God Presentiment Online ภาค สงครามเทียมเทพ

ตอนที่ 112 : บทที่ 5 สู่เมืองยักษ์ : ลมหายใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 392
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    12 ก.ค. 57

บทที่ 5 สู่เมืองยักษ์
ช่วงที่หก ลมหายใจ

นี่เป็นครั้งแรกขององค์หญิงลำดับที่สามแห่งอาณาจักรยักษ์ได้เห็นยักษ์ที่สามารถจัดการมารได้ภายในกระบวนท่าเดียวต่อหน้าต่อตาแม้สิ่งที่ใช้จะเป็นพลังเลือดที่แวมไพร์เผ่ามารเชี่ยวชาญก็ตามที แต่ภาพของยักษ์อัสนีที่ถูกตัดหัวแล้วลุกขึ้นกลับมาเอาหัวต่อใส่ที่เดิมแล้วพูดต่อได้นี่เธอต้องยอมรับว่ามันเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เห็นอะไรแบบนี้

เทสซ่ามองยักษ์สาวที่ดูผมยาวผิดกับที่เจอกันก่อนหน้านี้ซึ่งกำลังตั้งตาตั้งตาหั่นสเต็กมีเดียมแรร์เนื้อเหนียวอย่างขะมักเขม้น ใครจะไปคิดว่านอกจากพี่ชายบุญธรรมของเธอแล้วเด็กผู้หญิงคนนี้ก็จะมีรังสีฆ่าฟันแสนอันตรายนั่นเช่นกัน

พริบตาที่คอของรันหลุดจากบ่านั้นเธอสัมผัสได้เลยว่าจิตสังหารบริสุทธิ์นั้นเป็นของใครไปไม่ได้นอกจากคนรักของพี่ชายเธอ เพียงเสี้ยววินาทีที่ดาบของดยุคมารที่เธอไม่คิดจะจำชื่อกดลงบนลำคอขาวเรียกเลือดออกมานั้นเธอรู้สึกได้ถึงมือของเซซิลที่เธอกุมอยู่นั้นกระตุก กลิ่นเลือดอันหอมหวานเหมือนกลิ่นดอกไม้เป็นอะไรที่เผ่าพันธุ์ไหนไม่มีใครเหมือน

เธอรู้ได้ในทันทีว่าเด็กผู้หญิงที่เธอไม่รู้ชื่อคนนี้นั้นคือมิมิก

และดูเหมือนว่ามิมิกตนนี้จะหลงรักยักษ์อัสนีเข้าเสียเต็มเปา

ทว่าหากการที่เด็กสาวซึ่งเพิ่งฉีกร่างกายของดยุคมารซึ่งเป็นข้ารับใช้ของกษัตริย์หัวเมืองหน้าด่านแล้วมานั่งทานมื้อค่ำได้เรียกว่าปกติแล้วเธอเองก็อยากจะนิยามความหมายของคำว่าปกตินั่นใหม่อีกครั้ง ไม่มีใครที่ไหนเขากำลังซ้อมผู้ต้องหาอย่างมันมือแล้วหันมากินสเต็กที่คนรักป้อนมากล้าเรียกตัวเองว่าเป็นคนปกติหรอก!

“รัน อ้าม~

และแล้วคำถามก็กลับมาหาเธออีกครั้งเมื่อพี่ชายบุญธรรมของเธอคนนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการใช้พลังจิต ทำไมเขาไม่อ่านความคิดของดยุคมารที่เหลือสองคนนี่แทนการสอบปากคำที่ต้องเปลืองแรงแบบนี้กัน? อย่าถามว่าทำไมเธอถึงรู้ แค่การที่เขาใช้พลังจิตเลื่อนตัวหมากในเกมหมากรุกเมื่อตอนกลางวันได้คล่องแบบนั้นแล้วเธอมั่นใจเลยว่าแค่อ่านความคิดเขาทำได้แน่นอน

อีกอย่างเขาก็ทำไปแล้วกับดยุคคนหนึ่งในตอนแรก

รันที่หันกลับมางับมื้อค่ำของตนเองจากส้อมของดรีมชะงักไปกับสายตาของเทสซ่าที่มองมาก่อนจะหันรีหันขวางเหลียวกลับไปมองด้านหลังของตนเพื่อค้นหาดูว่าเธอกำลังมองใคร จนแล้วจนรอดเมื่อไม่เห็นใครนอกจากอาคาช่าที่ยืนหลบอยู่ข้างประตูด้วยความหวาดระแวงเขาก็ชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

“มีอะไรหรือเปล่าองค์หญิง?”

“ทำไมท่านพี่ถึงต้องซ้อมพวกมันด้วยล่ะ..เพคะ?”

น้ำเสียงที่แสดงออกถึงความเคารพนั้นเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่เขาได้รับจากเทสซ่า รันยิ้มขำก่อนจะงับสเต็กอีกชิ้นที่ดรีมป้อนมาให้และปล่อยมือออกจากคอเสื้อของดยุคมารที่หน้ายับแทบหาเค้าเดิมไม่เจอ ยักษ์หนุ่มดีดนิ้วครั้งหนึ่งส่งผลให้ร่างทั้งสองดยุคมารกระตุกและส่งควันขึ้นโชย

เทสซ่าที่เห็นประกายไฟฟ้าจากปลายนิ้วของรันก็ได้แต่ลอบกลืนน้ำลายลอบอโหสิฯให้แก่เผ่ามารผู้โชคร้ายทั้งสองที่ต้องตายตกลงต่อหน้าลูกน้องของตนตามเพื่อนของมันที่ล่วงหน้าไปก่อนแล้วอย่างน่าเวทนา

รันชายตามององครักษ์ของดยุคมารทั้งสามก่อนจะคลี่ยิ้ม

“พวกเจ้ามีครอบครัวรึเปล่า?”

พวกมันใช้เวลาตริตรองไม่ถึงวินาทีก็พยักหน้ารัวและแย่งกันพูดอ้อนวอนขอชีวิตจนเขาต้องเบ้หน้าและยกมือขึ้นกำแน่นเป็นสัญญาณให้หยุดพูด รันทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้และกอดอกมององครักษ์ทั้งสามด้วยสายตาประดุจพยัคฆ์ร้ายมองเหยื่อของตนที่อยู่ในอุ้งเล็บ

“ข้ามีคำถาม.. ตอนนี้บนเรือลำนี้ใครใหญ่ที่สุด?”

“ท่านขอรับ!”

รันขยับยิ้มออกมาอย่างผู้มีชัยเมื่อได้ยินคำตอบ การทรมานผู้เป็นนายและสังหารต่อหน้าลูกน้องคือหนทางในการสร้างความหวาดกลัวได้ดีที่สุด ลูกน้องของชนชั้นสูงย่อมมีพวกที่ซื่อสัตย์จริงใจและหน้าไหว้หลังหลอก ที่อยู่ตรงหน้าของเขานี้สองคือผู้ที่ยอมขายตัวเองเพื่อที่จะมีชีวิตรอดและอีกหนึ่งคือผู้ที่ภักดีและเริ่มคิดหาแผนการที่จะสังหารเขาให้ได้แม้ว่าจะลำบากยากเย็นแค่ไหนก็ตาม และเขาก็ไม่มีทางปล่อยให้เสี้ยนหนามได้มีวันเติบโตจนแข็งแรงมากพอจะแทงเขาได้เป็นอันขาด

มือขวาของยักษ์หนุ่มยกขึ้นชี้ไปยังมารทั้งสองตนที่ยืนเรียงกันอยู่ด้านข้าง

“เจ้า.. และเจ้า สังหารมันซะ”

คำสั่งแรกคือคำสั่งให้ตายของนายใหม่ผู้ที่แข็งแกร่งราวกับปีศาจย่อมไม่สามารถขัดได้ มารหนุ่มผู้เป็นเป้าหมายของการสังหารกัดฟันกรอดและชักดาบที่ห้อยอยู่ข้างเอวออกมาพร้อมกับพุ่งตรงมาหมายจะลากเขาไปทัวร์นรกด้วยกันอย่างไร้สติ

ทว่ายังไม่ทันที่มันจะได้ก้าวออกจากจุดที่ยืนอยู่หยดเลือดก็สาดกระเซ็นเมื่อดาบสองเล่มของผู้ที่ได้รับคำสั่งเพชฌฆาตฟาดฟันลงมาตัดแขนและขาทั้งสองออกก่อนจะแทงลงที่กลางหลังเล่มหนึ่งและที่ศีรษะเล่มหนึ่ง รันมองภาพตรงหน้าด้วยความพอใจก่อนจะปรบมือเบาๆกับโชว์สดๆนี้และโบกมือเป็นเชิงให้เก็บกวาดผลงานของตัวเองด้วย

สีหน้าท่าทีของผู้นำคนใหม่ของเรือลำนี้กลับกลายเป็นเหมือนนกสองหัว

รอยยิ้มแข็งกระด้างของจอมเผด็จการกลายเป็นรอยยิ้มหวานเมื่อสเต็กอีกชิ้นที่ส่งมาให้ถึงปากด้วยฝีมือของดรีมที่ไม่สนใจสิ่งรอบข้างใดๆนอกจากการปรนนิบัติดูแลรันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ทำอีกเหมือนเมื่อครู่นี้

“ท่านพี่ของเจ้านี่ดูเอาเรื่องเหมือนกันนะ ว่าไหมเทสซ่า?”

เสียงกระซิบกลั้วหัวเราะของเซซิลทำให้องค์หญิงผู้ถูกถามหน้าตึงและหันทำไปทำหน้าบึ้งใส่องค์ราชินีผู้มีสถานะกำกวมในทันที รันที่นั่งดูอยู่ก็ได้แต่ยิ้มและจำต้องงับชิ้นสเต็กที่ดรีมยังคงส่งมาไม่ยอมเลิกราราวกับว่าการโชว์ประหารระยะประชิดไม่ได้ส่งผลอะไรกับความอยากของเขาเลยแม้แต่น้อย เห็นอย่างนี้เป็นคนสั่งประหารเองเขาก็หายหิวไปเลยทีเดียวเมื่อเห็นการลงมือสุดโหด

แต่ชิ้นเนื้อที่เขางับไปนั้นมันดันไม่หลุดจากส้อมหรือว่าอะไรเขาก็ไม่ทราบ นั่นจึงทำให้เขาเสตาไปมองเพื่อที่จะพบกับดวงหน้าหวานใสซื่อของดรีมที่รุกประชิดเข้ามาใกล้ นัยน์ตาสีเขียวเลื่อนลงมือปลายอีกด้านของชิ้นเนื้อที่อยู่ในปากของอีกฝ่ายและค่อยๆหายเข้าไปทีละน้อยด้วยความกังวล

“เอ่อ..”ทั้งเขาทั้งดรีมต่างไม่ได้หลับตาและต่างฝ่ายต่างก็จ้องตาซึ่งกันและกัน

ไม่ปล่อยเหรอ?’

เขาร้องถามผ่านพลังจิตส่งผลให้มุมปากของสาวเจ้ายกขึ้นนิดๆ นอกจากนั้นแล้วก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปอีกเลยแม้แต่น้อย รันได้แต่นิ่งมองไม่ขยับผิดกับดรีมที่ตอนนี้พยายามจะจับตัวเองใส่พานถวายให้อีกฝ่ายอย่างเต็มที่ เธอยอมรับว่าความสัมพันธ์ตื้นเขินแบบนี้ไม่มีทางไปรอด หนำซ้ำแล้วเขายังมีคนเข้ามาติดพันด้วยอีกเป็นจำนวนมากราวกับให้ใจใครเขาไปทั่วเหมือนคนที่ไม่จริงจัง

แต่สำหรับดรีมที่อ่านใจเขาบ่อยๆและอยู่ด้วยกันมาวันกว่าๆนั้นรู้ดีเลยว่าเขาเป็นคนยังไง รันใจดีกับคนอื่นที่เห็นว่าควรดีด้วยและโหดร้ายกับคนที่ไม่หวังดีหรือประสงค์ร้าย เขาแพ้น้ำตาผู้หญิงและไม่ใช่ว่าปฏิเสธผู้หญิงไม่เป็น เขาไม่กล้ามากพอจะปฏิเสธและพอเห็นว่าอะไรเกิดขึ้นไปแล้วก็ปล่อยเลยตามเลย จะว่าไม่มีความรับผิดชอบและลื่นเป็นปลาไหลก็ว่าได้

แต่ก็อีก เธอไม่ได้แพ้ผู้ชายเล่นดนตรีหรือผู้ชายร้องเพลงเพราะ เธอไม่ได้หลงเขาเพราะว่าหน้าตาหรือว่าเป็นคนดัง เธอสืบประวัติเขานิดๆตอนที่เห็นขึ้นข่าวหน้าหนึ่งคู่กับน้องสาวจนเห็นว่าเขาเล่นหุ้นและถือหุ้นของบริษัทเกมนี้อยู่มากจนพอจะมีกินมีใช้โดยไม่ต้องทำงานประจำ เธอไม่ได้โถมตัวเองใส่เขาเพราะว่าเขารวยหรือต้องการจะเกาะกิน

เธอหลงรักเขาเพราะว่าเขาดูแลเอาใจใส่เธอตลอดไม่ว่าจะเมื่อไหร่หรือตอนไหน แม้จะชอบแกล้งบ้างหยอกบ้างแต่ทั้งเธอและเขา ต่างฝ่ายต่างตามเกมของอีกฝ่ายทัน รู้แกวกันดีจนเหมือนตลกที่ขึ้นเวทีหยอกมุขรับมุขกันได้อย่างราบรื่น

เธอยอมรับว่าเขาน่ารักและเธอก็รักเขาไปแล้ว

แต่ความสัมพันธ์แบบนี้เธออยากจะให้มันอยู่แค่ในเกม หยุดอยู่แค่ในโลกอสูรนี้ เพราะถ้าหากเขาได้ทำความรู้จักกับเธอที่โลกภายนอกแล้วความรัก ความเอ็นดู รวมทั้งความเอาใจใส่ที่มีให้อาจจะเปลี่ยนตัวเองกลับกลายเป็นความสงสาร

ดรีมนิ่งรอการรุกคืบของอีกฝ่ายอยู่นาทีแล้วนาทีเล่า ริมฝีปากตรงหน้าของเธอนั้นก็ไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย นัยน์ตาสีม่วงพรายเลื่อนขึ้นสบตาอีกฝ่ายก่อนจะพบว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้มาตั้งแต่ต้น เขาหลบตาเธอมองออกไปด้านข้างและไม่ขยับตัวออกห่างหรือถอยหนี การกระทำที่บ่งบอกถึงความอึดอัดไม่กล้าหักหาญน้ำใจหรือตัดใจลงมือกระทำอะไรที่อาจทำร้ายใครอีกคน เธอชอบด้านนี้ของเขา แต่ทุกๆอย่างที่เกี่ยวกับเขาที่เธอชอบนั้นก็มีบางอย่างที่ทำให้เธอเจ็บแปลบๆในอกได้เช่นกัน

เธอตัดใจจากสิ่งที่ตนต้องการและกัดชิ้นเนื้อนั่นจนขาดพร้อมกับยกมือขึ้นดึงชายเสื้อของอีกฝ่ายเอาไว้ เขาหมดความอยากอาหารแล้วและเขาก็บอกเธอเองว่าเขาไม่จำเป็นต้องกินเพื่ออยู่รอด เขานั่งกินสเต็กที่เธอป้อนเป็นเพื่อนเธอก็เพราะว่าเขาไม่อยากให้เธอนั่งอึดอัดทานคนเดียวบนโต๊ะร่วมกับองค์หญิงและราชินีที่บัดนี้หันไปสวีทกันสองคนอีกแล้ว

“มีอะไรเหรอ?”คำถามเล็กๆมาพร้อมกับคิ้วเรียวบางที่ยกขึ้นนิดๆ

เขาคิ้วบาง เธอเพิ่งสังเกตเห็น..

เด็กสาวตัดสินใจไม่คิดจะหัวเราะออกมาและหรี่ตาลงเล็กน้อย

“ดรีมง่วงแล้ว”

การกระทำที่ดูแสนเอาแต่ใจของดรีมนั้นกลับไม่ได้สร้างความรำคาญให้กับรันเลยแม้แต่นิด ยักษ์หนุ่มเพียงยิ้มอย่างอ่อนใจเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายพร้อมจะงอแงทุกเมื่อถ้าเขายังยื้อจะอยู่ในห้องที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดนี้ต่อ แม้เขาจะรู้สึกสงสัยว่าเทสซ่าไม่รำคาญบ้างหรือแต่ดูเหมือนว่าเธอจะยุ่งวุ่นวายอยู่กับแวมไพร์สาวที่เริ่มออกอาการเมาๆเมื่อได้กลิ่นคาวเลือด

เขาเคยเห็นอาการแบบนี้ตอนที่ยาเอโกะได้กลิ่นเลือดของเอเธน

ยักษ์หนุ่มลุกขึ้นยืนและยื่นมือออกไปให้อีกฝ่ายจับเอาไว้ หลังจากที่เขาถูกฟันคอหลุดไปแบบเมื่อก่อนหน้านี้แล้วดรีมดูเหมือนจะไม่ยอมปล่อยมือออกจากเขาเลยเมื่อมีโอกาส ความกังวลและความกลัวที่แผ่ออกมาจากตัวเธอจนสัมผัสได้โดยไม่ต้องใช้พลังด้านลบนั้นเด่นชัดมากเกินพออยู่แล้วว่าเธอให้ความสำคัญกับเขามากแค่ไหน

มันมากเกินไปจนเขาเริ่มกลัวว่าเธอจะหลงรักเขาจริงๆ

ท่าทีที่เธอปฏิบัติแม้ว่ามันจะแสดงออกมากแค่ไหนถึงเรื่องที่เขากังวลเขาก็ยังจะพยายามมองข้ามและคิดไปเสียว่ามันเป็นการแกล้งของดรีมที่หาเรื่องสนุกทำไม่เลือกที่ และที่เธอต้องมาติดแหง็กอยู่กับเขานี้เองมันก็เพราะว่าความต้องการเรื่องสนุกนี่แท้ๆ

“งั้นไปนอนกัน”รันเดินจูงมือดรีมตรงไปยังประตูก่อนจะค้อมศีรษะให้อาคาช่าน้อยๆ

“มีห้องรับรองว่างอยู่ที่ด้านล่างถัดลงไปชั้นหนึ่ง ลงบันไดไปทางด้านขวามือห้องที่สอง.. ข้าต้องขออภัยด้วยที่ทำกิริยาที่ไม่ดีกับท่านไปเมื่อตอนบ่าย ข้าไม่รู้จริงๆว่าท่านคือองค์ชาย..”คำขอโทษที่มาพร้อมกับคำอธิบายในความเข้าใจผิดของตนเองของอาคาช่าถูกหยุดเอาไว้ด้วยเสียงหาวของดรีม ยักษ์ปฐพีสาวเงยหน้าขึ้นมององค์ชายรัชทายาทก่อนจะชะงักกับรอยยิ้มของเขา

“ไม่เป็นไรหรอก ผู้ไม่รู้คือผู้ไม่ผิด ข้าเองต่างหากที่ต้องขอโทษที่ทำให้เขาต้องตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น แขนที่หักไปไม่เจ็บแล้วใช่ไหม?”บุคลิกที่แสดงออกถึงความโอบอ้อมอารีย์คือสิ่งที่ไม่อาจมีได้ในตัวของยักษ์อัสนี เธอที่เป็นผู้ช่วยขององค์หญิงมานานย่อมรู้เรื่องนี้ดีจากการศึกษาข้อมูลของยักษ์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วที่องค์หญิงค้นคว้ามา

“ความสามารถในการรักษาตัวของยักษ์ปฐพีเป็นรองเพียงเทพชั้นสูง ขอองค์ชายอย่าได้เป็นกังวลไปเลยเพคะ”รันครางฮือออกมาน้อยๆเป็นเชิงรับรู้ก่อนจะค้อมศีรษะลงอีกครั้ง

“ขอบคุณมากนะสำหรับข้อมูล”

เป็นอีกครั้งที่อาคาช่าต้องเงยหน้าขึ้นพรวดมองไล่หลังองค์ชายที่ว่านั่นไป

คำขอบคุณที่มาจากคนในราชวงศ์นั้นหายากยิ่งกว่าตามหาเพชรในทะเลทราย ผู้ที่จะใจอ่อนและใจดีพอที่จะกล่าวคำขอบคุณกับทหารเช่นเธอนั้นเท่าที่รู้ก็มีเพียงองค์ราชาคีช่า องค์ราชินีเซซิล องค์หญิงเทสซาลีย์และองค์หญิงซาช่าบุตรสาวขององค์ราชินีเซซิลเท่านั้น

รันเองก็ไม่ใช่ว่าไม่รู้ถึงสายตาที่จ้องมายังเขาแต่กลับทำเมินได้ราวกับเป็นมืออาชีพ เขาพาดรีมเดินลงบันไดมายังห้องว่างที่อาคาช่าว่าก่อนจะปล่อยให้ดรีมผลักประตูห้องเข้าไปด้วยตัวเอง ทว่าห้องว่างที่รออยู่ด้านหลังบานประตูนั้นกลับมีผู้จับจองอยู่แล้ว

“รั-!”

เจ้าของชื่อได้แต่นิ่งงันมองลูกเรือเผ่ามารที่ใช้ผ้าปิดปากปิดจมูกดรีมและลากเข้าไปในห้อง นัยน์ตาสีเขียวสว่างลุกโชนไปด้วยเพลิงแค้นทว่าร่างกายกลับไม่สามารถขยับได้เลยแม้แต่น้อย รันกัดฟันรับสัมผัสของการถูกแทงจากทางด้านหลังซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนต้องลงไปนอนกองบนพื้นราวกับผ้าขี้ริ้ว การถูกเซอร์ไพรส์สองครั้งในวันเดียวไม่ใช่เรื่องสนุกและเขาก็เริ่มไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าพวกนี้ถึงคิดว่าจะล้มเขาได้ทั้งๆที่รู้ว่าฆ่ายังไงก็ไม่ตาย

ดาบโลหะสีน้ำเงินที่แทงย้ำลงมาที่หลังของเขาเรื่อยๆเริ่มทำให้ความรู้สึกเจ็บปวดเปลี่ยนไปเป็นอาการชาด้านจนขยับไม่ได้แม้กระทั่งนิ้วมือ ความตระหนกค่อยๆกัดกินความสุขุมภายในตัวยักษ์อัสนีที่ถูกรุมทำร้ายอย่างเสียไม่ได้ เขาพยายามโคจรลมปราณสารพัดวิธีแล้วแต่แผลก็ไม่มีทางสมาน แถมยิ่งผนึกพลังไปที่บาดแผลเพื่อห้ามเลือดมันก็ยิ่งเจ็บปวดมากไปกว่าเดิมอีก

พลังของเขาไม่ได้พลาด ไม่มียาพิษอยู่ในอาหาร

ความลับอยู่ที่ดาบของพวกมัน

หนึ่งในลูกเรือผู้ลงมือหวดเท้าเตะเข้าที่ชายโครงของรันจนร่างที่ง่อยเปลี้ยไร้ความรู้สึกพลิกหงาย ความแสบที่แผลครูดกับพื้นไม่เคยเจ็บปวดมากขนาดนี้มาก่อน รันได้แต่กัดฟันมองดาบของกลุ่มลูกเรือจำนวนมากที่ยืนล้อมวงแสยะยิ้มอยู่เบื้องบนด้วยความงุนงง

“พวกแก..”

“หึ! พวกหูยาวโอหัง!? สัตว์ประหลาดพันทางอย่างพวกเจ้าต่างหากล่ะที่เป็นได้แค่สวะโอหัง โดยเฉพาะยักษ์อัสนีที่สมควรถูกกวาดล้างไปแบบเจ้าที่ไม่เจียมตัวหันคมดาบใส่มารผู้สูงส่งอย่างพวกข้า!”เผ่ามารตนหนึ่งที่อยู่ในชุดหรูหราดูคล้ายกัปตันของเรือร้องป่าวประกาศออกมาเหนือร่างที่แทบไร้วิญญาณของยักษ์อัสนี คมดาบสีน้ำเงินในมือเสียบลงที่กลางอกและบิดคว้านไปมาเรียกเสียงกรีดร้องของรันให้ดังก้องไปทั่วทั้งระเบียงทางเดิน

“ยักษ์อัสนี! ข้าไม่นึกเลยว่าจะมีวันที่ข้าจะได้ใช้ดาบพวกนี้กับเผ่าพันธุ์ของเจ้าอีกเป็นครั้งที่สอง ต่อให้เจ้าแข็งแกร่งฆ่าไม่ตายยังไงหรือหัวขาดก็ไม่หมดลมหายใจ แต่ต่อหน้าดาบมิธริลที่อาบพายุแม่เหล็กไฟฟ้าแล้วพวกแกมันก็เป็นได้แค่มดปลวก!”ดาบเล่มดังกล่าวที่ฝังอยู่ในอกของรันถูกตวัดออกด้านข้างฟันปอดขาดออกเป็นสองส่วนจนเลือดที่ไหลทะลักออกมาเพิ่มจำนวนขึ้นจนเป็นแอ่งขนาดเล็กๆ ลมหายใจที่ติดขัดอย่างไม่เคยเป็นค่อยๆขาดห้วงแทนที่ด้วยลิ่มเลือดที่สำลักออกมาไม่หยุด

“หึๆๆ หลังจากเสร็จจากแกแล้วข้าว่าจะให้พวกลูกเรือหาความสุขกับยักษ์อัสนีอีกตัวสักหน่อย เจ้าคงไม่ว่าอะไรสินะ? ไม่ตอบ? แสดงว่าตกลงสินะ ฮ่าๆๆ!”สายตาที่เลื่อนลอยปราศจากประกายของชีวิตค่อยๆกลอกขึ้นไปด้านบนเมื่อดาบมิธริลแทงลงที่คอ ตัดหลอดลม หลอดเลือด รวมทั้งกระดูกสันหลังที่เป็นศูนย์รวมของเส้นประสาทให้ขาดจากกัน

“เอ้าพวกลูกเรือที่ซื่อสัตย์ของข้าทั้งหลาย ร่างกายของสวะนี่.. จะเอาไปทำอะไรก็เชิญ! ฮ่าๆๆ!”กัปตันเรือก้มลงทึ้งผมหยิบศีรษะของยักษ์อัสนีจอมโอหังขึ้นมาหิ้วอาไว้และเดินเข้าไปในห้องที่มันสั่งให้ลูกเรือของมันจับตัวยักษ์อัสนีอีกตนเอาไว้

“ได้ยินว่าเป็นคู่รักกัน ข้าเลยเอาของดูต่างหน้ามาฝาก”

กัปตันมารผู้ถูกขัดเกลาด้วยไฟสงครามมองเรือนร่างบอบบางของยักษ์สาวตัวเล็กที่นอนนิ่งเป็นผักอยู่บนเตียงด้วยฤทธิ์ยา ดรีมยังคงมีสติครบถ้วนทว่าก็คงอีกไม่นานเมื่อเธอเลื่อนสายตาลงจากใบหน้าของมารร้ายลงไปยังของดูต่างหน้าที่ว่าในมือของอีกฝ่าย

“อื้ออ! อื้ออออออ!! อื้อ..อออ... ฮืออ..!”

มัดผ้าที่อุดปากอยู่ทำให้เสียงร้องโหยหวนที่ดังออกมาฟังไม่ได้ศัพท์ ลูกเรือที่ได้รับหน้าที่จับตัวดรีมมาตวัดมือหวดเข้าไปที่แก้มขาวจนช้ำเป็นรอยแดง หยาดเลือดที่ย้อยลงตรงมุมปากไม่สามารถขยับได้ดั่งที่ใจต้องการ ดรีมเพียงมองสีหน้าอันไร้ชีวิตชีวาของรันด้วยความหวังและเชื่อว่าเขาจะไม่ตายจริงๆอย่างที่เจ้ามารร้ายนี่ว่า

“อย่าได้หวังเลยนังแพศยา ต่อให้มันต่อหัวกลับมามีชีวิตได้ข้าเกรงว่าหากไม่มีร่างกายเหลืออยู่ความหวังของเจ้าอาจจะสูญเปล่า”มือหยาบกร้านยกขึ้นสูงทุ่มศีรษะของรันลงกับพื้นก่อนจะกระทืบซ้ำสุดแรงจนเสียงของแข็งแตกร้าวดังไปทั่วทั้งห้องเล็กๆปนไปกับเสียงร้องคร่ำครวญของดรีม

นินจาสาวที่บัดนี้สิ้นที่ถูกโปะยาและมัดมือมัดเท้าได้แต่ตะเกียกตะกายลงมาจากเตียงคลานไปหาศีรษะของรันที่อยู่ใต้เท้าของกัปตันเรืออย่างน่าเวทนา น้ำตาที่ไหลพรากเปรอะเปื้อนดวงหน้าหวานจนแทบไม่เหลือเค้าเดิมของเด็กสาวที่ส่งยิ้มขี้เล่นนั่นออกมาเป็นประจำ เธอได้แตะกอดศีรษะที่ถูกตัดแยกออกมาจากร่างอันไร้วิญญาณนั่นด้วยความสิ้นหวัง

เธอไม่สนใจอีกแล้วว่าใครจะเป็นยังไง..

ทั้งๆที่สัญญากันไว้อยู่หยกๆ..

‘ทั้งๆที่สัญญาเอาไว้แล้วแท้ๆ ทั้งๆที่สัญญาว่าจะไม่ยอมตายให้ดรีมเห็นแล้วแท้ๆ..รัน!’ ไม่เหมือนในหนังสือการ์ตูนหรือนิยายที่พอพูดประโยคสำคัญออกมาแล้วคนที่ตายไปจะฟื้นขึ้นมาจัดการผู้ร้าย ไม่มีอะไรหวือหวา ไม่มีอะไรที่เรียกว่าปาฏิหาริย์ ดรีมได้แต่ร่ำไห้จนกระทั่งถูกทึ้งผมดึงขึ้นไปประชันหน้ากับกัปตันมารผู้สั่งการสังหารผู้ที่เป็นดั่งดวงใจของเธอ

“ได้ยินว่าใช้เลือดได้นี่? ยาที่ข้าเตรียมเอาไว้ให้เจ้ามันเลยพิเศษสักหน่อย นอกจากทำให้อ่อนแรงและไม่สามารถใช้พลังใดๆได้ชั่วคราวแล้วมันยังทำให้อัตราการเต้นของหัวใจอ่อนลงด้วย ข้าเป็นมาร ข้ารู้ดีว่าแวมไพร์ใช้วิธีไหนในการควบคุมเลือด ขอแค่หัวใจของเจ้าเต้นไม่เร็วพอเลือดก็ไหลเวียนได้ไม่สะดวก แค่นี้เจ้าก็ใช้เลือดของเจ้าจัดการข้า-”

“ใครอนุญาตให้แกแตะต้องตัวเธอ?”ถุงมือเกราะสีดำขึ้นรูปคล้ายกรงเล็บที่บีบปากของกัปตันเรือลำนี้อยู่ค่อยๆเพิ่มแรงมากขึ้นเรื่อยๆจนกรามแตกแทงเนื้อออกมาเลือดไหลโชก กรงเล็บที่ลอยอยู่ได้กลางอากาศด้วยไอควันสีเขียวสว่างดึงร่างของมารผู้โชคร้ายให้ถอยออกห่างจากดรีมตรงไปยังประตูที่เปิดทิ้งไว้อย่างไร้ปราณี ที่ตรงนั้นเองคือจุดที่กรงเล็บนั่นคืนสู่ที่อยู่เดิมของมัน ชุดเกราะโลหะสีดำดูคล้ายปีศาจมากกว่าอัศวินยิ่งด้วยไอควันพลังงานสีเขียวสว่างเข้มข้นที่ห้อมล้อมมันอยู่แล้วด้วยทำให้ปีศาจชุดเกราะตนนี้ดูน่ากลัวยิ่งกว่าน่าเกรงขาม

ในสายตาของดรีมในห้องนี้เป็นดั่งสวรรค์ ด้านนอกเลยผ่านวงกบประตูนั้นไปไม่ต่างอะไรไปจากนรกบนดิน ผนังทางเดินประกอบด้วยไม้ถูกย้อมสีแดงตามรสนิยมของปีศาจชุดเกราะพร้อมด้วยกลิ่นคาวคลุ้ง ทั้งร่างกายที่หาเค้าเดิมไม่ได้ของกะลาสีเผ่ามารที่นอนระเกะระกะเป็นศพคนตายที่ไม่มีใครจำได้ประหนึ่งพรมแดงปูรอให้สมเกียรติ

เสียงร้องอู้อี้ของกัปตันเรือดังออกมาร้องขอความเมตตาซึ่งก็ได้รับ ปีศาจชุดเกราะปล่อยมือของตนออกจากหน้าของกัปตันมารและยกเท้าขึ้นยันอกให้ถอยไปกระเด็นติดกำแพงอย่างรุนแรงจนผนังไม้ยุบตัวลงไปจนเห็นได้จากภายในห้อง

“ข้าถามอีกครั้ง ใครอนุญาตให้แกแตะต้องตัวเธอ!?”

เปลวไฟสีเขียวในช่องว่างตรงดวงตาลุกโชติช่วงบ่งบอกถึงไฟโทสะที่คุกรุ่นเกินจุดเดือด ไอความเย็นค่อยๆก่อตัวขึ้นในห้องโถงทางเดินจนเกิดหมอกความเย็นโรยตัวลงจัดบดบังทัศนะวิสัยของมารอีกตนที่อยู่ภายในห้องกับเธอซึ่งบัดนี้ทำอะไรไม่ถูก ทว่าสายตาของดรีมนั้นเห็นทุกอย่างชัดเจนดีตั้งแต่เริ่มต้นที่พลังวัตรในร่างกายของกัปตันมารถูกสูบออกไปจนถึงตอนท้ายที่ร่างกายแห้งกรอบตกกระทบพื้นกลายเป็นฝุ่นผงที่ไร้จิตวิญญาณคงเหลือ

เสียงของปีศาจชุดเกราะนั่นคือเสียงของรันไม่ผิดแน่นอน..

หลังจากทนพิษบาดแผลไม่ไหวรันถึงกับต้องจำใจทิ้งร่างตัวเองให้แห้งตายและหลบออกมาดูร่างของตัวเองถูกชำแหละจนเป็นยักษ์สับแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ เขาอาจจะปั่นหัวพวกมั่นเล่นเสียหน่อยถ้าหากไม่ใช่ว่าเขาได้ยินที่กัปตันนั่นพูดว่าจะทำอะไรกับดรีม

รันในคราบของผีร้ายแห่งเอรินเยสกำลังสิงสู่ชุดเกราะฟริกไนท์อันเป็นผลมาจากทักษะของจอมมารนามอ้อมกอดของผู้เป็นที่รัก บัดนี้เกราะโลหะมีชีวิตที่ควรจะดูเหมือนวีรบุรุษแบบเดียวกันกับครั้งแรกที่ใช้กลับกลายเป็นเกราะเหล็กที่สั่งสมความเคียดแค้นขึ้นรูปออกมาเป็นใบหน้าของปีศาจร้ายผู้หิวกระหายในชีวิตของศัตรูผู้โอหังหาญกล้ามาทำร้ายผู้เป็นที่รัก

ราตรีครวญคลั่งในมือตวัดปักลงกับพื้นไม้จุดไฟพลังวัตรสีเขียวให้ปะทุขึ้นมาเผามลายฝุ่นผงอันเป็นสิ่งที่หลงเหลือ แววตาของจอมมารกระหายเลือดที่ถูกปกปิดเอาไว้ด้วยเงาฮู้ดดูอันตรายแม้กระทั่งกับมิตรอย่างดรีมที่มองภาพเบื้องหน้าด้วยความหวาดกลัว

กระแสพลังวัตรในอากาศปั่นป่วนถูกดึงดูดเข้าสู่จุดศูนย์กลางของความโกลาหล เหล่ากะลาสีที่ยังมีชีวิตรอดคือผู้ที่อยู่ไกลจากรันมากที่สุดเริ่มหันหลักคิดจะหนี ทว่าเพียงก้าวแรกที่ขยับหันหลังร่างของพวกมันก็กลายเป็นฝุ่นผงร่วงกราวลงกองกับพื้นและถูกเผาไปในทันที

ไม่มีความเมตตา ไม่มีความปราณี ไร้ซึ่งความสงสาร

ผู้ที่ออกปากให้มองคุณค่าของตัวหมากเท่ากันกับองค์หญิงผู้ชาญฉลาดบัดนี้ใช้นัยน์ตาที่เป็นเพียงก้อนพลังงานด้านลบมองการตกตายของเผ่ามารที่อาจมีครอบครัว อาจมีคนรัก หรืออาจมีลูกต้องดูแลซึ่งกำลังสูญสลายไปราวกับมองมดปลวก ท่ามกลางกระแสพลังวัตรอันวุ่นวายนั้นมีกะลาสีมารหนึ่งตนที่ยังคงมีสติอยู่และเดินเข้ามาใกล้เธอพร้อมกับจับเธอเป็นตัวประกัน

ดรีมเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกและพยายามจะร้องห้ามและให้ปล่อยเธออย่างสุดความสามารถ ไม่ใช่ว่าหวาดกลัวหรือกังวลถึงความปลอดภัยของตนเอง แต่ห่วงความปลอดภัยของชีวิตน้อยๆที่เป็นดั่งเทียนที่พร้อมจะปลิวไปกับลมพายุของอีกฝ่ายต่างหาก

เสียงร้องเตือนจองเธอย่อมไม่เป็นผลกับมารหนุ่มที่หน้ามืดตามัวต้องการเอาชีวิตรอด การกระเสือกกระสนเอาตัวเองให้รอดของมารผู้โชคร้ายจบลงทั้งๆที่ยังไม่เริ่มด้วยดาบยักษ์ที่พุ่งเฉียดศีรษะของเธอไปเพียงนิดปักร่างของมารตนสุดท้ายของเรือลำนี้ผู้น่าเวทนาให้ไปติดกับกำแพงอย่างน่าหดหู่

ความกลัวที่เกาะกินจิตใจของดรีมค่อยๆเปลี่ยนเป้าหมายไปอย่างช้าๆ

จากมารทั้งหลายที่กลายเป็นฝุ่นผงของกาลเวลาในอดีตกลับกลายเป็นชายที่กล่าวเรียกตัวเองว่าเป็นจอมมารซึ่งทำได้ตามที่ตนกล่าวอ้างอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง หนทางชนะของฝ่ายผู้เล่นในสงครามเทียมเทพจากที่เธอเคยมองเห็นบัดนี้มันกลับดำมืดและเต็มไปด้วยคำว่าหายนะ

สาเหตุที่รันไม่เคยแสดงความรุนแรงแบบนี้ต่อหน้าผู้เล่นอาจจะเป็นเพราะต้องการเก็บเอาไว้เป็นความลับหรือไม่ก็ไม่อยากให้ใครรู้ว่าเขามีความสามารถแบบนี้อยู่แม้กระทั่งมิตรสหาย

แต่ในขณะเดียวกัน ความกลัวนั้นมาพร้อมกับความอุ่นใจ

ความลับของเขานั้นเขาจงใจเปิดเผยออกมาเพื่อเธอ..

ปีศาจร้ายในคราบชุดเกราะผีสิงค่อยๆลดมือที่ขว้างดาบนั่นไปปลิดชีพเผ่ามารตนสุดท้ายลงและค่อยๆก้าวเท้าเดินมาหาเธออย่างเก้ๆกังๆ หน้ากากปีศาจภายใต้เงาฮู้ดหันซ้ายแลขวาอยู่ชั่วขณะหนึ่งราวกับว่ากำลังกังวลกับสภาพแบบนี้ของตนจะทำให้เธอหวาดกลัว รันค่อยๆย่อกายลงนั่งคุกเข่าตรงหน้าดรีมที่หมดเรี่ยวสิ้นแรงนอนกอดศีรษะจากศพของตนและเกลี่ยธารน้ำตานั้นอย่างเบามือ

“คนเก่งไม่ร้องไห้นะ”เสียงของเขาก้องกังวานราวกับไม่ได้ออกมาจากลำคอของมนุษย์ ทว่าต่อให้มันฟังดูเหมือนภูตผีวิญญาณร้ายมากแค่ไหนอาการสั่นเครือของมันก็ไม่ได้ทำให้มันน่ากลัวเลยแม้แต่น้อย ที่หูของเธอได้ยินมันกลับเต็มไปด้วยความเศร้า ความกังวล ความกลัวและความสงสาร เธออยากจะพูดตอบทว่าด้วยเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่มันทำให้เธอสนองความต้องการของตัวเองไม่ได้อย่างที่ใจหวัง ที่เธอทำได้ในตอนนี้คือสื่อคำพูดของตนเองออกไปผ่านทางความคิดและหวังว่าเขาจะสัมผัสถึงมันได้เท่านั้น

สัญญาต้องเป็นสัญญา ลูกผู้ชายไม่ผิดคำพูดใช่ไหม..?’

เงื่อนพันธนาการทั้งหมดบนร่างกายของเธอถูกเผาไหม้ไปด้วยเพลิงวัตรเย็นฉ่ำสีเขียวสว่างเช่นเดียวกับสภาพรอบด้านที่ถูกทำให้กลับเป็นเหมือนปกติก่อนที่การฆ่าล้างบางลูกเรือเผ่ามารจะเริ่มต้นขึ้น ชุดเกราะของรันค่อยๆหลุดร่วงลงกับพื้นทีละชิ้นๆจนเหลือเพียงร่างพลังงานสีเขียวที่ค่อยๆคืนสีธรรมชาติกลับมาจนเป็นร่างเนื้อของรันอีกครั้ง

นัยน์ตาสีเขียวมรกตที่รื้นไปด้วยน้ำตานั้นสร้างความเสียหายให้กับเธอได้มากกว่าฤทธิ์ยาที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นช้าลงจนเกินไปนี่เสียอีก ดรีมค่อยๆยิ้มออกมาและรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายที่พยายามจะหนีเธอไปเอาไว้และยันตัวขึ้น

ยาที่พวกมันเอามาโปะดรีมดูเหมือนว่ามันจะทำให้หัวใจเต้นช้าลงนี่สิ.. มันช้าเกินไปจนดรีมหน้ามืดแล้วล่ะ ดรีมกำลังจะตายอย่างงั้นเหรอ รัน?

รันเบิกตากว้างและมองสภาพของดรีมอีกครั้ง จากสีผิวที่ว่าขาวแล้วบัดนี้ซีดจนเหมือนศพ ชายหนุ่มกลอกตามองภาพตรงหน้าราวกับคนโง่ที่ทำอะไรไม่ถูก มือเล็กที่ขยับขึ้นมากุมมือของเขาเอาไว้นั้นเย็นเฉียบจนไม่ต่างอะไรไปจากท่อนไม้

“ดรีม ไม่เอานะ ไหนฉันรักษาสัญญาแล้วดรีมทำแบบนี้ล่ะ?”

นินจาสาวคลี่ยิ้มออกมา

‘รันสัญญาแต่ดรีมไม่ได้สัญญาด้วยนี่นา? ใช่ไหม?

จากรอยยิ้มบางๆกลายเป็นรอยยิ้มขำเมื่อสีหน้าของรันเปลี่ยนเป็นเครียดขึง

งั้นตอนนี้รันสัญญากับดรีมได้ไหมว่าต่อจากนี้รันได้ยินอะไรไปรันจะไม่เปลี่ยนความคิดของรันเกี่ยวกับดรีมไม่ว่ายังไงก็ตาม? ได้ไหม? สัญญานะ? ยังไม่ทันที่รันจะได้ตอบรับคำสัญญานั้นสีหน้าของดรีมก็เริ่มบิดเบี้ยวแสดงออกถึงความเจ็บปวดในช่วงอก เขาร้องห้ามไม่ให้คิดอะไรแล้วส่งผ่านมาทางจิตอีกแล้วเมื่อสภาพของเธอแย่ลงทุกขณะจนตอนนี้เริ่มหายใจไม่ออกแล้ว

“ดรีม พอแล้ว.. รอเดี๋ยวนะ เดี๋ยวจะช่วยให้เลิกทรมานเดี๋ยวนี้แหละ”แม้จะสงสัยว่าเขาจะช่วยเหลือเธอยังไงแต่ความสงสัยนั้นก็มีอายุไม่ยืนยาวเมื่อริมฝีปากของคนที่เธอถวิลหาลดลงกดทับริมฝีปากของเธอดันให้มันอ้าออกสอดแทรกลิ้นเข้ามา

รัน!? เดี๋ยวๆๆ ลิ้น...’

ที่สอดแทรกเข้ามาในปากของเธอไม่ใช่เพียงลิ้นที่กดลิ้นของเธอไม่ให้จุกปากขวางทางอากาศที่ค่อยๆถูกถ่ายเทมาให้พร้อมกับพลังวัตรจำนวนมากที่หลั่งไหลมาอย่างไม่หยุดหย่อนขับไล่พิษร้ายในร่างกายของเธอออกไปทางรูขุมขน

นัยน์ตาที่เบิกกว้างบัดนี้หรี่ลงและหลับพริ้ม

ดรีมรับลมหายใจของอีกฝ่ายมาอย่างเต็มใจพร้อมด้วยความรู้สึกปีติยินดี ลมหายใจของเขาตอนนี้เป็นของเธอ ด้วยจูบนี้เป็นสิ่งที่ปิดผนึกความรู้สึกของเธอที่ส่งผ่านไปให้เขาด้วยลิ้นที่ขยับออกมาพัวพัน เธอหายใจด้วยลมหายใจของเขาและเขาก็หายใจด้วยลมหายใจของเธอ ด้วยลมหายใจเดียวกันและด้วยลมหายใจที่พร้อมเพรียงกัน นับแต่นี้ไปไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหนเธอก็อยากจะให้รู้ไว้ว่าเขาจะไม่อยู่คนเดียวอีกต่อไป เขาคือผู้มอบลมหายใจให้กับเธอและในทางกลับกันเธอแลกมันมาด้วยหัวใจดวงน้อยๆที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่กลับมาเต้นรุนแรงอีกครั้ง

นัยน์ตาทั้งสองคู่ที่สอดประสานกันเช่นเดียวกับริมฝีปากและลมหายใจจุดประกายความเร่าร้อนให้รุนแรงยิ่งกว่าเพลิงปราณที่ดรีมได้สัมผัสมันในระยะใกล้เมื่อครู่ เรียวแขนบางที่ไร้เรี่ยวแรงจนถึงเมื่อครู่ขยับยกขึ้นเกี่ยวกระหวัดรั้งคอของอีกฝ่ายให้โน้มลงมาด้วยความอยากกระหายที่อีกฝ่ายสนองกลับมาได้อย่างลงตัวสมบูรณ์แบบ

เพียงชั่ววินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่ผละออกจากกันเพื่อเก็บเกี่ยวลมหายใจ เด็กสาวที่ทิ้งตัวอยู่ในอ้อมกอดของอีกฝ่ายก็หัวเราะออกมาเบาๆและเอนศีรษะพิงไปกับอกของเขาเพื่อฟังเสียงหัวใจที่เต้นแรงไม่แพ้ของเธอเอง ดรีมอมยิ้มจับจังหวะนั้นและพูดออกมาเบาๆให้ได้ยินกันเพียงแค่สองคน

เป็นหนึ่งคำประโยคที่เป็นได้ทั้งคำอ้อนวอน คำเชิญชวน คำถามและคำขอ

หนึ่งประโยคที่รันไม่อาจปฏิเสธมันได้อีกแล้วในเวลานี้

“ให้ดรีม.. เป็นของรันนะ?”

 


 

น่อออออววววววว ตัดจบหน้าด้านๆ!  ฮ่าๆๆๆๆ ดรีมคือม้ามืดไฟแรง!! ฮ่าๆๆๆๆ

ไรเตอร์ไม่ได้อวยโลลิ ไรเตอร์ไม่ได้อวยน้องสาว แต่ไรเตอร์อวยตัวประกอบ!!

"ให้ดรีม.. เป็นของรันนะ?" - ดรีม
"ไม่นะ พี่รันเป็นของชั้นคนเดียว!" - วอล์ค

อยากให้เกิดอะไรขึ้นอ๊ะป่าวผู้อ่านทั้งหลายยยยย 55+

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

1,284 ความคิดเห็น

  1. #1249 ATanll (@stop1913) (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 19 มกราคม 2558 / 12:12
    ตัวเล็กสเป็กรัน
    #1249
    0
  2. #1223 SHADOW (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 20 กันยายน 2557 / 20:55
    กำลังติด(ตาม)อย่างหนักขยันpls
    #1223
    0
  3. #1173 Raze (@kittipat159) (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2557 / 22:18
    รัน......ใครขับเรือ?
    #1173
    0
  4. #1172 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2557 / 21:52
    จัดไปเด้ ช่วงนี้ตัวประกอบมาแรง ส่วนน้องวิ่งเล่นกะลูไปก่อนน้า ฮี่ๆๆ ช่วงนี้เป็นโปรของดรีม อย่าลืมเก็บกลับฮาเร็มด้วยล่ะ แต่อิรันแกฆ่ามารหมดใครคุมเรือล่ะเหวย
    #1172
    0
  5. วันที่ 12 กรกฎาคม 2557 / 15:57
    ตัดจบได้ค้าง..
    #1171
    0
  6. #1169 เงาหมายเลข13 (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2557 / 07:15
    จัดปายยยเลยฮ่ะไรท์เตอร์

    ...เป็นกำลังใจให้นะฮ่ะ อยากให้ไรท์เตอร์รู้ว่า ยังมีคนติดตามนิยายเรื่องนี้อยู่... แหะแหะ
    #1169
    0