(FIC GINTAMA)สายลมใหม่ที่เต็มไปด้วยความรู้สึก (OKITA X KAGURA)

ตอนที่ 19 : อ้อมกอดที่ไม่ได้สัมผัส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 791
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    2 เม.ย. 61

          หลายวันผ่านไปจนกระทั่งถึงวันสิ้นปี ผู้คนมากมายต่างทยอยไปรวมตัวเพื่อเตรียมตีระฆังต้อนรับวันปีใหม่ที่กำลังจะ มาถึงในอีกไม่กี่ชม.ข้างหน้านี้ตามความเชื่อที่จะได้รับสิ่งดีๆตั้งแต่ต้นปี ต่างจากคางุระและโซโกะที่ต้องแอบมาพบกันที่ภูเขาหลังวัดเช่นเคย

          "ลื้อจะไปแล้วจริงๆเหรอน่อ?"

          คางุระถามแล้วดึงชายเสื้อกันหนาวสีดำของคนรักด้วยน้ำเสียงอันแสนเศร้า แม้จะรู้ดีว่าโซโกะมีภารกิจยิ่งใหญ่ที่ต้องไปทำ

          "นี่มันโอกาสดีที่สุดในการเคลื่อนย้ายพลอย่างเงียบๆ"

          โซโกะตอบโดยพยายามไม่มองหน้าสาวน้อย เพราะไม่อยากเห็นสายตาที่แสนเว้าวอนนั้น เนื่องจากมันจะทำให้เขาลังเล

          "โซโกะ อั๊วมีอะไรจะให้น่อ"



          คางุระเรียกให้คนรักมองเธอ แล้วดึงปิ่นมุกที่ปักผมเธออยู่ออก ทำให้ผมสีส้มของเธอสยายลงมาถึงกลางหลัง โดยมีโซโกะที่ยืนมองอยู่ด้วยความสงสัยว่าเธอกำลังจะทำอะไร

          "ลื้อซื้อปิ่นตัวนี้ให้อั๊ว แล้วลื้อรู้ความหมายไหมน่อ? ว่ามันหมายความว่าอะไร?"

          "รู้สิ มันเป็นตัวแทนของชายคนนึงที่พึงมอบให้กับหญิงสาวที่ตัวเองหลงรัก"

          โซโกะตอบตามที่รู้ คางุระอึ้งเล็กน้อยที่เขาซื้อมันมาให้ทั้งๆรู้ความหมายของมันอยู่แล้วตั้งแต่ต้น นั่นก็แสดงให้เธอรู้ว่าเขามอบให้เธอด้วยความรู้สึกเช่นไรก่อนจะคบกัน

          "จะทำอะไรน่ะ? ฉันอุตส่าห์ซื้อให้นะยัยบ้า"

          ชายหนุ่มเจ้าของผมสีน้ำตาลอ่อนโวยวายเมื่อเห็นคางุระกำลังหักขา ปิ่นมุกที่เขา ซื้อให้ คางุระไม่ตอบแต่ยื่นขาปิ่นอีกข้างให้เขาแทน ส่วนเธอก็เก็บตัวมุกและขาอีกข้างไว้กับตัวเอง

          "ปิ่นนี้ ผู้หญิงก็จะหักขามันไว้ยามเมื่อต้องไกลห่างจากคนรัก แต่ถ้าเกิดหักครึ่งไปจนถึงตัวมุกอั๊วว่าก็น่าเสียดายน่อ งั้นลื้อเอาไปแค่ขาแล้วกันน่ออาตี๋"

          โซโกะมองสภาพขาปิ่นมุกสีทองที่ถูกหักในมือตัวเอง สภาพของมันดูไม่แตกต่างจากไม้แคะหูยาวๆด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก

          "ถ้าล้มแล้วมันจะเสียบฉันไหมนี่?"

          "ลื้อก็อย่าล้มสิน่อ ดึกป่านนี้แล้วอั๊วคงต้องกลับ  เดี๋ยวกินจังจะเป็นห่วงอั๊ว" คางุระบอกกับโซโกะที่ยังดูคาใจกับขาปิ่นที่เขาได้รับ "เดินทางปลอดภัยน่อ อย่าไปเถลไถลน่อ"

          "คางุระ"

          ชายหนุ่มรีบเก็บขาปิ่นใส่ในเสื้อทางอกซ้ายแล้วเรียกชื่อเธอ ขยับตัวเตรียมจะกอดร่างบาง แต่คางุระกลับถอยหนีห่าง

          "อั๊วไม่ยอมให้ลื้อกอดหรอกน่อ"

          "ป่านนี้แล้วยังจะเล่นตัวอีกเหรอ"

          โซโกะถามคางุระที่ตอนนี้ออกฤทธิ์ดื้อเหมือนสมัยก่อนไม่มีผิด

          "อั๊วจะยอมให้ลื้อกอดได้ก็ต่อเมื่อลื้อกลับมาน่อ"

          ชายหนุ่มนิ่งไปเมื่อได้ยินคางุระบอกอย่างนั้น ซึ่งความจริงแล้วเขาไม่มั่นใจเลยสักนิดว่าจะได้กลับมากอดเธออีกหรือไม่

          "โซโกะ จำสัญญาที่ให้กับอั๊วได้ไหมน่อ?"

          "ที่บุชูน่ะเหรอ?"

          "ไม่ใช่ สัญญาที่เคยให้กันไว้ที่ใต้สะพานเมื่อหลายปีก่อนน่อ"

          คางุระตอบ โซโกะหวนคิดถึงทบทวนถึงหน้าฝนเมื่อหลายปีที่แล้ว เขาและเธอเคยให้สัญญาว่าจะกลับมาดวลฝีมือกันอีกครั้ง และกว่าจะถึงวันนั้นก็ห้ามให้แพ้ใครก่อน

          "ตอนที่ลื้อกลับมาเอโดะอีกครั้ง ตอนนั้นก็เข้าปีที่ 3 แล้วที่เราสัญญากันไว้แล้ว ใจคอลื้อจะไม่ทำตามสัญญารึไงน่อ"

          "หล่อนก็รู้ ว่ายังไงฉันก็แพ้หล่อนอยู่ดี"

          ไม่ใช่แพ้เพราะการต่อสู้ แต่เป็นเรื่องของหัวใจที่เขาแพ้เธอตั้งแต่ตกหลุมรักยัยหมวยจอมเพี้ยนคนนี้ต่างหาก

          คางุระส่ายหน้า พยายามซ่อนน้ำตาที่กำลังจะเอ่อล้นไม่อยากให้เขาเห็น เพราะกลัวโซโกะจะกังวล

          "ไม่ใช่น่อ สัญญาที่ว่าลื้อจะไม่แพ้ใครต่างหาก ลื้อต้องกลับมาให้ได้น่อ โซโกะ"

          ชายหนุ่มได้แต่นิ่งไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรต่อ เมื่อเขาเองก็ไม่สามารถรู้อนาคตได้ 2 ปีกว่าที่ไม่ได้เจอกันมันเป็นช่วงทรมานมากที่สุด แต่คราวนี้ความทรมานที่ต้องจากกันทั้งๆที่ยอมเปิดรับความรู้สึกของกันและกันแล้วมันทรมานยิ่งกว่า เขาไม่เคยลืมสัญญาที่ให้ไว้เพราะเขาเองก็ภาวนาไว้แล้วว่าพอผ่านช่วงเวลานั้นมา เขากับเธออาจไม่ต้องจากกันอีก แต่สุดท้ายแล้วความจริงก็คือความจริง เขาต้องไปทำภารกิจในดินแดนห่างไกลจากดวงใจตัวเอง

          คางุระเงยหน้ามองคนที่ไม่ยอมรับปากว่าจะทำตามสัญญา ร่างบางจึงขอตัวกลับ

          "ขอกอดก็ไม่ได้เหรอ?"

          โซโกะเอ่ยถามทำให้คางุระชะงักพยายามไม่หันไปมองเพราะกลัวเขาจะเห็นน้ำตา ชายหนุ่มขยับเข้าใกล้คนตัวเล็กจนชิด แต่คางุระก็หันมาพลักเขาออกห่างตัดใจไม่ยอมให้เขากอดเด็ดขาด ซึ่งโซโกะเองก็ไม่ยอมยื้อยุดฉุดกระชากจะกอดให้ได้ โดยไม่รู้เลยว่าพวกเขาอยู่ในสายตาของยามาซากิกับซาโต้ที่ออกมาตามโซโกะให้ไปเดินทาง

          "นี่ตกลงคู่นี้รักกันจริงๆรึเปล่าเนี่ย"

          ยามาซากิพึมพำไม่กล้าเข้าไปขัดจังหวะเพราะกลัวโดนลูกหลง เมื่อเห็นคางุระทั้งต่อยทั้งถีบไม่ยอมให้โซโกะกอด

          "ยัยหมวยนี่ทำไมดื้อนักนะ"

          "ก็อั๊วไม่อยากกอดลาน่อ" คางุระตวาดใส่โซโกะทำให้เขาชะงัก "ตอนหม่ามี๊กับปาปี๊กอดลากัน หม่ามี๊อั๊วก็ไปสวรรค์โดยไม่กลับมาเลยน่อ"

          ในที่สุดคางุระก็หลุดเหตุผลที่ไม่ยอมให้เขากอด โซโกะหยุดชะงัก เข้าใจเหตุผลแต่ไม่วายเอาแต่ใจ

          "แต่ฉันอยากกอดหล่อนนี่"

          "ไม่น่อ"

          "คางุระ"

          "ไม่ เอ๊ะ พูดไม่รู้เรื่องเหรอน่อ ไอ้ตี๋ซาดิสม์นี่"

          "ให้ฉันกอดเถอะนะ ขอร้อง"

          โซโกะเอ่ยปากขอร้องอย่างเว้าวอน ยามาซากิกับซาโต้ที่ยังคงแอบดูอยู่อ้าปากค้างเมื่อเห็นโซโกะออดอ้อนสาวน้อยอย่างผิดวิสัยเจ้าชายซาดิสม์ แต่คางุระพยายามใจแข็ง

          "ลื้อต้องทำตามสัญญาให้ได้ก่อนน่อ อั๊วถึงจะยอมให้กอด"

          "งั้นหล่อนก็ต้องทำตามสัญญาให้ได้เหมือนกัน รวมถึงสัญญาที่บุชูด้วยนะ"

          ชายหนุ่มทวงสัญญากันอย่างดื้อๆ คางุระหน้าแดงเมื่อนึกถึงสัญญาต่อหน้าหลุมศพที่บุชู แล้วค่อยๆพยักหน้าอย่างว่าง่าย

          "งั้นก็ตกลง"

          จู่ๆโซโกะก็ยอมโดยดี และเริ่มมีกำลังใจที่จะกลับมาหาเธอให้ได้

          "สัญญาอะไรกัน? ทำไมคุณหมวยแห่งรับจ้างสารพัดหน้าแดงได้นะ"

          "จะไปรู้เรอะ?"

          ซาโต้กับยามาซากิคุยกัน ซึ่งทำให้โซโกะที่อยู่ไม่ห่างได้ยินเพราะพวกเขากำลังเงียบ โซโกะจึงเดินเข้ามาใกล้แล้วชักดาบตวัดไปที่พงหญ้าต้นเสียงทันที ยามาซากิกับซาโต้ใจหายวาบเมื่อดาบนั้นเฉี่ยวหัวพวกเขาไปนิดเดียว

          "เอ่อ...จะออกเดินทางแล้วครับ"

          ยามาซากิบอกโซโกะเสียงสั่น แถมตัวก็สั่นด้วย

          “งั้นอั๊วไปก่อนน่อ”

          คางุระบอกแก้เขิน แล้วรีบเดินจากไปทันที โซโกะมองตามร่างบางไปจนลับตาแล้วหันมาเดินตามพวกยามาซากิที่นำหน้าเขา ชายหนุ่มยกมือขึ้นทาบอกด้านซ้ายที่มีขาปิ่นหักๆอยู่ด้านใน สัญญากับตนเองว่าจะนำมันกลับมาอยู่คู่กันดังเดิมให้ได้


          เมื่อคางุระเดินลงจากเขา เธอก็พบว่ากินโทกิกับชินปาจิยืนรอเธออยู่ที่ลานวัด โดยมีซาดาฮารุมาด้วย

          “ไง หนาวจนน้ำตาไหลเลยรึ?”

          กินโทกิทักคางุระที่กำลังเดินมาหาเขาด้วยใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยน้ำตา

          “อือ”

          สาวน้อยรับคำในลำคอ กินโทกิกับชินปาจิมองหน้ากันแล้วกอดคอเธอเดินไปด้วยกัน

          “วันนี้หม้อไฟล่ะคางุระจัง ผมแย่งซื้อของลดราคาได้เนื้ออันแสนสุดหรูมาเลยล่ะครับ”

ชินปาจิบอกกับคางุระ แต่กินโทกิส่ายหน้า

          “วัตสัน นี่แกลืมไปแล้วรึเปล่าวะ ว่ายัยหมวยจอมตะกละของเราปากไม่ถึงรสชาติที่แท้จริงของเนื้อน่ะ”

          “อั๊วโตพอจะลิ้มรสเนื้อราคาแพงได้ถูกปากแล้วน่อ”

          คางุระแย้งแล้วหัวเราะไปพร้อมกับทุกคนอย่างมีความสุข เพราะเธอมีพวกเขา มีซาดาฮารุ และโซโกะนั้นจะต้องกลับมาหาเธอได้อย่างแน่นอน


          หลายวันถัดมา อดีตชินเซ็นงุมิได้เดินทางถึงฮาโกดาเตะอย่างสวัสดิภาพ และได้พบกับอดีตมิมาวาริที่มีโนบุเมะเป็นคนนำทัพรออยู่ ส่วนฮัตโทริกับซัทจังล่วงหน้าไปสำรวจที่พักของโชกุนแล้ว

          “เพราะคาซึระนั้นดูจากการคุ้มกันโชกุนที่นี่แล้ว หมอนั่นยังไม่ไว้ใจว่าทุกอย่างจะหละหลวมแล้วไปรวมทัพกันอยู่ที่เอโดะจริงๆ”

          “คาซึระนี่รอบคอบจริงๆ มิน่าสมัยก่อนพวกเราถึงได้จับหมอนั่นไม่ได้สักที”

          คอนโด้หัวเราะอย่างอารมณ์ดี ตรงข้ามกับฮิจิคาตะที่ทำสีหน้าเคร่งขรึม

          “ยังจะมามีแก่ใจหัวเราะอีกเหรอครับ อย่าลืมนะว่าพวกนั้นเข้าใจว่าคุณคอนโด้ตายไปแล้ว คนที่ต้องระวังตัวเองที่สุดก็คือคุณนะ”

          “รู้แล้วหน่าโทชิ แผลนี่มันเตือนฉันอยู่ทุกเวลา” คอนโด้พูดพลางลูบแผลบากผ่าหน้าของตนไปด้วย “อย่ากังวลไปเลย โทชิ”

          ฮิจิคาตะพ่นควันบุหรี่ แล้วหันไปหาโซโกะที่ยืนเงียบ

          “ส่วนแก ขอให้มีสมาธิกับการรบครั้งนี้ด้วย เราจะแพ้ไม่ได้นะโซโกะ”

          “ครับ”

          โซโกะรับคำอย่างว่าง่ายจนฮิจิคาตะแปลกใจ จากนั้นทุกคนก็พากันแยกย้ายเตรียมตัวจัดแจงอุปกรณ์ที่ซากาโมโต้เตรียมให้ เพื่อศึกหนักที่จะเกิดขึ้นอีกไม่กี่วันข้างหน้า



          “ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วสินะ ซึระ”

          กินโทกิถามคาซึระเมื่อถึงเวลาที่พวกเขาต้องบุกปราสาทกันกลางดึก ซึ่งในช่วงหลายวันมานี้ คาซึระก็ดูเหมือนจะเหนื่อยเป็นพิเศษ

          “ไม่ใช่ซึระ คาซึระต่างหาก” แม้จะวุ่นวายแต่ก็ไม่วายตบมุข “ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วกินโทกิ เจ้าซากาโมโต้ก็เตรียมเสริมกำลังภาคอากาศแล้ว”

          “ให้ฉันกับพวกอสุราบุกทางด้านหลังปราสาทสินะ”

          ทากาสุงิทวนแผนที่คาซึระวางไว้ให้เขา ซึ่งชายหนุ่มผมยาวก็พยักหน้า

          “เราจะทำให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุด แต่ถ้าหากไม่ไหวให้พวกเราย้อนกลับมาจุดนัดพบก่อน พวกนายเข้าใจใช่ไหม?”

          “หึหึ สูญเสียน้อยงั้นรึ?”

          คามุอิที่นั่งฟังอยู่นานขัดคาซึระด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

          “ควบคุมอารมณ์ตัวเองหน่อยเถอะหัวหน้า”

          อาบุโตะบอกกับหัวหน้าของตนที่มีท่าทางกระหายเลือดขึ้นมาเสียเดี๋ยวนั้น ชินปาจิมองพี่สาวที่มาส่งในร้านรับจ้างสารพัด โอทาเอะห่วงน้องชายมาก แต่ไม่สามารถห้ามได้เพราะเป็นความตั้งใจของเขาเอง

          “ไม่ต้องห่วงทางนี้นะกินโทกิ พวกข้าจะคอยดูแลให้เอง”

          ซึคุโยะที่มาส่งกินโทกิด้วย บอกกับชายผมเงินไม่ให้เขาเป็นห่วงคนข้างหลัง

          “ใช่แล้ว”

          คิวเบเองก็บอกเขาเช่นกัน กินโทกิพยักหน้าแล้วจับดาบไม้ของตนเข้าเอวเตรียมออกเดินทาง

          “ไปกันได้แล้วคางุระ” กินโทกิเรียกคางุระที่ยืนนิ่งอยู่ คิ้วของสาวน้อยขมวดเข้าหากันอย่างครุ่นคิดจนกินโทกิแปลกใจ “มีอะไรรึเปล่า”

          “อั๊วไม่แน่ใจว่าปาปี๊จะเลิกเข้าพวกโชกุนนั่นแล้วรึยัง? ซึระ ลื้อไม่รู้ข่าวอะไรเลยเหรอน่อ?”

          คางุระบอกแล้วหันไปถามคาซึระท่ามกลางความตกใจของทุกคน

          “จริงสิครับ ลืมนึกไปเลย”

          ชินปาจิอุทานแล้วหันไปมองคาซึระที่มีท่าทางไม่ตกใจแตกต่างจากทุกคน

          “ตามรายงานของสายของฉัน ไม่พบท่านอุมิโบสึที่เอโดะเลยนะ หัวหน้า”

          “แล้วฮาโกดาเตะล่ะน่อ?”

          คางุระถามด้วยความร้อนรน เพราะกลัวกลุ่มบุคคลธรรมดาที่ถึงแม้จะเก่งด้านการรบแค่ไหน พวกนั้นก็ไม่สามารถสู้กับพ่อของเธอได้แน่นอน

          คามุอิหัวเราะ เมื่อเห็นทุกคนเริ่มเครียด

          “ลื้อหัวเราะทำบ้าอะไรน่อ คามุอิ”

          คางุระถามอย่างหัวเสีย แต่คนถูกถามไม่ตอบกลับไพล่ไปอีกเรื่องหนึ่งแทน

          “ทีนี้เข้าใจได้รึยังล่ะว่า ทำไมโชกุนแทบไม่มีใครคุ้มกันเลย”

          “ไม่จริงน่ะ”

          ชินปาจิพึมพำอย่างไม่อยากเชื่อว่าพวกอดีตชินเซ็นงุมิกำลังจะเจอศึกที่ใหญ่หลวง


          “แย่แล้ว เซ็นโซ เราต้องรีบกลับไปรายงานพวกนั้นโดยด่วนเลย”

          ซัทจังที่ใช้กล้องส่องทางไกลอยู่บนต้นไม้ทึบเอ่ยขึ้นเมื่อมองเข้าไปยังที่พำนักของโชกุนแล้วพบร่างของใครบางคนยืนอยู่

          “เกิดอะไรขึ้น?”

          ฮัตโทริถามอย่างตกใจ แต่ไม่ทันจะได้คำตอบ ร่างของคนๆนั้นก็มองมายังพวกเขา แล้วถือร่มสีเขียวเล็งมา

          นินจาทั้งสองรีบกระโดดหลบทันทีเมื่อลูกกระสุนเข้าจู่โจม แล้วรีบวิ่งไปยังกองทัพที่กำลังเคลื่อนพลมายังที่นี่ หมายจะเตือนให้พวกเขาระวังตัวมากกว่าเดิม


          “คิดถึงจังนะ”

          คอนโด้เอ่ยขึ้นเมื่อได้กลับมาใส่ชุดชินเซ็นงุมิอีกครั้ง ถึงแม้จะต้องใส่หน้ากากสีดำปิดบังหน้าตาก็ตาม ซึ่งตอนแรกเขาจะเลือกหน้ากากแมลงสาบคู่ใจ แต่ฮิจิคาตะก็ค้านหัวชนฝาจนเขาต้องยอมใส่หน้ากากดำนี่แทน

          “ทุกคนพร้อมแล้วครับ”

          ยามาซากิรายงานถึงพลที่เตรียมตัวบุกที่พำนักของโชกุน โซโกะในชุดชินเซ็นงุมิเหมือนดังเช่นทุกคนยกมือแนบอกซ้ายที่เขาพกขาปิ่นไว้ตลอดเพื่อเรียกกำลังใจอย่างไม่เคยเป็น เขาไม่เคยกลัวหากจะต้องเสียชีวิตที่ศึกนี้ แต่เขาเป็นห่วงเจ้าของขาปิ่นจับใจ แม้จะพยายามตั้งสมาธิแล้วก็ตาม

          “โซโกะ” ฮิจิคาตะเดินมาเรียกลูกน้องของตนที่มีแววตากังวลใจแม้จะจะสีหน้าเรียบเฉยก็ ตาม ทำให้โซโกะได้สติแล้วเข้าสู่ความเป็น โอคิตะ โซโกะ ได้ดังเดิม

          “ออกเดินทางได้แล้วล่ะ”

          โนบุเมะบอกทุกคนแล้วพากันเคลื่อนไหวอย่างเงียบสนิทแต่รวดเร็วไปยังที่พำนักของโชกุนทันที


          “ไม่ทันรึเนี่ย?”

          ฮัตโทริพึมพำเมื่อกลับมาไม่พบใครเลย ซัทจังจึงรีบชวนเขาตามทัพให้ท่านก่อนจะสายเกินไป


          ทางด้านเอโดะกินโทกิกับคาซึระนำทัพบุกโจมตีปราสาทอย่างบ้าคลั่ง จึงทำให้แม่ทัพอินาโอะต้องออกโรงเอง และกองทัพอสุราที่ลอบโจมตีจากทางด้านหลังปราสาทกลับต้องพบกลุ่มโจรสลัดฮารุซาเมะที่เหลือ คามุอิยิ้มอย่างถูกใจที่ได้เจอคู่ฝีมือที่พอสูสีกับเขาได้ บาโทได้กลับมานำทัพอีกครั้งซึ่งคราวนี้เขาสัญญาว่าจะไม่แพ้อีกแน่นอน

          ด้วยฝีมือที่ก้าวหน้าขึ้นเยอะของชินปาจิกับคางุระ ทำให้ทั้งสองคนยังคงยืนหยัดต่อสู้กับกองทัพจำนวนมากได้เต็มที่ แม้จะเกือบพลาดพลั้งบ้างแต่พวกรับจ้างสารพัดไม่เคยทิ้งกัน เหมือนอลิสซาเบธที่คอยสู้เคียงข้างคาซึระไม่ห่าง

          “คิดว่ามันจะจบง่ายๆรึ ชิโรยาฉะ”

          อินาโอะถามคู่ต่อสู้ที่อยู่ด้านหน้าตน กินโทกิยิ้มให้อย่างไม่เกรงกลัว

          “ยังไงก็ต้องจบภายในหน้ากระดาษนี่แหล่ะ”

          “แล้วคอยดูแล้วกัน”

          อินาโอะบุกเข้าหากินโทกิ ซึ่งชายหนุ่มผมเงินก็รับกระบวนท่าดาบของแม่ทัพได้อย่างทันท่วงที การต่อสู้อย่างดุเดือดจึงเริ่มขึ้น

          ซากาโมโต้กับมุสึได้พบกับลูกน้องของอินาโอะบนเรือเหาะเช่นเดียวกัน แต่เขากับมุสึก็พยายามต่อสู้อย่างเต็มที่ไม่ให้แพ้พวกกินโทกิที่พยายามเต็มที่เช่นกัน


          ที่ฮาโกดาเตะ

          อดีตชินเซ็นงุมิกับมิมาวาริตกใจกับศัตรูที่ไม่คาดฝัน นอกจากจะเจอเสนาธิการอย่างคาซาม่าแล้ว  พวกเขาก็ยังได้พบกับเอเลี่ยนฮันเตอร์ผู้เคยรับรองกันมาก่อน

          “โอ้ ไม่เจอเจ้าลูกชายบ้า แต่ได้เจอไอ้ผู้ชายไม่เจียมแทน ถือว่าไม่ผิดหวังล่ะนะ” อุมิโบสึเอ่ยทักโซโกะที่ยืนตะลึงมองพ่อของคนรักของเขาอยู่อย่างไม่คาดคิดว่าจะได้พบกันในที่เช่นนี้ “ดีแล้วล่ะ คางุระจะได้ตาสว่างสักทีว่าไอ้มนุษย์โลกไม่คู่ควรกับเผ่าพันธุ์ของเราหรอก”

          “โซโกะ”

          ฮิจิคาตะจะเข้ามาช่วย เพราะรู้ว่าโซโกะอาจจะสู้กับอุมิโบสึผู้แสนจะร้ายกาจที่สุดในอวกาศไม่ได้

          “คุณฮิจิคาตะรีบไปทำตามหน้าที่ของคุณเถอะครับทางนี้ผมจัดการเอง”

          ชายหนุ่มตาดุยอมรับความตัดสินใจของโซโกะ เขาจึงมุ่งไปหาอิโต้ที่ตอนนี้คอนโด้กับทัพนำไปแล้ว

          “ฉันจะจัดการให้แกตายอย่างสบายที่สุดแล้วกัน”

          “เป็นความกรุณามากเลยครับ คุณพ่อตา”

          โซโกะจับดาบคู่ใจเตรียมตั้งรับอุมิโบสึ เอเลี่ยนฮันเตอร์พุ่งตัวหาอดีตหัวหน้าหน่วยหนึ่งมากฝีมือย่างรวดเร็ว แม้จะป้องกันการโจมตีได้ แต่โซโกะเองก็เซกับแรงกระแทกที่ได้รับเช่นกัน การต่อสู้ของว่าที่พ่อตากับว่าที่ลูกเขยเป็นไปอย่างดุเดือด ทำให้อุมิโบสึได้รับรู้ฝีมือที่แท้จริงของโซโกะว่าไม่ธรรมดาจริงๆ เพราะชายหนุ่มสามารถสร้างบาดแผลให้กับเขาได้เช่นกัน แม้โซโกะเองจะบาดเจ็บไม่น้อย


          ทางด้านฮิจิคาตะได้ต่อสู้กับพวกของอิโต้จนสามารถผ่านด่านไปได้อย่างหืดขึ้นคอ เขากับคอนโด้วิ่งไปตามระเบียงเพื่อหาร่างของโชกุน และได้พบว่าโชกุนนั้นเตรียมทัพพร้อมรอพวกเขาอยู่แล้ว

          “พวกกลุ่มชาวสวรรค์”

          ฮิจิคาตะพึมพำรู้สึกหาหนทางชนะได้ยากขึ้น แต่แล้วเขาก็ฮึดสู้เมื่อหันไปมองคนที่ใส่หน้ากากสีดำคนที่เขารักและเคารพ ยิ่งกว่าใครๆ

          ตู้ม!

          เสียงระเบิดดังขึ้นพร้อมกับควันที่ตลบอบอวลไปทั่วห้อง เปิดทางให้คอนโด้กับฮิจิคาตะลุยได้เต็มที่

          “ใจร้อนจริงๆนะพวกนาย จะรอกันหน่อยก็ไม่ได้”

          ฮัตโทริที่มาพร้อมกับซัทจังทักคอนโด้ที่กำลังร่วมต่อสู้ในช่วงชุลมุน

          “พวกนายน่ะแหละ มาช้า”

          คอนโด้ตอบแล้วหันไปสู้ต่อ คราวนี้มี 2 นินจาผู้มากฝีมือร่วมสู้ด้วย การต่อสู้เป็นไปอย่างเกินคาดเดาจนในที่สุดฮิจิคาตะก็เข้าถึงตัวโชกุน เขาชี้ปลายดาบไปยังคอของโชกุนโนบุโนบุพยายามทรงตัวให้มั่นแม้ทั่วตัวของเขาจะเต็มไปด้วยเลือดก็ตาม

          “ยอมแพ้เถอะ ท่านโชกุน พวกเราชนะแล้ว โปรดคืนอำนาจให้กับประชาชนด้วย”

          โนบุโนบุยกมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะแสดงความยอมแพ้แล้วยิ้มออกมา

          “ฝ่ายที่จะต้องยอมแพ้น่ะ คือพวกแกต่างหาก”

          ฮิจิคาตะไม่หลงกลกับคำพูดของโนบุโนบุ แต่จี้ปลายดาบชิดคอโชกุนที่กำลังเสียเปรียบแทนจนเลือดซิบ

          “วางดาบซะ เจ้าเด็กน้อย”

          เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นอยู่ทางด้านหลังของชายหนุ่ม แต่ยังไม่ทันที่ฮิจิคาตะจะหันหลังกลับไปมอง คอนโด้ก็อุทานออกมาเสียก่อน

          “ป๋า!!!”

          “จะเรียกให้เสียงดังทำไม ไอ้บ้านี่” มัตสึไดระหันไปดุคอนโด้ที่เขารู้อยู่แล้วว่าใช่อดีตลูกน้องของเขาโดยไม่ต้องให้ถอดหน้ากาก “เห็นพวกแกสบายดีฉันก็ดีใจ แต่ยอมแพ้เถอะพวกแกงัดข้อกับโชกุนไม่ไหวหรอก”

          “แต่ว่า”

          คอนโด้จะแย้ง มัตสึไดระจึงยกดาบของตนจี้ศีรษะของฮิจิคาตะ

          “พวกแกแพ้แล้วล่ะ อย่าขัดขืนเลย”

          “ทำไมกันล่ะป๋า? เราพวกเดียวกันไม่ใช่เหรอ?”

          คอนโด้ถามอย่างไม่เข้าใจ แต่ไม่มีคำตอบจากมัตสึไดระ

          “มันเป็นทางเลือกทางสุดท้ายที่ท่านจักรพรรดิมอบให้พวกแก”

          “ของอย่างนั้นไม่อยากได้หรอก”

          ฮิจิคาตะแค่นหัวเราะ แล้วหันตัวกลับมาหามัตสึไดระ คอนโด้รีบเอาตัวเข้าไปขวางเมื่อเห็นอดีตผู้นำทัพของตนกำลังจะฆ่าลูกน้องที่เขารักมาก แต่สุดท้ายสิ่งที่เขาได้รับนั่นก็คือเลือดกระเด็นมาเปื้อนหน้ากากและเสื้อของเขา

          “โทชิ!!!!!”

          นั่นคือเสียงเรียกสุดท้ายของคอนโด้ที่ฮิจิคาตะได้ยิน


          “แพ้แล้ว!!! พวกอดีตชินเซ็นงุมิแพ้แล้ว ฮิจิคาตะตายแล้ว!!!”

          เสียงตะโกนของชายคนหนึ่งดังขึ้นมาจากที่ไกลๆ ทำให้อดีตมิมาวาริ กับอดีตชินเซ็นงุมิที่เหลืออยู่ข้างนอกชะงัก

          “ไม่จริง!!”

          ยามาซากิไม่เชื่อว่าท่านรองของเขาจะพ่ายแพ้ง่ายๆเช่นนั้น แต่เมื่อเห็นศีรษะที่มีผมสีดำปกคลุมถูกชูเหนือคนประกาศความพ่ายแพ้ ทำให้เขาถึงกับเข่าทรุดทุกคนในสนามรบโดนล้อมและบังคับให้ยอมแพ้อย่างเจ็บใจ


          ความพ่ายแพ้ที่น่าสมเพช

          อุมิโบสึพึมพำขณะที่กำลังเหยียบยอดอกของโซโกะในร่างที่สะบักสะบอมเต็มที่ เขาแอบชื่นชมเจ้าหนุ่มที่สร้างบาดแผลให้เขาได้สาหัส แต่มีหรือที่มนุษย์ธรรมดาจะชนะเผ่ายาโตะอย่างเขาได้

          “จะกำจัดแกมันก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด ลูกสาวฉันอาจจะร้องไห้แต่เวลาผ่านไปไม่นานนักก็คงจะทำใจได้”

          ชายวัยกลางคนเจ้าของหัวเหม่งยกร่มตัวเองจรดไปยังคอหอยของโซโกะที่ยังจ้องมองเขา อยู่อย่างเด็ดเดี่ยว ไม่มีแม้แต่สายตาของความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย

          “ไหนๆ ก็แพ้แล้ว ไหนๆก็จะตายแล้ว ขอฝากไปขอโทษลูกสาวคุณพ่อตาที่ไม่สามารถทำตามสัญญาได้ แล้วฝากบอกอีกอย่างด้วย ” โซโกะเว้นคำพูดแล้วหลับตาลงเตรียมพร้อมจะตายเพราะเขาเองขยับไม่ได้แล้ว “ว่าผมรักยัยหมวยนั่นตราบจนลมหายใจสุดท้ายจริงๆ”

          อุมิโบสึไม่ได้รับปาก เขามองชายหนุ่มที่เตรียมตัวจะตายก่อนจะยกร่มสีเขียวของตนขึ้นอีกครั้งแล้วกดลงไปอย่างแรง


          “ชนะแล้ว!!!!”

          เสียงกองทัพอสุราดังขึ้นอย่างยินดีเมื่อพวกเขาชนะและยึดอำนาจของอินาโอะได้

          “กินจัง!! คุณกินครับ!!”

          คางุระกับชินปาจิที่ร่างเต็มไปด้วยเลือดของตนและศัตรูวิ่งไปหาอดีตชิโร่ยาฉะอย่างดีใจที่ชนะได้

          “แล้วเราจะติดตามข่าวพวกนั้นได้ยังไง”

          กินโทกิปล่อยให้สองหนุ่มสาวกอดเขาแล้วหันไปถามคาซึระที่มีอลิสซาเบธพันแผลที่แขนให้อยู่อย่างร้อนใจ

          “ฉันกับมุสึให้เรือเหาะกับพวกนั้นไว้หนึ่งลำ ถ้าผลออกมาก็ต้องมีคนมาบอกเราจนได้ล่ะ”

          ซากาโมโต้ที่ลงมายังพื้นดินบอกกับกินโทกิ

          “แล้วถ้าแพ้ใครจะเป็นคนมาบอกล่ะ”

          คามุอิถามขึ้นตรงๆ ทำให้คางุระหันไปมองอย่างไม่พอใจ

          “ลื้อหุบปากไปเลยน่อ เจ้าพวกนั้นเก่งจะตาย ไม่มีทางแพ้ง่ายๆหรอกน่อ”

          “ทั้งๆที่ปะทะกับเจ้าพ่อบ้าน่ะนะ?”

          คามุอิย้ำความจริงอีกทำให้คางุระสะอึก

          ตื๊ดดดดดดดด

          เสียงเครื่องมือสื่อสารจากทางอินาโอะดังขึ้น กินโทกิกับทากาสุงิจึงเดินไปค้นตัวแม่ทัพแล้วกดรับสายแทน

          “ท่านแม่ทัพครับ ทางนี้เกิดการโจมตีอย่างที่ท่านอุมิโบสึบอกไว้จริงๆด้วยครับ แต่ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะว่าตอนนี้พวกเราได้รับชัยชนะ และได้ตัดหัวของอดีตรองหัวหน้าปีศาจฮิจิคาตะไว้แล้วครับ”

          เสียงรายงานจากฮาโกดาเตะดังลอดออกมา ทำให้ทุกคนตกใจเป็นอย่างมากต่างจากอินาโอะที่ยิ้มอย่างชอบใจ

          “แล้วพวกที่เหลือล่ะ?” อินาโอะเอ่ยถาม

          “ถูกกุมตัวเตรียมพร้อมจะประหารในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าแล้วครับ ส่วนท่านอุมิโบสึได้ทำหน้าที่ลงมือสังหาร โอคิตะ โซโกะ อดีตหัวหน้าหน่วยหนึ่งจนสภาพศพเละจนดูไม่ได้แล้วเช่นกันครับ”

          “ไม่จริงน่อ”

          คางุระโวยเมื่อได้ยินว่าโซโกะถูกฆ่าโดยพ่อของเธอ สาวน้อยรีบคว้าเครื่องสื่อสารจากมือกินโทกิมาปาลงพื้นและเหยียบซ้ำ

          “หนอย ไอ้บ้านี่!!! พูดจาสุนัขไม่รับประทานออกมาได้ไงน่อ“

          “คางุระจัง”

          ชินปาจิเดินเข้าไปแตะไหล่บางที่สั่นสะท้าน คามุอิมองน้องสาวของตนแม้คางุระจะไม่มีน้ำตา แต่เขารู้ว่ายัยหมวยตัวน้อยของเขาเจ็บปวดที่ได้ยินเช่นนั้น

          “ซากาโมโต้ ฉันรบกวนนายไปตรวจสอบทีว่าจริงไหม?”

          กินโทกิหันไปบอกกับซากาโมโต้

          “ได้เลย”

          ซากาโมโต้รับคำขอร้องจากเพื่อน แล้วชวนมุสึไปด้วยกัน

          “อั๊วไปด้วยน่อ”

          คางุระรีบบอกแล้วเดินตามซากาโมโต้ไปทันที แต่ทว่ากินโทกิกลับดึงคอเสื้อเธอไว้

          “หล่อนรออยู่นี่แหละ”

          “แต่กินจัง....โซโกะน่ะ....”

          กินโทกิไม่พูดอะไรต่อ ได้แต่มองคางุระที่ร้อนรน สาวน้อยยอมเชื่อคนที่คอยดูแลเธอมาตลอดอย่างโดยดี แม้ใจจะขาดให้ได้ก็ตามที


          เวลาผ่านไป 6 ชม. ในที่สุดซากาโมโต้ก็กลับมาพร้อมกับข่าวร้ายว่าอดีตชินเซ็นงุมิแพ้จริงๆ ศพจำนวนมากถูกตัดคอเสียบประจานซึ่งเขาก็ไม่สามารถลงพื้นที่ได้มากกว่านี้

          “แล้วเจ้าฮัตโทริกับซารุโทบิล่ะ”

          กินโทกิถามถึง 2 นินจาที่ไปร่วมทัพด้วย ซากาโมโต้ส่ายหน้า กินโทกิจึงไม่ถามอะไรต่อ และปล่อยให้คาซึระจัดการกับแม่ทัพอินาโอะว่าควรไปในทิศทางใด


          การพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นไม่ได้สูญเปล่าเพราะว่าจักรพรรดิได้ล้มล้างระบบโชกุน ทำให้โนบุโนบุหมดอำนาจที่เคยมีและกลายเป็นโชกุนคนสุดท้ายของญี่ปุ่น


          ความดีความชอบถูกยกให้กับกลุ่มขับไล่ต่างแดน ทำให้พวกกินโทกิสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ มีแต่เพียงคางุระที่ยังคงเศร้าในบางครั้ง กินโทกิกับชินปาจิได้แต่ภาวนาให้เวลารักษาแผลใจให้กับเธอ

          หลังจากผ่านเหตุการณ์เลวร้ายได้ไม่นานนักอุมิโบสึก็ได้ส่งจดหมายถึงลูกสาว พร้อมกับข้อความจากโซโกะที่เขาได้รับฝากมา คางุระเปิดอ่านแล้วเก็บมันไว้อย่างดีใต้หมอนหนุนของเธอราวกับว่าเป็นสมบัติที่มิอาจหาสิ่งใดเทียบได้


          “ถ้าโลกมันโหดร้ายจะไปกับฉันก็ได้นะ”

          คามุอิพูดกับน้องสาวที่นั่งเศร้าอยู่บนราวสะพาน แม้จะไม่ได้แสดงออกว่าห่วง แต่คางุระก็รับรู้ได้

          “ไม่หรอกน่อ อั๊วยังต้องทำงานที่ร้านรับจ้างสารพัดอยู่”

          สาวน้อยยืนยันคำเดิมแม้จะผ่านไป 1 เดือนแล้วก็ตาม ศพของฮิจิคาตะถูกนำมาฝังไว้ใกล้ๆกับหลุมฝังศพปลอมๆของคอนโด้ ซึ่ง ณ ตอนนี้หลุมศพที่ว่างเปล่านั้นมีร่างที่นอนหลับนิรันดร์อยู่

          “งั้นก็ตามใจ”

          คามุอิตัดบทแล้วเดินกางร่มจากร่างบางไป คางุระหันมองรอบข้างที่มีสาวๆเริ่มจับกลุ่มคุยกันถึงวันวาเลนไทน์ที่จะถึง ในคราวแรกเธอตั้งใจจะทำช็อกโกแลตเพื่อโซโกะ แต่สุดท้ายแล้วทุกอย่างก็สลายไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ

          ในวันที่ศพของฮิจิคาตะถูกแห่กลับมายังเอโดะ  พวกรับจ้างสารพัดอย่างเธอเลือกที่จะเมินเฉยไม่ไปดู  กินโทกิเองก็คอยปีนขึ้นไปเปิดเพดานหวังว่าซัทจังจะกลับมากวนใจเขาอีก

          คางุระหยิบปื่นมุกขาเดียวขึ้นมาดูแล้วคิดถึงคนให้อย่างจับใจ แม้อยากจะร้องไห้แต่เธอก็พยายามไม่ร้อง และแม้จะรู้ว่าในโลกนี้ไม่มีอาตี๋ซาดิสม์ของเธออีกแล้วเธอก็จะพยายามเข้มแข็ง          

ภาพวันวานที่แสนหอมหวานล่องลอยอยู่ในห้วงความคิด เสียงนุ่มๆของโซโกะยังคงดังอยู่ในความทรงจำ ทั้งรอยยิ้มที่อ่อนโยน อ้อมกอดที่แสนอบอุ่น รสจูบที่ตราตรึงเธอยังคงจำมันได้ไม่มีวันลืม


          ถ้าอั๊วรู้ว่าเราจะไม่ได้พบกันอีก อั๊วจะยอมให้ลื้อกอดน่อ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้อั๊วจะไม่ดื้อไม่ขัดใจลื้อเลยสักนิดเดียว อั๊วขอโทษที่อั๊วเคยคิดว่าอั๊วไม่น่าจะรักลื้อเลยอั๊วจะได้ไม่เจ็บปวดแบบนี้ แต่อั๊วก็รู้อยู่แล้วน่อว่าอั๊วไม่มีทางที่จะไม่รักลื้อ

          โซโกะ อั๊วจะอยู่ด้วยความรักที่ลื้อมอบให้อย่างภูมิใจน่อ

          อั๊วรักลื้อน่อโซโกะ



         


          ตอนหน้าไรท์เตอร์ก็จะดำเนินเรื่องไปถึงตอนจบแล้วนะคะ อาจจะจบไม่ถูกใจคนอ่าน แต่มันก็คือตอนจบที่ไรท์เตอร์ตั้งใจไว้แต่แรกอยู่แล้ว

        

          แม้จะต้องจากกัน แต่ความรักของโซโกะกับคางุระก็ยังคงอยู่


          ยังไงก็ฝากกันถึงตอนหน้าด้วยนะคะ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52 ความคิดเห็น

  1. #49 SiAr_. (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 08:18
    คางุระเข้มเเข็งดีจัง
    #49
    0
  2. #46 Faye V. Charlotte (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 06:31
    ฮิจิคาตะได้อยู่กับมิตสึบะแล้งนะ
    #46
    0
  3. #10 daririn2 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 11:07
    อะเฮือกกกกก ดาเมจ-999999999999999999
    โหดร้ายมากค่ะ ปวดตับจริงอะไรจริง
    #10
    0