God Presentiment Online ภาค สงครามเทียมเทพ

ตอนที่ 102 : บทที่ 3 ผีร้ายแห่งเกียร์ : ความรักหรือคำโกหก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 532
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    22 เม.ย. 57

บทที่ 3 ผีร้ายแห่งเกียร์
ช่วงที่สุดท้าย ความรักหรือคำโกหก

“โยนเหรียญสิบครั้งและทุกครั้งออกด้านหัว ถ้าหากโยนอีกครั้ง เปอร์เซ็นต์ที่เหรียญจะออกด้านหัวอีกครั้งคือเท่าไหร่?”คำถามดังออกมาจากลำโพงด้านหน้าของเด็กสาวร่างเล็กที่อยู่ในชุดคนไข้สีขาวภายในห้องสีขาวเรียบๆที่เต็มไปด้วยกลิ่นยาฆ่าเชื้อ ผู้ถูกถามหรี่ตาลงมองมือทั้งสองข้างของเธอที่ถูกกุญแจมือคล้องเอาไว้แล้วจึงเงยหน้าขึ้นมองลำโพงนั่นอีกครั้ง

“ห้าสิบเปอร์เซ็นต์”

การโยนเหรียญครั้งใหม่ไม่ได้เกี่ยวโยงกับครั้งก่อนหน้า โอกาสออกหัวหรือก้อยยังคงเป็นห้าสิบเปอร์เซ็นต์ เธอคิดและกลอดนัยน์ตาสีดำสนิทนั่นขึ้นมองเครื่องมือที่สวมอยู่กับศีรษะของเธอ นานเท่าไหร่แล้วก็ไม่ทราบ และมันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ

การทดสอบบ้าๆนี่.. เมื่อไหร่มันจะจบลงไปนะ?

“ผู้ที่สร้างฉันขึ้นมาจะได้ยินฉัน แต่คนอื่นไม่.. ฉันคืออะไร?”คำถามนั้นดังออกมาอีกครั้งจากลำโพงเดิม เด็กสาวผู้ถูกถามกำมือทั้งสองข้างเบาๆส่งเสียงกริ๊กเล็กๆทว่ายังเคยไม่ละสายตาไปจากลำโพงนั่น ริมฝีปากบางแห้งผากเม้มเรียบครู่หนึ่งก่อนจะเผยอขึ้นส่งคำตอบของคำถามออกมา

“ความคิด”ผู้ที่คิดขึ้นมาเท่านั้นถึงจะรู้ คนอื่นที่ไม่ใช่คนคิดย่อมไม่มีทางรู้ถึงความคิดของคนๆนั้น นอกเสียจากว่าจะมีความคิดเดียวกันหรืออ่านใจกันได้เท่านั้น

เธอผ่อนลมหายใจออกมาเบาแรง ทว่าเบาเพียงแค่ไหนร่างกายของเธอก็ยังเจ็บร้าวไปจนราวกับว่าร่างกายนี้พร้อมจะแตกสลาย โลหะสีดำที่กินพื้นที่ผิวหนังของเธอไปเกือบครึ่งตัวสะท้อนแสงเงาวาวเข้าสู่สายตา โลหะมีชีวิตที่น่ารังเกียจที่จะกัดกินผู้เคราะห์ร้าย

จะเป็นใครก็ได้ แต่ทำไมต้องเป็นเธอ..?

“มีแอปเปิ้ลกี่ผลที่โตบนต้นไม้?”

“ทุกผล”

มีแอปเปิ้ลผลไหนบ้างที่โตตรงรากหรือโตที่พื้น?

เด็กสาวถอนหายใจยาวเหยียดกับคำถามที่เริ่มไร้สาระขึ้นทุกครานั่นด้วยความเบื่อหน่าย หากเธอตอบผิดเจ้าเครื่องมีที่สวมอยู่ที่หัวของเธอนี่จะทำปฏิกิริยาบางอย่างส่งผลให้โลหะพวกนี้ขยายตัวทิ่มแทงร่างกายของเธอจนพรุน

มันเป็นการทดสอบบ้าบอคอแตกอะไรเธอเองก็ไม่รู้..

แต่ทำไมล่ะ?

ไม่ใช่ว่าเธอเป็นผู้เคราะห์ร้ายหรอกหรือ?

“มีเลขแปดอยู่แปดตัว ทำยังไงให้ได้หนึ่งพัน?”

คำถามนั้นถูกถามออกมาและในวินาทีถัดมาคือคำตอบ

“888+88+8+8+8”

ความเร็วในการคิดของเธอช่างน่าชื่นชมในระดับหนึ่ง เขาสามารถบอกได้เลยว่าความเร็วในการตริตรองและตัดตัวเลือกของคำตอบนั้นสูงมากจนน่านับถือ ชายหนุ่มผู้ยืนอยู่ด้านหลังของเด็กสาวคนนั้นกอดอกมองภาพเบื้องหน้าด้วยความสนใจ

“ชายคนหนึ่งแขวนหมวกของเขาเอาไว้และเดินไปข้างหน้าห้าร้อยเมตรโดยหลับตาทั้งสองข้างเอาไว้ ก่อนที่เขาจะหันกลังกลับมาและยิงหมวกใบนั้นโดนโดยไม่ต้องเปิดตาสักนิด เขาทำได้ยังไง?”คำถามนี้ทำให้เขาเลิกคิ้วขึ้นมาครู่หนึ่งขณะคิดหาคำตอบไปด้วยในหัว ทว่าในขณะนั้นนั่นเองเด็กสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าลำโพงนั้นกลับตอบไปในทันทีที่คำถามสิ้นสุดลง

“หมวกแขวนอยู่บนปลายปากกระบอกปืน”

เออว่ะ ไม่ได้บอกว่าแขวนหมวกไว้ที่ไหนนี่หว่า

ชายหนุ่มหัวเราะขำกับตัวเองเบาๆ แม้เธอคนนี้จะไม่เห็นหรือรู้สึกถึงเข้าได้เพราะมันเป็นเพียงภาพความทรงจำก็ตามที แต่ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่อาจหลุดหัวเราะออกมาดังๆได้ รันหรี่ตาลงมองมาโก้ในคราบเด็กสาววัยไม่กี่สิบขวบปีที่กำลังถูกฟริกไนท์กัดกินร่างกายด้วยความสงสาร

“การทดสอบจบลงแล้ว ตัวทดลองหมายเลข 2714 ไม่ผ่านเกณฑ์”

เสียงประกาศจากลำโพงเรียกให้ศีรษะของเด็กสาวเจ้าของหมายเลขที่ว่าต้องเชิดหน้าขึ้นมองลำโพงด้วยสายตาวาวโรจน์ แต่ก็ได้เพียงเท่านั้น เธอเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะหลุบตาลงก้มหน้ารอรับชะตากรรมที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่ช้า

“ตัวทดลองหมายเลข 2714? มาโก้ มิลค์เวทช์(Mako Milkvetch)? ได้ยินรึเปล่า?”

นอกจากเด็กสาวผู้ถูกเรียกแล้ว เขาเองก็หันไปยังต้นเสียงนั้นด้วยเช่นกัน ที่ด้านหลังของมาโก้ตรงหน้าประตูทางเข้าของห้องนี้คือเด็กสาวผมเงินในชุดเดรสเรียบๆสีขาว เขาจะไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจเลยถ้าหากว่ารูปร่างหน้าตาของเด็กสาวคนนี้ไม่เหมือนกับมาเธอร์

“...”ฉลามแห่งไทรเดนท์ในอดีตยังคงนิ่งเงียบแม้จะจับจ้องผู้พูดไม่วางตา

“เราจะถือว่าเธอได้ยินก็แล้วกันนะ อยากมีชีวิตรอดรึเปล่า?”เธอเลิกคิ้วขึ้นเมื่อได้ยินข้อเสนอที่ดีเกินจนน่าตะครุบเอาไว้ของเด็กสาวผมเงินแปลกหน้าตรงหน้า ทว่าความสัตย์ตรงที่ถูกปลูกฝังเอาไว้ในมโนสำนึกนั้นกลับทำให้มาโก้หันขวับกลับไปมองยังลำโพงตรงหน้าและเบนไปยังกล้องวงจรปิดตรงมุมห้องอย่างรวดเร็วราวกับขอความเห็น

“พวกนั้นไม่เห็นเราหรอก ถ้าจะพูดให้ถูกคือเราไม่ต้องการให้พวกนั้นเห็น เราเพียงต้องการแค่คุยกับเธอเท่านั้น มาโก้ มิลค์เวทช์ เธอสมบูรณ์แบบเกินไป พวกนั้นไม่ต้องการเธอและจะปล่อยให้เธอถูกกัดกินไปเรื่อยๆจนกลายเป็นไบโอรอยด์.. และกำจัดทิ้ง”

มาโก้ยังคงเงียบ แต่ไม่นานนักหลังจากนั้นเธอก็พยักหน้าลง

“ดี..”

สิ้นเสียงของมาเธอร์คือสิ้นสุดช่วงเวลาของการรอคอย รันขยับยิ้มออกมาเมื่อภาพรอบด้านของเขาเปลี่ยนไปกลายเป็นห้องโล่งกว้างที่เต็มไปด้วยเครื่องมือต่างๆนานาที่เขาไม่เคยเห็นเรียงรายอยู่เต็มโต๊ะโลหะ พร้อมทั้งแขนกลมากมายที่กำลังขยับเขยื้อนอยู่เหนือร่างเล็กที่ปกคลุมไปด้วยผลึกโลหะสีดำที่ถูกรังเกียจจากผู้คนที่นี่

รันมองดูภาพในความทรงจำของมาโก้อย่างเงียบเชียบ การผ่าตัดนี้ไม่ใช่อะไรที่เขาอยากดูนัก ที่เขาสนใจคือหน้าต่างข้อมูลจำนวนมากที่มาเธอร์กำลังยืนดูมันอยู่ต่างหาก

ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบเดินไปยืนอยู่ด้านหลังของเด็กสาวผมเงินเพื่อเก็บข้อมูลจากหน้าต่างข้อมูลพวกนี้ทันที ในเมื่อนี่คือความทรงจำ มันไม่มีทางเลยที่เขาจะมีตัวตนได้ หลักฐานคือในตอนนี้ที่เขายืนทะลุร่างกายของมาเธอร์เพื่อดูข้อมูลทั้งหลายอยู่นี่

มาโก้ มิลค์เวทช์ เพศหญิง อายุพื้นฐาน 11 ปี อายุร่างกาย 3 เดือน รอบอก... รอบเอว... สะโพก... ไม่ๆๆ ไม่จำๆ ถูกสร้างขึ้นมาในโครงการดำรงเผ่าพันธุ์ชุดที่ 31 สภาพร่างกายอยู่ในเกณฑ์ปรับปรุง สภาพสมองอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม ประสบอุบัติเหตุระหว่างการลำเลียงขนส่งและได้รับรังสีจากอุกาบาตจนกลายพันธุ์ในอยู่ในระดับกลุ่มเสี่ยง

สถานภาพทางร่างกายที่ติดเชื้อเหมาะกับการพัฒนาเป็นอาวุธ เธอจึงถูกจับเข้าสู่โครงการผลิตทหารพิเศษที่สามารถใช้พลังพิเศษแบบเดียวกับไบโอรอยด์บางชนิดที่พัฒนามาจากสิ่งมีชีวิตของดาวดวงนี้ได้ สามารถใช้พลังของพวกมังกรได้เหรอ..? อืม.. ดูเหมือนว่าจะสำเร็จซะด้วยสิทหารพวกนั้น

แต่จากการทดสอบขั้นต้น มาโก้ มิลค์เวทช์มีสติปัญญาที่อยู่ในเกณฑ์ดีเกินไปซึ่งจะขัดต่อการใช้งานในภายภาคหน้า..? ตกลงว่าแต่แรกเจ้าพวกนี้ต้องการจะใช้งานมาโก้ให้เป็นสุดยอดทหารพวกนั้น แต่เพราะว่าซื่อสัตย์และมีสติปัญญาที่ดีเกินไปจึงอาจจะทำให้เสียแผนและยากในการควบคุม งานที่เจ้าพวกนี้จะให้ทหารพวกนั้นทำคืออะไรกันแน่ถึงต้องกังวลถึงความซื่อสัตย์และความจงรักภักดีด้วย?

เขาค่อยๆย่อยข้อมูลอย่างละเอียดอีกครั้งในเวลาที่จำกัดพร้อมๆกับอ่านหน้าต่างข้อมูลที่มาเธอร์เปิดขึ้นมาใหม่ด้วยเช่นกัน มันเป็นแผนงานใหม่ที่จั่วหัวตรงหน้าต่างเอาไว้ว่า ‘2nd R-Mother Project – Infinite Energy Source’

จริงด้วยสิ พวกไทรเดนท์ตามอุกาบาตฟริกไนท์มาที่ดาวดวงนี้ก็เพราะว่าจะใช้มันเป็นแหล่งพลังงานเพื่อขับเคลื่อนยาน แต่ในเมื่อพวกมันหายสาบสูญไปและไทรเดนท์ไม่สามารถออกจากทวีปนี้เพื่อค้นหาได้ ก็เลยคิดจะเลียนแบบพลังงานของเร้ดมาเธอร์ตัวแรกอย่างอีเดนควีนเพื่อสร้างพลังงานใช้แทนขึ้นมา!’ เป้าหมายของการที่มาเธอร์ทำให้มาโก้กลายเป็นเร้ดมาเธอร์นั้นกระจ่างแล้ว ต่อจากนี้ก็เรื่องระหว่างมาเธอร์และมาโก้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเท่านั้น

“ภูมิคุ้มกันจากปรากฏการณ์การผิดปกติของอนุภาคเวทมนตร์ ข้อมูลนั่นอยู่ในนี้หมดแล้ว”เสียงคุ้นหูดังขึ้นมาจากทางด้านหลังทำให้เขาหันขวับไปในทันที มันไม่ใช่แค่คุ้นหู แต่ยังเป็นเสียงที่เขาจำได้ขึ้นใจว่าใครเป็นเจ้าของ คนๆนั้นยืนอยู่ตรงหน้าของเขานี้แล้ว ชายผู้สวมหน้ากากแก้ว..

วิซาร์ด!

ตกลงว่าที่ผลของโองการราชันย์สายฟ้าไม่เป็นผลก็เพราะภูมิคุ้มกันอะไรนี่ของวิซาร์ด!?’รันเผลอกัดฟันกำมือแน่นและคำรามในลำคอ ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าวิซาร์ดนี่ วินาทีที่มือของเขาสัมผัสตัวของมาโก้โองการราชันย์สายฟ้าต้องทำให้เจ้าหล่อนติดสถานะโคม่าไปแล้ว

พวกจอมเวท... ดูถูกไม่ได้จริงๆ

“ของแลกเปลี่ยนล่ะ?”

“เงื่อนไขของเรายังไม่ครบถ้วนดีไม่ใช่เหรอ? พ่อมด?”มาเธอร์ผละออกจากหน้าต่างข้อมูลจำนวนมากและเดินรี่ตรงไปหาวิซาร์ดด้วยฝีเท้าเยื้องกรายราวกับเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ชายผู้สวมหน้ากากแก้วเพียงยกมือขึ้นกอดอกและลู่ไหล่ลงเล็กน้อยเท่านั้น

“ยังไงๆ เธอก็ต้องปล่อยไอเรียไปอยู่แล้วนี่? แน่นอนว่าถ้าหากเธอเล่นตุกติกแม้แต่นิดเดียวล่ะก็ ฐานที่มั่นบ้าบอนี่ฉันจะเป่ามันให้หายวับไปกับตาเลย”ชิพเล็กๆในมือของวิซาร์ดถูกดีดไปให้มาเธอร์อย่างไร้คำเตือนล่วงหน้าพร้อมกับรอมฝีปากบางที่เหยียดยิ้มเครียด

“และแน่นอน ถ้าแกเล่นตุกติกกับไอเรียแม้แต่นิดเดียวล่ะก็ แกมั่นใจได้เลยว่าในอนาคต ของรักของหวงของแกจะพังเละไม่มีชิ้นดี”

!!!”

เขารู้สึกไปเองรึเปล่าว่าวิซาร์ดหมายถึงเขา?

ไอ้นักแสดงปาหี่หลอกเด็กเอ๊ย ล็อกเอาท์ออกไปเมื่อไหร่ล่ะจะถล่มคอมที่บ้านมันให้เละเลยคอยดูสิ แน่นอน มั่นใจแล้วล่ะว่ามาเธอร์ตุกติกจริงๆและทำให้ไอเรียกลายเป็นเร้ดมาเธอร์ตนที่สาม แต่สาเหตุที่วิซาร์ดไม่ได้ลบไทรเดนท์ออกไปจากทวีปเกียร์นี่ยังเป็นที่สงสัย

“ใช่ เรามั่นใจ... ว่าคุณจะไม่มีทางทำให้พวกเราหายไปจากทวีปนี้ได้หรอก ไม่ใช่ว่าคุณทำไม่ได้ แต่คุณถูกห้ามไม่ให้ทำต่างหากล่ะ”หน้าเนื้อใจเสือคือคำอธิบายที่ดีที่สุดสำหรับสีหน้าที่มาเธอร์หยิบยกมาใช้ในตอนนี้ ท่าทีของวิซาร์ดนั้นไม่ต่างอะไรไปจากเด็กที่ถูกแย่งของเล่น เขาชักสงสัยแล้วสิว่าความนัยของคำพูดที่มาเธอร์พูดมานั้นหมายถึงอะไร

“อย่าคิดว่าแค่ทำสัญญาพันธมิตรกับไอเรียเอาไว้แล้วพวกแกจะปลอดภัยจากฉันนะ”วิซาร์ดแค่นหัวเราะในลำคอก่อนจะหันหลังเดินออกไปจากห้อง ทว่ายังไม่ทันที่ขาทั้งสองจะก้าวพ้นบานประตูเขาก็หันกลับมาอีกครั้งพร้อมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“ต่อให้ฉันไม่สนใจพวกแกก็เถอะ แต่ภูมิคุ้มกันนั่นจะทำให้เด็กนั่นกลายเป็นเหมือนไบโอรอยด์ แกมั่นใจแล้วจริงๆเหรอ เด็กนั่นเป็นเหมือนลูกสาวของแกไม่ใช่รึไง?”รันหันไปมองผู้ถูกถามก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อวินาทีถัดมามาเธอร์กลับหัวเราะร่วน

“เราต้องการให้มาโก้กลายเป็นไบโอรอยด์อยู่แล้ว ถ้าให้เป็นมนุษย์ต่อไปแบบนี้เราก็ใช้งานเธอให้เป็นแหล่งพลังงานในอนาคตไม่ได้น่ะสิ”รันกำหมัดแน่นกับน้ำเสียงของผู้พูดก่อนจะเริ่มคิด ถ้าหากนี่คือความทรงจำของมาโก้..

นั่นก็แสดงว่ามาโก้รู้เรื่องที่ว่าจะถูกใช้งานนี่มาแต่ต้นอย่างนั้นสิ?

“..ตื่นแล้วเหรอ? เป็นยังไงบ้าง?”

รันค่อยๆหันหลังกลับไปมองตามเสียง สถานที่ๆเขาอยู่ในตอนนี้คือสวนแห่งเดียวกับที่เขาพบมาเธอร์และมาโก้เป็นครั้งแรก ที่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งที่มีเปลวผูกเอาไว้คือมาเธอร์ทั้งมีมาโก้นอนอยู่บนตัก นัยน์ตาสีดำของเด็กสาวผู้ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นไบโอรอยด์สบประสานเข้ากับนัยน์ตาของผู้ที่เรียกได้ว่าเป็นแม่ของไทรเดนท์ทุกชีวิตครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะหลับตาลงอีกครั้งราวกับต้องการหนีจากฝันร้ายนี้ไปตลอดกาล

นี่คือความทรงจำของมาโก้ ดังนั้นความรู้สึกต่างๆของเธอจึงค่อยๆหลั่งไหลเข้ามาในหัวของเขาอย่างไม่หยุดหย่อน ความหวาดกลัว ความไม่รู้ ความกังวล ความเครียด ทุกอย่างที่ทำให้คนๆหนึ่งแตกสลายหลั่งไหลเข้ามาไม่ได้หยุดหย่อน

ถ้าหากเลือกได้อีกครั้ง.. ก็ขอตายไปซะยังจะดีกว่าอย่างงั้นเหรอ?

ภาพตรงหน้าของเขาเปลี่ยนไปอีกครั้ง คราวนี้มันยังเป็นสถานที่เดิมทว่าในมุมมองที่ต่างไป เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ ไม่รู้จบและไม่รู้หมด เสียงกรีดร้องโหยหวน เสียงร้องไห้คร่ำครวญ เธออยู่คนเดียว ไม่มีใครคอยรับฟัง ความรักที่เธอไม่ต้องการค่อยๆถูกยัดเยียดมาเรื่อยๆ แม้จะพยายามปฏิเสธแต่ด้วยสถานะที่เป็นเพียงของใช้ที่จะทิ้งขว้างเมื่อไหร่ก็ได้นั้นทำให้เธอต้องกล้ำกลืนฝืนทน

“พอได้แล้ว ความรักบ้าบอนี้ชั้นไม่ต้องการอีกแล้ว––!!”

“หยุดเถอะ ขอร้องล่ะ ฆ่าชั้นได้แล้ว!”

“เลิกทำดีสักทีเถอะ เป็นแค่ของใช้จะทิ้งขว้างเมื่อไหร่ก็ได้แบบนี้มันเจ็บ––!”

“ได้โปรด.. ทิ้งชั้นไปได้แล้ว เลือดเนื้อที่สูบไปมันยังไม่พออีกเหรอ––!?”

“เลิกหลอกกันได้แล้ว!”

“หยุดทีเถอะ ใครก็ได้หยุดมันที ขอร้องล่ะ!”

“..ไม่มีใครแล้ว ไม่เหลืออะไรแล้ว มันจบแล้วเหรอ..?”

“ไม่! ไม่ๆๆๆ!! ใครก็ได้.. ได้โปรดเถอะ! พาชั้นออกไปจากที่นี่ที!! ขอร้องล่ะ!!!”

“ฮือ.. ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยที ได้โปรด ขอร้องล่ะ.. ฆ่าชั้นที”

ทุกอย่างดับมืดลงพร้อมกับอาการปวดหัวที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน รันปิดตาแน่นกัดฟันกรอดพยายามตัดเสียงร้องโหยหวนที่ดังขึ้นในหัวออกไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าในวินาทีถัดมาทุกอย่างกลับจบลงราวกับมันไม่เคยเกิดขึ้น

ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าภาพตรงหน้ากลับไม่ใช่สวนหรือมาโก้ที่สิ้นท่า

แต่เป็นห้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าธรรมดาๆที่เห็นได้ทั่วไปในโรงเรียน กระดานดำกินพื้นที่ไปแถบหนึ่ง ด้านหนึ่งคือประตูและอีกด้านคือหน้าต่าง แสงสว่างเป็นสิ่งที่ขาดแคลนเนื่องด้วยหลอดไฟด้านบนที่แตกกระจาย ทว่าต่อให้มันมืดเพียงใดเขาก็ยังมองเห็นมันทุกอย่าง

เสียงหอบหายใจดังถี่ยิบอยู่รอบด้าน เสียงครางฟังดูมีความสุขดังระงมไม่เกรงใจใคร ภาพที่เขาเห็นเบื้องหน้าอาจเรียกได้ว่าสวรรค์และเช่นเดียวกันมันกลับเป็นนรก

นัยน์ตาสีทองกลอกลงมองดูสภาพของตัวเองที่อยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกนยีนธรรมดาที่ชอบใส่เวลาไปเดินเล่นนอกบ้าน ทับด้วยเส้นเชือกหนาที่มัดตัวของเขาแน่นตรึงเอาไว้กับเก้าอี้ อากาศรอบด้านหนาวเย็นเสียดกระดูกทว่ามันกลับไม่ทรมานเท่าสิ่งที่แสดงอยู่ตรงหน้าของเขา เรือนร่างของหญิงสาวจำนวนหนึ่งที่เกาะเกี่ยวกันนัวเนียสร้างความสุขสมให้กันและกันประปรายไปรอบห้อง เขามองไปรอบด้านด้วยสายตาที่ว่างเปล่าพร้อมกับของเหลวร้อนๆที่เริ่มล้นเอ่อที่ดวงตา

“วอล์ค..? ไค..ไร? ลาสโลว์? ทุกคน..?”

ทว่าเสียงตอบกลับที่ควรจะเป็นการขานรับด้วยน้ำเสียงยินดีกลับกลายเป็นเสียงหวีดร้องด้วยความกระสัน ผิวขาวเนียนละเอียดถูกแต่งแต้มไปด้วยรอยแดงบาดแผลจากอะไรก็ตามเท่าที่จินตนาการจะวาดภาพออกมาได้ กลิ่นคาวที่ฉุนกึกพร้อมกับไอร้อนที่เริ่มก่อตัว

ที่เขาเห็นอยู่ในตอนนี้ไม่ใช่แค่ ‘พวกเธอ’ แต่ยังรวมถึง ‘พวกมัน’ ด้วย

ชายหนุ่มผู้เคยเป็นผู้ครอบครองของพวกเธอกรีดร้องลั่นกัดฟันกรอด ส่งเสียงคำรามในลำคออย่างเกรี้ยวกราด ภาพตรงหน้าที่เขาเห็นมันยังไม่ทำร้ายเขาได้เท่ากับการที่พวกเธอยอมรับสัมผัสของพวกมันราวกับเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่ในความทรงจำของพวกเธอ

กึก..

รันก้มลงดูตัวเองอีกครั้งก็พบว่าเชือกที่มัดร่างกายของตนอยู่หลุดออกไปแล้ว ชายหนุ่มไม่รอช้าถีบพื้นตรงเข้าหาพวกมันที่กำลังหาความสุขจากพวกเธอด้วยความต้องการฆ่าอย่างชัดเจนไม่ปิดบัง หมัดขวากำแน่นชกออกไปเต็มแรงหมายจะต่อยให้ มัน หยุดการกระทำที่ทำอยู่

วูบ..

มือของเขาทะลุผ่านพวกมันไปราวกับมันไม่มีตัวตน

ไม่ใช่..

เขาต่างหากที่ไม่มีตัวตน

“นี่มัน บ้าอะไรกัน..”

-การใช้ Creeping Eidolons ล้มเหลวเนื่องจากมีการรบกวนจากภายนอกค่ะ-

“อึ้ก..!”

รันเปิดตาขึ้นอีกครั้งด้วยความตระหนก ทว่าในวินาทีถัดมาเขาก็ต้องปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันให้ได้เนื่องจากกลุ่มพลังงานสีแดงที่ก่อตัวเป็นมือมันกำลังบีบคอของเขาราวกับจะป่นมันให้แหลกเป็นผุยผง นัยน์ตาสีเขียวมรกตกลอกลงมองหญิงสาวผมแดงที่ยังสลบไสลไม่ได้สติด้วยความงุนงง ในเมื่อมาโก้ยังสลบอยู่แล้วทำไมพลังงานนี่ถึงได้..

ภูมิต้านทานเวทมนตร์? ไม่.. ระบบป้องกันตัวเอง!

ต่อให้ใช้ทักษะเพื่ออ่านความทรงจำและพยายามล้างสมองให้เธอเชื่อฟังแล้วก็ตามทีเขาก็ไม่รู้อะไรมากกว่าเดิมนักนอกจากความรู้สึกของเธอที่สั่งสมเอาไว้เท่านั้น มือพลังงานสีแดงค่อยบีบแน่นขึ้นเรื่อยๆจนเขาต้องฉีกกระชากมันออกไปและถอยออกห่างจากมาโก้

“...ถึงกับโต้กลับ Creeping Eidolons มาได้นี่มันก็เกินไปหน่อยนะ ระดับเราก็มากกว่าตั้งเกือบสองร้อยแต่ก็ยังเอาไม่ลง มาโก้.. สัตว์อสูรตัวนี้มันชักจะมีอะไรแหม่งๆแล้วแฮะ”รันถอนหายใจยาวเหยียดก่อนจะหันหลังมองออกไปยังป่าที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ

‘ความรักที่ไม่เคยต้องการทำให้เกิดความเจ็บปวดอย่างงั้นเหรอ..?’

ราตรีครวญคลั่งปรากฏขึ้นในมืออีกครั้งพร้อมด้วยสีหน้าที่ค่อยๆเสื่อมหายกลายเป็นความจืดจาง ไร้ซึ่งอารมณ์ความสงสารหรือความกังวล จะคุยได้หรือไม่ในตอนนี้เขาไม่สนใจมันอีกแล้ว

ไม่ว่ามาโก้จะเจ็บมามากเท่าไหร่ก็ตามที ในตอนนี้เขาไม่มีทางปล่อยให้ตัวอันตรายที่แทบจะเป็นอมตะนั่นอยู่รอดต่อไปได้เด็ดขาด

ดาบใหญ่ถูกจับกลับด้านทิ้งปลายตรงตำแหน่งกลางอกที่ขยับขึ้นลงเป็นจังหวะของลมหายใจแผ่วๆนั่นอย่างพอดิบพอดี รันสูดลมหายใจเฮือกใหญ่และผนึกพลังด้านลบไปที่ดาบเป็นจำนวนมากเพื่อให้มั่นใจว่าเธอจะตายในดาบเดียว แต่ให้เป็นศัตรูแต่ด้วยสิ่งที่เธอรู้สึกมาในอดีตนั้น อย่างน้อยๆมันก็ทำให้เขาในตอนนี้ไม่อยากให้เธอต้องทรมาน

“...”

ไร้ซึ่งคำขอโทษหรือคำบอกลาสำหรับคนแปลกหน้า ดาบใหญ่สีดำเป็นประหนึ่งพญามัจจุราชกดแทงกินลงไปในผิวกายขาวละเอียดนั่น เรียกของเหลวสีดำให้ปริ่มล้นออกมาพร้อมๆกับน้ำตาที่ปรี่ขึ้นที่หางตาของเธอที่หลับสนิท

“คุณเข้ามาในหัวชั้น..”

ชายหนุ่มชะงักมือกับเสียงของเธอ

รันเคลื่อนทัศนะวิสัยของตนขึ้นเล็กน้อยให้พอเห็นสีหน้าของเธอ ตอนนั้นเองที่เขาเห็นสีหน้านั้นอีกครั้ง หนึ่งในภาพจำนวนมากที่โผล่ขึ้นมาตอนที่เขาอยู่ในหัวของเธอมีภาพนี้อยู่ด้วย รอยยิ้มที่มีอยู่ในเวลาเดียวกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม คิ้วเรียวเข้มของเธอขมวดร่นด้วยในเวลานั้น เขาไม่รู้ว่าสีหน้าแบบนี้เรียกว่าอะไร แต่มันให้ความรู้สึกว่าเธอกำลังยินดีและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน

สีหน้าแบบนั้น..

มันทำให้เขากดดาบลงไปไม่ได้อีก

‘สัตว์อสูรตัวนี้มันอะไรกันแน่.. เหมือนกับว่าความต่างชั้นของระดับไม่มีผล เวทมนตร์ก็ใช้ใส่ไม่ได้ พลังพิเศษต่างๆนานาอะไรก็ไม่มีผล แม้แต่ Creeping Eidolons ที่ใช้ได้ผลกับอากิและอาเมะที่เป็นร่างจำแลงแห่งฤดูกาลยังใช้ไม่ได้ผลกับยายนี่ มันชักจะทะแม่งๆแล้วแฮะ.. มีวิซาร์ดเข้ามาเกี่ยวด้วยแบบนี้ มันชักเริ่มแปลกเข้าไปทุกทีที่หลักการของเกมออนไลน์ใช้ไม่ได้กับเธอคนนี้ ทั้งระดับ ทั้งทักษะ แม้กระทั่งรูปแบบการคิด เธอเหมือนกับทิวลิปที่เก็บเรื่องอันเจ็บปวดของตัวเองเอาไว้ในเปลือกที่แข็งแกร่ง

ทว่ายิ่งเปลือกนอกแข็งเท่าไหร่ ข้างในก็ยิ่งอ่อนนุ่มเท่านั้น

“ทำไมถึงยังทน?”

คำถามที่หลุดออกมาจากปากของคนที่กำลังจะตายทำให้เขาชะงัก

ถ้าหากว่าเขาเข้าไปในหัวเธอเพื่อดูความทรงจำตามคอนเซ็ปท์ของ Creeping Eidolons แล้ว ทำไมในตอนท้ายเขาถึงเห็นภาพพวกนั้นกัน? หรืออาจะเป็นเพราะอะไรก็ตามในตัวผู้หญิงคนนี้ที่ทำให้มันเป็นแบบนั้น ถ้าอย่างนั้นเมื่อมันแสดงภาพของเขา.. ภาพของสิ่งที่เขากลัว

มันไม่ใช่ว่าเธอเองก็เข้าไปในหัวของเขาหรอกหรือ?

“...เธอเห็นอะไร”

มันไม่ใช่คำถาม ทว่ากลับเหมือนเป็นคำขู่

“ต่อให้เก่งยังไงก็ยังเจ็บไม่ใช่เหรอ? ต่อให้ฉลาดยังไงก็แพ้อยู่ดีไม่ใช่เหรอ? คนรักที่มอบความรักจอมปลอมมาให้ ไม่รักซะยังจะดีกว่าไม่ใช่เหรอ?”ประโยคสุดท้ายเป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดผึงลง ราตรีครวญคลั่งถูกกดลงไปทะลุพื้นจนแทบมิดโคนด้าม เลือดสีดำที่ทะลักออกมาจากปากของเธอราวกับเครื่องในอะไรต่อมิอะไรถูกบดแหลกไปแล้วนั่นไม่ได้ทำให้เขายิ้มออกมาได้แม้แต่น้อย

อดีตของเขาจะต้องไม่มีใครรู้ ไม่ว่าจะเป็นวอล์ค ไคโร หรือแม้แต่โคลอี้ก็ตามที อดีตของเขาที่แม้แต่ทิสิโฟนีก็ไม่รู้ มันจะต้องไม่มีใครอื่นรู้นอกจากเขา มือทั้งสองที่จับด้ามดาบรั้งมันเข้าหาตัว คว้านพื้นโลหะของสถานที่แห่งนี้เป็นวงกว้างพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของมาโก้

“ทำไมไม่สู้ล่ะ..? อยากตายรึไงหา?”

เพลิงวัตรค่อยๆถูกอัดใส่ดาบใหญ่ทีละน้อยๆ เผาไหม้ที่ปากแผลเหวอะหวะของมาโก้จนส่งกลิ่นเหม็นไหม้ สีหน้าซีดเผือดของเธอ เลือดที่ไหลทะลักเจิ่งนอกเป็นสระน้ำนี่ น้ำตาที่ไหลปนไปกับเลือดจนเละเทะเปรอะเปื้อนใบหน้าที่ปราศจากความกลัว ภาพเหล่านี้ถูกฝังไปที่หลังเปลือกตาของเขาย้ำเตือนสิ่งที่เขากระทำแม้ในยามหลับตา

กระทั่งผู้เล่นกี่ร้อยคนที่เขาฆ่าไปมันยังไม่ทำให้เขารู้สึกผิดได้แบบนี้

เขากำลังฆ่าคนที่เข้าใจเขาได้มากที่สุดคนหนึ่งอยู่..

“รันเองเถอะ ทำไมถึงไม่สู้กลับไป..? อยากตายอย่างงั้นเหรอ?”

ถึงมันจะไม่เหลือรอยแผลเอาไว้แต่คำพูดของผู้หญิงคนนี้เหมือนกับเกลือที่ถูกทาทับลงไปยังที่ๆเคยมีรอยแผล แม้จะไม่แสบแต่ก็ทำให้รู้ว่าเจตนา ทั้งความรักและมิตรภาพที่เป็นเหมือนคำโกหก เขาและเธอเคยพบมันมาเหมือนกัน

สาเหตุที่ทำให้เขาต้องคลุกคลีกับนักเลง สาเหตุที่ทำให้เขาต้องเจ็บจนไม่กล้ามีความรัก เธอคนนี้รู้พวกมันและกำลังล้วงคอของเขาหาเอาคำตอบให้ตัวเองด้วยสภาพอันน่าเวทนา

“เลิกพล่ามแล้วร้องขอชีวิตได้แล้วน่า”

ไม่เหลือแล้วสำหรับการพูดคุยด้วยสรรพนามระหว่าง ผมกับ ‘คุณ’ ในตอนนี้ น้ำเสียงของเขาที่เคยแฝงไปด้วยความสนุกคึกคักในตอนนี้ฟังดูเย็นชาและหยาบกระด้าง มันไม่ใช่เขาเลยที่พูดจากับผู้หญิงอย่างเธอแบบนี้

แต่มันก็เพราะว่าเขาใจอ่อนและเป็นแต่ผู้ตาม ผู้หญิงพวกนั้นถึงได้มาสารภาพรักกับเขาแล้วปอกลอกความรักและขูดรีดความเชื่อใจของเขาออกไปจนเหลือแต่ซากแห้งๆอย่างนั้นเหรอ? ความรักที่พ่อกับแม่ของเขาเคยมีให้แก่กันมันทำให้เขาเชื่อและอยากจะรู้อีกสักครั้งว่ามันจะยืนยาวไปได้จริงหรือไม่ หนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง จนครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็นับไม่ได้

พวกเธอยังคงวนเวียนเข้ามาหาเขา เพราะหน้าตา เพราะความฉลาด เพราะการเงิน เพราะการวางตัว เขาเคยตั้งคำถามว่าพวกเธอเห็นอะไรในตัวของเขานักหนาถึงได้แวะเวียนกันมาป้อน.. แวะเวียนกันมากรอกน้ำตาลใส่ปากเขาได้อยู่นับครั้งไม่ถ้วน พวกเธอไม่เบื่อกันเหรอกับคนที่มีบุคลิกแบบเขา คนที่ภายนอกดูปกติแต่ภายในบิดเบี้ยวแบบเขา?

ถึงเขาจะหน้าตาดี หน้าใส เบบี้เฟซหรืออะไรก็ช่าง..

แต่แค่ถอดเสื้อออกดูก็จะเห็นว่ารอยฟกช้ำจากการถูกรุมซ้อมมันไม่ใช่น้อยๆ ผู้หญิงแต่ละคนที่แวะเวียนกันมาป้อนความรักจอมปลอมนั่นให้เขานั้นไม่มีสักคนที่เป็นผู้หญิงธรรมดาๆที่มีเพื่อนดีๆ คนหนึ่งมีแฟนคลับเป็นพวกผู้ชายไร้สมองที่พอเลิกกันก็ตามมารุมซ้อมเขา คนหนึ่งมีแฟนคลับเป็นพวกผู้ชายขี้อิจฉาที่เข้ามาแกล้งเขาทุกครั้งที่เธอคลาดสายตา หนักที่สุดคือเพื่อนร่วมห้องที่พอเลิกกัน ความเป็น ‘รัในสายตาของเพื่อนๆทั้งห้องก็เปลี่ยนไป..

ความหมายของคำว่า ‘คว่ำบาตร’ นั่นเขาได้เรียนรู้ในวันนั้นเอง

เขาไม่ได้เข้าไปคลุกคลีกับพวกนักเลงเพราะว่าจำเป็น แต่เพราะว่าเขาจำเป็นต้องทำเพื่อหาที่คุ้มกะลาหัวตัวเองจากพวกบ้านั่นต่างหาก แน่นอนว่ากลุ่มที่เขาอยู่ด้วยนั่นไม่บ้าผู้หญิง ถึงจะบ้าแต่ก็ไม่มีทางทำอะไรโง่ๆที่ไม่มีผลประโยชน์ให้กับตัวเองแน่นอน

เรียนในตอนกลางวัน พอตกเย็นก็ไปคลุกคลีตีโมงกับนักเลงขาประจำ

เหล้า ยา บุหรี่ หญิง เข้าผ่านมาหมดเหมือนเก็บค่าประสบการณ์อัพเลเวลตัวละครในชีวิตจริง แต่เหมือนว่าพอถูกทิ้งครั้งหนึ่งจะเกมโอเวอร์และกลับไปเริ่มต้นใหม่ เขาพยายามนึกอยู่เหมือนกันว่าในชีวิตนี้เขาเกมโอเวอร์ไปกี่ครั้งแล้ว..

รันเบนสายตาที่เหม่อมองท้องฟ้ากลับมามองยังคู่สนทนาที่จมกองเลือดอีกครั้ง

“...เลิกมองด้วยสายตาแบบนั้นได้แล้ว”

เธอเม้มริมฝีปากพยายามสูดหายใจอย่างยากลำบากก่อนจะพูด

“แต่รันก็เหมือนกันนี่?”

เขาจำไม่ได้ว่าเคยบอกชื่อเธอไปเมื่อไหร่..

“เธอเองก็ไม่ต่างกันไม่ใช่เรอะ?”คำพูดของเขาเริ่มหาสาระไม่ได้อีกครั้งเมื่อมันตอบกลับไปในเรื่องที่เห็นๆกันอยู่แล้ว รอยยิ้มที่ค่อยๆกรุยทางขึ้นมาบนใบหน้าของเธอได้ไม่ยากนัก ทว่ามันกลับเป็นรอยยิ้มแหย แห้งๆ ให้ความรู้สึกแบบ ‘ถูกจับได้ซะแล้วสิ แหะๆ’ อะไรประมาณนั้น

“อย่ามายิ้มอย่างงั้นนะ”

“..แหะๆ”

เธอค่อยๆยกแขนทั้งสองข้างขึ้นพยายามดันตัวเองออกจากการยึดตรึงของดาบใหญ่ทว่ากลับทำไม่ได้และจำใจต้องนอนแบ็บลงไปเช่นเดิม เมื่อเห็นว่าเปลี่ยนท่าทางไม่ได้มาโก้จึงถอนหายใจเหนื่อยๆแล้วพูดออกมาราวกับเครื่องในที่ใกล้จะทะลักออกมานั่นเป็นแค่ของประดับ

“ข้างบนนี่ไม่อยู่ในสายตาของมาเธอร์หรอกนะ..”

รันเลิกคิ้ว

ทำไมถึงต้องหลบมาเธอร์?

ต่อให้มาโก้เกลียดมาเธอร์ขนาดไหนสิ่งที่ยายนี่กำลังทำอยู่ก็ไม่ใช่ทำตามคำสั่งของมาเธอร์อย่างงั้นเหรอ? ไม่สิ มาโก้ไม่ได้ทำตามคำสั่งของมาเธอร์ตั้งแต่แรกแล้ว เธอบอกเขาเองกับปากว่าทำเพื่อปกป้องบ้านของเธอเอง ไม่ใช่ตามคำสั่งของมาเธอร์ที่ไม่รู้ว่ามีแผนการอะไรกันแน่

“ทำไม?”

“ที่ชั้นพูด.. มันเป็นเรื่องจริงนะ”

ความเงียบเริ่มคืบคลานกลับมาอีกครั้งระหว่างทั้งสองที่อยู่ในท่วงท่าที่ดูน่าอึดอัด แน่นอน มีดาบเล่มโตปักพุงให้นอนแห้งอยู่กับพื้นแบบนี้มันน่าอึดอัดแน่นอน รันยังคงมองมาโก้อยู่นิ่งๆ ไม่มีอะไรในนัยน์ตาสีมรกต ทว่าในนัยน์ตาอีกคู่ที่เป็นเป้าสายตานั้นกลับเต็มไปด้วยความโหยหา

“แค่มีคุณอยู่ใกล้ๆชั้นก็เจ็บน้อยลงแล้วล่ะ”

แสงสีแดงเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างที่ตรงแก้มซ้ายของเธอที่เต็มไปด้วยเลือดสีดำ ก่อตัวเป็นรูปร่างของดอกไม้ดอกเล็กๆและเพิ่มความเข้มของสีจนกลายเป็นสีม่วงเข้มล้อมรอบด้วยวงกลมสีเดียวกัน ไม่ต้องสงสัยเลยเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้า

มันมีสัญลักษณ์เดียวกันเรืองแสงอยู่ท่ามกลางก้อนเมฆสีเทานั่น

ข้อสงสัยถึงความแปลกประหลาดของสัตว์อสูรตัวนี้ทุกอย่างถูกตอบจนกระจ่างแจ้ง

“พวกเราเคยเจอความเจ็บปวดแบบเดียวกัน เราเข้าใจซึ่งกันและกัน..”ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้มหรือคำพูดอะไรของเธอตอนนี้ไม่เข้าหูเขาอีกแล้ว เขารู้สึกเหมือนตัวชาวูบ ความรู้สึกแบบเดียวกันเมื่อเห็นสัญลักษณ์ดอกซากุระบนท้องฟ้าเมืองอลาสไทร์กลับมาอีกครั้ง

‘Your presence softens my pains’ ความหมายของดอกมิลค์เวทช์สินะ”

รอยยิ้มแห้งๆของมาโก้ค่อยๆขยับขยายกินพื้นที่บนใบหน้าขาวนวลที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดสีดำนั่น เธอยิ้มยิงฟันให้กับเขาในเวลาเดียวกับที่สองมือของเธอขยับขึ้นมาประคองใบหน้าของเขาเอาไว้ สถานภาพของเขาในตอนนี้มันยิ่งกว่าในกรณีของริวและบาร์บาทอส

ยิ่งกว่าโรมิโอและจูเลียต

พฤกษาแรกกำเนิดหมายเอาชีวิตเขา

แล้วนี่...?

“พวกเราแบ่งปันความเจ็บปวดนี้ด้วยกัน ชั้นรู้ว่ารันเข้าใจชั้น และชั้นเองก็เข้าใจรัน ความเจ็บปวดของพวกเราไม่มีใครรู้ดีไปได้มากกว่าพวกเราเอง บาปของใครคนนั้นก็ต้องแบกรับมันเอง รันพูดเองไม่ใช่เหรอ?”น้ำเสียงแหบพร่านั้นฉุดเขาออกจากห้วงความคิด รันหลุบตาลงมองมาโก้อีกครั้งก่อนจะกัดฟันกรอดเมื่อสัมผัสได้ชัดเจนถึงคลื่นความคิดของอีกฝ่ายว่ากำลังจะพูดอะไรออกมา

“ชั้นว่าชั้น..ชอบรันเข้าแล้วสิ”

 

 

ทำหน้าแฟนเพจในเฟซบุ๊กดีไหม? จะได้ให้ทวงนิยายได้สะดวกๆ ถ้ายังมีคนอ่านอยู่ล่ะก็นะ..T^T

โฮ.. ต่อให้พระเอกเรื่องนี้ได้อะไรมาง่ายๆ มันก็เสียไปง่ายๆเหมือนกันน้า!!

เดี๋ยวไว้จะทำไทม์ไลน์ชีวิตของรันมาให้ หลายๆคนอาจจะงง.. เอ๊ะ หรือไม่งง?

ฮาเร็มบวกหนึ่งงงงง.... นี่หน้าแฟนเพจครับ https://www.facebook.com/GodPres

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

1,284 ความคิดเห็น

  1. #1126 akikan (@kansha) (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 22 เมษายน 2557 / 22:54
    สนุกมากเลย

    #1126
    0
  2. #1124 supanat pds (@drakon181) (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 22 เมษายน 2557 / 11:28
    สรุปว่ารันจีบมาโก้ติดแล้ว แถมเป็นแบบ SM ต้องซัดกันก่อนถึงจะคุยกันได้อีก? เยี่ยม!
    #1124
    0
  3. #1123 DarkKnight01 (@darkdark01) (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 22 เมษายน 2557 / 11:14
    มันก็งงๆมึนๆแหละครับ แล้วแต่บางที แต่ได้ก็ดีครับไทม์ไลน์
    แฟนเพจนี่ยังไงก็ได้ครับ 5555555
    #1123
    0
  4. #1122 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 22 เมษายน 2557 / 10:08
    อ่าวไหงงั้นล่ะเนี่ย ถ้าเอามาโก้เข้าฮาเร็มนี่ บรรลัยของจริงล่ะมั้ง แต่คนที่เจ็บเหมือนกัน มันก็เข้าใจกันเองก็ถูกน่ะเอ้อ
    #1122
    0