God Presentiment Online ภาค สงครามเทียมเทพ

ตอนที่ 146 : ตอนที่ 56 ปัญหาหัวใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 300
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    6 เม.ย. 58

ตอนที่ 56 ปัญหาหัวใจ

อวิชชาทะเลเหนือ ป่วนกระแสมรสุม

อวิชชาทลายทัพ ดับเพลิงมังกร

มัจฉาคลั่งอัสนี

สองอวิชชาจากต่างเผ่าพันธุ์และอีกหนึ่งทักษะท่าร่างที่ได้มาจากสายเลือด รันไม่รอช้าตรงเข้าหาเซเลสทันทีด้วยความมั่นใจว่าไม่มีทางจะผิดพลาดได้ ทว่าเขากลับคิดผิดถนัดเมื่อฝ่ามือที่อัดแน่นไปด้วยปราณเย็นอันตรายดันจั่วลมเข้าให้เพราะเป้าหมายที่ทิ้งตัวหายลงไปใต้พื้นน้ำ

ในวินาทีถัดมาที่เขายังไม่ทันได้ตั้งตัว เซเลสก็คว้าข้อเท้าของเขาดึงตัวลงไปอยู่ในพื้นที่อันไม่เหมาะต่อการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว หนึ่งหมัด สองหมัด สามหมัด ทุกๆครั้งที่เซเลสเคลื่อนที่อย่างพลิ้วไหวภายใต้กระแสน้ำกระชากเนื้อเขาหลุดเป็นก้อนๆ ความเสียหายที่ได้รับมานั้นไม่มีโอกาสได้อยู่นานพอที่เลือดจะไหลได้ด้วยซ้ำ การโจมตีของเซเลสเรียกได้ว่าดุดัน แต่ในเมื่อคู่มือคือผู้ที่เป็นอมตะ การโจมตีเหล่านั้นย่อมเปลืองแรงเปล่าเพราะในวินาทีถัดมารันก็ฟื้นฟูกลับไปสมบูรณ์พร้อม

แต่ต่อให้ถูกโจมตีแล้วไม่เป็นไรก็ใช่ว่าเขาจะยอมปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้เจ็บฟรีๆ

ในขณะที่หมัดของเซเลสใกล้จะปะทะอีกครั้งรันพลันเทเลอร์ทไปจากตรงนั้น หายไปยังด้านล่างของเซเลสแล้วเงื้อหมัดชกขึ้นด้านบน ตรงเข้าสู่จุดบอดของเซเลสจนยักษ์ฟ้าจอมโอหังตัวงอเป็นกุ้งพุ่งขึ้นสู่อากาศ การโจมตีของรันยังไม่จบเท่านี้ ผู้ที่ใช้เทเลพอร์ทได้ดั่งใจและชำนาญการต่อสู้แบบสู้ตายถวายหัวนั้นเมื่อได้จู่โจมแล้วจะไม่หยุดที่หนึ่งหมัดหรือสองหมัด

รันเทเลพอร์ทอีกครั้ง คราวนี้ไปอยู่ด้านบนของเซเลสที่กำลังลอยขึ้นไปกลางอากาศอย่างไม่มีจุดหมายพร้อมด้วยมวลน้ำจำนวนหนึ่ง ไบโอรอยด์สายเลือดยักษ์อัสนีพลันโคจรพลังวัตรเคล็ดเปลวหิมะ ลดอุณหภูมิโดยรอบและบังคับให้มวลน้ำจับตัวเป็นลิ่มน้ำแข็ง พุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายด้วยสัญญาณมือดุจวาทยกรต่อหน้าวงบรรเลง

บรรพชนยักษ์ฟ้าเวลานี้กัดฟันกรอด ดึงพลังธรรมชาติภายนอกเก็บเกี่ยวเข้าสู่ภายในในช่วงเวลาที่ทำได้แล้วผนึกเข้าที่มือทั้งสองข้าง ปัดป่ายลิ่มน้ำแข็งซ้ายขวาอย่างรวดเร็วไร้ข้อติเตียน ทว่าในสนามรบเช่นนี้การที่จะต้องคาดการณ์ในสิ่งที่ไม่คาดฝันคือสิ่งสำคัญ ถ้าเซเลสคิดถึงในจุดนั้นในตอนนี้มันก็คงไม่ต้องเบิกตากว้างมองฝ่ามือที่เลื้อยลอดผ่านการ์ดของมันเข้ามาแทงที่ลิ้นปี่พร้อมทั้งใช้ออกอวิชชาหมายปลิดชีวิต

อวิชชาทะเลเหนือ อัสดงค้ำฟ้า!

ทั่วทั่งบริเวณอกของเซเลสพลันไร้ความรู้สึก ปอด หัวใจ กระบังลม และกล้ามเนื้อทั้งหมดในแถบนั้นไม่ต่างอะไรไปจากซากแห้งกรอบเมื่อไม่เหลือพลังวัตรไปหล่อเลี้ยง รันปล่อยให้เซเลสร่วงตกลงสู่ท้องทะเลอีกครั้งด้วยสายตาที่ไม่เผยความรู้สึกยินดียินร้ายใดๆ คนที่ประมาทไม่สมควรจะมีชีวิตรอดได้แม้แต่วินาทีเดียวต่อหน้าศัตรูที่ตนหมายเอาชีวิต และการต่อสู้ที่ยืดเยื้อมักจะเกิดเหตุการณ์ที่พลิกผันขึ้นซึ่งเขาไม่อยากให้เป็นแบบนั้น ดังนั้นวิชาที่สังหารได้แน่นอนอย่างอวิชชาทะเลเหนือจึงถูกใช้ออกมาอย่างถี่ยิบไม่ปล่อยให้เซเลสได้มีโอกาสหายใจ

ในตอนนั้นเองที่สายตาของรันเหลือบลงไปด้านล่างด้วยความสนใจกับเสียงแตกกระจายของคลื่นทะเล บรรพชนยักษ์ฟ้าที่สมควรจะตายไปแล้วผุดขึ้นมาสู่ผิวน้ำด้วยท่าทีตะเกียกตะกาย หลังจากปล่อยให้อีกฝ่ายสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เข้าปอดที่เพิ่งถูกทำลายไปเมื่อครู่ รันก็ค่อยๆลดระดับตัวเองลงจากกลางอากาศมายืนบนผิวน้ำอีกครั้ง

“เก่งนี่ ทั้งหัวใจทั้งปอดต่างก็ไม่น่าจะฟื้นกลับมาได้แล้วแท้ๆ เก็บพลังธรรมชาติเอาไว้ในร่างกายเยอะพอสมควรเลยนะ ลุกกลับขึ้นมาได้แบบนี้”สายตาคั่งแค้นของเซเลสที่มองมาไม่ได้ทำให้รันสั่นไหวหรือชะงักฝีเท้าที่ย่ำเดินบนผิวน้ำ เขายังคงเดินหน้าเข้าหาเซเลสที่ยังลุกไม่ขึ้นหมายจะซ้ำเติมให้ไม่มีโอกาสได้ยืน

ทุกๆก้าวที่ย่างเดินผ่าน ผิวน้ำพลันก่อตัวเป็นทางเดินน้ำแข็งทิ้งเอาไว้เป็นแนวยาว องค์ชายยักษ์บัดนี้กำลังโคจรเคล็ดเปลวหิมะดึงดูดพลังวัตรภายนอกเข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มปริมาณพลังวัตรในร่างกาย เคล็ดเปลวหิมะที่เป็นเหมือนจุดกำเนิดของเคล็ดเพลิงตะวันนั้นทำงานคล้ายคลึงกันกับความสัมพันธ์ระหว่างอวิชชาทะเลเหนือและอวิชชาทลายทัพ ร่างกายของรันที่จดจำรสชาติของอวิชชาทลายทัพได้เป็นอย่างดีร่ำร้องบอกว่าเขาควรจะทำอย่างไร

เมื่อเขาหยุดอยู่ตรงหน้าเซเลสที่เงยหน้าขึ้นมองด้วยสีหน้าประหนึ่งคนตาย ขาที่ก้าวข้ามประตูนรกไปแล้วข้างหนึ่งนั้นเขาจะสนองยกมือผลักให้ถลำเข้าไปเต็มตัว รันค่อยๆยกมือขึ้นอย่างช้าๆทั้งยังเร่งลดอุณหภูมิรอบด้านให้ลดต่ำลงไปอีก ทั้งเขาและเซเลสต่างได้รับผลกระทบจากการลดต่ำของอุณหภูมิไม่ต่างกัน ทว่ารันที่มีร่างกายเป็นเหมือนของไบโอรอยด์นั้นสามารถทนทานต่อความเย็นในระดับนี้ได้อย่างง่ายดาย จุดอ่อนของยักษ์อัสนีไม่มีอีกแล้วสำหรับเขา

ร่างกายของเซเลสไม่สามารถขยับได้อีก เพียงแค่ประคองสติเอาไว้ได้หลังจากถูกอัสดงค้ำฟ้าเข้าไปเต็มอกก็ดีเหลือหลาย ยิ่งด้วยอุณหภูมิที่ลดต่ำทำให้ร่างกายไม่สามารถขยับได้อย่างเต็มที่อีก มันทำได้เพียงแต่แข็งขืนในอกเมื่อรันลดมือลงมาจิกหัวให้ยืนขึ้นอย่างทุลักทุเล

และไม่นานนักเมื่อสายตาสองคู่ประสานกัน

“แสดงให้ดูหน่อยว่ายักษ์กระจอกที่อยากจะปกป้องเซซิลน่ะ มีน้ำยาแค่ไหน”

อวิชชาทลายทัพ พลีชีพอสูรสงคราม!

พลังวัตรร้อนระอุซึ่งถูกหล่อหลอมเอาไว้ที่หมัด ไม่เหมือนคราวก่อนที่ใช้ซึ่งจะถูกขว้างออกไป รันกำมันเอาไว้ในหมัดและเงื้อหมัดสุดล้าชกไปที่หน้าของเซเลสอย่างรุนแรงจนยักษ์ฟ้าผู้โชคร้ายต้องกลับลงไปดำน้ำอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่คิดจะปล่อยให้กลับขึ้นมาสู่ผิวน้ำได้โดยง่ายอีกเหมือนคราวที่แล้ว

พลังจิตถูกใช้ออกมาอย่างลับๆ ควบคุมการก่อตัวเป็นน้ำเข็งของน้ำทะเลให้เป็นทิศทางวิ่งตรงลงไปด้านล่าง คุมขังเซเลสเอาไว้ในคุกเยือกแข็งไม่ให้ขยับแขนขาไหวติง หนำซ้ำเหมือนว่าสภาพอันน่าอดสูของบรรพชนยักษ์จะไม่น่าพอใจ รันปัดป่ายมือของตัวเองไปมาสวมวิญญาณผู้กำกับวงดนตรีอีกครั้ง พลังวัตรภายนอกถูกปนเปื้อนด้วยพลังวัตรด้านลบตรงแทรกซึมผ่านคุกน้ำแข็งเข้าไปภายในร่างกายของเซเลสอย่างแยบคาย

ผู้เป็นมารร้ายย่อมไม่เกี่ยงในวิธีการที่จะเอาชนะ

ถึงจะเกินไปหน่อยแต่ก็ถือว่ากำลังดี

อวิชชาทะเลเหนือ ทวนเกล็ดมังกรสมุทร!

หลังจากจำคุกผู้อยู่รอดตนสุดท้ายของเผ่าพันธุ์ยักษ์ฟ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้วเขาจึงกวักมือไปด้านหลัง ยกพื้นน้ำแข็งขึ้นมาเป็นรูปร่างของบัลลังก์แล้วทิ้งตัวลงนั่งโดยไม่สนความเย็นที่แทรกผ่านผิวหนังเข้าผ่านทางทุกรูขุมขนที่สัมผัส นัยน์ตาคมกริบหรี่ปิดลงทำสมาธิเพื่อดึงดูดพลังธรรมชาติรอบนอกเข้าสู่ร่างกายเพื่อฟื้นพลัง อวิชชาทลายทัพกินพลังวัตรของเขาไปมากพอสมควร แม้จะมีเคล็ดเปลวหิมะคอยช่วยเหลือ แต่เขาที่ไม่ถนัดอวิชชามหาวัตรย่อมไม่สามารถใช้ออกทั้งสองอวิชชาได้อย่างต่อเนื่อง ทว่าได้มากขนาดนี้ก็ถือว่าไม่เลวนักสำหรับการไล่อัดฝ่ายเดียวแบบเมื่อครู่

“ถ้าแกออกมาจากคุกน้ำแข็งกระจอกๆนั่นไม่ได้ แกก็อย่าคิดเลยว่าเซซิลจะชายตามองแก”รันส่งเสียงยั่วยุนี้ตรงเข้าสู่จิตใจของเซเลสที่ไม่อาจทำได้แม้แต่หายใจที่ใต้ผืนน้ำแข็ง พลังธรรมชาติภายในร่างกายของยักษ์ฟ้ากำลังค่อยๆรบกวนการทำงานของอวิชชาทะเลเหนืออย่างช้าๆ หลังจากนี้ไม่นานเซเลสจะกลับมาสู้ต่อได้อย่างแน่นอน

ในตอนนี้ที่เขาทำคือเพียงแค่ซื้อเวลามาปั่นหัวศัตรูเท่านั้น

“ทั้งๆที่เซซิลก็ดูเหมือนจะมีความสุขดีแท้ๆ แกคิดว่าเวลาแค่ไม่กี่ร้อยปีที่แกคร่ำครวญถึงอดีตกับเวลากว่าพันปีที่เซซิลใช้ร่วมกับคีช่าเนี่ย คิดว่าอย่างไหนจะมีค่ามากกว่ากันเหรอ? ฉันเห็นสองคนนั่นอยู่ด้วยกันแล้ว สายตาที่ต่างมองให้กันมันไม่ใช่สายตาของคนที่จำใจต้องรักกันเลยแม้แต่น้อย..”

ครืนนนน...

หางประโยคที่ยืดยาวถูกแทรกด้วยเสียงพังทลายของพื้นน้ำแข็ง สิ่งที่ยักษ์ฟ้าผู้ที่พุ่งขึ้นมาจากที่คุมขังของตนแผ่ออกมาไม่ใช่พลังธรรมชาติแต่เป็นพลังโทสะ รันสัมผัสได้อย่างดีเยี่ยมในเมื่อโทสะก็เป็นหนึ่งในความรู้สึกด้านลบ เรียกได้ว่าในตอนนี้ขอเพียงแค่เขากระดิกนิ้ว เซเลสก็พร้อมที่จะกระเด็นไปมาไม่ต่างไปจากตุ๊กตายัดนุ่นแล้ว

“คนที่ไม่เคยรักใครอย่างเจ้าจะไปรู้อะไร!?”

น้ำเสียงอันเดือดดาลของเซเลสทำให้เขาต้องเลิกคิ้วกับคำถาม

“ฉันน่ะเหรอไม่เคยรักใคร?”

“คนที่ไม่สนใจต่อวิธีการในการทำให้สิ่งที่ตนเองต้องการสำเร็จแบบเจ้าน่ะมีความรักได้ด้วยหรือ!? จิตใจอันหยาบช้าและไร้เกียรติยศอย่างนั้นจะแบ่งพื้นที่แม้เพียงเศษเสี้ยวไปมอบให้ใครได้หรือ!?”ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนบัลลังก์น้ำแข็งแค่นหัวเราะกับน้ำเสียงอันเหลืออดของอีกฝ่ายแล้วเอนกายเท้าแขนบนพนักพิงเพื่อเกยคางทอดสายตามอง รอยยิ้มหยันขององค์ชายยักษ์เป็นเหมือนเชื้อไฟอันยอดเยี่ยมที่สาดเทเข้าสู่กองไฟนามโทสะ

“อย่างที่แกว่า ฉันไม่มีเกียรติ ไม่มีกระทั่งศักดิ์ศรี สองอย่างนั้นฉันไม่มีในอย่างที่คนทั่วไปเขามีกัน ฉันมีในอย่างของฉัน เกียรติและศักดิ์ศรีของฉันคือการทำทุกอย่างเพื่อให้ได้อย่างที่คาดหวังเอาไว้ ฉันปกป้องคนที่ฉันรัก ดูแลคนที่ฉันใส่ใจ จะยอมแม้กระทั่งที่จะเป็นศัตรูของคนที่ฉันรักเพื่อที่จะไม่ให้ใครได้ทำร้ายพวกเธออีก...”น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยการประชดประชันและโทสะอันเดือดดาลไม่แพ้ของอีกฝ่ายดังกระโชกออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย รันลุกขึ้นจากบัลลังก์น้ำแข็งและสลายมันหายกลับสู่พื้นไปพร้อมทั้งออกก้าวเดิน ริมฝีปากที่เผยยิ้มเยาะเย้ยเริ่มลดองศาลงกลายเป็นเรียบตรง

เป็นเวลาเดียวกับที่ความแค้นเคืองบรรลุถึงจุดปะทุ

“ใช่! ใจฉันมันแคบ! เพราะฉันให้มันกับคนที่ฉันรักไปหมดแล้วยังไงล่ะไอ้ยักษ์ขี้ขลาด!!”

เสมือนเป็นสัญญาณที่นัดแนะกันไว้ พื้นน้ำแข็งเบื้องหน้าของรันพลันแตกออกพร้อมด้วยการปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งของเซเลสในสภาพที่ไม่มีรอยขีดข่วนหรือบาดแผลใดๆบนร่างกาย กระแสพลังวัตรที่ถูกหยุดนิ่งก็กลับมาเคลื่อนไหวได้อย่างปกติราวกับว่าอวิชชาทะเลเหนือที่เขาใช้เป็นวิชาเด็กเล่น

“พวกที่ได้รับรักและมีโอกาสได้บอกรักน่ะ อย่ามาพูดพล่ามให้ข้าฟังหน่อยเลย!”

เขารับรู้ได้ถึงการลดลงของกระแสพลังงานในอากาศรอบด้าน ต้นตอของมันก็คือเซเลสที่ดึงดูดพลังงานนอากาศเข้าสู่ร่างกายของตนเองอย่างต่อเนื่อง และการโจมตีถัดมาของเซเลสที่เป็นแค่หมัดธรรมดาที่เขาควรจะหลบได้กลับไม่สามารถเบี่ยงหรือปล่อยมันทะลุ คุณสมบัติของเผ่าพันธุ์ยักษ์ฟ้าเริ่มทำงานอย่าเต็มที่แล้ว

“ไอ้ยักษ์น่าสมเพศที่เอาแต่คร่ำครวญไม่ยอมทำอะไรแบบแกน่ะมีสิทธิ์มาพูดด้วยเรอะ!!”

ตอนที่เขาพูดถึงเซเลสต่อหน้าเซซิลก่อนหน้านี้ สีหน้าขององค์ราชินียามที่บอกว่าอดีตรักของนางอยู่กับพวกกบฎนั้นมันดูเจ็บปวดเกินกว่าที่เขาจะปล่อยให้มันผ่านไปได้โดยไม่เก็บเอามาคิด สาเหตุที่เซเลสเข้าร่วมกับฝ่ายกบฎมันคืออะไรเขาไม่รู้ แต่ที่เขารู้และมั่นใจเลยก็คือเซซิลย่อมไม่ต้องการให้คนที่ตนห่วงต้องเสี่ยงชีวิตทำอะไรในทางที่ผิดและอันตรายอย่างแน่นอน สีหน้าขององค์ราชินีตอนที่พูดถึงเจ้ายักษ์ปัญญาอ่อนนี่...

มันทำให้เขาอดสงสารไม่ได้

“แกคิดว่าเซซิลรู้สึกยังไงเมื่อรู้ข่าวเกี่ยวกับแกในพวกกบฎน่ะ!?”รันรับหมัดของเซเลสเอาไว้แล้วใช้เคล็ดเปลวหิมะดึงดูดพลังวัตรของศัตรูเข้าสู่ร่างกาย สร้างความเสียหายทั้งยังไม่ยอมปล่อยมือของอีกฝ่ายให้ชักหลุดออกไปได้โดยง่าย บังคับให้บรรพชนยักษ์ฟ้าฟังในสิ่งที่เขาพูดออกมาอย่างจำใจ

“แกได้ลองไปพบกับเซซิลดูรึยัง? คนอย่างแกน่ะฉันมั่นใจเลยว่าแค่เห็นอยู่ห่างๆก็ท้อจนปลงตกแล้วเดินหนีเพียงเพราะเห็นนางอยู่กับคีช่าใช่ไหมล่ะ? ไอ้ยักษ์ขี้ขลาดเอ้ย!”รันรับหมัดอีกข้างของเซเลสไว้ก่อนจะถดเท้าถอยหลังหมุนตัว บิดแขนของบรรพชนยักษ์ฟ้าจนพันกันส่งเสียงหักร้าวและบิดงอผิดรูป ไม่มีเสียงกรีดร้องใดๆหลุดออกมาจากไรฟันที่บดกันแน่น ความแค้นและความโกรธเคืองกำลังกัดกินเซเลสและรันก็ได้แต่กลั้นยิ้ม

ยิ่งศัตรูถูกกัดกินด้วยความรู้สึกด้านลบเท่าไหร่ เขาก็จะยิ่งมีโอกาสชนะมากขึ้นเท่านั้น

เดินตามเกมของฉันเข้าไปอีกสิ เจ้ายักษ์หน้าโง่

“บรรพชนยักษ์ฟ้า? ผู้เฒ่าผู้แก่มันกระจอกแบบนี้เองอย่างงั้นเหรอ? มิน่าล่ะถึงได้เหลือแค่แกตัวเดียวน่ะ ส่วนยักษ์อัสนี? จะสูญพันธุ์มันก็ช่าง ฉันไม่สนใจอะไรกับเผ่าพันธุ์แบบนี้อยู่แล้ว ฉันทำอะไรได้มากกว่าควบคุมไฟฟ้ามานานแล้ว ไอ้งั่ง! แกคิดว่าเวลาร้อยกว่าปีนี่แกพัฒนาได้คนเดียวเรอะ?”ถึงเวลาในโลกฝั่งนี้จะผ่านไปแล้วหลายร้อยปี แต่ในโลกเกมนั้นมันผ่านไปเพียงแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น การที่เขามีความสามารถต่างๆเพิ่มขึ้นมาได้มากขนาดนี้ต้องบอกตรงๆเลยว่าไม่โกงก็โชคช่วย

พลังด้านลบคือพลังที่ยืดหยุ่น เขาได้มันมาเพราะอยู่ใกล้กับโคลอี้มากเกินไปและมีร่างกายที่เหมาะกับมันมาตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ที่เขาจำได้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อหกปีก่อนตอนที่เขาพบกับทิสิโฟนีครั้งแรกนั่น เขาก็เริ่มเข้าใจว่าพลังด้านลบนี่มันใช้ง่ายเสียยิ่งกว่าพลังจิตเสียอีก

“แกมันอ่อนแอ เซเลส แกมันขี้ขลาด เพราะอย่างนี้เซซิลถึงต้องหายไปจากชีวิตแกไงล่ะ”

ขั้วลบของพระผู้เป็นเจ้า ความโกรธแค้น!
ขั้วลบของพระผู้เป็นเจ้า ความโศกเศร้า!
ขั้วลบของพระผู้เป็นเจ้า ความริษยา!
ขั้วลบของพระผู้เป็นเจ้า ความหวาดกลัว!
ขั้วลบของพระผู้เป็นเจ้า ความสิ้นหวัง!
ขั้วลบของพระผู้เป็นเจ้า ความสูญเสีย!
ขั้วลบของพระผู้เป็น....

มากมาย มากมายเกินกว่าที่รันจะทนทานหักห้ามรอยยิ้มบนใบหน้านี้เอาไว้ได้ ต่อให้แข็งแกร่งเพียงแค่ไหนหากยังมีหัวใจมันก็ไม่ต่างอะไรจากเด็กอมมือให้เขาได้หยอกเล่น ทรมานเสียให้หลงลืมความเป็นตัวเอง วิธีที่ลิเวียธานใช้เพื่อขังเขาเอาไว้ในจิตใจของตัวเองในตอนนั้นถ้าหากเขาเรียนรู้มันไว้หน่อยอะไรมันจะง่ายขึ้นเยอะ

ทว่ายักษ์ฟ้าที่หมดสิ้นซึ่งสติสัมปชัญญะก็ใช่ว่าจะจัดการได้โดยง่าย

เขายังจำได้ดีถึงภาพของเซเลสที่เห็นมาจากความทรงจำของอบิเกล ยักษ์ฟ้าตัวสูงหลายเมตรที่พังประตูโบสถ์เข้ามาได้อย่างง่ายดาย ปากพร่ำเพรียกเรียกหาเพียงแต่คนรักที่หายไปยังแดนยักษ์ เซซิลๆ ชื่อที่เขาได้ยินจนเอียนยามเมื่อมันสิงสู่ร่างกายของเขา ชื่อที่เขาได้ยินจนเอียนเมื่อได้พบกับคีช่าอีกครั้ง

และในตอนนี้ปีศาจตนนั้นมันกลับมาอีกแล้ว

“เซซิล.. เซซิลของข้า...!!”

“เอาอีกแล้ว ไอ้ยักษ์บัดซบนี่พอบ้าขึ้นมาก็ยิ่งกวนประสาทเข้าไปอีก”รันมองยักษ์ตัวสูงกว่าห้าเมตรที่มีร่างกายเป็นเทาตุ่นนั่นด้วยความเหนื่อยหน่าย เขาสามารถใช้ร่างมังกรเข้าไปคลุกวงในกับมันได้ แต่ถ้าทำแบบนั้นคนที่ดูการต่อสู้นี้อยู่อาจจะตีความแล้วรู้ได้ว่าความสามารถขอองเขาคืออะไร ดังนั้นในตอนนี้ที่อีกฝ่ายรู้เพียงว่าเขาเป็นยักษ์อัสนี เขาก็ควรที่จะใช้พลังของยักษ์อัสนีเพื่อกำจัดยักษ์ฟ้าตนนี้!

ยักษ์อัสนีในร่างเล็กเทียบเท่าของมนุษย์ผ่อนลมหายใจออกมาและกระตุ้นพลังของยักษืในร่างกายของตัวเอง ความร้อนก่อตัวขึ้นที่ท้องน้อยตรงจุดที่ผสานกับผลึกเลือดยักษ์ของคีช่าเมื่อนานมาแล้ว แผ่กระจายออกไปทั่วทุกอณูในร่างกาย ส่งผลให้ประจุไฟฟ้าในร่างกายวิ่งพล่านอย่างบ้าคลั่งจนเจ้าตัวในตอนนี้รู้สึกไฮเปอร์ยิ่งกว่าพี้ยา

มัจฉาคลั่งอัสนี!

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาใช้มัจฉาคลั่งอัสนีร่วมกับเครื่องประดับเขาเวอร์ชันอัพเกรด ร่วมกับร่างกายที่คุ้นชินกับการกลายเป็นร่างพลังงานบ่อยๆ สายฟ้าที่รุนแรงบัดนี้แทบจะผสานเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกายจนไม่ได้ต่างไปจากการ์ตูนบางเรื่องที่เขาเคยอ่านสมัยประถม รอยยิ้มแสยะบนใบหน้ายามเมื่อมองตรงไปยังศัตรูของตนนั้นน่ากลัวว่าหากใครมาเห็นเข้าคงต้องโทรหาโรพยาบาลโรคประสาท

รันในตอนนี้มีร่างกายที่ปกคลุมไปด้วยสายฟ้าสีเขียว มันรวมกันเป็นเนื้อเดียวกับร่างกายและทำให้เขาสามารถเคลื่อนไหวได้ราวกับสายฟ้าที่ผ่าลงมาจากฟากฟ้าจริงๆในตอนนี้

มือทั้งสองเกร็งเป็นกรงเล็บ โคจรสองเคล็ดของลมปราณสางสุรีย์เพื่อเพิ่มความรุนแรงของการโจมตีด้วยกรงเล็บ หมัด และฝ่ามือ ร่างกายอันใหญ่โตของเซเลสะบัดนี้ไม่ได้ต่างไปจากเป้านิ่งที่เขาจะเข้าโจมตีที่จุดไหนก็ได้ แม้จะต้องดึงดูดพลังธรรมขาติรอบด้านแข่งกับเซเลสตลอดเวลาเขาก็ไม่ได้มีความเร็วที่ลดลงเลยแม้แต่น้อย

ทุกการโจมตีเน้นให้ตรงเข้าจุดสำคัญภายในร่างกาย ยักษ์ฟ้าสามารถโจมตีทำร้ายอวัยวะภายในได้ แต่ก็ใช่ว่ายักษ์อัสนีที่ควบคุมสายฟ้าได้ดั่งใจนึกจะทำไม่ได้เช่นกัน

คลื่นอัดกระแทกที่เต็มไปด้วยพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้านั้นสามารถรบกวนกระแสพลังงานในร่างกายของเซเลสได้ แต่จากการซัดเข้าไปตามร่างกายแล้วเขาก็ได้ข้อสรุป นอกจากจะทำอะไรไม่ได้แล้วถูกชกสวนกลับมาอย่างบ้าคลั่งแล้ว เขาจำต้องเปลี่ยนจุดที่โจมตีไปยังจุดที่รุนแรงที่สุด

ศีรษะ

เขาจะโจมตีตรงเข้าไปยังสมอง

รันปล่อยให้ร่างกายพักฟื้นอยู่นานพอสมควรเมื่อถอยออกมาพ้นรัศมีการรับรู้ของยักษ์ฟ้าผู้บ้าคลั่ง การโจมตีของยักษ์ที่สามารถจับต้องสายฟ้าได้โดยไม่เป็นอะไรนั้นทำให้เขาตัวแหว่งไปได้ครั้งหนึ่ง แต่การรักษาร่างกายในขณะที่ผสานกับสายฟ้าในตอนนี้มันง่ายเสียยิ่งกว่าปล่อยให้ไวรัสทำงานเองเสียอีก

เพียงแค่เรียกสายฟ้าลงมาผ่ามันก็ไม่ต่างอะไรจากยารักษาแผลในไอเท็มมอล์เลยด้วยซ้ำ!

“โออออออ–––!!!”

“หืม?”

“คีช่า––––!!!!!”

“เดี๋ยวนะ แกพิศวาสผู้ชาวยด้วยกันแทนเรอะ!?”

หรือว่าจะเป็นเพราะเขาใส่ไฟมากเกินไปมันก็เลยหันไปสนใจที่ปลายของปัญหานี้แทนซึ่งก็คือคีช่าที่แย่งเซซิลไปจากมัน? แล้วทางที่ยักษ์ตัวใหญ่กำลังตั้งท่าจะกระโจนไปดันเป็นทางเมืองที่เขาเพิ่งสร้างเสร็จหยกๆเมื่อรุ่งสาง!

ในตอนนี้เขามีทางเลือกสองทาง

สังหารเซเลสซะ..

หรือหยุดมัน

...ซึ่งในกรณีหลังจะยากกว่ากรณีแรกมาก

“ใจจริงก็อยากจะเก็บแกไว้ให้อบิเกลนะ เอาเป็นว่าขังแกเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน”รันเสตามองไปยังปราสาทกลางทะเลที่อาจจะมีลูกน้องของโซโลมอนกำลังมองมาอยู่ เขาส่ายศีรษะอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันไปหาเซเลส ส่งยักษ์ฟ้าที่มีปัญหาด้านหัวใจมาให้เขาปั่นหัวเล่นแบบนี้ ถ้าอากาเรสเห็นว่าผลลัพธ์เป็นยังไงมันคงนั่งไปติดเก้าอี้แน่นอน

“เซเลส.. ในเมื่อแกดูเหมือนจะหมดหวังจากเซซิลแล้ว ถ้าแกน่ารักขึ้นมาบ้างนิดหน่อยอบิเกลอาจจะเบามือลงในการทรมานแกบ้างก็เป็นได้ เอาเป็นว่าฉันช่วยแกหน่อยก็แล้วกัน”รันดีดนิ้วใช้พลังด้านลบ สร้างฟองอากาศสีเขียวให้ลอยขึ้นมาจากพื้นทะเลล้อมรอบยักษ์ตัวใหญ่ที่ตั้งท่าจะผ่านด่านทะเลของเลเวียเข้าไปให้ได้ เขาไม่รอช้า สั่งการให้กองพันชุดเกราะตรงเข้าชะลอเซเลสเอาไว้ ปล่อยให้ฟองอากาศพวกนั้นทำงานของมัน

เขายังไม่เคยลืมว่าทักษะพลังด้านลบของออซมันโกงขนาดไหน

“ถ้าเจ็บนัก ฉันจะทำให้แกลืมมันไปเอง เซเลส <3


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

1,284 ความคิดเห็น

  1. #1259 Kenzama (@kenzama) (จากตอนที่ 146)
    วันที่ 23 เมษายน 2558 / 07:38
    ตอนนี้เด็กดีค้างอัพเดทหลายเรื่องเลยไปหาที่สิงใหม่อ่านนิยายแปลไปพลางๆ
    #1259
    0
  2. #1257 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 146)
    วันที่ 8 เมษายน 2558 / 19:43
    พลังเจ้ารันมันเข้าขั้นโกงใ้ช้ได้ ตบใหหน้าหันทีดิ
    #1257
    0
  3. #1256 Nut Retspect (@torasr2600) (จากตอนที่ 146)
    วันที่ 8 เมษายน 2558 / 02:56
    ต่อไวๆเลย คนอ่านหายหมดละนะ 5555
    #1256
    0