God Presentiment Online ภาค สงครามเทียมเทพ

ตอนที่ 113 : บทที่ 5 สู่เมืองยักษ์ : สองใจที่สื่อถึงกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 445
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    13 ก.ค. 57

บทที่ 5 สู่เมืองยักษ์
ช่วงสุดท้าย สองใจที่สื่อถึงกัน

“ดูท่าว่าเมื่อคืนพวกเจ้าจะผ่านศึกหนักมาพอสมควรเลยสินะ”ถ้อยคำเหน็บแนมเป็นของใครไปไม่ได้นอกจากเทสซาลีย์ที่มองดูอาหารเช้าในชามสลับกับสีหน้าของคนทำไปราวกับไม่อยากจะเชื่อ องค์หญิงยักษ์หันไปมองดรีมที่ก้มหน้าก้มตาตักข้าวต้มในชามกินอย่างเอร็ดอร่อยและหันไปมองรันที่นั่งเขี่ยอาหารเช้าที่ตนเป็นคนทำด้วยสีหน้าราวกับศพ

คนหนึ่งหน้าใสปิ๊งอีกคนโทรมอย่างกับศพ บวกกับเสียงครางลั่นเรือเมื่อคืนไม่ต้องบอกมาตรงๆพวกเธอก็รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างในห้องรับรองของทั้งสองคนนี้ ทว่าสึกหนักในความหมายของเทสซ่านั้นไม่ได้หมายถึงเรื่องบนเตียงเพียงอย่างเดียว

ตั้งแต่ตื่นเช้ามาแล้วไม่เห็นเผ่ามารบนเรือเลยสักตนเธอก็ว่าแปลกแล้ว แต่การที่ไม่เห็นแม้กระทั่งกัปตันเรือมันก็ดูจะแปลกมากเกินไปหน่อย พอเธอเดินดูไปเรื่อยๆจนถึงห้องครัวเธอก็พบกับต้นตอของเหตุการณ์แปลกประหลาดนี้ที่กำลังยืนโงนเงนคนข้าวต้มในหม้ออยู่ราวกับยังไม่ตื่นดี ที่เธอแปลกใจไม่ใช่ท่าทางของเขาแต่เป็นทั้งรอยฟันและรอยจูบที่โผล่พ้นขอบคอเสื้อเชิ้ตที่หลุดลุ่ยนั่นออกมาให้เห็นต่างหาก นั่นยืนยันแล้วว่าเสียงครวญครางเมื่อคืนนั้นใครเป็นคนทำ

แม้ตามตัวของเขาจะมีกลิ่นคาวเลือดอยู่บ้างแต่เธอก็มั่นใจเลยว่ากลิ่นเลือดพวกนั้นไม่มีทางเป็นของเผ่ามาร กลิ่นเลือดของเผ่ามารมันคาวกว่านี้เยอะ นั่นจึงทำให้เธอมั่นใจเลยว่าสงครามบนเตียงนั้นจะไม่ใช่เรื่องธรรมดาสามัญและอาจจะมีการใช้เลือดเข้ามาสร้างความสุขได้ในแบบที่ไม่เคยรู้มาก่อน เทสซ่าจำต้องจดจำเรื่องนี้เอาไว้แล้วเอาไปบอกเซซิลเผื่อว่าจะเอาไปใช้ประโยชน์ได้บ้าง..

รันที่กำลังพยายามสร้างความอยากอาหารทั้งๆที่หิวมากอยู่นั้นได้ฟังความคิดของเทสซ่าแล้วรู้สึกหดหู่ยิ่งกว่าเดิม เมื่อคืนมันไม่ได้เกิดอะไรขึ้นทั้งนั้น ไม่มีสงครามบนเตียง ไม่มีการใช้เลือดมาเพิ่มความสุขหรืออะไรทั้งนั้น สาเหตุที่เขานั่งแห้งเป็นตอไม้อยู่ตรงนี้นั้นไม่ใช่เพราะถูกสูบพลังงานออกไปหลายยกเกินจนฟ้าเหลือง ไม่ใช่... และที่ดรีมหน้าใสปิ๊งเหมือนเพิ่งได้รับสารอาหารมาเป็นจำนวนมากนั่นก็ไม่ใช่แบบที่เทสซ่าคิดอีกเช่นกัน ไม่ใช่เลยแม้แต่น้อย เสียงครางดังลั่นนั่นก็เว่อร์เกินจริง ไม่ใช่เพราะว่าห้องอยู่ข้างๆกันถึงได้ยินชัดขนาดนั้นหรอกหรือ? รันได้แต่ถอนหายใจในความคิดและก้มหน้างุด..

ย้อนกลับไปเมื่อคืน..

“ให้ดรีม.. เป็นของรันนะ?”

ไฟราคะที่เริ่มก่อตัวในสายตาที่สอดประสานกันของคนทั้งสองลุกโชนยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อรันค่อยๆหลับตาลงและเลื่อนหน้าขึ้นไปจรดริมฝีปากจุมพิตที่หน้าผากของดรีมเบาๆ ระยะเวลาที่เขาและเธอรู้จักกันมันสั้นเกินไปและใช่ว่าเขาจะไม่อยากทำเรื่องแบบนั้นกับดรีม แต่ว่าความสัมพันธ์แบบนี้มันมีแต่จะทำให้ดรีมเองที่เป็นฝ่ายเจ็บในตอนจบ

หลังจากออกไปจากโลกอสูรนี้ทั้งเขาและดรีมก็จะกลับไปเป็นศัตรูกัน ไม่เหมือนกับไคโรที่ลาออกมาจากกิลด์โดยไม่สนคำท้วงของหัวหน้ากิลด์อย่างสันโดษพลัดถิ่นหรือเจ แต่คุเรไนนั้นเขารู้ว่านิสัยของมันเป็นยังไง ถ้าหากดรีมที่เป็นถึงผู้ก่อตั้งกิลด์และดำรงตำแหน่งจัดการระบบของกิลด์ต้องการจะลาออกขึ้นมามันอาจจะเกิดเรื่องแบบเดียวกับที่เกิดกับวอล์คขึ้นมาได้

และเขาเองก็ไม่อยากให้ดรีมต้องเจอเรื่องแบบนั้น

แม้จะสงสัยว่าทำไมคุเรไนไม่ถูกแบบไปเสียทีเมื่อทำเรื่องผิดกฎไปตั้งเยอะตั้งแยะแต่เขาก็ได้แต่ปิดปากเงียบ เขาเป็นคนร่างกฎนั่นขึ้นมาเองย่อมต้องรู้จุดบกพร่องของกฎนั้น และเขาก็มั่นใจเลยว่าต้องมีผู้เล่นอีกจำนวนไม่น้อยที่รอดจากกฎพวกนั้นมาได้ง่ายๆ

“มั่นใจแล้วเหรอ? ดรีมยังไม่รู้จักฉันดีพอเลยนะ?”

เด็กสาวในอ้อมกอดเพียงเผยรอยยิ้มออกมา

“รันพูดเหมือนกับว่ารันอยากแต่กลัวดรีมจะเสียใจยังไงยังงั้นเลยนะ? งั้นให้ดรีมถามกลับไปด้วยคำถามเดียวกันดีกว่า รันยังไม่รู้จักดรีมดีพอเลยนะ? ที่จูบไปแบบนั้นน่ะรันมั่นใจแล้วเหรอว่าจะไม่เสียใจทีหลังน่ะ?”นั่นทำให้คนถูกถามชะงักกึกและขมวดคิ้ว รันเม้มริมฝีปากก่อนจะเลื่อนจากหน้าผากลงไปที่หูของอีกฝ่ายและเป่าลมหายใจร้อนๆรดลงไปราวกับจะแก้เผ็ดเด็กปีนเกลียว

“อ๊า! อย่าสิรัน! อื้มมม..”

รันผละออกมาก่อนแสยะยิ้มเหี้ยมที่ดรีมเห็นแล้วต้องขนลุก

“ถ้าทนได้โดยไม่ถึงแม้แต่ครั้งเดียวล่ะก็อยากจะทำอะไรก็จะไม่ขัดเลย”เขาค่อยๆลดตัวถอยร่นลงไปยังเท้าของอีกฝ่ายแล้วจับข้อเท้าขึ้นมาล็อกไว้กับแขนและใช้ข้อนิ้วชี้กดไปที่ฝ่าเท้าทันที ดรีมที่งุนงงกับการกระทำนั้นก็ยิ้มเยาะในใจเพราะตนจะต้องได้ในสิ่งที่ต้องการแน่นอน ทว่านั่นคือความคิดที่ผิดมหันต์เมื่อกระแสไฟฟ้าอ่อนๆแล่นสวนขึ้นมาจากฝ่าเท้าจนเสียวซ่าน

“อึ๊! ร..รัน  ท.. ทำอะ..ไรอ่ะ? อ๊า!

รันดึงตัวดรีมขึ้นมานั่งบนตักก่อนจะกระซิบที่ข้างหูเบาๆทั้งที่มือยังคงกดอยู่ที่ฝ่าเท้าของอีกฝ่ายเป็นระยะๆ ลมหายใจที่ปล่อยให้รดใบหูอย่างจงใจนั้นยิ่งทำให้สัมผัสมันมากขึ้นไปอีกระดับจนคนที่ได้รับสัมผัสนั้นต้องบิดตัวไปมาปิดปากพยายามกลั้นเสียงร้องครางเอาไว้อย่างสุดความสามารถ

“ถ้าทนได้ล่ะก็.. จะให้ทำตามที่อยากเลย หึๆ”

กลับมาที่ปัจจุบัน..

หลังจากหมดแรงไปกับดรีมซึ่งขอต่อเรื่อยๆจนเรียบร้อยไปเกินยี่สิบครั้งในคืนเดียวด้วยการจับเส้นกดจุดของเขาจนผล็อยหลับไปก็เหลือเพียงเขาที่ตื่นเต็มตาหาทางระบายอารมณ์ตัวเองออกคนเดียว พอเช้ามาแทนที่จะเหนื่อยโทรมเจ้าหล่อนกับหน้าใสปิ๊งยิ้มระรื่นราวกับเมื่อคืนหลับสบายไม่มีอะไรเกิดขึ้นเสียอย่างนั้น ทว่าความเงียบนั้นทำให้เขานึกได้ว่าจัดการกะลาสีทั้งหมดไปแล้วและเรือนี่ก็แล่นไปตามกระแสลมจะหลุดออกนอกทางไปรึยังก็ไม่รู้นั่นจึงทำให้เขาแหกขี้หูขี้ตาตรงไปยังพังงาและตรวจดูเข็มทิศกับแผนที่ทันที

เมื่อบังคับตัวหยุดแล่นแล้วเขาก็ตรงไปเข้าครัวเพื่อจัดหาอาหารเช้าให้กับผู้โดยสารที่ยังมีชีวิตรอดอยู่ทันที ทั้งหมดก็จบลงมาด้วยประการฉะนี้ เขาพยายามไม่ใส่ใจกับความสงสัยของเทสซ่าและรอยยิ้มมีเลศนัยของเซซิลรวมทั้งสาวตางุนงงของอาคาช่าจากนั้นจึงพยายามกระเดือกอาหารเช้านี้ลงไปเป็นเพื่อนดรีมที่อยากอาหารสุดๆ

“ว่าแต่จัดการเผ่ามารไปหมดแบบนี้จะพูดกับสถานทูตที่เมืองหลวงยังไงล่ะ?”

คำถามของเทสซ่าถูกรันตอบกลับไปด้วยเสียงแหบแห้ง

“ก็แค่ทำลายเรือลำนี้แล้วเดินเท้าเข้าเมืองแค่นั้นเอง ข้าว่าเอาเรื่องอุบัติเหตุมาเล่นหน่อยจะเป็นไรไป ใส่สีตีไข่ให้ว่าพายุแรงกว่าทุกทีและมีสัตว์อสูรมาดักจู่โจมทำให้เรือล่มและเผ่ามารทั้งหลายก็ให้พวกท่านหนีมา”คำอธิบายของรันถูกแย้งกลับมาโดยเทสซ่าเช่นเดิม

“เผ่ามารที่มากับเรือลำนี้ไม่ใช่กระจอกๆนะ ถึงท่านพี่จะจัดการได้หมดแต่ก็ไม่มีทางแพ้สัตว์อสูรในทะเลทรายนี่ได้ทั้งหมดนะ สถานการณ์ที่แย่ที่สุดจริงๆก็น่าจะเหลือรอดสักคนสองคนสิ”คำพูดของเทสซ่ามีเค้ามูลของความเป็นไปได้ เผ่ามารที่เขาจัดการไปเมื่อคืนถ้ามีการเตรียมพร้อมเสียหน่อยก็จะตึงมือพอใช้ได้ แต่สัตว์อสูรที่ทำให้เขาต้องลงมือเต็มแรงได้และแข็งแกร่งกว่ามารพวกนี้ก็มีเหมือนกัน

“งั้นเอาเป็นกิ้งก่าสีดำๆตัวใหญ่ๆนั่นเป็นไง?”

“มังกรทะเลทรายเกล็ดดำ.. มันเป็นศัตรูตัวร้ายของเผ่ามารเพคะ ข้าคาดว่าน่าจะใช้ได้ แต่พวกมันมีจำนวนน้อย รักสันโดษและอยู่ห่างไกลกันมาก แต่หากมีผู้พบเห็นพวกมันใกล้ๆแถบนี้เกินไปในเวลาเดียวกันจะรู้ได้ทันทีว่าเรื่องที่กิ้งก่าทะเลทรายจู่โจมเรือลำนี้เป็นเรื่องโกหก”อาคาช่าดูเหมือนจะเป็นผู้ที่รู้เรื่องเกี่ยวกับทะเลทรายดีที่สุดกล่าวออกมาหลังจากจัดการอาหารเช้าของตนเสร็จแล้ว แม้จะยังมีท่าทีอึดอัดนิดๆเนื่องจากถูกบังคับให้ร่วมโต๊ะแต่ก็ยังทำหน้าที่ของคนสนิทได้ดีเยี่ยม

“แค่ไม่มีคนเห็นคุณกิ้งก่าแถวนี้ก็พอแล้วนี่?”

ทุกคนหันไปมองดรีมผู้เป็นผู้พูดด้วยความงุนงงงจนรันต้องแถลงไข

“เจ้ากิ้งก่านั่นพวกข้าจัดการไปแล้วล่ะ ก็ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรนักหนาแค่วิ่งเร็ว กระโดดสูงแล้วก็เกล็ดหนาเท่านั้น ถึงมันจะสลัดหนามที่หลังได้แต่ก็ไม่ได้เกินความสามารถ ตัวใหญ่อย่างนั้นน่าจะเหมาะกับคนจำนวนมากมากกว่าก็เลยแพ้ให้กับพวกข้าง่ายๆแบบนั้น”

“เนื้ออร่อยมากๆเลยล่ะ ถึงฝีมือคนทำจะไม่ได้ดีอะไรมากนักก็เถอะ!”

นั่นทำให้คนฝีมือไม่ดีต้องไอล้างคอปรามคนพูดให้รู้ถึงสถานะของตัวเอง คนที่ทำอาหารไม่ได้มาจิกกัดเขาที่ทำอาหารเป็นไม่กี่อย่างมันดูน่าหมั่นไส้เกินไปจนรันได้แต่จดเอาไว้ในหัวเก็บไว้คิดบัญชีคราวหลัง ยักษ์หนุ่มวางช้อนลงก่อนจะเอนหลังและพูดต่อ

“เรื่องเรือนี่มันไม่ยากสักเท่าไหร่ ถ้าจะให้ดูเหมือนถูกพายุทรายและกิ้งก่ายักษ์เล่นงานมันก็ง่ายนิดเดียว ไว้ให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง ตอนนี้ก็ขอให้เก็บข้าวของติดตัวเอาไว้ให้พอ อย่ามากเกินไป คิดเสียว่ากำลังเก็บของหนีเจ้ากิ้งก่านั่นจริงๆก็แล้วกัน”ยักษ์หนุ่มหลุบตาลงผสานวงจรพลังวัตรของตัวเองเข้ากับชีพจรฤดูเพื่อฟื้นฟูกำลังกายและทำให้สมองกลับมาปลอดโปร่งอีกครั้ง เขากับดรีมไม่จำเป็นต้องเก็บของอะไรจึงนั่งรออยู่ที่เดิมปล่อยให้เทสซ่า เซซิลและอาคาช่าลุกเดินออกจากห้องไป

“รัน แล้วศพล่ะ?”คำถามของดรีมทำให้เขาเลิกคิ้วขึ้น

ศพของพวกมารทั้งหมดเขาเผามันไปด้วยเพลิงวัตรผสมพลังด้านลบจึงไม่เหลืออะไรให้ตามหา คล้ายกับว่าสาบสูญไปเฉยๆโดยไม่มีอะไรให้สืบตามรอย ร่องรอยของการต่อสู้บนเรือทั้งหมดเขาก็ลบหายไปจนกลับไปเป็นเหมือนเดิมแล้วพร้อมๆกับอาณาเขตเวทมนตร์ที่เอาไว้เก็บเสียงซึ่งกัปตันมารนั่นร่ายเอาไว้ตอนที่จัดการกับเขาอีก

“ก็คงต้องโยนความผิดไปให้เจ้าแมงมุมพวกนั้นล่ะนะ ฉันว่าพวกมันน่าจะตะลอนไปตามทะเลทรายเพื่อหาอาหารแน่ๆ ซากศพกองพะเนินก็เหมือนบุฟเฟ่ต์ฟรีที่รอให้มากินนั่นแหละ”ดรีมพยักหน้าน้อยๆก่อนจะลงจากเก้าอี้และโดดผล็อยขึ้นมานั่งบนตักหันข้างเข้าหาเขา

รันเลิกคิ้วขึ้นมาอีกครั้งพร้อมด้วยรอยยิ้มแล้วถามออกไปแซวๆ

“ยังไม่เข็ดอีกเหรอเมื่อคืน?”

ดรีมเพียงอมยิ้มและตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงชอบใจ

“ดรีมอยากได้อีก ขอทุกคืนเลยได้ไหม? จะได้ชินไง? ฝึกเอาไว้เยอะๆดรีมจะได้ทนได้นานพอจนรันยอมถอดกางเกง แต่ให้ตายเถอะ รันแค่แตะตัวดรีมไม่กี่ครั้งเองนะ กดๆ บีบๆ แค่นั้นดรีมก็เสร็จแล้วเหรอ? โหดร้ายชะมัด ให้มีความสุขอยู่คนเดียวแบบนั้นน่ะไม่เอาด้วยหรอกนะ”เมื่อสาวเจ้ามุ่ยหน้าแง่งอนเขาก็ได้แต่ปั้นหน้านิ่งและยิ้มกลับไป

เนื่องจากอยู่กลางทะเลทรายจึงไม่มีน้ำอาบ การเช็ดตัวจึงเป็นทางเดียวซึ่งเป็นคำแนะนำจากเทสซ่าที่จะทำให้ตัวสะอาดได้ แต่แน่นอนว่ากลิ่นสาบสาวหอมฟุ้งที่ติดตัวดรีมอยู่ตลอดเวลานี่ไม่สามารถลบให้ออกไปได้ง่ายๆด้วยการเช็ดตัวแน่นอน

ยิ่งอยู่ใกล้เท่าไหร่มันก็ยั่วกิเลสเขามากเท่านั้น แต่จะให้ดันตัวดรีมออกไปเลยเขาก็ทำไม่ได้เพราะนิสัยดื้อดึงที่เขาได้รับรู้มาเมื่อคืนย่อมส่งผลให้เจ้าหล่อนอยู่ใกล้เขายิ่งกว่าเดิมแน่ ตัวเลือกที่เหลือทำให้เขาจำต้องยกมือขึ้นลูบผมอีกฝ่ายด้วยความเอ็นดู

“อยากเสียตัวในเกมรึไง?”

“เสียให้รันจะในเกมนอกเก- ถ้าเสียให้รันจะยังไงก็ได้แหละ แหะๆ”

ท่าทีของดรีมที่เปลี่ยนคำพูดกลางประโยคทำให้เขาต้องเอียงคอด้วยความสงสัย จะว่าไปแล้วที่เมื่อคืนดรีมบอกว่าต่อไปนี้เขาจะได้ยินอะไรก็ห้ามเกลียดเธอ มันจะเกี่ยวกับเรื่องในเกมนอกเกมที่ว่านี่หรือเปล่า? ดรีมที่รู้ว่าตัวเองพลาดแล้วด้วยสายตาของรันที่มองมาพยายามหลบหนีความจริงด้วยการก้มหน้าหลบตาไม่ยอมพูดอะไรออกมาอีก

“นอกเกมมันทำไมเหรอ?”

เธอเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะยอมเปิดปากพูด

“รันเก็บความลับได้ไหม?”ถึงแม้จะคุ้นๆว่าประโยคนี้เขาเคยใช้มันถามเธอไปก่อนครั้งหนึ่งแต่รันก็พยักหน้าตอบกลับให้อีกฝ่ายว่าออกมาว่าความลับที่ไม่ต้องการให้ใครอื่นนอกจากเขารู้นั้นคืออะไร รันคิดไว้ว่ามันอาจจะเป็นเรื่องอกหักหรือเรื่องหน้าตา แต่สิ่งที่เขาได้ยินต่อไปนี้มันไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดคิดเอาไว้เลยแม้แต่น้อย มันต่างจากที่เขาคิดไว้มากเกินไปเลยด้วยซ้ำ

“ดรีมน่ะนะ ใช้หน้าตาตัวเองมาเล่นเกมแบบนี้มันก็ดูจะแปลกๆไปนิด แต่ร่างกายนี้ของดรีมน่ะไม่ใช่ร่างกายจริงๆหรอกนะ”เด็กสาวยกมือขึ้นวาดนิ้วไปเหนือศอกทั้งสองข้างก่อนจะช้อนตามองรันด้วยนัยน์ตาหวานใสที่รื้นไปด้วยน้ำตา “ดรีมพิการนะ แขนของดรีมถูกตัดขาดไปตั้งแต่เด็กๆแล้วล่ะ จะว่าดรีมชินที่จะใช้เท้าทำอะไรๆแล้วมันก็ไม่แปลกหรอก แต่ที่แย่มันก็คือ..”

รันที่รอคำถัดมาอยู่ต้องรู้สึกแปลกใจเมื่อเธอก้มหน้าหลบตาเขาไปอีกครั้ง

“..มันคืออะไรเหรอ?”

เธอยังคงไม่ยอมพูดออกมาและเขาเองก็ไม่คิดที่จะปล่อยให้ดรีมหันหลังกลับตรงนี้แน่นอน รันขยับแขนตัวเองรวบดึงตัวดรีมเข้ามาใกล้อีกจนพิงไปกับอกของเขาและกอดอีกฝ่ายเอาไว้หลวมๆ ให้ความรู้สึกปลอดภัยและห่วงใยกับเธอที่กำลังรื้อฟื้นถึงเรื่องที่ไม่อยากพูดออกมาบอกเขาด้วยความที่ไม่อยากจะมีอะไรปกปิดกันอีกต่อไป

“รัน..”

“หืม?”

ดรีมสูดลมหายใจลึกกลบเสียงสะอื้นก่อนจะพูดออกมาทั้งยังก้มหน้า

“ทั้งเรื่องเมื่อคืน ทั้งเรื่องคืนก่อนหน้านั้น ทุกๆอย่างที่รันทำให้ดรีม ทำดีกับดรีม รันจะไม่ลืมมันไปใช่ไหม? ไม่ว่ายังไงรันก็จะไม่ลืมใช่ไหม?”เมื่อประโยคมันเริ่มที่จะสร้างผลกระทบใหญ่หลวงยิ่งขึ้นเรื่อยๆรันจึงได้แต่พยักหน้าตกลงไปอย่างทำอะไรไม่ได้ มันเริ่มที่จะฟังดูราวกับว่าดรีมกลัวว่าอะไรก็ตามที่เธอกำลังจะพูดออกมานี้จะทำให้เขาเกลียดเธอและตีตัวออกห่าง

เขาจะไม่มีทางทำแบบนั้นเด็ดขาด

เขาได้หัวใจของเธอมาแล้วและเขาจะรับผิดชอบ

“ฉันไม่มีทางลืมดรีมได้หรอก”

“ถ้าอย่างนั้น.. รันจะรังเกียจดรีมไหมถ้าดรีมบอกว่ารันจะไม่ใช่ครั้งแรกของดรีม?”เขาก้มลงสบตามองดรีมที่จ้องสวนกลับขึ้นมาเช่นกันนั่นด้วยความประหลาดใจล้วนๆ เขาไม่ได้รังเกียจหรือมีคติไม่ดีต่อคนที่รักเมื่อรู้ว่าคนๆผ่านมือใครมาก่อนแล้ว ถึงจะไม่ใช่ครั้งแรกของกันและกันเขาก็ไม่ได้อะไรมากจนถึงขั้นที่รักกันอยู่ดีๆแล้วเกลียดกันไปเฉยๆ

คำถามและความกังวลของดรีมทำให้เขากลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่จนต้องถูกหยิกที่หน้าท้องกลับมาเมื่อสีหน้าของอีกฝ่ายนั้นเครียดเคร่งมากราวกับว่าเรื่องที่คุยกันอยู่นี่เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย สำหรับผู้หญิงแล้วนี่คือเรื่องใหญ่และเขาเองก็เข้าใจ

“ความรักมันหมดกันได้แค่เรื่องว่าซิงหรือไม่ซิงแค่นี้น่ะเหรอ?”

รันยีผมของอีกฝ่ายๆเบาๆพร้อมกับเอนตัวไหลลงไปกับพนักพิงและยกตัวอีกฝ่ายขึ้นให้นั่งคร่อมมาเผชิญหน้าเขาตรงๆ ต่อให้เธอก้มหน้าหนีเธอก็หนีเขาไม่ได้อีกแล้ว รันประคองแก้มทั้งสองข้างของอีกฝ่ายให้มองตรงมาที่เขาแล้วจึงยิ้มออกมา

รอยยิ้มที่ไม่ใช่รอยยิ้มดาษๆที่โปรยให้ใครไปทั่ว

“รันรักดรีมและรักทุกอย่างที่เป็นดรีม รันไม่รู้หรอกว่าดรีมเจออะไรมาบ้างในอดีต ดรีมที่รันรักคือดรีมที่อยู่ในปัจจุบันและรันก็จะรักดรีมในอนาคตเหมือนกันไม่ว่าดรีมจะเปลี่ยนไปยังไง คนเขารักกันแล้วแค่บอกว่าเคยเป็นของใครมาก่อนมันไม่ได้ทำให้อีกคนหมดรักลงได้ง่ายๆหรอกนะ”ทว่าแทนที่มันจะทำให้ดรีมหยุดร้องไห้ น้ำตาที่ไหลออกมามากอยู่แล้วมันก็เพิ่มจำนวนยิ่งเข้าไปอีกโดยที่เขาไม่ทราบสาเหตุและไม่รู้เลยแม้แต่น้อยว่าพูดอะไรผิดไปตรงไหน

“มันไม่ใช่แบบที่รันคิดนะ ดรีมไม่เคยมีแฟนหรอกนะ.. ครั้งแรกของดรีม ถูกแย่ง.. ถูกขโมยไป ดรีมถูกข่มขืนนะรัน ไม่ใช่คนเดียวแต่เป็นสิบนะ ไม่มีตรงไหนของดรีมที่บริสุทธิ์อีกแล้วนะ แล้วรันยัง-!”มือที่ประคองแก้มของดรีมอยู่ขยับเล็กน้อยส่งนิ้วโป้งมาหยุดริมฝีปากของคนตัวเล็กที่กำลังร้องโวยวายทั้งน้ำตาให้เงียบลงได้อย่างชะงัด

“แค่ดรีมรู้ว่ารันรักดรีมก็พอแล้ว”

แค่ประโยคเดียวจากเขาความกังวลทั้งหมดของเธอก็พังทลายลงไปอย่างง่ายดาย ดรีมขมวดคิ้วแน่นด้วยความไม่พอใจก่อนจะเลื่อนมือขึ้นไปคว้าคอเสื้อของรันดึงเข้ามาจ้อง ธารน้ำของความเสียใจยังคงเหลือทางเอาไว้ยาวเป็นสายแต่ก็ไม่นานนักเมื่อรันปาดเช็ดมันออกไปอย่างเบามือในขณะที่ยังจ้องตาเธออยู่ไม่ยอมละสายตาออกไป

ความกล้าที่จะยอมรับในตัวของเธอคือสิ่งที่ดรีมสัมผัสได้จากสายตานั้น เขาต้องการเพียงเธอที่เป็นตัวเธอ ไม่ใช่เด็กสาวรักสนุกที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยแต่เป็นเธอที่ถูกประสบการณ์เลวร้ายต่างๆนานาหลอมรวมขึ้นมาเป็นดรีม ดรีมคนนี้ที่ค่อยๆหรี่ตาลงช้าๆและลดศีรษะลงไปหารัน

“ทำไมรันถึงจูบเก่งนักล่ะ? ไหนบอกว่าอกหักบ่อยไม่ใช่เหรอ?”

คำถามถูกส่งออกมาเรื่อยๆเพื่อไม่ให้มันเงียบจนเกินไป ขับกล่อมด้วยเสียงลมหายใจที่พร้อมกันผสานกันจนเป็นหนึ่งเสมือนลมหายใจของทั้งคู่คือลมหายใจเดียวกัน ความลับที่ค่อยๆถูกคายออกมาจากปากของคนทั้งคู่ช้าๆแบ่งปันเรื่องน่าอาย เรื่องน่าเศร้า และเรื่องน่าสงสาร ทุกอย่างถูกส่งผ่านไปหากันและกันทางความคิด ไม่มีใครปิดบังอะไรอีก

ดรีมยิ้มออกมาก่อนจะพูด

“แค่จูบนี่ต้องเปิดตำราหาความรู้เลย?”

รันร่นคิ้วน้อยๆเมื่ออีกฝ่ายได้คำตอบของตนจากหัวของเขาไปเป็นที่เรียบร้อย รันได้แต่เบ้ปากและเลื่อนมือที่ประคองแก้มของอีกฝ่ายอยู่ไปยังท้ายทอยและรั้งศีรษะของอีกฝ่ายให้ลงมาเร็วขึ้นอีกราวกับเสี้ยนอยากจนตัวสั่น ดรีมได้แต่มองสายตาที่หิวกระหายนั้นด้วยความใจอ่อน

“ดรีมขอโทษนะที่เมื่อคืนทนได้ไม่นานน่ะ ถ้าดรีมทนได้อีกหน่อยรันก็คงไม่ต้องทรมานแบบนี้แล้วแท้ๆเลย เวลาของที่นี่เดินเร็วกว่ามาก เรายังมีเวลาอีกเยอะ ค่อยๆเป็นค่อยๆไปดีกว่าเนอะ?”รันแปลกใจ ไม่ใช่แค่นิดๆแต่แปลกใจมาก ดรีมรู้ทุกอย่างที่เขารู้ รู้ว่าเขาทำอะไร รู้ว่าเขาเป็นคนสร้างเกมนี้ขึ้นมา รู้ความสัมพันธ์ของเขากับเทพธิดาผู้ถูกลืม รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับโคลอี้และไอริส

เธอรู้ทุกอย่างแล้วทำไมถึงไม่ถอยห่างออกจากเขากัน?

“ค่อยๆเป็นค่อยๆไปกับดรีมน่ะทำให้รันได้แต่ต้องทรมานมากกว่าเดิมต่างหากล่ะ”ติ่งหูของดรีมถูกบี้เบาๆกระตุ้นจุดอ่อนของเธอจนร่างกายกระตุก ดรีมเองก็ไม่ต่างไปจากรัน เขาเองก็รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเธอแล้วเช่นกัน ความทุกข์ตรมของการใช้ชีวิตที่ปราศจากแขนทั้งสองข้าง ความน่าอดสูของการถูกมองด้วยสายตาที่ไม่ต่างจากมองเศษขยะที่เป็นภาระ ความน่าอับอายของการถูกฉุดกระชากไปรุมโทรมโดยเพื่อนที่ไว้ใจจนเปรอะเปื้อนทุกส่วนของร่างกายปราศจากส่วนไหนที่ไร้กลิ่นคาว

เขารู้ทุกอย่างแล้วทำไมในสายตาของเขายังมีเพียงความรักเหมือนเดิมกัน?

ตรรกะและเหตุผลค่อยๆหายไปช้าๆจนมีเพียงสายตาที่สื่อความต้องการ ไม่มีคำพูดใดแสดงออกได้มากกว่าการกระทำอีกแล้วในวินาทีนี้ ดรีมอ้าปากออกแลบลิ้นปล่อยให้น้ำลายไหลย้อยลงมาเข้าไปในปากของรันที่ค่อยๆขยับขึ้นมาด้วยความต้องการเดียวกัน

รสหวานแปลกประหลาดคือสิ่งที่เขาไม่เคยสัมผัสไม่จากจูบของใครก็ตาม ริมฝีปากของทั้งคู่ประกบกันช้าๆทว่าในวินาทีถัดมามันกลับรุนแรงไปด้วยไฟร้อน ลมหายใจถูกปล่อยออกมาอย่างไม่มีจังหวะ สิ่งเดียวที่สำคัญในตอนนี้คือการดับความหิวกระหายในเรือนร่างของอีกฝ่ายให้ได้โดยเร็ว ทว่าแทนที่รันจะได้รุกเขากลับเป็นฝ่ายถูกรุกแทนเมื่อนินจาสาวจอมหื่นขยับตัวชันเข่าเข้าไปบดคลึงที่เป้ากางเกงของเขาทั้งยังเม้มริมฝีปากส่งสายตายั่วยวน

“ด..เดี๋ยวก่อน ตรงนี้..ไม่ได้ อึก..”

เขาไม่อาจเปิดปากพูดได้อีกเมื่อดรีมปล่อยให้ขาทำงานของตนไปและเลื่อนร่างกายลงต่ำไปพรมจูบลงที่บริเวณก้านคอของเขาอย่างไม่ลืมหูลืมตา มันเหมือนกับเมื่อคืนที่ดรีมเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับคอของเขาจนทิ้งไว้ทั้งรอยจูบ รอยฟัน รอยเขี้ยวต่างๆนานาฝากเอาไว้ต่างปลอกคอ

มันเริ่มทำให้เขาสงสัย

“..ทำไมดรีมถึงอยู่แต่ที่คอรันล่ะ?”

คำถามนั้นทำให้ดรีมชะงักไปเหมือนกับลังเลที่จะบอกคำตอบ

“ก็.. ตรงคอมันจับชีพจรของรันได้ตลอดนี่นา”น้ำเสียงสั่นเครือของดรีมบอกให้เขารู้ว่าบ่อน้ำตาของเธอเริ่มตื้นขึ้นมาอีกแล้ว รันได้แต่อมยิ้มพร้อมกับลูบหัวดรีมที่ยังซบอยู่กับบ่าของเขาด้วยความต้องการปลอบโยน เธอกลัวว่าเขาจะหายไปอีก เธอกลัวว่าเขาจะตายไปต่อหน้าต่อตาเธออีก การตายของเขาสองครั้งต่อหน้าเธอทำให้นอกจากเธอจะจับมือเขาตลอดเวลาแล้วยังออกห่างจากคอเขาไม่ได้อีก?

น่ารักชะมัด..’

เขาได้แต่กอดดรีมเอาไว้แบบนั้นและเสตามองไปที่บานประตูซึ่งเปิดค้างไว้และพยายามตีหน้าแข็ง ที่ตรงขอบประตูนั่นเขาเห็นชายกระโปรงของเซซิลโผล่ออกมาแว่บหนึ่งจนรู้ว่าตอนนี้พวกเขากำลังเป็นฝ่ายถูกแอบดูบ้างเสียแล้ว แต่ก็ใช่ว่าเขาจะใส่ใจ..

รันดันตัวดรีมออกมาและขยับเข้าไปกัดริมฝีปากล่างของอีกฝ่ายเบาๆและดึงออกมาราวกับจะล้อหยอก หลังจากพรมจูบเบาๆไปที่ริมฝีปากของอีกฝ่ายหลายครั้งรันก็ลุกพรวดพร้อมกับยกตัวดรีมขึ้นพาดบ่าพร้อมกับเดินออกไปจากห้องโดยไม่สนใจต่อเสียงร้องโวยวายของเธอเลยแม้แต่น้อย ยักษ์หนุ่มค้อมศีรษะนิดๆให้กับรอยยิ้มของเซซิลและเทสซ่าที่หลบตาเขาก่อนจะมองไปยังอาคาช่าที่สะพายเป้ถือสัมภาระของทั้งตนเองเทสซ่าและเซซิล

“ไม่เยอะไปเหรอ?”

“นี่คืออุปกรณ์กับตำราทั้งหมดขององค์หญิงเพคะ มันมีค่ามากเกินกว่าที่จะปล่อยทิ้งเอาไว้กลางทะเลทรายแบบนี้”รันพยักหน้าให้กับอาคาช่าเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปยังดาดฟ้าทำหูทวนลมกับเสียงโวยวายของดรีมที่ร้องบอกให้ปล่อยลงอยู่เร่าๆอย่างมืออาชีพ ทุกอย่างเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบจนกระทั่งดรีมเริ่มออกแรงทุบหลังของเขาดังอั่กๆ นั่นคือจุดที่ความอดทนของคนถูกขัดจังหวะหมดลง

อารมณ์ความอยากที่สั่งสมเอาไว้ทั้งคืนถูกระบายออกมารวดเดียวอย่างไม่มีการปราณี หลังจากเสียงร้องกรี๊ดเบาๆกับรอยยับรูปมือที่กระโปรงชุดเดรสก็ไม่มีเสียงบ่นใดๆออกมาจากปากของดรีมอีก ชุดซันเดรสมันบางจนเธอรับรู้ได้ถึงสัมผัสและอุณหภูมิของมือที่บีบเค้นมันได้ดีเลยทีเดียว

“ไม่ร้องแล้วนา?”

“อื้ม.. จะร้อง”

“เอะ? ฮ่ะๆๆ ถ้าร้องอีกจับกดโชว์เลยนะ”นั่นล่ะคือจุดจบของเสียงร้องโวยวายที่ตามมาด้วยสองแก้มที่ป่องออกมาของดรีม รันส่ายศีรษะเบาๆและผายมือไปยังกาบเรือซึ่งเขาใช้พลังจิตสร้างบันไดทางลงรอเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

รันปล่อยให้ดรีมลงเดินตามที่เหลือไปและหันรีหันขวางมองสภาพของเรือเล็กน้อย เรือทั้งลำถูกผนึกเอาไว้ด้วยเวทมนตร์เสริมความแข็งแกร่งเพราะฉะนั้นการจะทำให้ดูเหมือนถูกพายุเล่นงานนั้นอาจจะไม่ง่าย ยักษ์หนุ่มหลับตาลงควบคุมพลังจิตเพิ่มแรงดึงดูดในพื้นที่ใต้เรือเพื่อทำลายโครงสร้างของเรือ จากนั้นจึงควบคุมเวทมนตร์สร้างกระแสลมกรรโชกรุนแรงขึ้นรอบบริเวณเรือจนลำเรือปริแตก

เท่านั้นแล้วเขาจึงยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจพร้อมกับบิดเอวไปมาคลายเมื่อยและกลายร่างกลายเป็นมังกรไร้ปีกเกล็ดสีดำทันที แม้จะไม่มีฮูกินน์และมูนินน์อยู่แล้วเขาก็ยังติดนิสัยใช้ฟริกไนท์หุ้มเกล้ดเอาไว้อีกชั้นเพื่อเป็นเกราะชั้นที่สอง มันเป็นมาตรการความปลอดภัยที่เขาเลือกที่จะใช้กันไว้เผื่อแก้เกิดมีอะไรผิดพลาดขึ้นมา ลวดลายสีเขียวสว่างตามตัวพลิ้วไหวไปมาตามกระแสพลังงานในร่างกาย แสงสว่างในดวงตาค่อยๆหรี่ลงพร้อมกับเสียงคำรามต่ำในลำคอที่ดังออกมาให้สัญญาณเตือนคนรอบข้าง

ทั้งดรีมและอาคาช่าที่ดูออกว่าเขาต้องการจะทำอะไรรีบกันเซซิลและเทสซ่าออกห่างจากรอบตัวเรือออกไปอีกจนเกินสิบเมตร รันในร่างหมาป่าหุ้มเกล็ดย่อตัวลงผนึกประจุไฟฟ้าในกล้ามเนื้อขาทั้งสี่ข้างดีดตัวขึ้นสูงก่อนจะทิ้งตัวลงมาทำลายเรือที่ผุพังให้เละเป็นเศษไม้ปลิวว่อน

อสุรกายยักษ์สะบัดเศษไม้ตามตัวออกเล็กน้อยก่อนจะเดินมายังกลุ่มสาวๆที่เหลือและลดขนาดลงเล็กน้อยก่อนจะพุ่งความสนใจไปยังดรีมที่ทำหน้าขยาด ประสบการณ์ครั้งแรกในการขี่หลังมังกรดินตัวยักษ์ที่วิ่งได้เร็วกว่ารถสูตรหนึ่งของเธอไม่ใช่อะไรที่ชวนให้หวนนึกถึงนัก

ทว่ารันที่เอาหน้าไซร้รุนตัวดรีมไปมาด้วยความต้องการเอาใจนั้นไม่ได้สนใจถึงความขยาดกลัวของดรีมหรือความตื่นตระหนกในสายตาของเทสซ่าและอาคาช่าเลยแม้แต่น้อย การที่เผ่าพันธุ์ยักษ์สามารถกลับคืนร่างของต้นเผ่าพันธุ์ได้ตามใจนึกเช่นนี้หากไม่อาวุโสมากก็ต้องแข็งแกร่งมากเพราะเท่าที่พวกเธอรู้ผู้ที่ทำได้มีเพียงอัศวินอันดับต้นๆของอาณาจักรและมหายักษาเท่านั้น

หมาป่าหุ้มเกล็ดขนาดยักษ์คำรามออกมาในลำคอพร้อมกับย่อตัวลง ที่หลังของมันปรากฏอานจำนวนพอดีสำหรับสี่คนและบังเหียนไว้จับกันหล่น ไม่มีทางมีใครกล้าที่จะกุมบังเหียนตำแหน่งหน้าสุดจึงเป็นของดรีมไปโดยปริยาย สัมภาระทั้งหมดถูกมัดเอาไว้ที่ด้านท้ายห้อยเอาไว้ตรงบริเวณสะโพกของอสุรกายสีดำ

รันเหลียวหลังมาดูผู้โดยสารของตนเล็กน้อยก่อนจะย่อกายลง ดรีมที่รู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นโดยสัญชาติญาณก็รีบกำบังเหียนแน่และหมอบตัวราบลงไปกับหลังของหมาป่าหุ้มเกล็ดสีดำขี้เล่นตัวนี้รอรับแรงกระฉากอันน่าหวาดเสียวนี้ทันที

และเมื่อเสียงคำรามดังขึ้นอีกครั้งที่ตรงนั้นก็เหลือเพียงฝุ่นควันโขมงกับซากปะรักหักพังของเรือเหาะไม้เท่านั้น ปราศจากรอยเท้าของสัตว์ร้ายความเร็วสูง ปราศจากกลิ่นอายการคงอยู่ของสิ่งมีชีวิต

ไร้ซึ่งหลักฐานใดๆก็ตามว่าพวกเขาทั้งหมดเคยอยู่ที่นี่ตั้งแต่ต้น..

เส้นทางสู่เมืองหลวงที่เหลือสมควรจะกินเวลานานกว่าครึ่งค่อนวัน ในวันนี้เทสซ่า เซซิลและอาคาช่าจะได้มีอาการเดียวกับดรีมที่คลื่นไส้ประหนึ่งนั่งรถไฟเหาะติดต่อกันเป็นเวลานานเป็นครั้งแรกของชีวิต ความเร็วที่ใกล้กับความเร็วเสียงคืออะไรที่ไม่น่าอภิรมย์นัก

ข้อนี้ดรีมรับประกัน

ด้วยกับเสียงกรี๊ดที่ดังมาตามสายลม..

 

อัพถี่ๆเพื่อเรียกยอดวิว อัพรัวๆเพื่อเรียกแฟนคลับ อัพรัวๆ อัพรัวๆ
ใส่พื้นหลังของสาวๆแต่ละคนให้แตกต่างกันออกไปไม่ซ้ำใคร สีสันของฮาเร็มล่ะครับ!
ผลโหวตตอนนี้ฮันโซแปดเปอร์เซ็นต์เท่าทิวลิปแล้วแน่ะ!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

1,284 ความคิดเห็น

  1. #1177 Raze (@kittipat159) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2557 / 23:32
    ปมหลังของดรีมน่าสงสารจริงๆแหะ แต่ได้เจอคนอย่างรันนี้บุญหล่นทับกันเลยทีเดียว
    #1177
    0
  2. #1174 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2557 / 06:11
    อืม มันก็จิรง ซิงไม่ซิง มันก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตมันเลวไปกว่าเดิมหรอก มันที่จะยอมรับกันได้ไหม เดี๋ยวนี้มันเปลี่ยนผู้ชายรายวันยังมีเลย
    #1174
    0