได้โดยปราศจากเงื่อนไข ทักษะโยนลูกเต๋าที่ขโมยของจากหน้าต่างสัมภาระของคนอื่นรวมทั้งที่ถืออยู่ไปได้อย่างหน้าด้านๆ แถมแรงนี่อย่างกับยักษ์กับมารราห์เวียร้องออกมาอย่างไม่สบอารมณ์เพราะเป็นเขาที่พลาดเองที่เก็บดาบคู่ชีพเอาไว้ในหน้าต่างสัมภาระแทนที่จะเป็นมิติดารา แถมอาวุธก็มีตั้งมากตั้งมายดันเอาไปถูกชิ้นอีกต่างหาก

ก็ไม่ได้มีอะไรมากซักเท่าไหร่ ฉันไม่ได้ปะทะกับจอมมารเหมือนเธอหรือไอ้ตฤณ แค่ฉะกับไอ้รัดเกล้าก็จวนเจียนจะม่องแล้ว พอมาเจอทิวไผ่ไม้ไหวเข้ามาแทรกอีกก็ปิดทางชนะไปได้เลย อุตส่าห์ยอมตายเพื่อใช้สกิลเรียกเฟนริร์แล้วยังทำอะไรมันไม่ได้ แถมยังถูกทิวไผ่ฯขโมยเฟนริร์ไปอีก บัดซบชีวิตที่สุด..

แก้วตาดูแปลกใจที่มัทนะพาธาดูจะไม่ได้ใส่ใจกับการกระทำของเขามากนัก ทั้งที่ข่าวว่าเขาจะฮุบกิลด์ถูกแพร่งพรายออกไปยังกลุ่มของผู้เล่นที่เข้าข้างมัทนะพาธาด้วยแล้ว เจ้าตัวเองก็น่าจะรู้ น่าจะสั่งลอบฆ่าเขาแล้วไล่ออกจากกิลด์ตามกฎที่ตั้งไว้ด้วยซ้ำ..

เฮ้อ จากที่ให้อิศวะติดตามการเคลื่อนไหวของรัดเกล้าหลังจากออกกิลด์ไปแล้วก็ได้เรื่องมาไม่มาก รู้เพียงแค่ว่ามันสมรู้ร่วมคิดทำอะไรกับนิ อดีตคนของกาฬสิงหะ ดอดไปมาด้วยกันเกือบทั่วทั้งทวีป ตามหาสิ่งก่อสร้างและโบราณสถานแบบเดียวกับปราสาทนั่น.. ฉันยืนยันข้อมูลจากทั้งชิโรโกะและนูเอะแล้ว มันเป็นสถานที่ปิดผนึกเผ่าพันธุ์แบบเดียวกับแวมไพร์เอาไว้สาวเจ้ากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงละเหี่ยใจ ช่วงเวลาไม่นานหลังจากจอมมารประกาศตัวที่เหมืองมิธริล ดูเหมือนว่าออสเทียจะเป็นสถานที่ซึ่งอยู่บนฝ่ามือของเขาก็ไม่ปาน มีขุมกำลังผู้เล่นที่เก่งฉกาจชนิดที่ว่าทุกคนอยู่ใน 20 ลำดับยอดฝีมือทั้งนั้น

ทางฝ่ายนั้นมีทั้งลัลลาบาย ลินเบลล์ รัดเกล้าอนาวิล ทิวไผ่ไม้ไหว นิรนามร้อยฝัน เด็กที่เรียกตัวเองว่าพระเจ้าคนนั้น อสูรติดตามเผ่าปีศาจเงาของจอมมาร แล้วยังพวกแวมไพร์อีก..จากที่อิศวะลอบอัดมาได้ แวมไพร์สองคนนั่นคอนเฟิร์มชัวร์แล้วว่าคือแลนเซล็อทกับซิกฟรีด บริจิดและอบิเกลก็ระดับไม่ใช่น้อย และที่ยังไม่แน่ใจเลยก็คือว่าพวกนี้มีซากุระยาชิกิหนุนหลังอยู่ด้วยหรือไม่? จะทำอะไรตอนนี้ก็ต้องคิดให้ดีล่ะนะ ถึงพวกนั้นจะไม่มีกำลังพลอื่นนอกจากแวมไพร์ แต่เพียงแค่คนพวกนั้นแค่คนเดียวก็เทียบเท่ากับระดับ 80 เป็นสิบๆคนแล้ว ยิ่งเป็นกองทัพตุ๊กตาของลินเบลล์ด้วยแล้ว..ราห์เวียว่าพร้อมกับกอดอกเท้าคางพลางนึกไปถึงสาวเจ้าที่ปะทะฝีมือกันเล็กน้อยเมื่อคราก่อน สาวช่างทำตุ๊กตาผู้ติดโผอันดับผู้เล่นอยู่ในตำแหน่งที่ 4 เป็นรองเพียงจันทร์เจ้าและนิสเท่านั้น

ทางเราคงต้องติดต่อขอความร่วมมือจากขั้วอำนาจอื่นจนได้ล่ะนะ

แต่ถ้าทำแบบนั้นก็ไม่เท่ากับว่าแจ้งเป้าหมายของเราไปให้พวกนั้นทราบหรอกหรือ? ถึงยังไงเราก็ยังเป็นหนึ่งในขั้วอำนาจทั้งหกของออสเทียในตอนนี้ เป็นศัตรู..แก้วตาที่ดูจะเยือกเย็นลงเล็กน้อยกล่าวออกมาฟังดูสมกับที่เป็นเสนาธิการกองกำลังใหญ่ ในตอนนี้ความคิดที่จะฮุบมัทนะพาธาหายไปจากหัวเรียบร้อยแล้ว..วิธีการปกป้องคนที่เขารักในตอนนี้เปลี่ยนแปลงไปเรียบร้อยแล้ว ปีศาจจอมตะกละเสมองมัทนะพาธาเพียงเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้าไหวๆ

แต่ถ้าไม่ทำเราก็คงเอาอะไรกับจอมมารไม่ได้ ตอนนี้กำลังพลและกำลังทรัพย์ของมันมีมากพอที่จะประกาศตัวเป็นขั้วอำนาจที่เจ็ดได้เลยด้วยซ้ำ ถึงจะมีแต่แวมไพร์..แต่ระดับของพวกมันก็สูงใช่เล่น ถึงจะอ่อนแรงยามกลางวัน แต่พวกหัวหมอเกรียนๆอย่างรัดเกล้าฯ ลัลลาบาย และนิรนามฯก็ต้องหาอะไรมาซิกแซ็กได้อยู่ดี..มัทนะพาธาที่ได้ยินดังนั้นก็โบกมือเรียกเอาหน้าต่างสื่อสารขึ้นมา

ฉันจะถือว่าพวกนายจะพูดแทนลูกน้องของพวกนายล่ะนะ แก้วตา ราห์เวีย อิศวะ ฉันขอคำตอบ..

ร่วมมือ/ตกลง/ตามประสงค์บุรุษหนุ่มทั้งสามกล่าวออกมาด้วยวาจาแน่วแน่ ในขณะเดียวกันรอยยิ้มของจอมนางสาวผู้เป็นผู้นำแห่งมัทนาทมิฬก็เผยออกมา

//ตราบฟ้ารุ่ง กาฬสิงหะ วนาพงไพร กรีดไพเรทและนภาคะนึงชาดพร้อมจะร่วมกับมัทนาทมิฬเสมอเมื่อยื่นคำร้อง! พวกเราเองก็รับรู้เรื่องราวมาจากสายข่าวของพวกเราแล้ว คงจะนิ่งเฉยวิ่งเต้นบนฝ่ามือของจอมมารคนเก่งไม่ได้ล่ะนะ// น้ำเสียงห้าวหาญดังออกมาจากหน้าต่างสนทนาตรงหน้าของสาวเจ้า หน้าต่างทั้งหมดถูกแยกออกเป็น 5 บานและส่งออกไปไกลพร้อมทั้งขยายขนาดให้ผู้คนทั้งห้องประชุมได้ทราบกันถ้วนหน้า บุคคลที่กล่าวมาคนแรกคือ สันโดษพลัดถิ่น ผู้เป็นหัวหน้าและผู้ก่อตั้งของตราบฟ้ารุ่งและผู้รั้งตำแหน่งยอดฝีมือลำดับที่ 5!

//เหอะ! ฉันไม่ได้บอกหรอกนะว่าจะร่วมด้วย แต่ถ้าแค่ให้ความร่วมมือเล็กๆน้อยๆ มันก็คงพอแล้วมั้ง หืม?//เสียงเข้มฟังดูองอาจจากบุรุษหนุ่มผู้สวมเกราะเบาสีดำที่คาดว่าน่าจะทำมาจากสัตว์อสูรชนิดใดไม่ก็ชนิดหนึ่งที่ถูกจัดว่าเป็นอันตรายอย่างมังกรหรือไม่ก็ปีศาจ ผู้เล่นอันดับหนึ่ง จันทร์เจ้า หัวหน้าคนปัจจุบันของกาฬสิงหะ!

//สวัสดีคร้าบพี่รุ้ง เสียใจเรื่องตำแหน่งที่ถูกหน้าใหม่ตบไปด้วยนะคร้าบ หวังว่าจะเอาคืนมาได้นะ!//คำพูดของเด็กหนุ่มผู้นี้ทำเอาหัวหน้าของพวกเขาต้องส่ายศีรษะด้วยความเอือมระอา หัวหน้าคนปัจจุบันของวนาพงไพร คนธรรพ์แห่งป่าสวรรค์แดนใต้ รัตนะกินนร ผู้รั้งอันดับ 17 จากลำดับยอดฝีมือด้วยอายุเพียง 14 ปี!

//ฮ่าๆๆ มัทนะพาธา เสียท่าให้ผู้เล่นใหม่ได้ก็ต้องยอมรับเลยนะว่าไอ้หนูจอมมารนั่นมันโหดจริง ถึงกับจัดการเธอที่มีพวกพ้องเป็นปีศาจต่างๆนานาได้ นับถือๆ//เสียงห้าวใหญ่มาพร้อมกับเสียงหัวเราะดังกึกก้อง สมญานามฉลามปีศาจ เจ้าของร่างใหญ่บึกบึนและผิวสีดำแดงดั่งผู้เชี่ยวชาญการล่องเรือในทะเลอันแสนโหดร้าย นิส แห่งกรีดไพเรทผู้รั้งตำแหน่งอันดับ 3 แห่งลำดับยอดฝีมือ!

//ถ้าลินเบลล์มีเอี่ยว ฉันเอาด้วย//ถ้อยคำสั้นๆจากบุรุษหนุ่มผู้แต่งตัวปิดหน้าปิดตาหากแต่นัยน์ตาสีแดงสุกปลั่งนั่นฉาวแวววาวโรจน์ออกมาอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มผู้ถนัดและเชี่ยวชาญการล่าสังหาร เจ้าของความเร็วอันดับหนึ่งแห่งออสเทียผู้ใช้เลือดเป็นอาวุธ มือสังหารอันดับหนึ่งและผู้ก่อตั้งแห่งนภาคะนึงชาด คุเรไน อสูรเงาชโลมเลือด ผู้รั้งตำแหน่งดาบที่ 9 แห่งแผ่นดินในอันดับยอดฝีมือ!

ฉันจะถือว่านั่นคือคำตกลงของพวกนายล่ะนะ

 

 

วอล์ค..พี่รักเรานะ เป็น..แฟนกับพี่นะ?”ถ้อยคำนั่นทำให้สาวน้อยเจ้าของชื่อจำต้องหน้าแดงซ่านลามไปถึงหู นัยน์ตาสีทองหรี่ลงเล็กน้อยก่อนจะปิดลงในที่สุดพร้อมด้วยรอยยิ้มหวานของเธอผู้มีความสุข เธอต้องการจะรับฟังคำพูดนี้จากปากเขามากที่สุด ต่อให้ไม่ใช่ประโยคนี้..เธอเพียงขอให้มันมีใจความทำนองนี้ แฝงนัยไว้กับเนื้อความบ่งชี้ว่าเขารักเธอมากกว่าพี่น้อง บ่งบอกว่าเขามองเธอเป็นผู้หญิงคนหนึ่งไม่ใช่ผู้ที่สืบสายเลือดเดียวกัน หัวใจพองโตราวกับไม่เคยเป็นมาก่อน เธอพร้อมจะรับสัมผัสนั่นจากเขา ริมฝีปากบางอิ่มสีธรรมชาติของสาวเจ้าเผยอขึ้นเล็กน้อยเตรียมรับสัมผัสจากพี่ชายผู้เป็นที่รักของเธอยิ่ง

ถ้าเขาพูดแบบนั้นได้ก็คงดี..สาวเจ้าคิดก่อนจะปรือตาขึ้นมองตุ๊กตายัดนุ่นตัวน้อยที่เธอจงใจทำมันขึ้นมาให้เหมือนเขามากที่สุดเท่าที่ทักษะการตัดเย็บของเธอจะทำได้ ลูกแก้วสีทองสุกใสสองลูกที่ถูกนำมาแทนตาของตุ๊กตานั่นกำกับมนตร์ภาพหลอนเอาไว้ มันให้ความรู้สึกว่าตุ๊กตานี้คือรันกับใครก็ตามที่จับจ้องมัน เธออายตุ๊กตาตัวน้อยจนสีเลือดฝาดนั่นเริ่มลุกลามลงไปยังลำคอระหง หูเสือที่ชูชันท่ามกลางเรือนผมนุ่มลู่ลงไปถนัดตาพร้อมกับหางเองที่มีปฏิกิริยาเช่นเดียวกัน น่าอายจริงที่เธอต้องมาพูดเองเออเองแบบนี้

ตุ๊กตาตัวน้อยถูกนำเข้ามาแนบอกทันทีพร้อมกับหยาดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาคลอหน่วย เธอรักเขา เธอคิดถึงเขา เธออยากอยู่กับเขา เธออยากครอบครองเขาเอาไว้คนเดียว ใครจะว่าเธอเห็นแก่ตัวก็ช่าง ใครจะว่าเธอผิดศีลธรรมก็ช่าง ใครจะเอาอะไรมาขู่ให้เธอเลิกชอบเขาก็ช่าง เขาเป็นพี่ชายและเป็นคนที่เธอรักมากที่สุดในสามโลก มากกว่าบิดาและมารดาของเธอและเขาเลยด้วยซ้ำ

หลายปีที่เธอกับเขาไม่ได้พบกัน มันเป็นช่วงเวลาที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับเธอที่เขาเริ่มที่จะตีตัวออกห่าง ไม่ว่าจะเกิดอะไรหรือเธอจะเป็นยังไงใครจะสน เธอยังคงพยายามแอบไปหาเขาเท่าที่ตนเองจะทำได้ ถึงเขาจะไม่ยอมพูดคุยโต้ตอบกับเธอดีๆก็ตามที แต่ขอเพียงให้เธอรู้สึกถึงเขาที่อยู่หลังบานประตูนั่นก็เพียงพอแล้ว

จนวันนั้นที่ประธานบริษัทค่ายเพลงที่เธอสังกัดอยู่กำหนดโจทย์มา ให้เธอร้องเพลงภาษาต่างประเทศที่เธอต้องแต่งเองในคอนเสิร์ตใหญ่ที่เธอจะผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด คอนเสิร์ตใหญ่และเป็นคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกของเธอ เธอรู้มาบ้างว่าเขาเก่งเรื่องภาษาก็ลองรวบรวมความกล้าเขียนขอความช่วยเหลือเขาไปกลายๆไม่ให้เขารู้ว่าเรื่องอะไร เธอไม่ได้หวังซักนิดว่าเขาจะมาหรือไม่ทั้งที่ในใจจะเฝ้ารอให้เขาเปิดประตูบานนั้นเข้ามาก็ตามที

แต่เขามา เธอดีใจจนแทบสิ้นสติ..สัมผัสอบอุ่นจากอ้อมกอดของเขาที่เธอร้างหายไปนานแสนนาน เขาช่วยเธอแต่งเพลงที่เธอจะต้องใช้ร้อง แต่มันไม่ทันที่ท่อนสุดท้ายซึ่งเธอจำต้องขึ้นเวที เวลาผ่านไปนานจนเธอโกรธตัวเอง โกรธที่เธอจำท่อนที่เขาแต่งให้ไม่ได้จนแทบจะร้องไห้อยู่บนเวทีต่อหน้าผู้ชมเป็นหมื่นเป็นแสน แต่เธอจำเป็นต้องร้อง..และเขาก็ช่วยชีวิตเธอเอาไว้ในวันนั้น ประสบการณ์แรกที่เธอไม่อยากจะลืมมันลงไป ครั้งแรกที่เธอร้องเพลงคู่ แถมยังได้ร้องคู่กับคนที่เธอรักมากที่สุดเสียด้วย

หลังจากนั้นชะตากรรมของเธอก็ไม่ได้ดีซักเท่าไหร่เนื่องจากโดนคุณแม่ที่เคารพรักตวาดเสียเข้าให้ เค้นคอจนเธอต้องยอมสารภาพว่าเธอแอบไปหารันอยู่บ่อยๆ และแน่นอนคุณแม่ของเธอซึ่งเกลียดพ่อของเธอยิ่งกว่าอะไรก็เตรียมพร้อมที่จะพารันมาอยู่ด้วยทันทีในวันรุ่งขึ้น เธอดีใจจนแทบบ้าอยู่แล้วเชียวยามที่ได้ยินคำบอกของมารดา เช้าวันต่อมาเธอกับแม่ก็ถึงที่หมาย สาวเจ้าเลือกที่จะปล่อยให้บิดาและมารดาของตนมีปากเสียงกันไปและฉวยโอกาสขึ้นไปหาเขาถึงห้องด้วยความคิดถึงทั้งๆที่ผ่านไปไม่ถึงวันด้วยซ้ำ

สีหน้าตกใจของเขาตอนนั้นตลกที่สุดจนเธออดเสียใจไม่ได้ที่ไม่ได้ถ่ายรูปเก็บเอาไว้ เธอบอกเรื่องราวทั้งหมดกับเขา พี่ชายคนเก่งของเธอก็หุนหันพลันแล่นตรงออกจากห้องไปจนเธอทำอะไรไม่ถูก และเพียงชั่วครู่เสียงตวาดของเขาก็ดังมาให้ได้ยินแว่วๆครั้นจะให้เธอตามลงไปก็ไม่กล้า และพอเมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะออกจากห้องลงไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ขณะที่เธอจะลุกออกจาเตียงของเขานั้นเองเขาก็เปิดประตูผลุบเข้ามา

ยังไม่ทันที่เธอจะเรียกชื่อเขาได้จบดีเขากลับดึงข้อมือเธอไปกดไว้กับผนังประตู เจ็บจนแทบกระอัก แต่สีหน้าและแววตาของเขาทำให้เธอชะงัก เพียงเธอปล่อยโอกาสเขาก็จู่โจมเธอ รุกเธอหนัก จูบ กอด เธออยากให้มันเป็นไปมากกว่านั้น มันผิดเหรอ? ถ้าเขายอมเธอพร้อมจะขึ้นเตียงกับเขาเสียด้วยซ้ำ!

แต่แล้วการกระทำของเขาทำให้เธอผิดหวังและเจ็บปวดจนน้ำตาเล็ด..

การกระทำทั้งหมดของเขาที่เธออยากให้เป็นเรื่องจริงและสานต่อจากนั้นไปเรื่อยๆมันกลับกลายเป็นเพียงละครฉากหนึ่งที่เธอถูกเขาบังคับให้เล่นด้วยเท่านั้น มันก็เป็นเพียงแค่ละครที่เธอเกลียดและอยากให้มันกลับกลายเป็นเรื่องจริง!

วันต่อมาเธอได้รู้ว่าพี่ชายของเธอออดิชันเป็นนักร้องนำผ่านไปเรียบร้อยด้วยคำบอกจากลุงยศผู้เป็นเจ้าของค่ายเพลง เธอรีบเคลียร์คิวงานทั้งหมดในช่วงเย็นและกลางคืนทันทีเมื่อได้ยินจากมารดาแล้วว่าเขาพักอยู่ที่คอนโดเก่าที่เธอไม่ได้ใช้ แถมยังทราบมาอีกว่ารันถูกทำเรื่องย้ายโรงเรียนเรียบร้อยแล้วแถมยังเป็นโรงเรียนเดียวกับเธอเสียด้วย และเมื่อยามเย็นมาถึงเธอก็ต้อนรับเขาด้วยจูบอันเร่าร้อน!

และคืนนั้นเองที่เธอได้รับรู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของศัตรูหัวใจถึงสองคน!

เขามีสเสน่ห์..เธอรู้ดี เพราะเธอเองก็ยังหลงเสน่ห์ของเขา และพอมาคิดถึงเรื่องเก่าๆมันก็พลอยให้เธอคิดถึงไออุ่นของเขาขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ รสสัมผัสจากริมฝีปากของเขา กลิ่นกายของเขา อุณหภูมิที่พอเหมาะยามที่กอดเธอ มือใหญ่ที่ลูบหัวเธอ หลังจากเข้ามาในเกมก็ทำให้เธอได้รู้ว่าศัตรูหัวใจของเธอนั้นไม่ได้มีแค่สองคน ลาสโลว์อีก โคลอี้ด้วย..อบิเกล? บริจิด? เยอะเกินไปจนเธอเริ่มรู้สึกเหมือนว่าเขาตีตัวออกห่าง แล้วเมื่อได้ยินว่าเขาจะไปทวีปเกียร์เธอก็พูดอะไรไม่ออก ได้แต่นิ่งเงียบฟังบทสนทนาของพวกเขาและมารู้สึกตัวอีกทียามที่ได้ยินเสียงไอของเขา

และโคลอี้ก็ทำคะแนนนำไปอีกจนได้..

เธออยากจะบอกเขาเหลือเกินว่าการเป็นน้องที่ดีนี่มันเหนื่อยแค่ไหน การเล่นละครชีวิตที่ต้องสวมหน้ากากเกือบตลอดเวลานี่มันเหนื่อยแค่ไหน อยากให้พี่ชายแสนงี่เง่าที่เธอรักมากกว่าใครในโลกนี้รับรู้ไว้ว่าเธอรักเขามากแค่ไหน เธอไม่อยากให้เขาเจ็บปวดเพราะใครอีกแล้ว..

เบื่อหรือแม่หญิง? หรือว่าคิดถึงเขา? ตุ๊กตานั่น..ข้าว่าน่าจะเป็นประการหลังเสียมากกว่ากระมัง?”ทันทีที่เธอหันไปมองตามต้นเสียงก็ต้องพบกับรอยยิ้มหวานของไนท์สโนว์ดรอปหรือไนท์แลนเซล็อทที่ชอบฝากรอยเขี้ยวเอาไว้บนต้นคอของเธอ วอล์คยิ้มบางๆตอบกลับไปก่อนจะหันกลับไปมองผืนป่าเบื้องล่างเช่นเดิม เธออยู่บนระเบียงของห้องพักชั่วคราวที่ปราสาทแวมไพร์นี่ เธอคงจะต่อว่าแวมไพร์สาวไม่ได้ว่ารุกล้ำเข้ามาโดยไม่ขออนุญาต อย่างไรเสียไนท์สโนว์ดรอปก็เป็นเจ้าบ้าน เจ้าหล่อนจะไปไหนมาไหนไม่เห็นจำเป็นต้องขอ..

ก็นิดหน่อยน่ะ แล้วก็เป็นห่วงด้วยว่าเขาจะปลอดภัยหรือเปล่า?”

แล้วทำไมท่านถึงไม่ลองไปคุยกับร่างแยกที่เขาทิ้งไว้ดูเล่า อาจจะได้เรื่องได้ราวอะไรบ้างก็ได้นะแม่หญิง?”คำพูดของไนท์สาวเรียกได้เพียงรอยยิ้มเศร้าและการส่ายศีรษะของวอล์คมาเป็นคำตอบ

เขากำลังฝึกใช้พลังอยู่นี่ ฉันไม่อยากไปกวนหรอก..คำตอบของสมิงสาวทำเอาไนท์สโนว์ดรอปอดยิ้มออกมาไม่ได้ แสมไพร์สาวตัดสินใจเดินเข้าไปเท้าแขนชมวิวทิวทัศน์ด้านข้างเธอแทนที่จะสานต่อบทสนทนาจนวอล์คต้องอดสงสัยไม่ได้ว่าเจ้าหล่อนมีธุระอะไร

มีอะไรเหรอ?”

ข้าชักเริ่มอิจฉาชายหนุ่มผู้มีสาวน้อยน่ารักคอยห่วงใยเสียแล้วสิ ถึงแม้ยามที่ข้ายังไม่ได้ละนามอัศวินนั้นทิ้งไปข้าจะเคยมีความรักอยู่บ้างข้าก็ยังทำไม่ได้อย่างท่านเลยแม่หญิง ท่านกล้าหาญและเข้มแข็งมากที่อดทนได้ขนาดนี้ ถึงข้าจะไมรู้ว่าท่านเจออะไรมาบ้างแต่สีหน้าของท่านยามที่หลั่งน้ำตาเมื่อครู่นั้นบอกได้เลยว่าท่านเจ็บปวดแค่ไหนวอล์คพลันเลิกคิ้วฉงน เธอร้องไห้หรือ? สมิงสาวคิดได้พลางยกมือขึ้นลูบที่หางตาก่อนจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกชื้นแฉะจริงอย่างที่แวมไพร์สาวว่าเอาไว้

ยามที่ท่านหลั่งน้ำตา..มันงดงามราวกับภาพวาดของเทพธิดา น้ำตาของท่านสวยงามมากท่านรู้ไหม..ว่ากันว่าน้ำตาของเงือกมีคุณสมบัติชั้นยอดสำหรับเป็นตัวยา ว่ากันว่าน้ำตาของสตรีหิมะยามที่หลั่งออกมาจะกลับกลายเป็นเพชรน้ำงาม แต่ข้าว่าน้ำตาของท่านถึงแม้มันจะไม่มีคุณสมบัติหรือคุณค่าอะไรข้าก็ยังปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันสวยงามจริงๆ อา..อย่าถือสากันเลยแม่หญิง ข้ามันก็แค่อัศวินอาภัพรัก..จะเพ้ออะไรบ้างมันก็เรื่องธรรมชาติน่ะนะแวมไพร์สาวโบกมือไหวๆพร้อมกับเกาแก้มแก้เก้อก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อเห็นอีกฝ่ายอมยิ้ม

แล้วนี่มีอะไรหรือคะคุณอัศวินผู้อาภัพรัก?”วอล์คกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม

อันที่จริงข้าก็เสร็จกิจของข้าแล้วนะ เห็นว่าแม่หญิงไม่ยิ้มเลยมันก็รบกวนจิตใจข้านิดหน่อยก็เลยมาคุยกับท่าน แต่ทีนี้ท่านยิ้มได้ข้าก็หมดห่วงแล้วล่ะไนท์สโนว์ดรอปยิ้มน้อยๆพลางเหม่อมองดวงหน้าหวานของอีกฝ่ายที่ขยับแขนขาตุ๊กตาตัวน้อยเล่นอารมณ์ดี นานเท่าไหร่แล้วที่เธอไม่ได้คุยกับอิสตรีใดที่มีความรู้สึกเช่นเดียวกันกับเธอ พอได้มาคุยอย่างเปิดอกแล้วค่อยรู้สึกดีขึ้นมานิด ถึงจะเป็นเธอฝ่ายเดียวที่คอยคารมคำคมคำหวานให้แม่หญิงคนนี้อารมณ์ดีขึ้นมาก็เถอะ

แล้วลาสโลว์ล่ะ? เห็นว่าร่างแยกของพี่รันปล่อยไว้ข้างนอกเพราะไม่อยากให้รบกวนการฝึก แต่ว่าแวมไพร์ไม่ชอบเผ่าพันธุ์ของลาสโลว์ไม่ใช่หรือ?”ไนท์สาวแค่นยิ้มก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ

เมื่อก่อนตอนที่นายหญิงเพิ่งรวบรวมกำลังพลได้ไม่มากและกำลังตั้งอาณาจักรขึ้นก็ถูกปีศาจเงาเข้าจู่โจม แล้วยิ่งเป็นพวกเราที่หันหลังให้พระเจ้าด้วยแล้วศาสนจักรในยามนั้นต่อให้ใช้วิธีใดก็ต้องกำจัดให้ได้ และปีศาจเงาเองก็เป็นศัตรูของเราอยู่แล้ว พวกศาสนจักรเลยใช้โอกาสนี้เสี้ยมให้พวกมันเข้าจู่โจมพวกเรา อันที่จริงนางก็คงไม่รู้หรอกว่าความแค้นมันมีกันแต่ชาติปางไหน..แต่ทว่าเลือดในกายมันกลับเดือดพล่านเวลาพบปะซึ่งกันและกัน จากนั้นท่านก็คงจะพอเข้าใจนะแม่หญิง จะว่าไปแล้วตอนนี้นางก็คงอยู่กับแบล็คเบลล์กระมัง..คงกำลังคุยกันอยู่อย่างถูกคอวอล์คที่ได้ยินดังนั้นก็ได้แต่คลี่ยิ้มบางๆด้วยยังไว้เชิงเป็นห่วงคู่แข่งคนสำคัญกลายๆก่อนจะหันไปมองไนท์สาวด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย

แล้วเธอล่ะ? ไม่หิวหรือ..นี่ก็เที่ยงแล้วนะ?”สมิงสาวยิ้มกริ่มว่าพลางใช้นิ้วเกี่ยวคอเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ใส่อยู่ลงเผยรอยตราสีแดงที่ตำหนิต้นคอสีขาวผ่องให้หมองหม่น ไนท์สาวเองที่ได้เห็นมันก็ต้องหลุบตาลงต่ำพร้อมด้วยสีหน้าที่หมองลงไปพอกัน วอล์คที่เห็นว่าผลของการแกล้งไม่ได้เป็นไปตามที่ตนคิดก็เหวอขึ้นมาทันที

อะ..เอ่อ ฉันไม่ได้จะ..

ข้าต้องขอโทษแม่หญิงจริงๆที่ทำให้ท่านต้องจมปลักอยู่กับข้า..

จมปลัก? เข้าใจใช้คำนะ..ตอนนี้เราก็เกี่ยวพันกันแบบที่ต่างฝ่ายต่างขาดกันและกันไม่ได้ ทำไมเราไม่ลองทำสัญญากันดูล่ะ ก็อยู่ด้วยกันไปเลย...อะไรทำนองนั้น ฉันว่าบริจิดคงไม่ว่าอะไรหรอก ก็ในเมื่อตราทาสนี่มันก็ปรากฏขึ้นมาแล้ว..วอล์คตอนนี้กำลังเล่นละครให้เหมือนสาวน้อยกำลังสารภาพรักอย่างเต็มที่ แน่นอน..เล่นละคร! ถ้าเธอไม่ทำอะไรจะทำให้ไนท์ขี้กังวลคนนี้อารมณ์ดีขึ้นกัน

ขะ..ข้าว่ามันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ อีกอย่าง..ท่านเป็นสาวเป็นนางนะแม่หญิง กับอัศวินอย่างข้า..

อะไรกัน? พูดอย่างกับว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิง..ทีนี้ สัญญาได้รึเปล่าว่าจะคอยปกป้องฉัน?”เธอเองก็ไม่รู้หรอกนะว่าการทำสัญญาเป็นผู้ติดตามเขาทำกันยังไง แต่เกี่ยวก้อยสัญญาแบบนี้น่าจะได้อยู่..มั้ง? ไนท์สโนว์ดรอปที่เห็นสมิงสาวยื่นนิ้วก้อยออกมาด้วยสีหน้าเกร็งๆก็คลี่ยิ้มและคลายปมคิ้วที่ขมวดแน่นอยู่ออกก่อนจะยื่นนิ้วก้อยไปเกี่ยวไว้ทันที

รับบัญชา แม่หญิง

 

 

เจ้าพวกนั้น..จะหวานกันมันก็ดีหรอกนะ แต่..สมิงกับแวมไพร์เนี่ยนะ?”สาวเสียงใสกล่าวเลื่อนลอยขณะห้อยต่องแต่งอยู่บนชะง่อนหินสีดำทะมึนที่ยื่นออกมาจากระเบียงชั้นบนเยื้องกับที่ๆวอล์คและไนท์สาวอยู่ไปไม่ไกลนัก ลาสโลว์ในชุดรุ่มร่ามสีดำเสตามองหญิงสาวอีกหนึ่งนางซึ่งถูกขนานนามว่าแวมไพร์กำลังยิ้มหวานส่งตรงมาถึงเธอ บิชอปแบล็คเบลล์บัดนี้คอนดาบสีดำเรียบเล่มโตเดินตรงมาที่เธอด้วยท่าทางอารมณ์ดี

อย่าเอาแต่บ่นสิจ๊ะ!

ถึงจะขอเองว่าให้ช่วยฝึกกำลังกายให้กลับมาเหมือนเดิม แต่ว่าไอ้การไล่อัดกันนี่มันนับเป็นการฝึกด้วยเรอะ!?”ปีศาจเงาสาวรวบพัดในมือเข้ารับดาบใหญ่ที่จู่โจมมาอย่างกระชั้นชิดก่อนจะยกขาเกี่ยวกับขอบระเบียงและเหวี่ยงตัวเองขึ้นไปจากจุดอันตรายที่พร้อมจะส่งเธอตกลงไปแหลกกองกับพื้นหญ้านุ่มๆข้าล่างนั่น

ต่อให้ตอนนี้เจ้าไม่ใช้มนตร์เสริมสภาพเจ้าก็น่าจะหนีข้าได้อยู่แล้วนี่ แต่จะสู้กลับล่ะก็..เวลาครึ่งวันที่ผ่านมานี่ร่างกายของเจ้ายังไม่แข็งแกร่งพอหรอกนะ ปีศาจเงาที่ข้าเคยต่อสู้มาต่อให้มันไม่ใช้มนตร์มันก็ยังพอสูสีกับข้า!มือเรียวเอื้อมขึ้นคว้าจับข้อเท้าของลาสโลว์ก่อนจะเหวี่ยงเจ้าตัวลงมาติดพื้น ผิดกับเจ้า!!!

ลาสโลว์กลั้นใจฝืนความเจ็บยันกายขึ้นถอยออกห่างสร้างระยะทันที มือทั้งสองไม่ว่างเผล่าคลี่พัดคู่ออกโบกสะบัดไปด้านหน้าซัดเข็มเล็มใหญ่สีดำออกไปโจมตี บิชอปแบล็คเบลล์ยกดาบใหญ่ขึ้นต่างโล่ก่อนจะถลันตัวตามมาติดๆอย่างไม่ลดละ

ปีศาจสาวกัดฟันกรอดผนึกเวทมนตร์ทั่วร่างทุ่มสมาธิจิตไปที่การเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย นัยน์ตาสีดำสนิทจับจ้องที่เท้าของแบล็คเบลล์สลับกับดาบในมือของคนที่เข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเห็นว่าพื้นที่มีจำกัดและด้านหลังของตนก็เหลืออีกไม่มากกว่าจะชิดกำแพง ทาสรับใช้จอมมารกำมะลอจึงเปลี่ยนวิธีคิดย่อกายพุ่งเข้าปะทะกับแวมไพร์สาวทันที ฝ่ายแบล็คเบลล์ที่เห็นเป็นเช่นนั้นก็ต้องคลี่ยิ้มและอาศัยหลักคานงัดส่งดาบใหญ่ขึ้นไปลอยค้างกลางอากาศเตรียมบดร่างของอริแห่งเผ่าพันธุ์ให้แหลกเหลวเป็นวุ้นเลือด

หากแต่ปีศาจเงาผู้เป็นถึงอดีตยักษ์อัสนีก็ไม่ได้ง่ายถึงเพียงนั้น ฉับพลันที่ดาบใหญ่เหวี่ยงลงมาด้วยเรี่ยวแรงมหาศาลของแวมไพร์บวกด้วยน้ำหนักของดาบ ปลายพัดในมือขวายกขึ้นเบี่ยงมันออกไปพร้อมกับเท้าซ้ายก้าวเข้าไปขัดขาของอีกฝ่าย บิชอปที่เห็นอีกฝ่ายทำเช่นนั้นก็ไม่ได้ตระหนกแต่งอย่างใด เจ้าหล่อนกลับปล่อยดาบทิ้งและคว้าคอเสื้อของอีกฝ่ายหมายจะพลิกให้ลาสโลว์เป็นฝ่ายล้มลงไปแทน

ฮ่าๆๆๆ ก็เท่านั้นล่ะน่าตอนนี้กลับกลายเป็นว่าบิชอปแบล็คเบลล์กำลังนั่งคร่อมลาสโลว์เอาไว้พร้อมกับชัยชนะในกำมือ ในมือ...ที่กำลังขยำหน้าอกของอีกฝ่ายอยู่โดยไม่รู้ตัว! ปีศาจสาวที่อยู่ด้านใต้เริ่มหน้าขึ้นสีแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะว่ากล้ามเนื้อทั่วตัวมันร้องลั่นทรยศร่างกายของเธอไปจนหมดสิ้น

ลุกเดี๋ยวนี้เลยนะ..จากที่สำลักอากาศอยู่นานจนต้องไอตัวโยนลาสโลว์ก็ได้พูดออกไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่าจากอาการจุกเพราะถูกทุ่ม

หา? นี่ขอกันแบบนี้เรอะ!?”

บิชอป..เสียงเรียกจากที่บริเวณหน้าห้องเรียกความสนใจจากคนถูกเรียกไปได้ทั้งหมด และที่เห็นคือบริจิดซึ่งกำลังยืนกอดอกนิ่งมองตรงมาที่เธอ บิชอปแบล็คเบลล์หันขวับไปมองรอบด้านที่บัดนี้ไม่เหลือเค้าเดิมของห้องนั่งเล่นย่อยสำหรับรองรับแขกเลยแม้แต่น้อยจึงต้องรีบออกตัว

อ่า นายหญิง เรากำลังซ้อมกันไง..ฝึกฝีมือน่ะ แล้วมันก็เอ่อ..เพลินไปนิดก็เลย...

บิชอป..ที่มือน่ะ มือ..บริจิดกล่าวพร้อมกับอมยิ้มน้อยๆ

มือ?”เมื่อถูกกระตุ้นเจ้าตัวเลยเผลอออกแรงบีบที่มือไปโดยไม่รู้ตัว และสัมผัสแปลกประหลาดก็ทำให้แวมไพร์สาวฉงนจนต้องลอบเหลือบลงมองผู้ที่อยู่ด้านใต้อย่างรวดเร็วที่บัดนี้หน้าแดงซ่าน ไม่ใช่เพราะความอายแต่เป็นเพราะความโกรธอย่างแน่นอน

จะปล่อยได้รึยัง...

เอ่อ ข้า..ข้าไม่ได้ตั้งใจจะขยำเจ้าแรงแบบนั้นนะ อันที่จริงมันก็เหมาะมือกำลังดีอีกอย่าง..ของเจ้ามันก็นิ่มมากเลยน่ะ อ่อก! นี่เจ้าต่อยข้าทำไมเนี่ย! ผู้หญิงเหมือนกันมันไม่เสียหายอะไรนี่ฟะ!!!แวมไพร์สาวร้องลั่นกุมแก้มของตนเองที่ถูกชกจนหน้าหัน ส่วนทางคนชกก็กุมหน้าอกด้านที่ถูกจำไปด้วยสีหน้าโกรธแค้น หากแต่ผู้ที่เฝ้ามองอยู่กลับอมยิ้มและหัวเราะอย่างอารมณ์ดี และในขณะเดียวกันบุรุษผู้ที่อยู่ ณ ห้องรับรองชั้นบนซึ่งอยู่เหนือห้องนี้พอดียังต้องขมวดคิ้วมุ่นพร้อมกับเบ้ปากบ่น

หนวกหูชะมัด..

หลังจากที่เขาขาดการรับรู้จากร่างต้นไปก็ต้องระเห็จมานั่นโคจรลมปราณทลายจุดชีพจรลมปราณไปด้วยความยากลำบากทั้งด้วยที่ไม่มีใครมาช่วยสอนหรือช่วยทลายจุดให้ แถมผู้เล่นในกลุ่มเขาที่เล่นสายปราณก็มีแค่ทิวไผ่ไม้ไหวเท่านั้น นอกนั้นถ้าไม่ใช่สายจิต สายเวทมนตร์ ก็เป็นพวกที่ไม่ใช้พลังอะไรเลยนอกจากพึ่งไอเท็ม แล้วทำไมเขาถึงไม่ขอให้ทิวมาช่วยล่ะ ก็ในเมื่อรายนั้นถูกรัดเกล้าดึงตัวไปช่วยงานสร้างไอเท็มน่ะสิ..รัดเกล้าอนาวิลกล่าวกับเขาเรียบร้อยแล้วเรื่องอาวุธ

เขาจะหลอมดาบกระดูกมังกรเพลิงกับฟริคไนท์และจัดการโค้ทมันด้วยมิธริลเหลวโดยในขั้นตอนขึ้นรูปเขาจะใช้ทักษะการตีดาบที่ติดมากับฟูลคอร์สที่มีระดับเต็มร้อยในการทำขั้นตอนนั้น แต่เนื่องด้วยการที่ไม่มีเตาหลอม รัดเกล้าอนาวิลจึงดึงตัวทิวไผ่ไม้ไหวไปช่วยแทนโดยการให้ช่วยใช้ไฟปราณ ส่วนอีกชิ้นเขาจะหลอมบัลมุงก์กับเศษดาบอรอนไดท์และแต่งออพชั่นเสริมด้วยของที่เหลือซึ่งน่าจะเสริมคุณสมบัติให้มันได้ มิหนำซ้ำแล้วยังสำทับมาอีกว่าจนกว่าจะเสร็จห้ามใครไปรบกวนมันสองคนเด็ดขาด เขาเองก็เริ่มชักหวั่นๆว่ารัดเกล้าจะทำมิดีมิร้ายอะไรทิวมันรึเปล่าเมื่อในตอนนี้มันอยู่ในร่างผู้หญิง!!!

 แต่ปัญหาที่เขายังกังวลไม่ได้หายคือทันทีที่ร่างต้นของเขาถูกส่งตัวไปยังทวีปเกียร์ด้วยเวทมนตร์ของอบิเกล เขาก็ขาดการติดต่อกับร่างต้นของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่รู้ว่าเหตุผลเป็นเช่นไรแต่ถ้าไม่ใช่เพราะไม่ได้สติก็คงจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ เพราะถ้าตายร่างแยกแบบเขาก็จะสลายไปทันที

จากเวลาครึ่งวันที่ผ่านมาซึ่งเขาติดต่อกับร่างต้นไม่ได้ทำให้เขาต้องระเห็จมานั่งฝึกวิชาอย่างบ้าคลั่งเป็นพระเอกนิยายแฟนตาซี แน่นอนเขามันตัวร้ายจะให้ทำอะไรบ้าๆที่ไม่รู้แม้แต่จุดหมายว่าจะฝึกไปสำเร็จจนถึงตรงไหนได้กัน? เป้าหมายของเขาคือการเชี่ยวชาญเคล็ดโคจรลมปราณพลังกุณฑาริณีที่เป็นพื้นฐานในการทะลวงจุดชีพจร จากนั้นค่อยๆไล่ฝึกโคจรไปจนครบทุกรูปแบบที่ทิวไผ่ฯจดเอาไว้ให้ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาสนใจเสียเท่าไหร่..ที่เขาสนใจคือ

หลักการโคจรลมปราณเคล็ดเก้าอิมจินเก็งและเก้าเอี๊ยงจินเก็ง ถึงจะบอกว่าผู้ชายไม่ควรฝึกเก้าอิมจินเก็งเพราะอาจจะส่งผลกระทบถึงธาตุภายในร่างกายได้แต่ว่าเขาที่สามารถเปลี่ยนเป็นผู้หญิงสลับกับผู้ชายได้ทุกเมื่อมันก็หมดปัญหาไปในทันที และถ้าหากเขาคิดไม่ผิดทิวไผ่ไม้ไหวเองก็ต้องลองฝึกเก้าอิมในช่วงที่ตนถูกคำสาปเป็นแน่ แต่เขาไม่คิดที่จะสลับเพศกลางคันระหว่างการโคจรลมปราณ..หลักพื้นฐานการดึงพลังอิมและพลังเอี๊ยงจากฟ้าดินนั้นไม่ได้ยากอย่างที่ใครคิดแต่จะเจ็บปวดทรมานมากในช่วงที่สะสมอิมเข้าทางแขนเพื่อกระตุ้นเอี๊ยงให้ก่อเกิด

เขาเองก็ไม่ใช่แฟนนิยายกำลังภายในเสียเท่าไหร่คงจะบอกชัดไม่ได้ว่าการฝึกเก้าอิมจินเก็งและเก้าเอี๊ยงจินเก็งมันยากเย็นเพียงแค่ไหน แต่จากเท่าที่รู้คือทั้งเก้าอิมและเก้าเอี๊ยงสามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลายและหากใช้กับลมปราณสางสุรีย์ที่มีคุณสมบัติเป็นธาตุร้อนด้วยแล้วน่าจะประยุกต์ใช้กับเก้าเอี๊ยงได้ดีที่สุด แต่หากโคจรสางสุรีย์ทวนทิศแล้วใช้ผสานกับเก้าอิมล่ะ? ใครจะไปรู้...ถ้าไม่ลองฝึกดู ตายก็เกิดใหม่..ยังไงก็ตามอบิเกลก็ลงมนตร์กำกับไว้ทั่วทั้งห้องนี้แล้วว่าหากตายในห้องนี้จะเกิดใหม่ทันทีโดยไม่เสียอะไร เห็นนิบอกว่าคุณสมบัติพอๆกับห้องฝึกที่ระบบมีให้ซึ่งจะต้องรอเกิด 10 วินาที

เสร็จจากนี้ก็คงต้องฝึกเวทกับจิตต่อ..งานเยอะดีจริงๆถึงสมาธิจิตจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับการใช้จิตและปราณผสานกัน แต่จะว่าไปแล้วพวกสายย่อยทั้งหลายแหล่มันก็แตกออกมาจากลมปราณ จิต และเวททั้งนั้น การที่เชี่ยวชาญสายใดสายหนึ่งในกลุ่มสายย่อยมาก่อนแล้วมันก็ช่วยอยู่บ้างแต่ก็ไม่มากถึงขนาดที่จะช่วยให้เขาฝึกเก้าอิมและเก้าเอี๊ยงได้โดยง่ายดาย

ต้องทวนทิศลมปราณให้ชำนาญก่อนล่ะนะเคล็ดลมปราณที่เขาต้องการฝึกคือเก้าอิมและเก้าเอี๊ยง แต่ไม่มีทางที่จะฝึกสำเร็จแน่นอนเนื่องด้วยภายในเกมนี้เปิดมาหลายปีก็ยังไม่มีใครได้พบเห็นคัมภีร์ฝึกปราณหรือเคล็ดวิชาใดๆเลยซักเล่ม มันจึงไม่มีทางเด็ดขาดที่เขาจะฝึกได้สำเร็จหรือแม้จะฝึกให้เข้าใจได้ซักครึ่ง เคล็ดที่ทิวไผ่ฯคัดลอกเอาไว้ให้นั้นเป็นเพียงหลักการโคจรปราณขั้นต้นเท่านั้น ด้วยคำบอกจากปากของมหาโจรทำให้ทราบว่าลมปราณเคล็ดเก้าเอี๊ยงที่ตนฝึกไปแล้วนั้นจะช่วยเสริมพลังธาตุร้อนในร่างกายและเพิ่มพลังในการโจมตีเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ที่ดีก็คือมันเพิ่มอัตราการติดคริติคอลและจำนวนค่าประสบการณ์ให้!

และแน่นอนเขาไม่คิดใฝ่สูงขนาดที่จะฝึกกงเล็บกระดูกขาวหรือวิชาอื่นๆที่มีเก้าอิมและเก้าเอี๊ยงเป็นพื้นฐาน เพราะเขาไม่ได้คิดจะเน้นไปที่สายใดสายหนึ่งในปราณ จิต หรือเวท พลังทั้งสามสายเขาจะใช้มันเป็นเพียงพื้นฐานให้กับการโจมตีธรรมดาเพื่อเสริมประสิทธิภาพให้ได้เหมือนเคล็ดคลี่สัตตบรรณที่ตอนนี้เขาประยุกต์ใช้ได้ในทุกๆการโจมตีไม่ว่าจะเป็นหมัด เท้า เข่าหรือศอกก็ตาม

หากผสานปราณร้อนหรือปราณเย็นจากลมปราณสางสุรีย์เข้าไปในการโจมตีน่าจะเพิ่มประสิทธิภาพของการโจมตีได้ ยิ่งเสริมจิตดึงดูดของจิตลำนำล่มฟ้าแล้วจะช่วยทำให้การโจมตีไม่มีทางพลาดเป้าได้แน่นอนถ้ากำหนดให้ดึงดูดไปยังเป้าหมาย และด้วยเวทนภานิรนามที่เพิ่มความเร็วของการโจมตีได้มากล้นเหลือ หากผสานทั้งหมดเข้าด้วยกันอาจจะเป็นการโจมตีครั้งเดียวที่อาจทำให้ถึงชีวิต!

ถ้าหากบวกกับเคล็ดคลี่สัตตบรรณเข้าไปอีก ผสานด้วยการประจุอิเล็กตรอนเสริมความสามารถในการรับรู้ของเส้นประสาท เท่านั้นก็เพียงพอที่จะทำให้จอมมารคนนี้สามารถต่อสู้กับอบิเกลได้อย่างหายห่วงแล้ว!

ทางร่างต้น..จะเป็นยังไงบ้างนะรันผ่อนลมหายใจก่อนจะเสมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาเลื่อนลอย จากตอนที่เขาขาดการติดต่อไปจากร่างต้นมันเกือบครึ่งวันแล้ว จะไม่เป็นห่วงเลยมันก็กะไรอยู่ จอมมารหนุ่มคิดพลางยกนิ้วหัวแม่มือขึ้นลูบรอยรูปดอกจิกที่แก้มซ้ายอย่างลืมตัวก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งและลุกขึ้นจากท่านั่งขัดสมาธิเพชรด้วยแววตามุ่งมั่นก่อนจะพยักหน้ากับตัวเอง...

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง...ล่ะนะ

 

 

ห่างไปทางตะวันตกเฉียงใต้ไกลสุดโพ้นทะเล ผ่านมหาสมุทรกว้างใหญ่เขตนอกน่านน้ำของออสเทีย ตัดผ่านแนวปะการังที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรระดับสูงอันร้ายกาจที่พร้อมจะจมเรือทุกลำที่แล่นผ่านมาไม่ว่าจะด้วยความบังเอิญหรือตั้งใจก็ตาม ยังมีผืนแผ่นดินกว้างใหญ่ที่พอจะเรียกมันได้เต็มปากเต็มคำว่าทวีป ป่าไม้ยักใหญ่ที่ดูรกร้างไม่ได้ทำให้มันดูเงียบสงบนักเมื่อสิ่งมีชีวิตรูปร่างแปลกตาขยับไหวไปมาเสียทั่ว ท้องฟ้าที่มืดครึ้มตลอดเวลาไม่ได้บดบังแสงอาทิตย์ที่แรงจ้าไปเลยแม้แต่น้อย

สุดริมชายหาดฝั่งทางทิศเหนือของทวีปที่โรยรายไปด้วยทรายแก้วขาวสะอาดตาติดชายป่าโปร่งที่เต็มไปด้วยมวลสิ่งมีชีวิตชีวภาพ ยังมีร่างของบุรุษเพศวัยหนุ่มผู้นอนหอบหายใจรวยรินอยู่ที่ชายทะเล ดวงตาใต้เปลือกผิวหนังบอบบางนั่นกลอกไปมาเล็กน้อยก่อนที่มันจะเปิดออกมาเผยให้เห็นนัยน์ตาสีอำพันคมกริบที่ฉายแววฉงนสนเท่ทั้งยังไม่ตื่นดี เขารูปทรงประหลาดที่รัดพันเกี่ยวกันที่ขมับว่าทำให้ชายหนุ่มผู้นี้ดูแปลกตาแล้วยังไม่เทียบเท่ากับรอยแผลเหวอะหวะมากมายตามตัว

เสียงคลื่นน้ำสาดซัดเป็นซองฟู่สีขาวสะอาดลอยเข้าสู่โสตประสาทพร้อมกับรสเค็มเฝื่อนจากน้ำทะเลที่ยังตกค้างอยู่ในช่องปาก กลิ่นเกลือธรรมชาติซัดเข้าจมูกเต็มเหนี่ยวจนเขาต้องเบ้หน้า นัยน์ตาสีอำพันหรี่ลงก่อนจะปิดไปในที่สุดเมื่อทนรับแสงตะวันที่สาดจ้าลงมาหมายจะเผาเข้าให้แห้งทั้งเป็น หากแต่ร่างกายกลับไม่ฝืนธรรมชาติแผ่กิ่งก้านสาขาเหยียดยาวลงฝังไปกับผืนทรายด้วยรอยยิ้ม

ยักษ์อัสนีหนุ่มเหยียดยิ้มกว้างก่อนจะนึกขอบคุณเด็กสาวผู้มีอายุมากกว่าพันปีที่ส่งตนมายังที่นี่ถึงแม้ว่ามันจะขรุขระและทุลักทุเลไปเสียหน่อยด้วยแผลตามตัวที่มาจากการเคลื่อนย้ายผ่านวงเวทด้วยระยะทางที่ไกลเหลือเชื่อ นี่ยังไม่เทียบเท่ากับที่เขาต้องตกลงไปท่ามกลางน้ำวนขนาดมหึมาที่ปั่นร่างของเขาจนได้แผลเพิ่มมามากกว่าเดิมและเปิดให้มันดูน่ากลัวยิ่งขึ้น หากนับดูแล้วความเจ็บปวดจากการที่รู้สึกเหมือนร่างกายถูกฉีกกระชากยังไม่เทียบเท่ากับท้องทะเลอันโหดร้ายที่ทำราวกับจะฉีกทึ้งร่างเขาทั้งเป็นนั่น ซ้ำด้วยความเต็มจากน้ำทะเลชโลมกัดแผลเสียจนปวดแสบปวดร้อนยิ่งกว่าโดนทาพริกป่นที่แผล

แต่อย่างน้อยเสียงจากระบบที่ดังขึ้นในหัวของเขานี้ก็ยืนยันได้แน่ชัดแล้วว่าเป้าหมายของเขาสัมฤทธิ์ผลไปหนึ่งประการด้วยตอนนี้ สถานที่และแผ่นดินที่เขานอนแผ่หลาอยู่นี่ ที่นี่คือเป้าหมายที่เขาต้องการจะมาถึง ดินแดนอันเต็มไปด้วยจักรกลและกลิ่นอายของความล้ำหน้าแห่งยุคสมัย..

ทวีปเกียร์..

ในที่สุดก็ถึงซักที..ทวีปที่ไม่ให้ค่าประสบการณ์ สัตว์อสูรที่เป็นจักรกล เหมาะสมที่สุดสำหรับการฝึกปรือฝีมือและเก็บตัวฝึกวิชา ยอดเยี่ยม..หลังจากนี้ไปจอมมารคนนี้จะไปผจญภัยให้ทั่วแล้วกลับไปขยี้พวกมดปลวกแห่งดินแดนออสเทียเอง!จอมมารหนุ่มร้องลั่นออกมาด้วยความดีใจก่อนจะลุกขึ้นกระโดดโลดเต้นวิ่งไปทั่วชายหาดอันงดงามโดยไม่สนใจบาดแผลของตนเลยแม้แต่น้อย เขาดีใจที่สุด..

โดยไม่รู้ตัวเลยว่าความโหดร้ายของเหล่าจักรกลนั้นจะเป็นดุจดั่งนรกบนดินสำหรับเขา..

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

1,284 ความคิดเห็น

  1. #590 เรียว (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 20 มีนาคม 2555 / 13:26
    ยาว ดี กว่า นะ สู้ ๆ
    #590
    0
  2. #589 xyxyy (@timothyz) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 20 มีนาคม 2555 / 09:33
    ชอบอ่านยาวๆทีเดียวคัฟ
    #589
    0
  3. #587 ... (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 19 มีนาคม 2555 / 07:59
    อยากอ่านแบบว่ายาวมากๆ ^^ รอได้ครับ
    #587
    0
  4. #586 ๏•HadeS•๏ (@zerotee) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 19 มีนาคม 2555 / 02:02
     ยาวดีกว่า ทำเ็ป็นเปอร์แล้วผ่านไปแป๊ปดันลืมว่าเป็นมายังไง
    #586
    0
  5. #585 [ScurO] (@nero-scuro) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 19 มีนาคม 2555 / 01:58

    ช้าแต่เป็นตอนยาวครับ -w-b

    #585
    0