(FIC GINTAMA)สายลมใหม่ที่เต็มไปด้วยความรู้สึก (OKITA X KAGURA)

ตอนที่ 16 : พักฟื้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 746
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    24 ก.พ. 62

          หลังจากผ่านไป 3 อาทิตย์ คางุระก็ได้สติฟื้นขึ้นมา และพบว่าเธออยู่ในร้านรับจ้างสารพัดนั่นเอง สาวน้อยรู้สึกอ่อนแรงและล้าร่างกายเป็นอย่างมาก ที่แขนขาวซีดของเธอมีสายน้ำเกลือเสียบห้อยระโยงระยาง แต่เมื่อหันมองรอบๆตัวแล้วคางุระกลับไม่เจอแม้แต่ใครสักคน    




          ระหว่างที่เธอกำลังใช้ความคิดว่าทำไมเธอถึงกลับมายังร้านสารพัดรับจ้างอยู่ นั้น โอทาเอะก็เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับกะละมังใส่น้ำเตรียมมาเช็ดตัวและเปลี่ยน เสื้อผ้าให้กับคางุระ

          "คางุระจัง??" โอทาเอะอุทานด้วยความตกใจ รีบวางกะละมังลงแล้วเดินเข้าไปนั่งใกล้กับร่างที่แทบไม่มีเรี่ยวแรงของสาว น้อยทันที "คางุระจังฟื้นแล้ว!!"

          "อาเจ๊ใหญ่?" คางุระหรี่ตามองโอทาเอะพลางเรียกชื่อของหญิงสาวที่น้ำตาคลอมือของโอทาเอะจับมือเธอแน่น

          "ใช่แล้วจ้ะ คางุระจังรอก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะไปโทรรายงานคุณหมอก่อน"

          โอทาเอะบอกกับคางุระแล้วเดินออกไปโทรศัพท์นอกห้อง สาวน้อยกระพริบตาถี่ๆก่อนจะมองรอบห้องอีกครั้ง เธอรู้สึกคิดถึงห้องนี้อย่างประหลาดทั้งๆที่เคยมานั่งกินข้างที่นี่ทุกวัน

          "กลับมาแล้วครับ"

          เสียงชินปาจิดังขึ้นพร้อมๆกับเสียงของกินโทกิ ทำให้คางุระหันไปมองทางประตูห้อง

          "อ้าว ยังไงล่ะหล่อน? โทรหากอลิล่าตอนฉันไม่อยู่บ้านงั้นเรอะ?"

          กินโทกิเอ่ยถามเมื่อเห็นโอทาเอะกำลังคุยโทรศัพท์ร้านของเขาอยู่อย่าง ตื่นเต้น โอทาเอะวางสายแล้วรีบชี้ไปยังห้องที่คางุระนอนอยู่ด้วยมือที่สั่นระริก

          "คางุระจัง...คางุระจัง..."

          กินโทกิเบิกนัยน์ตากว้างด้วยความตกใจอย่างมาก คิดว่าคางุระกำลังอาการแย่ลงเขารีบวิ่งไปหาสาวน้อยทันที

          "คางุระ???"

          สาวน้อยมองกินโทกิกับชินปาจิที่วิ่งมาในห้องจนเธอตั้งตัวไม่ทัน เมื่อสายตาสบประสานกันกินโทกิกับชินปาจิรีบเข้าไปกอดร่างบางที่ยังไม่ค่อยมี แรงทันที

          "โอ้ย!!"

          คางุระร้องลั่นรู้สึกเจ็บที่หน้าท้องขึ้นมาจนร้าวไปทั่วตัว

          "เดี๋ยวเถอะเจ้าพวกหัวลูกโป่งนี่ คางุระจังเพิ่งจะพื้นนะ"

          โอทาเอะปรามทั้งกินโทกินและชินปาจิ หนุ่มแว่นร้องไห้ออกมาอย่างดีใจยิ่งนักที่คางุระฟื้นขึ้นมาแล้ว ส่วนหนุ่มเจ้าของร้านก็ได้แต่กอดคางุระด้วยความดีใจเช่นกัน


          หลังจากหมอมาตรวจแล้ว เมื่อรู้ว่าคางุระร่างกายค่อนข้างปกติดีพวกกินโทกิก็พากันโล่งใจ และหวังว่าคางุระคงจะไม่เจอเรื่องร้ายๆอีก

          "พรุ่งนี้ก็พาคางุระจังไปตรวจที่ รพ. อย่างละเอียดอีกทีแล้วกันนะครับคุณซากาตะ"

          หมอบอกทิ้งท้ายแล้วกลับไป ชินปาจิรีบไปทำข้าวต้มให้คางุระกินเมื่อโอทาเอะจะอาสาทำให้เอง

          "อั๊วกลับมาที่นี่ได้ไงน่อกินจัง? อั๊วจำได้ว่าพวกเรากำลังอยู่ในยานฯนี่หน่า"

          คางุระถามกินโทกิที่ยังนั่งอยู่ข้างๆไม่ห่างกายของเธอ กินโทกิจึงเล่าให้ฟังว่าพวกเขาพาคางุระไปรักษาที่ดาวอิซะ จนกระทั่งเมื่อไม่กี่วันก่อนหลังจากที่หมอจากดาวอิซะบอกว่าคางุระร่างกาย เป็นปกติดีแล้วเพียงแต่รอวันฟื้น พวกเขาเลยขอพาเธอกลับมายังที่ร้านรับจ้างสารพัดหลังจากได้รับอนุญาต

          "ถ้าไม่ได้เลือดจากคามุอิป่านนี้เธอคงไปเป็นดาวดวงไหนสักดวงแล้วล่ะยัยคางุระ"

          กินโทกิตบท้ายอย่างติดตลกแต่สายตาของเขากลับเคร่งเครียด

          "งื๊ดดดดด"

          เสียงครางที่คุ้นหูของคางุระดังขึ้น ทำให้สาวน้อยรีบหันไปมองต้นเสียง ร่างของซาดาฮารุที่หายดีแล้วเดินเข้ามาหาเธอ มันใช้หัวของมันดันตัวคางุระที่นอนอยู่ ออดอ้อนให้เธอลูบขนของมัน คางุระเข้าใจดีเธอจึงยกมือขึ้นลูบขนอันแสนนุ่มของซาดาฮารุด้วยความรักและคิด ถึง

          "ข้าวต้มมาแล้วครับ"

          ชินปาจิถือหม้อข้าวต้มเดินเข้ามาในห้อง กินโทกิจึงประคองคางุระให้ลุกขึ้นนั่งเพื่อจะได้กินข้าวต้มที่หนุ่มแว่นต้ม มาให้ คางุระมองถ้วยข้าวต้มแล้วเงยหน้าถามชินปาจิ

          "แล้วบ๊วยเค็มอ่ะน่อ? กินข้าวต้มไม่มีบ๊วยเค็มก็เหมือนมีพระจันทร์แต่ไม่มีดวงดาวน่อ"

          "ยังจะมาร้องหาบ๊วยเค็มอีก แสดงว่าหายแล้วสินะครับ"

          ชินปาจิแซวสาวน้อยที่เริ่มมีอาการหิว แล้วรีบตักข้าวต้มให้เรื่อยๆเนื่องจากคางุระเอาแต่โซ๊ยข้าวต้มอย่างโหยหิวจน หมดหม้อภายในไม่เกิน 5 นาที

          "โอย..."

          คางุระกุมท้องตัวเองแล้วร้องโอดโอย

          "ใครให้กินซะเกินขนาดล่ะยัยบ้า ที่นอนเป็นผักนึ่งแบบนี้เพราะเธอท้องทะลุนะเฟ้ย อย่าลืมเซ่" กินโทกิตะคอกคางุระทั้งโมโหทั้งห่วง เมื่อสาวน้อยทำท่าว่าเริ่มจะหายทรมาน เขาจึงมองหาโอทาเอะเพื่อจะให้มาช่วยเปลี่ยนชุดให้คางุระแต่ไม่พบ "อ้าว?  พี่สาวนายไปไหนเสียแล้วล่ะ"

          "สงสัยจะออกไปซื้อของน่ะครับ"

          ชินปาจิเดาเพราะเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

          คางุระมองชายหนุ่มสองคนแล้วนึกถึงโซโกะ นึกเป็นห่วงขึ้นมาเพราะว่าก่อนที่เธอจะหมดสติไปนั้นโซโกะเองก็เจ็บหนักไม่ น้อยกว่าเธอ

          "กินจัง อาตี๋ล่ะน่อ?"

          "อาตี๋? อ่อ ชินปาจิถอดแว่นก็กลายเป็นอาตี๋ดีๆนี่เอง"

          "มาเกี่ยวอะไรกับผมไม่ทราบครับ? คางุระจังถามถึงคุณโอคิตะชัดๆอย่ามาทำหน้าตายไม่รู้ไม่ชี้เลยครับ"

          ชินปาจิแย้งกินโทกิที่ชี้ไปทางเขา เมื่อคางุระถามถึงอาตี๋

          "โอคิตะคุงเขาปลอดภัยดี หล่อนไม่ต้องไปเป็นห่วงอะไรหรอก หมอนั่นอึดยิ่งกว่าแมลงสาบซะอีก"

          ชายหนุ่มผมเงินบอกกับคางุระให้เธอคลายกังวลใจ ส่วนชินปาจิรีบเสริม

          "คุณโอคิตะเองก็มาเยี่ยมคางุระจังทุกวันเลยนะครับ เดี๋ยววันนี้ก็คงจะมาตอนเย็นๆ"

          คางุระพยักหน้ารับรู้ แล้วขอตัวนอนอีกรอบเพราะว่าอิ่มจนหนังท้องตึงหนังตาเลยเริ่มหย่อน กินโทกิกับชินปาจิจึงปล่อยให้เธอนอนไปก่อน โดยพวกเขาเองก็คอยดูแลไม่ห่าง

         

          เวลาผ่านไปพักใหญ่ๆโอทาเอะกลับมาอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้เธอไม่ได้มาคนเดียวแต่พาคอนโด้กับฮิจิคาตะมาด้วย

          "อ้าวไหนว่าฟื้นแล้วไง"

          ฮิจิคาตะเอ่ยขึ้นเมื่อยังเห็นคางุระนอนอยู่ในห้อง

          "ตอนนี้ยัยนั่นกำลังนอนพักอยู่"

          กินโทกิตอบ แล้วมองคอนโด้กับฮิจิคาตะที่นั่งลงตรงข้ามกับเขา โดยมีชินปาจิเอาน้ำชามาเสิร์ฟให้ แต่ไม่มีแม้แต่เงาของโซโกะ

          "อ้าว คุณโอคิตะล่ะครับ?"

          "หมอนั่นไปรับจ๊อบทำงานพิเศษน่ะ"

          คอนโด้ตอบคำถามจากชินปาจิ กินโทกิยกนิ้วก้อยแคะขี้มูกแล้วอดค่อนแคะไม่ได้

          "อ้าวแล้วพวกแกก็เอาเปรียบโดยการเดินแกว่งไปแกว่งมาเนี่ยนะ?"

          "เดินแกว่งไปแกว่งมานี่มันหมายความว่าไงฟะ? พวกฉันไม่ได้เอาเปรียบหมอนั่นเลยสักกะนิด งานในส่วนของพวกฉันก็มีเหมือนกันล่ะหน่า เพียงแต่ว่าฉันกับคุณคอนโด้หยุดพร้อมกันเท่านั้นเอง"

          "เฮ้อ แค่ลมปากมันก็พูดได้ล่ะว้า"

          กินโทกิทำท่าไม่เชื่อที่ฮิจิคาตะพูด และแม้ชายหนุ่มตาดุที่โดนกล่าวหาว่าเอาเปรียบลูกน้องจะไม่พอใจ แต่ก็ไม่อยากต่อล้อต่อเถียง

          ติ้งต่อง

          เสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้น ชินปาจิเลยเดินไปเปิดก็พบว่าโซโกะมาเยี่ยมคางุระทุกวันอย่างที่เคย โซโกะแปลกใจที่เห็นหัวหน้าทั้งสองของตนมาอยู่ที่นี่ด้วย

          "ไงโซโกะ เหนื่อยหน่อยนะวันนี้"

          คอนโด้ทักโซโกะที่เดินไปยังห้องที่คางุระนอนอยู่อย่างถือวิสาสะ จนกินโทกิเลิกที่จะถือสา

          "ขอบคุณครับ"

          โซโกะตอบรับสั้นๆแล้วนั่งลงข้างๆคางุระที่ยังคงนอนอยู่ จับมือเธอบีบหนักๆหวังว่าเธออาจจะรู้สึกตัวขึ้นมาคุยกับเขา

          "นี่มันยังไม่รู้ใช่ไหมเนี่ย?"

          ฮิจิคาตะถามเมื่อเห็นโซโกะมีสีหน้ากังวลใจยามมองคางุระเช่นนั้น ทุกคนเลือกที่จะเงียบแทนคำตอบ

          กินโทกิลุกขึ้นแล้วเอ่ยชวนชินปาจิไปเดินเล่น ซึ่งทุกคนก็รู้ว่าเขาเปิดทางให้โซโกะอยู่กับคางุระสองต่อสอง พวกคอนโด้จึงเดินตามออกมาด้วย

          "พวกนายออกมาโดยทิ้งคางุระจังของฉันอยู่กับเจ้าบ้าซาดิสม์นั่นน่ะ คิดอะไรกันอยู่แน่หา?"

          ชายหนุ่มผมเงินถามขึ้นโดยไม่หันไปมองบุคคลอีกหลายคนที่เดินตามเขามา

          "ถึงมันจะซาดิสม์ แต่ก็ไม่เลวร้ายที่จะล่วงเกินคนเจ็บแบบนั้นหรอกนะ"

          ฮิจิคาตะตอบแล้วจุดบุหรี่ขึ้นสูบ นึกถึงท่าทางโซโกะที่มีต่อคางุระแล้วเผลอคิดไปถึงหญิงสาวคนหนึ่งที่ยังคง อยู่ในหัวใจของเขาจนถึงปัจจุบันนี้อย่างไม่มีทีท่าว่าจะลบเลือนไปไหน

          "สงสัยว่าเจ้าโซโกะจะหลงรักยัยหมวยแห่งร้านรับจ้างสารพัดเอาเข้าจริงๆสินะ โทชิ ฉันพอรู้มาว่าโซโกะมันมีใจ แต่ไม่นึกถึงว่าจะหลงจนกลายเป็นลูกแมวเชื่องๆแบบนั้น"

          คอนโด้ชวนฮิจิคาตะคุย ซึ่งก็ได้ความเงียบแทนคำตอบ แต่โอทาเอะออกความเห็นแทน

          "ดูท่าจะมีใจให้กับคางุระจังมานานแล้วด้วยล่ะค่ะ ก่อนจากกันเมื่อสองปีก่อนนั่นทั้งสองคนก็ดูยอมให้กันและสนิทกันมากขึ้นด้วย นะคะ"

          "อย่างนี้นี่เอง โซโกะถึงไม่ปลายตามองสาวที่มาคอยตามพะเน้าพะนอคนไหนเลยสักคน แถมปฏิเสธอย่างเย็นชาจนสาวๆกระเจิงไปหมด"

          "แตกต่างกับคุณคอนโด้นะครับ"

          ฮิจิคาตะเอ่ยขึ้น ทำให้โอทาเอะตาลุกวาวมองไปทางคอนโด้ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เมื่อรู้ว่ามีสาวมาก้อร่อก้อติกกับกอลิล่าของเธอ

          "มะ ไม่ใช่นะ คุณโอทาเอะ" คอนโด้พยายามแก้ตัว       

          "อีตากอลิล่าหลายใจ"

          หญิงสาวตะโกนพร้อมกับหมัดชุดใหญ่ประเคนให้กับคอนโด้จนน่วม

          "แตกต่างกับคุณคอนโด้ที่ไม่มีใครมาสนใจเลยนะครับ"

          อดีตท่านรองพูดต่อ แต่ก็ไม่ทันกับสวัสดิภาพของคอนโด้เสียแล้ว ชินปาจิหันมองสามคนข้างหลังแล้วอมยิ้ม ก่อนจะหันกลับมามองกินโทกิที่บอกว่าเดินเล่นก็จริงแต่ก็คอยวนอยู่ชั้นล่าง หน้าร้านไม่ไปไหน


          คางุระงัวเงียตื่นขึ้นมายามเย็นหลังจากพักฟื้นเต็มที่ เธอหันไปทางด้านขวาของตนก็พบกับซาดาฮารุที่เฝ้าตนไม่ห่าง แต่พอขยับหันไปทางซ้ายคางุระก็ตกใจเมื่อพบว่าโซโกะนอนหลับอยู่ข้างๆเธอ สาวน้อยค่อยๆพลิกตัวมามองโซโกะเต็มตาเพื่อจะดูว่าใช่โซโกะจริงๆรึไม่ ใบหน้าชายหนุ่มที่นอนข้างเธอนั้นดูหวานมากเมื่อยามนอนหลับ และดูไม่มีพิษภัยใดๆเลยแม้แต่น้อย มืออันขาวซีดที่มีสายน้ำเกลือแทงอยู่ของคางุระค่อยๆเอื้อมไปสัมผัสใบหน้าที่ หลับใหลของโซโกะ แต่เพียงได้แต่สัมผัสเล็กน้อย โซโกะก็สะดุ้งตื่นด้วยความผวาหวาดระแวงจนคางุระชักมือกลับมาแทบไม่ทัน

          "คางุระ?"

          ชายหนุ่มเอ่ยชื่อคนรักเมื่อได้สติและเห็นแล้วว่าเธอฟื้นขึ้นมามองหน้าเขาอยู่

          "อั๊วเองน่อ อาตี๋ ทำเป็นตกใจไปได้"

          "คางุระ?"

          "ก็อั๊วเองน่อ สมองกระทบกระเทือนจนเบลอไปรึไง"

          โซโกะรีบถลาเข้าไปกอดคางุระที่ยังนอนมองเขาอยู่ทันที ดีใจจนไม่สามารถบรรยายได้เมื่อได้สบตากับเธอ และได้ยินเธอเรียกชื่อเขาอีกครั้ง แม้จะรู้สึกเจ็บอยู่บ้างแต่คางุระก็พยายามยกแขนเรียวทั้งสองข้างของตนกอด ร่างที่สั่นเทาของโซโกะ

          "ยัยหมวยบ้า หล่อนทำให้ฉันรอนานแล้วมากรู้ไหม?"

          "แต่อั๊วก็ตื่นขึ้นมาหาลื้อแล้วไงน่อ"

          โซโกะคลายกอดแล้วมองหน้าเธออีกครั้ง ลูบใบหน้าสวยของคางุระอย่างอ่อนโยนและห่วงหาก่อนจะประทับริมฝีปากที่ปากบาง โดยไม่ขออนุญาตเจ้าตัว

          สองหนุ่มสาวแลกลมหายใจด้วยจุมพิตอันแสนแนบแน่น นิ้วมือกร้านของโซโกะไล้ไปทั่วผิวเนียนอย่างลืมตัวจนคางุระร้องห้าม

          "อั๊วเจ็บอยู่น่อ อาตี๋ซาดิสม์"

          "ยิ่งเจ็บสิ ยิ่งดี มันคือหลักฐานที่แสดงว่าหล่อนมีชีวิตอยู่ไง"

          "อย่ามาทำตัว S กับอั๊วน่อ"

          คางุระพลักโซโกะออกด้วยแรงที่แทบไม่มี ใบหน้าสาวน้อยแดงก่ำสร้างความพอใจให้กับเขายิ่งนัก

          "ไม่สนจริงๆน่ะเหรอ?"

          "อยากตายใช่ไหมน่อ?"

          เธอขู่ โซโกะจึงขยับตัวห่างสาวน้อยเล็กน้อย แต่ก็กลับไปกอดเธอต่อเพราะไม่อยากห่างจากกันแม้แต่น้อย

          "นี่ยัยหมวย"

          "อะไรน่อ"

          "หล่อนยังไม่เคยไปทำความรู้จักกับพี่สาวฉันเลยนี่หน่า จะไปไหม?"

          "พี่สาวที่ม่องเท่งไปแล้วเหรอน่อ"

          "ใช่" โซโกะตอบรับ "ฉันจะพาหล่อนไปไหว้ท่านพี่ อยากไปไหม? ไหนๆฉันก็ไปฝากเนื้อฝากตัวกับพี่ชายหล่อนแล้วนี่"

          คางุระมองโซโกะที่พูดถึงคามุอิแล้วเห็นใจเขาที่ต้องมาบาดเจ็บเพราะเธอจึงตอบตกลงว่าจะไปไหว้ป้ายหลุมศพของมิตสึบะ

          "ไปก็ได้น่อ แต่กินจังจะยอมเหรอ?"

          "เดี๋ยวฉันจะพูดกับลูกพี่เอง หล่อนแค่เตรียมตัวก็พอ"

          "อือ"

          สาวน้อยรับคำแล้วรับจุมพิตหนักๆที่หน้าผากของตนเมื่อโซโกะโน้มหน้าเข้าใกล้ เชื่อใจโซโกะว่าเขาสามารถพาเธอไปไหว้มิตสึบะได้แน่นอน



          "ไปไหว้หลุมศพคุณพี่เหรอ? ก็ไปสิ ยัยคางุระก็หายดีแล้วนี่"

          กินโทกิอนุญาตโซโกะที่มาขอพาคางุระไปไหว้หลุมศพมิตสึบะอย่างง่ายๆ เพราะไม่เห็นว่ามันจะหนักหนาอะไรเกินขอบเขตที่เขาต้องการให้โซโกะปฏิบัติตัว กับคางุระ แล้วคางุระเองก็หายดีแล้วหลังจากผ่านมาแล้วหนึ่งเดือนเต็มๆ

          "ขอบคุณครับ"

          โซโกะกล่าวขอบคุณ แล้วหันไปหาคางุระที่มีสีหน้าแปลกใจที่กินโทกิยอมง่ายๆ

          "ให้อั๊วไปจริงเหนอน่อ?"

          "ก็อยากไปก็ไปสิ"

          กินโทกิที่อ่านหนังสือพิมพ์อยู่ยืนยัน โซโกะจึงชวนคางุระออกเดินทางไปยังหลุมศพของมิตสึบะ

          ชินปาจิที่เพิ่งเดินมาทำงานสวนกับโซโกะและคางุระ เขาก้มมองลงห่อผ้าสีแดงลายคุ้นตาที่โซโกะถืออย่างแปลกใจ

          "ไปไหนกันเหรอครับ?"

          "อาตี๋จะพาอั๊วไปไหว้อาเจ๊น่อ กินจังอนุญาตแล้วด้วยน่อ"

          "อ๋อครับ" ชินปาจิยิ้มออก แล้วมองตามคางุระกับโซโกะที่เดินจากไปโดยไม่ติดใจสงสัยอะไรกับห่อผ้าผืนนั้นอีก

         

          "อรุณสวัสดิ์ครับคุณกิน วันนี้ตื่นเช้านะครับ"

          ชินปาจิทักทายกินโทกิที่อ่านหนังสือพิมพ์อยู่

          "เออ ก็โอคิตะคุงมาปลุกแต่เช้าน่ะสิ ว่าแล้วก็ทำข้าวเช้าให้ด้วยนะวัตสัน"

          "คร้าบ"

          ชินปาจิรับคำ แล้วเดินไปเข้าครัวเพื่อเตรียมอาหารเช้าให้กับกินโทกิ

          "ว่าแต่ว่า หลุมศพพี่สาวของคุณโอคิตะนี่อยู่ไหนเหรอครับ?"

          "ก็ในเอโดะไงล่ะ จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าอย่างนั้นนะ"

          "อ่อเหรอครับ นั่นสิครับ คุณโอคิตะยังเคยบอกไว้เลยนี่หน่า" ชินปาจิพยักหน้ารับรู้แล้วนิ่งเงียบไป ก่อนจะวกไปติดใจเรื่องห่อผ้าที่โซโกะถือ "แล้วไปสุสานนี่ต้องห่อผ้าไปใหญ่บะเอ้งขนาดนั้นเลยเหรอครับ"

          "หือ? ก็เอาของไปไหว้ไงล่ะ นายไม่เคยไปไหว้พ่อกับแม่รึไง?"

          "ผมไปไหว้ทุกปีล่ะครับ เอ๊ะ พอมานึกๆดูแล้วไม่เคยมีป้ายหลุมศพของตระกูลโอคิตะให้เห็นเลยนะครับ"

          "นายไม่สังเกตมากกว่ามั้ง"

          "จริงๆนะครับคุณกิน แล้วห่อผ้าที่ใหญ่บะเอ้ง มันเหมือนผ้าบ้านเราเลยนะครับ"

          ชินปาจิหันมายืนยัน พบว่ากินโทกิเลิกอ่านหนังสือพิมพ์มองมาที่เขา ทั้งคู่สบตากันนิ่งแล้วหัวเราะ

          "โอคิตะคุงไม่ใช่พวกโกหกหน้าด้านๆหรอกน่า"

          "นั่นสินะครับ ฮาฮ่า"

          ชินปาจิเห็นด้วยกับกินโทกิแล้วทำอาหารเช้าต่อ


          หลังจากนั้นไม่ถึง 10 นาที

          ฮิจิคาตะยืนสูบบุหรี่มองกินโทกิกับชินปาจิที่กระหืดกระหอบมาหาเขาถึงฐานลับเพื่อถามถึงหลุมศพของมิตสึบะ

          "ใครว่าอยู่เอโดะ นั่นอยู่ที่บุชูต่างหากล่ะ"

          คำตอบของฮิจิคาตะราวกับสายฟ้าฟาดลงมาที่สองหนุ่มแห่งร้านรับจ้างสารพัด

          กินโทกิกับชินปาจิหลงกลกับเล่ห์เหลี่ยมของโซโกะเข้าอย่างจัง


          "กินจังใจดีผิดปกติน่อ ยอมให้อั๊วไปถึงบุชูเชียวน่อ"

          คางุระที่นั่งอยู่ในเทียมเกวียนม้ามุงหลังคากับโซโกะเอ่ยขึ้นอย่างคาใจ

          "อย่าไปใส่ใจเลย ได้มาก็ดีแล้ว" ชายหนุ่มตัดบทแล้วชวนคุยเรื่องอื่น "ต้องขอโทษด้วยนะที่ทำให้หล่อนเดินทางลำบากทั้งๆที่เพิ่งหาย แทนที่จะได้ขึ้นเรือบินมากกว่าเทียมเกวียนซอมซ่อนี่แท้ๆ"

          "เฮ้ย ได้ยินนะเฟ้ย อาศัยมาฟรีแท้ๆ"

          ลุงแก่บังคับเกวียนที่มีน้ำใจยอมให้โซโกะกับคางุระอาศัยร่วมทางไปด้วยเอ่ยแทรกเมื่อได้ยินโซโกะดูถูกเกวียนของเขา

          "ไม่เป็นไรน่อ" คางุระยิ้มให้เขาอย่างร่าเริง "ต่อให้ซอมซ่อกว่านี้อั๊วก็ไหวน่อ ถ้าได้อยู่กับลื้อ"

          "ซอมซ่ออีกแล้วสินะ ได้ยินนะ"

          ลุงแก่ยังคงแทรกขึ้นมาด้วยความช้ำใจ โซโกะยิ้มให้กับสาวน้อยที่พูดเอาใจเขาแล้วยกมือไปลูบศีรษะเธอด้วยความเอ็นดู


          เทียมเกวียนม้าซอมซ่อ มุ่งสู่เส้นทางไปยังบุชู ที่ๆเป็นความทรงจำของโซโกะ และที่ๆจะเป็นหนึ่งในความทรงจำของคางุระด้วย


-------


ถ้าชอบอุดหนุนกันได้ที่ MEB นะคะ

         



       

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52 ความคิดเห็น

  1. #44 Faye V. Charlotte (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 20:23
    55555เสดๆงานนี้รับขวัญลูกเขยเลยคุณพ่อกิน
    #44
    0