God Presentiment Online ภาค สงครามเทียมเทพ

ตอนที่ 128 : บทที่ 8 ดินแดนสีขาวแห่งเสรีภาพ : อสูรโลหะและอสรพิษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 321
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    13 ก.ย. 57

บทที่ 8 ดินแดนสีขาวแห่งเสรีภาพ
ช่วงที่ห้า อสูรโลหะและอสรพิษ

“ฮ่าๆๆ! นี่แหละที่เรียกว่าสงครามล่ะ!!”

เสียงกรีดร้องและเสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังสนั่นไปทาวบริเวณหน้าปราสาทเมืองอัลโก สงครามกลางเมืองขนาดย่อมกำลังดำเนินไปในทางที่ไม่น่าเป็นไปได้เมื่อฝ่ายหนึ่งมีจำนวนมากกว่าร้อยทว่าอีกฝ่ายกลับมีเพียงไม่กี่สิบ ทว่าฝ่ายที่มีจำนวนน้อยนั้นเลือกที่จะใช้คุณภาพเข้าข่มเพื่อสร้างจุดยืนที่ทัดเทียมกันขึ้นมาด้วยขนาดอันใหญ่โตของกำลังคนและความรุนแรงของการโจมตี

แผนของรันคือการให้ดรีมผสมเลือดของตัวเองลงไปในทะเลสาบซึ่งเป็นแหล่งน้ำกินและใช้ของเมืองอัลโกเพื่อส่งเลือดของดรีมเข้าไปในร่างกายของช่วเมืองทุกคน จำนวนเลือดที่มากจนถึงขนาดที่จะปนเปื้อนน้ำทั้งทะเลสาบได้นั้นทำให้ดรีมต้องนอนพักถึงวันหนึ่งเต็มๆ ปล่อยให้รันใช้เวลานี้ปรับระดับของตนให้สูงขึ้นไปถึง 140 เพื่อเตรียมพร้อมรับสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า

หรือหากจะพูดให้ถูก สงครามที่กำลังดำเนินอยู่ในตอนนี้ระหว่างเทพ มารและยักษ์

ด้วยความเหงาหงอยและน้อยใจของอสูรโลหะนามโป๊คเกอร์เฟซที่ไม่ได้รับความสนใจจากองค์ชายยักษ์มาตลอดเวลาสองวันนี้ ความเครียดและความอดทนอดกลั้นของเธอจึงมีจำกัดและถึงจุดเดือดได้เร็วยิ่งกว่าน้ำต้มไฟแรงจัด ส่งผลให้สภาพของกองกำลังผสมที่ออกมาโจมตีกันเองอย่างโกลาหลนั้นต้องมีสภาพที่เละเทะและกระจัดกระจายจนแบ่งแยกแน่ชัดไม่ได้

โป๊คเกอร์เฟซ เลเวีย และชิกิลในตอนนี้กำลังดำเนินแผนสำรองที่รันแจกแจงเอาไว้ในกรณีที่เงื่อนไขครบทุกอย่างตามที่กำหนด หนึ่งคือเกิดการจลาจลขึ้นในเมือง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด เทพหรือมาร และข้อที่สองก็คือหนึ่งในพวกเธอสามคนถูกพบตัวโดยชาวเมืองหรือกองกำลังผสม

ทั้งสองเงื่อนไขถูกบรรลุในทันทีที่ดาร์กเอลฟ์จำนวนมากโผล่ออกมาจากความว่างเปล่าและตรงเข้าโจมตีทหารของกองกำลังผสมที่ประจำอยู่รอบปราสาทและกระจายอยู่ทั่วบริเวณเมืองซึ่งมีน้อยนิด นี่คือการจลาจลที่รันบอกเอาไว้ไม่ผิดเพี้ยน ส่วนเงื่อนไขอีกข้อก็นั้นถูกบรรลุเพราะว่าทั้งเธอโป๊คเกอร์เฟซ เลเวีย และชิกิลต่างทนไม่ได้ที่จะเห็นดาร์กเอลฟ์ไล่สังหารชาวเมืองผู้บริสุทธิ์และกองกำลังทหารที่ไร้ทางสู้

ในตอนนี้พวกเธอทั้งหมดต่างขาดการติดต่อกับรันแต่ก็ไม่ได้กระวนกระวายใจเร่งร้อนบุกเข้าไปในปราสาทแต่อย่างใด ข้างกายของรันมีดรีมที่หลบซ่อนตัวอยู่ข้างๆตลอดเวลาอยู่ด้วยดังนั้นต่อให้อะไรๆมันเกินการควบคุมแล้วพวกเธอก็ยังรู้ว่าเขาจะไม่ได้อยู่เพียงลำพัง

ดาร์กเอลฟ์เป็นสิ่งมีชีวิตรูปร่างเหมือนมนุษย์มีหูแหลมยาวและผิวกายสีแทน น้ำตาล เทา และน้ำเงินดำ ผิดไปจากเอลฟ์ทั่วไปที่มีผิวกายขาวผุดผ่องอย่างเผ่าเทพ ดาร์กเอลฟ์ทั้งหลายจึงถูกขับออกจากสหพันธมิตรเผ่าเทพและเร่ร่อนมาจนถึงทวีปยักษ์เพื่อหาที่คุ้มหัว ทว่าแต่ไหนแต่ไรชื่อเสียงของดาร์กเอลฟ์นั้นก็เลวร้ายไม่ได้ต่างไปจากยักษ์อัสนีตรงที่หักหลังใครเขาไปทั่วจนไม่สมควรได้รับการไว้วางใจ

จากข้อมูลของชิกิลที่ได้มาจากตำราของเทสซาลีย์ โป๊คเกอร์เฟซและเลเวียต่างสงสัยว่าทำไมผู้นำของกองกำลังผสมนี้ถึงได้รับเอลฟ์เหล่านี้เอาไว้ใต้ร่มเงาใต้ปีก ไม่กลัวการหักหลัง ไม่กลัวการคดโกง หรือไม่กลัวกระทั่งการลอบสังหารเพื่อผลประโยชน์

มันมีสาเหตุอยู่ไม่กี่อย่างที่พวกเธอสรุปออกมาได้

คือเอลฟ์เหล่านี้ยอมภักดีต่อผู้นำกองกำลังผสม

..หรือไม่ก็กำลังรอเวลาเพื่อตลบหลังดั่งที่เห็นอยู่ตอนนี้

สำหรับโป๊คเกอร์เฟซนั้นสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าก็ไม่ต่างอะไรไปจากสนามเด็กเล่นที่มีเด็กเล็กวิ่งเล่นไปมาป้วนเปี้ยนเต็มไปหมด จะลงไปเล่นด้วยก็รังแต่จะเปลืองตัวเปลืองแรงไปเสียเปล่าๆ เจ้าตัวจึงนั่งห้อยขาอยู่บนหลังคาโบสถ์มองดูสงครามระหว่างดาร์กเอลฟ์ กองกำลังผสม และมนุษย์ทรายผลงานเทพอัญเชิญของชิกิลนามว่าเซ็ท เทพเจ้าจากตำนานอียิปต์เหมาะกับสงครามบนผืนทรายอันร้อนระอุแบบนี้

แต่ต่อให้เธอนั่งอยู่บนหลังคาโบสถ์และส่งเสียงดังก็ไม่อาจมีใครว่าเธอได้เพราะจำนวนในการสังหารของโป๊คเกอร์เฟซนั้นมากกว่าใครเพื่อน มากกว่าเลเวียที่คืนร่างด้วยขนาดยาวกว่าร้อยเมตร มากกว่าชิกิลที่ร่ายเวทอัญเชิญการโจมตีของเทพองค์แล้วองค์เล่ามาดับลมหายใจของดาร์กเอลฟ์

ด้วยอาวุธรูปทรงประหลาดในมือที่ส่งเสียงคำรามลั่นดุจฟ้าร้อง

หนึ่งครั้งต่อหนึ่งชีวิต เสียงคำรามลั่นฟ้าสวดส่งวิญญาณไปสู่โลกหลังความตาย

ในมือของอสูรโลหะตัวน้อยคืออาวุธยาวสีเงินเหลือบดำวาววับสะท้อนไปกับแสงอาทิตย์บนท้องฟ้า ส่งก้อนโลหะผ่านท่อทรงกระบอกยาวเพิ่มระยะการโจมตี เล็งเป้าด้วยเลนส์แก้วที่ซูมได้ตามต้องการด้วยการควบคุมรูปร่างของแก้ว ส่งเสียงคำรามดังสนั่นพร้อมด้วยประกายไฟวูบวาบ สิ่งที่อยู่ในมือของโป๊คเกอร์เฟซคืออาวุธที่ไม่สมควรจะมีอยู่ในโลกอสูรหรือแม้แต่โลกแห่งการผจญภัย

มันคือสไนเปอร์ไรฟิล

“หื้ม? โง่ถึงขนาดวิ่งเข้าใส่ศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าเห็นๆแบบนี้คงไม่ต้องใช้หัวแล้วล่ะมั้ง? ถ้าอย่างงั้นก็ขอหัวเลยก็แล้วกันนะ หึๆ”

ปัง..!

กระสุนทุกนัดที่พุ่งออกจากลำกล้องของปืนประบอกนี้ล้วนแล้วแต่ตรงเข้าสู่ศีรษะไม่มีนัดไหนพลาดเป้า เป่าขมองของดาร์กเอลฟ์ผู้โชคร้ายวิ่งเข้ามาในสายตาของโป๊คเกอร์เฟซที่กำลังหงุดหงิดได้ที่อย่างน่าอนาถ แม้จะยิงต่อเนื่องขนาดนี้ทว่ายังไม่มีใครมาถึงบนโบสถ์แห่งนี้นั้นก็เพราะปืนกระบอกนี้ถูกเก็บเสียงเอาไว้ ขึ้นชื่อว่าอสูรโลหะการจะประกอบโลหะขึ้นเป็นสิ่งต่างๆนับว่าเป็นเรื่องง่าย

หากรัดเกล้าอนาวิลมาเห็นปืนกระบอกนี้คงร้องไห้ สิ่งของที่พยายามประดิษฐ์มาเป็นเวลานานกลับถูกคนอื่นสร้างขึ้นมาได้ง่ายๆแถมคนๆนั้นก็ดันไม่ใช่นักประดิษฐ์ อย่าว่าแต่นักประดิษฐ์เลย ทักษะที่จะช่วยเหลือในการสร้างสิ่งของสักชิ้นก็ยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ

การลงมือของทั้งสามคนต่างไม่มีการตกลงกันล่วงหน้ามาตั้งแต่แรก ต่างฝ่ายต่างทำในสิ่งที่ตนถนัดและต้องการ โป๊คเกอร์เฟซรับหน้าที่เป็นผู้คอยช่วยเหลือและจัดการเด็ดหัวดาร์กเอลฟ์ที่ลอบเข้าข้างหลังหมายจะโจมตีพวกพ้องของตนด้วยความสามารถในการล่องหนหายตัวและพวกที่ซุ่มยิงในระยะไกลแบบเธอ ส่วนเลเวียนั้นทำงานที่ตนถนัดก็คือสร้างความวุ่นวาย แน่นอนว่างูดำขนาดยักษ์ที่กลืนดาร์กเอลฟ์ได้ในคำเดียวนั้นไม่มีทางทำให้สงครามกลางเมืองนี้วุ่นวายน้อยลงแน่นอน ท้ายที่สุดชิกิลที่อยู่วงนอก คิคิโมร่าสาวรับหน้าที่เป็นผู้ที่คอยสนับสนุนร่ายเวทรักษาและฟื้นพลังให้กับกองกำลังผสมและสั่งการเทพอัญเชิญให้ทำงานของตน

สงครามนี้ไม่ใช่สงครามสามฝ่าย แต่เป็นสงครามของกองกำลังผสมและกองกำลังดาร์กเอลฟ์โดยมีป๊คเกอร์เฟซ เลเวีย ชิกิลและเทพอัญเชิญของเธอคอยช่วยเหลือเป็นกำลังเสริมให้ในยามจนมุมเพื่อรักษาชีวิตไม่ให้มีพวกพ้องในอนาคตตนใดตายไปอย่างเปล่าประโยชน์

ในขณะเดียวกันกับการไล่ยิงดาร์กเอลฟ์ โป๊คเกอร์เฟซก็คอยมองผ่านสโคปไปยังปราสาทกลางเมืองที่เงียบผิดปกติบ่อยๆด้วยความกังวล ถ้าหากรันเดินออกมาจากปราสาทเมื่อไหร่เธอจะรู้เป็นคนแรก เพียงความคิดนั้นมันก็ทำให้เธอใจเต้นอย่างบอกไม่ถูกและอยากจะยิงไรเฟิลในมือใส่อีกฝ่ายที่ไม่สนใจเธอเลยตลอดสองวันมานี้เสียหน่อย

“ได้ใหม่แล้วลืมเก่าก็อย่างเงี้ย เราไม่ใช่ของตายซะหน่อย เดี๋ยวก็หนีไปซะหรอก..”

เด็กสาวบ่นงึมงำก่อนจะปลดแมกกาซีนออกจากตัวปืนแล้วโยนทิ้งไปอย่างไม่เสียดายแล้วจึงหยิบแมกกาซีนอื่นๆที่วางเรียงกันเป็นตับมีกระสุนเต็มพร้อมมาใส่เข้าที่ปืนเตรียมที่จะไล่ป้อนกนะสุนให้ดาร์กเอลฟ์อีกครั้ง ทว่าแมกกาซีนเปล่าที่ถูกโยนทิ้งไปนั้นไม่ได้ถูกละเลย ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่มันก็เริ่มมีกระสุนประกอบตัวเองจากความว่างเปล่ามากขึ้นเท่านั้น

ความสามารถของอสูรโลหะจริงแล้วไม่ใช่ควบคุมโลหะแต่เป็นการปรับแต่งอนุภาคเปลี่ยนธาตุให้เป็นอย่างที่ต้องการ มันมีพื้นฐานคล้ายกับพลังจิตของรันที่ใช้สร้างระเบิดอะตอมขนาดจิ๋วเธอจึงสามารถทำเรื่องแบบนี้ได้ง่ายๆ แต่ในขณะเดียวกันเธอไม่ได้เก่งหรือมีสมองแบบรัน ดังนั้นเพียงเท่านี้ก็เต็มกลืนมากกพอแล้วจนทำให้ไม่อยากจะขยับไปจากจุดนี้แม้แต่ก้าวเดียว

และความคิดที่ว่าหากมีใครเข้าใกล้ก็จะเป่ากบาลมันก่อนนี้นี่เองที่ทำให้เธอพลาดไม่ได้หันไปมองข้างหลังเพื่อจัดการกับดาร์กเอลฟ์ที่ล่องหนขึ้นมาบนหลังคาโบสถ์ได้สำเร็จ โป๊คเกอร์เฟซในตอนนี้ไม่มีสมาธิมากพอที่จะแบ่งไปทำหลายอย่างในเวลาเดียวกันได้จึงไม่รู้ถึงอันตรายจากด้านหลังเลยแม้แต่น้อย

ทว่าสำหรับคนอื่นนั้นไม่ใช่

ผู้ที่มีความสามารถในการรับรู้ระยะกว้างในตอนนี้มีเพียงรัน ดรีมและเลเวีย ดรีมนั้นต่างจากคนอื่นเนื่องจากความสามารถในการรับรู้นี้คือการแผ่พลังจิตออกไปรอบด้านตลอดเวลาซึ่งเป็นการฝึกรูปแบบหนึ่งผสานกับการระบุตำแหน่งเลือดของตนที่อยู่ในร่างกายของชาวเมือง แต่รันและเลเวียนั้นไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น เพียงแค่เปิดใจให้กว้างและรับรู้ถึงความรู้สึกนึกคิดของเป้าหมายรอบๆเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

และต่อให้ดาร์กเอลฟ์สามารถปิดบังความคิดของตัวเองได้ดีแค่ไหน ในวินาทีก่อนที่จะลงมือจำต้องมีความหยิ่งผยอง ความพึงพอใจและความสะใจปะปนอยู่ นั่นทพให้เลเวียรับรู้ได้ในทันทีว่าที่ด้านหลังของโป๊คเกอร์เฟซนั้นมัจจุราชกำลังจะมาเยือน

อสรพิษยักษ์สีดำทะมึนคืนร่างกลับเป็นเด็กสาวชุดดำลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ในมือคือสามง่ามทองคำที่อัดแน่นไปด้วยไอพลังงานสีดำแดงซึ่งกำลังถูกเงื้อขึ้นอยู่ในท่าพุ่งหอก เลเวียบิดตัววูบเล็งแขนซ้ายไปที่เป้าหมายพร้อมเกร็งแขนขวารีดเรี่ยวแรงทั้งหมดส่งอาวุธในมือให้กลายเป็นเงาสีทองพุ่งปราดเข้าแทงคอหอยของร่างที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าด้านหลังของโป๊คเกอร์เฟซในทันที

สายลมที่ถากแก้มจนเลือดซิบทำให้มือปืนสาวกระพริบตาปริบๆเหลียวหลังไปมองศพของดาร์กเอลฟ์ที่ถูกสามง่ามแทงอยู่ที่ลำคอตรึงเอาไว้กับหลังคาโบสถ์ที่ริมสุดฝั่งตรงข้ามกับที่เธอนั่งอยู่ สภาพของมือสังหารดวงตกนั้นทำให้โป็คเกอร์เฟซต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอและมองลอดสโคปไปอีกครั้ง

ผู้ลงมือกำลังยิ้มแห้งๆโบกมือให้หย็อยๆ

ริมฝีปากของโป๊คเกอร์เฟซพลันเม้มเรียบแน่นสนิทก่อนจะเปิดอ้าออกเป็นคำสั้นๆที่ไม่ได้ส่งผ่านออกมาด้วยเสียง ระยะทางไกลกันขนาดนี้ต่อให้บอกขอบคุณไปก็ไม่น่าจะมีใครได้ยิน แต่กลับผิดคาด เลเวียฉีกยิ้มหวานและยกนิ้วโป้งให้ก่อนจะเอี้ยวตัวหลบลูกธนูของดาร์กเอลฟ์ราวกับเป็นธรรมชาติของตัวเอง

“รู้ได้ไงหว่า?”

“นางรู้สึกได้ว่าเจ้ากำลังขอบคุณ สิ่งมีชีวิตอย่างนางนั้นไวต่อความรู้สึกของคนรอบข้าง แค่นางไม่เป็นบ้าเพราะความรู้สึกกระหายเลือดของดาร์กเอลฟ์พวกนี้ข้าก็นับถือนางแล้ว”โป๊คเกอร์เฟซหันไปหาผู้พูดก่อนจะชะงักเมื่อพบกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยขนปุกปุยน่าจับต้อง เทพอัญเชิญแห่งสงครามและความวุ่นวายแค่นหัวเราะเบาๆขณะมองดูอาวุธในมือของคู่สนทนา

“อาวุธนั่นน่าสนใจดี หากข้ามีมันบ้างสงครามกับหลานข้าคงจะจบลงได้ง่ายๆไม่เหมือนอย่างที่เป็น”เด็กสาวยักษ์ไหล่อีกครั้งไม่ใส่ใจกับมนุษย์หมาป่าสวมเกราะทองคำและเลื่อนระดับสายตาลงไปหาสโคปของปืนอีกครั้ง อย่างน้อยๆเธอก็อยากจะตอบแทนเลเวียบ้าง..

ปัง..!

ดาร์กเอลฟ์ที่เข้าหาผู้ช่วยชีวิตของเธอจากทางด้านหลังต้องเสียหัวให้เธออย่างโง่งม ภาพจากสโคปทำให้โป๊คเกอร์เฟซต้องยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้เมื่อสีหน้าของเลเวียนั้นแสดงออกได้ชัดว่าเจ้าหล่อนกำลังยิ้มอยู่ในใจขณะละเลงเลือดดาร์กเอลฟ์ที่อยู่ตรงหน้า

“ชาแมนในข้ามาส่งข่าว ดาร์กเอลฟ์กำลังร่ายมหาเวทอยู่ที่ทางตอนเหนือของเมือง มหาเวทบทนี้นอกจากจะรบกวนการสื่อสารให้ลำบากกว่าที่เป็นอยู่นี้แล้วมันยังจะทำให้การเคลื่อนไหวของพวกเจ้าช้าลงด้วย หากไม่จัดการล่ะก็ข้าว่าทิศทางของสงครามจะเปลี่ยนนะ”คำแนะนำของเซ็ทที่ดังออกมาหลังจากที่เจ้าตัวสลายร่างกลายเป็นทรายปลิวหายไปกับอากาศทำให้โป๊คเกอร์เฟซต้องถอยออกจากสโคปอีกครั้ง

แมกกาซีนที่วางเรียงกันบนพื้นถูกรวบเก็บใส่กับเข็มขัดหนังเส้นโตที่สะพายไขว้อยู่กับช่วงเอว ส่วนไรเฟิลที่จะขัดขวางการเคลื่อนไหวก็ถูกสะพายห้อยไปด้านหลังพร้อมถูกนำมาใช้งานทุกเมื่อ ตอนนี้ในมือของโป๊คเกอร์เฟซคือไรเฟิลอัตโนมัติที่ปลดเซฟตี้เตรียมพร้อมยิงเรียบร้อยด้วยการเหนี่ยวไกครั้งละสามนัด

ช่วงเวลาว่างหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาตอนที่เธอไม่ได้ถูกรันดึงเข้าเกมมานั้นเธอใช้เวลาว่างยามกลางวันมาท่องอินเตอร์เน็ทและเล่นเกมแนวยิงเก่าๆจนคล่องมือและเชี่ยวชาญมากพอที่จะระบุได้ว่าปืนชนิดไหนคือชนิดไหน เธอคิดจะใช้เรื่องนี้มาช่วยเพื่อเอาใจรันที่อาจจะต้องการมันในการทำสงคราม แบบแปลนของปืนหลากหลายชนิดถูกจดจำมาด้วยสมองน้อยๆของเด็กวัยประถมและนำมาปรับปรุงใช้ในตอนนี้

“เราเปลี่ยนเกมแนวผจญภัยให้กลายเป็นแนวไซไฟชูทเตอร์ไปแล้วแหะ”

โป๊คเกอร์เฟซลุกขึ้นเหยียดขาตึงเพื่อยืดหยุ่นกล้ามเนื้อแล้วเริ่มออกวิ่งไปตามหลังคาของสิ่งก่อสร้างขึ้นไปทางเหนือสลับกับการใช้ก้าวพริบตาเป็นระยะสั้นๆแทนที่การกระโดดข้ามอาคารที่ไม่น่าจะทำได้ด้วยสัมภาระและร่างกายเล็กจิ๋วแบบปัจจุบันนี้

ใช้เวลาไม่นานนักในการตัดผ่านเมืองขนาดกลางด้วยการเดินทางด้วยหลังคาสิ่งก่อสร้าง โป๊คเกอร์เฟซก็เห็นดาร์กเอลฟ์จำนวนหนึ่งล้อมวงอยู่ที่ลานกว้างทางตอนเหนือของปราสาทผ่านบริเวณตลาดของเมืองไปไม่ไกลนัก เส้นแสงสีสันจำนวนมากบ่งบอกชัดเจนว่าวงเวทสำหรับมหาเวทนั้นเสร็จเรียบร้อยและกำลังถูกใช้งานอยู่ในขณะนี้

การป้องกันโดยรอบรัดกุมมากพอสมควรแต่ระยะในการระวังตัวนั้นยังน้อยเกินกว่าจะครอบคลุมระบะของสไนเปอร์ สำหรับการร่าบมหาเวทหมู่นั้นแน่นอนว่าถ้าหากขาดผู้ร่วมพิธีไปหนึ่งคนพิธีกรรมก็จะล่มทันที และบางบทเมื่อพิธีล่มยังมีผลเสียให้กับผู้ที่ร่วมพิธีอีกต่างหาก

โป๊คเกอร์เฟซหยุดอยู่บนหลังคาของบ้านหลังหนึ่งหลังจากก้าวพริบตาเข้าไประยะใกล้และจัดการดับลมหายใจของมือธนูที่เฝ้าระวังอยู่บนหลังคาในชั่วอึดใจ จุดซุ่มยิงนี้กลายเป็นของเธอไปในทันทีที่สไนเปอร์ไรเฟลิถูกปลดออกจากลำตัวมาประทับบ่า การสื่อสารของดาร์กเอลฟ์เองก็ไม่น่าจะดีไปกว่าพวกเธอเท่าไหร่นักเพราะในเมื่อเรื่องอาวุธที่ไม่เคยมีใครเห็นอย่างปืนถูกล่วงรู้ไปโดยพวกที่อยู่หน้าปราสาทแล้วแต่การระวังตัวยังไม่เพิ่มความหนาแน่นขึ้น เห็นได้โดยพวกที่เฝ้าระวังผู้รบกวนการทำพิธีที่ล้มตายลงราวกับใบไม้ร่วง

หลังจากล็อกเป้าหมายเรียบร้อยแล้วจึงเหนี่ยวไก

ปัง..!

และกว่าจะมีคนรู้ว่าเธอยิงจากตรงไหนเธอก็ก้าวพริบตาหายไปจากตรงนั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โป๊คเกอร์เฟซได้แต่ยิ้มขำกับท่าทีโง่ๆของดาร์กเอลฟ์ที่รับมืออาวุธปืนไม่ถูกและตรงออกไปรอบนอกเพื่อรอจังหวะจัดการจอมเวทคนที่เหลืออย่างใจเย็น

ไม่มีอะไรสนุกไปกว่าการเป็นผู้ล่าอีกแล้ว..

 

 

ทางด้านเลเวียที่รู้สึกโหวงวูบไปหลังจากที่ไม่ได้ยินเสียงปืนที่ดังไม่ได้มากไปกว่าเสียงพูดคุยของโป๊คเกอร์เฟซก็ได้แต่กวาดสามง่ามสีทองของตนปัดป่ายลูกธนูที่พุ่งเข้ามาอย่างไม่ลำบากมากนัก ใช้ร่างงูมันก็ดีอยู่ตรงที่สามารถจัดการเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วแต่เป้าที่จะยิงมันก็ใหญ่ตามไปเช่นกัน ดังนั้นต่อให้ความเร็วในการสังหารลดลงเล็กน้อยเลือกใช้ร่างมนุษย์ที่เป้ายิงเล็กแบบนี้เห็นจะดีกว่า

นอกจากสามง่ามที่ปัดป่ายการโจมตีจากดาบและเวทมนตร์ได้อย่างไม่น่าเชื่อแล้วยังมีการโจมตีด้วยพลังงานที่แทงฟื้นขึ้นมาเป็นลิ่มเสียบผู้เคราะห์ร้ายอยู่เป็นระยะๆจนไม่กล้ามีใครเข้าใกล้และใช้การโจมตีด้วยธนูแทนทั้งหมดอีก เรียกได้ว่าตอนนี้เธอถูกล้อมรุมจากทุกด้านแต่ไม่มีการโจมตีใดถูกตัวได้เลยแม้แต่น้อย เพราะยิ่งวงกว้างมากเท่าไหร่ระยะเวลาในการปัดป้องการโจมตีก็ยิ่งมากขึ้นตามไป

ต่อให้สังหารไม่ได้ง่ายๆแต่ก็ไม่ได้รับบาดแผล

ถึงอยากจะฆ่าให้มันเยอะๆเพื่อที่จะได้รับคำชมจากนายท่านรันแต่ก็ทำได้ไม่ถนัดนัก ถ้าหากเป็นการต่อสู้ในพื้นที่กว้างกว่านี้และไม่มีพันธมิตรอยู่รอบๆอะไรๆมันจะง่ายกว่านี้มากโข แค่ต้องระวังไม่ให้โจมตีถูกทหารจากกองกำลังผสมก็เกินกำลังของเธอไปมากแล้ว

ดาร์กเอลฟ์พวกนี้ควบคุมความรู้สึกนึกคิดของตัวเองได้ดีราวกับผ่านการฝึกมาเพื่อลบตัวตนของตัวเองโดยเฉพาะทำให้เลเวียไม่สามารถใช้ความอิจฉาในตัวของพวกมันมาทำร้ายกันเองได้ แต่ในทางกลับกันทหารของกองกำลังผสมนั้นกลับเต็มไปด้วยความโกรธ ความอิจฉาและความเกลียดชังที่มีให้กับผู้ทรยศ ทหารของดาร์กเอลฟ์เดิมทีมีจำนวนประมาณสามในสิบของกองกำลังผสม แต่หลังจากการจลาจลแล้วจำนวนมันกลับเพิ่มมากขึ้นราวกับมีมือที่สามคอยช่วยเหลือ

เรื่องนั้นไม่มีใครรู้คำตอบนอกจากพวกมันเอง

เลเวียต้องขมวดคิ้วมุ่นเมื่อการต่อสู้ไม่ได้เป็นไปในทางที่เธอต้องการ หลังจากทำการช่วยเหลือพลทหารฝ่ายพันธมิตรรอบด้านเรียบร้อยแล้วด้วยการใช้ความอิจฉาเป็นตัวกระตุ้นให้โจมตีอย่างรุนแรงไม่ยั้งมือและลดการคิดคำนวณลงเลวัยก็กระโดดขึ้นสู่ฟ้าและคืนร่างเดิมของตน

ทว่าคราวนี้อสรพิษยักษ์กลับไม่ใช่สีดำหรือสีน้ำเงิน

แต่เป็นสีขาว..

เกล็ดวิญญาณริษยา กลางหมู่เมฆฟ้าวิปโยค!

งูยักษ์บัดนี้ลืมกำพืดผันตัวเองกลายเป็นมังกรสีขาวปลอดบริสุทธิ์ เดือยที่หลังขยายขนาดขึ้นจนดูคล้ายครีบหรือปีกพังพืดขนาดย่อมประคองตัวอยู่กลางท้องฟ้า ขาหลังที่เล็กอยู่แล้วไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆนอกจากมีครีบโผล่ออกมาใช้งานบังคับทิศทางช่วยหาง ทว่าขาหน้านั้นกลับเพิ่มขนาดขึ้นเหมือนโด๊ปยาและปรากฏพังพืดขนาดใหญ่เป็นปีกที่สยายกว้างทำงานควบคู่ไปกับเดือยที่หลัง หงอนที่ศีรษะบัดนี้บิดเบี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นเขายาวผิดองค์ประกอบ ภาพลักษณ์ของอสรพิษยักษ์ที่กลับกลายเป็นมังกรขาวสร้างขวัญกำลังใจให้กับทหารได้มากเช่นเดียวกับสร้างความขวัญหนีดีฝ่อให้กับดาร์กเอลฟ์

และเสียงคำรามของมันก็ฟังดูเหมือนของมังกรมากกว่างู..

ก๊าซซซ––!!!

มังกรขาวสะบัดครีบที่หลังและขาหน้าของตนพาตัวเลื้อยไต่ระดับขึ้นอยู่ชั้นเดียวกับเมฆและบินวนไปมาเรื่อยๆเพื่อรวบรวมเมฆทั้งหลายมาสร้างร่มเงาให้กับเมืองท่าอัลโก ไม่นานนักเมื่อจำนวนเพิ่มมากขึ้นความหนาแน่นเองก็เพิ่มตามจนครึ้มเทา และเป็นอีกครั้งของเมืองอัลโกที่ฝนสาดเทลงมา ไม่ใช่ฝนเพลิงแบเมื่อสองคนก่อนแต่คราวนี้คือสายฝนอันเย็นฉ่ำที่ขจัดความเหนื่อยล้าให้กับพันธมิตรทั้งหมด

ทว่าไม่ใช่ทุกคนที่เห็นสายฝนนี้เป็นสายฝนอันเย็นสบาย

ดาร์กเอลฟ์จำนวนมากที่อยู่ใต้เมฆฝนนี้กำลังดิ้นทุรนทุรายพยายามวิ่งเข้าหาที่กำบังเพื่อหลบสายฝนอันแสบร้อนนี้ด้วยความสิ้นหวัง ปล่อยให้ศัตรูของตนเงื้อดาบแทงข้างหลังได้อย่างง่ายดายจนต้องตายตกไปอย่างรวดเร็วไม่แพ้การลงมือของมือปืนสาวที่เป่าขมองพวกมันจนระเบิดกระจุย

พวกมันไม่ใช่เผ่าพันธุ์ที่หัวช้า และในเวลาเพียงไม่กี่นาทีพวกมันก็ผนึกพลังเวทขึ้นมารอบร่างกายเพื่อเอาตัวรอดจากสายฝนและพุ่งเข้าจู่โจมศัตรูที่กำลังผ่อนคลายและลดอาวุธลงด้วยความไว้วางใจจนต้องพลาดท่าเสียชีวิตไปหลายสิบ

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้มังกรขาวได้แต่แค่นลมหายใจ

อยู่ต่อหน้าศัตรูไม่ว่าจะถูกล่ามโซ่อยู่หรือว่าอย่างไรก็ห้ามลดอาวุธลง เลเวียรู้เรื่องนี้มาด้วยประสบการณ์ตรงจากรันเมื่อหลายคืนก่อนขณะที่เขาตกอยู่ใต้ผลทักษะของเธอ การสู้รบกลับมาดำเนินต่ออีกครั้งทว่าคราวนี้ด้วยจำนวนของทหารกองกำลังพันธมิตรที่ลดจำนวนลงจากการโจมตีทีเผลอ แต่ด้วยการสูญเสียของดาร์กเอลฟ์ในตอนแรกที่ฝนตกทำให้จำนวนลดลงมาเช่นกันแต่ก็ยังมากกว่า

เลเวียถอนหายใจยาวเหยียดและขดตัวเองคืนร่างเป็นเด็กสาวลอยเคว้งท่ามกลางหมู่เมฆและสายฝน เสื้อผ้าที่เป็นส่วนหนึ่งของเกล็ดวิญญาณริษยาบัดนี้เปลี่ยนแปลงกลายเป็นสีขาวจนมีลักษณะคล้ายชุดมิโกะของชาวญี่ปุ่นที่ถูกดัดแปลงจนกระโปรงสั้นและเว้าแหว่งเปิดเผยเนื้อหนัง

ในมือของเธอไม่ใช่สามง่ามสีทองอีกแล้วแต่เป็นดาบ..

ดาบที่แตกกิ่งก้านสาขาออกเป็นเจ็ดยอด ยากต่อการใช้งานเพื่อฟันหรือแทงหากไม่ชินมือ ทว่าแต่แรกเริ่มแล้วดาบเล่มนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อโรมรันกับศัตรูแต่มีไว้เพื่อเป็นสื่อกลางต่างหาก..

เส้นผมสีดำสนิทไหวไปมาแม้จะถูกรวบปักเอาไว้ด้วยปิ่นปักผมสีทองที่มีลักษณะคล้ายเขาของร่างมังกรขาวแต่แรงลมที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันตามการวาดดาบไปมาโดยรอบนั้นทำให้สายฝนแปรเปลี่ยนเป็นพายุ และพายุนี้ก็ไม่เหมือนกับสายฝนในตอนแรก มันไม่ได้แบ่งแยกมิตรศัตรู..

เมื่อดาบเจ็ดคมถูกยกขึ้นสูงชี้ฟ้า ทั้งสายฝนและสายลมพลันหยุดลงจากผู้ที่อยู่ด้านล่างต้องแหงนหน้าขึ้นมองในขณะเดียวกันกับที่เลเวียตวัดดาบลง ทว่านอกจากเหล่าดาร์กเอลฟ์แล้วกลับไม่มีใครเข้าใจความหมายของการกระทำนี้เลยแม้แต่น้อย เมื่อทันทีที่พวกมันเงยหน้าขึ้นมองฟ้าพวกมันก็พบกับกระสุนน้ำที่พุ่งลงมาทะลวงระหว่างตาพลัน ทั้งเสียงกรีดร้อง ทั้งเสียงครวญครางโหยหวน

ทุกเสียงไม่ใช่ของดาร์กเอลฟ์ที่สิ้นลมในทันทีแต่เป็นจองผู้เห็นเหตุการณ์

“พวกเจ้าควรจะเรียนรู้ได้แล้ว เลี้ยงศัตรูเอาไว้ใกล้ก็ไม่ต่างจากรอให้มันแว้งกัด”

คำพูดสุดท้ายของผู้ลงมือสังหารหมู่นี้ตราตรึงไปยังจิตใจของผู้ที่ฟังทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์สยองนี้ สร้างความหวาดกลัวให้กับคนผู้นี้มากยิ่งขึ้นไปอีกจนไม่มีใครกล้าขยับตัวและปล่อยให้สายฝนอันอ่อนโยนชะล้างคราบเลือดนั้นไป

“จัดการให้เด็ดขาด หากไม่มั่นใจว่าจะเปลี่ยนใจมันได้ก็จงสังหารทิ้งเสียตั้งแต่ตอนที่มีโอกาส แต่หาเชื่อมั่นว่าทำได้ก็จงทำไม่ว่าจะยากลำบากเพียงใด เปลี่ยนใจมัน เพราะผู้ที่ใช้จุดอ่อนของตนมาเป็นอาวุธได้อย่างยอดเยี่ยมนั้นคือยอดนักรบที่แท้จริง..”เลเวียกล่าวทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะเหลียวมองไปยังประตูทาเข้าปราสาทที่เปิดอ้าทิ้งไว้มีเพียงยามรักษาการณ์ไม่กี่คน ที่ตรงนั้นเธอเห็นคนที่เธอต้อการจะพบมากที่สุด ทว่าหากตรงไปในทันทีคนที่ไม่รู้ว่าเขาออกมาแล้วคงได้งอนเหมือนก่อนหน้านี้เป็นแน่

ด้วยความกลัวว่าดวงหน้าหวานๆของเพื่อนร่วมรบจะต้องกลับมาหงิกงออีกครั้งหลังจากได้ระบายความเครียดที่เก็บกดอัดอั้นออกไปแล้ว เลเวียลดระดับความสูงของตัวเองลงก่อนจะตรงไปยังตอนเหนือของเมืองเพื่อไปรับเพื่อนคนพิเศษกลับไปหานายของตน

“หวังว่าทั้งสองคนจะเคลียร์กันได้น้า––”

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

1,284 ความคิดเห็น

  1. #1212 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 128)
    วันที่ 13 กันยายน 2557 / 20:59
    เง้อ อิรัน งานนแกมาล่ะ กรุณามาเจรจาด่วน ก่อนที่จะโดนลูกปืน
    #1212
    0