(FIC GINTAMA)สายลมใหม่ที่เต็มไปด้วยความรู้สึก (OKITA X KAGURA)

ตอนที่ 2 : ไม่มีใครรับรู้ หากเก็บไว้ในใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,538
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 109 ครั้ง
    19 ก.พ. 62

          หลังจากที่คอนโด้ได้สติและพวกกินโทกิกับคางุระได้แต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ทั้ง 6 คนจึงพากันมานั่งที่เก้าอี้ยาวรับแขกภายในร้าน

          โซโกะมองคางุระที่โตเป็นสาวขึ้นอย่างไม่วางตา ผมยาวสีส้มของเธอถูกปล่อยยาวสยายจนถึงกลางหลัง มีเพียงที่ครอบผมสีดำลายทองอยู่ด้านข้างศีรษะที่ทำให้เขารู้ว่านี่คือยัยหมวยจอมตะกละคู่ปรับของเขา คางุระเองก็รับรู้ได้ถึงสายตาที่มองมา เธอมองโซโกะที่โครงหน้าดูเปลียนเล็กน้อยเป็นหนุ่มเต็มตัวมากขึ้น จนเธอไม่กล้ามองเขาตรงๆอีกเมื่อหัวใจสาวเจ้าเต้นผิดจังหวะ





          "เอ้า!มีธุระอะไรว่ามา?"กินโทกิเป็นฝ่ายเอ่ยถาม 3 คนอดีตผู้นำชินเซ็นกุมิ

          "ไรว้า?ไม่ได้เจอกันตั้งหลายปี ของต้อนรับมีแค่น้ำชาเหรอ?" ฮิจิคาตะบ่นเมื่อชินปาจิเดินมาเสิร์ฟน้ำชาให้

          "ก็ได้เท่านี้ล่ะครับ ช่วงนี้พวกเราก็ถังแตกเหมือนกัน" หนุ่มแว่นพูดแล้วนั่งลงข้างๆกินโทกิที่ทำตาเป็นปลาตายเช่นเคย

          "ไหนแกบอกว่าถ้าฉันกลับมาจะพาไปเลี้ยงเหล้าอร่อยๆไงวะไอ้หัวหงอก" ฮิจิคาตะยังบ่นไม่เลิกจนกินโทกิหมั่นไส้

          "ฉันก็พูดๆไปงั้นล่ะโว้ย จะจากกันทั้งทีมันก็ต้องมีคำพูดที่น่าประทับใจกันหน่อยสิฟะ"

          "อ๋อ..นี่แกหลอกฉันใช่ไหมฟะ? มัวแต่หลอกคนอื่นเขาไปวันๆ หัวแกมันถึงได้หงอกชัดขึ้นทุกวันๆแบบนี้ไงล่ะ"

          "สีผมฉันมันแสดงถึงความมุ่งมั่น เป็นคาแลคเตอร์สุดเด่นต่างหากล่ะ ต่างจากแกไอ้ผมสามเหลี่ยม โอ๊ะ!" กินโทกิที่กำลังเถียงอยู่จู่ๆก็อุทานขึ้น

          "อะไร?"

          "ดูดิ ผมแกที่เคยเป็นสีดำตอนนี้ชักจะมีสีขาวแซมอยู่หลายเส้นแล้วนะเฮ้ย"

          "ก็ยังดีกว่าแกล่ะวะไอ้หัวหงอกตลอดชาติ!" ฮิจิคาตะตะโกนกลับอย่างไม่ยอมแพ้ จนชินปาจิต้องห้ามทัพ

          "ใจเย็นๆเถอะครับทั้งคู่นั่นแหล่ะ"

          "อ้อ..นี่นายถือว่านายยังมีผมดกดำถึงได้กล้าพูดใช่ไหม? เป็นแค่ที่แขวนแว่นแล้วก็อยู่เงียบๆสิฟะ อะไรกันผ่านมา 2 ปียังไม่ยอมเปลี่ยนแว่นอีก" กินโทกิหันมาแขวะพวกตัวเอง

          "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับแว่นของผมล่ะครับ!!" ชินปาจิโวยอย่างหงุดหงิด

          คอนโด้มองหน้านักรับจ้างสารพัดทั้ง 3 คน เขายกน้ำชาจิบขึ้นมาดื่มแล้ววางลงแล้วถามนักรับจ้างสารพัดอย่างแปลกใจ

          "ว่าแต่ดูพวกนาย 3 คนดูไม่ตกใจเลยนะที่พวกเรามาหาถึงที่แบบนี้?"

          "ซึระบอกแล้วน่อ ว่าพวกลื้อจะมาที่เอโดะ แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาเร็วแบบนี้" คางุระบอกเหตุผล คอนโด้พยักหน้าด้วยหน้าตาที่ขึงขัง

          "การที่พวกเรา 3 คนมาที่นี่ก็เพราะมีหน้าที่สำคัญและต้องขอยืมมือพวกนายด้วย"

          "ก็พอจะเดาออกบ้างล่ะนะ ไม่งั้นพวกนายคงไม่ถ่อมาที่นี่แต่เช้าหรอก" กินโทกิเปลี่ยนอารมณ์แล้วเกาคางของตน แหล่ตามองไปทางโซโกะที่จ้องมองสาวน้อยของเขาไม่วางตา

          "ใช่ไหมโอคิตะคุง?"

          "คงงั้นล่ะครับลูกพี่"

          โชโกะรับคำ จำใจละสายตาจากร่างบาง แล้วหันไปมองหน้ากินโทกิ

          "ว่าแต่ว่า...เรื่องที่พวกคุณจะมาขอให้พวกเราช่วยนี่คือเรื่องอะไรครับ?" ชินปาจิถามอย่างอยากรู้

          "เรื่องระบอบโชกุน" ฮิจิคาตะตอบ ทำให้กินโทกิ คางุระ และชินปาจิถึงกับตึงเครียดเกร็งขึ้นมาทันที แต่ไม่มีใครพูดขัดขึ้นมา

          "ตอนนี้พวกเราสามารถรวบรวมแนวร่วมได้มากจนสามารถที่จะบุกปฏิวัติระบอบได้แล้ว แต่ติดอยู่ตรงที่ว่าคาซึระได้รายงานมาว่าโนบุโนบุได้ร่วมมือกับโจรสลัดฮารุซาเมะอีกครั้ง ทำให้พวกเราเข้าถึงตัวได้ยากมาก"

          "ทากาสุงิ/อาเฮีย"กินโทกิกับคางุระพึมพำชื่อคนสำคัญของพวกเขาขึ้นมาพร้อมกัน

          "ยิ่งไปกว่านั้น พวกกองอสุราต้องการที่จะปลิดชีวิตของ ซากาโมโต้ ทัตซึมะ" คอนโด้เสริม

          กินโทกิตกใจลุกขึ้นยืนทันที "บ้าหน่า! เจ้าบ้านั่นน่ะหรอจะฆ่าทัตซึมะ?"

          "คุณกินใจเย็นๆก่อนครับ" ชินปาจิจับแขนเสื้อชายหนุ่มให้เขารู้สึกตัวและสงบสติ กินโทกิได้สติจึงกลับมานั่งลงเช่นเดิม

          "เป็นไปไม่ได้ถึงแม้ทัตซึมะมันจะน่ารำคาญ แต่ทากะสุงิมันไม่มีทางทำเด็ดขาด"

          "เราได้ยินการรายงานมาแบบนั้นครับลูกพี่ พวกเราจึงต้องการสืบความจริงว่าสิ่งที่คาซึระได้ยินมานั้นจริงหรือไม่"

          "พวกคุณจะให้พวกเราช่วยสืบเรื่องนี้ด้วยหรอครับ?" ชินปาจิถามจุดประสงค์

          คอนโด้ส่ายหน้าแล้วมองกินโทกิอย่างลำบากใจ ไม่รู้จะพุดอย่างไรดี จนฮิจิคาตะอาสาพูดแทน

          "พวกเราสืบมาได้สักพักแล้วว่า คามุอิ หัวหน้าหน่วยที่ 7 ของฮารุซาเมะกำลังจะมาที่เอโดะ มาเพื่อเอาคนสำคัญกลับไปร่วมกลุ่ม ซึ่งถ้าเกิดหมอนั่นเจอคนสำคัญและพากลับไปได้ความหวังการปฏิวัติของพวกเราก็จะจบลงพ่ายแพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันสู้ ซึ่งเรารู้มาว่าเป็นคนเผ่ายาโตะเหมือนกัน แต่ว่าเราไม่รู้ว่ามียาโตะอยู่ที่ไหนบ้าง"

          "ส่วนอาหมวยน้อยคงไม่ได้เกี่ยวกับคามุอินั่นหรอกนะ" คอนโด้ยิ้มให้คางุระอย่างอ่อนโยน

          กินโทกิกับชินปาจิหันไปมองสาวน้อยที่นั่งหน้าซีดอย่างเป็นห่วง เพราะรู้ได้ทันทีว่าคนสำคัญของคามุอิคือใคร

          "ไม่ใช่อั๊วหรอกน่อ อาเฮียบอกแล้วว่าไม่ต้องการอั๊ว" คางุระปฏิเสธทั้งๆที่มีสีหน้ากังวล

          อดีตชินเซ็นกุมิทั้ง 3 คนมองหน้ากันอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นอาการสั่นกลัวของเด็กสาว

          โซโกะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อก่อนตนเคยสู้กับคามุอิมาก่อน ซึ่งคามุอินั้นก็กางร่มอยู่ตลอดเวลาเหมือนๆกับคางุระ และสีผมของคามุอิก็เหมือนกับคางุระไม่ผิดเพี้ยน

          "หล่อนเรียกคามุอิว่าอาเฮีย" โซโกะพูดกับคางุระ

          "ไม่ใช่อั๊วน่อ!อั๊วไม่ได้เป็นอะไรกับอาเฮียอีกแล้ว อั๊วเป็นแค่คนสวยบนโลกนี้ ที่นี่คือบ้านอั๊ว"

          "ยาโตะก็คือยาโตะ ยังไงก็เปลี่ยนไม่ได้"

          "ไม่ใช่!! อั๊วเป็นคนธรรมดา ใช่ไหมกินจัง? ชินปาจิ?" คางุระหันไปหาชายหนุ่มทั้ง 2 คน กินโทกิมีท่าทีนิ่งเฉยอย่างที่เคยเป็นเมื่อเขาใช้ความคิด ส่วนชินปาจิได้แต่มองอย่างเห็นใจ เพราะไม่รู้จะปลอบใจเธอเช่นไรดี

          คางุระวิ่งออกไปนอกร้านทันที แม้ชินปาจิจะตะโกนเรียกก็ตาม

          "แล้วจะทำไง? ถ้ายัยนั่นเป็นคนที่พวกนายหมายถึง พวกนายจะทำอะไร?" กินโทกิ ถาม คอนโด้ ฮิจิคาตะและโซโกะที่่พูดอะไรต่อไม่ออก

          บรรยากาศภายในร้านตึงเครียด จนกระทั่งโซโกะลุกขึ้น

          "งั้นผมคงต้องขอตัวก่อนละครับ ได้บทสรุปยังไงก็บอกด้วยแล้วกัน"

          "นั่นแกจะไปไหนฮะ? โซโกะ" ฮิจิคาตะถามเมื่อชายหนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนเดินไปที่หน้าประตูร้าน "คิดถึงสถานภาพของพวกเราตอนนี้ด้วย หากใครเจอ..."

          "คิดมากไปแล้วครับคุณฮิจิคาตะ ผมแค่อยากไปไหว้ท่านพี่เท่านั้นเอง" โซโกะแทรกขึ่้นแล้วก้มมองร่มสีม่วงที่วางอยู่ข้างประตู

          "งั้นก็ดูแลตัวเองดีๆนะ" คอนโด้บอกกับชายหนุ่มที่เขาเอ็นดูเสมือนน้องชายคนหนึ่ง

          แม้อยากจะคัดค้านแต่ฮิจิคาตะก็ทำได้แต่มองคนที่กำลังเปิดประตูไปอย่างเป็นห่วง

          "บอกว่าจะไปไหว้ท่านพี่ .... แต่ไหงเอาร่มไปด้วยล่ะครับคุณโอคิตะ" ชินปาจิพึมพำเมื่อเห็นว่าร่มของคางุระที่วางไว้ข้างประตูร้านได้หายไปแล้ว


         



          โซโกะเดินออกจากร้านแล้วกางร่มสีม่วงนั่น เขาจงใจถือมันต่ำๆ เพื่อปกปิดใบหน้าตนไม่ให้ใครสังเกตเห็นได้ชัด

          "หนักชะมัด" ชายหนุ่มพึมพำ แล้วออกเดินไปเรื่อยๆ จนไปถึงสะพานเอโดะที่ๆมีความทรงจำของเขากับใครคนหนึ่งมากมาย

          บนสะพานไม้นั่นไม่มีใครยืนอยู้แม้แต่คนเดียว เพราะแดดในหน้าร้อนนั้นก็ร้อนพอที่จะทำให้ใครหลายๆคนเลือกที่จะอยู่แต่ในบ้านหรือพากันไปนั่งตามร้านขายน้ำแข็งไส โซโกะมองสะพานแล้วตัดสินใจเดินลงไปทางลาดของแม่น้ำ ซึ่งเขาก็พบกับเธอคนที่เขามองหาตั้งแต่ออกจากร้าน

          "ไง ยัยหมวย เก่งนี่มาถึงที่นี่ได้ เดี๋ยวนี้เผ่ายาโตะทนได้ขนาดนี้แล้วหรอ?" โชโกะทักคางุระที่มาหลบแดดอยู่ใต้สะพาน สีหน้าเด็กสาวซึดเล็กน้อยตามภาษาเผ่ายาโตะที่แพ้แดด เธอสะบัดหน้าหนีเมื่อเห็นโซโกะเดินมาหา

          "อย่ามายุ่งกับอั๊ว"

          "อะไรกันคนเขาอุตส่าห์มีน้ำใจแท้ๆ จะขอบคุณกันสักหน่อยก็ไม่มี"

          "ขอบคุณเรื่องอะไร ลื้ออย่ามาซี้ซั๊วพูดนะ ไม่มีอะไรที่อั๊วต้องขอบใจลื้อ"

          โซโกะไม่ต่อปากต่อคำแล้วยื่นร่มให้กับคนที่หันมาเถียง คางุระไม่รับแล้วเดินหนี แต่ตัวเองก็ไม่กล้าออกไปเผชิญแดดจ้าจึงหนีได้แค่ภายใต้ร่มเงาของสะพานเท่านั้น ชายหนุ่มอมยิ้มกับท่าทางของเธอแล้วตกใจเมื่อรู้ตัวเผลอคิดว่ายัยหมวยจอมกวนประสาทนี่น่ารักขึ้นมา

          "เอาไปซะทีสิยัยแรงช้าง ฉันเมื่อยแล้วนะ"

          "ยุ่งไม่เข้าเรื่อง" คางุระแกล้งว่ากลบเกลื่อนความเขิน เพราะเมื่อกี้เธอหันมาเห็นรอยยิ้มของอาตี๋หัวเป็ดจอมซาดิสม์นี่พอดี แต่ตอนนี้หัวเป็ดที่คางุระเคยคิดนั้นผมสีน้ำตาลอ่อนของเขายาวขึ้นจนประบ่า ใบหน้าและหุ่นนั้นดูสมชายกว่าเดิมขึ้นมาก พอๆกับส่วนสูงที่ดูแปลกตา เด็กสาวรีบคว้าร่ม แล้วเตรียมจะเดินออกไปจากใต้สะพาน

          "เดี๋ยวสิ รอฉันด้วย" โซโกะร้องเรียก

          "ทำไมต้องรอด้วยน่อ ต่างคนต่างไปดีกว่า อั๊วเบื่อขี้หน้าลื้อ"

          "ไม่ได้เจอกัน 2 ปีเต็มๆ เธอจะมาเบื่อหน้าฉันได้ยังไง? เอ๊ะ เธอพกรูปฉันติดตัวไว้ดู?" โซโกะกวนประสาทคางุระอย่างที่เคยทำ แล้วเดินเข้าไปใกล้เธอ ทำให้คางุระรู้ว่าโซโกะในตอนนี้สูงกว่าเธอมาก สาวน้อยอยู่เพียงระดับบ่าของเขาเท่านั้น

          "ลื้ออยากตายใช่ไหม อาตี๋หัวขี้เลื่อย" คางุระถอยห่าง

          "ตายแน่ๆ หากหล่อนจะทิ้งฉันไว้ที่นี่ เพราะหากมีใครจำฉันได้ฉันก็จะโดนจับตัวไปประหาร"

          "ลื้อหนีได้มาตั้งนานแล้วแค่ทหารกระจอกๆพวกนั้น ลื้อน่ะเหรอจะโดนจับง่ายๆน่อ"

          "ขอบใจที่ชมว่าฉันเก่ง แต่เป็นไปได้ฉันก็ไม่อยากให้มีเรื่อง" โซโกะยิ้มอีกครั้ง ยิ่งทำให้คางุระหน้าแดง ชายหนุ่มเข้าประชิดตัวร่างบางแล้วแย่งร่มมาถืออีกที "ไปสิ...ฉันอยากเห็นเอโดะที่ไม่ได้เห็นมา 2 ปี"

          หัวใจสาวน้อยเต้นไม่เป็นจังหวะ ตั้งใจผลักคนบังอาจมาชิดให้กระเด็น แต่ทว่าชายหนุ่มรู้อยู่แล้วว่าเธอจะประทุษร้ายจึงหลบทัน

          "ยังชอบใช้กำลังไม่เปลี่ยนจริงๆเลยนะ ยัยหมวยโหด"

          "ลื้อก็ยังกวนอวัยวะส่วนล่างของอั๊วเหมือนเดิม ถอยไปนะ!! ไม่งั้นอั๊วจะซัดลื้อให้ร่วงเลยคอยดู" คางุระขู่พร้อมทำท่าเงื้อหมัด

          "ถ้าจะซัดฉัน เอาไว้ถึงวันที่เราเคยสัญญาว่าจะมาวัดกำลังกันอีกครั้งเถอะ แต่ตอนนี้หล่อนจะใจร้ายทิ้งฉันไว้่จริงๆน่ะหรอ?"

          "ใช่!" คางุระตอบทันควัน

          "เอาหน่า ถือว่าทำบุญให้กับคนไร้ที่อย่างฉันเถอะ ฉันอยากเห็นเอโดะที่หล่อนสัญญาว่าจะปกป้องจริงๆ" โซโกะพูดแล้วชวนเธอออกจากใต้สะพานด้วยกัน

          คางุระมีทีท่าอ่อนลง ยอมเดินไปกับโซโกะ

          "อั๊วถือเองน่อ" เธอบอกกับชายหนุ่ม ซึ่งเขาก็ยื่นคืนให้เธอโดยง่าย

          เพียงพริบตาเดียวคางุระใช้ร่มฟาดโซโกะเต็มๆ จนเขากระเด็นไปกระแทกกับขาสะพานเสริมปูนอย่างแรงจนปูนร้าว

          "ทำอะไรน่ะยัยบ้า!!!" โชโกะตะโกนว่าคางุระแล้วลูบท้ายทอยตัวเองเพื่อให้ความเจ็บบรรเทา

          "ลื้อจะเป็นยังไงก็เรื่องของลื้อ อั๊วไม่เกี่ยว หาทางกลับเอาเองแล้วกันน่อ อาตี๋หัวเป็ด" คางุระทิ้งท้ายแล้วรีบเดินออกไปก่อนที่พวกผู้คนจะพากันมาดูว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น

          อาตี๋บ้าไม่เจอกันมานานทำไมเพิ่มความกวนประสาทได้ขนาดนี้นะ อั๊วเกลียดลื้อจนใจเต้นแรงไปหมดแล้วน่อ


         



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 109 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52 ความคิดเห็น

  1. #29 soujandaisuki (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 23:10
    อั๊วก็เขินลื้อจนใจเต้นแรงแล้วน่ออาหมวยอาตี๋;_;
    #29
    0