God Presentiment Online ภาค สงครามเทียมเทพ

ตอนที่ 108 : บทที่ 5 สู่เมืองยักษ์ : ผู้ตามล่าสายฟ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 398
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    29 มิ.ย. 57

บทที่ 5 สู่เมืองยักษ์
ช่วงที่สอง ผู้ตามล่าสายฟ้า

“..อุบ!”

เสียงจุกปากของดรีมทำให้รันที่กำลังต่อราคาขายทองคำแท่งในมือของตนเองอยู่ต้องรีบหันไปมองอย่างช่วยไม่ได้ การเดินทางอันแสนหฤโหดเมื่อครู่นี้ดูเหมือนจะไม่ถูกใจดรีมสักเท่าไหร่นัก ยิ่งด้วยตอนที่มาถึงระยะของเมืองซึ่งเขาจะต้องกลับร่างเป็นคนเพื่อไม่ให้เตะตาและปล่อยให้ดรีมลงจากหลังเขาสาบานได้เลยว่าได้ยินเธอร้องไห้โฮพร่ำบ่นว่าพื้นจ๋าๆพร้อมแทบจะก้มลงไปจูบพื้นทรายเสียด้วยซ้ำ

“ไหวรึเปล่า? ถ้าไม่ไหวไปนั่งพักก่อนก็ได้นะ?”

เขาหันกลับไปพูดกับดรีมเป็นภาษาไทยที่พ่อค้าหน้าตาเหมือนคนที่คุณก็รู้ว่าใครไหนหนังโรงเรียนเวทมนตร์ฟังไม่รู้เรื่อง จริงอยู่ว่าเขาเตรียมพร้อมมาแล้วว่าภาษาที่คนที่นี่ใช้อาจจะไม่เหมือนตนเอง คีช่ากับมิสริรุถือเป็นข้อยกเว้น ดังนั้นการใช้พลังจิตดึงความรู้ของชาวบ้านที่เดินสวนกันมายัดใส่หัวตัวเองและดรีมจึงทำให้พวกเขาสามารถรู้และเข้าใจภาษาองคนที่นี่ได้

“ไม่เอาอ่ะ ดูสายตาที่มองมาสิ นี่ถ้าฆ่ากันทางสายตาได้นี่ดรีมกับรันตายไปเป็นร้อยๆรอบแล้วนะ”คู่หูผู้ร่วมเดินทางของเขาร้องโอดครวญกับสายตาของชาวบ้านรอบข้าง แน่ล่ะ เพราะว่าพวกที่จะมีรูปร่างหน้าตาแบบมนุษย์ได้นั้นหากไม่ใช่เผ่ายักษ์ เทพ หรือว่ามารก็ต้องเป็นพวกที่มีพลังหรือวิชาแก่กล้า

ผิดไปจากชาวบ้านทั้งหลายรอบข้างเขาในตอนนี้ที่มีร่างกายผิดแปลกไปจากปกติคนละจุดสองจุด ไม่ว่าจะเป็นเกล็ดบ้าง เขาบาง หรืออย่างสุดๆที่เขาจำต้องเหลียวหลังไปมองคือมนุษย์แมงป่องที่มีร่างกายส่วนล่างเป็นแมงป่องมีขายุบยับ

ดังนั้นการวางตัวของพวกที่ดูเหมือนมนุษย์มากๆในสังคมของโลกอสูรนี้จึงเหมือนพวกผู้สูงศักดิ์ที่อยู่แต่บนหอคอยงาช้างไม่คิดจะลดตัวลงมาเดินดินเหยียบย่ำพื้นที่คนทั่วไปอาศัยอยู่ สังเกตได้ชัดจากสายตาของพ่อค้าผู้ไม่มีดั้งตรงหน้าของเขาที่ตาลุกวาวมองทองคำแท่งราวกับไม่เคยเห็นมันมาก่อนในชีวิต เขาอยากจะหยิบโอริคัลคุมหรือมิธริลออกมาขาย แต่หลังจากลองเดินตระเวนถามไถ่ราคาของพวกมันจากร้านรวงแถบนี้แล้วเขาต้องบอกเลยว่าราคามันถูกกว่าขนมหน้าตาเหมือนก้อนอัญมณีที่อยู่ในกระปุกในมือของดรีมเสียอีก

“งั้นรออีกเดี๋ยวนะ แล้วเราไปหาที่นั่งพักกัน”รันหันกลับไปดึงฮู้ดของผ้าคลุมลงมาให้กับดรีมมากขึ้นอีกนิดเพื่อความปลอดภัยและหันกลับไปยุติการต่อรองราคาด้วยจำนวนเงินที่เขาเสนอหรือไม่เขาก็ไม่ขาย พ่อค้าได้แต่ขมวดคิ้วหลิ่วตาด้วยความไม่พอใจและรับทองคำแท่งนั้นไปพร้อมกับถุงเงินที่ถูกตบลงมาบนมือของเขาเต็มแรง

ชายหนุ่มยกยิ้มกริ่มและเปิดห่อผ้าดูจำนวนเหรียญรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ทำมาจากโลหะโปร่งใสเหมือนเพชรพลอย รันกะดูคร่าวๆแล้วจึงหันยกนิ้วโป้งให้กับพ่อค้าและจูงมือดรีมออกไปจากตรงนั้นและหาที่หลบสายตาคนเพื่อที่จะนั่งพักลง

“ตกลงแล้วรันมาที่โลกอสูรนี่ทำไมเหรอ?”คำถามของดรีมที่มาพร้อมกับขนมที่ทำจากน้ำตาลเป็นเม็ดตกผลึกที่ถูกส่งเข้าปากถึงที่ รันหยีตากับความหวานของมันก่อนจะตริตรองถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาหากบอกความจริง ในตอนนี้มีเพียงกรีดไพเรทเท่านั้นที่สามารถบุกเบิกทวีปต่างๆได้นอกจากผู้เล่นอิสระที่มีฝีมือสูง แต่เขาก็มั่นใจว่าหากบอกดรีมเกี่ยวกับทวีปเกียร์ไปเจ้าหล่อนก็ไม่มีทางไปยังที่นั่นได้เพราะอุปสรรคทางการเดินทางมันยิ่งใหญ่นักหากไม่มีระบบวาร์ป

“มาตามหาคนน่ะ ฉันต้องการความช่วยเหลือจากเธอก็เลยมาตามหา ตอนแรกก็อยู่ด้วยกันดีอยู่หรอก แต่พอคลาดสายตาไปนิดเดียวก็หนีมาที่นี่ซะได้ ไม่รู้ว่าเพราะเบื่อพ่อของตัวเองหรือว่าเบื่อฉันกันแน่นะ?”เขาเลี่ยงที่จะไม่พูดถึงทวีปเกียร์และปรับเปลี่ยนเนื้อหาให้ดูกำกวมมากยิ่งขึ้นเพื่อให้ดรีมตีความไปเองและเข้าใจในเนื้อหาที่ไม่ถูกต้องทั้งหมด

“เบื่อพ่อ.. คู่หูเหรอ? ไม่มีทางที่ผู้เล่นจะเข้ามาที่นี่แล้วรอดได้หรอก”

ดรีมหงายหลังพิงผนังของสิ่งก่อสร้างที่ทำจากหินที่ถูกต่อเติมออกมาเป็นเพิงพักเท้าแล้วจึงโยนขนมในกระปุกเข้าปากของตัวเองไปอีกชิ้นและเคี้ยวมันหน้าตาเฉยราวกับรสหวานของน้ำตาลเข้มข้นนั้นไม่สามารถทำอันตรายฟันของเธอได้เลยแม้แต่น้อย

รันมองสีหน้าเรียบเฉยของอีกฝ่ายแล้วได้กลืนน้ำลาย

“ดรีมกินหวานแบบนั้นไม่กลัวฟันผุเหรอ?”นินจาสาวฉีกยิ้มกว้างก่อนจะตะปบปากของเขาส่งก้อนน้ำตาลนั่นเข้าปากไปอีกเป็นจำนวนมาก รันเกร็งตัวหยีตาปั้นหน้าบอกบุญไม่รับและตะปบมือลงไปที่ศีรษะของอีกฝ่ายจับมาเข้าเฮ้ดล้อก

“มันหวานนนนน ให้ก็ไม่กินแล้ว กินไปคนเดียวเลย!”เขาทำได้เพียงดีดหน้าผากของดรีมจนเธอหงายหลังและพ่นลมหายใจหนักๆไม่พอใจ ไม่ว่ายังไงเธอก็เป็นผู้หญิงและเขาในตอนนี้รับหน้าที่เป็นผู้ปกครองของเธออยู่ ทันทีที่เขาพบรอยแยกเมื่อไหร่เขาจะจัดการส่งกลับบ้านไปในทันที ทว่าในตอนนี้ที่เขายังติดแหง็กอยู่กับเธอเขาก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด

“คิกๆ แล้ว.. รันจะเริ่มที่ไหนล่ะ?”

รันเลิกคิ้วขึ้นมาก่อนจะเปิดไอเท็มรีดเดอร์หยิบเอาแผนที่โลกอสูรออกมาดูจำนวนหนึ่ง หลังจากเปรียบเทียบสภาพภูมิประเทศของแผนที่ทั้งหลายกับภาพที่เขาจำได้จากชีพจรฤดูแล้วแผนที่อื่นๆจึงถูกเก็บกลับไปเหมือนเดิมเหลือเพียงแผ่นเดียว

และนั่นก็ทำให้เขาต้องขมวดคิ้ว

เขาต้องการไปยังเมืองหลวงของเผ่าพันธุ์ยักษ์ซึ่งอยู่ในตอนกลางของทวีปโอเกรเชีย(Ogressia) ทว่าในตอนนี้เขากลับอยู่ทางตอนตะวักออกเฉียงใต้ซึ่งเป็นทะเลทรายทั้งหมด แม้เขาจะเผลอผิวปากออกมาเมื่อเห็นชื่อของทะเลทรายที่เขียนเอาไว้ว่าเป็น ทะเลทรายมรสุม แล้วแต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรๆมันดีขึ้น ต่อให้เขาอยู่ในถิ่นกำเนิดของยักษ์อัสนีมันก็ไม่ได้ช่วยอะไร ระยะทางร่วมสองพันกิโลฯจากตรงจุดที่เขาอยู่ไปยังเมืองหลวงของเผ่าพันธุ์มันไม่ใช่อะไรที่จะไปถึงกันได้ง่ายๆ

“ทำไมเหรอ?”เสียงถามของเด็กสาวข้างกายทำให้รันต้องถอนหายใจ

“มันไกลมากน่ะสิ ฉันกำลังจะไปที่เมืองหลวงของเผ่ายักษ์ และจากระยะทางตรงนี้ไปถึงที่นั่นมันก็ราวๆครึ่งหนึ่งของความกว้างประเทศอเมริกาน่ะ สองพันกิโลฯ ไม่ใกล้ไม่ไกลเท่าไหร่ถ้าฉันมาคนเดียว แต่ถ้าจะให้ดรีมติดไปด้วยมันอาจจะใช้เวลามากพอสมควร และฉันก็กลัวว่าดรีมอาจจะได้รับอันตรายระหว่างทางด้วย”เขาชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อดรีมลอดใต้แขนของเขามานั่งตรงตกเพื่อดูแผนที่ที่เขาถือกางเอาไว้ รันเริ่มชี้ว่าระยะทางจากทั้งสองที่เป็นแบบไหนเมื่อนัยน์ตาสีอำพันสุกใสวกกลับมาเร่ง

ระยะทางสองพันกิโลเมตรหากวิ่งตรงไปมันไม่ยากแค่ต้องการเวลา แต่นี่ไม่นับอ่าวขนาดใหญ่ที่ตัดระหว่างทางทำให้พวกเขาต้องอ้อมเพิ่มระยะทางขึ้นไปเกือบอีกร้อยกิโลเมตร การเดินทางด้วยเท้าแบบนี้เขาจำเป็นต้องพักเพื่อลดภาระของร่างกายเหมือนที่รถต้องพักเครื่องยนต์

ให้วิ่งบนน้ำตัดอ่าวไปเลยก็ใช่เรื่อง ต่อให้เขาทำได้แต่ดรีมล่ะจะรับความเร็วเสียงได้ไหวหรือ? ที่เขาวิ่งด้วยความเร็วเสียงได้นั่นก็เพราะว่ามีเกล็ดหนาคอยป้องกันร่างกายอยู่ แต่ดรีมไม่ใช่ จากประสบการณ์วิ่งตัดผ่านฟากหนึ่งไปยังอีกฟากหนึ่งของทวีปออสเทียทำให้เขารู้ว่าความเร็วเสียงมันอันตรายแค่ไหนสำหรับวัตถุที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วโดยปราศจากการป้องกัน

“งั้นบินไป?”

“บิน?”รันทวนคำด้วยความฉงน ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ถามอะไรออกไปเพิ่มเติมดรีมก็พูดขึ้นมาชี้แจงราวกับรู้ใจว่าเขาต้องการข้อมูลอะไร

“ตอนที่รันต่อราคาอยู่ดรีมไม่ได้แค่ยืนมึนอยู่หรอกนะ ดรีมได้ยินพวกชาวบ้านพูดกันว่าเรือเหาะของเผ่ามารจะมาแวะเติมเสบียงที่นี่ในช่วงเที่ยงๆของวันนี้ ถ้าเราแอบๆซักนิดก็อาจจะลอบขึ้นไปบนเรือเหาะด้วยได้นะ”พอถึงตรงนี้รันกลับมุ่นหัวคิ้ว เขาต้องการไปเมืองยักษ์ แต่จะให้ไปโดยอาศัยพาหนะของเผ่าพันธุ์ที่เป็นปฏิปักษ์กับยักษ์เลยมันก็กะไรอยู่

มิหนำซ้ำตอนนี้ทั้งเขาและดรีมต่างก็เป็นยักษ์กันทั้งคู่

“ไม่ไหวหรอก ต่อให้แอบขึ้นไปได้แต่ที่หมายของมันล่ะ?”แทนที่เขาจะได้เห็นสีหน้าเจื่อนของดรีม เขากลับต้องพบกับรอยยิ้มของเด็กสาวร่างเล็กที่หันกลับยัดก้อนน้ำตาลใส่ปากเขาไปอีกเม็ด ดรีมหันกลับไปชี้นิ้วไปที่เมืองที่พวกเขาอยู่อีกครั้งก่อนจะพูดขึ้น

“เรือเหาะของเผ่ามารที่มาเติมเสบียงไม่ใช่เรือเหาะทางการพาณิชย์หรือเรือเหาะของพลเรือน มันเป็นเรือเหาะทางการทูตที่มีเจ้าหญิงของเผ่ายักษ์โดยสารมาด้วยต่างหากล่ะ ดังนั้นถ้าเป้าหมายของมันจะเป็นที่ไหนไปได้นอกจากเมืองยักษ์?”รันทำอะไรอื่นไม่ได้นอกจากพยักหน้าอย่างทึ่งๆ ไม่นึกเลยว่าทักษะการแอบฟังบวกกับความสามารถในการเข้าใจภาษาใหม่ได้อย่างรวดเร็วของดรีมจะทำให้เก็บข้อมูลมาได้มากขนาดนี้

“แต่ถ้าเป็นเจ้าหญิงล่ะก็.. อาจจะใช้ประโยชน์ได้ก็ได้นะ”

“ยังไงเหรอ? รันคงไม่ได้คิดจะจับเจ้าหญิงเป็นตัวประกันหรือว่าอะไรแบบนั้นหรอกใช่ไหม? จากที่ดรีมได้ยินมาเจ้าหญิงที่จะโดยสารมากับเรือเหาะไม่ใช่เจ้าหญิงอ่อนแอใส่ชุดฟูๆเหมือนในการ์ตูนนะ เจ้าหญิงคนนี้คือเจ้าหญิงลำดับที่สามของราชายักษ์เลยนะ จะต้องเก่งมากแน่ๆเลย”คำชื่นชมยกหางเจ้าหญิงลำดับที่สามของดรีมจักจี้หูเขายังไงบอกไม่ถูก ยิ่งเป็นเจ้าหญิงของราชายักษ์ด้วยแล้วยิ่งดี เขายังไม่ลืมไปว่าคีช่ามอบตำแหน่งอะไรให้กับเขาเอาไว้ตอนที่เจอกันครั้งแรก

องค์ชายรัชทายาทอันดับหนึ่ง..ไงล่ะ!

“ถ้าเป็นเจ้าหญิงของคีช่าแล้วก็ดีเข้าไปอีก จะได้เล่นเส้นเล่นสายกันสักหน่อย แต่คุณเจ้าหญิงนั่นจะเชื่อรึเปล่ามันก็อีกเรื่องหนึ่งล่ะนะ”รันเชยคางลงบนศีรษะของเด็กสาวที่นั่งอยู่บนตักก่อนจะหลุบตาลงมองแผนที่ในมืออีกครั้ง หากเดินทางด้วยเรือเหาะมันจะลดระยะเวลาลงได้มาก แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าเรือเหาะในโลกอสูรแห่งนี้มีหน้าตายังไงเท่านั้น

“รันรู้จักราชายักษ์ด้วยเหรอ?”

ดรีมถามขณะพยายามยืดตัวดันคางของเขาที่กดลงกลางศีรษะออกไป

“อื้ม เคยเจอกันครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้วแหละ เจ้านั่นเป็นที่มาของเผ่ายักษ์อัสนีนี่ไงล่ะ จะเรียกว่าเป็นพ่อบุญธรรมก็คงได้นะเพราะมหายักษานั่นแหละที่บอกกับปากว่าฉันเป็นลูกชาย”รันเก็บแผนที่ใส่ไอเท็มรีเดอร์และรวบแขนกอดตัวของยักษ์อัสนีอีกตนเอาไว้ต่างหมอนกอด แม้จะรู้อยู่แล้วแต่เขาก็อดทึ่งไม่ได้กับเผ่าพันธุ์มิมิกที่ปลอมตัวเป็นเผ่าพันธุ์อื่นได้เพียงแค่ได้ตัวอย่างดีเอ็นเอเพียงน้อยนิดเข้าสู่ร่างกาย และยิ่งเมื่อเจ้ามิมิกตัวน้อยนี่สามารถหายใจในโลกอสูรได้นี่ยิ่งแล้วใหญ่

อณูพลังงานในอากาศของที่นี่มันหนาแน่นมากกว่าบรรยากาศรอบตัวของโอดินเสียอีก สมแล้วที่มหายักษาบอกกับเขาและตาในครั้งแรกที่เจอกันว่าไม่อยากไปที่โลกฝั่งนู้นเพราะอณูพลังเบาบางเกินไป เป็นเขาเองหากเกิดและเติบโตในสถานที่ที่มีพลังหนาแน่นขนาดนี้หากไปอยู่ที่ฝั่งนู้นอาจจะถึงขั้นหายใจไม่ออกเลยกระมัง?

“งั้นรันก็เป็นเจ้าชายน่ะสิ?”

“ถ้าแบบนั้นดรีมก็เป็นเจ้าหญิง? เพราะยักษ์อัสนีเป็นยักษ์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วและมีเพียงมหายักษาเท่านั้นที่จะมอบเผ่าพันธุ์นี้ให้ใครได้ อีกอย่างเผ่ายักษ์อัสนีที่ดรีมใช้อยู่นี่ก็มาจากฉันนะ? ดรีมก็เลยเป็นเจ้าหญิงไง? ชอบรึเปล่า?”เสียงหัวเราะคิกคักที่ดังมาแว่วๆทำให้รันหลุดยิ้มขำ

“ถ้าแบบนั้นก็ต้องหาชุดสวย!”

ความต้องการในการหาชุดสวยของนินจาอยากเป็นเจ้าหญิงหายวับไปในทันทีที่รันฟันสันมือลงแสกกลางกบาลพร้อมหัวเราะ เขายังพอมีเวลาอีกมากในการรอเรือเหาะที่ว่าให้ถึงยังเมืองแห่งนี้เพื่อเติมเสบียง และในระหว่างนั้นการเตรียมพร้อมคือทุกสิ่งที่เขาต้องการกระทำ

“ไปดูที่ร้านขายของทั่วไปกัน เผื่อว่าจะมีระเบิดควัน”

“ไอเท็มจากโลกอสูร เย้!”สาวเจ้าร้องออกมาด้วยน้ำเสียงเริงร่าและดีดตัวขึ้นยืนพร้อมกับหันหลังมารอถุงเงินอย่างเขาด้วยรอยยิ้ม รันเพียงยิ้มรับและลุกขึ้นพร้อมกันเดินไปยังร้านขายของทั่วไปที่จำเส้นทางเอาไว้แล้วในหัวทันที ไม่ใช่ว่าแค่เขาอยากจะหาระเบิดควันให้ดรีมเพื่อที่จะใช้ทักษะได้อย่างเต็มที่ แต่เขาเองก็ต้องการหาเสื้อผ้าใหม่ให้ทั้งดรีมและเขาเองเช่นกัน

ชุดนินจากับชุดดีลเลอร์มันไม่ใช่อะไรที่เหมาะกับทะเลทรายมากนัก

และเมื่อมาถึงร้านขายของทั่วไปที่ว่านั่นเขาก็ถูกต้อนรับด้วยแมวลายเสือตัวหนึ่งที่นั่งจ้องหน้าลูกค้าอยู่หลังแผงลอย เขาแทบจะคว้าตัวดรีมเอาไว้ไม่ทันเมื่อมันร้องทักทายลูกค้าอย่างเป็นกันเองด้วยท่าทีน่ารักเกินกว่าที่ทาสแมวอย่างดรีมจะทนไหว

“มีระเบิดควันขายไหมครับ?”

เจ้าแมวเลิกคิ้ว(?)เล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าและยกอุ้งเท้าหน้าของมันขึ้นมาวาดไปเหนือแผงลอยเปลี่ยนสิ่งของที่วางให้ลูกค้าเลือกดูไปเป็นอีกชุด และดูเหมือนว่ามันจะเป็นชุดที่มากคุณภาพพอสมควรเมื่อเขาเห็นว่าดรีมที่ตื่นตะลึงไปกับการเปลี่ยนแผงสินค้าทำตาลุกวาวเมื่อเห็นของใหม่

“ระเบิดแสง ระเบิดควัน ระเบิดควันพิษ ระเบิดสะเก็ด คุไน คะบิชิ และอาวุธลับอื่นๆอีกมากมาย คุณหนูต้องการแบบไหนเลือกดูก่อนได้เลยเมี๊ยว..”รันปล่อยให้คนใช้เลือกเครื่องมือที่ต้องการไปและยกมือขึ้นเลิกผ้าคลุมของอีกฝ่ายขึ้นดูชุดนินจารัดรูปที่เธอใส่ หลังจากสังเกตุมันอยู่ครู่หนึ่งเขาก็ถอนหายใจและหันไปหาแมวเจ้าของร้าน

“มีชุดที่ดีกว่านี้ไหม?”

ชายหนุ่มว่าพร้อมชี้ไปที่ดรีม เจ้าแมวเพียงเอียงคอเล็กน้อยและขยับยิ้ม มันไม่ใช่ทุกวันที่เขาจะได้เห็นแมวยิ้มได้ชั่วร้ายแบบนั้น อย่าว่าแต่ชั่วร้ายเลย แมวมันยิ้มได้ด้วยเขาก็เพิ่งได้รู้ได้เห็นกับตาก็วันนี้เนี่ยแหละ

“เงินถึง ของถึง”

สองคำสั้นๆหลุดมาจากปากของมันทำให้เขาแทบจะล้วงเอาทองคำแท่งในไอเท็มรีดเดอร์ออกมาปาอัดหน้ามันเสีย น้ำเสียงของมันฟังดูกวนประสาทเกินกว่าที่เขาจะควบคุมสติไหว ชายหนุ่มส่ายศีรษะตั้งสติก่อนจะนำเอาทองคำแท่งออกมา ไม่ได้ปาใส่แมว แต่ยื่นให้มันดู

“พอได้ไหม?”

“เยี่ยมเลยสหาย คุณหนูตามข้ามาด้านในได้เลย อ้อ ส่วนคุณผู้ชายขอแนะนำว่าอย่าตามเข้ามาจะดีกว่า มันเรื่องของสไตล์และแฟชั่น ผู้หญิงเท่านั้น ผู้ชายอย่ายุ่ง”เขาลืมบอกไปรึเปล่าว่าเจ้าแมวกวนประสาทนี่เป็นตัวเมีย? ดรีมหันมามองเขาเล็กน้อยเมื่อถูกเจ้าแมวนั่นกระโดดลงมารุนขาให้เดินเข้าไปในตัวอาคารด้านหลังแผงลอย

และเมื่อเขาพยักหน้าให้เธอก็ยอมเดินเข้าไปในหลังร้านแต่โดยดี ทิ้งให้เขาหยิบคุไนเล่มหนึ่งบนแผงลอยขึ้นมาพิจารณาดูราวกับลูกค้าทั่วๆไป อาวุธลับในมือของเขาเป็นผลงานชั้นเลิศ แต่ยังไม่มากเท่าฝีมือของสุดยอดช่างเหล็กและนักประดิษฐ์ของเขา คุไนนี่มีส่วนผสมของโอริคัลคุมและมิธริล เขาไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อยที่เห็นของแรร์สุดๆในโลกเกมกลายเป็นเพียงเศษกรวดในโลกอสูร

แต่อย่างน้อยเขาก็เป็นต่ออยู่ตรงที่เขามีฟริกไนท์

โลหะชนิดนี้คือโลหะปรสิตจากต่างดาว ไม่มีทางมีอยู่ในโลกอสูรได้แน่นอน

หลังจากตรวจสอบโครงสร้างของคุไนยันการเรียงตัวของโมเลกุลเขาก็ต้องวางมันลงและนำเอาฟริกไนท์ออกมาสร้างเลียนแบบคุไนเมื่อครู่ เขาเปลี่ยนรูปแบบของเนื้อโลหะให้เรียงตัวซ้อนทับกันเป็นเกล็ดหลายต่อหลายชั้นเหมือนเสื้อเกราะ ความทนทานของมันจะมีมากขึ้นในรูปแบบนี้ บวกกับเพิ่มความสามารถในการทะลุทะลวงมากเข้าไปอีกด้วยผิวสัมผัสที่เรียบและลื่น

ขั้นตอนสุดท้ายก็คือหน้าที่ของราชกกุธภัณฑ์จ้าวชีวิต หลังจากศึกษาความสามารถของมันอย่างตั้งใจแล้วเขาพบว่าราชกกุธภัณฑ์ชิ้นนี้นั้นสามารถทำให้ฟริกไนท์ที่ไม่เสถียรนั้นเสถียรได้ เหมือนกับที่ไทรเดนท์ทำเพื่อสร้างอาวุธ คุไนสีดำรูปร่างคลายมีดซัดที่ปรับแต่งให้มีรูปร่างหน้าตาสวยมากขึ้นไปอีกนิดก่อนจะหม่นแสงลงจนไร้เงาสะท้อน

แม้จะเป็นอาวุธลับที่แข็งแรงและมีคุณภาพที่ดีทว่าหากไม่เพิ่มลูกเล่นเข้าไปมันก็ไม่ต่างไปจากไม้จิ้มฟันสำหรับศัตรูที่เกราะหนา ชายหนุ่มผนึกพลังเวทลงไปตามลวดลายใช้คุณสมบัติของพลังด้านลบกัดกินเนื้อของโลหะลงไปฝังเวทมนตร์ลงไปบทหนึ่ง

รันทดลองเดาะมันอยู่บนมือก่อนจะคว้ามันเอาไว้และซัดไปทางด้านหลังตรงไปยังเงาของอาคารที่ปิดทับเงาของศัตรูที่ไม่ทราบฝักฝ่ายแน่ชัดเป็นการเตือน นัยน์ตาสีเขียวเสมองไปยังนัยน์ตาคู่สีแดงสดของผู้สอดแนมอีกครั้งสื่อความคุกคามเต็มที่ ศัตรูคนนี้มีฝีมือดี ซ่อนกลิ่นอายและเก็บความตื่นตระหนกเอาไว้ได้ยอดเยี่ยม ทว่าคลื่นความคิดที่แผ่กระจายออกมารอบๆนี้ไม่มีทางรอดพ้นเขาไปได้

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังดื้อด้านไม่ยอมหนีเมื่อถูกรู้ตำแหน่งแล้วเขาก็ได้แต่มุ่นคิ้วและบังคับให้เวทมนตร์ที่หน่วงเอาไว้ไม่ให้ทำงานทันทีก่อนปะทะ

หอกสายลมเริ่มก่อตัวขึ้นมาภายในเสี้ยววินาทีระเบิดพื้นทรายที่คุไนปักเอาไว้จนฝุ่นคลุ้งกระจายไปทั่วพร้อมเสียงระเบิดจนชาวเมืองที่เดินขวักไขว่อยู่รอบๆรีบวิ่งมาดู ความดื้อด้านของผู้สอดแนมเหมือนว่าจะมีขีดจำกัดเมื่อเขาเห็นเงาร่างปราดเปรียวกระโดดหายไปบนหลังคาของอาคารข้างๆทันที

“ใครส่งมากัน เราเข้ามาที่นี่ได้ไม่ทันถึงวันดีเลยนะ?”

เขาเชื่อมต่อกับชีพจนฤดูอีกครั้งเพื่อตามหาเจ้าของเงาที่ว่า นัยน์ตาสีอำพันเป็นของเผ่าสัตว์ป่า นัยน์ตาสีน้ำเงินเป็นของเผ่าเทพ นัยน์ตาสีแดงเป็นของเผ่ามาร แต่ข้อยกเว้นคือเผ่ายักษ์ที่มีสีตาคละเคล้าปะปนกันไปหลากหลายสีและหลากหลายเป่าพันธุ์ ตอนนี้ความสงสัยของเขาหมายหัวเอาไว้สองเผ่าก็คือมารและยักษ์โดยที่เบนไปทางฝ่ายมารมากกว่า

มารเป็นศัตรูอย่างเปิดเผยต่อยักษ์ แน่นอนว่าถ้าหากตรวจจับตัวตนของยักษ์อัสนีได้ก็น่าจะส่งคนมาสอดแนม ยิ่งด้วยมียักษ์อัสนีสองตนก็คือเขาและดรีมที่ใช้ความสามารถของมิมิก พวกมันคงเดือดร้อนมากพอสมควรหากกำลังรบหลักของเผ่ายักษ์กลับมาอีกครั้ง

“รัน? เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”

รันหันกลับไปมองที่ต้นเสียงก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อเห็นชุดใหม่ของดรีม มันดูเหมือนชุดนักเรียนปกกะลาสีมากกว่าจะเป็นชุดนินจาเสียอีกถ้าไม่นับโอบิที่คาดท้องอยู่กับถุงมือเปลือยนิ้วยาวถึงต้นแขนสองข้าง ถุงเท้ายาวปิดหน้าขากับเกราะอ่อนโซ่ถักที่ใส่ซ้อนไว้ข้างใน เธอยังคงสวมผ้าพันคอไว้เหมือนเดิมและถือผ้าคลุมของเขาเอาไว้ในมือ

เขาส่ายศีรษะเบาๆและกระดิกนิ้วใช้พลังจิตดึงคุไนที่นอนแอ้งแม้งอยู่ในหลุมทรายขนาดใหญ่ตรงมุมถนนกลับมาอยู่ในมือและยื่นมันไปให้อีกฝ่าย นินจาสาวรับมันมาพลิกดูไปมาก่อนจะช้อนตาขึ้นมาเขาเป็นประกาย

“ถ้าอย่างนั้นก็เลือกซื้อแค่พวกระเบิดกับยาที่จำเป็นก็แล้วกัน เรื่องอาวุธลับเดี๋ยวฉันจัดการเอง อ้อ แล้วก็ขอซื้อเสื้อผ้าสำหรับเดินทางในทะเลทรายด้วยนะ”เขาพูดกับดรีมก่อนจะหันไปบอกแมวเจ้าของร้าน มันพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะผลุบหายกลับเข้าไปภายในหลังร้านอีกครั้งและกลับมาด้วยห่อผ้าขนาดใหญ่ที่ลอยตามมาด้วยพลังจิต

“ทั้งหมด 10,320 รี้ด หักจากทองคำแท่งนั่นก็เหลือ 320 รี้ด”รันเบ้หน้าเมื่อได้รู้ราคาที่แท้จริงของชุดของดรีมและระเบิดทั้งหลายแหละอีกเป็นหอบที่เธอกำลังลำเลียงใส่ไอเท็มรีดเดอร์อย่างขะมักเขม้น ชายหนุ่มเปิดถุงผ้าที่ห้อยเอาไว้ข้างเอวเอาเหรียญอัญมณีส่งไปให้จำนวนหนึ่งซึ่งมากกว่า 320 รี้ด

“ฉันขอถามเกี่ยวกับองค์หญิงที่จะโดยสารมากับเรือเหาะหน่อยสิ”จากสายตาของมันที่เปลี่ยนไปทำให้เขารู้ได้ทันทีว่ามันรู้ว่าเขาหมายถึงเรือเหาะลำไหน เจ้าแมวชายตาดูเหรียญที่ลอยเคว้งอยู่ด้วยพังจิตของมันและหัวเราะออกมา

“องค์หญิงลำดับที่สามของราชวงศ์ยักษ์ เป็นยักษ์เมฆาที่เชี่ยวชาญด้านการตรวจจับ เป็นนักวางแผนที่ไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่แต่ก็นับว่าพอใช้ได้ ที่อันตรายจริงๆเลยก็คือความรู้ องค์หญิงเป็นนักสำรวจที่ขึ้นชื่อเรื่องความละเอียดอ่อนและความรอบคอบ หิวกระหายในความรู้ ล่าสุดก็ถูกส่งไปหมั้นกับองค์ชายของเผ่ามารที่ต่างทวีป เดินทางกลับมาวันนี้..”เจ้าแมวหยุดพูดไปจนรันต้องเบ้หน้าและโยนเงินไปให้อีกจำนวนหนึ่งซึ่งมันก็ใช้พลังจิตรับเอาไว้ได้

“ยักษ์อัสนีที่สมควรจะสูญพันธุ์ไปแล้วเช่นเจ้าควรจะระวังตัวเอาไว้ ที่ข้าบอกว่านางชำนาญด้านการตรวจจับนั้นข้าไม่ได้ล้อเล่น ยักษ์เมฆาสามารถรู้ความเป็นไปของสถานที่ที่ห่างไกลครึ่งค่อนทวีปได้เพียงด้วยการดูก้อนเมฆ และยักษ์อัสนีคือสิ่งที่นางสนใจยิ่งกว่าโบราณสถานใดๆ”

มันส่งเหรียญทั้งหมดไปใส่ถุงเงินที่วางอยู่หลังแผงลอยก่อนจะค้อมศีรษะให้พวกเขา

“ยินดีที่ได้ทำการค้าด้วยนะสหาย แล้วก็คุณหนู.. เหตุใดที่มิมิกเช่นท่านยังมีชีวิตอยู่ในเวลานี้ข้าเองก็ไม่ทราบแน่ชัด แต่ท่านเองก็อยู่ในอันตรายเช่นเดียวกับยักษ์อัสนีเพื่อนร่วมทางของท่าน หากองค์หญิงจับตัวท่านทั้งสองได้ข้าเกรงว่ามันจะจบไม่สวยนัก”มันยิ้มออกมาอีกครั้งพร้อมกับนัยน์ตาสีอำพันทั้งสองที่ทอประกายสีแดงครู่หนึ่ง รันที่เห็นประกายนั้นก็ได้แต่เบ้หน้า

เคล็ดตามารที่ท้าวพันแสงกีบทองนำมาใช้เพื่อลดทอนความรุนแรงของอวิชชามหาวัตรนั้นเป็ยของเผ่าแมวปีศาจ แต่การที่เจอสัตว์อสูรที่ใช้ได้ทั้งลมปราณและพลังจิตได้เร็วขนาดนี้เขาถึงกับต้องเตือนตัวเองให้ระวังตัวมากขึ้น

จริงอยู่ว่าสัตว์อสูรที่เขาเห็นๆมานั้นใช้ได้หลายสายอย่างไนท์สโนว์ดร็อปก็มี แต่มันถือว่าหายากมากที่จะพบสัตว์อสูรที่ไม่ใช่สัตว์อสูรหายากใช้พลังได้หลายสายแบบนี้ ทั้งลมปราณ ทั้งพลังจิตที่ใช้อ่านใจ รวมทั้งเวทมนตร์ที่บังคับให้เหรียญนั่นลอยด้วย

“ขอบคุณสำหรับคำเตือนนะคุรแมว”

ดรีมโบกมือหย็อยๆตอบรับแมวเจ้าของร้านที่ส่งเสียงร้องบอกลา

“เราคงต้องระวังตัวให้มากกว่านี้แล้วล่ะ ใส่ผ้าคลุมได้แล้ว เหมือนว่าเรดาร์ของศัตรูเราคราวนี้จะทำงานต่ำมาก จะอยู่ใต้เรดาร์ของพวกที่มีความสามารถแบบนี้ทำได้ยากมาก”รันขมวดคิ้วนึกถึงคนที่มาสอดแนมพวกเขาเมื่อครู่ มันมีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะเป็นลูกน้องขององค์หญิงอะไรนั่นแทนที่จะเป็นเผ่ามาร และเขาก็ไม่ได้ซ่อนตัวเลยแม้แต่น้อย

ถ้าจะวันนี้จะได้บู๊อีกสักรอบสองรอบเขาจะไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย

“จับมือเอาไว้แล้วก็ห้ามปล่อยนะ แล้วก็อย่าร้องโวยวายด้วยล่ะ”ชายหนุ่มกำชับและยื่นมือออกไปให้อีกฝ่ายจับเอาไว้ ดรีมไม่เกี่ยงงอนหรือรอช้า แม้จะเต็มไปด้วยความสงสัยแต่มือเล็กๆนั่นก็จับไปที่มือของอีกฝ่ายอย่างไร้ข้อกังขา

ท่ามกลางสายตาของผู้เฝ้ามองนั้น ร่างของสองยักษ์อัสนีค่อยๆเลือนหายไปกับอากาศอย่างไร้ร่องรอย ไม่ว่าจะตรวจจับด้วยลมปราณ พลังจิต หรือแม้แต่เวทมนตร์ก็ไม่สามารถทำได้ เจ้าของนัยน์ตาสีแดงสดเดาะลิ้นไม่พอใจก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งพิงกำแพงบนดาดฟ้าเหนืออาคาร

“จับจิตสังหารไม่ได้ จับกลิ่นอายไม่ได้ ตอนที่ขว้างอาวุธลับมาก็ไม่รู้สึกถึงความต้องการในการฆ่าเลยแม้แต่น้อย”เขาสีน้ำเงินที่ขมับเรืองแสงสีทองน้อยๆพร้อมกับบาดแผลที่สีข้างจะค่อยๆสมานตัวเองอย่างแช่มช้า อาวุธลับที่ซัดมานั่นเธอสัมผัสไม่ได้ถึงเวทมนตร์ที่แฝงมาเลยแม้แต่น้อย การที่องค์หญิงของเธอรับรู้ถึงตัวตนของยักษ์อัสนีสองตนนี่ได้ก็ถือว่าเหนือชั้นมากแล้ว

แต่เมื่อเธอเห็นกับตาเธอจึงได้รู้

การที่องค์หญิงของเธอรับรู้ถึงการคงอยู่ของยักษ์ที่ควรจะสูญพันธุ์ไปแล้วทั้งสองนี่ได้ก็แปลว่าพวกมันไม่ได้มีความต้องการจะหลบซ่อนตัวเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวเจ้าของเรือนผมยาวสีแดงสดกระชับผ้าคลุมของตนให้แน่นขึ้นและมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่มีก้อนเมฆประปราย

“องค์หญิงเพคะ เป้าหมายเริ่มหลบซ่อนตัวแล้วเพคะ”

ด้วยความสามารถของนายเหนือหัวของเธอ คำพูดของเธอย่อมไปถึงหูอีกฝ่ายอย่างแน่นอน ประโยคสั้นๆนี้หมายความถึงงานของเธอที่ผิดพลาด เธอได้รับมอบหมายมาให้ติดตามดูขุมพลังสองจุดที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนที่ปรากฏขึ้นในทะเลทรายมรสุมโดยห้ามถูกพบเจอเด็ดขาด แต่ใน๘ณะที่ทำงานที่ได้รับมอบหมายอยู่นั้นเธอดันถูกพบตัวเสียได้ และนั่นหมายถึงเป้าหมายรู้ตัวแล้วและทำให้เธอไม่สามารถซ่อนต่อไปได้อีก แถมจิตคุกคามที่ส่งผ่านมาทางสายตานั่น..

“น่าสะอิดสะเอียนชะมัด.. แรงกดดันมหาศาล จิตคุกคามอันน่าคลื่นไส้ พลังของยักษ์ผู้ชายตนนั้นแข็งแกร่งมากกว่าองค์หญิงอันดับที่สองอีกนะเนี่ย เฮ้อ..”หน้าที่ของเธอจบลงไปแล้ว ที่ต้องทำตอนนี้ก็คือรอให้เจ้านายของเธอมาถึงและตามล่าสายฟ้าทั้งสองที่ควรจะสาบสูญไปแล้วนี่ด้วยตัวเอง

ด้วยข้อมูลจากการศึกษามากว่าร้อยปี เธอมั่นใจว่าเจ้าหญิงลำดับที่สามเจ้าของสมญานามผู้ตามล่าสายฟ้าจะสามารถหาตัวผู้หลบหนีทั้งสองได้พบและนำตัวกลับไปยังเมืองหลวงได้โดยปลอดภัย หากเผ่ามารรู้ถึงการคงอยู่ของยักษ์อัสนีเมื่อไหร่สัญญาสงบศึกจะจบลงทันที

และทวีปโอเกรเชียแห่งนี้จะกลับสู่ยุคสงครามอีกครั้ง

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

1,284 ความคิดเห็น

  1. #1151 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2557 / 23:37
    0.0 ท่าทาง งานจะมาหา แล้วล่ะ ความสนุกลังมาแล้วซิน่ะ
    #1151
    0