(FIC GINTAMA)สายลมใหม่ที่เต็มไปด้วยความรู้สึก (OKITA X KAGURA)

ตอนที่ 20 : บทสรุปของความรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,193
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    5 เม.ย. 61

                2 ปีผ่านไป ภายในร้านรับจ้างสารพัด

                “ปา ปา”

                เสียงเล็กๆดังขึ้นทำให้กินโทกิที่กำลังหลับนิทราอย่างสบายอารมณ์จำต้องตื่นขึ้นมาเมื่อเสียงนั้นไม่ได้รบกวนอย่างเดียวแต่เขากลับรู้สึกถึงความเจ็บบนใบหน้าตนเองด้วย

                กินโทกิลืมตาก็เห็นเด็กหญิงตัวน้อยที่มัดจุกอยู่กำลังใช้มือเล็กๆของเธอดึงแก้มเข้าอยู่

                “ปา ปา”




                เด็กหญิงตัวน้อยเรียกกินโทกิให้ลุกมาเล่นด้วยกัน ตากลมโตสีดำของเธอมองเขาอย่างใสซื่อตามภาษาเด็ก ทำให้กินโทกิอดยิ้มอย่างเอ็นดูไม่ได้ แล้วเขาก็ดันตัวเองลุกขึ้นนั่งอุ้มเด็กหญิงมาอยู่บนตักของเขา

                “ไงล่ะ ฮิเมโกะ แม่ไปไหนซะละ? ทำไมปล่อยมาปลุกกันแบบนี้ได้ละเหวย?” กินโทกิพูดกับเด็กน้อยวัยหัดเดินที่ชื่อฮิเมโกะแล้วร้องเรียกคางุระ “คางุระ! คางุระ!”

                “อะไรน่อ กินจัง” คางุระขานรับพร้อมกับเดินมาเลื่อนประตูห้องนอน เมื่อเห็นฮิเมโกะนั่งอยู่บนตักของกินโทกิเธอก็ยิ้มให้อย่างเอ็นดู “อั๊วเห็นลื้อยังไม่ตื่นเลยปล่อยให้ฮิเมโกะมาปลุกน่อ”

                กินโทกิอ้าปากหาวแล้วลุกขึ้นอุ้มฮิเมโกะไปยังคางุระ จากนั้นตนเองก็หันไปเก็บที่นอนเข้าตู้ให้เรียบร้อย

                “วันนี้มีอะไรกินบ้างเนี่ย?” เขาเอ่ยถามคางุระที่จัดแจงฮิเมโกะลงในเก้าอี้เด็ก

                “ไข่สดๆกับข้าวร้อนๆน่อ”

                “ทำไมเวรทำอาหารหล่อนทีไรได้กินแต่ไข่ดิบทุกทีสิน่า”

                กินโทกิบ่นแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ

                “ไงน่อ ฮิเมะจังรอหม่ามี้เดี๋ยวเดียวน่อ”

                คางุระบอกกับเด็กหญิงตัวน้อย แล้วลุกขึ้นไปเอาข้าวตุ๋นที่เธอทำไว้สำหรับฮิเมโกะมาให้ แล้วฝึกให้เด็กน้อยจับช้อนกินเอง แล้วมานั่งเท้าคางมองฮิเมโกะด้วยความเอ็นดู

                “อรุณสวัสดิ์ครับ”

                เสียงชินปาจิดังขึ้นพร้อมกับเสียงเปิดประตูอย่างเช่นเช้าทุกๆวัน ชายหนุ่มวัย 21 ปีรีบเดินเข้าไปหาเด็กหญิงที่กำลังกินข้าวตุ๋นด้วยความเอ็นดู

                “อรุณสวัสดิ์จ้า ฮิเมะจังเช้านี้ก็ยังน่ารักเหมือนเดิมเลยนะ”

                “อย่าเข้าใกล้ฮิเมะจังให้มากน่อ เดี๋ยวติดเชื้อจืดจางจะให้อั๊วทำไงน่อ”

                “นี่คือคำทักทายตอนเช้าเหรอครับ คางุระจัง?” ชินปาจิย้อนถามอย่างเคืองๆ พลางหันมองซ้ายขวา “อ้าว ยังไม่มาอีกเหรอครับเนี่ย”

                สิ้นคำพูดของคำถามจากปากหนุ่มแว่นประตูร้านก็ถูกเลื่อนเปิดอีกครั้ง คราวนี้เป็นโอทาเอะเดินเข้ามาในร้าน

                “อรุณสวัสดิ์จ้ะ คางุระจัง ชินจัง ขอโทษทีนะที่วันนี้มาสายไปหน่อยรบกวนแย่เลย” โอทาเอะบอกกับทั้งคู่แล้วเดินไปหาฮิเมโกะที่เบะร้องไห้เมื่อเห็นเธอเดินเข้าไปใกล้ “โอ๋ๆ ว่าไงจ้ะ ฮิเมะจัง ขอโทษที่วันนี้มารับช้านะ”

                “อ้าว มาแล้วเหรอ”

                กินโทกิแต่งตัวเสร็จแล้วทักโอทาเอะที่อุ้มเด็กน้อยมาปลอบจากนั้นเขาก็พาตัวเองไปนั่งเพื่อจะกินอาหารเช้าที่คางุระเตรียมไว้ให้

                “ค่ะ ต้องรับกวนทั้งคุณกินกับคางุระจังอยู่เรื่อย ต้องขอโทษจริงๆนะคะ”

                “ช่างมันเถอะ ก็ในเมื่อเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวนี่นะอะไรช่วยๆกันได้ก็ช่วยกันไป”

                กินโทกิเอ่ยโดยไม่ได้หันไปมองโอทาเอะ แต่นั่นก็ทำให้เธอรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณเขาอย่างหามิได้

                หลังจากเหตุการณ์อันเลวร้ายผ่านไปโอทาเอะก็รู้ตัวว่าตนตั้งท้องลูกของคอนโด้ แม้จะลำบากมากแค่ไหนแต่เธอคิดอยู่เสมอว่าฮิเมโกะคือสิ่งที่คอนโด้ให้เธอไว้เป็นตัวแทนของเขา เพราะฉะนั้นเธอจะไม่เสียใจกับสิ่งที่ผ่านมาแล้วอย่างแน่นอน

                “โชคดีที่หน้าเหมือนแม่ ถ้าเหมือนพ่อนี่อับโชคแย่เลยนะ”

                “คุณกินก็พูดเกินไปนะครับ” ชินปาจิขัดกินโทกิอย่างหมั่นไส้ “ฮิเมจังน่ารักจะตาย เนอะฮิเมจังของอา”

                “ทำแบบนั้นมันน่าขยะแขยงน่อ เหมือนตาลุงแก่กำลังหม้อสาววัยขบเผาะเลยน่อ”

                คางุระพูดขึ้นเมื่อเห็นชินปาจิไปคลอเคลียกับหลานสาวของเขา แล้วเดินไปคว้าร่มคู่ใจพร้อมกับชวนซาดาฮารุไปข้างนอกด้วยกัน

                “ไม่กินข้าวเช้ารึไง?”

                กินโทกิทักหญิงสาวที่ตอนนี้กลายเป็นสาวสวยสะพรั่งในวัย 19 ปี ในระหว่าง 2 ปีที่ผ่านมานี้เขากับชินปาจิเหนื่อยแสนเหนื่อยกับพวกชายหนุ่มมากมายที่ดาหน้าเข้ามาจีบคางุระของพวกเขาเสียเหลือเกิน และโชคดีเป็นอย่างยิ่งที่เธอไม่สนใจใครเป็นพิเศษสักคน

                “อั๊วกินไปก่อนแล้วน่อ อั๊วไปก่อนนะทุกคน”

                คางุระหันไปตอบคนที่คอยดูแลเธอแล้วพาซาดาฮารุออกจากร้านไป โดยมีทุกคนมองตามหลัง

                “คางุระจังจะไปที่นั่นอีกสินะครับ”

                ชินปาจิเปรยขึ้นอย่างเห็นใจเมื่อรู้ว่าคางุระจะไปไหน กินโทกิถอนหายใจยาวแล้วไม่พูดอะไร ส่วนโอทาเอะก็ขอตัวกลับไปบ้านเพื่อดูแลลูกเช่นกัน แม้เธอจะเพิ่งกลับจากการทำงานที่ร้านมาก็ตาม

                คางุระเดินเรื่อยเปื่อยมาจนถึงสะพาน เธอหยุดเดินเมื่อเห็นชายร่างคุ้นตาเดินเข้ามาหาแม้ไม่ได้เจอกันนาน แต่คางุระก็ไม่ได้ดีใจสักเท่าไร เพราะเขาคนนั้นไม่ได้คอยอยู่ข้างตั้งแต่เด็กๆอยู่แล้ว

                “ว่าไงคางุระ ไม่ได้เจอกันนานลูกโตขึ้นเยอะเลยนะ” อุมิโบสึถอดแว่นตาดำแล้วเอ่ยทักลูกสาว แรกเห็นคางุระเขาก็นึกถึงภรรยาที่เสียชีวิตไปของตนเพราะว่าลูกสาวของเขาคล้ายกันมาก

                “ปาปี๊มาทำอะไรที่นี่น่อ? อั๊วไม่เห็นข่าวมีเอเลี่ยนตัวไหนบุกมาเลยน่อ”

                “จะมาหาลูกบ้างไม่ได้เลยรึไง”

                อุมิโบสึบอกจุดประสงค์ของตน คางุระมองผู้เป็นพ่อแล้วเบือนสายตามองไปยังสายน้ำที่ลดระดับลงเพราะอยู่ในช่วงหน้าหนาว แม้จะไม่ได้โกรธกับสิ่งที่อุมิโบสึทำลงไปแต่เธอก็ไม่สามารถจะลืมมันได้เลย

                “ยังโกรธเรื่องนั้นอยู่อีกเหรอ?”

                “อั๊วไม่ได้โกรธน่อ อั๊วเข้าใจว่าปาปี๊ทำไปเพราะหน้าที่” คางุระปฏิเสธ “แต่ถ้าจะให้อั๊วมองหน้าปาปี๊อย่างสนิทใจล่ะก็อั๊วขอเวลาหน่อยน่อ”

                “สิ่งที่พ่อทำไปไม่ใช่เพราะหน้าที่ แต่พอทำเพื่อลูกนะคางุระแล้วลูกจะรู้ในสิ่งที่พ่อทำลงไป อ้อมอกพ่อรอวันที่จะได้กอดลูกอีกครั้งนะคางุระ”

                อุมิโบสึบอกลูกสาวแล้วจำใจเดินจากเธอไป คางุระยืนทำใจชั่วครู่แล้วเดินไปยังจุดมุ่งหมายของเธอต่อด้วยความรู้สึกที่แสนสับสนโดยมีซาดาฮารุคอยตามไม่ห่าง


                ในระหว่างที่กินโทกิกำลังดูข่าวพยากรณ์อากาศที่เคสึโนะ อานะ เป็นคนจัดอยู่นั้นเขาก็รู้สึกบางอย่างแปลกๆภายในบ้าน และนั่นเป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก

                “ชินปาจิ นายรู้สึกอะไรไหม?”

                “เอ๊ะ รู้สึกอะไรเหรอครับ?”

                ชินปาจิที่กำลังดูดฝุ่นทำความสะอาดร้านอยู่เงยหน้าขึ้นมาถามด้วยความสงสัย แต่ยังไม่ทันที่กินโทกิจะพูดอะไรเสียงเปิดประตูร้านก็ดังขึ้น

                “อ้าว คุณอุมิโบสึ”

                หนุ่มแว่นเอ่ยทักเอเลี่ยนฮันเตอร์แล้วเดินไปหาน้ำชามาเสิร์ฟ

                “ว่าไงตาพ่อหัวเหม่ง คางุระออกไปข้างนอกน่ะ” กินโทกิทักแล้วเอ่ยถึงคางุระ

                “ฉันรู้อยู่แล้วล่ะเจ้าพ่อหัวหงอก แกดูแลลูกสาวฉันเติบโตมาเป็นอย่างดีเลยนี่หว่า ไม่รู้จะหาอะไรมาตอบแทนถึงจะหมดได้”

                “ก็ไม่ได้ขออะไรมากหรอก เงินทองมีติดไม้ติดมือมาบ้างไหมล่ะยิ่งโตเป็นสาวค่าใช้จ่ายมันยิ่งเยอะนะ”

                “แกคงจะเบาภาระแล้วล่ะ”

                “หมายความว่าไงครับ?”

                ชินปาจิที่ยกชามาเสิร์ฟถามแทรกบทสนทนาคุณพ่อด้วยความอยากรู้ แต่อุมิโบสึไม่พูดอะไรกลับคว้าชามาดื่มแทน


                ในบ้านที่เป็นโรงฝึกของตระกูลชิมุระ โอทาเอะกำลังนอนอ่านหนังสือนิทานให้ลูกสาวฟังอย่างมีความสุขแม้ตัวเองจะทำงานกลับมาตอนเช้าก็ตาม แต่เธอก็ไม่เหนื่อยเพราะได้อยู่ข้างๆกับฮิเมโกะที่แสนจะสำคัญมากในชีวิต

                2 ปีที่แล้ว         

                “ท่านพี่ท้อง? หมายความว่ายังไงกันครับ?”

                ชินปาจิถามพี่สาวของตนด้วยความตกใจเป็นอย่างมาก เมื่อโอทาเอะบอกว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ทั้งๆที่ยังไม่ได้แต่งงาน

                โอทาเอะยิ้มอ่อนพลางลูบท้องที่ยังไม่นูนให้เห็นชัดอย่างใจเย็น

                “ก็อย่างที่พูดน่ะแหล่ะจ้ะชินจัง เด็กคนนี้จะเติบโตเป็นสายสัมพันธ์ของพี่กับคุณอิซาโอะ ไม่ว่าใครจะพูดยังไงพี่ก็จะเก็บเด็กคนนี้ไว้จ้ะ”

                “เจ้ากอริลล่านั่นไวไฟใช่ย่อยแฮะ”

                กินโทกิที่นั่งอยู่ด้วยพึมพำแล้วหันไปมองคางุระ สาวน้อยกำลังตื่นเต้นที่จะได้รู้จักชีวิตใหม่ไม่ได้สนใจสายตาจากเขาเลยสักนิด แต่กินโทกิก็ยังคงจ้องนานพอให้เธอรู้สึกตัว

                “อะไรน่อกินจัง? ลื้อมองอั๊วทำไม?”

                “หวังว่าหล่อนคงจะไม่มีอะไรแบบนี้มาให้ฉันตกใจเล่นใช่ไหม?”

                “นั่นคือสิ่งที่อั๊วเสียใจที่สุดเลยน่อ ถ้าอั๊วว่าเรื่องราวมันจะเป็นแบบนี้อั๊วจะยอมอาตี๋แล้วมีลูกตัวน้อยๆแบบอาเจ๊ใหญ่ดีกว่า”

                คางุระตอบแล้วนึกถึงวันนั้นที่เธอไม่ยอมแม้แต่จะให้โซโกะกอด สาวน้อยซึมลงทันตาเห็น

                ชินปาจิเดินเข้าไปจับมือพี่สาวของตนแน่น โอทาเอะมองหน้าน้องชายที่น้ำตาซึมแล้วเธอจะร้องไห้ตาม

                “ไม่ได้นะครับท่านพี่ กำลังจะเป็นแม่คนแล้วจะมาร้องไห้ไม่ได้นะครับ”

                “เอาเถอะ ไหนๆก็ไหนๆยังไงก็แค่เหนื่อยกันเท่านั้นแหละ”

                กินโทกิตัดบทเมื่อสถานการณ์กำลังจะพาเศร้า พวกเขาทั้ง 4 คนมองหน้ากันและตั้งใจจะดุแลชีวิตน้อยๆที่กำลังจะถือกำเนิดให้ดีที่สุด

              

                เสียงกุกกักบางอย่างดังขึ้นทำให้โอทาเอะตื่นจากห้วงความคิด เธอมองลูกสาวที่ผลอยหลับไปแล้วห่มผ้าให้อย่างเบามือ จากนั้นก็ลุกขึ้นนั่งเอียงหูฟังกับเสียงที่เกิดขึ้น

                หนูเหรอ

                โอทาเอะพึมพำแต่แล้วเมื่อเสียงเงียบลง เธอจึงเอนตัวนอนข้างๆลูกอีกครั้งเงี่ยหูฟังอย่างแวดระวังเพราะกลัวมีใครมาทำร้ายลูกของเธอหากสืบมาเจอว่าเด็กคนนี้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของคอนโด้

              

                “เห็นว่าอีกไม่กี่วันตำรวจชุดใหม่ที่ท่านจักรพรรดิจัดไว้ให้พวกเราจะเดินทางมาถึงเอโดะแล้วนะ”

                เสียงผู้คนจับกลุ่มซุบซิบกันหน้าศาลเจ้าเมื่อคางุระไปถึง แต่คางุระไม่ได้สนใจมากนักเอชวนซาดาฮารุขึ้นไปหลังเขาอย่างที่เคยทำทุกวันสวนทางกับคนอื่นที่มาขอพรส่งท้ายปีเก่า

                “ปีนี้หนาวกว่าปีที่แล้วอีกน่อ ซาดาฮารุ”

                “โฮ่ง”

                ซาดาฮาระเห่ารับคำคางุระที่ไปนั่งอยู่บนขอนไม้ใกล้ๆ แม้จะผ่านไป 2 ปีตั้งแต่จากกันหญิงสาวยังคงมานั่งทบทวนความสุขที่เคยมี

                ที่ตรงนี้เธอกับโซโกะเคยตีกันเกือบเดี้ยงกันไปข้างแต่มันก็อบอวลไปด้วยความอบอุ่น ภาพความทรงจำที่โซโกะชอบแอบหนีจากฐานลับมานอนหนุนตักเธอนั้นทำให้คางุระอยากร้องไห้ ไม่ใช่ร้องด้วยความเสียใจแต่มันคือน้ำตาแห่งความสุขที่เธอคิดถึงเขา

                “โฮ่ง”

                จู่ๆซาดาฮารุก็เห่าขึ้นแล้วกระดิกหางอย่างดีใจ มันวิ่งวนรอบไปมาข้างหน้าคางุระทำให้หญิงสาวแปลกใจอย่างยิ่ง ทันใดนั้นคางุระรู้สึกถึงการจู่โจมทางด้านหลัง ทำให้เธอรีบหันไปรับมือทันที แต่นั่นเร็วเกินไปร่างบางจึงถูกรวบอยู่ในอ้อมกอดของใครคนหนึ่งโดยไม่ทันตั้งตัว

              

                เสียงกุกกักที่กินโทกิได้ยินถี่ขึ้นทำให้เขาไม่ได้คิดไปเอง ชายหนุ่มใจเต้นแรงค่อยๆลุกขึ้นไปหาต้นเสียงและทันใดนั้นก็มีบางอย่างพุ่งตรงมาที่เขาอย่างแรงจนล้มไปด้วยกัน    

“โฮ....คุณกิน ฉันคิดถึงคุณกินมากเลยค่า นึกถึงวันที่เราเล่น SM กันแล้วฉันยิ่งปวดใจ”

                ซัทจังกระโดดลงมาจากเพดานของร้านรับจ้างสารพัดโผเข้ากอดกินโทกิพร้อมกับน้ำมูกน้ำตาที่ไหลไม่หยุดจนเปื้อนเสื้อของเขา

                “ยัยบ้านี่ ฉันเคยไปเล่น SM กับหล่อนเมื่อไหร่มิทราบฟะ? แล้วนี่หล่อนคนหรือผี? ทำไมจู่ๆก็โผล่มาได้ล่ะเนี่ย?”

                กินโทกิโวยวายแล้วหันมองอุมิโบสึที่ยังคงดื่มชาอย่างสบายอารมณ์

                “นี่มันหมายความว่าไงรึครับคุณอุมิโบสึ?”

                ชินปาจิถามอย่างตื่นเต้นกับสิ่งที่เขาได้เห็น

                “ให้ตำรวจใหม่เล่าให้ฟังดีกว่ามั้ง”

                อุมิโบสึกล่าวโบ้ยไปยังตำรวจใหม่ ทั้งชินปาจิและกินโทกิที่ยังคงถูกซัทจังกอดอยู่สงสัยว่าอุมิโบสึกำลังพูดถึงใคร แล้วประตูเลื่อนก็ถูกเปิดออกทำให้พวกเขาเห็นอดีตชินเซ็นงุมิกำลังเดินเข้ามา โดยมีร่างสูงของชายหนุ่มผมดำตาดุตามมาเป็นคนสุดท้าย

                “คุณฮิจิคาตะ????”

                ชินปาจิอุทานชื่อของคนที่น่าจะถูกฝังศพไปเมื่อ 2 ปีที่แล้วด้วยความตกใจ กินโทกิที่สะบัดซัทจังไม่หลุดเดินเข้าไปทักทายฮิจิคาตะ

                “เฮ้ นี่แกหนังเหนียวเหมือนกันนี่หว่า”

                “ใครจะไปยอมตายก่อนหัวหงอกอย่างแกฟะ”

                ฮิจิคาตะจุดบุหรี่ขึ้นสูบแล้วยิ้มมุมปากให้กับกินโทกิที่ยิ้มเช่นเดียวกันมาให้อยู่แล้ว

                “คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ” ยามาซากิอาสาเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟัง

                หลังจากที่ถูกล้อมกรอบและกำลังจะโดนฆ่านั้น จู่ๆมัตสึไดระก็หันไปจัดการคนของโชกุนโนบุโนบุให้สิ้น ตัดหัวศพทหารแล้วให้ลูกน้องของตนไปป่าวประกาศถึงการพ่ายแพ้อันจอมปลอมและสร้างสถานการณ์ตามคำสั่งของจักรพรรดิผู้ไม่อยากเห็นการนองเลือด

                “และที่พวกเรากลับมาช้า เพราะต้องรักษาตัวและเตรียมพร้อมการเข้ารับตำแหน่งตำรวจพิทักษ์เอโดะไงล่ะครับ แม้จะยุ่งยากแต่ในที่สุดพวกเราก็สามารถกลับมาดูแลทุกคนที่นี่ได้เหมือนเดิมแล้ว”

                “ดีจังเลยนะครับ”

ชินปาจิพูดแล้วปาดน้ำตา ดีใจเหลือเกินที่ทุกคนที่เขาผูกพันกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง

                “ต้มกันซะเปื่อยเลยให้ตายสิ แล้วฮัตโทริล่ะ?” กินโทกิหันไปถามซัทจังที่ยังคลอเคลียเขาอยู่ ซัทจังจึงบอกว่านินจาหนุ่มขอแยกกลับบ้านไปแล้ว ชายหนุ่มผมเงินจึงถามฮิจิคาตะถึงคนอื่น “คุณคอนโด้กับโอคิตะคุงไปไหน?”

                “คุณคอนโด้เขาก็ไปหาแฟนเขาสิ ส่วนโซโกะ” ฮิจิคาตะเว้นวรรคแล้วปรายตามองอุมิโบสึ “แกถามเขาเอาแล้วกัน”

                ฮิจิคาตะตอบ แต่คนที่ให้ถูกถามกลับทำหน้านิ่งไม่พูดอะไร ส่วนชินปาจิยินดีอย่างยิ่งที่รู้ว่าพี่เขยตนยังมีชีวิตอยู่ใจของเขาอยากจะวิ่งไปบอกโอทาเอะทว่าเขานึกถึงคำพูดของฮิจิคาตะว่าคอนโด้กำลังไปหาพี่สาวแล้วจึงเลือกที่จะอยู่ที่นี่และรีบไปชงชาต้อนรับแขกที่มาเยือน


                โอทาเอะเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว เสียงหัวเราะร่าเริงของฮิเมโกะทำให้เธอรู้สึกตัวตื่นขึ้น หญิงสาวตกใจมากเมื่อเห็นลูกสาวของเธอกำลังถูกผู้ชายร่างใหญ่คนหนึ่งกำลังโยนเล่นขึ้นไปในอากาศ

                “ปา ปา” ฮิเมโกะร้องเรียกและยก 2 มือไขว่คว้าชายที่อุ้มเธออยู่ แล้วเมื่อหันไปเห็นแม่กำลังนั่งงงอยู่นั่นเด็กน้อยก็ร้องเรียก “มา มา”

                “หือ? หม่าม้างั้นเหรอ?”

                เสียงทุ่มต่ำที่แสนอ่อนโยนถามเด็กน้อยแล้วหันไปมองตามฮิเมโกะ เขาพบว่าโอทาเอะตื่นแล้วจึงยิ้มให้ โอทาเอะพูดอะไรไม่ออกแล้วลุกขึ้นไปกอดคนที่ได้ชื่อว่าสามี คอนโด้อุ้มฮิเมโกะไว้ข้างหนึ่งแล้วแขนอีกข้างก็ดอบกอดหญิงสาวที่ร้องไห้สะอื้นไว้

                “ขอโทษที่ให้ลำบากซะนานเลยนะ คุณโอทาเอะ”

                “คุณอิซาโอะ”

                “ลูกของเราน่ารักมากเลยนะ ตั้งชื่อว่าอะไรรึ?”

                คอนโด้เอ่ยแม้โอทาเอะจะไม่ได้บอกว่าเด็กคนนี้เป็นใครแต่เขาก็รับรู้ได้ว่านี่คือลูกของพวกเขา

                “ฮิเมโกะค่ะ”

                “ฮิเมโกะงั้นเหรอ?” คอนโด้ทวนชื่อของเด็กหญิง “เป็นชื่อที่เหมาะมากเลยนะ ฮิเมโกะ”

                ราวกับรู้เรื่องเด็กน้อยหัวเราะเสียงใสไม่กลัวรอยบากที่หน้าของพ่อแม้แต่น้อย โอทาเอะสุขใจเป็นที่สุดเมื่อพวกเขาจะได้อยู่พร้อมกัน และสร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยกันใหม่


                ที่หลังภูเขานั้นบรรยากาศแตกต่างจากด้านล่างโดยสิ้นเชิง เพราะเหล่าผู้คนเริ่มทยอยมาไหว้พระรับพรกันมากขึ้นอย่างครื้นเครง ส่วนด้านบนคนที่บุกโจมตีคางุระจากทางด้านหลังตอนนี้นอนสลบเหมือดจากแรงกระแทกของศีรษะกระทบกับปลายคางของเขาอย่างแรง

                “ฟื้นแล้วน่อ ซาดาฮารุ”

                “โฮ่ง”

                เสียงหวานของหญิงสาวกับหมาน้อยตัวยักษ์ดังขึ้นอย่างยินดีเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มกำลังลืมตาฟื้นจากการสลบ

                “โอย...คางฉัน” โซโกะลูบคางตัวเองแล้วสะบัดหน้าสองสามที แล้วมองหน้าคนที่ทำร้ายเขา “ที่นี่ที่ไหน? แล้วคุณเป็นใคร?”

                คางุระอึ้งเมื่อได้ยินโซโกะถามด้วยแววตาอันใสซื่อ เป็นการยืนยันได้ว่าเขาอาจจะความจำเสื่อมจากแรงกระแทกที่ได้รับก็เป็นได้

                “โซโกะ อั๊วไงน่อ!! ลื้อจำอั๊วได้ไหม?”

                “เอ่อ ผมจำไม่ได้”

                โซโกะปฏิเสธ หญิงสาวตกใจอย่างมากรีบถอดรองเท้าของตนเองตีที่ศีรษะของชายหนุ่มอย่างแรงนับไม่ถ้วนหวังจะให้ความทรงจำเขาคืนมา

                “จะฆ่ากันรึไงยัยบ้า!!”

                จู่ๆโซโกะที่โดนเธอตีด้วยรองเท้าก็จับข้อมือเธอให้หยุดแล้วตะโกนใส่หน้าเหมือนความทรงจำจะกลับคืนมาแล้ว

                “ลื้อจำอั๊วได้แล้วน่อ”

                “ฉันจำหล่อนได้ตั้งแต่ตอนแรกแล้วยัยบ้า”

                “อ้าว นี่ลื้อแกล้งอั๊วงั้นเหรอน่อ”

                “ก็ฉันอยากเห็นหล่อนร้องไห้ ที่ไหนได้ฟาดมาไม่ยั้งเลยหัวคนนะไม่ใช่แมลงสาบ”

                โซโกะโวยกลับ หมดกันแผนที่ตั้งใจจะให้ยัยหมวยร้องไห้ออกมาหนักๆแล้วตนจึงจะเฉลยทุกอย่างสุดท้ายเขาเองที่จะร้องไห้เพราะโดนกระทำอย่างเจ็บหนักแทน

                คางุระนั่งมองโซโกะที่กำลังหัวเสียโดยที่มืออีกข้างยังถือรองเท้าอยู่ หัวใจของหญิงสาวเต้นระรัวและเจ็บปวด น้ำตาที่เขาอยากจะเห็นกำลังจะเอ่อแต่ทว่า

                ผั๊วะ!!

                คางุระฟาดหน้าโซโกะอีกทีด้วยรองเท้าจนเขาหน้าหัน

                “หนอย”

                โซโกะคำรามจะแก้แค้น แต่แล้วร่างบางก็โถมเข้าใส่เขาจนลงไปนอนกับพื้นอีกรอบ เพียงแต่คราวนี้มีเธอนอนทับด้านบน คางุระปล่อยโฮกับอกของโซโกะอย่างที่ไม่เคยเป็น เธอไม่เคยร้องไห้ขนาดนี้มาก่อนในชีวิต โซโกะจึงยกแขนทั้งสองข้างขึ้นกอดแล้วลูบผมยาวสีส้มของคนกำลังสะอื้นไห้

                “เจ้าบ้าซาดิสม์ สะใจใช่ไหมน่อที่เห็นอั๊วเป็นแบบนี้”

                “ก็สะใจอยู่นะ แต่ถ้าหล่อนว่าง่ายกว่านี้จะดีมาก”

                ชายหนุ่มตอบคำถามตามรูปแบบของเขา ยกศีรษะของตนขึ้นเล็กน้อยจูบเรือนผมของคางุระอย่างอ่อนโยน

                “นี่หล่อนโตขึ้นมากเลยนะ จากที่เคยกอดแล้วหลวมๆตอนนี้อยู่สึกว่าหล่อนอยู่เต็มอ้อมกอดของฉันเลย”

                “ลื้อหาเรื่องว่าอั๊วอ้วนใช่ไหมน่อ?”

                คางุระเงยหน้าจากอกคนที่เธอนอนทับอยู่มองหน้าเขาอย่างหาเรื่อง

                “เดี๋ยวๆ สงบศึกๆขอสงบศึก 1 วัน”

                ชายหนุ่มรีบบอกแล้วลุกขึ้นนั่งทั้งๆที่กอดคางุระอยู่ ตอนนี้กลับกลายมาเป็นว่าหญิงสาวกำลังนั่งอยู่บนตักของเขาแทน โซโกะปัดผมที่ยุ่งเหยิงของเธอให้เข้าที่แล้วล้วงเสื้อเข้าไปหยิบขาปิ่นสีทองให้คางุระดู

                “ฉันทำตามสัญญาแล้วนะ”

                คางุระน้ำตาเอ่อขึ้นมาอีกครั้ง และหยิบส่วนที่เหลือของปิ่นมุกจากผ้ารัดเอวขึ้นมา

                “แย่จัง ตอนนี้ไม่มีกาวหรืออะไรมาให้มันติดกันได้เลยน่อ”

                “ช่างมันเถอะ” โซโกะหยิบปิ่นจากมือคางุระกับส่วนที่เหลือของเขาวางไว้บนพื้นดิน “ตอนนี้ฉันอยู่กับหล่อนแล้วไง ไม่จำเป็นต้องใช้มันอีกแล้ว”

                ชายหนุ่มยื่นหน้าหมายจะประทับจุมพิตของคนรักที่เขาแสนจะคิดถึงตลอดเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ใบหน้าของคางุระโตเป็นสาวเต็มตัว ยิ่งสวยน่ารักเสียจนเขาไม่อยากให้ใครมองอยากจะเก็บจะขังเธอไว้ในกรงตามความซาดิสม์ของตัวเองมาก แต่สาวเจ้าไม่มีทางยอมแน่ๆ

                เมื่อใบหน้าชายหนุ่มเข้าชิดใกล้ คางุระรีบยกสองมือมาปิดปากเขาทันทีด้วยความเขินอายทั้งๆที่เกือบจะชนกันอยู่แล้ว

                “ลูกเล่นเยอะเหลือเกินนะหล่อน คราวที่แล้วก็ไม่ยอมให้กอด คราวนี้พอฉันกลับมายังจะไม่ให้จูบอีกเรอะ”

                “ก็อั๊วอายซาดาฮารุนี่น่อ เห็นไหมซาดาฮารุจ้องอยู่”

                โซโกะหันไปมองซาดาฮารุ สายตาของหมาน้อยกับว่าที่เจ้านายคนใหม่ประสานกัน เหมือนเจ้าหมาจะรู้ดีเลยหันไปทางอื่นและเดินหนีไปเสียอย่างนั้น

                “ซาดาฮารุ ลื้อจะไปไหนกลับมาก่อนน่อ”

                คางุระตะโกนเรียก แต่มันก็ไม่หยุดแล้วหายไปในพุ่มไม้เสียอย่างนั้น

                “มา ให้ฉันจูบซะดีๆ”

                โซโกะจับหน้าคางุระหันมาแกมบังคับ เมื่อสบตากันคางุระก็กลับกลายมาเป็นเหมือนเช่นเคย เป็นคางุระที่แทบจะละลายทุกครั้งเมื่อได้แนบชิดกับโซโกะ

                รสจูบที่แสนจะแนบแน่นหอมหวานนั้นพยายามเติมเต็มช่วงเวลาที่ขาดหายไปของทั้งคู่ร่างสองคนชิดใกล้จนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน ลมหายใจหอบกระชั้นจนคางุระเริ่มรู้สึกไม่เป็นตัวเอง

                “อย่าน่อ”

                “หือ? ทำไมล่ะ”

                “ลื้อกับอั๊วเพิ่งกลับมาเจอกัน แล้ว...แล้วก็..” คางุระพยายามหาข้ออ้าง ไม่ให้โซโกะที่เริ่มจะเกินเลยกระทำไปมากกว่านี้ “เรายังไม่ได้แต่งงานกัน”

                “ใครจะไปสน”

                โซโกะปฏิเสธดื้อๆ แล้วจูบไล้คอนวลของเธอต่อ

                “ดะ เดี๋ยวน่อ”

                “อะไรอีกล่ะ หล่อนเป็นคนรับปากเองว่าจะทำสัญญาที่บุชูเป็นจริงอย่ามาเล่นตัวถ่วงเวลาซะให้ยาก”

                “อั๊วอยากรู้ว่าลื้อทำไมยังมีชีวิตอยู่ ก็ในเมื่อใครๆก็บอกว่าลื้อเละคามือปาปี๊ไปแล้วไงน่อ”

                “เรื่องนั้นเล่าตอนหลัง ตอนนี้ฉันกำลังยุ่ง”

                โซโกะยังคงรุกเร้าจนเกินกว่าที่คางุระเคยได้รับสัมผัสจากเขา มันไม่เหมือนที่วัดหรือโรงแรมในบุชูแต่มันกลับร้อนแรงจนเธอแทบละลาย

                “ไม่!!” คางุระตะโกนลั่นแล้วพลักโซโกะจนหงายท้อง “ลื้อจะให้ครั้งแรกของอั๊วมาจบที่นี่รึไงน่อ ลื้อหัดเข้าใจผู้หญิงซะบ้างสิ”

                “แล้วหล่อนจะให้ทำไง? หล่อนก็หัดเข้าใจผู้ชายซะบ้างสิ” ชายหนุ่มเถียง แล้วอ้อนเมื่อเห็นคางุระโมโหจริง “ไม่เอาหน่า วันนี้เราสงบศึกกันไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวฉันเล่าให้ฟังเองว่าเกิดไรขึ้นฉันถึงกลับมาได้”

                โซโกะเล่าถึงเหตุการณ์วันนั้นที่เขากำลังจะโดนอุมิโบสึฆ่าจึงได้สั่งเสียถึงเธอ แต่ในที่สุดอุมิโบสึก็เลือกที่จะให้เขามีชีวิตอยู่ต่อ เพราะไม่อยากให้เธอเสียใจหากเขาตายไปจริงๆ แล้วโซโกะก็เล่าถึงว่าเขาได้กลับมาเป็นตำรวจอีกครั้งที่เอโดะ

                “ถึงแม้จะไม่ใช่ในนามของชินเซ็นงุมิ แต่อย่างน้อยมันก็เป็นหน้าที่ที่ฉันภูมิใจ”

                “อือ อั๊วเข้าใจความหมายที่ปาปี๊พูดแล้วล่ะ”

                “หือ? พ่อหล่อนว่าไง?”

                “ความลับ” คางุระหัวเราะเมื่อเห็นโซโกะมองเธออย่างหมั่นไส้แล้วลุกขึ้น “ไปหาทุกคนกันเถอะโซโกะ อั๊วว่ากินจังอยากจะเจอลื้อน่อ แล้วอั๊วก็อยากจะกลับไปกอดปาปี๊ด้วย”

                โซโกะจำยอมลุกขึ้นตามที่คางุระบอก เขามองร่างบางที่ยังพยศไม่ยอมเขาง่ายๆ ซาดาฮารุโผล่มาตามเสียงเรียกของคางุระ แล้ว 2 คนกับอีก 1 ตัวก็พากันลงไปด้านล่างเพื่อกลับสู่ร้านรับจ้างสารพัดกินจังนั่นเอง


                เรื่องราวผ่านไปจนเกือบ 1 ปี วันเกิดของคางุระในปีนี้กลายเป็นงานแต่งงานที่เจ้าบ่าวพยายามต่อสู้ฝ่าฟันกับเหล่าคุณพ่อและพี่ชายจนในที่สุดทุกคนก็ยอมให้โซโกะกับคางุระแต่งงานกันเสียที แล้วโซโกะเองก็ยอมให้คางุระทำงานที่ร้านรับจ้างสารพัดดังเดิม

                “คืนนี้ให้ผมไปนอนเป็นเพื่อนไหมละครับคุณกิน”

                ชินปาจิแซวกินโทกิที่ทำหน้าเหงา 

                “จูบสาบานได้”

                บาทหลวงที่จับพลัดจับผลูกลายเป็นอุมิโบสึบอกกับโซโกะและคางุระ ทุกคนที่มาร่วมงานต่างคอยลุ้นกับจูบสาบานของคู่กัดที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีวันนี้ได้

                โซโกะยกผ้าคลุมหน้าของเจ้าสาวขึ้น เขามองคางุระที่สวยมากอย่างหลงใหลแล้วก้มลงจุมพิตเธออย่างอ่อนโยน สาบานว่าจะรักเธอคนเดียวไปจนวันตาย


                ในคืนส่งตัวเข้าหอ คางุระพยายามทำใจครั้งแล้วครั้งเล่าอยู่บนที่นอน 2 ผืนที่ลากมาชิดกันกลายเป็นผืนเดียว

                โซโกะที่อาบน้ำเสร็จเดินเข้ามาหาคางุระแล้วนั่งลงใกล้ๆเธอ

                “ชอบไหมบ้านหลังนี้ แม้มันจะเล็กไปหน่อยแต่มันคงไม่ใหญ่เกินไปสำหรับครอบครัวเราหรอกนะ”

                “อั๊วขอบคุณลื้อนะอาตี๋ ที่ลื้อทำทุกอย่างเพื่ออั๊วแบบนี้”

                “หว่านพืชก็ต้องหวังผลจริงไหม” ชายหนุ่มย้อนถามแล้วพาเธอนอนลงบนที่นอนที่เตรียมไว้ “ดูสิ วันนี้จะอ้างเหตุผลไหนอีก”

                “อั๊ว.....อั๊วเหนื่อยน่อ ขอนอนก่อนแล้วกัน”

                คางุระอ้างแล้วผลักโซโกะให้ห่าง แต่เขาไม่ยอมแล้วปฏิบัติตรงข้ามกับที่เธอพูดโดยสิ้นเชิง

                “โซโกะ”

                “อะไรอีกเล่า?”

                “อั๊วรักลื้อน่อ”

                คางุระบอกรักโซโกะ ทำให้ชายหนุ่มเขินขึ้นมาจนหน้าแดง หญิงสาวหัวเราะที่ทำให้เขาเขินได้ จนโซโกะต้องประทับริมฝีปากให้เธอหยุดหัวเราะ

                “ฉันก็รักหล่อนมาก คางุระ”

                และหลังจากนั้นโซโกะกับคางุระก็กลายเป็นสามีภรรยาที่แท้จริง


                5 ปีถัดมาที่บุชู

                โซโกะกับคางุระก็ทำตามสัญญาที่ไว้แก่กันต่อหน้าหลุมศพของมิตสึบะ โดยที่โซโกะอุ้มเด็กหญิงอายุ 1 ปีเศษๆ ผมสีน้ำตาลอ่อนของเธอมัดมวยผมด้วยดังโงะ และมีเด็กชายผมสีส้มยืนเกาะขาของเขาอยู่อีก 1 คน

                “โซราคุ ทำความเคารพกับป้าสิน่อ”

                “ป้า?”

                เด็กชายตัวน้อยทวนคำอย่างสงสัย โซโกะจึงพาลูกชายไปใกล้ป้ายตระกูลมากขึ้น

                “พี่สาวของปาปี๊ไงล่ะ โซราคุ โซกะก็ทำความเคารพด้วยนะ”

                โซราคุผู้มีผมสีส้มเหมือนแม่ส่วนสีตาเหมือนกับพ่อนั้นทำความเคารพอย่างเก้กัง ส่วนโซกะผู้มีผมสีน้ำตาลอ่อนและมีสีตาน้ำตาลแดงเหมือนกันกับโซโกะนั้นผู้เป็นพ่อก็สอนลูกทำตามพี่ชาย

                “ไม่คิดว่าใช้เวลาตั้ง 5 ปีถึงจะทำตามสัญญาได้เลยนะเนี่ย”

                โซโกะชวนคางุระที่รับโซกะไปอุ้มคุย ส่วนเขาก็จับมือโซราคุที่กำลังจะดื้อหาของเล่นในสุสาน

                “ก็ลื้อขอมีอีกคน มันเลยใช้เวลานานไงน่อ”

                คางุระโทษโซโกะที่ได้ลูกชายแล้วไม่พอใจอยากได้ลูกสาวเพิ่มอีก

                “งั้นมีอีกคนดีไหม คราวนี้ฉันจะตั้งใจปั้นแต่งให้เหมือนกับหล่อนเปี๊ยบเลย”

                “ลื้อคลอดแล้วเลี้ยงเองแล้วกันน่อ”

                “ทุกวันนี้ฉันก็เป็นคนเลี้ยงไม่ใช่รึไง? ไปทำงานยังต้องคอยกระเตงลูกไปเลยส่วนหล่อนก็ไปนั่งสบายใจที่ร้านรับจ้างสารพัดนี่”

                “ก็ลื้อบอกอั๊วเองว่าลื้อจะช่วยอั๊วเลี้ยงน่อ”

                “นอกจากให้นมลูก ฉันก็เลี้ยงตลอดเลยไม่ใช่เรอะยัยหมวยบ้า”

                “ลื้อสัญญาเองน่อ อั๊วไม่เกี่ยว”

                คางุระตัดบท ทั้งคู่มองหน้ากันอย่างเคืองๆแต่แล้วก็พากันหัวเราะออกมา แม้ชีวิตคู่จะไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่วาดฝัน แต่สุดท้ายผู้ชายกับผู้หญิงที่มีชีวิตอยู่เพื่อการฆ่าฟันก็มีครอบครัวที่แสนอบอุ่น

          และจะเป็นเช่นนี้ตราบนานเท่านาน


終わり。





 ในที่สุดไรท์เตอร์ก็พามาจนจบจนได้ ตอนจบนี้จึงยาวเป็นพิเศษ เพราะไรท์เตอร์ต้องการให้เห็นมุมของอีกหลายๆคน

แม้ในเรื่องจริงของการ์ตูนกินทามะยังไม่รู้เลยว่าทั้งคู่จะได้เป็นคู่รักกันไหม แต่ไรท์เตอร์ขอเอามามโนในนี้ก่อนแล้วกัน

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ


จริงๆแล้วเรื่องนี้มีภาคต่อค่ะ ........

หรือติดตาม AU ของโอคิคางุอื่นๆได้ที่ gintamafanfic



              




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52 ความคิดเห็น

  1. #21 PrincesZ O_O (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 19:47
    จบได้น่ารักมากเลยค่าา ตอนแรกนึกว่าจะมาม่าแล้ว 555
    #21
    0
  2. #13 Pimsiriiiiiii (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 20:59
    ไรท์แต่งดีมากค่ะ มารวดเดียวจบเลยชอบมากๆค่ะ><
    #13
    1
  3. #12 daririn2 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 10:34

    คนแต่งโหดร้ายยยยย มาหลอกให้เสียใจแล้วสุดท้ายก็แฮปปี้QwQ

    #12
    1
  4. #11 amerainart (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 00:27
    สนุกมาเลยค่าาา
    #11
    0