God Presentiment Online ภาค สงครามเทียมเทพ

ตอนที่ 137 : บทที่ 10 ช่วงเวลาของการเติบโต : ผู้ที่อยู่ข้างหลัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 323
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    2 พ.ย. 57

บทที่ 10 ช่วงเวลาของการเติบโต
ช่วงสุดท้าย ผู้ที่อยู่ข้างหลัง

“คือ..ต่อให้ไม่มีขนแล้วก็กลัวอยู่ดีนั่นแหละ ดรีมขอกลับไปอยู่ในเงาเหมือนเดิมดีกว่า”ผู้พูดว่าออกมาเสียงสั่นๆและผลุบหายลงไปในเงาที่ทอดยาวบนพื้นหินอีกครั้งหลังจากที่โผล่มาเพียงแค่ศีรษะเพราะความระแวง ต่อให้แมงมุมทุกตัวในรังนี้กลายเป็นไบโอรอยด์แล้วก็ตามที แมงมุมก็ยังเป็นแมงมุม สาเหตุที่ดรีมกลัวแมงมุมนั้นไม่ใช่แค่เพราะขนยุบยับหรือหน้าตาที่ไม่น่าเหลียวมอง แต่เป็นขาทุกคู่ทุกข้างของมันด้วย

แถมเมื่อตัวเธอเองก็รู้ว่าแมงมุมพวกนี้เมื่อครู่หน้าตาเป็นยังไงเธอก็ยิ่งไม่อยากจะเสวนากับมันยิ่งเข้าไปอีก ถึงทั้งรันและมาโก้จะบอกว่าผู้ที่เอาชนะความกลัวของตัวเองได้คือผู้แข็งแกร่งก็ตามที เธอไม่ได้มีจุดอ่อนแค่อย่างเดียวและแมงมุมพวกนี้ต่อให้เอาชนะไปได้ก็ใช่ว่าจะทำให้แข็งแกร่งมากขึ้น

ดรีมถอนหายใจและมองไปยังแสงสว่างด้านบนภายในสถานที่อันมืดมิดนี้ด้วยความสบายใจ แสงด้านบนมันเป็นเหมือนแสงสว่างที่ส่องผ่านผิวน้ำลงมา ต่อให้ไม่ชัดเจนแต่เธอก็ยังเห็นรันกับมาโก้ไม่ได้ห่างไปไหน ทุกวินาทีที่เธออยู่ในโลกอันดำมืดนี้คือทุกวินาทีที่เธอกำลังหวาดระแวงว่าจะมีอะไรออกมาจับแข้งจับขาเธอหรืออะไรรึเปล่า เพราะไม่ใช่เธอเพียงคนเดียวในโลกใบนี้ที่สามารถหลบซ่อนตัวในเงาได้

ทางด้านผู้ที่เป็นต้นตอของเงาดำนั้นเองก็รู้สึกได้ชัดเจนกว่าเดิมว่าดรีมกังวลและกลัวมากขนาดไหน ไม่ใช่ความกลัวที่เด่นชัดแต่เป็นความขยะแขยงที่เก็บซ่อนอยู่ภายใน และมันก็รุนแรงมากพอที่จะทำให้ชิโนบิสาวยืนตัวแข็งทื่อได้ในทันทีที่เขาเรียกให้ออกมาดูผลงานของเขาและมาโก้เลยด้วย

“ว่าแต่ แฟชั่นใหม่เหรอ?”

ผู้นำแฟชั่นที่ว่าเบ้หน้าแล้วตีศอกเข้าที่สีข้างอีกฝ่ายเบาๆเป็นการปราม

“แฟชั่นอะไรที่ไหนกันเล่า โดนพวกแมงมุมดักจิ้มพุงแตกน่ะสิ”การเลือกใช้คำห้วนๆแบบนั้นของมาโก้ทำให้รันหลุดยิ้มและร่นคิ้วมองพุงขาวๆล่อตาที่อยู่ด้านข้าง แล้วยิ่งเมื่ออีกฝ่ายไม่ขยับตัวหนีหรือลดมือลงมาปิดบังเขาก็ยิ่งได้ใจแทบจะถอดเสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งนั่นออกด้วยสายตาในความคิด เมื่อภาพต่างๆนานาในหัวดำเนินไปเรื่อยๆจากราชาผู้ที่กำราบแมงมุมยักษ์ได้โดยไม่ต้องออกแรงดันกลับกลายไปเป็นโลลิค่อนที่เริ่มบิดตัวกระสับกระส่าย

“––อะ อะไรอีกล่ะ?”

หนึ่งก้าวที่ถอยออกห่างมาไม่ได้ทำให้มาโก้รู้สึกปลอดภัยขึ้นได้เลยสักนิดกับสายตาของคนบ้ากามตรงหน้า ถึงในหัวจะอมยิ้มแต่สีหน้าจริงๆในตอนนี้คือความระแวดระวังและความกังวล ต่อให้ปราศจากความกลัวเพราะเธอรู้ว่าเขาจะไม่ทำร้ายเธอแต่มันก็อดคิดไปไม่ได้ว่าอีกหลายๆวิธีที่ไม่ใช่การทำร้ายแต่ก็ทรมานทั้งหลายนั่นเขาจะไม่หยิบมันมาใช้

“นุ่มนิ่มๆ อ่าๆ ขอน้วยพุงหน่อยสิ”

“น้วย!?”

“นะๆ ขอจับพุงหน่อยน้า––”ยังไม่ทันที่จะได้ฟังคำตอบคนที่อยากจะเอาแก้มแนบหน้าท้องนุ่มนิ่มนั่นก็ถลาตัวเข้าหาอีกฝ่ายจนโดนหมัดลุ่นๆจ้วงมาเต็มแรงจนหน้าหันกระเด็นไปกับพื้น ทว่าหมัดที่แรงระดับที่ต่อยไบโอรอยด์ให้กระอักเลือดตายได้กลับทำได้เพียงแค่ให้หน้าคมๆนั่นบิดเบี้ยวไปด้วยความไม่พอใจเท่านั้น แถมอีกประการด้วยคติประจำใจของคนดื้อด้าน ประโยคที่ว่า ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกคือสาเหตุที่ทำให้เหตุการณ์นี้ดำเนินไปอีกพักใหญ่จนแมงมุมโลหะที่เดินเพ่นพ่านไปมาระหว่างขนย้ายเศษซากหินที่ขัดขวางการสำรวจโบราณสถานต้องหยุดมอง

หมับ!

!@#$%!!!”

เสียงร้องฟังไม่ได้ศัพท์ดังออกมาจนถึงกับทำให้แมงมุมทั้งหลายที่หยุดดูตลกสดฉากนี้จำต้องสะดุ้งและรีบแบกก้อนหินไปทิ้งโดยไม่คิดจะหันกลับมามองอีก ส่วนสาเหตุของเสียงนั้นและอาการตกใจของทาสรับใช้กลุ่มใหม่นั้นตะครุบปากหน้าแดงก่ำพยายามไม่ส่งเสียงร้องออกมาเมื่อนายใหญ่ของแมงมุมทั้งรังนี่กำลังพรมจูบ หอมและเอาแก้มแนบนัวเนียไปมากับหน้าท้องของเธอโดยไม่ใส่ใจสายตาใคร ไม่เว้นแม้แต่ดรีมที่โผล่หัวขึ้นมาดูความวุ่นวายหรือแมงมุมยักษ์สีดำที่ไม่ได้ขยับไปไหนทำท่าราวกับกำลังหัวเราะอยู่ก็ไม่ปาน

รันหลังจากที่ชื่นใจจากหน้าท้องที่นุ่มเหมือนขนมนั่นแล้วก็ยังไม่ผละออกมาและทำเพียงแนบแก้มกอดลำตัวของอีกฝ่ายเอาไว้เฉยๆ มือขวาไล่ขึ้นไปเกาเบาๆตรงแผ่นหลังที่เปิดโล่งจากรูขาดบนชุดให้เจ้าหล่อนเข่าอ่อน ส่วนแขนซ้ายที่รออยู่ตรงบั้นท้ายก็ทำหน้าที่เป็นเบาะรองไม่ให้ร่วงลงคาพื้นในทันที

นัยน์ตาสีเขียวและแดงสบมองกันด้วยความสูงต่างระดับ หนึ่งเยิ้มไปด้วยตัณหาความอยากซึ่งกลั่นตัวออกมาเป็นน้ำตาและอีกหนึ่งแพรวพราวเต็มไปด้วยความคึกคะนองแล้วความสนใจ รันค่อยๆลอดตัวของมาโก้ลงให้นั่งซ้อนอยู่บนหน้าตักของเขาจนระดับสายตาอยู่ในระนาบเดียวกันในที่สุด ชายหนุ่มยิ้มกริ่มขยับแนบหน้าผากชิดกันกับเด็กสาวตรงหน้าให้ปลายจมูกของตนดุนกันของอีกฝ่ายให้ความรู้สึกทะนุถนอมเป็นการไถ่โทษ

“กลัวอะไรอยู่กันหืม? แค่ชุดขาดแค่นี้ก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนี่นา เดี๋ยวซ่อมให้เสร็จด้วยเลยเอ้า”ชายหนุ่มกระดิกนิ้วเรียกให้ก้อนโลหะที่ปกคลุมผนังด้านหลังของแมงมุมยักษ์ตรงส่วนที่เคยเป็นใยให้ดีดมาสู่มือ รันบีบก้อนโลหะไปมาเป็นจังหวะเบาๆราวกับกำลังออกคำสั่งกับโมเลกุลมีชีวิตนั่นจนมันอ่อนตัวลงนุ่มนิ่มเหมือนก้อนดินน้ำมัน มาโก้แขม่วท้องเกร็งตัวเมื่อก้อนฟริกไนท์ที่มีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นจนอยู่ในระดับเดียวกับอุณหภูมิถูกนำมาแตะที่หน้าท้อง ไม่นานนักโดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ รูขาดที่เปิดหน้าท้องของเธอทั้งหมดได้ปิดสนิทลงรอเพียงแค่ปล่อยให้รันติดกระดุมเท่านั้น

ในขณะที่รันกำลังดำเนินการแบบเดียวกันกับรูขาดที่หลังโดยไม่ได้ละสายตาจากเธอเลยนั้นมาโก้กลับไม่ได้สนใจใบหน้าคมเข้มที่ห่างไปไม่ถึงคืบเลยแม้แต่น้อย ไบโอรอยด์สาวกำลังสัมผัสถึงการทำงานของโมเลกุลมีชีวิตซึ่งกำลังแผ่กระจายถักทอตัวเองเข้ากับเนื้อผ้าของเสื้อเชิ้ตตัวหนานี่ด้วยความสนใจ

เธอเคยสังเกตเวลาที่พวกมันเคลื่อนที่อยู่บ่อยครั้งแต่มันแตกต่างกับครั้งนี้ สิ่งที่ควบคุมการกระทำของพวกมันไม่ใช่พลังงานประหลาดที่ควบคุมการเคลื่อนไหว แต่เป็นพลังงานด้านลบที่ควบคุมความต้องการของมัน ทำให้มันเคลื่อนที่ไปได้โดยไม่ต้องควบคุมตลอดเวลา จากที่เคยบังคับด้วยราชกกุธภัณฑ์ รันในตอนนี้ทำเพียงป้อนคำสั่งแล้วปล่อยให้มันทำงาน ลดภาระของตัวเองในการควบคุมได้มากโข

“เสร็จแล้วครับ”เสียงนุ่มตรงข้างหูทำให้มาโก้หลุดจากภวังค์หันกลับมาหาผู้พูด และก็เป็นในตอนนี้เองที่ระยะห่างคืบกว่าๆทำให้สาวเจ้าหน้าร้อนรีบกระโจนถอยหลังไปขวางหมัดขึ้นมารอรับสถานการณ์ด้วยความตกใจ นั่นทำให้ผู้ชมภายนอกทั้งสองต้องกลั้นหัวเราะเอาไว้อย่างยากลำบาก

ดรีมที่หัวเราะน่ะไม่เท่าไหร่แต่แมงมุมยักษ์นี่..

“ไม่สั่งงานลูกๆแล้วรึไงถึงมาหัวเราะคนอื่นเขาแบบนี้น่ะหืม?”รันถามด้วยน้ำเสียงเนิบๆแต่ท่าทีของผู้ถูกถามกลับไม่เนิบนาบตาม แมงมุมโลหะขนาดยักษ์ที่ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นไบโอรอยด์ไม่ได้มีแสงสีแดงจากดวงตาทั้งแปดที่เรียงตัวกันเป็นระเบียบบนใบหน้าที่ดูน่าเกรงขามมากกว่าน่ากลัว ร่างกายของมันเปล่งแสงสีเขียวแตกต่างจากพวก บ่งบอกชัดเจนว่าผู้ที่ทำให้มันกลายเป็นไบโอรอยด์ไม่ใช่เร้ดมาเธอร์แต่เป็นปีศาจร้ายที่สยบเร้ดมาเธอร์ได้

ด้วยบุคลิกและความทรงจำที่เปลี่ยนแปลงไป แม้จะไม่ทั้งหมด แต่มันก็ทำให้รันในสายตาของแมงมุมทั้งรังตอนนี้มีศักดิ์ฐานะไม่ต่างไปจากพระเจ้าหรือผู้ช่วยชีวิต แมงมุมทะเลทรายทั้งหลายอยู่ในจุดสุดท้ายของห่วงโซ่อาหารตลอดมา ไม่ใช่ผู้ล่าที่อยู่บนจุดสูงสุด แต่เป็นผู้ที่คอยเก็บกวาดเศษซากเหลือทิ้งจนหมดเอี่ยมต่างหาก มันอยู่ในฐานะของผู้จัดการของเสียในทะเลทรายแห่งนี้ เหมือนแร้งหรือไฮยีน่าที่ทำหน้าที่คล้ายกันในทวีปอื่น

การที่ร่างกายของพวกมันถูกทำให้กลายพันธุ์กลายเป็นแบบนี้แม้จะมีเป้าหมายต่างไปจากการล้างเผ่าพันธุ์แต่พวกมันก็แข็งแกร่งขึ้น เก่งกล้ามากขึ้นจนไม่จำเป็นต้องพึ่งพานางพญาของพวกมันให้มาจัดการปัญหาใหญ่ๆอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นวาฬทะเลทราย กิ้งก่าดำหรือมังกรหินทราย เพียงใช้จำนวนเข้าว่าพวกมันก็มั่นใจแล้วว่าจะสามารถเอาตัวรอดได้ด้วยสภาพอันน่าอดสูนี้ไม่ว่าจะในสถานการณ์เลวร้ายแบบไหนก็ตามที

ไบโอรอยด์สายพันธุ์ใหม่ขยับตัวลุกขึ้นจากจุดที่ตนอยู่และย่อขนาดลงจนใหญ่กว่าแมงมุมตัวอื่นๆไม่มากนัก ผิดเพียงแค่แสงสว่างจากดวงตาและลวดลายรูปหัวกะโหลกบนส่วนก้นมีลักษณะที่เด่นชัดและส่องแสงสีเขียวไม่ใช่สีแดง มันค้อมศีรษะเล็กน้อยเมื่อเดินผ่านรันทว่ากลับกร่างเต็มที่เมื่อเฉียดเข้าใกล้ดรีมราวกับต้องการจะฉวยโอกาสจากความกลัวของเธอให้เป็นประโยชน์กับตัวมากที่สุด

“เห็นอย่างนั้นแต่ตัวเมียนะ”

รันว่ากับดรีมยิ้มๆโดยเผื่อว่าเรื่องเพศของมันจะทำให้ความกลัวลดลงไปเพียงสักเศษเสี้ยวก็ยังดี ทว่าจะตัวผู้หรือตัวเมียแมงมุมก็คือแมงมุม ส่วนที่น่ากลัวที่สุดในตอนนี้แม้จะไม่ใช่รูปร่างหน้าตาแล้วแต่มันกลายเป็นขายุบยับต่างหาก

“ยอมรับนะว่าเปลี่ยนมันออกมาได้เท่มาก แต่.. ยังไงมันก็ยังเป็นแมงมุมอะ!”ชิโนบิสาวว่าหน้าซีดตัวสั่นขณะลดตัวลงหายไปในเงาจากช่วงอกเหลือแค่ส่วนดวงตา นั่นทำให้เขาพอจะเข้าใจได้อย่างแจ่มชัดแล้วว่าโรคกลัวแมงมุมของดรีมนี้ไม่มีทางเยียวยาแล้วจริงๆ รันได้แต่หัวเราะแห้งๆแทนคำบอกลาส่งอีกฝ่ายหายกลับเข้าไปในเงาแล้วหันไปมองรอบด้านอีกครั้งเพื่อยืนยันในสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้

มาโก้ไม่ได้ทำแค่เปลี่ยนพวกแมงมุมให้กลายเป็นไบโอรอยด์แต่กลับเปลี่ยนรังของพวกมันให้เป็นถ้ำที่เต็มไปด้วยฟริกไนท์ รูปร่างของผลึกโลหะอันน่าพิศวงที่แทงพื้นหินขึ้นมาสะเปะสะปะแบบนี้ทำให้เขานึกไปถึงครั้งแรกที่เขาเห็นฟริกไนท์อีกครั้ง ความเร็วในการเจริญเติบโตและแพ่กระจายของมันแม้ว่าจะเป็นไปตามธรรมชาติแต่ก็เร็วเกินกว่าจะเชื่อได้ว่ามันคือโลหะไม่ใช่เห็ดราหรือพรรณไม้ ครั้งแรกที่มันแทงตัวออกมาจากภายในร่างกายของเขาเมื่อต้องเผชิญหน้ากับลอเรนเดอร์เขายังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมัน แต่ครั้งที่สองตอนที่ต้องกำราบฟินิกส์ฟริกไนท์นั้นเขาได้มีเวลาสังเกตมัน

โครงสร้างโดยพื้นฐานแล้วมีรูปร่างเป็นหกเหลี่ยมคล้ายกับการจับตัวของเกล็ดหิมะ ตกผลึกผุดขึ้นตามผิวหนังในระยะแรก หากสะกิดหรือแกะจนมันแตกมันก็จะลามไปยังส่วนอื่นๆ ยิ่งนานมากเท่าไหร่ความลึกที่มันจะแทงเข้าไปในเนื้อก็มากยิ่งขึ้นเท่านั้น และเมื่อมันเข้าไปในระบบไหลเวียนเลือดได้แล้วมันจะรออีกพักหนึ่งเพื่อให้ถึงเวลาที่เหมาะ เพาะเลี้ยงตัวไวรัสในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตและจู่โจมร่างกายจนกลายเป็นไบโอรอยด์ในที่สุด

เขาสั่งการให้มันเปลี่ยนตัวพญาแมงมุมให้กลายเป็นไบโอรอยด์ หากเป็นเมื่อก่อนที่เขายังไม่สามารถวางยาฟริกไนท์ให้ทำตามคำสั่งได้โดยไม่ต้องพึ่งราชกกุธภัณฑ์ล่ะก็เขาทำไม่ได้แน่นอนเพราะไม่รู้ว่ากระบวนการมันเป็นยังไง แต่ในตอนนี้เขามีความสามารถที่ใกล้เคียงกับเร้ดมาเธอร์ในเชิงพื้นฐานแล้ว เรื่องแบบนี้มันจึงกลายเป็นเรื่องง่ายๆ เขาเพียงได้แต่หวังว่ามันจะไม่หลุดออกจากการควบคุมและเปลี่ยนตัวเขาให้กลายเป็นไบโอรอยด์เสียเอง

“เราน่าจะใช้ฟริกไนท์มาเป็นวัตถุดิบได้นะ”

“แบบที่ทำที่วัลเคียวเร่น่ะเหรอ?”

รันพยักหน้าและนึกไปถึงปราสาทที่สร้างขึ้นมาจากที่ดินว่างเปล่าได้ภายในชั่วข้ามคืน เมื่อมีฟริกไนท์เป็นโครงสร้างอันแข็งแกร่ง เขาสามารถสั่งให้โมเลกุลหยุดนิ่ง ทำให้มันเสถียรเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก จากนั้นก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของช่างที่จะมาตกแต่งภายในหรือก่อสร้างส่วนใดเพิ่มเติมตามความต้องการของผู้อาศัย

เขาไม่คิดจะลงมือทำคนเดียวแบบตอนนั้นอีกแล้ว

“เราน่าจะหาช่างได้ถ้าหากเอาทองคำไปแลก แต่จะต้องเป็นช่างที่ไว้ใจได้หรือไม่ก็ช่างที่จะทำสัญญาผูกขาดกับเราให้เป็นลูกค้าถาวรเจ้าเดียว เราไม่มีความลับอะไรให้เอาไปปากโป้งอยู่แล้วดังนั้นน่าจะหาได้ไม่ยาก”รันยกมือขึ้นกอดอกก่อนจะมองไปรอบๆอีกครั้ง โครงสร้างของรังแมงมุมนั้นกินพื้นที่ไกลกว่าหลายกิโลเมตรเลยระยะของโบราณสถานนี่ไปเสียอีก และแน่นอนว่ามันไม่ได้มีเพียงรังเดียว แต่จากความรู้ที่ได้มาจากการล้างสมองพญาแมงมุมทำให้เขาทราบว่ารังอื่นๆนั้นหากไม่กลายเป็นรังร้างก็ไม่มีผู้นำไปหมดแล้ว

ทว่าต่อให้ไม่มีผู้นำก็ใช่ว่าจะไม่มีแมงมุมตัวอื่นที่ยังมีชีวิตและตั้งตัวเป็นศัตรูกับแมงมุมไบโอรอยอ์ของเขา คำสั่งแรกคือขนซากหินออกจากส่วนที่ติดกับโบราณสถานทั้งหมด ส่วนคำสั่งที่สองที่เขาสั่งออกไปล่วงหน้าแล้วก็คือออกตระเวนไปตามรังอื่นๆที่เชื่อมกันด้วยโพรงหิน ทำให้ทางเดินทั้งหมดกลายเป็นรังของพวกมัน ยึดครองโลกใต้ผืนทรายนี้ให้กลายเป็นโลกของไบโอรอยด์แห่งที่สองนอกทวีปเกียร์

“แต่แค่ทองคำน่ะชั้นว่าไม่พอหรอกนะ แผนการของรันที่จะเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศน่ะมีจุดบอดหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความเป็นอยู่ของสัตว์อสูรหรือความยั่งยืนของการเปลี่ยนแปลงนั้น ที่รันทำมันอาจจะเห็นผลแต่ไม่มีอะไรมารับประกันว่าชีพจรมังกรจะไม่กลับไปเป็นแบบเดิมนะ?”

จุดบอดของแผนการที่มาโก้พูดออกมาไม่ใช่ว่าเขามองข้ามหรือไม่เห็น

เขาตั้งใจที่จะปล่อยมันผ่านไปต่างหาก

“เรื่องชีพจรมังกรน่ะไม่ต้องห่วงหรอก ตราบใดก็ตามที่โบราณสถานนี่ยังทำงานของมันได้ดีอยู่ล่ะก็ฉันไม่มีทางดึงมันเข้ามาได้แน่นอน แต่เมื่อถึงตอนนั้นที่ได้ฤกษ์เริ่มแผนการ โบราณสถานนี่จะได้ทำงานของมันเพื่อยึดไม่ให้ชีพจรมังกรขยับกลับไปเป็นแบบเดิมตามธรรมชาติอีก”มาโก้ยืนนิ่งย่อยคำพูดของรันอย่างช้าๆ มันมีความเป็นไปได้ว่ากลไกใดๆก็ตามที่ทำให้โบราณสถานนี้ปฏิเสธพลังพิเศษรูปแบบใดๆก็ตามทำงานอยู่ และถ้าหากสิ่งที่รันจะทำไม่ใช่ทำลายโบราณสถานนี้แต่เป็นปรับเปลี่ยนกลไกการทำงานให้ย้อนกลับล่ะ?

“ตกลงรันไม่ได้คิดจะทำลายโบราณสถานนี้อย่างงั้นเหรอ?”

“ไม่ได้คิดจะทำลายมันตั้งแต่แรกแล้ว แต่ว่าถ้าใช้ประโยชน์จากมันไม่ได้ก็คงต้องทำอย่างนั้นนั่นแหละ ดูเหมือนว่ามันจะไม่มีลูกเล่นอะไรอยู่ที่ตัวสิ่งก่อสร้างแต่เป็นที่อื่น กลไกเวทมนตร์หรืออะไรสักอย่างที่จะส่งพลังงานออกมาอย่างต่อเนื่องทำให้ปฏิเสธการทำปฏิกิริยากับพลังงานเวทมนตร์หรือพลังงานอื่นๆภายนอก ถ้าใช้งานมันได้โบราณสถานนี่จะไม่ใช่คุกของเมืองอัลโกอีกต่อไป..”

“แต่จะเป็นป้อมปราการชั้นยอดสินะ?”

รันพยักหน้ารับคำมาโก้ก่อนจะถอนหายใจ

“แต่นั่นคือในกรณีที่เราทำสำเร็จนะ เพราะเท่าที่ดูในตอนนี้ฉันยังไม่มีความรู้อะไรที่เกี่ยวกับโบราณสถานนี่เลยแม้แต่น้อย เอาเป็นว่าเรากลับขึ้นไปด้านบนดูก่อนเถอะ ไล่หาข้อมูลอะไรจากด้านบนลงมาก่อนน่าจะดีกว่า ข้างล่างนี่ปล่อยให้พวกแมงมุมขนหินออกไปก่อน”เมื่อมาโก้พยักหน้าเห็นด้วยพวกเขาก็ใช้วิธีการของตนเองเทเลพอร์ทกลับขึ้นไปยังปากหลุมทันที เมื่อพญาแมงมุมผู้เป็นเจ้าของอาณาเขตบอสได้ทำการยกเลิกมันแล้วการเคลื่อนไหวต่างๆก็เริ่มที่จะเป็นอิสระและรวดเร็วมากขึ้น การสำรวจในชั้นบนจึงดำเนินไปอย่างรวดเร็ว

ทว่ายิ่งเร็วเท่าไหร่มันก็ดูเหมือนว่าผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ได้น่าพอใจมาข้นเท่านั้น เพราะแม้กระทั่งให้มาโก้กินทรายทั้งหมดในภายในของโบราณสถานส่วนที่จะสำรวจแล้วก็ยังไม่มีอะไรน่าสนใจโผล่ออกมาเลยแม้แต่น้อย รันและมาโก้รู้แผนผังของโบราณสถานนี้ดีและพวกเขายังสำรวจมันไปได้ไม่ถึง 1 ใน 10 เลยด้วยซ้ำ

“ขนาดมันใหญ่เกินไปล่ะนะ เราเดินมาก็ไกลเกินกว่า 5-6 กิโลเมตรแล้วด้วย”

แม้จะไม่ได้พบอะไรแต่รันก็ใช้ระบบแผนที่ของนาฬิกาพกทำการสร้างแผนที่โดยละเอียดขึ้นมาเหมือนกำลังเปิดแม็พในเกมออนไลน์จริงๆ ผิดตรงที่ว่าเขาไม่มีระบบเกมช่วยเหลือจึงต้องร่างมันขึ้นมาและจดรายละเอียดเองจนมือหงิก ความกว้างใหญ่ของโบราณสถานที่เขาสังหรณ์ว่าจะไม่ใช่แค่เมืองแต่อาจเป็นถึงอาณาจักรนี่กินพื้นที่ประมาณสิบตารางกิโลเมตร ไม่ได้ถือว่าใหญ่มากเท่าไหร่แต่ก็มากพอๆกับเมืองหลวงของคีช่า

“ใหญ่ๆแบบนี้แต่ไม่มีกับดักเลยมันก็ยังดีล่ะนะ แต่มันก็แค่ตอนนี้เท่านั้นแหละ เพราะว่าเรายังไม่ได้เข้าสู่จุดศูนย์กลางของโบราณสถานใต้ดินนี้เลยแม้แต่น้อย”โบราณสถานที่เห็นอยู่เหนือผืนทรายนั้นเป็นส่วนน้อยที่ไม่ได้พังลงมาหรือถูกทรายปกคลุม พวกเขากำลังอยู่ในส่วนใต้ดินที่ให้ความรู้สึกเหมือนับกำลังมาบุกสุสานฟาโรห์ก็ไม่ปาน

“มันจะมีมัมมี่โผล่ออกมาไหมอะรัน?”

คำถามของดรีมยืนยันว่าเขาและเธอคิดเหมือนกัน

“ตอนแรกก็แมงมุมมาตอนนี้ก็มัมมี่ เดี๋ยวถ้ามีแมงป่องหรือแมลงสการับโผล่ออกมาอีกคงไม่กลายเป็นหนังภาคต่อไปเลยรึไง?”ชายหนุ่มยิ้มขำตอบกลับเงาของตัวเองไปและจดรายละเอียดตามข้างทางลงไปในหน้าจอแผนที่ต่อ เขาทิ้งให้มาโก้เดินนำไปก่อนและใช้เวลาให้คุ้มค่าเพื่อเก็บรายละเอียดตามข้างทางให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ทว่าเขาก็ทำสมาธิเขียนแผนที่ไปได้ไม่นานเท่าไหร่นักเมื่อดันมีหน้าต่างสนทนาเด้งขึ้นมาแทน

เป็นการโทรหาจากมาโก้ซึ่งเขาก็กดรับสายทันที

“ว่าไง? เจออะไรงั้นเหรอ?”

การสนทนาเป็นแบเสียงเท่านั้นเขาจึงไม่มีโอกาสได้เห็นว่าด้านหลังของมาโก้นั้นเป็นยังไงและเธอไปพบอะไรเข้าถึงได้โทรกลับมาแบบนี้ แต่น้ำเสียงตื่นเต้นของมาโก้ที่เก็บเอาไว้ไม่อยู่นั้นเริ่มทำให้เขาสยบความสงสัยเอาไว้ไม่ได้เสียแล้ว เพราะถ้าหากสิ่งที่เธอพบคือกุญแจที่จะนำไปสู่วิธีการควบคุมการทำงานของโบราณสถานนี่เขาคงต้องขอบคุณเธอยกใหญ่

//ทองล่ะ ชั้นเจอทองเต็มไปหมดเลย แล้วก็ไม่เหมือนอักษรภาพอียิปต์อะไรนั่น มันเป็นขีดๆเส้นๆ หนาๆบางๆ ดูแล้วงงๆยังไงก็ไม่รู้ แต่ชั้นจำได้ว่าเคยเห็นมันมาก่อนในหัวรัน มาเร็วๆนะ เดี๋ยวส่งพิกัดไปให้// คำพูดที่รัวเป็นปืนกลนั้นทำให้รันชะงักและมึนไปครู่หนึ่งโดยไม่มีโอกาสได้พูดอะไรตอบกลับไป หน้าต่างสนทนาปิดลงเผยให้เห็นหน้าต่างข้อความที่มีภาพของแผนที่และขีดกากบาทที่ตรงเกือบกึ่งกลางของบริเวณโบราณสถานที่ร่างเอาไว้คร่าวๆ

“นี่เดินไปเร็วขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย?”

ชายหนุ่มหลับตาลงกระจายพลังงานด้านลบออกไปเพื่อค้นหาสถานที่ตามพิกัดที่ระบุเพื่อที่จะเทเลพอร์ทไป ตรงจุดที่มาโก้อยู่นั้นเป็นถ้ำที่ไม่ได้ห่างจากพื้นผิวทรายด้านบนมากนัก ยังมีแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ส่องลงมาและโครงสร้างของมันก็เหมือนจะเป็นแท่นบูชาหรือห้องอะไรสักอย่าง

รันไม่รอช้าเทเลพอร์ทไปหามาโก้ในทันที

“ถึงจะบอกให้มาเร็วๆแต่ก็ไม่นึกว่าจะเร็วขนาดนี้นะ”คำทักทายของมาโก้ไม่ได้เข้าหูรันเลยสักคำเดียวเมื่อภาพที่เห็นทำให้สมองของเขาหยุดทำงานไปโดยปริยาย เหลืองอร่ามไปด้วยทองคำและแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบ งดงามอลังการและเต็มไปด้วยมนตร์ขลัง แต่สิ่งที่ทำให้สายตาของเขาไม่สามารถเบนไปทางอื่นได้คือรูปสักการะแบบเดียวกับที่เขาเคยเห็นเมื่อเริ่มเกมได้ไม่นานมากนัก รูปสักการะทองคำขนาดใหญ่ที่แกะสลักออกมาเป็นคนในผ้าคลุม ปิดบังใบหน้าที่แสลักออกมาด้วยความประณีต ไม่ใช่การหล่อแต่เป็นการแกะสลัก งานระดับนี้ประเมินค่าไม่ได้และเขาก็ไม่คิดจะประเมินค่ามันเมื่อรู้ว่านี่คือรูปสักการะของใคร

“รูปสักการะของโคลอี้?”

“แถมสร้างมาจากทองคำที่แพงเสียยิ่งกว่าแพงด้วย”รันหันไปมองมาโก้ที่เดินไปด้านหลังของรูปสลักที่มีกำแพงทองคำอยู่ มันเป็นกำแพงขนาดใหญ่ที่ฝังตัวไปกับผนังหิน เป็นเหมือนกับว่าห้องๆนี้ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งก่อสร้างแต่เป็นเหมือนห้องลับที่ไม่ได้พังทลายไปพร้อมกับโบราณสถาน มันดูสมบูรณ์เต็มร้อยและเหมือนกับห้องลับมากกว่าห้องของอาคารใดอาคารหนึ่ง และห้องลับที่มีรูปสักการะของพระผู้สร้างจะมีความสำคัญยังไงล่ะ?

รันเร่งสาวเท้าตามมาโก้ไหยุดอยู่หน้ากำแพงทองคำขนาดกว้างใหญ่นี้และเพ่งมองไปยังผิวของกำแพงชัดๆ มันเป็นบล็อกสี่เหลี่ยมขนาดเล็กเรียงต่อกันแนบสนิททว่ากลับมีระดับสูงต่ำไม่เท่ากัน บล็อกที่ถูกกดลงไปมีร่องสีเหลี่ยมตื้นๆอยู่ ส่วนบล็อกที่ไม่ได้ถูกกดมีร่องสีเหลี่ยมที่มีขนาดเล็กกว่า

เขานิ่งมองกำแพงนั่นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอยหลังออกมาเดินไปยังมุมซ้ายสุดของกำแพง ไล่ดูลักษณะการเรียงตัวของบล็อกด้วยความสนใจจากบนสุดไปถึงล่างสุด และไม่นานนักเขาก็ยิ้มออกมาและหัวเราะร่วน ดังเสียจนดรีมต้องโผล่หัวขึ้นมาจากเงาด้วยความสงสัย

“เกิดอะไรขึ้นเหรอ? ทำไมรันหัวเราะเป็นคนบ้าแบบนั้นล่ะ?”

มาโก้ได้แต่ส่ายหน้าและเอื้อมมือไปให้ดรีมจับเพื่อดึงตัวเองออกมาจากเงา เด็กสาวทั้งสองเลือกที่จะปล่อยให้รันสวมบทคนไข้โรงพยาบาลบ้าไปอีกสักพักและแยกกันออกเดินไปดูรอบๆของห้องนี้ให้ชัดเผื่อว่าจะมีอะไรน่าสนใจมากกว่ากำแพงทองคำและรูปสลักที่หาค่าไม่ได้

มาโก้นั้นเดินดูรอบๆมาแล้วครั้งหนึ่งจึงทำเพียงแค่มองผ่านๆ แต่ดรีมที่เพิ่งเข้ามาครั้งแรกพร้อมๆกับรันนั้นกลับเพ่งมองทุกองค์ประกอบด้วยความตั้งใจ ห้องลับนี้เป็นถ้ำที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ ด้านบนเป็นหินย้อยและมีรอยแตกประปรายให้แสงอาทิตย์ได้ส่องลงมากระทบกับพื้นที่ไม่สม่ำเสมอเท่ากัน บางจุดก็นูนเป็นเนิน บางจุดก็ยุบเป็นแอ่งน้ำ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีถ้ำแบบนี้ด้านใต้ทะเลทรายได้

ทว่าเป็นในตอนนั้นเองที่เด็กสาวทั้งสองในห้องรู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติ

พวกเธอรู้สึกได้ถึงอิสระของพลังงานในตัวของตัวเอง

“นี่มัน.. ทำไมถึงได้?”ดรีมเริ่มโคจรพลังลมปราณก่อนจะผนึกมันที่ฝ่ามือและซัดออกไปยังกำแพงด้านหนึ่ง ไอพลังวัตรปะทะเข้ากับผนังแต่ไม่รุนแรงมากนัก เธอไม่ได้ต้องการจะทำลายผนังห้องแต่เพื่อทดสอบบางสิ่ง จากที่ตอนแรกเพียงแค่หายใจก็รู้สึกอึดอัดและไม่สามารถใช้พลังกับสิ่งก่อสร้างได้ ในตอนนี้ที่เธอรู้สึกโล่งและโจมตีใส่สิ่งก่อสร้างได้แล้วนั้นมันเป็นสัญญาณบอกว่ากลไกใดๆก็ตามที่ทำให้พลังพิเศษใช้งานกับสิ่งก่อสร้างไม่ได้ผลได้ถูกยกเลิกไปแล้ว

“รันทำได้ไง!?”

ทั้งสองว่าออกมาแทบจะพร้อมกันแล้ววิ่งไปยังอีกคนที่ยืนยิ้มกริ่มอยู่หน้ากำแพงทองคำที่บัดนี้ไม่ได้ฝังอยู่กับผนังถ้ำอีกต่อไปแล้ว ตัวบล็อกจำนวนมากที่ลอยอยู่ตรงหน้านั้นมีจำนวนมากกว่าพันตัวและตรงจุดที่กำแพงเคยฝังอยู่นั้นมันยังมีกำแพงแบบเดียวกันซ่อนอยู่อีก

“มันคืออะไรงั้นเหรอรัน?”

มาโก้ว่าออกมางงๆผิดกับดรีมที่เพ่งดูร่องบล็อกกำแพงด้วยความสนใจ

“..เหมือนกับที่ดาร์กเอลฟ์ลอกใส่สมุดมาเลยนี่นา?”

รันหันขวับมามองก่อนจะยิ้มแหยๆ

“โทษทีๆ ฉันยังไม่ได้เปิดอ่านเลยน่ะ อุตส่าห์ลำบากเอามาให้แท้ๆเลย”ดรีมก้มหน้าลงเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายยกมือขึ้นลูบหัวแทนคำชม ต่อให้เธอเอามาให้แล้วเขาไม่ได้เปิดอ่านมันก็ไม่เป็นไร งานของเจ้าเมืองที่ยังไม่ได้แต่งตั้งรัฐมนตรีของตัวเองขึ้นมาและอาศัยบุคลากรของผู้อื่นแบบนี้งานมันต้องยุ่งเป็นธรรมดาอยู่แล้ว

“ว่าแต่มันหมายถึงอะไรเหรอ? ขีดๆเส้นๆพวกนี้น่ะ?”

รันหันกลับไปมองกำแพงทองที่ลอยอยู่ตรงหน้าและยิ้มกริ่ม

“มันไม่ใช่ตัวอักษรหรือว่าขีดเส้นอะไรหรอก แต่มันคือเลขฐานสองต่างหาก ลำบากพอดูเหมือนกันนะกว่าจะเปลี่ยนโค้ดทั้งหมดแล้วทำให้มันยกเลิกชุดคำสั่งคัดกรองพลังพิเศษน่ะ”คำพูดง่ายๆที่มีคีย์เวิร์ดเป็นคำว่าโค้ดทำให้ดรีมและมาโก้รู้ตัวอีกครั้งว่าโลกใบนี้เป็นโลกที่ถูกสร้างขึ้นมาในช่วงเวลาเดียวกับเกมออนไลน์ ดังนั้นหากพื้นฐานของสิ่งต่างๆจะเริ่มต้นมาจากตัวเลขจำนวนมากแบบนี้มันก็คงไม่แปลก

“ตกลงว่าไม่ใช่เวทมนตร์แต่เป็นโค้ดที่เปลี่ยนแปลงโลกใบนี้โดยตรง?”

เขาพยักหน้าให้กับมาโก้

“โลกทั้งใบนี้สร้างขึ้นมาจากตัวเลขและข้อมูล แล้วที่พวกเธอเห็นอยู่นี่..” ปลายนิ้วถูกชี้ไปยังกำแพงทองคำที่ถูกบังคับให้ลอยไปหยุดอยู่ตรงมุมหนึ่งของห้อง “ก็คือหน้าต่างที่ใช้รันโค้ดในจอคอมพิวเตอร์ยังไงล่ะ นั่นเป็นเพียงชุดคำสั่งเดียวที่ทำงานอยู่ มันยังมีอีกหลายชุดที่รอให้ฉันแก้ไขอีก จะเรียกง่ายๆเลยก็คือห้องๆนี้คือห้องทำงานของพระเจ้าเลยก็ได้”

กำแพงที่ลอยอยู่ตรงมุมห้องหายไปกับอากาศทันทีเมื่อรันกำมือราวกับเพิ่งกดย่อหน้าต่างข้อมูล เขาหันไปหากำแพงตัวเลขอีกชุดและยกมือขึ้นกอดอกหรี่ตา

“จริงอยู่ว่าฉันจัดการชุดนั้นได้ง่ายๆแค่เปลี่ยนสัญลักษณ์ในโค้ดไม่กี่ตัว ถึงตัวเลขที่ต้องเปลี่ยนจะมีเกือบร้อยตัวก็เถอะ แต่ชุดนี้ที่เป็นชุดคำสั่งซึ่งจะทำให้เมืองโบราณนี้ฟื้นฟูกลับขึ้นสู่ผิวดินมันยาวและน่าจะกินเวลามากพอสมควร ดังนั้นฉันว่าวันนี้เรากับกันก่อนเถอะ นี่ก็จะเย็นแล้ว ฉันว่าชิกิลต้องกังวลแน่นอนว่าไม่มีใครอยากกินพายผลไม้แสนอร่อย”รันวาดมือไปด้านหน้าอีกครั้งเรียกเอากำแพงอีกชุดขึ้นมาก่อนจะจัดการกดบล็อกลงไปเป็นระยะๆอย่างรวดเร็ว เมื่อเสร็จแล้วเขาก็กำมือทำแบบเดิม ซ่อนหน้าต่างชุดคำสั่งใหม่ให้หายไปและแทนที่มาด้วยหน้าต่างสีดำจากนาฬิกาพกของทั้งสาม

“โห นี่ทำถึงขนาดบันทึกจุดเซฟได้เลยอย่างงั้นเหรอ?”

“ถ้าแบบนั้นรันก็เป็นพระเจ้าแล้วสิ?”

คำพูดเรียบๆของมาโก้หยุดดรีมที่กำลังทำตาลุกวาวกับหน้าจอแสดงข้อมูลการบันทึกจุดเซฟสำหรับการเดินทางได้ชะงัด เด็กสาวทั้งสองจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอารมณ์ทางใบหน้าเลยแม้แต่น้อย รันเพียงยิ้มและไหวไหล่ไม่ยี่หระราวกับกำลังจะปัดคำถามออกจากตัว

“รัน ถ้ารันใช้งานห้องนี้ได้ดั่งใจ แสดงว่า..”

“พวกเธอสองคนก็รู้กันอยู่แก่ใจดีแล้วนี่นาว่าฉันทำอะไรไปบ้างเพื่อให้เกมๆนี้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา แต่โคลอี้ต่างหากที่คือพระเจ้าจริงๆของทั้งโลกอสูรและโลกแห่งการผจญภัย ฉันก็เป็นแค่เครื่องมือที่ทำให้มันเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาเท่านั้น แต่ถ้าหากฉันเป็นอย่างที่ว่าจริงๆ ฉันจะมองเห็นสิ่งมีชีวิตเป็นเหมือนสิ่งที่ตัวเองสร้างขึ้นมา ไร้ค่า เขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้ามันเป็นแบบนั้นขึ้นมาจริงๆฉันคงไม่อยากจะเรียกตัวเองว่าพระเจ้าหรอก”สายสัมพันธ์ระหว่างผู้สร้างกับผู้ถูกสร้างที่ไม่รู้ตัวนั้นไม่สามารถเรียกได้ว่าความสัมพันธ์ รันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าโค้ดที่เขียนลงไปในระบบปฏิบัติการจะมีตัวตนขึ้นมาแบบนี้

หากเขายอมรับว่าเป็นพระเจ้าที่สร้างโลกทั้งสองโลกนี้ขึ้นมามันก็จะเป็นอนาคตที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาจะกลายเป็นคนแบบนั้น เห็นสิ่งที่ตนสร้างขึ้นมาไร้ค่าและสามารถเขี่ยทิ้งเปลี่ยนใหม่ได้ อีโก้ของคนเรามันมากน้อยไม่เท่ากันและเขายอมรับเลยว่าเขาเป็นคนเห็นแก่ตัวมาก

เขารู้ตัวเองดีและจะไม่ยอมรับว่าตนเป็นอะไรทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจ

เพราะความกลัว

หากเขายอมรับว่าตนเองเป็นพระเจ้าจริงๆเขากลัวว่าสักวันหนึ่งรูปแบบการคิดแบบนี้จะทำให้เขาลืมความรักที่ใครๆต่างมอบให้ เขาจะเห็นลาสโลว์ โป๊คเกอร์เฟซ รันมารุ แอกเนส มาโก้หรือกระทั่งชิกิลเป็นเพียงแค่ตัวหมากที่เปลี่ยนใหม่ได้ไม่จำกัด เขาไม่อยากจะเป็นแบบนั้นแม้ว่าจะมีอำนาจทำทุกอย่างในห้องนี้ก็ตามที

“เอาเป็นว่า.. ช่วยคิดซะว่าที่ฉันใช้งานห้องนี้ได้มันก็เพราะว่าฉันแฮ็คมันก็แล้วกันนะ”

“แฮ็คทั้งๆที่ไม่มีคอมฯหรือเครื่องมืออะไรเลยเนี่ยนะ?”นั่นทำให้เขาชะงักไปในทันทีและเรียกเสียงหัวเราะเบาๆได้ทั้งจากดรีมรวมทั้งมาโก้ผู้พูด เด็กสาวทั้งสองเสตามองกันเล็กๆน้อยก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้เขาพร้อมๆกันราวกับตกลงกันไว้แล้วล่วงหน้าเพียงด้วยการสบตา

จากคราวก่อนที่พวกเขาเป็นฝ่ายรวบพวกเธอเข้ามากอด คราวนี้มันกลับสลับกัน

“รันไม่ต้องกลัวหรอกว่ารันจะเปลี่ยนไปหรือยังไง เพราะไม่ว่ายังไงก็ตามพวกเราก็ยังจะอยู่กับรันแน่นอน ไม่หนีหายไปไหนแน่นอนไม่ว่ารันจะบ้าบอแค่ไหน กลายเป็นคนไม่ดี หรือจับผู้หญิงทั้งเมืองขึ้นเตียงก็แล้วแต่”ดรีมว่าด้วยรอยยิ้มหวานที่เขาเริ่มคุ้นชินกับมันเมื่อคืนก่อน แต่ไม่ว่ายังไงเวลาที่เธอใช้มันกับเขา ไม่มีครั้งไหนเลยที่เขาจะไม่ใจอ่อนยอมทำตามคำสั่งของเธอทุกครั้งไป ถึงครั้งนี้เขาจะชะงักไปกับประโยคสุดท้ายก็ตามที

“เพราะตราบใดที่พวกเรายังอยู่ข้างๆรัน พวกเราไม่ปล่อยให้รันกลายเป็นคนไร้หัวใจแน่นอน ความรักที่รันให้พวกเรามันก็เป็นหลักฐานแล้วว่าหัวใจของรันยังอยู่ แต่ถ้ามันหายไปตอนไหนล่ะก็พวกเรานี่แหละจะเป็นหัวใจให้กับรันเอง”จากมาโก้ที่ได้แสดงท่าทีแบบนี้ออกมานานครั้งนั้นเขาประหลาดใจน้อยๆ แต่ความอุ่นตากฝ่ามือที่ขยับขึ้นมาเกลี่ยแก้มนั่นทำให้เขายิ้มออกมาได้ในที่สุด

ในเมื่อเขามีคนที่คอยรอรับอยู่เมื่อล้มแบบนี้แล้วเขาก็ไม่กลัวที่จะก้าวต่อไปอีกแล้ว

“ถ้าอย่างนั้นก็รออีกสักพักได้ไหม? จะกลับไปก่อนเลยก็ได้แต่มันยังมีเรื่องที่ฉันอยากจะลองทำดูที่ห้องนี้สักหน่อยน่ะ”อ้อมกอดของทั้งสองแน่นขึ้นมาอย่างกะทันหันจนรันต้องกัดฟันโคจรลมปราณไม่ให้กระดูกซี่โครงร้าวด้วยแรงของมาโก้ ดรีมนั้นไม่เท่าไหร่แต่สีหน้าที่บึ้งตึงนั้นบอกเขาว่านรกกำลังมาเยือน

“เรามาตกลงกันเลยดีกว่า ดูจากพฤติกรรมของรันแล้วเนี่ย ข้อเสียของรันยังมีอยู่เยอะมาก..”

“ใช่แล้วๆ รันจะทำงานที่นี่ต่อก็ได้แต่ไล่ให้พวกเรากลับไปก่อนแบบนี้เดี๋ยวตีตายเลย!”

“เพราะฉะนั้น.. นั่งลงเดี๋ยวนี้! X2

ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งตามคำสั่งของสองสาวที่ปล่อยมือออกจากตัวเขาแล้วด้วยความจำใจ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบทลงโทษของพวกเธอนั้นรู้ตัวดีว่าสมควรจะได้รับมันจริงๆ นิสัยที่ชอบไปไหนไม่ยอมบอกกล่าวนี้เขาควรจะรักษามันให้หายเสียที แถมยังมีนิสัยเสียอื่นๆที่มาโก้เริ่มร่ายออกมาอีก

เมื่อมีผู้ที่คอยให้ความสนับสนุนแบบนี้เขาก็ได้แต่อมยิ้มรับคำเทศนาอย่างมีความสุข

...แม้จะถูกมาโก้มองด้วยสายตาแปลกๆเมื่อยิ้มออกมารับบทลงโทษแบบนี้ก็ตามที

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

1,284 ความคิดเห็น

  1. #1239 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2557 / 01:35
    หึหึ ดรีมนี่คงรักจริงไปล่ะ คนอื่นดูกันต่อไป โคลอี้นี่ชัว
    #1239
    0
  2. #1238 Kenzama (@kenzama) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2557 / 23:24
    อาาา...ทำไมรู้สึกฟินกะดรีมจังเลยน้าาา  น่ารักจริงไรจริง
    #1238
    0