โอกาสฟ้าชะตาบทใหม่

ตอนที่ 2 : ข้ออ้าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,370
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 747 ครั้ง
    7 มิ.ย. 63

หยาอี้เริ่มเรียนหนังสือตั้งแต่สามขวบ เรียนร่วมกับจื่อเสวียนพี่ชายที่ตอนนั้นอายุหกขวบ เรียนร่วมกันอยู่สี่ปีจนเด็กชายอายุสิบขวบจึงสอบผ่านเข้าเรียนโรงเรียนแพทย์และนักปรุงยาประจำเมืองหลวง เป็นสถานศึกษาที่ไม่ว่าชนชั้นใด ขอเพียงเป็นชาวต้าหนิง หูตาการดมกลิ่นไม่พิการ มีแขนเขียนใบสั่งยาสามารถจับชีพจรได้ ถ้าสอบผ่านยินดีรับเข้าเรียนทั้งหมด จบมาใครอยากเป็นแพทย์ทหาร เปิดโรงหมอ สอบเข้าเป็นหมอหลวง ต่างคนต่างมีเส้นทางของตนเอง

หลิวซื่อติดตามการเรียนของบุตรทั้งสองทุกห้าวัน จื่อเสวียนเป็นเด็กร่าเริงโผงผาง มีใจจะเรียนแพทย์เพื่อออกเดินทางท่องไปทั่วหล้าช่วยเหลือผู้คน มีปณิธานแรงกล้ายิ่งใหญ่

ส่วนบุตรสาว เมื่อทำสิ่งใดมีใจจดจ่อ สามารถนั่งคัดอักษร และอ่านตำราได้ทั้งวัน จดจำสิ่งต่างๆได้แม่นยำ มีพรสวรรค์ในทางวิชาการ หากเลือกเส้นทางบัณฑิตมีโอกาสได้เป็นปราชญ์หญิง หากเลือกเส้นทางหมอย่อมเป็นหมอหญิงอันดับหนึ่งของแคว้น

หลังจากหยาอี้อายุเจ็ดขวบ หลิวซื่อจึงเชิญอาจารย์หญิงมาสอนวิชาต่างๆ ที่บ้าน แทนการส่งไปสถานศึกษาสำหรับสตรี เพราะหลิวซื่อมองว่าการเล่าเรียนแบบธรรมดาจะเป็นการถ่วงความสามารถบุตรสาวเสียมากกว่า ไม่เป็นผลดีแต่อย่างใด

ยามที่นางอายุ 17 มาเที่ยวเมืองหลวงพร้อมบิดามารดา วัตถุประสงค์หลักในการมาจากจิ่วโจวในยามนั้นคือหาลูกเขย หลิวซื่อในขณะนั้น มิได้คาดหวังว่าจะเจอชายที่จะมาเป็นสามี แต่ตั้งใจแน่วแน่ว่า จะปฏิเสธทุกคน หาวัดสักที่ ยอมปลงผมบวชชี ตั้งโรงหมอรักษาฟรี ช่างเป็นอุดมการณ์อันประเสริฐและยิ่งใหญ่ ไม่ต่างจากบุตรชายคนรอง นับว่าได้ความคิดนอกกรอบมาจากนางเต็มๆ

จนกระทั่งได้พบกับ ‘จูเหวินเสียง’ บุรุษผู้มีดวงตาอ่อนโยน แม้ไม่คมเข้ม หล่อเหลา แต่กลับมีรอยยิ้มน้อยๆ ดูมีเสน่ห์ยิ่งนักเขาสามารถยอมรับตัวตนของนางได้ ทั้งยังสัญญาว่าเมื่อถึงเวลาเหมาะสม เขายินดีจะเดินทางไปพร้อมนาง ทั้งสองจึงแต่งงานกัน สามีในวัย 22 ภรรยาในวัย 20 ร่วมกันสร้างครอบครัวสกุลจู สกุลที่สืบเชื้อสายแพทย์มายาวนานถึงห้าชั่วอายุคน

สกุลจูในรุ่นของ จูเหวินเสียงนั้นเป็นครอบครัวเดียวที่เป็นหมอหลวง นอกนั้นเป็นหมอชาวบ้าน ร้านขายยา โรงงานยา ทำไร่สมุนไพร มีลูกหลานสกุลจู ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของหยาอี้ กำลังศึกษาอยู่โรงเรียนแพทย์และการปรุงยาอยู่บ้างสามสี่คน

ระหว่างเรียนตอนเช้า สติปัญญาความคิดความอ่านวัยสิบเจ็ดในร่างเด็กแปดขวบของหยาอี้ ทำให้ดวงตากลมโตล้อมด้วยแผงขนตายาว กะพริบปริบๆ คิดเรื่องอื่นอย่างเหม่อลอย

มารดานางแบ่งเบี้ยหวัด และส่วนแบ่งจากโรงงานยาสกุลจูมาใช้จ่ายในบ้านอย่างน้อยเดือนละ สามร้อยตำลึง เป็นค่าแรง ค่าอาหาร ใช้จ่ายท่านย่า บิดา ค่าเรียนบุตรทั้งสาม เหลือเท่าไหร่เก็บไว้เป็นค่าสินสอดบุตรชายทั้งสอง และสินส่วนตัวของบุตรสาว ในใจของหยาอี้หลั่งเลือดดั่งสายน้ำ เพราะตอนที่หนีไปจิ่วโจว ทุกอย่างโดนฉินอ๋องที่ตั้งตัวเป็นเฉิงตี้ฮ่องเต้ริบเข้าหลวงไปหมด

ทรัพย์สินที่ติดตัวหลิวซื่อไป ถือว่ามากพอควร แต่ท่านย่าป่วยตลอด ทรัพย์สินทั้งหมดจึงใช้รักษาหญิงชราเป็นส่วนใหญ่

หยาอี้จะต้องดำเนินแผนผ่องถ่ายทรัพย์สินให้ดี ตอนนี้ยังมีเวลา ก่อนจะเกิดกบฎต้องเปลี่ยนทรัพย์สินทุกอย่าง เป็นทองและหยกให้หมด ท่านย่าจะได้มีเงินรักษาไม่ขาดมือ อาจอยู่กับนางได้นานกว่าเดิมอีกเป็นปี

‘ก่อนอื่นต้องหาเงินก่อน ดูว่ามีอะไรที่เด็กแปดขวบทำได้ และไม่ต้องแสดงตัว วาดภาพ แต่งกลอนขาย…’

เมื่อหมดเวลาเรียน อาจารย์หญิงถามคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่สอน หยาอี้จดจำได้รางๆว่า ตอนตนอายุแปดขวบเคยตอบอย่างไรตอนนี้ก็ตอบแบบนั้น นางยิ้มอย่างพอใจ สั่งการบ้าน ถือว่าจบการเรียนในช่วงเช้า เสร็จแล้วรีบไปกินข้าวกลางวันกับมารดา

ช่วงบ่ายเป็นการเรียนแพทย์ ฝังเข็ม จับชีพจร สั่งยา สมุนไพรชนิดต่างๆ หยาอี้ ไม่คิดจะสนใจเท่าไหร่

“ท่านแม่ ช่วงบ่ายของดเรียน ลูกขอไปตลาดหน่อยได้ไหมเจ้าคะ”

เมื่อเช้านางพยายามฝืนใจไม่ร้องไห้ ต่อหน้าท่านย่า ไปแล้วรอบนึง ระยะนี้ไทเฮาพระอาการไม่ใคร่ดีตอนนี้บิดาค้างแรมอยู่หลายวันแล้ว ตอนนี้นางอยากพบบิดาเหลือเกิน

“จักไปตลาดทำไมกัน”

“ลูกจะไปหาซื้อกระรอกแดงสักหลายคู่ ลูกอยากฝึกมันเป็นกระรอกโอสถเจ้าค่ะ”

หลิวซื่อไม่คิดว่าบุตรสาวจะมีความคิดความอ่านเกินวัยถึงเพียงนี้ ในใจนางปิติอย่างมาก หากท่านตาท่านยายของเด็กสาวรู้เข้าจะต้องยินดีมากแน่ ต้องรีบส่งข่าวไปบอก

“ลองซื้อมาฝึกดู ไม่เสียหาย หยาเออร์ของแม่ช่างหูตากว้างไกลนัก”

การฝึกสัตว์โอสถนั้นจะว่าง่ายก็ง่ายจะว่ายากก็ยาก กระรอกร้อยตัวจักมีสักหนึ่งถึงสองตัวที่ฝึกได้ แต่ถ้าหาเจอจักมีค่ามหาศาล

“ไปเถิด"

มารดาสั่งสาวใช้ให้พ่อบ้านเตรียมรถม้า ว่าแล้วจึงหยิบถุงเงินให้บุตรสาว

เด็กสาวยิ้มแก้มแถบฉีก

“ขอบคุณท่านแม่”

เมื่อร่างน้อยขึ้นนั่งบนรถม้าเรียบร้อย สถานที่ที่สั่งสารถีมุ่งหน้าไปกลับมิใช่ตลาด

“ไป วังหลวง”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 747 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

263 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #110 Theoneintheworld (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 19:43
    ย้อนกลับมา ด้วยเหตุใด แรงจูงใจ เจ็บ แค้น หรือ อะไร ยังไงคะ ไรท์
    #110
    0
  2. #100 Sureepond9585 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 16:24
    อืม...เหตุจูงใจที่ทำให้นางย้อนเวลากลับมาใหม่มันยังไม่เฉลยใช่หรือเปล่าคะ???
    #100
    0