God Presentiment Online ภาค สงครามเทียมเทพ

ตอนที่ 106 : บทที่ 4 ทวีปอันสงบสุข : สายเลือดที่สาบสูญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 425
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    28 มิ.ย. 57

บทที่ 4 ทวีปอันสงบสุข
ช่วงสุดท้าย สายเลือดที่สาบสูญ

การตายแล้วเกิดใหม่ภายในโลกใบนี้นั้นเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เขายังไม่เข้าใจว่าพลังของเอรินเยสทำได้เช่นไร และแน่นอนว่าพลังของทิสิโฟนีที่ใช้ผ่านเขาเพื่อสร้างโลกใบนี้ขึ้นมาทั้งใบนั้นเป็นส่วนน้อย เขาเองก็นึกไปต่างๆนานาว่าหากนี่เป็นแค่ส่วนน้อยแล้วหากราชาโซโลมอนได้ส่วนที่เหลือทั้งหมดที่เก็บไว้ที่ใจกลางโลกอสูรแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น

รันถอนหายใจออกมาเบาๆกับการนินทาในระยะเผาขนจากแอกเนสและมาโก้ที่ญาติดีกันได้อย่างไรไม่ทราบด้วยความเหนื่อยใจ ถูกที่ว่าเขาอธิบายเรื่องโลกใบนี้ให้กับพวกเธอทั้งสองคนไปแล้ว ท่าทีของพวกเธอเมื่อหันกลับมามองหน้าเขาที่เป็นเหมือนผู้สร้างนั้นไม่ต่างไปจากเด็กอยากได้ของเล่น

ผลลัพธ์จากความผิดพลาดของเขานั้นก็คือการที่เขาใช้พลังในการลบตัวตนย้อนหลักการนั้นสร้างสวนสนุกขนาดย่อมขึ้นมาให้พวกเธอได้เล่นกันไปพักใหญ่จนสุดท้ายแล้วทั้งคู่จึงปล่อยให้เขามาจัดการเขียนระบบมาเธอร์ใหม่อย่างที่เป็นอยู่นี่

ความขัดแย้งระหว่างไทรเดนท์กับแอนดรอยด์นั้นไม่มีอะไรมาก แถมยังเป็นฝ่ายแอนดรอยด์ที่เริ่มโจมตีก่อนเพราะถูกรุกล้ำเขตแดนจากไทรเดนท์ที่เพียงแค่ส่งคนออกไปสำรวจบริเวณโดยรอบของที่ๆตนไม่มีข้อมูลเลยแม้แต่น้อยนี่ ปัญหาภายในของไทรเดนท์คือการสูญพันธุ์ที่เกิดขึ้นเพราะสภาพแวดล้อมของทวีปเกียร์เต็มไปด้วยนาโนแมชชีนที่เป็นเหมือนทรัพยากรฉุกเฉินให้กับแอนดรอยด์

สิ่งนี้นี่เองคือสาเหตุที่ทำให้แคดดี้ไม่อยากออกจากช่องเก็บของนักเมื่ออยู่ที่ทวีปออสเทีย

กลับมาที่ปัญหาเรื่องการสูญพันธุ์ของไทรเดนท์ ที่เขาต้องทำก็คือการใช้ระบบจำลองเวทมนตร์ที่มาเธอร์คิดค้นขึ้นมาผูกวิญญาณของไทรเดนท์เอาไว้กับแผ่นดินและตั้งเงื่อนไขเอาไว้ให้ตายเมื่อวิญญาณสูญสลายเมื่อถึงเวลาที่กำหนดตามอายุขัย

แม้จะไม่เหมือนการตายแล้วเกิดใหม่ของผู้เล่นแต่ก็พอทดแทนกันได้

“ขอความกรุณาเถอะ พวกเธอสองคนช่วยเลิกพูดถึงเรื่องน่าอายในวัยเด็กของฉันแล้วออกตามล่าอีเด็นควีนสักทีได้ไหม?”เขาแทบจะกุมขมับกับสองเร้ดมาเธอร์ที่ทิ้งงานของตัวเองไว้กับรีเวียร่าและเลโอเนลล์ให้จัดการสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในตัวฐานบัญชาการ

สงครามจบลงไปแล้วและไทรเดนท์ก็กำลังฟื้นฟูพร้อมทั้งมีท่าทีเป็นมิตรกับแอนดรอยด์มากขึ้น ความจริงแล้วนั้นทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่มีความขัดแย้งซึ่งกันและกันมาตั้งแต่แรกแล้วนอกจากเรื่องเหยียบหางล้ำเส้นกันยิบย่อยเท่านั้น ที่เขาจะต้องจัดการเพื่อให้ทวีปนี้กลับมาสงบสุขอีกครั้งก็คือจัดการสยบอีเด็นควีนเสียให้อยู่หมัด ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม เขาต้องการรู้เป้าหมายของพวกไบโอรอยด์ว่าต้องการอะไร

“ว่าแต่ฮูกินน์กับมูนินน์ล่ะ?”

รันเอ่ยถามเสียงเหนื่อยๆขณะยังคงพรมนิ้ววางระบบใหม่ให้กับมาเธอร์ไม่เลิกราส่งผลให้เร้ดมาเธอร์ทั้งสองที่วัดพลังแขนกันด้วยการงัดข้อต้องหันมามอง มาโก้มีท่าทีครุ่นคิดเนื่องจากไม่ได้ใส่ใจรอบข้างมากนักผิดไปกับแอกเนสที่ตอบกลับมาในทันที

“เห็นบอกว่าจะกลับไปรอรับใครสักคนในแอสการ์ดเนี่ยแหละ”

“ใช่ๆ รู้สึกจะชื่อเฟนๆอะไรซักอย่างนี่แหละ ว่าแต่แอสการ์ดคืออะไรเหรอ?”

คำพูดสมทบของมาโก้ทำให้เขาหยุดมือ

“จริงสิ เฟนริลใกล้จะถึงกำหนดคลอดแล้วนี่นา”ชายหนุ่มละจากหน้าจอมาสเตอร์คอมพิวเตอร์และเลื่อนมือเปิดหน้าต่างบอร์ดข่าวสารของกิลด์ที่เอาไว้ใช้อัพเดทสถานะและภารกิจที่กำลังทำอยู่และมองหาชื่อของรัดเกล้าและทิวไผ่ไม้ไหว หลังจากอ่านสกรีนเนื้อหาไม่นานนักเขาก็ต้องลอบหัวเราะเมื่อเควสในการคลอดเฟนริลนั้นทิวจะต้องไปทำที่แอสการ์ด เขาก็ได้แต่หวังว่าโอดินจะไม่ลงไม้ลงมือแกล้งว่าที่คุณแม่ของเฟนริลหนักไปเท่านั้น

“ขอ.. ให้คลอดออกมา.. แข็งแรงสุขภาพดี โอเค ส่ง..”

หลังจากส่งข้อความไปหยอกทิวและรัดเกล้าเล่นแล้วเขาก็หันกลับไปทำงานของตนต่อโดยลืมที่จะตอบคำถามของมาโก้ไปเสียสนิท ผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือมือขวาของเขาที่โดนแสงสีแดงตัดฉับไปจนเลือดกระฉูดด้วยความเสียหายระดับคริติคอล

“มาโก้! เล่นอะไรเนี่ยยยย!?”

ยังไม่ทันที่เขาจะได้หันกลับไปหาตัวการ เจ้าหล่อนก็โผล่ขึ้นมาบนตักของเขาจากการบิดเบือนมิติตามความสามารถของตน และด้วยโมเมนตัมแล้วมันจึงทำให้เขาหงายหลังล้มตึงลงไปกับพื้นทั้งเก้าอี้ที่นั่งอยู่อย่าน่าอดสูพร้อมด้วยค่าความเสียหายอีกแสนเศษ

ย้ำเตือนอีกครั้ง.. ระดับตอนนี้ของเขากลับมาร้อยกว่าๆเท่าเดิมแล้ว

“ใจเย็นๆนะมาโก้ ตอนนี้เลือดฉันไม่ได้เยอะแบบตอนก่อนหน้านี้แล้วนะ ยังไงก็ช่วยเพลาๆมือเอาไว้บ้างเถอะ ขอร้องล่ะ”เขาได้แต่ร้องขอด้วยสีหน้าซีดเซียวขณะพยายามคืนสภาพแขนของตัวเองด้วยพลังงานด้านลบและฟื้นเลือดที่เสียไปด้วยเคล็ดรอนฤดู ทว่าฝ่ายฉลามสาวนั้นไม่ได้มีเค้าแววของคำว่าออมมืออยู่เลยแม้แต่น้อยเมื่อได้เพื่อนร่วมอุดมการณ์อย่างแอกเนสที่ค่อยๆคลานเข้ามาใกล้

“เลือดไม่เยอะแล้วยังไงล่ะ? พวกเราไม่ปล่อยให้รันตายง่ายๆแบบนั้นหรอกน่า”อดีตทหารสาวผู้เจนสมรภูมิว่ายิ้มๆขณะก้มลงจรดริมฝีปากที่หน้าผากของเขาพร้อมกับตัวเลขสีเขียวที่เด้งขึ้นมาพรวดเดียวหลายสิบล้านจนเขาต้องกระอักพร้อมด้วยสถานะเลือดไหล

“...นี่ก็ฮีลเยอะไป”หากเป็นไปได้เขาก็อยากจะเลือกเจอสองคนนี้ทีละคนมากกว่าพร้อมๆกันแบบนี้ หากไม่นับศึกหนักหลังจากการสารภาพความจริงที่เขาพบเจอมาเมื่อครู่แล้วเขาก็ไม่รู้ว่าจะเรียกอะไรว่านรกบนดินอีก มาโก้ที่ทั้งกัดทั้งฉีกเนื้อเขาสดๆด้วยปากและพลังของตัวเองบวกกับแอกเนสที่โอ๋เขาราวกับคุณแม่มือใหม่ที่เลี้ยงลูกไม่เป็นและเอาแต่กอดเขาจนกระดูกแตกละเอียด

ค่าความอดทนที่เพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็วจะทำให้เขาซาบซึ้งไปอีกหลายวันและรู้ถึงบทเรียนในวันนี้ว่าไม่ควรเจอคอมโบมาโก้+แอกเนสพร้อมกันเป็นอันขาด

“มาเธอร์พร้อมรึยังล่ะ? นั่งเล่นแบบนี้เฉยๆมันชักเบื่อแล้วนา..”ในตอนนี้เขาพร้อมจะเตรียมใจเข้าคุกแล้วเมื่อคุณฉลามผู้ถึก ดิบและเถื่อนเริ่มแสดงสีหน้าเหมือนคนอยากยาออกมาพร้อมกับเริ่มปลดกระดุมเขาอีกครั้ง ทว่าจอมมารของเรานั้นยังไม่เป็นไอ้ไก่อ่อนยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำฝ่ายเดียวเมื่อรันจัดการเทเลพอร์ทตัวเองออกจากสถานการณ์อันไม่น่าดูนี้ได้อย่างหวุดหวิด

“ถ้าไม่อยากเบื่อก็ออกไปจับตัวอีเด็นควีนกลับมาสิ!”รันตวาดเสียงค่อยขณะติดกระดุมกลับอย่างรีบร้อนโดยมีอีกมือยื้อดึงกางเกงเอาไว้ไม่ยอมให้แอกเนสรูดมันลงไปกองที่ข้อเท้าอีกครั้งหลังจากที่เพิ่งใส่กลับเข้าที่มาได้ไม่นาน

“รันนี่ก็น้า.. ไม่รู้อะไรเอาซะเลย ที่อยู่ของอีเด็นควีนน่ะพวกเรารู้ตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก รันก็น่าจะรู้ใช่ไหมว่าไบโอรอยด์น่ะแรกเริ่มเดิมทีคือมังกรที่ถูกทำให้กลายพันธุ์ด้วยอุกาบาตจากนอกโลก สิ่งหนึ่งที่มังกรมีและเป็นสิ่งที่มีค่ามากคืออะไรรันรู้ไหม?”สองแก้มของชายหนุ่มเริ่มขึ้นสีแดงฉานอีกครั้งเมื่อคราวนี้แอกเนสไม่ได้เลือกใช้ไม่อ่อนเช่นเคย กางเกงที่ถูกฉีกจนขาดด้วยแรงเพียวๆนั้นทำให้เขาต้องแทบร้องไห้อยากกลับไปหาโคลอี้กันในทันทีเลนทีเดียว

ถ้าแอกเนสมีรูปร่างเป็นผู้ใหญ่แบบตอนที่เจอกันครั้งแรกมันจะดีกว่านี้ไม่น้อย แล้วนี่อะไร ติดอยู่ในร่างเด็กแบบนี้มันเหมือนกับว่าเขากำลังพรากผู้เยาว์อยู่เลยน่ะสิ ไม่สิ.. ถูกผู้เยาว์พรากความบริสุทธิ์ต่างหากล่ะ!

“ฉันจะไปรู้เร้อ~ แว๊กก! ใจเย็นๆ ยากัดด!”ด้วยสิงโตขาวที่พันแข้งพันขาอยู่ทำให้เขาต้องเสียหลักล้มลงไปเป็นเหยื่อให้กับฉลามน้อยที่คราวนี้ไม่ได้กัดสุดแรงแบบเคยแต่กลับค่อยๆขบกัดที่ต้นคอและติ่งหูเบาๆอย่างยั่วอารมณ์

“นี่พวกเธอไปรู้เรื่องพวกนี้มาจากไหน!? โอ้ววว!!”

เทคนิคและลูกเล่นแพรวพราวพวกนี้มากจากไหนนั้นเขาเองอยากรู้มากกว่าใครเพื่อน แต่ที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือเขาจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์แบบนี้ได้ยังไงต่างหาก รันกัดฟันหลับหูหลับตาเทเลพอร์ทหลบจากสองปีศาจสาวอีกครั้งและสลายร่างกลายเป็นร่างพลังงานในทันที และเพื่อความปลอดภัยเป็นชั้นที่สองด้วยความกลัวว่าแอกเนสจะจับตัวเขาได้ ร่างพลังงานที่ว่าจับตัวยากแล้วนั้นก็สลายกลายเป็นไอลอยอยู่ในอากาศมันเสียเลย

“โธ่ อดสนุกเลยสิแบบนี้”แอกเนสว่ากลั้วหัวเราะและจัดการตั้งเก้าอี้ที่ล้มลงแล้วโผขึ้นไปนั่ง ปล่อยให้มาโก้นั่งจุ้มปุ๊กแก้มป่องไม่ยอมรามืออยู่กับพื้น รันปล่อยให้ฉลามสาวทำใจได้ไม่นานนักก็ต้องสำลักลมเมื่อเจ้าหล่อนดันจี้ถูกจุด

“อุตส่าห์จะทำเหมือนในห้องคาราโอเกะให้แท้ๆเลยเชียว”

“นี่รู้กันถึงขั้นนั้นเลยงั้นเรอะ? ฉันดูในหัวเธอแทบไม่เห็นอะไรแต่พอเธอเข้ามาในหัวฉันนี่รู้ตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยยันฝาบ้านเลยเรอะ? ไม่แฟร์อะ! ไม่แฟร์เลยจริงๆ!”ความทุกข์ของเขาคือความสุขของพวกเธอ เรื่องนี้เขากล้าการันตีเลยว่ามันเป็นความจริงแบบร้อยทั้งร้อยต้องถูก

“ฮะๆๆ ..โอเคๆ พอแล้วๆ เข้าเรื่องเลยดีกว่า ที่อยู่ของอีเด็นควีนน่ะ”

มาโก้ริดน้ำตาออกมาก่อนจะลุกขึ้นกอดอก

“เดิมทีแล้วไบโอรอยด์นั้นเริ่มขึ้นมาจากมังกรกลายพันธุ์ ยีนของพวกมันจึงมีลักษณะที่อยู่ในรูปแบบเดียวกับมังกร ดังนั้นพวกมันจึงมีคุณสมบัติแบบเดียวกัน ลักษณะทางกายภาพที่คล้ายกัน และมีสมองที่คล้ายกัน สิ่งที่มังกรมีแต่มนุษย์ไม่มีก็คือความทรงจำมังกร”คีย์เวิร์ดนี้สร้างความกระจ่างขึ้นมาให้กับเขาได้อย่างแจ่มชัด ความทรงจำของมังกรก็ตามชื่อ มันจะส่งผ่านความรู้ของบรรพบุรุษไปยังรุ่นลูกรุ่นหลานส่งต่อกันไปแบบรุ่นสู่รุ่น

และที่อยู่ของอีเด็นควีนก็เป็นความรู้ที่ส่งผ่านมาทางความทรงจำนั้นเช่นกัน

“ถ้ารู้ตั้งแต่แรกแล้วก็บอกกันก่อนสิ โธ่”

ทั้งสองได้แต่หัวเราะกับความระแวดระวังตัวของรันโดยลดท่าทีคึกคักลงไปในทันที สร้างความแปลกใจให้กับคู่สนทนาที่ยังไม่ยอมปรากฏกายได้จนเกินพอดี ความอึดอัดที่แสดงออกมาจากสีหน้าของทั้งสองนั้นย่อมหมายถึงงานของเขาต่อไปนี้จะไม่มีทางราบรื่นแน่นอน

“มีเรื่องอะไรรึเปล่า?”

“จะว่าเป็นเรื่องยุ่งมันก็ได้ จะว่าเป็นเรื่องที่ไม่มีทางจบได้มันก็ได้.. ถ้าจากที่พวกเรารู้เรื่องของรันมาแล้วอีเด็นควีนก็ต้องมีโอกาสรู้ได้เช่นกันถ้าหากว่านางละเมอตื่นขึ้นมาหรือว่ามีสติขึ้นมาชั่ววูบ”แอกเนสยกมือขึ้นกอดอกถอนหายใจด้วยความจนปัญญา ทว่าปัญหาที่เธอบอกว่าไม่มีทางแก้นั้นมันไม่มีทางมีอยู่จริงสำหรับเขา ทุกปัญหาย่อมมีทางออกไม่ว่าจะตรงๆ อ้อมๆ หรือแฝงอยู่ในปัญหาก็ตามที

“มันคืออะไร? แล้วที่พูดมานั่นเหมือนกับว่าอีเด็นควีนไม่ได้อยู่ในสถานะที่มีอิสระและพูดคุยโต้ตอบได้อย่างงั้นแหละ? แล้วเรื่องที่เธอรู้จากฉันมันไปเกี่ยวอะไรด้วย?”คำถามที่มากมายทำให้เขาจำต้องปรากฏร่างออกมาเพื่อแบ่งสมาธิพร้อมที่จะขบคิดปมปัญหาที่กำลังจะถูกโยนโครมมาทีเดียว

“ปัญหามันก็คือว่าอีเด็นควีนอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของรังไบโอรอยด์ทางตอนตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปห่างจากชายฝั่งไปประมาณ 4-5 มันเป็นรังลับใต้ทะเลที่อีเด็นควีนซ่อนตัวอยู่เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บจากการปะทะกันกับบลัดก็อดเดสและวิซาร์ด แน่นอนว่าแค่รักษาตัวน่ะยังไม่เท่าไหร่ แต่ที่เป็นปัญหาและทำให้เราไม่สามารถฝ่าดงลูกจ๊อกเข้าไปหาอีเด็นควีนได้คือผนึกของวิซาร์ด”

ชื่อของตัวป่วนประจำทวีปที่โผล่มาทำเอาเขาแทบตบะแตกและเพิ่มข้อหาให้กับวิซาร์ดไปอีกกระทงทบไปกับรายการที่ยาวเป็นหางว่าว วิซาร์ดเป็นจอมเวท และสายเวทมนตร์ก็ไม่ใช่สายที่เขาถนัดที่สุด ถ้าจะให้คลายผนึกจากเวทมนตร์ล่ะก็ริวหรือรัดเกล้าจะดีที่สุด

แน่นอนว่าเขาจะใช้ทักษะอาชีพสลายผนึกไปเลยก็ได้แต่คนอย่างวิซาร์ดไม่มีทางลงผนึกไว้ชั้นเดียวสำหรับศัตรูระดับเร้ดมาเธอร์ตนแรกแบบอีเด็นควีนอย่างนี้ และการใช้ทักษะอาชีพลบผนึกหลายๆชั้นนั่นก็อาจจะส่งผลเสียแบบเดียวกับตอนที่เขาแยกร่างแบล็คเบลล์ออกมาจากสโนว์ดร็อปด้วยก็เป็นได้

เขาที่เข้าใจการทำงานของมันแล้วยิ่งไม่อยากจะไปยุ่งกับทักษะที่มีระดับสูงๆจนต้องเสี่ยงสวัสดิภาพของตัวเองโดยเด็ดขาด

“ถ้าเป็นผนึกกักขังธรรมดาๆของวิซาร์ดอย่างเดียวนั้นไม่มีทางขังอีเด็นควีนที่ฟื้นฟูเต็มที่ได้แน่นอน ดังนั้นมันจึงเพิ่มผนึกรูปแบบเงื่อนไขเข้าไปอีกสองชั้นซึ่งก็คือแอบโซลูทโพรเท็คชันที่ป้องกันความเสียหายจากทั้งภายในและภายนอกที่มีต่อผนึกและโครนิกเคจที่บิดเบือนการไหลเวียนของเวลาทำให้การรักษาตัวของอีเด็นควีนแทบเป็นไปไม่ได้ พวกมันเป็นผนึกเงื่อนไขที่จะปลดได้ด้วยสิ่งของหรือการกระทำที่ตรงกับเงื่อนไขที่ตั้งเอาไว้ และเงื่อนไขมันก็ไม่ธรรมดา..จากความทรงจำที่บลัดก็อดเดสฝากเอาไว้”

สมกับเป็นวิซาร์ด เขาต้องลอบสรรเสริญบุพการีของเกมมาสเตอร์เจ้าปัญหานี่ไปครั้งแล้วครั้งเล่า ถ้าเป็นฝีมือระดับวิซาร์ดแล้วหลายรอยปีที่ผ่านมาข้างนอกนี่คงไม่ถึงวันภายในผนึกด้วยซ้ำ แถมยังกันไม่ให้สร้างความเสียหายจากการโจมตีโดยตรงทั้งจากภายในและภายนอกอีก

น่ากลัวว่าเงื่อนไขของผนึกทั้งสองจะเป็นอะไรที่เป็นไปไม่ได้เสียด้วย

“แล้วที่บอกว่ามันเป็นไปไม่ได้นี่คือ..?”รอยยิ้มที่โผล่ขึ้นมาบนใบหน้าของมาโก้หลังจากคำถามจองเขานั้นดูสิ้นหวัง มันมาพร้อมๆกับคำพูดที่ทำให้เขารู้สึกแบบเดียวกันกับผู้พูดไม่มีผิดเพี้ยน

“เงื่อนไขของผนึกที่ทำหน้าที่บิดเบือนเวลาคือเลือดสดๆของวิซาร์ด ส่วนผนึกเงื่อนไขชั้นที่สองก็คือเลือดสดๆของไอเรีย แต่บลัดก็อดเดสนั้นในตอนนี้ก็ไม่ต่างไปจากอยู่ระหว่างการสาปตัวเองหรือการจำศีล เป็นร่างเปล่าๆที่ไม่มีวิญญาณ ให้ปลุกยังไงก็ไม่มีทางตื่น.. บวกกับความทรงจำของบลัดก็อดเดสด้วยแล้ว ถ้าหากไม่มีไอเรีย ผนึกของอีเด็นควีนก็ไม่มีทางสลายไปได้”

จบข่าว.. มันเป็นเงื่อนไขที่ไม่มีทางเป็นไปได้มาตั้งแต่แรก!

“วิซาร์ดดดดด! ไอ้ชิงหมาเกิด! จะทิ้งบอมบ์ไว้ให้อีกกี่ลูกถึงจะพอใจกันฟะ!?”ถ้ามันไม่ได้ระบุเอาไว้ชัดเจนว่าเลือดสดๆเขาจะไม่ปรี๊ดแตกแบบนี้เลย ถ้ามันไม่ใช่เลือดสดๆที่เขาต้องทำก็แค่ไปเจาะเอาเลือดจากร่างของไอเรียที่แล็บฯมา ส่วนเลือดของวิซาร์ดก็แค่ดักรออยู่ที่เมืองเริ่มต้นรออีเว้นท์แล้ววิ่งไปต่อยปากวิซาร์ดก็เท่านั้น แต่นี่ดันระบุไว้ว่าสดๆ..

“รันเองก็คิดเหมือนกันใช่ไหมล่ะ ถ้าไม่ได้ระบุไว้ว่าเลือดสดๆล่ะก็ยังมีวิธีลัดอีกบานตะไท แต่นี่ไม่มีทางทำได้เลยแม้แต่น้อย เรื่องการสร้างทวีปที่สงบสุขก็คงต้องพับเอาไว้เท่านี้และร่วมมือกันกำราบไบโอรอยด์ให้ได้ด้วยกำลังที่มีเท่านั้น เฮ้อ”มาโก้ถอนหายใจก่อนจะดีดผึงลุกขึ้นมาบิดกายสลายตัวขี้เกียจ ทว่าในขณะเดียวกันนั้นแอกเนสที่มีวุฒิภาวะทางความคิดสูงกว่ากลับยังไม่หลุดจากภวังค์

“แต่ว่า.. รันก็ใช้ทักษะอาชีพลบผนึกได้ไม่ใช่เหรอ? ถึงจะมีขีดจำกัดแต่ก็เว้นช่วงได้นี่นา? ไม่สิ ถ้าลบผนึกเวลาไปก่อนอีเด็นควีนก็จะรักษาตัวได้ทำให้เราไม่มีทางคุยด้วยสำเร็จ และถ้าลบผนึกป้องกันไปไบโอรอยด์ข้างนอกก็คงจะรุมทำลายผนึกจนพังเละในวิฯเดียวแน่ๆ”แม้จะดูสิ้นหวังทว่าแอกเนสนั้นยังไม่หมดกำลังใจและพยายามคิดหาทางหลบรอดจากเงื่อนไขให้ได้ ไม่นานนักสีหน้าคร่ำเคร่งของเธอก็กลายเป็นกระจ่างใส เลือดของวิซาร์ดและเลือดของไอเรีย ปัญหาแบบนี้มันง่ายราวกับปอกกล้วย!

“เลือดของวิซาร์ดกับไอเรีย แค่ให้รันตามตัวเดียร์กลับมาก็จบเรื่องแล้วนี่?”

เสียงที่โพล่งขึ้นมาเหมือนน้ำที่สาดโครมเข้าเต็มหน้าของรัน เดียร์ที่เป็นลูกสาวทางสายเลือดของวิซาร์ดและไอเรียย่อมสามารถบรรลุเงื่อนไขทั้งสองประการได้ง่ายๆ แต่การจะตามตัวเดียร์กลับมานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะโลกอสูรนั้นอันตรายกว่าที่เขาเคยคิดเอาไว้แบบผิดหูผิดตา

“มันก็จริง แต่จะตามตัวกลับมามันไม่ใช่เรื่องง่ายๆน่ะสิ”

โลกอสูรนั้นอันตรายต่างกับที่นี่ลิบลับ ถึงเขาจะยังมั่นใจว่าเดียร์ยังมีชีวิตอยู่เพราะว่าสัญญาคู่หูยังไม่หายไปเช่นเดียวกับชิกิล คิคิโมร่าที่ผันตัวไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กคอยติดตามรับใช้เดียร์ยันโลกอสูร สัญญาของทั้งคู่ยังอยู่ดีแต่สถานะของทั้งคู่นั้นกลับไม่สามารถระบุไดด้วยหน้าต่างระบบ

เขาเห็นแบบนี้มานานแล้วแต่ก็ไม่ได้เอะใจเพราะไม่รู้เกี่ยวกับโลกอสูรมากนัก แต่เมื่อเขารู้ข้อมูลจากข้อมูลที่ขโมยมาจากโซโลมอนเรียบร้อยแล้วเขาจึงเริ่มที่จะกังวล

เขาอยากจะจบปัญหาของทวีปนี้ก็จริงอยู่แต่ถ้ามันเกี่ยวกับเดียร์ที่อยู่ในโลกอสูรเห็นทีว่าเขายังจำเป็นต้องรอเพราะว่าไม่มีความพร้อมที่จะไปฉายเดี่ยวในดินแดนที่ไม่คุ้นเคยโดยเป็นตายเท่ากัน ชีวิตเดียวที่เขาจะพาไปยังโลกอสูรคือชีวิตเดียวที่เขาไม่อาจจะเสี่ยงเสียไปได้ เขาไม่เหมือนไอริสที่ล็อกเอาท์ออกไปนอกเกมไม่ได้ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่าถ้าตายแล้วจะตายเลยรึเปล่า

แต่ไม่ตายเลยคือดีที่สุด ดังนั้นเขาจะต้องเตรียมความพร้อมให้ดีและฝึกใช้เวทมนตร์สายลบคูลดาวน์และยืดเวลาทักษะให้มากกว่านี้ก่อน

“รันรู้ว่าทางนั้นมันอันตราย แต่ทางนี้เองก็อันตรายเหมือนกันนะเพราะว่ามันแข่งกับเวลา อีเด็นควีนถูกขังไว้หลายร้อยปีก็จริงอยู่ แต่ว่าไม่มีใครรู้ว่าเวลาในนั้นเดินไปเท่าไหร่แล้วและไม่มีใครรู้ว่าอีเด็นควีนจะต้องใช้เวลามากแค่ไหนในการรักษาตัวเอง การที่ไม่ออกมาอาละวาดนั้นมีอยู่สองกรณีคือยังรักษาตัวไม่หายหรือว่ากำลังรออะไรบางอย่าง”

และอะไรบางอย่างนั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาพิสมัยนัก ความไม่รู้จะนำไปสู่ความผิดพลาด และความผิดพลาดทุกรูปแบบมักจะมาพร้อมกับราคาที่แพงถูกต่างกันไป และในเมื่อนี่คือปัญหาเกี่ยวกับเร้ดมาเธอร์ ราคาของความผิดพลาดที่ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่นี้จะต้องแพงสุดๆแน่นอน

รันนิ่งคิดก่อนจะค่อยๆเดินไปหาแอกเนสและผลุบตัวลงนั่งโดยช้อนตัวเจ้าหล่อนให้ขึ้นมานั่งซ้อนบนตัก ถ้ามันแข่งกับเวลาอย่างที่มาโก้ว่าจริงๆแล้วล่ะก็ยิ่งเร็วยิ่งดี ยิ่งมีเวลาเตรียมพร้อมมากเท่าไหร่มันจะยิ่งมีประโยชน์กับพวกเขามากเท่านั้น

ชายหนุ่มติดต่อไปยังออซที่แล็บฯ ไม่นานนักหลังจากรอให้ต่อสายไม่ถึงนาทีใบหน้าของหญิงสาวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยสีสันแปลกตาทั้งจากของเหลวและฝุ่นสีก็ปรากฏขึ้นมาในหน้าต่างสนทนา ออซมีท่าทีแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นเด็กที่ไหนก็ไม่รู้มานั่งตักร่างต้นของตัวเองแต่ก็ไม่ได้ตั้งคำถาม ในทางกลับกันรันดันเป็นฝ่ายที่ตั้งคำถามเองเสียอีก

“ถ้าจะให้ต่อระบบวาร์ปจากที่ฐานไทรเดนท์นี่ไปยังวัลเคียวเร่เลยจะใช้เวลาเท่าไหร่?”คำถามที่รวบรัดตัดตอนแบบนี้สื่อได้ความหมายเดียวว่าหากนี่ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนก็ต้องเป็นเรื่องคอขาดบาดตายที่ห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด

ออซกระพริบตาปริบๆก่อนจะวางหนังสือเล่นแร่แปรธาตุที่อิมพอร์ทมาจากทวีปเกียร์ลงและขมวดคิ้ว อัจฉริยะสาวหรี่ตาลงเล็กน้อยหลังจากตัวเลขโผล่ขึ้นมาในหัวของเธอ ทว่าเจตจำนงของรันนั้นกลับไม่ยอมปรากฏออกมาให้รู้ตามกฎของร่างแยก

“ประมาณหนึ่งชั่วโมงถ้าชั้นทิ้งงานที่ทำอยู่นี่ไปจัดการให้เลย แต่ถ้านายไม่อยากให้ว่าที่ลูกสะใภ้... หรือว่าลูกเขย? เอาเถอะ ถ้าไม่อยากให้คนที่เอวาปิ๊งต้องเปื่อยไปทั้งอย่างนี้ก็รอสักสามชั่วโมง เดี๋ยวจะติดต่อไปอีกทีถ้าจัดการให้เสร็จแล้ว”ออซตัดจบบทสนทนาไปในทันทีที่รู้ว่าเขากำลังจะตั้งคำถาม พ่อหวงลูกสาวนิ่วหน้าเล็กน้อยก่อนจะซุกหน้าลงกับเรือนผมฟูสีขาวของแอกเนสบนตัก

“ลูกสาวฉันจะออกเรือนหรือว่าไงกันแน่นะ?”

มาโก้และแอกเนสที่ได้ยินน้ำเสียงน้อยใจนั้นได้แต่หัวเราะ

“จะแต่งออกหรือแต่งเข้าคนที่ลูกสาวรันปิ๊งก็คือรีเบ็คก้าไม่ใช่รึไง? แรธที่เก่งพอๆกับเร้ดมาเธอร์น่ะดูและแอนดรอยด์ลูกสาวของรันได้สบายบรื๋อ”แม้เขาจะสงสัยกับรีเบ็คก้าที่มาโก้ว่านี่อยู่นั้นเป็นใครแต่ก็ได้แต่ปลงตกเมื่อแอนดรอยด์ที่เขาสร้างดันไปปิ๊งกับศัตรูกลางสนามรบเข้าให้

“เหมือนว่ากรรมที่ไปล้อริวมันบ่อยจะเข้าตัวซะแล้วแฮะ”

คำบ่นกลายๆของรันคือประโยคสุดท้ายที่ดังขึ้นมาในห้องเล็กๆที่เป็นที่ตั้งเซิร์ฟเวอร์ของมาเธอร์ นอกจากเสียงพรมนิ้วและเสียงลมหายใจแผ่วเบาจากสองเร้ดมาเธอร์ที่เบียดกันอยู่บนตักของรันแล้วก็ไม่มีเสียงอะไรอีกไปจนเกือบชั่วโมง

รันเม้มริมฝีปากเล็กน้อยและถอนหายใจ

“หลังจากออซมาติดตั้งระบบวาร์ปให้ที่นี่แล้วฉันอยากให้พวกเธอสองคนจัดคนจากไทรเดนท์และจากแอนดรอยด์ให้ได้จำนวนหนึ่งขึ้นมาเป็นคณะทูตเจรจา ไปยังวัลเคียวเร่และตามหาเอเธน หมอนั่นจะจัดการเรื่องสัญญาพันธมิตร การจัดการทรัพย์สินและเปิดตลาดซื้อขายวัตถุดิบให้ เกียร์มีทรัพยากรโลหะเป็นจำนวนมาก ฉันมั่นใจว่าพวกเธอจะทำรายได้ได้มากจนจัดหาวัตถุดิบที่ต้องการมาปรับสภาพทวีปนี้ให้เป็นไปอย่างที่ต้องการได้”มือทั้งสองที่ยกขึ้นมาวางแปะบนศีรษะของเด็กสาวทั้งสองรั้งพวกเธอให้แนบหูฟังเสียงหัวใจของเขาอย่างเสียไม่ได้

พวกเธอรับรู้และเข้าใจเจตนาของเขาในทันทีที่ความคิดของเขาสื่อผ่านมาทางสัมผัส แอกเนสและมาโก้แทบจะยิ้มออกมาพร้อมๆกันเมื่อรับทราบถึงความต้องการและความเอ็นดูเอาใจใส่ที่มีให้พวกเธอของเขานั้นแรงกล้ามากเพียงใด

“สำหรับพวกเธอสองคนถ้ายังอยากอยู่ที่นี่ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ แต่อย่างน้อยก็ผลัดกันมาเติมพลังงานที่นี่กันอาทิตย์ละครั้งก็ยังดี ฉันเชื่อว่าไทรเดนท์จำนวนมากอยากจะอยู่ที่บ้านของตนเองมากกว่าเมืองของฉันแน่นอน พอไปถึงที่วัลเคียวเร่แล้วให้บอกเอเธนว่าพวกเธอคือมือซ้ายและมือขวาของฉัน เดี๋ยวหมอนั่นจะจัดหาที่อยู่อย่างดีให้พวกเธอเอง”

ฉับพลันบรรยากาศอันแสนอบอุ่นพลันกลายเป็นหนาวเย็นเมื่อแอกเนสและมาโก้เกิดไม่พอใจขึ้นมากับคำบางคำในประโยคเมื่อครู่ที่หลุดออกมาจากปากของรัน ชายหนุ่มจำต้องยิ้มแห้งๆและแก้คำของตัวเองใหม่อีกครั้ง

“บอกเอเธนว่าเธอเป็นอะไรกับฉัน ถ้าเจอลูหรือโคลอี้ก็พยายามอย่าเล่นแรงล่ะ ไม่ใช่ว่าฉันไม่เชื่อว่าพวกเธอไม่เก่งแต่ฉันไม่อยากให้เมืองที่เพิ่งสร้างขึ้นมาต้องพังลงเพราะการรับน้อง”เสียงหัวเราะคิกคักดังมาแว่วๆพร้อมกับร่างเล็กทั้งสองที่เบียดแนบชิดเข้าหาเข้ายิ่งเข้าไปอีก

“จะพยายาม แต่ไม่สัญญาหรอกนะ”มาโก้ยิ้มกริ่มขณะพูด

“เดี๋ยวจะระวังตัวดีๆเลย แค่บอกไปให้ทั่วว่ารันเก็บพวกเราเข้าฮาเร็มมาได้แค่นั้นก็พอแล้วใช่ไหม?”ผิดกับแอกเนสที่หยอกเขากลับมาด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริงจนเขาต้องเสียวสันหลังวาบ เกิดทั้งสองคนนี้ไปประกาศโต้งๆขึ้นมาล่ะก็เขากลัวว่าเขาเองนี่แหละจะเกมโอเวอร์เพราะโดนรุมประชาทัณฑ์

เก็บสาวเข้าฮาเร็มมาได้ไม่มีใครว่า แต่เก็บเด็กมาเลี้ยงต้อยแบบนี้วอล์คเล่นเขาชัวร์

“เอาน่า ฉันว่าพวกเธอรู้ว่าคนไหนควรระวังคนไหนเล่นด้วยได้ โอเคนะ?”รันยีหัวพวกเธอรอบหนึ่งก่อนจะรั้งตัวเข้ามาหอมแก้มฟอดใหญ่ไปคนละครั้งและลดมือลงไปกดเอ็นเทอร์ที่คีย์บอร์ดเพื่อเริ่มการรีบูทเซิร์ฟเวอร์ใหม่ อาการไฟตกครู่หนึ่งทำให้เกิดเสียงจ่อกแจ่กจอแจดังออกมาจากหลังบานประตูที่ด้านหลังของพวกเขา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าระบบอันสมบูรณ์แบบอย่างมาเธอร์ไม่มีทางยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ ดังนั้นนี่จึงเป็นสัญญาณใหม่ที่บ่งบอกว่าการปฏิรูปได้เริ่มขึ้นแล้ว

รันอมยิ้มออกมาเมื่อจับคลื่นความคิดของทั้งสองสาวได้

“มาเธอร์น่าจะสร้างร่างอวตารขึ้นมาที่สวนชั้นล่าง ถ้าจะไปหาฉันก็ไม่ว่าหรอกนะมาโก้ ต่อให้มีความทรงจำอยู่แต่ฉันว่าพวกเธอสองคนยังต้องเริ่มทำความรู้จักกันอย่างลึกซึ้งอีกครั้งใหม่เลยล่ะ”เขาหันไปยิ้มให้กับมาโก้ก่อนจะหันไปหาอีกคนเมื่อฉลามน้อยกระชากมิติพาตัวเองไปยังเป้าหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ส่วนแอกเนส ฉันว่าเธอไปดูใจคุณแม่หน่อยก้ดีนะ เพราถึงจะเป็นแค่ผู้บริจาคยีนและไม่ได้ตั้งท้องแต่แม่ก็คือแม่ ช่วงเวลาที่พวกเธอใช้ด้วยกันไม่มีทางลบหายไปได้ กลายเป็นเร้ดมาเธอร์แบบนี้แล้วฉันว่าพวกเธอคงจะมีอะไรต้องทำความเข้าใจกันครั้งใหญ่เลยล่ะ”เด็กสาวพยักหน้าและกระโดดผล็อยลงจากตักของเขาและวิ่งออกไปจากห้องนี้ทันที

เหลือเพียงเขาที่ตอนนี้หยิบนาฬิกาออกมาเตรียมพร้อมวาร์ปไปยังสุสานแห่งน้ำตา

ถ้าหากว่าเรื่องอีเด็นควีนนั้นแข่งกับเวลาแล้ว การตามหาตัวเดียร์ให้เจอในโลกอสูรนั้นแข่งกับเวลายิ่งกว่า งมเข็มในมหาสมุทรยังถือว่าง่ายยิ่งกว่าเสียอีก ทันทีที่เขาไปยังโลกอสูรก็เท่ากับว่าเขาหูตามืดบอดมองอะไรไม่เห็นเมื่อไร้การช่วยเหลือจากระบบ ดังนั้นหากจะเริ่มก็ต้องเริ่มยังที่ๆเขามีอิทธิพลมากที่สุด

เมืองยักษ์..

 

 

มันเป็นยามบ่ายแก่ๆที่เขากลับมาเหยียบทวีปออสเทียอีกครั้งและมิหนำซ้ำยังเดินดุ่มๆออกมาจากจุดวาร์ปของเมืองเริ่มต้นได้หน้าตาเฉยโดยไม่สนใจเสียงซุบซิบและทักษะโจมตีทั้งหลายแหล่ที่ประเคนมาให้โดยไม่ต้องเสียเงิน เขารับค่าความเสียหายของผู้เล่นระดับมากกว่าเขามาฟรีๆก่อนจะสวนกลับไปด้วยข้ออ้างที่ว่าเป็นการป้องกันตนเองโดยการส่งไปรอเกิดโดยไม่ต้องเสียอะไร

ไม่มีใครบ้าประกาศตัวเองเป็นสัตว์อสูรกลางเมืองเริ่มต้นเวลาอยู่คนเดียวหรอก

รันใช้เวลาไม่นานนักจากการเดินเอื่อยๆชมวิวสองข้างทางและเทเลพอร์ทย่นระยะสั้นๆบ่อยๆตลอดทาง จนในที่สุดเขาก็มายืนหยุดอยู่หน้าเหมืองมิธริลร้างที่บัดนี้กลายเป็นถ้ำฟริกไนท์ที่เป็นแหล่งซ่องสุมของไบโอรอยด์อันตรายนานานับร้อยตัว

เขาหวังเอาไว้นิดๆว่าในอีกไม่นานไบโอรอยด์พวกนี้จะเลิกร้องครวญครางโวยวายและบ่นหงุงหงิงเมื่อกำลังจะมีเร้ดมาเธอร์ถึงสองตนมาเป็นลูกพี่คุมพวกมันให้อยู่หมัดเสียที

รันเดินเต็ดเตร่เข้าไปในดันเจี้ยนที่ร้างผู้คนเนื่องจากยังไม่ใช่เวลาที่จะมีผู้เล่นมาใช้งานเท่าไหร่นักเนื่องด้วยเป็นช่วงพักของไกด์นำทาง แน่นอนว่าเมื่อไม่มีเอเธนทำหน้าที่เป็นตัวแท็งค์ให้ก็ไม่มีปาร์ตี้ไหนอาจหาญบุกเดี่ยวเข้าไปสดกับไบโอรอยด์ตัวเป็นๆแน่นอน

ชายหนุ่มยิ้มรับจิ้งจอกสามหางสองตัวที่ทำหน้าที่เป็นสุนัขเฝ้าประตูซึ่งลุกขึ้นมาตะเบ๊ะอย่างน่าขัน ถึงพวกมันจะมีแค่สามหางเพราะไม่ใช่ยามเฝ้าประตูจริงๆแต่พวกมันก็มีทักษะตรวจสอบที่สูงพอจะรู้ได้ว่าใครเป็นใครแม้จะมีทักษะปลอมตัวสูงแค่ไหน ดังนั้นพวกมันจึงเป็นยามที่ดีที่จะใช้ในตอนนี้ก่อนที่ผู้เล่นจะผ่านพวกวอล์คเข้ามาหาเขาได้

หลังจากที่เจ้าของสถานที่เดินผ่านประตูเข้าไปจิ้งจอกทั้งสองพลันหันมามองหน้ากันด้วยความประหลาดใจก่อนจะเบนสายตาไปยังบานประตูที่เพิ่งปิดสนิท

“...เพื่อน ไม่ใช่ว่าท่านราชาเข้าไปข้างในตั้งแต่สายๆแล้วหรอกเหรอ?”

จิ้งจอกตัวหนึ่งพูดขึ้นเปิดประเด็น

“แต่ท่านราชาเชี่ยวชาญการใช้พลังจิต อาจจะเทเลพอร์ทออกไปหาอะไรกินตอนเที่ยงก็ได้มั้ง? อย่าลืมสิว่าท่านราชาเป็นนักเดินทาง ไอ้บริการวาร์ปไปวาร์ปมามันเรื่องขี้ผง ผิดกับพวกเราที่ต้องไปไหนมาไหนด้วยเท้า เฮ้อ..”เพื่อนผู้เฝ้ายามบ่นออกมากลายๆก่อนจะหมอบลงนอนอีกครั้ง งานนี้เป็นงานที่มันชอบเพราะว่าจะนอนเท่าไหร่ก็ได้ไม่มีใครว่าเพราะไม่ว่ายังไงร้อยวันพันปีก็ไม่มีใครผ่านพวกราชินีทั้งหลายเข้ามาได้อยู่แล้ว และเมื่อราชาของพวกมันซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่มาปรากฏตัวขึ้นพวกมันก็ไม่ต้องกังวลอะไรอีก

“ก็จริงนะ เอาเถอะ.. ข้าล่ะอิจฉาท่านราชาจริงๆ มีสาวๆสวยๆรายล้อมมากขนาดนั้น เฮ้อ”

ความวางใจของยามจิ้งจอกทั้งสองนั้นถูกรันที่เพิ่งเดินเข้าไปในห้องรับรู้เอาไส้ได้ทั้งหมดจนเขาต้องเบ้หน้ากับจิ้งจอกจอมขี้เกียจทั้งสองที่ริวเอามาฝากงาน ชายหนุ่มยิ้มบางๆก่อนจะเปิดหนังสือที่ขอให้เมโลเดียเขียนมาให้เพื่อฝึกเวทมนตร์และท่องคาถาในใจ

สายลมในสถานที่ปิดอย่างในถ้ำคือเรื่องผิดธรรมชาติ ทว่าถ้ำที่เป็นโลหะสีดำและมีไอพลังงานความมืดเต็มไปหมดนี่ต่างหากที่ผิดธรรมชาติยิ่งกว่า รันปิดหนังสือและจัดการยัดมันใส่ไอเท็มรีดเดอร์ที่เพิ่มมาเป็นแปดช่องสิบหน้าต่างซ้อนกันเป็นชั้นๆให้สามารถเข้าถึงไอเท็มได้เร็วขึ้นแล้วจึงเดินตรงไปยังด้านหลังของบัลลังก์สู่ห้องลับที่สร้างเอาไว้

รันเพิ่มระดับของตัวเองก่อนจะมองตรงไปยังรอยแตกกลางอากาศตรงหน้าของเขาและนึกไปถึงคำพูดของลู หากเขาเสียทักษะของจอมวายร้ายไปทั้งหมดแล้วเขาเองก็ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าจะขยายรอกแตกนี่ได้รึเปล่าเลยด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่จะให้ชนะลูก่อนเลย..

ชายหนุ่มไหวไหล่และเริ่มรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีเอาไว้ที่หมัดพร้อมที่จะขยายรอยแยกให้กว้างออกพอที่จะให้เขาผ่านไปได้ นี่มันเป็นแค่เรื่องเล็ก สิ่งที่เขาต้องกังวลคือเขาจะไปยังเมืองยักษ์และตามหาคีช่าได้ยังไงต่างหาก เขาไม่ใช่คนที่ยอมเสียเวลางมโข่งท่ามกลางอันตรายรอบด้าน เงินตราคือสิ่งที่จะช่วยเขาได้และของมีค่าต่างๆรวมทั้งของจำเป็นในการดำรงชีพที่ยัดใส่ไอเท็มรีดเดอร์มาจะช่วยเขาได้

โลกอสูรที่ไม่มีระบบเกมช่วยเหลือจะฆ่าผู้เล่นทั่วไปทั้งเป็น

เขารู้เรื่องนี้มาจากเอกสารของไอริส แม้จะมีความเป็นไปได้ว่ามันเป็นเอกสารลวงแต่ในเมื่อมันคือไอริส เอกสารลวงอาจจะมีทั้งเรื่องจริงและเรื่องเท็จปะปนกันไป

“เฮ้อ รีบไปรีบกลับ พอถึงโลกอสูรแล้วก็ตามหาคีช่าขอร้องให้ช่วยตามหาเดียร์ พาเดียร์กลับมา และปล่อยอีเด็นควีนออกมาเพื่อเจรจา เหอะๆ ถ้าเจรจาได้ก็เจรจา แต่ถ้าเกิดได้อีเด็นควีนมาร่วมขบวนการด้วยอีกคนโคลอี้โกรธตายแน่เลย”

เขายิ้มขำก่อนจะออกหมัด

สาราณุกรมวิชาของรัน หมัดไร้ระยะ!

เปรี้ยง!!!

รอยแตกกลางอากาศปริแตกออกขยายขนาดจนกว้างมากพอกับบานประตูขนาดทั่วๆไปที่มีให้เห็นได้ตามบ้านเรือน รันมองแสงสีที่ปั่นป่วนภายในรอยแตกนั่นแล้วก็บอกปัดกับความลังเลที่ก่อตัวขึ้นมาอย่างฉับพลัน ในเมื่อเดียร์ผ่านรอยแยกนี้เข้าไปได้อย่างปลอดภัยและมีชีวิตอยู่นั่นก็แสดงว่ามันไม่เป็นอันตราย แต่พอมาเห็นเข้ากับตาตัวเองแล้วแบบนี้เขาก็ยิ่งกังวลเข้าไปอีก

รันสลายร่างตัวเองกลายเป็นร่างพลังงานแล้วก่อนจะก้าวเท้าตรงเข้าไป ทว่าเพียงก้าวแรกที่เหยียบลงบนพื้นนั้นการระเบิดก็เกิดขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ รุนแรงมากจนเกิดควันคลุ้งบดบังทัศนวิสัยรอบด้านไปจนหมด ความผิดปกตินี้ไม่ได้เล็ดรอดไปจากการตรวจสอบของเขา เสียงฝีเท้าที่ด้านหลังที่เร่งตรงเข้ามาทางเขาทำให้เขารีบผสานลมปราณกับชีพจรฤดูและออกหมัดสวนไปอย่างรวดเร็ว

พลังวัตรที่คงตัวอยู่ในรูปร่างของเด็กสาวในความคิดของรันทำให้เขาต้องทบทวนความจำของตัวเองอีกครั้ง ไม่มีใครผ่านเข้าห้องบัลลังก์นี้มาได้นอกจากเขา และคนที่ผ่านเจ้าจิ้งจอกสองตัวนั่นมาได้โดยใช้วิธีใดก็ตามนี้หากไม่มีทักษะปลอมตัวสูงก็ต้องเก่งมากจนหลบสายตาของพวกมันมาได้

และพวกที่มีทักษะระดับนั้นและเป็นศัตรูของเขาก็มีอยู่ไม่กี่พวก

“นภาคะนึงชาติสินะ”

“แหมๆ จุกอะ ทักทายกันแบบนี้ไม่เป็นสุภาพบุรุษเอาซะเลย”น้ำเสียงของเด็กที่แทรกผ่านกลุ่มควันเข้าหูเขาไม่ได้ทำให้เขาสบายใจขึ้นเลยแม้แต่น้อยที่รู้ว่าศัตรูไม่ใช่คุเรไน เขาจำเสียงนี้ได้เพราะมันเป็นเสียงของคู่มือที่เคยประมือกับเขา

“ฮันโซ จริงสิ.. มิมิกจะปลอมตัวเป็นฉันผ่านเจ้าจิ้งจอกนั่นเข้ามามันเป็นเรื่องง่ายเลยสินะ?”เผ่าพันธุ์มิมิกขึ้นชื่อเรื่องการปลอมตัวอันแนบเนียนที่ไม่เคยมีทักษะตรวจสอบใดมองออก ยิ่งบวกกับฮันโซที่เหมือนจะมีอาชีพเป็นนินจาแล้วการจะผ่านไบโอรอยด์และจิ้งจอกเฝ้ายามมาได้นั้นเป็นเรื่องง่าย ที่ตั้งของห้องบัลลังก์เขาคาดว่าน่าจะรู้มาจากสายข่าวที่เอเธนรายงานมา

แต่การที่เธอเผยตัวออกมาแบบนี้ก็เท่ากับว่าต้องการแตกหัก

“ทั้งๆที่คิดว่าระเบิดนั่นจะทำให้ติดสตั๊นไปแล้วแท้ๆเชียว แต่ดันชกสวนกลับมาซะได้”รันกลับคืนร่างเนื้อของตนเองในทันทีที่ม่านควันจางหายไป เด็กสาวตัวเล็กในชุดสไตล์นินจาสีน้ำเงินเข้มเบื้องหน้าของเขากระชับผ้าพันคอขึ้นปิดจมูกที่มีเลือดกำเดาไหลออกมาก่อนจะแค่นหัวเราะ

“ต่อยหน้าผู้หญิงได้นี่เห็นทีว่าจะเป็นคาสโนว่าที่ไม่ให้เกียรติผู้หญิงอย่างที่ใครเขาว่าจริงๆ?”คำจิกกัดที่ดังมาพร้อมกับแสงสีแดงวาบที่เป็นเครื่องหมายของการใช้น้ำยาฟื้นพลังไม่ได้ทำให้เขาเดือดเนื้อร้อนใจเลยแม้แต่น้อย แม้จะรู้สึกผิดนิดๆที่ชกหน้าแต่มันคือในกลุ่มควันและที่เขาชกไปนั่นคือปฏิกิริยาตอบสนองล้วนๆ ไม่ได้ตั้งใจให้โดนหน้าซักนิด

“โทษทีก็แล้วกันนะคุณฮันโซ แต่มาหาฉันถึงนี่มีธุระอะไรอย่างงั้นเหรอ?”

การโยนหินถามทางง่ายๆเป็นเรื่องที่เขาไม่ควรทำในเวลานี้ เขาควรจะใช้กำลังจัดการเด็กผู้หญิงตรงหน้านี่ให้อยู่หมัดและจับโยนออกไปนอกดันเจี้ยนพร้อมๆกับกำชับให้เจ้าจิ้งจอกสองตัวนั่นเข้มงวดกว่านี้และตรงไปยังโลกอสูรในทันที

ที่ว่ามาข้างต้นทั้งหมดนั่นคือในกรณีที่เขายังไม่ได้ขยายรอยแยกข้างหลังนี่

“ทีแรกก็ไม่ได้คิดจะทำอะไรหรอกนะ แค่กะว่าจะมาสำรวจห้องบอสแล้ววางกับดักเยอะๆ แต่ว่าพอเห็นคุณจอมมารขยายรอยแยกนั่นแล้วมันก็ดันมีเรื่องให้เป็นธุระนี่สิ ยิ่งพอได้ยินคำว่าโลกอสูรด้วยแล้วมันก็ยิ่งเป็นธุระสำคัญเข้าไปอีก”ชายหนุ่มยกมือขึ้นตบหน้าผากอยากจะทึ้งหัวตัวเองที่เผลอพูดมากเวลาอยู่คนเดียว นัยน์ตาสีเขียวมรกตสบมองกับนัยน์ตาคู่สีเหลืองอำพันของอีกฝ่ายแล้วเริ่มตั้งคำถาม

ครั้งล่าสุดที่เขาเห็นตาของฮันโซไม่ใช่สีนี้นี่?

“แต่เห็นทีว่าคุณจอมมารคงจะไม่ยอมให้ใครเข้าไปในแดนอสูรนั่นแน่ๆเลยใช่ไหม หืม?”นั่นมันก็แน่นอนอยู่แล้ว ที่เขาไม่ยอมให้ใครเข้าไปไม่ใช่ว่ากลัวว่าจะไปแย่งของหรือแย่งอะไร แต่เป็นห่วงความปลอดภัยของผู้เล่นทั่วไปต่างหาก

เขายังไม่มั่นใจกับข้อมูลของไอริส

ดังนั้นเขาจะปล่อยให้ฮันโซเข้าไปไม่ได้เด็ดขาด!

รันค่อยๆถอยเท้าเข้าหารอยแยกอย่างช้าๆพร้อมกับผนึกพลังไปที่สองมองเตรียมพร้อมที่จะฝืนย่อขนาดรอยแยกนั่นอย่างผิดวิธี ทว่าดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้ว่าเขาจะทำอะไรและไม่ยอมให้เขาทำได้แต่โดยสะดวกอีกต่างหาก

ค่าความเสียหายร้อยกว่าๆเด้งขึ้นมาเหนือหัวของรันอย่างไม่ทราบสาเหตุจนเขาก้มลงมองที่อกซึ่งเป็นที่มาของอาการชา คุไนที่เต็มไปด้วยไฟฟ้าสีน้ำเงินฝังตัวอยู่ตรงนั้นและส่งกระแสไฟฟ้ารุนแรงออกมารบกวนระบบประสาทของเขาอยู่อย่างต่อเนื่อง

การซัดอาวุธลับที่ไม่มีเสียง? ทักษะของนินจา?

ร่างสูงใหญ่ของจอมมารเริ่มอ่อนเปลี้ยและเซล้มลงเมื่อคุไนอีกหลายสิบเล่มถูกซัดตามเพื่อนของมันมา รันกัดฟันยันเท้าไปด้านหลังและควบคุมกระแสไฟฟ้าแปลกปลอมในร่างกายให้ออกห่างจากระบบประสาทอย่างยากเย็นแสนเข็ญ

ยักษ์อัสนีที่ควบคุมสายฟ้าได้อย่างลำบาก หากไม่ใช่ว่าเขาฝีมือตก สายฟ้านี่ก็ต้องไม่ธรรมดา รันสูดลมหายใจเฮือกใหญ่และเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยประสาทการรับรู้ที่ถูกหน่วงเอาไว้ด้วยกระแสไฟฟ้าจากคุไน ฮันโซที่เป็นผู้ลงมือบัดนี้ไม่ได้ถืออาวุธอะไรเอาไว้ในมือ มิหนำซ้ำยังเดินตรงเข้ามาหาเขาอย่างไม่กลัวเกรงอะไรเลยเสียด้วย

“ตอนแรกก็กะว่าจะเข้าไปคนเดียวหรอกนะ แต่ถ้าเข้าไปคนเดียวเดี๋ยวจะซวยมีแต่ตั๋วขาไปไม่มีขากลับ ดังนั้นพาคุณจอมมารไปด้วยนี่แหละดีที่สุด”คุไนอีกเล่มปรากฏขึ้นมาในมือของเธอพร้อมด้วยสายฟ้าที่วิ่งพล่านมาจากมือ

ถึงเขาจะสลายร่างกลายเป็นร่างพลังงานไปเลยก็ได้แต่ว่าถ้าหากเขาทำแบบนั้นก็เท่ากับว่าเขาจะไม่เหลือเซอร์ไพรส์อะไรเอาไว้รับมือกับสงครามที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้านี้ นั่นจึงเหลือเพียงให้เขาใช้พลังจิตเทเลพอร์ทตัวเองและฮันโซออกไปจากตรงนี้เท่านั้น

-ผู้เล่น รัน ถูกพิษ สยบสังขาร ไม่สามารถใช้งานพลังพิเศษใดๆได้เป็นเวลา 10 วินาทีค่ะ-

ท่ามกลางความตกใจนั้นเองที่ฮันโซแทงคุไนในมือลงมาขัดขวางไม่ให้เขาใช้เทเลพอร์ท เจ้าหล่อนก็ใช้เท้าขัดขาของเขาจนเสียหลักพร้อมกันดันเขาเข้าไปในรอยแยกด้วยแรงโมเมนตัม นินจาสาวผู้ก่อตั้งนภาคะนึงชาดคลี่ยิ้มหวานภายใต้ผ้าพันคอและเอ่ยขึ้น

“คุณจอมมาร ต่อให้เก่งแค่ไหนแต่ถ้ากันแต่ความเสียหายไม่กันสถานะผิดปกติมันก็ง่อยได้เหมือนกันนะ คิกๆ”เรียวแขนเล็กภายใต้ถุงมือที่ยาวเลยศอกออกแรงดันเขาจนหายเข้าไปในรอยแตกทันที ฮันโซไม่รอช้าตามเข้ามาและจับข้อมือของเขาเอาไว้ราวกับพัศดีคุมนักโทษ

“ฉัน.. ไม่ยอม... ง่ายๆแบบนี้หรอกน่า!

ในจังหวะสุดท้ายที่รันยังมีโอกาสแก้ไขความผิดพลาดนี้ เขาเอื้อมมือไปยังรอยแตกหมายจะคว้าขอบของมันเอาไว้และฝืนร่างกายเหวี่ยงตัวฮันโซออกไป แม้จะด้วยระดับที่มากกว่าและเรี่ยวแรงที่มหาศาล แต่เขาก็ไม่ควรดูถูกผลของสถานะผิดปกติจริงๆเมื่อคุไนอีกเล่มปักเข้าที่อกของเขาจนเหมือนหมอนปักเข็ม

-ผู้เล่น รัน ถูกพิษ อาถรรพ์ศิลา ไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้เป็นเวลา 10 วินาทีค่ะ-

รันได้แต่เบิกตากว้าง ขยับไม่ได้แม้กระทั่งริมฝีปาก สีหน้าของผู้มีชัยของฮันโซอยู่ห่างไปจากเขาไม่ถึงคืบพร้อมกับสภาพรอบด้านที่เปลี่ยนไปจากแสงสีอันน่าคลื่นเหียนกลายเป็นภูมิประเทศใหม่ที่ไม่มีในทวีปออสเทียและทวีปเกียร์

ก๊าซซซ!!

ลมร้อนและเม็ดทรายที่ฟุ้งกระจายจากแรงกระแทกเหมือนตกจากที่สูงไม่ได้ทำให้เขาที่เป็นเบาะรองแรงกระแทกและฮันโซตระหนกไปได้มากกว่าเงาขนาดใหญ่ที่ค่อยๆเคลื่อนเข้ามาบดบังแสงอาทิตย์ เกล็ดสีดำมะเมื่อมที่กินพื้นที่ทั้งหมดในทัศนวิสัยของเขาและเธอไปจนหมดบ่งบอกถึงขนาดของเจ้าถิ่นที่นี่ได้ดีว่าใหญ่โตมโหฬารแค่ไหน

สิบวินาทีที่เขาไม่สามารถขยับตัวได้และไม่สามารถใช้พลังพิเศษได้ดูจะนานกว่าที่คิดเมื่อสัตว์อสูรเจ้าถิ่นยกเท้าอันใหญ่โตของมันและกระทืบลงมายังพวกเขา รันเบ้หน้ากัดฟันกรอดนึกไม่ถึงว่าเขาจะต้องจบชีวิตลงเร็วขนาดนี้

ปุ๊ง.. ตึง!

ระเบิดควันและเสียงเท้าของเจ้าถิ่นดังออกมาแทบจะพร้อมๆกันทว่าร่างกายของเขายังอยู่ดีและไม่แหลกเละติดฝ่าเท้าของมันไป แสงแดดแรงจ้าที่สาดส่องลงมาบ่งบอกให้เขารู้ว่าพวกเขาไม้ได้อยู่ใต้ท้องของศัตรูอีกแล้ว รันเบนสายตาไปมองฮันโซที่มองไปยังสัตว์ร้ายด้วยความตระหนกกลัวหลังจากที่ได้เห็นร่างกายของมันชัดๆแล้วจึงหันไปมองบ้างทันทีที่ทำได้

มันเป็นกิ้งก่าสีดำตัวใหญ่ยักษ์ ยาวกว่าร้อยเมตรและสูงกว่าสิบเมตร เกล็ดสีดำของมันเรียบมันลื่นซ้อนทับกันเป็นแนวประหนึ่งเกราะป้องกันชั้นยอด ที่หลังเต็มไปด้วยหนามเตี้ยๆคล้ายกับผิวตะปุ่มตะป่ำมากกว่าหนามเหมือนกับว่าวิวัฒนาการมาโดยไม่เห็นความจำเป็น แต่ที่น่ากลัวไปมากกว่าขนาดของมันก็คือแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาพร้อมกับนัยน์ตาสีเหลืองทองของสัตว์เลื้อยคลานที่จ้องมายังเหยื่อตัวจ้อยทั้งสอง

“ตัวใหญ่เกิน ไม่ไหว.. แย่แน่ๆ”เสียงบ่นพึมพำของฮันโซไม่ได้ทำให้สถานการณ์ของพวกเขาดีนัก รันลุกขึ้นยืนเมื่อรู้ว่าสถานะผิดปกติหายไปแล้วและมองขึ้นไปบนท้องฟ้า รอยแยกของมิติยังอยู่บนนั้นทำให้เขาเลิกเป็นกังวลและหันไปหาศัตรูตรงหน้า

“ถ้าไม่อยากตายอยู่ตรงนี้ก็หลบดีๆแล้วกัน”

น้ำเสียงของเขาไร้เยื่อใยแต่มันไม่ได้ทำให้เธอน้อยใจหรือขัดใจเลยแม้แต่น้อย คำพูดนั้นแสดงว่าเขาจะลงมือจัดการกับกิ้งก่ายักษ์เบื้องหน้านี่ที่เธอไม่เห็นทางชนะ แม้จะดีใจที่จะได้เห็นการลงมือของผู้ที่เรียกตัวเองว่าจอมมารแต่ในตอนนี้ทางรอดของเธอต้องมาก่อน

ฮันโซเงยหน้าขึ้นมองตรงไปยังที่ๆตนตกลงมาอีกครั้งก่อนจะเบิกตากว้างใจหาย

รอยแตกกลางอากาศที่รันแหงนหน้ามองเมื่อครู่แล้วเห็นว่ามันยังอยู่ดีนั้นค่อยๆหดตัวเล็กลงแล้วหายไปกับอากาศธาตุอย่างไร้ร่องรอย พร้อมๆไปกับความวิตกกังวลที่ก่อตัวขึ้นในใจของเด็กสาวที่ปล่อยให้ความอยากรู้อยากเห็นพาตัวเองมาหาที่ตาย

ฮันโซหันไปมองรันและเจ้ากิ้งก่ายักษ์ที่ประชันหน้ากันอีกครั้งและสะบัดมือใช้ทักษะของอาชีพนำเอาระเบิดควันออกมาจากหน้าต่างสัมภาระโดยตรงอย่างเช่นเคย ทว่ามือของเธอกลับว่างเปล่า

เด็กสาวนิ่วหน้าและทดลองอีกครั้งทว่าผลลัพธ์กลับเหมือนเคย

คราวนี้ครั้งสุดท้ายแล้วก็ไม่สำเร็จ ฮันโซหมดความอดทนและโบกมือเปิดหน้าต่างสัมภาระขึ้นมาโดยตรง สิ่งที่ปรากฏออกมานั้นทำให้เธอหวาดกลัวยิ่งกว่าตอนที่เห็นทางรอดเดียวของเธอหายไปต่อหน้าต่อตาเมื่อกี้นี้ ความว่างเปล่าเบื้องหน้าเธอคือหลักฐานชั้นยอดว่าในสถานที่แห่งนี้..

หน้าต่างระบบไม่สามารถใช้งานได้

เธอเปิดหน้าต่างข้อมูลไม่ได้ เปิดหน้าต่างแผนที่ไม่ได้ เปิดหน้าต่างสัมภาระไม่ได้ และที่สำคัญคือในเมื่อเปิดหน้าต่างระบบไม่ได้ก็แสดงว่าการกระทำใดๆก็ตามที่ต้องการการช่วยเหลือจากระบบเกมก็ย่อมไม่สามารถทำได้

ริมฝีปากบางเม้มเรียบข่มอาการสั่นระริก

“...ล็อกเอาท์”

ขอบตาที่ร้อนผ่าวแทนที่จะเป็นความมืดของยามค่ำคืนภายในห้องนอนของเธอทำให้ฮันโซต้องกัดฟันกรอดและไล่เรียงลำดับเหตุการณ์และสิ่งที่ต้องทำอย่างรวดเร็ว ในเมื่อเธอใช้ระเบิดควันเพื่อใช้ทักษะล่องหนของนินจาไม่ได้ก็เท่ากับว่าทางเลือกเดียวของเธอในตอนนี้ก็คือสู้

เด็กสาวก้มลงเก็บคุไนทั้งหมดที่รันดึงออกมาจากตัวและเก็บใส่กระเป๋าเก็บอาวุธลับที่สะพายอยู่ข้างเอวเหลือไว้เพียงหนึ่งเล่มเพื่อนำมากรีดที่ฝ่ามือทั้งสองข้าง ผู้เล่นที่อยู่ในกิลด์ของนภาคะนึงชาดทุกคนสามารถใช้เลือดเป็นอาวุธได้ แม้ว่าตอนนี้เธอจะใช้ระบบเพิ่มเลือดอัตโนมัติไม่ได้แต่ของสำคัญๆนอกจากระเบิดหลากหลายชนิดแล้วเธอไม่ได้เก็บเอาไว้ในหน้าต่างระบบ

สาวเจ้าใช้ปลายนิ้วชี้ทั้งสองข้างแตะที่เลือดของตัวเองและนำไปป้ายไว้ที่หางตาและหลับตาลงทบทวนกระบวนท่าทุกอย่างที่เคยเรียนรู้มาโดยไม่ได้รู้เลยแม้แต่น้อยว่าทุกการกระทำของเธอนั้นอยู่ในสายตาของกิ้งก่ายักษ์ที่ไม่ได้สนใจรันเลยทั้งหมด

ก๊าซซ!!

มันกรีดร้องอีกครั้งเมื่อร่างอันใหญ่ยักษ์ถีบพื้นทรายตรงเข้าใส่นินจาสาว รันที่ถูกเมินได้แต่กัดฟันและเทเลเพอร์ทไปอยู่บนหัวของมันและประสานมือทุบศีรษะของกิ้งก่ายักษ์ผสานกับสายฟ้าสีเขียวที่ฟาดลงมาจากท้องฟ้าที่ว่างเปล่าจนมันกินฝุ่นหยุดลงที่ตรงหน้าฮันโซห่างไปเพียงไม่ถึงสิบเมตร

รันมองเด็กสาวด้านล่างและขมวดคิ้ว

“เฮ้! ถ้าไม่หลบหรือหนีไปหาที่ซ่อนล่ะก็โดนลูกหลงไปด้วยไม่รู้นะ!”เขาตะโกนออกไปไม่ใช่ด้วยความรำคาญหรือขัดใจทว่าด้วยความเป็นห่วง หากเขาไม่ได้พูดออกไปว่าจะไปยังโลกอสูรเธอก็คงไม่ได้ตามมาและวางกับดักไปตามประสา แต่นี้เป็นเพราะเขาทั้งนั้นที่พาเธอมาเจอเรื่องราวแบบนี้

“คุณจอมมารไม่ต้องห่วงหรอกน่า เรื่องเอาตัวรอดน่ะ ผู้ก่อตั้งนภาคะนึงชาดคนนี้คือที่หนึ่ง...”มือของฮันโซถูกยกขึ้นมาประสานกันเป็นสัญลักษณ์แปลกๆที่กลางอกรัวเร็วจนหยุดนิ่ง รันมองการประสานอินของอาชีพนินจาด้วยความทึ่งและเริ่มสะกิดใจเมื่อรับรู้ได้ถึงสิ่งแปลกปลอมที่เกิดขึ้น

อวิชชามารสืบสุรา ลัญจกรโลหิต!

ปากแผลที่ฝ่ามือทั้งสองข้างของฮันโซเริ่มปรากฏเลือดจำนวนมากไหลออกมาจนผิวกายของเด็กสาวตัวเล็กซีดเผือด สำหรับผู้ใช้เลือดแล้วการประยุกต์ใช้คือสิ่งจำเป็น และอวิชชามารสืบสุรานั้นเป็นวิชาลมปราณที่เหมาะที่สุด อวิชชามารสืบสุราคืออวิชชาของเผ่าพันธุ์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วในโลกอสูรหรือก็คือมิมิก เผ่าพันธุ์ที่เปลี่ยนเผ่าพันธุ์ของตนเองไปมาเพื่อความอยู่รอด

มันจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อในร่างกายของผู้ใช้มีเลือดเหลืออยู่เพียงน้อยนิดวัดตามระบบเกมแล้วคือ 1 จุด มันจะทำให้ร่างกายสามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยลมปราณทำให้ทำลายขีดจำกัดของร่างกายได้อย่างผิดธรรมชาติ มันอันตรายเกินไปและเป็นอวิชชาสายมารที่ถูกนำพื้นฐานไปปรับใช้เป็นเคล็ดโลหิตปะทุที่ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายและปลอดภัยยิ่งขึ้น

“เอาเวลาห่วงคนอื่นไปเตะก้นเจ้ากิ้งก่านี่กันดีกว่าน่า!”

เลือดทั้งหมดที่ไหลออกจากร่างกายของฮันโซหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศและแตกกระจายออกกลายเป็นคุไนนับพันเล่มบินฉวัดเฉวียนเข้าเจาะเกล็ดอันแข็งแกร่งของกิ้งก่ายักษ์ราวกับพายุ ส่วนร่างของผู้ควบคุมนั้นในตอนนี้กระโจนขึ้นมาเหยียบคุไนอยู่ตรงหน้าของรัน

“ขอโทษจริงๆนะที่เข้ามายุ่งแบบนี้ แหะๆ”

แม้ด้วยคำขอโทษแต่เขาก็โกรธเธอไม่ได้ในเมื่อเธอเป็นคนช่วยเขาไม่ให้กลายเป็นปลาหมึกแผ่นอยู่ใต้เท้าของกิ้งก่ายักษ์ อีกอย่างคือเธอทำไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและไม่รู้อันตรายของโลกอสูร ดังนั้นเขาจึงโกรธเธอไม่ลง รันมองนินจาสาวที่มีรอยแดงรูปกากบาทที่ข้างแก้มแล้วต้องหลุบตาลงต่ำมองเจ้ากิ้งก่าดำที่กรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดจากพายุอาวุธลับที่รุมแทงมันอยู่ไม่เลิก

“ไว้ค่อยคุยกันหลังจากจัดการเจ้านี่เสร็จก็แล้วกัน”

“รับทราบเลยคุณจอมมาร!”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

1,284 ความคิดเห็น

  1. #1149 ^(นักอ่านเงาหมายเลขสิบสาม)^ (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2557 / 11:53
    นิยายเรื่องนี้สนุกมาก....

    เป็นกำลังใจให้นะ....^ ^
    #1149
    0
  2. #1147 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2557 / 09:00
    ท่าทางจะเป็น1ในฮาเร็มล่ะมั้งเนี่ย
    #1147
    0