God Presentiment Online ภาค สงครามเทียมเทพ

ตอนที่ 103 : บทที่ 4 ทวีปอันสงบสุข : ทางที่เลือก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 457
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    27 เม.ย. 57

บทที่ 4 ทวีปอันสงบสุข
ช่วงแรก ทางที่เลือก

ดาบใหญ่ที่เคยคว้านลึกลงไปในลำตัวของมาโก้ค่อยๆถูกถอนดึงขึ้นมาก่อนจะร่วงลงไปกองที่พื้นเมื่อมือที่จับนั้นไร้ซึ่งเรี่ยวแรงอย่างไม่ทราบสาเหตุ คำบอกรักจากศัตรูเป็นอะไรที่เขาไม่คาดเคยคิดมาก่อนเลยแม้แต่น้อย และมันก็เริ่มจะทำให้เขาใจอ่อนลงทุกวินาทีที่เธอเริ่มขยับยิ้ม

หากเขาปล่อยเธอไปในตอนนี้เขาจะทำใจฆ่าเธอไม่ได้อีกเป็นครั้งที่สอง..

แล้วนั่นมันดีแล้วหรือ?

ชายหนุ่มกัดฟันแน่นแล้วปล่อยให้การกระทำสวนทางกับความคิด ลูกเต๋าลูกเล็กๆสามลูกปรากฏขึ้นมาในมือของรันและถูกโยนออกไป แต้มที่หงายขึ้นนั้นไม่สำคัญเท่าแสงสว่างเรืองรองที่ห้อมล้อมร่างกายของคนที่สภาพดูไม่ได้นั่นเอาไว้ เขาก้มลงเก็บลูกเต๋านั่นและโยนออกไปอีกครั้ง ขจัดสถานะผิดปกติและรักษาสภาพร่างกายให้สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์

“ไม่ใช่แค่คิดว่าหรอก ชั้นชอบรันจริงๆแล้วล่ะ”

ไม่ใช่ว่าเขาไม่ใจเต้นกับคำบอกรักพวกนี้เพราะว่าชาชินกับมันจนเห็นเป็นเรื่องปกติแล้วหรอก แต่เพราะในเมื่อเขาลบสถานะผิดปกติทุกอย่างออกไปแล้วนั่นก็หมายถึงบัฟถูกลบออกไปด้วย และถ้าหากให้เดา การที่มาโก้ได้หุ่นเช้งแบบนั้นมาได้ต้องเป็นเพราะบัฟอย่างหนึ่งแน่นอน

แต่ในตอนนี้เธอจึงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากเด็กตัวกะเปี๊ยกคนหนึ่ง..

“มีเด็กมาพูดแบบนี้ใส่ฉันไม่ใจเต้นหรอกนะ”

มาโก้เพียงยิ้มกลับมาแทนคำตอบ

“ก่อนอื่นเลยระหว่างเรามันมีเรื่องต้องตกลงกันก่อน...”

“ถ้าเรื่องที่รันมีผู้หญิงเยอะล่ะก็ชั้นไม่สนใจหรอก จะเป็นคนที่เท่าไหร่ก็ไม่เป็นไร”คำพูดของเธอทำให้เขาอ้าปากค้างจนกรามแทบชนพื้น ไม่ใช่ว่าเขาไม่ได้เตรียมใจกับคำถามนี้จากเธอ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเธอที่รู้ความทรงจำของเขาจะโพล่งมันออกมาในทันทีแบบนี้

“เรื่องนั้นที่ไหนเล่ายายเตี้ย ฉันหมายถึงมาเธอร์ต่างหาก เธอจะเอายังไงกับมาเธอร์..? ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเรื่องราวทั้งหมดมันเป็นยังไงเพราะฉันเห็นแค่เศษเสี้ยวหนึ่งของความทรงจำเธอเท่านั้น ถ้าตอนนี้เธอเลือกฉันแล้วทิ้งมาเธอร์ไปล่ะก็.. เธอจะทำยัง?”มาโก้ลุกขึ้นนั่งก่อนจะกอดอกครุ่นคิด แต่ยังไม่ทันที่เขาจะยกมือขึ้นเท้าเอวมองคุณเธอก็ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่น

“เจี๋ยนทิ้งซะ?”

“..นั่นคนที่ช่วยให้เธอรอดชีวิตมาได้หลายสิบปีเลยนะ?”

เขาหลุดพรืดออกมากับคำตอบของเธอ

มาโก้หลุบตาลงกล้ำกลืนกับความจริงข้อนั้นและถอนหายใจสั่นๆ ไบโอรอยด์สาวขยับกายลุกขึ้นก่อนที่จะมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม เธอเห็นว่าในความทรงจำของเขานั้นเขาผ่านอะไรมาบ้าง แม้มันจะไม่มากเท่าเธอแต่มันก็หนักหนาสาหัส มันไม่ใช่ความเจ็บปวดทางกายแบบที่เธอเจอแต่เป็นความเจ็บปวดทางใจที่ทำร้ายเขาได้มากกว่า

เธอยังคงสงสัยว่าทำไมเขาถึงยังเริ่มใหม่ได้เรื่อยๆแบบนี้ไม่ยอมหยุด

“ทำไมรันถึงยังก้าวต่อไปได้?”

คำถามนี้ไม่ได้ถูกตอบซ้ำยังถูกเมิน

มาโก้เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายที่เสตามองด้านข้างราวกับไม่ต้องการตอบคำถามนั้นอย่างสงสัย ไบโอรอยด์สาวมุ่นคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยและเบ้ปาก แม้เธอจะรู้ว่ามันลำบากและเจ็บปวดที่จะรื้อความทรงจำเหล่านั้นขึ้นมาคัดกรองหาคำตอบ แต่เธอก็ยังอยากรู้ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม..

“รัน..”

“มันก็เหมือนเกมนั่นแหละ มีได้ก็ต้องมีเสีย ถ้ากล้าเสี่ยงก็จะได้ผลตอบแทนมาก แม้บางครั้งมันจะมีแต่เสีย แต่ถ้ากล้าที่จะเสี่ยงต่อไปบางทีมันอาจจะเป็นอย่างที่เราหวัง และเมื่อได้ เราก็ควรจะหยุดเมื่อยังมี อย่ามือเติบและเสี่ยงต่อเพื่อพบกับความสูญเสีย”เธอค่อยๆปรับคำพูดของเขาให้เข้ากับสถานการณ์อย่างช้าๆ เขาผิดหวังมาตลอด แต่ก็ยังพยายามต่อเพื่อที่จะสมหวังสักครั้ง แล้วที่ว่าควรจะหยุดเมื่อถึงเวลามันหมายถึงอะไร..?

“อย่าทำหน้างงน่า มันเป็นนิสัยน่ะ เกมพนัน ..ก็นะ เธอก็เห็นนี่ในความทรงจำของฉันน่ะ ฉันเข้าไปบ่อนไหนก็มีแต่ลูกปืนวิ่งไล่หลังกลับออกมา เล่นดีแล้วชนะก็หาว่าโกง โกงแล้วจับไม่ได้ก็ใช้กำลัง ชีวิตก็เหมือนกัน.. อย่าไปเหยียบหางใคร เหมือนเธอน่ะ.. กับมาเธอร์ คิดให้ดีและตรองดูดีๆว่าทางที่เลือกจะพาไปสู่อะไร ถ้าเลือกไม่ดีแล้วไปเหยียบหางมาสเตอร์คอมพิวเตอร์เข้า มันจะจบไม่สวย”

เขากอดอกแล้วกล่าวยิ้มๆ

“และต่อให้เลือกไม่ดีเหยียบหางไป ฉันจะช่วยซ้ำให้หางมันขาดไปเลย”การสนทนากับผู้ล่วงลับยังมีเวลาเหลืออีกยี่สิบกว่านาทีและแน่นอนว่าที่เขากังวลที่สุดในตอนนี้คือเร้ดมาเธอร์ตัวอื่นๆและแผนการของมาเธอร์ แอกเนสอาจจะเป็นอันตรายสำหรับเขาได้ในอนาคตถ้าหากมาเธอร์ได้ตัวเธอไป

หากเป็นคนปกติทั่วไปจะทำยังไง?

เขายอมรับว่าเขาไม่ใช่ฮีโร่ในนิยายและตอนนี้เขาเป็นจอมมาร เขาจะตัดสินใจสักครั้งเพื่อที่จะให้มันสมชื่อจอมมารบ้างจะเป็นไรไป?

รันยื่นมือให้มาโก้จับก่อนจะช่วยดึงเธอขึ้นมายืนด้วยตัวเอง แต่แม้ว่าสภาพร่างกายจะสมบูรณ์ดีและปราศจากสถานะผิดปกติ ทว่าแน่นอน ถูกดาบเล่มโตคว้านพุงเล่นมันไม่ใช่เรื่องสนุกที่จะไม่เหลือประสบการณ์ที่พร้อมจะเป็นฝันร้ายไว้ให้

ทันทีที่ยืนขึ้นมาได้มาโก้ก็ต้องล้มลงอีกครั้งด้วยสองขาที่ยอมแพ้ไปเสียดื้อๆ

ทว่าคนที่เสนอความช่วยเหลือให้ในตอนแรกนั้นไม่ได้ทิ้งเธอไปเพียงแค่ครึ่งทาง รันประคองตัวของเธอเอาไว้ก่อนจะรั้งเข้ามาแนบกายพร้อมด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม มาโก้ที่เคยแกล้งอ่อยเขาเริ่มรู้สึกเช่นกันว่าก่อนหน้านี้เขารู้สึกยังไง..

“อย่ายิ้มแบบนั้นสิ ชั้นรู้นะว่าจะให้ทำอะไรให้สักอย่าง.. บอกมาสิ”

“หึๆ ถ้าอย่างงั้นก็...”

 

 

“เขาจะเป็นอะไรรึเปล่านะ?”

เสียงบ่นพึมพำรอบที่ร้อยกว่าในเวลาสิบกว่านาทีนี่เริ่มทำให้ริเวียร่าและเลโอเนลล์ที่ขวัญหนีดีฝ่อจากการพบกับเร้ดมาเธอร์เริ่มที่จะกังวล ท่าทีลำบากใจของแอกเนสไม่เคยนำมาซึ่งเรื่องดีสำหรับพวกเธอ ประสบการณ์หลายปีที่อยู่ภายใต้การดูแลของผู้หญิงคนนี้สอนพวกเธอมาดี

“แอกเนส อย่ากังวลไปเลยน่า ต่อให้หมอนั่นเก่งแค่ไหนก็ไม่น่าจะล้มเร้ดมาเธอร์ลงได้เร็วขนาดนั้นหรอก ตอนนี้สนใจเรื่องที่อยู่ตรงหน้าก่อนเถอะ เด็กผู้หญิงสองคนนั่นจะเอาชนะมาเธอร์ได้จริงๆเหรอ นี่มันเหมือนสู้กันในบ้านของมาเธอร์เลยนา”คำพูดของริเวียร่าทำให้อีกสองคนที่เหลือหันไปยังหน้าจอที่เริ่มรันข้อมูลเดิมๆมาหลายสิบรอบด้วยความกังวล

“แต่ถ้าเด็กสองคนนั้นแพ้มาเธอร์ก็แปลว่า..”

ครืด..

เสียงเลื่อนเปิดของบานประตูโลหะทำให้พวกเธอทั้งสามที่อยู่ในห้องต้องหันไปมองทันที นัยน์ตาสีเงินสบเข้ากับนัยน์ตาสีเขียวมรกตที่เบิกกว้างด้วยความงุนงงก่อนจะปรือลงพร้อมด้วยน้ำตาหยดเล็กๆที่เล็ดมาที่หางตา แอกเนส ริเวียร่าและเลโอเนลล์ต่างถอนหายใจออกมาพร้อมๆกันอย่างเสียไม่ได้เมื่อเห็นว่าคนที่พวกเธอกังวลว่าจะทำพลาดนั้นปรากฏตัวอยู่ตรงหน้านี้แล้ว

“เป็นอะไรกันหืม?”รันถามออกมายิ้มๆก่อนจะยกมือขึ้นกอดอก

“ก็นึกว่าจะถูกเร้ดมาเธอร์นั่นกินไปแล้วซะอีกน่ะสิ”เป็นเลโอเนลล์ที่โพล่งออกมาพร้อมกับถอนหายใจดังด้วยความโล่งอก ริเวียร่าเองก็หัวเราะออกมาด้วยความเครียดที่หายไปเช่นกัน เหลือเพียงแอกเนสที่ยังคงมองมาที่รันด้วยสายตาเคลือบแคลงใจ

เขาสู้กับเร้ดมาเธอร์.. แต่กลับไม่มีแผลเลยเนี่ยนะ?

เธอยังคงจ้องเขาไม่ยอมเลิกรา และนั่นก็เหมือนกับว่าเป็นตัวกดสวิตช์เรียกรอยยิ้มกรุ้มกริ่มนั้นขึ้นมา ชายหนุ่มหนึ่งเดียวในทวีปแห่งนี้ค่อยๆก้าวเดินเข้าหาเจ้าของสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยนั่นช้าๆ ทุกก้าวที่ขยับเข้ามาใกล้ทำให้ร่างกายของแอกเนสหนักอึ้ง สายตาที่เต็มไปด้วยความต้องการนั้นทำให้เธอเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

ทว่านั่นยังไม่เร็วพอ..

“เร้ดมา-”

ท่ามกลางบรรยากาศของความผ่อนคลายนั้นกลับมีเสียงของหญิงสาวเจ้าของนามแอกเนส ฟาวเนอร์ดังโพล่งขึ้นมาเรียกสายตาของริเวียร่าและเลโอเนลล์ให้หันไปมอง ทว่าความประหลาดใจนั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นความช็อคได้ในพริบตาเมื่อพวกเธอเห็นมือของชายหนุ่มคนเมื่อครู่ปิดปิดปากของแอกเนสเอาไว้แน่นไม่หนำซ้ำยังออกแรงมากจนเล็บจิกฝังลงไปในแก้มจนเลือดไหลซิบ

ทว่านอกจากมือข้างนั้นแล้วยังมีอีกข้างที่แทงเข้าไปในท้องน้อยของเธอที่มีเลือดไหลทะลักออกมาราวกับน้ำตก เสียงหวีดร้องอู้อี้ของแอกเนสถูกกลบไปด้วยน้ำตาและดวงตาที่เริ่มเหลือกกลับ

“เพื่อให้กำเนิดไบโอรอยด์ นั่นหมายถึงผู้เป็นแม่ต้องกลายเป็นไบโอรอยด์ไปด้วย และเมื่อไบโอรอยด์ที่จะถือกำเนิดเป็นถึงเร้ดมาเธอร์ ผู้เป็นแม่นั้นจะเป็นอะไรไปนอกจากเร้ดมาเธอร์ด้วยกัน!?”มาโก้ในร่างของรันหันไปทางต้นเสียงก่อนจะขยับยิ้มออกมาน้อยๆ

ร่างโฮโลแกรมของมาเธอร์ค่อยๆผลุบออกมาจากหน้าจอมอนิเตอร์พร้อมกับสองอีกาสาวที่ตามมาด้วยในสภาพที่เละเทะดูไม่ได้ ไม่มีเลือด ไม่มีบาดแผลหรือแม้แต่รอยฟกช้ำ การต่อสู้กันด้วยร่างกายในรูปแบบของข้อมูลนั้นสร้างภาระต่อร่างกายของพวกเธอมากเกินไป และแน่นอนว่าเธอย่อมไม่มีทางชนะโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในศึกเชิงข้อมูลนี้ได้แน่

แล้วเป้าหมายของรันที่ว่าให้จัดการกับมาเธอร์นั้นคืออะไรกันแน่ล่ะ?

“...มาเธอร์”

มือซ้ายของมาโก้ละออกมาจากช่องท้องของแอกเนสและปล่อยให้ร่างที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดนั้นตกลงสู่พื้นราวกับเป็นตุ๊กตาผ้าที่ไร้ชีวิต ร่างของว่าที่เร้ดมาเธอร์ที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงภายในชักกระตุกเบาๆเป็นระยะๆพร้อมด้วยเสียงครางอันเจ็บปวดที่ดังมาแว่วๆ

เลโอเนลล์และริเวียร่าแม้จะรู้ว่าไม่มีทางชนะแต่ก็ยังพยายาม

ระเบิดลูกหนึ่งถูกขว้างใส่หน้าของรันในจังหวะเดียวกับแสงที่สว่างจ้าแผดเผาร่างกายของเป้าหมายให้เป็นจุณ ทว่ายังไม่ทันที่ระเบิดนั่นจะได้สัมผัสกับร่างกายเป้าหมายเพื่อจุดระเบิด มันก็พลันหายไปราวกับถูกบางอย่างที่มองไม่เห็นกลืนกินไปเสียอย่างนั้น และแน่นอนว่าแสงความร้อนสูงของเลโอเนลล์เองก็ไม่มีทางไปถึงตัวเช่นกันด้วยฝีมือของสนามพลังสีแดงที่ดูดกลืนแสงหายไปจนหมด

เพียงมาโก้ยกมือขึ้นสนามพลังสีแดงก็ปรากฏเหนือร่างของทั้งสองและกดพวกเธอให้นอนนิ่งลงกับพื้น ริเวียร่านั้นหมดสติในทันทีเนื่องด้วยท่าทางที่ตนยืนอยู่ทำให้เธอล้มลงไปศีรษะกระแทกพื้น ส่วนเลโอเนลล์เองก็ไม่ได้แย่ไปกว่ากันเมื่อถูกอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็นเย็บริมฝีปากให้ติดเข้าด้วยกันจนขยับปากเปิดพูดไม่ได้เพียงน้อย

“มาเธอร์..”

น้ำเสียงแหบพร่าในร่างของรันทำให้แม้กระทั่งมาโก้ผู้พูดยังต้องใจสั่น ทว่ามาเธอร์นั้นดูราวกับว่าน้ำเสียงแบบนี้ไม่ได้สะทกสะท้านเลยแต่น้อย หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะมาสเตอร์คอมพิวเตอร์นี้ไม่พิศวาสในโครโมโซม Y แน่?

“...สำหรับความทรมานหลายสิบปี ชั้นขอคืนมันตอนนี้แหละ”

สีหน้าของมาเธอร์เปลี่ยนเป็นตื่นตกใจเมื่อมาโก้กลับคืนร่างของตัวเองและแทงฝ่ามือที่ปกคลุมไปด้วยพลังงานสีแดงนั่นใส่ที่อกของร่างโฮโลแกรมนั่นอย่างรวดเร็ว ทว่าบาดแผลที่อยากให้เกิดขึ้นกลับไม่ปรากฏ มิหนำซ้ำมือข้างนั้นของมาโก้ก็พลันทะลุไปราวกับมาเธอร์ไม่มีตัวตน

“การโจมตีติ๊งต๊องพรรค์นั้นทำอะไรร่างข้อมูลได้หรอก ยายเตี้ย”

ถ้อยคำจิกกัดดังมาแว่วๆพร้อมกับอีกาสาวทั้งสองที่ลุกพรวดขึ้นมาจับร่างของมาเธอร์ที่กำลังตระหนกกดลงไปกับพื้น ร่างข้อมูลย่อมต้องถูกจับกุมด้วยร่างข้อมูลเช่นกัน ไม่มีสิ่งมีชีวิตที่มีร่างกายเป็นกายภาพใดๆสัมผัสข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้ เรื่องนั้นผู้เป็นพี่ชายที่ฮูกินน์และมูนินน์ถวายตัวยอมรับใช้รู้ดีและบอกกับพวกเธอล่วงหน้าแล้วตั้งแต่ต้น

งานของพวกเธอคือถ่วงเวลามาเธอร์ และจับกุมเมื่อเห็นว่าไม่สามารถหยุดเอาไว้ได้ด้วยวิธีละมุนละม่อม และแน่นอนอะไรคือสัญญาณให้พวกเธอเริ่มดำเนินการจับกุม

เสียงของเจ้าของร่างที่กำลังค่อยๆปรากฏตัวขึ้นมานี่ยังไงล่ะ

ผีร้ายแห่งเอรินเยสยังอยู่ในสภาพของร่างพลังงานสีเขียวจางดูคล้ายภูตผีที่ปกคลุมด้วยผืนผ้าบางเบาห่อหุ้มร่างกายทับชุดดีลเลอร์ที่ใส่อยู่เป็นประจำไม่ยอมถอด นัยน์ตาสีเขียวมรกตเสมองไปยังรอยแผลที่ท้องของแอกเนสก่อนจะหลุบลงเมื่อเห็นว่ามันสมานกันเรียบร้อยแล้ว รันค่อยๆลอยตัวเข้าไปหาหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายที่ยังคงอยู่ในสภาวะช็อกเนื่องจากเสียเลือดมากและย่อตัวลงจรดปลายนิ้วแตะไปที่หน้าผาก

ด้วยระดับที่มากถึง 999 นั้นทำให้เขาสามารถใช้อวิชชามหาวัตรขั้นพื้นฐานถ่ายทอดลมปราณเข้าไปปรับสภาพร่างกายของแอกเนสและเร่งการแตกตัวของฟริกไนท์ในร่างกายให้เธอกลายเป็นไบโอรอยด์เร็วยิ่งขึ้นไปอีก เขาไม่ได้ให้มาโก้ยัดเด็กเข้าไปในท้องของแอกเนสดังนั้นเขาจึงไม่ห่วงว่าเจ้าตัวจะตื่นมาโวยวายทีหลัง แม้ว่าที่เขาทำนี่จะโหดร้ายมากก็จริงอยู่ แต่หากเขาอธิบายเหตุผลให้ฟังแล้วเจ้าหล่อนอาจจะยอมสงบลงบ้างก็เป็นได้

“อย่าลืมไปขอโทษริเวียร่ากับเลโอเนลล์ด้วยนา ..ยายเตี้ย”

“คำก็เตี้ยสองคำก็เตี้ย มีปัญหามากนักรึไงหาไอ้ตัวกินเด็ก อย่านึกว่าไม่รู้นะว่าทำอะไรไว้ตอนที่กำลังทำข้าวต้มอยู่น่ะ แหม.. เร่าร้อนซะไม่มีล่ะ ถ้าไม่ติดว่าทำอาหารอยู่คงลากขึ้นเตียงไปแล้วใช่ไหมล่ะ?”รันแทบสำลักลมเมื่อได้ยินน้ำเสียงจิกกัดที่รุนแรงไม่แพ้ของตนดังมาจากมาโก้

เขากัดฟันท่องขันติไม่คิดหาเรื่องกับคู่มือที่ไม่สามารถล้มได้และเร่งกระบวนการการกลายพันธุ์ต่อโดยไม่ใส่ใจค้อนวงโตที่คนตัวเตี้ยขว้างมาให้อย่างจงใจ

ถึงจะรู้ความทรงจำของเขาแต่แม้กระทั่งเรื่องที่เขาคิดจะลวนลามเด็กนี่มัน..

โหดร้ายเกินไปแล้ว...

“มาโก้ ทำไมเธอถึงได้..?”

ความสนใจของฉลามแห่งไทรเดนท์เบนกลับมาที่เหยื่อตรงหน้าอีกครั้ง รอยยิ้มเมื่อครู่ที่มีให้กับคู่สนทนาคนก่อนหายวับไปกับตาเมื่อภาพของมาเธอร์สะท้อนเข้าสู่นัยน์ตา ความทรงจำของเธอค่อยๆถูกรื้อฟื้นขึ้นมาอย่างช้าๆ มีบางช่วงที่รันไม่ได้สนใจแต่มันเป็นช่วงที่เธอเจ็บมากที่สุด ร่างกายนี้ถูกมาเธอร์ย่ำยีไปมากกี่ครั้งต่อกี่ครั้งเธอเองก็ไม่รู้ แต่ในตอนนี้เธอกำลังจะได้โอกาสนั้น

โอกาสที่จะเอาคืนให้สาสม..!

“มาเธอร์ ความรักที่เธอมอบให้มาน่ะ ถามชั้นสักคำรึเปล่าว่าต้องการไหมน่ะ?”สีหน้าและน้ำเสียงที่แสดงถึงความจริงจังทำให้ร่างโฮโลแกรมของมาสเตอร์คอมพิวเตอร์สาวต้องนิ่วหน้าขึ้นมองจากบนพื้น มาโก้ที่ค่อยๆย่อตัวลงนั่งคุกเข่าตรงหน้าของเธอนี้ดูไม่เหมือนมาโก้ที่เธอเคยรู้จัก

ในใจของเธอกำลังคิด..

คิดว่าผู้ชายคนนั้นทำอะไรกับมาโก้ที่น่ารักของเธอกันแน่

คลื่นความคิดที่แผ่ออกมาถูกมาโก้กัดกินไปอยู่ตลอดเวลา และนั่นทำให้เธอมั่นใจได้ในทันทีว่าต่อให้พูดยังไงก็ตาม มันไม่มีทางเลยที่เธอจะเปลี่ยนใจของมาเธอร์ได้เป็นอันขาด อนาคตที่เธอต้องการนั้นมาเธอร์สามารถมอบให้ได้ และในขณะเดียวกันรันก็มอบมันให้เธอได้เหมือนกัน

และในวิธีของเขานั้น จะไม่มีใครต้องเจ็บตัวหรือเจ็บใจโดยไม่สมเหตุสมผล

มาโก้เม้มริมฝีปากก่อนจะลุกขึ้นยืนและหันไปหารันด้วยความกังวล การกำเนิดของเร้ดมาเธอร์นั้นเท่ากับการบ้าคลั่งของเร้ดมาเธอร์ ถ้าหากเร้ดมาเธอร์ตัวนั้นได้สติขึ้นมาและกลับคืนร่างของมนุษย์หรือร่างต้นแบบก่อนที่จะกลายพันธุ์ได้ นั่นก็เท่ากับว่าการถือกำเนิดสมบูรณ์แบบ

แต่ถ้าไม่ก็มีทางเลือกเดียวคือฆ่าเท่านั้น

“รัน..”

เจ้าของชื่อหันไปหาคนเรียกช้าๆก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเจ้าตัวที่ก้มหน้ามองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง ชายหนุ่มกระพริบตาปริบๆประมวลผลสีหน้าของมาโก้เข้ากับสีหน้าของมาเธอร์เพื่อหาคำตอบของสถานการณ์ ไม่ช้าเขาก็ถอนหายใจและหันกลับไปดูอาการของแอกเนสเช่นเดิม

“รักรึเปล่าล่ะ? ต่อให้ถูกทำร้ายมากแค่ไหน ต่อให้ถูกเกลียดชังมากเท่าไหร่ ยังรักอยู่รึเปล่า ผู้หญิงคนนั้นน่ะ ความรักมันไม่จำเป็นต้องมาจากทั้งสองฝ่ายหรอกนะ รักข้างเดียวก็มีให้เห็นบ่อยไปนี่ ประเภทที่แบบว่า.. แค่เห็นคนที่รักมีความสุขเราก็มีความสุขแล้วน่ะ”เขาถามออกมาเปรยๆจากประสบการณ์ตรงในอดีต มันไม่ใช่ว่าเขารู้และเชี่ยวชาญในความรัก แต่ในฐานะของคนที่คุ้นเคยกับมันมากที่สุดคนหนึ่งเขาจึงอยากจะชี้ทางให้เธอคนนี้ดูบ้าง

คนที่ประสบปัญหาอยู่ในตอนนี้คือฉลามแห่งไทรเดนท์ที่กำลังนิ่งงัน

“ถ้า.. ถ้ามาเธอร์หายไป รันจะเขียนมาสเตอร์คอมพิวเตอร์ใหม่ขึ้นมาแทนที่รึเปล่า?”หากต้องการให้ทวีปแห่งนี้เป็นทวีปที่ไร้ซึ่งความขัดแย้งอันใหญ่หลวงนั้น มันจำเป็นที่จะต้องเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างไทรเดนท์ แอนดรอยด์ และไบโอรอยด์เข้าด้วยกัน

แอนดรอยด์นั้นมีแกนนำคือพิวเรีย ไบโอรอยด์มีอีเดนควีน แล้วไทรเดนท์ล่ะ..?

มาโก้นั้นไม่สามารถชักนำทุกคนได้อย่างแน่นอน และเขาก็ไม่มั่นใจด้วยว่าเด็กคนนี้จะทำงานหนักๆแบบนั้นได้ การเป็นผู้นำคนนั้นไม่ใช่เรื่องยากแต่จำเป็นต้องมีความใส่ใจและความขยัน นอกจากนั้นวุฒิภาวะที่มาโก้ขาดไปเองก็จำเป็นเช่นกัน

หากจะให้ทวีปนี้ดำเนินไปในทางที่เห็นควรนั้น

มันก็ควรจะมีมาสเตอร์คอมพิวเตอร์ใหม่ขึ้นมาเป็นผู้นำแทนมาเธอร์

รันพยักหน้าตอบกลับไปนิ่งๆและหันไปหาคู่สนทนาเพื่อรอดูผลตอบรับ

“ถ้าอย่างนั้นให้เหลือความทรงจำของมาเธอร์เอาไว้ได้ไหม?”

เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นนัยน์ตาที่แวววาวเพราะนำตาของอีกฝ่าย

การจะเขียนโปรแกรมของมาสเตอร์คอมพิวเตอร์ขึ้นมานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายหากเริ่มจากศูนย์ เขาสามารถคัดลอกรูปแบบจากเฟรย่าซิสเต็มมาได้แต่เมื่อเขารู้แล้วว่าไอเรียคือเร้ดมาเธอร์ตนที่สาม ดังนั้นเขาจึงเริ่มลังเลที่จะใช้มัน แต่หากเขาเริ่มจากศูนย์จริงๆมันจะกินเวลามากโข..

ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากแอนดรอยด์เพื่อสงบศึกและตกลงเรื่องอาณาเขต ผลผลิตทางแร่ธาตุ ทรัพยากรและคลี่คลายความขัดแย้งทั้งหมดที่เคยมี แน่นอน นั่นรวมไปถึงการสงบศึกกับไบโอรอยด์ด้วย

แต่ถ้าหากเขาทำอย่างที่มาโก้ขอร้องโดยการใช้ดาต้าเบสเดิมและปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของอินเตอร์เฟซหลักที่เป็นบุคลิกของมาเธอร์แทนมันก็อาจจะเป็นไปได้ มันก็เหมือนกับที่เขาจะทำกับมาโก้ก่อนหน้านี้ คงเหลือความทรงจำไว้ และเปลี่ยนบุคลิกรวมทั้งนิสัยใจคอทั้งหมดด้วย Creeping Eidolons ทำให้กลายเป็นคนใหม่

แบบนั้นคงน่าจะดีสำหรับมาโก้มากที่สุด..

“ฉันทำได้ เธอมั่นใจแน่เหรอว่ายังอยากให้มาเธอร์คนใหม่มีความทรงจำของตอนที่ทำร้ายเธอแบบนั้นอยู่น่ะ? เจตจำนงในตอนแรกของมาเธอร์นั้นคือสร้างแหล่งพลังงานให้กับไทรเดนท์ แต่เธอเองก็น่าจะรู้นี่ ใช่ไหม? ว่ามาเธอร์ต้องการแอกเนสมาแทนที่เธอเพื่อปลดเธอออกจากภาระนี่เพื่อที่จะได้อยู่กับเธอไปเรื่อยๆอย่างสงบสุขที่สวนนั่น”

มาโก้สูดลมหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะยิ้มออกมา

“ความสุขแบบนั้นก็เป็นได้แค่ความสุขจอมปลอม ชั้นยอมเป็นแหล่งพลังงานให้กับไทรเดนท์ต่อไปได้ แต่ถ้าให้อยู่กับมาเธอร์แบบนั้นชั้นเองก็ไม่ไหวเหมือนกัน ..แล้วอีกอย่าง ใครบอกว่าชั้นจะอยู่ที่นี่ต่อหลังจากเรื่องพวกนี้จบลงแล้ว หืม?”

รันเพียงยิ้มแหยให้กับคำพูดนั้นก่อนจะส่งสัญญาณให้ฮูกินน์และมูนินน์ทำยังไงก็ได้เพื่อปิดปากมาเธอร์ที่เริ่มร้องโวยวายนั่น ด้วยระดับที่มากกว่าเขารู้ได้ในทันทีว่าระดับของมาเธอร์นั้นน้อยกว่าฮูกินน์และมูนินน์อยู่หลายร้อยระดับ

ดังนั้นการแกล้งแพ้เพื่อลากมาเธอร์ออกมาข้างนอกที่เคลื่อนไหวในร่างโฮโลแกรมไม่สะดวกมันก็มากพอแล้วที่จะหยุดมาเธอร์ลงได้ ที่เขาต้องทำต่อไปก็มีเพียงแค่จัดการสงบสติอารมณ์แอกเนสที่กลายเป็นเร้ดมาเธอร์ซะ แล้วก็แก้ไขระบบของมาเธอร์ใหม่

ขั้นตอนสุดท้ายคืองานถนัดของเขา

แต่ขั้นตอนก่อนหน้าที่ต้องรับมือกับผู้หญิงที่วีนแตกขึ้นมานั้นมันไม่ใช่เรื่องง่าย

“ก็นะ ฉันก็ไม่คิดจะให้เธออยู่ที่นี่ต่ออยู่แล้ว หวังว่ายายพวกนั้นจะไม่รับน้องเธอหนักก็แล้วกันนะ ยายเตี้ย”แม้จะเป็นคำจิกกัดแต่น้ำเสียงที่ลำเลียงมันออกมานั้นเต็มไปด้วยความเอ็นดู มาโก้มุ่ยหน้าหนีก่อนจะกอดอกมองร่างของแอกเนสที่ค่อยๆถูกเกาะกุมด้วยผลึกสีดำจนเป็นก้อนโลหะขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยลวดลายพลิ้วไหวสีแดง

“ชั้นไปกับนายด้วยได้แน่นอน แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่านายจะรอดจากเร้ดมาเธอร์ในร่างสมบูรณ์ที่ไร้สติไปได้รึเปล่าน่ะนะ เด็กนั่นดูเหมือนจะตื่นขึ้นแล้วสิ”รันหันขวับไปมองผลึกโลหะขนาดใหญ่สีดำที่มีร่างของแอกเนสอยู่ภายในแล้วแทบร้องไห้จ้า

“มันใหญ่ขนาดนี้แล้วทำไมไม่บอกก่อนเล่า!”

“..ฮุๆ ถ้าบอกก็ไม่ได้เห็นนายทำหน้าเอ๋อๆแบบนั้นน่ะสิ ตาโรคจิต”

รันกัดฟันอั้นความรู้สึกอยากจะแพ่นกบาลเจ้าลูกปลาฟันแหลมตรงหน้าและหันไปแตะก้อนโลหะยักษ์พาเทเลพอร์ทออกจากห้องเล็กๆแห่งนี้ไปยังด้านนอกของฐานบัญชาการไทรเดนท์ในทันที

เขามองดูก้อนโลหะที่ค่อยๆขยายตัวจนสูงเกือบสิบเมตรนั่นด้วยความกังวล

ผู้หญิงตัวใหญ่ขนาดนั้นเวลาปรอทแตกคุยด้วยดีๆไม่ได้แน่นอน.. ชายหนุ่มคิดเหงื่อตก ความหวังที่ว่าจะจบเรื่องนี้ในเวลาไม่กี่นาทีเห็นทีจะเป็นไปไม่ได้เสียแล้ว เขาควรจะลงมือเต็มกำลังตั้งแต่เริ่มหรือว่าค่อยๆเรียนรู้รูปแบบการโจมตีโดยการหลบเรื่อยๆก่อนดี?

“หลบไปเรื่อยๆก่อนนั่นแหละดีแล้ว เร้ดมาเธอร์ที่ไร้สติก็ไม่ต่างอะไรไปจากไบลนด์ฮาร์เวสเตอร์โง่ๆที่มีพลังเป็นพันเท่าตัวหรอก”เขาหันขวับไปมองมาโก้ที่มาปรากฏตัวอยู่ข้างๆคอแทบหัก รันเบ้ปากกับสีหน้าสนุกคึกคักของอีกฝ่ายก่อนจะถอนหายใจ

“งั้นก็อย่าเข้ามายุ่งก็แล้วกัน”

“ไม่ได้กะจะยุ่งอยู่แล้ว ชั้นเป็นแค่ผู้ชมที่นั่งชิดติดขอบเวทีเท่านั้น”

ยายลูกปลาน้อยขี้อวด

เขาหลับตาลงทำสมาธิรอการตื่นของแอกเนสอย่างใจเย็นพลางคิดถึงความเป็นไปได้ที่เร้ดมาเธอร์ตนนี้จะโจมตี รูปแบบของแอกเนสจะเป็นยังไง การโจมตีและทักษะจะรุนแรงแค่ไหน เขาเพียงคิดเอาไว้ล่วงหน้าเพื่อรอสถานการณ์จริงที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า

Bioroid Detected! Red-Mother Alert!

 Agnes the Ruthless Hercules!! >>> LV. +400!!

Arch-enemy Spotted! Field deploys >>> Defense = None!!

 

 

ครับ! มีคอมเม้นท์เข้ามาเยอะมากว่าช่วงแรกๆอ่านไม่รู้เรื่อง เดี๋ยวผมจะพยายามแก้ไขดูครับ

ความขี้เกียจนี่..เอาชนะยากนะครับ เหมือนไปสดกับโรชานตั้งแต่เวล1 555+

จะพยายามทำให้อ่านได้ยากน้อยที่สุดครับ อาจจะอัพช้าหน่อยเพราะยุ่งๆ โทษทีครับ แหะๆ

ส่วนเพจก็พิมพ์ facebook.com/GodPres ครับผม!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

1,284 ความคิดเห็น

  1. #1130 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 27 เมษายน 2557 / 04:37
    ขอบคุณครับ เรดมาเธอตัวใหม่เวล400 รันกดสบาย แต่หวังว่า เวลคงไม่อัพกรฉูดหยุดไม่อยู่มาอีกล่ะตีกันเหนื่อย
    #1130
    0