God Presentiment Online ภาค สงครามเทียมเทพ

ตอนที่ 134 : บทที่ 10 ช่วงเวลาของการเติบโต : ก่อนจะออกเดิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 324
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    9 ต.ค. 57

บทที่ 10 ช่วงเวลาของการเติบโต
ช่วงแรก ก่อนจะออกเดิน

ในยามเช้าตรู่ของเมืองท่าชายทะเลที่ยังไม่ได้เริ่มการฟื้นตัวหลังจากผ่านสงครามภายในมาอย่างหนักหนาสาหัส มีเพียงเสียงคลื่นทะเลที่ดังแผ่วๆเป็นจังหวะฝ่าม่านหมอกเย็นจัดเข้ามายังภายในตัวเมืองเท่านั้นที่ดังมากพอจะทำหน้าที่เป็นนาฬิกาปลุกให้เจ้าเมืองหนุ่มได้ตื่นจากการพักผ่อน แม้ร่างกายจะหนักอึ้งและปวดเมื่อยตามตัว การพักผ่อนก็ยังคงทำหน้าที่ของมันได้สมดั่งชื่อ

รันอมยิ้มบางๆเมื่อเห็นว่าแขนขวาของตนได้กลายเป็นหมอนให้กับเด็กสาวสองคนซึ่งกอดกันกลมด้วยสีหน้ามีความสุข ชายหนุ่มถอนหายใจเล็กน้อยและใช้มืออีกข้างที่ว่างเกลี่ยปอยผมของดรีมที่กำลังกอดเลเวียหันหน้าเข้าหาเขาด้วยความเอ็นดู ภาพของเมื่อเสือสาวยามค่ำคืนของมิมิกตัวน้อยนี้ย้อนกลับเข้ามาในหัวของเขาอีกครั้งทำให้เขาเลือกที่จะไม่ตัดสินใครจากภายนอกอีก

มือหนาละจากแก้มนุ่มไปลูบคลึงไหลล่มนของเลเวียที่นอนเอาแผ่นหลังแนบชิดกับตัวของเขาเอาไว้ด้วยความรักใคร่ ความรู้สึกของเลเวียที่เจ้าตัวยอมพูดออกมานั้นทำให้เขาแทบจะรู้สึกผิดนิดๆ เขาทรมานเธอกี่ครั้งต่อกี่ครั้งเธอก็ยังขยับปากบอกรักเขาให้มากครั้งเท่ากัน ทั้งบีบคอ ทั้งตบตี แม้กระทั่งใช้เชือกรัดตรึง เธอก็ยังไม่แคล้วจะพร่ำบนคำสั้นๆนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงเหมือนคนที่มัวเมาในรสชาติความสุข

มันอดทำให้เขาคิดไม่ได้ว่าตัวเขานั้นเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดในโลกที่ได้มีผู้หญิงสองคนนี้พร้อมจะมอบทุกอย่างให้อย่างไม่เกี่ยงเกณฑ์ ไม่มีอะไรที่จะทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายและปรอดโปร่งไปได้มากกว่าจมอยู่ในความรักของคนที่รักเขาและเขาก็รักตอบนี้อีกแล้ว

แต่เมื่อมีการพบเจอก็ต้องมีการจากลา รันทำให้บอกลากับความสุขที่เหมือนความฝันนี้แล้วโน้มตัวไปหอมแก้มพวกเธออีกคนละทีและจึงลุกขึ้นจากเตียงให้เงียบและเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ พวกเธอเหนื่อยมามากกับค่ำคืนที่ผ่านมาและเขาก็ต้องการให้พวกเธอใช้เวลาพักผ่อนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รันมองหาเสื้อผ้าของตนรอบห้องก่อนจะพบมาถูกกองสุมอยู่กับชุดนอนของเลเวีย

ไม่นานนักกับการสูดดมกลิ่นหอมจากชุดนอนใช้แล้วนั่นเหมือนคนโรคจิต รันก็อยู่ในชุดโปรดของตนอีกครั้งพร้อมที่จะออกไปตามหาชิกิลที่ห้องครัวของปราสาทแห่งนี้ซึ่งอยู่ในส่วนที่ลึกมากพอสมควร หลังจากเหลียวมองร่างเล็กที่ถูกห่มผ้าให้เรียบร้อยแล้วทั้งสองในห้องเป็นครั้งสุดท้ายรันก็ปิดประตูและเดินไปตามทางเดินเพื่อไปยังที่หมายของตนด้วยความเร็วไม่เร่งรีบ

ระหว่างทางเขาก็ค่อยๆมองแสงสว่างของหินที่ฝังไว้ตามกำแพงนั่นด้วยความสนใจ หากเขาต้องบูรณะปราสาทหลังนี้ใหม่เขาก็ต้องหาวัตถุดิบเสียก่อน และแน่นอนว่าทวีปทะเลทรายแบบนี้ไม่มีทางได้วัตถุดิบแบบที่เขาต้องการมาได้ง่ายๆแน่นอน ดีไม่ดีเขาอาจจะต้องขอความช่วยเหลือจากต่างทวีปหรือไม่ก็ต้องตามหาข้อเสนอการค้าที่ไม่ค่อยจะเป็นธรรมด้วยความจำใจ ขอทานไม่อาจเลือกขอได้ นั่นคือสุภาษิตที่เขาคำนึงถึงอยู่ตลอดในช่วงเวลาที่จัดการงานเอกสารอนุมัติงานทั้งหมด

ทั้งอัตราภาษี ทั้งการจัดหาเสบียง การจัดการทหารหรือแม้กระทั่งคำร้องทุกข์ของชาวเมืองเล็กๆน้อยๆอย่างต้องการที่อยู่อาศัยใหม่เพราะพังไปกับสงครามครั้งก่อน และเมื่อไล่ดูรายชื่อของประชากรทั้งหมดเพื่อทำการขึ้นทะเบียนใหม่อีกครั้งแล้วเขาก็พบว่าประชากรในเมืองท่านี้ส่วนใหญ่มีงานค้าขายและงานทำประมงเท่านั้น ไม่มีผู้ที่เชี่ยวชาญงานก่อสร้างหรืองานฝีมือหลงเหลืออยู่อีกแล้ว

ดังนั้นความหวังเดียวของเขาในตอนนี้คือสร้างมันขึ้นมาเอง

ถามว่าจะทำได้ยังไงอย่างนั้นหรือ? มันก็เป็นวิธีการเดียวกันกับที่เขาใช้สร้างปราสาทวัลเคียวเร่นั่นล่ะ ในตอนนั้นปราสาททั้งหลังคือความรับผิดชอบของเขาเพียงคนเดียว ส่วนการตกแต่งภายในนั้นรัดเกล้าจะเป็นคนจัดการ แล้วเขาทำยังไงล่ะ?

เขาใช้เวลาศึกษาโครงสร้างของสิ่งก่อสร้างนอกเกมอยู่นานพอสมควรก่อนจะทดลองสร้างแบบจำลองขนาดจิ๋วขึ้นมาด้วยไม้เนื้อแน่นและพลังจิตเพื่อทดสอบดูและเปรียบเทียบกับสเกลขนาดจริง แน่นอนว่าแบบจำลองมันใช้เวลาเพียงแค่นิดเดียวก็สำเร็จ แต่ปราสาทจริงต่างหากที่กินเวลาเขาไปถึงสามวันเต็มๆในการสร้างมันขึ้นมาจากวัตถุดิบจำนวนมากด้วยพลังจิต

โครงสร้างของปราสาทมีเนื้อเดียวกันหมด ไม่จำเป็นต้องใช้ตะปูหรือเครื่องยึดเหนี่ยวอะไรเพราะเขาปลอมมันเข้าด้วยกันด้วยพลังจิต ปราสาทวัลเคียวเร่คือปราสาทที่ไม่มีวันถล่มลงมาได้ง่ายๆด้วยภัยธรรมชาติและจะยืนหยัดต่อการโจมตีของศัตรูได้นานประหนึ่งป้อมปราการหากเกิดเรื่องไม่คาดฝัน

เขารู้โครงสร้างทุกซอกทุกมุมของปราสาทแต่กลับไม่สามารถเขียนมันออกมาเป็นพิมพ์เขียวได้ คนเราเชี่ยวชาญในบางเรื่องและอ่อนด้อยในบางเรื่อง ของแบบนี้ล่ะที่เขารู้ดีเป็นที่สุด อย่างน้อยๆเขาก็ยังต้องการความช่วยเหลือของผู้เชี่ยวชาญในการคำนวณและเขียนพิมพ์เขียวอยู่ดี

“แต่ไม่ว่าจะทำยังไงปัญหาในตอนนี้ก็คือทรัพยากรและงบประมาณอยู่ดีล่ะนะ”รันถอนหายใจยาวเหยียดและยกมือขึ้นมาตรงหน้า ใช้พลังจิตดึงดูดมวลธาตุในอากาศมาจับตัวกันเป็นก้อนและเปลี่ยนโครงสร้างของอะตอมให้มันกลายเป็นทองคำ จากมวลธาตุขนาดพอๆกับลูกเทนนิสบัดนี้เหลือเป็นเศษทองขนาดไม่ได้ใหญ่ไปกว่าเม็ดข้าว เขาสามารถตระเวนไปทำทองแบบนี้ขึ้นมาขายเพื่องบประมาณได้ แต่เขาจะต้องทำแบบนี้นานเท่าไหร่ถึงจะสามารถทำให้เมืองนี้ยืนหยัดได้ด้วยตัวเองได้กัน?

กับเมืองวัลเคียวเน่นั้นเขาใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่เพราะสามารถนำทรัพยากรเฉพาะอย่างวัตถุดิบหายากในอาณาเขตของแต่ละเผ่าพันธุ์ไปขายได้แถมยังมีคนคอยช่วยกระจายของให้อย่างพวกวอล์คอีก ดังนั้นในตอนนี้เขาคงต้องพยายามหาอะไรที่พอจะขายได้ก่อนหรือไม่ก็ปรับเปลี่ยนสภาพพื้นที่ให้เหมาะกับการเพาะปลูกเสียก่อนเพื่อผลิตทรัพยากร

แต่พอนึกถึงคนที่คอยช่วยเหลือเขาแล้ว...

เมื่อคืนเขายอมรับเลยว่าทำไปเพราะอารมณ์ล้วนๆ ไม่ได้เกี่ยวกับว่าหน้ามืดหรืออะไรทั้งนั้น ใจหนึ่งอยากจะโทษว่าดรีมน่ารักเกินไปแต่จะผลักไสความผิดของตนไปให้คนอื่นก็ดูจะหน้าตัวเมียไปนิด เขาทิ้งคนอื่นๆแล้วมามีอะไรกับคนที่พวกเธอไม่แม้แต่จะรู้จักแบบนี้จะเรียกว่าเขานอกใจได้รึเปล่า? ถึงพวกเธอจะตกลงว่าจะแบ่งเขาใช้กันก็ตามที แต่กับคนที่เพิ่งมารู้จักกันแล้วเลยเถิดไปถึงขั้นนั้น ถ้าเขาอยู่ในจุดยืนเดียวกับพวกเธอเขาก็คงจะรู้สึกน้อยใจและโกรธมากจริงๆ

“อา เราเป็นผู้ชายที่นอกจากจะไม่ได้เรื่องแล้วยังเลวมั่วผู้หญิงไม่เลือกจริงๆ”รันยกมือขึ้นตบหน้าผากกุมขมับตัวเองแล้วส่ายศีรษะไปมาด้วยความปลงตก เขายอมรับตามตรงเลยว่ากับวอล์ค ไคโร ตา ทิวลิปหรือโรส เขาไม่มีความรู้สึกอยากทำร้ายพวกเธอแบบที่มีกับดรีมและเลเวียเลยแม้แต่น้อย เขาต้องการทะนุถนอมพวกเธอ เป็นเจ้าของพวกเธอ ได้รับรอยยิ้ม ความรัก และความเชื่อใจจากพวกเธอ

ไม่มีเรื่องใต้เข็มขัดมาเกี่ยวด้วยเลยแม้แต่น้อย

“กลับไปเจอหน้าพวกนั้นจะทำตัวยังไงดีล่ะเนี่ย?”เขาไม่ได้คิดถึงในแง่ดีว่าพวกเธอจะดักตีหัวเขาแล้วทำแบบเดียวกันกับที่เขาทำกับดรีมเลเวียเลยแม้แต่น้อย ในหัวตอนนี้มีแต่สีหน้าที่ปราศจากความเชื่อใจของพวกเธอในขณะที่พวกเธอกำลังสรรหาวิธีทรมานเขาสารพัดสารเพ สอนให้เชื่องว่าอย่าไปเรื้อนร่านที่ไหนกับใครเขาอีก และให้เชื่อฟังเพียงเจ้าของเท่านั้น เหมือนกับสัตว์เลี้ยงที่ไร้โอกาสต่อรองตอบโต้

แค่คิดก็ขนลุก..

“อ้าว เจ้านาย? อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะ”

รันชะงักอยู่หน้าบานประตูไม้ตรงหน้าที่ถูกแง้มเปิดออกส่งกลิ่นหอมของน้ำตาลและขนมปังจากภายในหอมกรุ่น ชายหนุ่มหลุบตาลงมองคิคิโมร่าสาวในชุดเมดครั้งหนึ่งก่อนจะยิ้มตอบพร้อมทั้งค้อมศีรษะน้อยๆราวกับคนตรงหน้าไม่ใช่ทาสรับใช้แต่เป็นคนในระดับชั้นเดียวกัน ชิกิลที่เห็นดังนั้นก็ผงะไปเล็กน้อยก่อนจะถอยออกเปิดบานประตูออกกว้างเชิญอีกฝ่ายให้เข้ามา

“เจ้านายต้องการอะไรรึเปล่าเจ้าคะ? ดวงอาทิตย์ยังไม่พ้นขอบฟ้าเลยนะเจ้าคะ ถ้าหิวแล้วล่ะก็เดี๋ยวชิกิลจะเตรียมอะไรรองท้องให้ก่อน ถ้าไม่รังเกียจ.. จะทานด้วยกันก่อนไหมเจ้าคะ?”รันมองไปยังสภาพของห้องครัวมืดๆที่มีเพียงหน้าต่างไม่กี่บานและช่องระบายอากาศเหนือเตาไฟและเตาอบ แสงเทียนจากบนโต๊ะบวกเข้ากับหินเรืองแสงฝังผนังทำให้ห้องนี้ไม่ดูมืดมากเกินไปจนทำงานไม่ได้ และแสงเหล่านี้เองที่ทำให้เขาเหลือบไปเห็นซุปครีมในหม้อกับขนมปังและสลัดอีกหนึ่งชามที่กำลังอยู่ระหว่างทำ

“ฉันมากวนรึเปล่า?”

ถึงฐานะของเขาจะสูงกว่าแต่การมากวนเวลาทำงานแบบนี้กับลูกน้องไม่ว่ายังไงมันก็ยังไม่เหมาะ ยิ่งชิกิลเป็นผู้ที่รับหน้าที่ทำอาหารให้กับผู้ที่พักภายในปราสาทแห่งนี้ด้วย เวลาเช้าตรู่แบบนี้ยิ่งเป็นเวลาที่ยุ่งมากสำหรับคนครัว ดังนั้นต่อให้ด้วยฐานะอะไรเขาก็ต้องกล่าวขอโทษออกมาก่อน

“ไม่หรอกเจ้าค่ะ ดูเหมือนว่าท่านขุนนางทั้งหลายของท่านโนอาจะยังไม่ไว้ใจชิกิลซักเท่าไหร่ พวกเขาก็เลยเลือกที่จะออกไปทานกับพวกทหารที่ค่ายด้านนอกมากกว่า มีเพียงแค่ท่านโนอา ท่านลิลิสกับท่านคลาเรียเท่านั้นที่ไม่ได้ปฏิเสธอาหารเช้า”หลังจากได้เห็นชิกิลว่าออกมายิ้มๆแล้วเขาก็อดหัวเสียไม่ได้ การที่อาหารของตนถูกปฏิเสธแบบนี้มันก็น่าเสียใจอยู่ไม่ใช่น้อยเช่นกัน

“ปฏิเสธอาหารอร่อยๆแล้วไปกินร่วมกับทหารอย่างงั้นเหรอ? ถึงจะดูเหมือนเป็นการสานสัมพันธุ์ระหว่างเจ้านายและลูกน้องที่ดีแบบนี้แต่มันก็น่าหมั่นไส้เหมือนกันนะ ทั้งๆที่ดูน่าอร่อยแบบนี้แท้ๆ น่าเสียดายออก”รันถือโอกาสเดินไปคนหม้อซุปที่ถูกตั้งไฟเคี่ยวอยู่ในขณะที่ชิกิลเดินหลบไปดูขนมปังในเตาอบ มื้อเช้าวันนี้เป็นซุปครีมที่ใส่อะไรสักอย่างลงไปจนส่งกลิ่นหอมน่าทาน

“นี่ซุปอะไรเหรอ?”

“ดอกไม้ทะเลเจ้าค่ะ คุณลุงที่เป็นชาวประมงใจดีให้มาตอนที่ชิกิลออกไปเดินดูวัตถุดิบที่ตลาด เห็นบอกว่าเป็นคำขอบคุณสำหรับความสงบสุขในตอนนี้น่ะเจ้าค่ะ ชิกิลก็ปฏิเสธไม่ได้ด้วยสิเจ้าคะ แหะๆ”รันใช้กระบวยช้อนตักเจ้าดอกไม้ทะเลที่ว่านี่ขึ้นมาดูใกล้ๆก่อนจะยิ้มออกมา มันดูเหมือนวุ้น ถ้าพูดให้ถูกคือว่างหางจระเข้ ถ้ากินเข้าไปคงจะกรุบเคี้ยวมันไม่ใช่น้อย

“อร่อยไหม?”

“คุณลุงเขาบอกว่าเอามาทำซุปร้อนๆจะให้รสชาติออกหวานติดเค็มนิดๆเจ้าค่ะ ต้องเคี่ยวนานพอสมควรมันถึงจะเปื่อยจนเคี้ยวได้ นั่นชิกิลเพิ่งใส่ไป ต่อให้ออกแรงเคี้ยวขนาดไหนมันก็ไม่ขาดหรอกเจ้าค่ะ ตอนที่หั่นมันตอนแรกชิกิลยังต้องผนึกเวทมนตร์กับมีดเลย..”รันยิ้มเจื่อนๆเมื่อหันไปมองเขียงที่ว่างทิ้งไว้บนโต๊ะซึ่งยังมีชิ้นส่วนของดอกไม้ทะเลที่ว่านั่นเหลืออยู่ บนเขียงนั้นคือมีดปังตอที่คมบิ่นจนทื่อ..

“ฉันชักอยากรู้แล้วแฮะว่าคุณลุงที่ว่านี่ได้ดอกไม้ทะเลนี่มายังไง”

“..เรื่องนั้นชิกิลเองก็อยากรู้เหมือนกันเจ้าค่ะ”

คิคิโมร่าสาวรับคำเขาสั้นๆด้วยน้ำเสียงแห้งๆและนำถาดขนมปังออกจากเตาอบและนำมาวางไว้เหนือโต๊ะหินตรงมุมห้องที่มีตัวอักษรเวทมนตร์สลักเอาไว้กำกับเวทมนตร์ให้ความร้อนเพื่อที่จะคงความสดใหม่ของขนมปังให้เหมือนเพิ่งออกจากเตา รันมองเครื่องมือใช้สอยในห้องครัวนี้ด้วยความทึ่ง บนเรือเหาะนั้นเขาไม่ได้เห็นอุปกรณ์มากมายขนาดนี้มาก่อน อย่างมากก็แค่เตาไฟหรือเตาอบและเครื่องครัวแปลกๆอีกไม่กี่ชิ้น

แต่นี่เขาพอจะเรียกได้ว่าเป็นที่ทำงานของเชฟมืออาชีพเลยก็ว่าได้

..แน่ล่ะ นี่มันห้องครัวของปราสาทเลยนี่นา

“ซุปครีมนั่นยังต้องเคี่ยวอีกประมาณชั่วโมงและคงพร้อมขึ้นโต๊ะพอดีกับเวลามือเช้า แต่ถ้าเจ้านายหิวแล้วชิกิลหวังว่าท่านจะไม่รังเกียจขนมปังกับน้ำผึ้งง่ายๆนะเจ้าคะ?”ภูติประจำบ้านที่ผันตัวเองมาเป็นสาวใช้ควบตำแหน่งสายลับพาร์ทไทม์หันมายิ้มกับเขาพร้อมตะกร้าที่เต็มปริ่มไปด้วยขนมปังครัวซองต์ กระปุกน้ำผึ้งอยู่ในอีกมือหนึ่งซึ่งยื่นตรงมายังเขาด้วยรอยยิ้ม

รันถอนหายใจเบาๆก่อนจะยิ้มรับ

“..ถ้าไม่เป็นการรบกวนล่ะนะ”

รันเดินไปนั่งยังโต๊ะที่ชิกิลเตรียมเอาไว้แล้วนั่งลงตรงข้ามกับอีกฝ่ายที่กำลังเทชาจากกาน้ำชาเซรามิกใส่ถ้วยสำหรับสองคน เขานั่งเท้าคางมองชิกิลที่ลงมือทำงานได้อย่างไม่ติดขัดด้วยความชื่นชม ทั้งการลงมือผ่าขนมปังและราดน้ำผึ้งจากในกระปุกลงไปที่ทำได้เร็วมาก จนไม่กี่นาทีครัวซองต์จำนวนสามชิ้นที่ทาน้ำผึ้งเรียบร้อยแล้วก็ใส่จานมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาข้างๆถ้วยชาดอกไม้กลิ่นเดิมที่เขาจิบเมื่อวาน

“เห็นแบบนี้แล้วนึกถึงตอนครั้งแรกเลยนะ ตอนนั้นยังดูเก้ๆกังๆทำอะไรไม่ค่อยเป็นอยู่เลย”มือที่ยกถ้วยชาขึ้นจิบนั้นชะงักไปกับคำพูดของรัน ภูติสาวเสตามองพื้นแน่นิ่งราวกับมีลายทางขุมสมบัติสลักเอาไว้กับเนื้อไม้จนเขาต้องหลุดหัวเราะ

“แต่ชิกิลก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมากล่ะนะ..”

มื้อเช้าดำเนินไปอย่างราบรื่นและมีเพียงเสียงพูดคุยของสองนายบ่าวดังมาแว่วๆไม่เงียเหงาเกินไป ชิกิลยังคงเหล่มองไปยังหม้อซุปที่เคี่ยวเอาไว้อยู่เนืองๆและลุกขึ้นไปคนดูมันเป็นพักๆ รันที่จัดการขนมปังของตนเสร็จแล้วก็ได้แต่นั่งจิบชามองดูสาวใช้ของตนทำงานอย่างแข็งขัน

ทว่าเขากลับไม่ได้ปล่อยให้เธอทำงานต่อไปได้นานนัก..

“เรื่องตาของเดียร์น่ะ เป็นยังไงบ้างเหรอ?”

ชิกิลหยุดมือที่กำลังเคี่ยวซุปอยู่และหันมามองผู้พูดด้วยสีหน้าลำบากใจ

“จากเวลาที่ชิกิลใช้เมื่อคืนเพื่อย้อนรอยพลังงานของท่านเดียร์นั้นชิกิลบอกได้เพียงแค่ว่าระยะทางน่าจะไกลเกินกว่าครึ่งค่อนทวีปเจ้าค่ะ แหล่งที่มาอยู่ในทวีปมารราวๆกึ่งกลางของทวีป แต่ชิกิลไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นเมืองไหนกันแน่เพราะพลังงานมันกระจัดกระจายไปเป็นวงกว้าง..”

รันกอดอกครุ่นคิดก่อนจะพูด

“มีความเป็นไปได้ไหมว่าการที่พลังงานกระจัดกระจายแบบนั้นจะมีสาเหตุมาจากร่างแยกอื่นๆที่มีอวัยวะอื่นของเดียร์เป็นแหล่งพลังงาน ถึงฉันจะไม่อยากเข้าใจไปว่าเดียร์ถูกชำแหละแยกส่วน ..แต่คำตอบของกรณีนี้ถ้าไม่ใช่เพราะร่างแยกอื่นก็อาจจะเป็นเพราะเดียร์ถูกพาเดินทางไปไหนมาไหนตลอดเวลา แต่ถ้าวงกว้างถึงขนาดที่ระบุเมืองแน่ชัดไม่ได้มันก็มีความเป็นไปได้ทั้งสองทางล่ะนะ”

ชิกิลเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดออกมา

“เผ่ามารมีวิธีที่จะบังคับให้ท่านเดียร์ใช้ร่างแยกวิญญาณได้โดยไม่สนใจความต้องการของตัวท่านเดียร์ด้วยเจ้าค่ะ พวกมันจะตัดแบ่งร่างกายของท่านเดียร์ออกเป็นชิ้นๆและให้อวัยวะชิ้นหนึ่งทำหน้าที่เป็นแกนกลางของพลังงาน.. นั่นคือเท่าที่ชิกิลรู้มา แต่ครั้งสุดท้ายที่ชิกิลพบท่านเดียร์ ที่หายไปก็มีเพียงแค่ตาทั้งสองข้างเจ้าค่ะ แต่นั่นก็นานกว่ากลายปีแล้ว ตอนนี้จะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้ ท่านเดียร์..”

“ยิ่งช่วยมาเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น... ฉันก็อยากจะพูดแบบนี้อยู่หรอกนะ ถึงจะไม่ได้สนิทกันมากเท่าไหร่แต่เดียร์เป็นลูกสาวของเพื่อนฉันคนนึง ถ้าเป็นไปได้ฉันก็ไม่อยากให้ต้องมาเจออะไรแบบนี้หรอก”มือทั้งสองข้างโอบถ้วยชาในมือคลายความหนาวเย็นของห้องครัวมืดสลัว รันหลุบตาลงต่ำก่อนจะลุกขึ้นจากโต๊ะและจัดการชาในถ้วยของตนจนหมด

“หลังจากเตรียมอาหารให้กับนักโทษของเราเรียบร้อยแล้วช่วยเตรียมอีกสองชุดยกขึ้นไปที่ห้องของดรีมทีนะ ฉันว่าดรีมกับเลเวียคงไม่ลงมาทานด้วยกันที่โต๊ะอาหารหรอก เผื่อส่วนของเฟซ มาโก้แล้วก็แอกเนสเอาไว้ด้วยล่ะ ถ้ามีอะไรเรียกหาล่ะก็ฉันอยู่ที่ห้องทำงานนะ”ชิกิลรับคำของเขาด้วยการพยักหน้าและยิ้มส่งเขาออกจากห้องครัว รันมองบานประตูตรงหน้าของตนเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาในสถานการณ์อันน่าอึดอัดแบบนี้

ไม่ช้านักเป้าหมายของเขาก็เปลี่ยนไปเป็นห้องทำงานเพื่อที่จะเริ่มจัดการเกี่ยวกับความมั่นคงของเมืองให้เร็วที่สุด เดิมทีเมืองท่านี้เป็นเมืองค้าขายและเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของทวีปโอเกรเชีย แม้สิ่งที่ดึงดูจะมีเพียงปะการังเรืองแสงและอาหารไม่กี่ชนิดแต่ก็ถือว่าเป็นเมืองที่บรรยากาศดี นั่นคือเท่าที่เขารู้มาจากเอกสารเพราะเมืองในตอนนี้ไม่มีเค้าเดิมเหลืออยู่อีรกแล้ว

สถานการณ์ของเมืองในตอนนี้ไม่มีทางเลยที่จะมีคู้ค้าเดิมกลับมายื่นข้อเสนอการค้าอีก และในเมื่อนี่เป็นเมืองของเผ่ายักษ์ที่ถูกเผ่ามารรุกราน ความเป็นไปได้ที่จะค้าขายกับเผ่ามารจึงเป็นศูนย์ แม้จะยังมีความหวังกับเผ่าเทพเขาก็ได้แต่ระแวงว่าจะมีการเล่นตุกติกส่งสายลับหรือมือสังหารเข้ามาปะปนกับพ่อค้า ทางออกคือถ้าหากไม่หาคู่ค้าที่ไว้ใจได้ก็ต้องยืนหยัดให้ได้ด้วยตัวเอง

หลังจากมาถึงห้องทำงานของตนเองอีกครั้งรันก็หยุดอยู่ที่โต๊ะตรงกลางห้องเช่นเคย ตรงหน้าคือแผนที่ทวีปโอเกรเชียและทวีปใกล้เคียงอื่นๆ บวกกับแผนที่โลกรวมทั้งแผนที่ภูมิศาสตร์และแผนที่ความหนาแน่นของประชากร หากเขาต้องปกครองเมืองอย่างแรกที่ต้องทำคือเรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเมืองนี้เสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นประวัติความเป็นมาหรือกระทั่งความเป็นอยู่ของประชาชนในอดีต

ถ้าหากเขาต้องการให้อัลโกยืนหยัดได้ด้วยตัวเองแล้วล่ะก็มันไม่มีทางเป็นไปได้ เมืองท่าแห่งนี้ในปัจจุบันสภาพไม่ต่างไปจากเมืองร้างที่เพิ่งผ่านสงครามมาหมาดๆ ประชาชนแม้จะเริ่มกลับมาทำมาหากินกันแล้วแต่ก็ยังมีจำนวนมากที่ขาดแหล่งที่อยู่อาศัยและพักร่วมกับทหารที่กระโจมตรงลานกว้างทางตอนเหนือของเมืองตรงจุดที่เคยเป็นตลาด นอกจากประชาชนจะดูสิ้นหวังแล้วสภาพแวดล้อมของเมืองนี้ก็ดูสิ้นหวังไม่ต่างกัน อย่างแรกเลยคือเขาต้องเปลี่ยนเมืองรกร้างนี้ให้อุดมสมบูรณ์เสียก่อนเพื่อที่จะทำให้พัฒนาต่อไปได้

แต่นี่คือทวีปที่เต็มไปด้วยทราย สีเขียวที่มีให้เห็นบ่อยครั้งคือกระบองเพชร

พืชพรรณจะไม่สามารถโตในทวีปนี้ได้เลยหากไม่ใช่บริเวณตาน้ำธรรมชาติหรือบริเวณที่เป็นโอเอซิส แต่การจะเปลี่ยนพื้นที่แห้งแล้งอย่างทะเลทรายให้อุดมสมบูรณ์นั้นแม้จะเป็นไปได้แต่ก็ต้องใช้เวลานาน และช่วงเวลานั้นที่เขากำลังรอให้แร่ธาตุเริ่มสะสมในพื้นดินทรายบริเวณนี้นั้นมันมีความเป็นไปได้สูงว่าเผ่ามารจะกลับมาโจมตีอีกด้วยข้ออ้างว่าช่วยเหลือองค์ชายและองค์หญิงที่ถูกจับเป็นเชลย

ดังนั้นต่อให้จำเป็นต้องใช้เวลาเขาก็ไม่สามารถปล่อยมันผ่านไปนานเกินไป

หนทางที่จะร่นเวลาลงมาได้และได้ผลลัพธ์อย่างที่ต้องการนั้นมีไม่มาก..

และที่รันคิดออกนั้นคือการเปลี่ยนเส้นทางของชีพจรแผ่นดิน

ชีพจรแผ่นดินหรือที่เขาคุ้นหูกับคำว่าชีพจรฤดูนั้นคือกระแสปราณของดาวเคราะห์ซึ่งอยู่ใต้ผิวดิน มันต่างจากชีพจรฤดูตรงที่ว่าอยู่เพียงแค่ใต้ดินและอยู่ลึกลงไปมาก เป็นหนึ่งในพลังงานมหาศาลที่ผู้ใช้ลมปราณหยิบยืมมาใช้ มันคือพลังฟ้าและพลังดิน การหยิบยืมพลังฟ้าดินก็ไม่ต่างจากการดึงเศษเสี้ยวของชีพจรฤดูและชีพจรแผ่นดินมาใช้เป็นพลังให้กับตนเอง

ชีพจรแผ่นดินคือสิ่งที่กำหนดสภาพแวดล้อมของภูมิประเทศให้เป็นไปอย่างที่สมควรเป็น ทวีปโอเกรเชียนี้เต็มไปด้วยชีพจรฤดูหรือชีพจรฟ้าก็จริงอยู่ แต่ชีพจรแผ่นดินหรือชีพจรดินนั้นมีน้อยยิ่งกว่าน้อย ดังนั้นหากเขาต้องการที่จะทำให้เมืองอัลโกอุดมสมบูรณ์แล้วล่ะก็เขาจะต้องเปลี่ยนเส้นทางของชีพจรดินให้มาชุมกันอยู่ที่เมืองนี้และใช้พลังงานนั้นมาเพิ่มพูนแร่ธาตุในผิวดิน

แม้จะต้องกินพลังงานมหาศาลและใช้เวลามาก แต่ผลลัพธ์ก็แน่นอนไม่เหมือนกับวิธีทั่วไปที่ฝืนธรรมชาติ เขาจะใช้ธรรมชาติเองเพื่อเปลี่ยนแปลงเมืองนี้

ก๊อกๆ..

รันเงยหน้าขึ้นจากแผนที่จำนวนมากบนโต๊ะขึ้นไปยังต้นเสียงก่อนจะขานรับเสียงเคาะประตูนั้นให้อีกฝ่ายเข้ามา เขาคาดว่าจะเป็นชิกิลที่อาจจะนำชามาให้ แต่ผู้มาใหม่กลับเป็นโป๊คเกอร์เฟซที่ยังดูเหมือนตื่นไม่เต็มตาดี เลขาฯส่วนตัวของเขาปิดปากหาววอดก่อนจะเดินตรงมาหยุดอยู่ต่อหน้าเขาทั้งยังขยี้ตางัวเงีย

“อรุณสวัสดิ์”

“อรุณสวัสดิ์.. เรื่องตำแหน่งงานที่จะจัดให้คนอื่นๆนี่ รันคิดว่ายังไงเหรอ?”ชายหนุ่มรับกระดาษแผ่นนั้นมาอ่านคร่าวๆก่อนจะยิ้มออกมา แผนการจัดงานของเฟซดูเหมาะสมดีใช้ได้และมันก็ทำให้เขาไม่ต้องปวดหัวอีกว่าจะให้แอกเนสกับมาโก้ทำอะไร

“ให้แอกเนสที่มีประสบการณ์เป็นคนฝึกทหารของเมือง มาโก้คอยรักษาความปลอดภัยและออกล่าเสบียง ส่วนเลเวียก็..ปล่ยปลาสู่น้ำอีกแล้วเหรอ? ฮ่ะๆๆ แบบนั้นรับรองได้เลยว่าไม่โดนบุกจากใครทางทะเลแน่นอน ส่วนเฟซก็เป็นเลขาฯแบบนี้ ดรีมก็เป็นบอดี้การ์ด ส่วนหน้าที่อื่นๆ..”เขาร่ายความเห็นของตนกับการจัดการงานของเฟซไปนานพอสมควรก่อนจะหยุดลงเมื่อเห็นว่าเธอเริ่มสัปหงก รันวางกระดาษในมือลงและเท้าแขนกับโต๊ะขยับไปลูบแก้มอีกฝ่ายเบาๆพร้อมดันให้ขึ้นมาสบตา

“อาบน้ำล้างหน้าแล้วยังง่วงอยู่อีกเหรอ?”

“ก็เมื่อคืนนอนไม่หลับนี่นา เตียงมัน..ใหญ่เกินไป”

เด็กสาวว่ายิ้มๆทั้งยังมีท่าทีของความเหน็ดเหนื่อยปะปนอยู่บนสีหน้าทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะชี้นิ้วดันหน้าผากของเจ้าหล่อนด้วยความมันเขี้ยว ของมองดูแผ่นกระดาษในมืออีกครั้งแล้วจึงถอนหายใจ เลขาฯส่วนตัวของเขาคนนี้ทำงานได้ดีแต่เธอคงไปไม่รอดถ้าไม่ดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้

“นอนพักก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวอีกสักชั่วโมงก็เวลาอาหารเช้าแล้ว คงไม่อยากสัปหงกเอาหน้าทิ่มซุปหรอกใช่ไหม? ไปนอนที่โซฟาไปถ้าง่วงขนาดนี้ เดี๋ยวอีกสักพักฉันปลุกเธอเอง”รันหันหลังกลับหลังจากผายมือไปยังโซฟาตรงมุมห้องที่มีโต๊ะกาแฟพร้อมสำหรับอ่านหนังสือที่เก็บรวมอยู่ในชั้นรอบห้อง เขาไม่รู้ว่าเฟซไม่ได้เดินไปยังโซฟานั้นแต่เดินตามเขามายังโต๊ะทำงาน แต่กว่าจะแย้งถามอีกฝ่ายได้เธอก็ดันเขาลงไปนั่งกับเก้าอี้แล้วจับจองที่นั่งบนตักของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 “ขออนุญาตนะค้า––”

“เฟซ?”

ต่อให้เขาบอกไม่อนุญาตมันก็สายไปเสียแล้วเมื่อไม่ว่าจะพูดอะไรออกไปคำตอบที่จะได้รับกลับมาก็มีเพียงแค่เสียงหายใจของคู่สนทนา รันเบ้หน้าก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียดอย่างช่วยไม่ได้และลูบผมของเฟซที่ฟุบไปกับโต๊ะด้วยความอ่อนใจ

“ก็... ไม่เป็นไรล่ะมั้ง?”

รันยักไหล่ครั้งหนึ่งแล้วเอื้อมมือไปคว้าเอกสารคำร้องที่ยังค้างอยู่จากเมื่อคืนมาอ่านต่อ มันเป็นคำร้องจากทหารของเมืองนี้ซึ่งไม่ใช่จากกองกำลังของโนอา เขากวาดตามองเนื้อหาของมันครู่หนึ่งแล้วหลุดยิ้มออกมา จริงอยู่ว่าเขาขึ้นครองเมืองนี้แล้วอย่างเบ็ดเสร็จจริงๆแต่อำนาจการปกครองทั้งหมดยังต้องผ่านการตัดสินใจร่วมกับขุนนางของโนอาเพื่อความเห็นสมควร แต่ในเรื่องนี้ที่ถูกร้องถามมานั้นมันเหมือนว่าเขาจะไม่จำเป็นต้องถามคนอื่นเลยแม้แต่น้อย

“กองทัพจำเป็นต้องมีสัญลักษณ์ ถึงจะดูไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่แต่ธงนี่แหละคือจุดสำคัญที่จะประกาศให้คนอื่นรู้ว่าเรามีตัวตน.. อย่างงั้นเหรอ? เขียนมาตรงแล้วก็ขวานผ่าซากดีนะเนี่ย”รอยยิ้มเล็กๆผุดขึ้นมาที่มุมปากของผู้พูดพร้อมกับภาพของธงที่ปรากฏขึ้นมาในหัว กระดาษเปล่าอีกแผ่นถูกนำมาวางลงต่อหน้าของเฟซที่ฟุบหลับพร้อมด้วยปากกาขีดเขียน

ในไม่ช้าภาพของมังกรสีดำบนธงสี่เหลี่ยมพื้นผ้าซึ่งถูกระบุเอาไว้ว่าให้เป็นสีเขียวก็ปรากฏ ทำไมเขาถึงใช้สัญลักษณ์นี้นั้นมาสาเหตุง่ายๆเพียงประการเดียวเพราะว่ามังกรดำนี้นี่แหละที่ทำให้เมืองนี้พ้นจากเงื้อมมือของลิเวียธานมาได้

มันเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้..

เริ่มมากจากการสยายปีกของฟัลกอร์

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

1,284 ความคิดเห็น

  1. #1234 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2557 / 02:17
    มันก็น่าน้อยใจอยู่ล่ะ อิรัน แกมันมั่ว แถมไม่ทั่วถึงด้วย
    #1234
    0