God Presentiment Online ภาค สงครามเทียมเทพ

ตอนที่ 117 : บทที่ 6 ความอยากของสงคราม : ก่อนจะก้าวสู่กองเพลิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 356
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    2 ส.ค. 57

บทที่ 6 ความอยากของสงคราม
ช่วงที่สี่ ก่อนจะก้าวสู่กองเพลิง

เมืองท่าชายทะเล อัลโก(Algo) เป็นแหล่งซื้อขายสินค้าและวัตถุดิบแห่งเดียวในทวีปโอเกรเชียที่ติดต่อกับทวีปโนลเบียส(Nolbeyes) ของเผ่าเทพที่อยู่ทางตะวันตก เมืองท่าแห่งนี้เป็นเมืองขนาดกลางที่มีประวัติเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยก่อนสงครามเผ่าพันธุ์ที่ทำให้ทั้งสามทวีปลุกเป็นไฟเสียอีก เรื่องตำนานเก่าแก่ของเมืองนี้ไม่ต่างไปจากนิทานที่มีอยู่ทั่วทุกหนแห่ง เป็นเมืองของผู้ปกครองโลกอสูรในอดีตกาลบ้างล่ะ เป็นเมืองที่มีความเกี่ยวข้องกับขุมทรัพย์โบราณบ้างล่ะ สาเหตุก็เพราะเมืองๆนี้ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับโบราณสถานที่ไม่มีใครสามารถสำรวจได้ ไม่ใช่เพราะว่ามีผู้รู้เบื้องลึกเบื้องหลังเลยแม้แต่น้อย

แม้จะเป็นเมืองที่มีโบราณสถานรายรอบแต่อัลโกก็เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามและความเจริญทางด้านการคมนาคม เรือเหาะของเผ่าที่สามารถแล่นได้ทั้งในทะเล บนฟ้าหรือบนพื้นทรายเองก็มาจากโรงต่อเรือของเมืองอัลโกแห่งนี้ สถาปัตยกรรมหินอ่อนสีขาวสวยงามแม้จะเป็นเพียงภาพถ่ายแต่มันก็ทำให้ผู้ที่ต้องการศึกษาหาข้อมูลของเมืองแห่งนี้ทึ่งไปได้ไม่ต่างกัน

หนังสือเล่มหนาถูกปิดลงไปเป็นเล่มที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่ทราบและถูกนำไปกองเอาไว้รวมกับเพื่อนๆของมันเป็นตั้งราวกับคอนโดหรูหลายสิบชั้น หอสมุดของปราสาทในเมืองหลวงของเผ่าพันธุ์ยักษ์ เรลทิน(Reltin)มีตำราอยู่มากจนล้นชั้นหนังสือ พื้นที่ทรงกลมรัศมีกว้างเกือบกิโลเมตรที่เก็บเอาไว้แต่ตำราและเอกสารจำนวนมากแห่งนี้เป็นที่แรกที่คีช่าบอกให้เขามาหลังจากออกมาจากสภา

แม้อ่านจากสีหน้าของคีช่าออกมาได้ว่าโจรร้ายที่ว่านั่นจะไม่ธรรมดาแต่เขาก็ไม่ได้คิดว่ามันจะไม่ธรรมดาถึงขนาดนั้น ทันทีที่เขาถามถึงข้อมูลนั้นจากคีช่า ชื่อของหัวหน้าโจรร้ายนั่นก็หลุดออกมาจากปากพร้อมด้วยความกังวลที่ดูจะไม่สมเหตุสมผลสักเท่าไหร่ คีช่ามีแต่ลูกสาวก็จริงอยู่ แต่เขาที่เป็นลูกชายแถมยังไม่ใช่ลูกในไส้กลับได้รับการปฏิบัติแบบนั้นมันก็ดูจะเกินจริงไปนิด

กลับเข้าเรื่อง ชื่อของหัวหน้าโจรร้ายนั่นคือชื่อที่เขาไม่คิดว่าจะได้ยินเร็วขนาดนี้

ลิเวียธาน

มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่ตัวแทนแห่งความริษยาจะมาปรากฏตัวอยู่ที่โลกอสูรโดยปล่อยรอบๆทวีปออสเทียเอาไว้โดยปราศจากการป้องกัน แต่ถ้าเป็นลิเวียธานจริงๆแล้วนั้นเขาก็กังวลว่าผู้ที่จะมาป้องกันทางออกของเหล่าผู้เล่นสู่ต่างทวีปนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากลิ่วล้อของโซโลมอน

แต่นั่นก็ถือว่าลดภาระให้กับผู้เล่นและเพิ่มความสนุกให้กับเขาในสงครามเทียมเทพ

ปัญหาคือเขาจะจัดการกับลิเวียธานยังไง

รัดเกล้าเคยปะทะกับลิเวียธานก็จริงอยู่แต่นั่นเป็นเพียงแค่ร่างแบ่งภาค ความจริงก็คือเขาไม่รู้ว่าลิเวียธานที่ยึดเมืองอัลโกนี่คือตัวจริงหรือร่างแบ่งภาค เพราะถ้าหากมันคือตัวจริงเขาบอกได้คำเดียวว่างานเข้า แค่ในโลกเกมฝีมือของลิเวียธานก็เรียกได้ว่าน่ากลัวแล้ว ยิ่งมาที่โลกอสูรแห่งนี้ที่ถือว่าอันตรายสำหรับผู้ที่ไม่เคยชินมันก็ยิ่งแล้วใหญ่

อัตราความสามารถของประชากรโลกอสูรกับโลกเกมนั้นแตกต่างกันลิบลับ

คนที่นี่อ่อนแอมากหากเดินทางไปยังโลกเกมฝั่งนู้น เนื่องด้วยการขาดแคลนอณูพลังงานในอากาศมันทำให้คีช่าที่ระดับมากถึงแปดร้อยเหลือระดับเพียงหนึ่งร้อย แต่เมื่อคนในโลกเกมเดินทางมายังโลกอสูรและปรับตัวได้โดยไม่ตายไปซะก่อนก็จะแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด ยกตัวอย่างก็คือดรีมเป็นต้น ความจริงแล้วดรีมนั้นไม่ได้แข็งแกร่งอะไรมากนักเมื่อตอนที่อยู่ในโลกเกม แต่พอปรับตัวและรับอณูพลังงานเข้าสู่ร่างกายได้จนเป็นปกติแล้วนั้นดรีมแข็งแกร่งขึ้นมาก

สาเหตุที่เขาไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ก็เพราะว่าในตอนที่เขาเข้ามาในโลกอสูรนั้นเขายังอยู่ในผลของการสนทนากับผู้ล่วงลับซึ่งทำให้ระดับเพิ่มมากขึ้น จากนั้นเมื่อเวลาของทักษะหมดนั้นเขาก็ปรับตัวเข้ากับบรรยากาศของโลกอสูรเรียบร้อยแล้ว

นั่นเขาพอเข้าใจ แต่ที่เขาไม่เข้าใจก็คือดรีมต่างหาก

ดรีมใช้เวลาในการปรับตัวเร็วมาก เพียงแค่ไม่ถึงนาทีในระหว่างที่ต่อสู้กับมังกรทะเลทรายเกล็ดดำ ความรุนแรงในการโจมตีของดรีมก็เพิ่มขึ้นทีละนิดๆจนรุนแรงมากพอๆกับการโจมตีแบบลูซิเฟอร์เลยก็ว่าได้ แม้เจ้าตัวจะรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงนี้แต่ก็กลับไม่ใส่ใจจนเขาไม่ได้ข้อมูลอะไรเลยแม้แต่น้อย

ที่เขากังวลในตอนนี้คือความสามารถในปัจจุบันของลิเวียธาน

ในโลกเกมยังเก่งขนาดนั้นแล้วตอนนี้ไม่แข็งแกร่งพอที่จะเอาชนะโคลอี้ได้เลยหรอกหรือ?

“เป็นยังไงบ้างเพคะ? พอได้ข้อมูลที่ต้องการรึเปล่า? ท่านพี่?”ถ้อยคำนั้นฟังดูแสลงหูแต่เขาก็ไม่อาจฝืนทนความดื้อด้านของเทสซาลีย์ได้ แม้จะบอกให้เรียกชื่อตรงๆและเลิกใช้คำลงท้ายแบบนั้นกี่ครั้งต่อกี่ครั้งเจ้าหล่อนก็ไม่ยอมเลิกราจนเขาได้แต่ปลงตก หอสมุดแห่งนี้ไม่ใช่ของพระราชวังแต่เป็นของเทสซาลีย์ เรียกได้ว่าตอนนี้เขากำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องขององค์หญิงยักษ์เมฆาอยู่เลยก็ว่าได้

“อืม ตำราพวกนี้มีข้อมูลละเอียดก็จริงอยู่แต่มันก็ไม่ได้ช่วยเท่าไหร่ ข้อมูลเศรษฐกิจของอัลโกจดมาได้ละเอียดมาก ข้ายอมรับเลยว่าเจ้าทำงานได้ดีจริงๆ แต่ข้อมูลที่ข้าอยากรู้มันดันไม่มีนี่สิ”คำเปรยด้วยความเหนื่อยใจของรันกระตุ้นความสนใจของเทสซาลีย์ขึ้นมาพลัน องค์หญิงลำดับที่สามเลื่อนเก้าอี้ด้านข้างของเขาและทิ้งตัวนั่งลงโดยหันหน้ามาหาเขา

“ท่านพี่ต้องการข้อมูลอะไรหรือเพคะ?”

คำถามของเทสซาลีย์ทำให้เขาตรองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเปิดปาก

“เรื่องการปรับตัวของผู้คนจากโลกแห่งการผจญภัยเมื่อมายังโลกอสูรน่ะสิ เจ้าก็น่าจะรู้มาจากท่านมหายักษาบ้างแล้วใช่ไหมว่าข้ามาจากโลกแห่งการผจญภัยน่ะ ข้าสงสัยอยู่เหมือนกันว่าอณูพลังงานพวกนี้มันส่งผลต่อความสามารถในการสู้รบยังไงบ้างน่ะ”ความสงสัยของรันทำให้เทสซาลีย์พยักหน้าและนิ่งงันไปครู่หนึ่งเหมือนกำลังเรียบเรียงประโยคให้เขาเข้าใจได้ง่าย

“อณูพลังงานของโลกอสูรหนาแน่นมากเพคะ นักเดินทางที่มาจากโลกแห่งการผจญภัยนั้นทันทีที่มายังโลกอสูรจะต้องทำการปรับตัวให้สามารถหายใจได้ในอากาศที่หนาแน่นแห่งนี้ มันจะช่วยให้ความสามารถในการสู้รบก้าวกระโดดขึ้นมาก แต่ในขณะเดียวกันเมื่อร่างกายปรับสภาพเข้ากับโลกอสูรได้แล้วหากเดินทางกลับไปยังโลกแห่งการผจญภัยล่ะก็จะพบกับการขาดแคลนอณูพลังงาน ทำให้ไม่สามารถลงมือได้เต็มที่และหากเป็นผู้ที่ถือกำเนิดในโลกอสูร การขาดแคลนพลังงานอาจหมายถึงการจบชีวิตในทันทีเพคะ”

“แบบนั้นก็แปลว่าอณูพลังงานในชั้นบรรยากาศของโลกอสูรเป็นเหมือนยาโด๊ป?”

เทสซาลีย์พยักหน้าและยิ้มกลับมาให้

“แต่ดูเหมือนว่าท่านพี่กับดรีมจะเป็นข้อยกเว้น? ยักษ์อัสนีทั่วไปไม่สามารถทนรับการโจมตีของเสด็จพ่อได้โดยไม่เป็นอะไรหรอก เสด็จพ่อคือยักษ์จันทรา เรี่ยวแรงจะเพิ่มขึ้นมากมายมหาศาลตราบเท่าที่มีพระจันทร์ ไม่ว่าจะยามกลางวันหรือยามกลางคืน การที่ท่านพี่รับการโจมตีของเสด็จพ่อได้ก็แสดงว่าท่านพี่แข็งแกร่งเกินกว่ายักษ์อัสนีทั่วไปแล้วเพคะ แถมวิธีที่ท่านพี่ตลบหลังเสด็จพ่อ.. มันก็ไม่ใช่พลังจิตหรือเวทมนตร์หรือลมปราณ ความลับของท่านพี่นี่น่าสนใจดีนะเพคะ”

องค์หญิงลำดับสามหัวเราะเบาๆราวกับต้องการต้อนเขาให้จนมุมทีละนิดๆโดยไม่หวังผลในทันที เขาได้แต่ยิ้มรับและส่ายศีรษะกับความดื้อดึงที่ต้องการจะรู้ความลับของเขาไม่ว่ามันจะเล็กน้อยเพียงไหนก็ตาม เธอดูจะพยายามมากในเรื่องที่เธออยากรู้

ความอยากรู้อยากเห็น

คุณสมบัติอันน่าพิศวงของนักสำรวจและนักโบราณคดี

“มันก็แค่การใช้พลังหลายๆสายผสานกันจนผลลัพธ์ออกมาในแบบที่ต้องการ ข้าไม่สนใจวิธีการหรอกถ้าผลลัพธ์ออกมาน่าพึงพอใจ แต่ก็เถอะ วิธีการที่ว่านั่นก็ต้องเป็นอะไรที่ไม่ผิดศีลธรรมด้วยล่ะนะ”เขาว่าถึงโดยรวม สร้างความประหลาดใจให้กับองค์หญิงผู้ใฝ่รู้

“อา.. ถ้าแบบนั้นก็ไม่ต่างอะไรจากการหลอกลวงนี่เพคะ?”

รันยิ้มขำให้กับอีกฝ่าย เขาบอกวิธีการเดียวกันแบบนี้กับดรีมแต่ดูเหมือนว่าเทสซาลีย์จะหัวไวกว่าและกรองคำพูดของเขาออกมาได้ว่าสิ่งที่เขาทำก็ไม่ต่างไปจากการหลอกลวงผู้อื่น เมื่อนึกถึงดรีมแล้วมันทำให้เขารู้สึกโหวงๆแปลกๆและเผลอลดมือลงมาลูบไปมาที่ตักตัวเองโดยไม่รู้ตัว

ไม่นานนักเขาก็รู้สึกตัวแล้วก้มลงนิดๆ

เขาตัวติดกับดรีมมาได้เพียงสองวันกว่าๆแล้วยกตัวดรีมมานั่งตักตลอดเวลามันทำให้เขารู้สึกติดพันกับนินจาสาวผู้มีอดีตอันน่าเศร้าขนาดนี้เลยเชียวหรือ? ความนุ่มนิ่มของผิวสัมผัสที่แนบชิดติดกับตัวของเขา กลิ่นหอมของเส้นผมที่จรดจ่ออยู่เพียงแค่ปลายจมูก ร่างกายบอบบางพอดีอ้อมแขนให้กอดคลายหนาวใจ

รันยกมือขึ้นคลึงหัวคิ้วของตนอย่างเสียไม่ได้

ดรีมเคยบอกกับเขาในคืนแรกว่าเธออยากมีฐานะเทียบเท่ากับคนอื่นๆและในตอนนี้เขาก็หลวมตัวทำตามอย่างที่เธอต้องการจริงๆ รอยยิ้มบางๆเริ่มคืบคลานขึ้นมาหาที่อยู่บนใบหน้าของเขาอีกครั้งเมื่อนึกย้อนดูว่าดรีมเป็นคนยังไง ใจเย็นเป็นบางเวลา หัวช้านิดๆ เวลาเห็นอะไรก็ชอบถาม ความจำดีมาก เก็บรายละเอียดยิบย่อยได้ดี... นั่นคือลักษณะ แต่นิสัยล่ะ..?

เขาอธิบายไม่ถูก ช่างซัก? ขี้เล่น? ที่สำคัญคือขี้อ้อนมากๆ? หยอกเขาบ่อยๆ..

น่ารักเกินไปจนเขาอยากเห็นเธอดิ้นไปมาด้านใต้เขา..

“ดิ้นไปดิ้นมายังไงเหรอ? ต้องครางแล้วเรียกชื่อรันด้วยรึเปล่า?”

“..!?”

ยักษ์หนุ่มสะดุ้งเฮือกกับสองแขนเรียวที่โอบรอบคอของเขาเอาไว้พร้อมๆกับเสียงกระซิบที่ดังมาตรงข้างหูจนต้องเผลอหันไปยังต้นเสียง ริมฝีปากนุ่มๆที่ชนกับแก้มของเขานั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพราะวางแผนเอาไว้เลยแม้แต่น้อย ดรีมชะงักไปครู่หนึ่งและถอยหน้าออกห่างจนเขาโหวงวูบไปนิดๆ แต่ก็ไม่นานนักเมื่อเธอยิ้มออกมาแล้วเชยคางลงบนไหล่ของเขาพร้อมแนบแก้มไปกับบ่าเอ่ยปากถามยิ้มๆ

“ชอบไหม?”

ตอนนี้รันได้แต่พยายามเสตามองไปยังดรีมให้ได้มากที่สุดโดยไม่ขยับศีรษะอีก ลมหายใจอุ่นๆที่เป่ารดแก้มของเขาในตอนนี้เป็นมากกว่าคำเชื้อเชิญให้เขาทำอะไรไม่ดีกับเธอเสียอีก ยักษ์หนุ่มถอนหายใจและเอนศีรษะของตัวเองไปไซร้กับอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม

“อืม ..ชอบ รักเลย”

“โฮ่ ฝีปากอัพเลเวลขึ้นนะเนี่ย มาสเตอร์สกิลเกี้ยวสาวแล้วล่ะสิ?”แล้วนี่ก็เป็นอีกครั้งที่เขาต้องพบเจอกับการเข้าหาที่ไม่ได้คาดหมายจากเด็กสาวร่างเล็กอีกคน ถึงแม้จะไม่ได้เด็กเหมือนโลกภายนอกแต่โป๊คเกอร์เฟซตอนนี้ดูไม่ต่างจากเด็กม.ต้นรุ่นเดียวกับดรีม ตามที่เขาได้บอกเอาไว้ว่าหากเฟซแพ้เขาจะทำให้เธอกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งนั้นเขาได้ทำตามที่บอกแล้ว

หลังจากคลุกคลีกับราชกกุธภัณฑ์ทั้งสองมานานเขาก็สามารถเข้าใจถึงความสามารถของพวกมันได้ ราชกกุธภัณฑ์ฟ้าดินนั้นมีความสามารถในการควบคุมการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีสติปัญญาเป็นของตัวเอง เขาเคยลองคิดจะใช้มันควบคุมเชื้อโรคดูแต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีทางเห็นผลจึงหยุดอยู่กับแค่ฟริกไนท์ แต่ราชกกุธภัณฑ์จ้าวชีวิตนั้นต่างออกไปเพราะมันสามารถควบคุมสิ่งมีชีวิตหรือส่วนหนึ่งจากสิ่งมีชีวิตได้หากเป้าหมายยินยอมหรือไม่มีสติอยู่ในตอนนั้น

และการที่โป๊คเกอร์เฟซอยู่ในรูปร่างแบบนี้ก็เพราะว่าเขาแอบใช่ราชกกุธภัณฑ์ทั้งสองกับเธอตอนที่เผลองีบ เฟซมีสิทธิ์เป็นเหมือนของในปกครองของเขาทำให้เข้ากับเงื่อนไขให้อีกฝ่ายยินยอมของราชกกุธภัณฑ์จ้าวชีวิต แม้จะลำบากและกินพลังงานมากกว่าใช้กับฟริกไนท์มากโขจนเขาแทบล้มทั้งยืนจนต้องมาหาข้อมูลแบบนี้แทนที่จะไปลงภาคสนามตรงๆ แต่ก็ถือว่าคุ้มเพราะตอนนี้เขากำลังมีความสุขกับฮาเร็มโลลิ

“คุกๆ ช่วงนี้ดรีมเจ็บคอจังเลยอะรัน คุกๆๆ”

“เลิกอ่านความคิดตลอดเวลาแบบนี้ได้มั้ย? ขอร้องล่ะ”แม้คำพูดจะเป็นเชิงตัดพ้อแต่รอยยิ้มบนใบหน้าขององค์ชายรัชทายาทได้แต่ทำให้องค์หญิงลำดับสามคิดไปในทางกลับกัน เขาดูจะชอบดรีมทุกอย่างไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็ตาม และเด็กอีกคนที่ชื่อโป๊คเกอร์เฟซเองก็ไม่ต่างกันแม้จะดูเปิดเผยน้อยกว่าอีกคนก็ตามที

เทสซาลีย์ยิ้มบางๆและลุกขึ้นจากเก้าอี้

“ถ้าท่านพี่มีอะไรเรียกหาข้าได้เสมอนะเพคะ”รอยยิ้มที่มีเป้าหมายไปยังเด็กสาวทั้งสองคนเบี่ยงเป้าหมายไปยังยักษ์เมฆาผู้ถือตัวเองเป็นน้องสาวของคู่สนทนา เทสซาลีย์ค้อมศีรษะน้อยๆด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินไปยังชั้นหนังสือที่เป็นที่หมายของตนในตอนแรกก่อนที่จะถูกดึงความสนใจเอาไว้โดยรัน ยักษ์สาวเลิกคิ้วน้อยๆเมื่อสวนทางกับคิคิโมร่าในชุดเมดที่หลบทางโค้งให้ราวกับเป็นสาวใช้มาแต่กำเนิด ทั้งท่วงท่าและอากัปกิริยา เธอแทบจะไม่อยากเชื่อเลยแม้แต่น้อยว่าผู้หญิงคนนี้คือสปายของเผ่ามาร

“..หอมจัง”

“ชาดอกไม้น่ะเจ้าค่ะ ข้ากำลังจะนำไปให้นายท่าน.. องค์หญิงต้องการจะรับบ้างหรือเปล่าเจ้าคะ?”เทสซาลีย์ชะโงกหน้าดูของเหลวภายในกาน้ำชาแล้วจึงหลับตาลงแล้วสูดหายใจอีกครั้ง กลิ่นหอมของดอกไม้อ่อนๆนั้นเหมาะสำหรับการคลายความเครียดระหว่างอ่านหนังสือได้ดี ยักษ์สาวยิ้มแล้วพยักหน้าให้อีกฝ่ายแล้วจึงเอ่ยถามในเรื่องที่เธอสงสัย

“ว่าแต่เจ้าได้ชานี่มาจากที่ไหนเหรอ?”

ชิกิลชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงกระอักกระอ่วน

“ชานี่ช้าทำขึ้นมาเองเจ้าค่ะองค์หญิง ข้าขออนุญาตท่านเซซิลเข้าไปเก็บดอกไม้ในสวนของพระองค์มาทำเป็นชา เพราะมีพรรณไม้หลายชนิดที่มีคุณสมบัติทางยาแต่ไม่มีใครนำไปช้า ข้าที่เป็นชาแมนก็เลย..”หางที่กระดิกไปมาลู่ลงเล็กน้อยราวกับเตรียมพร้อมเมื่อตนกำลังจะถูกดุ จริงอยู่ว่าสวนพฤกษชาติภายในพระราชวังเป็นทรัพย์สมบัติของเทสซาลีย์ แต่ในเมื่อเซซิลเป็นผู้อนุญาตเธอก็ได้แต่ยิ้มออกมาอย่างจนปัญญา

“วันหลังมาถามข้าก็ได้ ไม่ต้องไปรบกวนท่านเซซิลหรอก แต่พรรณไม้ที่มีคุณสมบัติทางยาอย่างงั้นเหรอ? หลังจากนี้เจ้าพอจะว่างมาคุยกับข้าหน่อยได้รึเปล่า? พรรณไม้พวกนั้นข้ามีข้อมูลไม่มาก หากได้เจ้ามาช่วยก็คงจะดีไม่ใช่น้อย”เมื่อเห็นว่าตนไม่ถูกดุคิคิโมร่าสาวก็อารมณ์ดีขึ้นพลัน ยิ่งเมื่อรู้ว่าตนจะสามารถทำประโยชน์ให้ผู้อื่นได้เธอก็ยิ่งดีใจเข้าไปใหญ่

“ถ..ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวข้านำน้ำชาไปให้นายท่านแล้วเดี๋ยวข้าจะไปหาองค์หญิงนะเจ้าคะ กับน้ำชา ล..แล้วก็ ขนมด้วยเจ้าค่ะ!”ชิกิลโค้งตัวให้กับอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มและรีบตรงไปยังเจ้านายของตนเพื่อเสิร์ฟน้ำชาทันที กลิ่นหอมจากน้ำชาในกาเรียกความสนใจจากทั้งสามที่กำลังหยอกล้อกันอยู่ให้หันไปหาที่มาได้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เมื่อเห็นว่าเป็นใครรันจนร้องทัก

“ชาเหรอ? ขอบใจมากนะ”

หางที่คล้ายสุนัขซึ่งปกคลุมไปด้วยขนนกที่กระดิกไปมาอยู่แล้วก็ยิ่งส่ายรัวยิ่งเข้าไปอีกขัดกับสีหน้าที่กลับมาสงบนิ่งเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้เป็นนาย ดรีมและเฟซที่เห็นท่าทีของอีกฝ่ายก็ได้แต่ยิ้มขำกับอาการดีใจที่ถูกชมอย่างปิดไม่มิดของอีกฝ่ายด้วยความชอบใจ

“ข้าเห็นว่านายท่านอ่านหนังสืออยู่ในนี้นานแล้วเกรงว่าท่านจะเบื่อหรือท้องว่างขึ้นมาเสียก่อนก็เลยอยากจะให้พักบ้างน่ะเจ้าค่ะ ชาดอกไม้นี่ช่วยคลายเครียดและลดภาระของระบบประสาทได้นะเจ้าคะ ..ส่วนขนมพวกนี้ข้าเตรียมมาให้ท่านดรีมและท่านเฟซโดยเฉพาะเจ้าค่ะ”ทันทีที่ได้ยินคำว่าขนมสองสาวที่เกาะติดตัวเขาอยู่ก็ตรงรี่ไปหาถาดโลหะใส่ขนมและน้ำชาในมือของชิกิลและยกมาวางบนโต๊ะในทันที เมื่อถูกแย่งหน้าที่ไปเฉยๆชิกิลก็หลุดสีหน้าลำบากใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะหลุบตาลงต่ำเมื่อเห็นว่าเธอกำลังถูกมอง

“ไม่ต้องคิดมาหรอกน่า สองคนนั้นก็แบบนี้แหละ”

รันกวักมือเรียกให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้ก่อนจะดึงให้นั่งลงข้างๆ

“น..นายท่าน!?”

“ห้ามลุกนะ”

เมื่อถูกออกคำสั่งขัดกันดื้อๆแบบนี้ชิกิลก็จำต้องนั่งต่อแต่โดยดี คิคิโมร่าสาวกลอกตามองหน้าตักของตนไปมาอย่างทำอะไรไม่ถูก หลายรอยปีที่เธอคอยดูแลรับใช้เดียร์มามันไม่ใช่ประสบการณ์ที่จะช่วยให้เธอเข้าใจเจ้านายที่แท้จริงผู้ให้นามกับเธอเลยแม้แต่หน่อยเดียว

“นายท่าน.. เปลี่ยนไปเยอะนะเจ้าคะ”

ความเงียบระหว่างนายและบ่าวพังทลายลงด้วยคำเปรยจากชิกิล รันที่ได้ยินดังนั้นกลับเพียงเลิกคิ้วนิดๆและรับถ้วยชาจากเฟซมาจิบ รสชาติหวานอ่อนๆและกลิ่นหอมของดอกไม้จากชาช่วยสงบสติของเขาลงได้มากกว่าเดิมจากที่เตลิดไปด้วยการหยอกเย้าของดรีมและเฟซ

“ก็คงอย่างนั้นแหละ เวลาเปลี่ยนคนก็เปลี่ยน ดูอย่างชิกิลสิ เมื่อก่อนยังรู้แค่เวทมนตร์อัญเชิญกับเวทมนตร์สนับสนุนและเชียร์อยู่แนวหลังอยู่เลยนี่ พอมาตอนนี้ดันโตขึ้นมากลายเป็นสายลับซะนี่”ชายหนุ่มเท้าแขนเกยคางกับมือของตนเสมองไปยังชิกิลด้วยรอยยิ้ม เธอว่าเขาเปลี่ยน เขาว่าเธอเองก็เปลี่ยน ชิกิลดูมีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้นไม่เหมือนคิคิโมร่าที่ไม่รู้อะไรแบบตอนแรกที่ได้เจอกัน

“โลกอสูรมันโหดร้าย ข้าเองก็ต้องพยายามเปลี่ยนตัวเองเพื่อท่านเดียร์นะเจ้าคะ”

คำโต้แย้งนั่นถูกหยุดไม่ให้พรั่งพรูออกมาอย่างต่อเนื่องด้วยมือหนาที่ลูบศีรษะไปมาพร้อมกับเลื่อนลงมาเกาเบาๆที่ใต้คาง การกระทำแบบนี้ไม่ใช่ว่าเธอไม่ชอบแต่ความเอ็นดูที่ส่งผ่านมาทางสายตานั้นกำลังผลักดันให้เธอกลายเป็นผู้ถูกดูแลแบบเมื่อก่อนอีกครั้ง

“นายท่านเจ้าคะ”

คิคิโมร่าสาวเชิดหน้าถอยห่างจากมือของรันแล้วเม้มริมฝีปาก

“ข้า..”

“จากนี้ไปก็ขอฝากตัวด้วยนะ ชิกิล เธอเก่งขึ้นมาก เธอเองรู้เรื่องนี้ดีกว่าใคร ฉันจะมั่นใจฝากให้เธอดูและดรีมและเฟซได้ไหม?”คำฝากฝังที่ไร้ที่มาทำให้ชิกิลน็อกกลางอากาศ เมื่อครู่เขายังทำเหมือนเธอเป็นเพียงสัตว์เลี้ยงเชื่องๆและไฉนตอนนี้เขากลับฝากฝังคนสำคัญของตัวเองให้เธอดูแลแบบนี้กัน?

สาวเจ้านิ่งงันไปครู่หนึ่งแล้วจึงพยักหน้า

“ถ้าแบบนั้นก็ดี คืนนี้ฉันจะไปอัลโก แน่นอนว่าต่อให้ฉันหนีไปยังไงดรีมกับเฟซก็ไม่มีทางปล่อยให้ฉันไปคนเดียวแน่นอน ให้ฉันหนีจากดรีมให้ได้มันยากยิ่งกว่ายาก เฟซแล้วก็ยิ่งแล้วใหญ่ ฉันอยากให้เธอดูแลสองคนนั้นให้ดีและอยู่ให้ห่างอันตรายที่สุด..”

“นายท่านจะพาท่านดรีมและท่านเฟซไปด้วยอย่างงั้นเหรอเจ้าคะ?”

รันพยักหน้าและหันไปเผชิญหน้ากับชิกิลตรงๆ

“ฉันฝากฝังความปลอดภัยของหัวใจทั้งสองดวงของฉันเอาไว้กับเธอได้ไหม ชิกิล?”คำฝากฝังที่ฟังดูเหมือนคำขอร้องสร้างความปีติยินดีขึ้นมาภายในใจของชิกิลขึ้นได้มากยิ่งกว่าคำชมใดๆที่เธอเคยต้องการ หน้าที่สำคัญต้องเป็นของคนสำคัญที่ไว้ใจได้ และในกรณีนี้รันเลือกเธอ..

คิคิโมร่าสาวเม้มริมฝีปากกลั้นยิ้มและพยักหน้า

“ว่าแต่.. ของที่ฉันขอล่ะ?”

ชิกิลยิ้มร่าก่อนจะลุกขึ้นและนำม้วนกระดาษออกมาจากกระเป๋าเวทมนตร์ที่คาดอยู่ตรงเอวและคลี่มันลงบนโต๊ะอ่านหนังสือ ม้วนกระดาษขนาดใหญ่เต็มไปด้วยรอยขีดเขียนและตัวหนังสือจำนวนมากที่บ่งบอกถึงข้อมูลโดยละเอียดของอะไรก็ตามที่อยู่ในม้วนกระดาษนี้

“เจ้าค่ะ แผนผังเมืองทั้งหมดของเมืองอัลโก ไม่ว่าจะเป็นตรอก ซอก หรือซอย แม้กระทั่งทางลับในปราสาทของเจ้าเมือง ทุกๆอย่างในเมืองอัลโกเขียนอยู่ในนี้แล้วเจ้าค่ะนายท่าน!”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

1,284 ความคิดเห็น

  1. #1192 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 117)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2557 / 20:42
    โอ้ว สาวน้อยสายลับตัวจริง ทางลงทางลับมาหมด 
    #1192
    0