(Gintama) After marriage (Okita x Kagura)

ตอนที่ 9 : ศึกย่อยในโยชิวาระ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 348
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    17 พ.ค. 61

                คางุระเดินตามโซโกะไปตามทางเดินอย่างเร่งรีบเพราะกลัวไม่ทันเขาที่ก้าวเท้ายาวๆอยู่เบื้องหน้า

                “โอ๊ย!!”

               หญิงสาวสะดุดเกือบล้มเพราะไม่เคยคุ้นกับกิโมโนยาว เมื่อเงยหน้าขึ้นมาเธอก็ไม่พบกับโซโกะแล้ว คางุระจึงหันซ้ายขวาไปมาและเดินต่อไปเรื่อยๆตามหาสามี

                “ตามกระผมมาทำไมมิทราบ?”

                เสียงโซโกะดังขึ้นทำให้คางุระชะงักรีบหันไปมองต้นเสียงจึงพบว่าชายหนุ่มยืนพิงเสาต้นใหญ่อยู่ทางด้านซ้ายมือของเธอ สองสายตาสบประสานกันและในที่สุดโซโกะก็เป็นฝ่ายที่หลบสายตาไปเสียก่อน




                “ปะ เปล่าซะหน่อยน่อ” คางุระปฏิเสธแล้วจ้องโซโกะที่มีท่าทีเย็นชากับเธออย่างไม่อยากเชื่อ จากนั้นก็หาคำแก้ตัว “พ...พอดีอั๊วเห็นลื้อเดินออกมาจะเข้าห้องน้ำ อั๊วกลัวลื้อจะหลงน่อเลยจะมาบอกทาง”

                “ไม่ได้ตามแต่จะมาบอกทางกระผมเนี่ยนะขอรับ?” โซโกะถามอย่างแปลกใจ “แล้วทำไมท่านไม่ให้ลูกน้องเป็นคนพากระผมมาล่ะขอรับ เป็นถึงภรรยาของราชาโยชิวาระแท้ๆ”

                “ก็อั๊วเห็นทุกคนกำลังยุ่งน่ออั๊วเลยมาแทน ว่าแต่ลื้อจะไปเข้าห้องน้ำไม่ใช่เรอะ ตามอั๊วมาสิน่อ”

                คางุระเปลี่ยนเรื่องแล้วเดินนำหน้าชายหนุ่มที่มีท่าทีว่าจะจำเธอไม่ได้จริงๆ แล้วลองถามหยั่งเชิงดู

                “ลื้อเป็นลูกน้องของคุณซาวาดะนานแล้วเหรอน่อ?”

                “ท่านเก็บกระผมมาเลี้ยงตั้งแต่เด็กน่ะขอรับ ท่านเมตตากระผมมากถึงขนาดยอมให้คนที่ไม่มีอะไรอย่างกระผมแต่งงานดูแลลูกสาวของท่าน”

                เพียงได้ยินชายหนุ่มตอบเท่านั้น คางุระรีบหันมามองเขาด้วยความตกใจที่ได้รู้ว่าโซโกะถูกล้างสมองโดนป้อนข้อมูลใหม่ไปแล้วจริงๆ

                “มีอะไรรึเปล่าขอรับ?”

                “ไม่มีน่อ ถึงแล้ว” คางุระชี้ไปยังห้องน้ำเมื่อพาเขามาถึง “อั๊วกลับก่อนน่อ”

                “ขอบพระคุณขอรับ”

                โซโกะกล่าวแล้วเข้าห้องน้ำไป ส่วนคางุระเดินกลับไปยังห้องรับรองพยายามไม่ให้น้ำตาไหล หญิงสาวปวดใจยิ่งนักที่ถูกลืมคิดไม่ออกว่าจะให้โซโกะกลับมาอยู่ด้วยกันได้อย่างไร


                'อย่าไหลน่อน้ำตา ทำไมพอตั้งท้องลื้อถึงได้ขี้น้อยใจอย่างนี้น่อ คางุระ'


                ตุบตุบ

                หญิงสาวชะงักและหยุดคิดทันทีเมื่อรู้สึกถึงลูกน้อยของเธอกับเขากำลังดิ้นอยู่ในกายของเธอ คางุระยกมือลูบท้องตัวเองแล้วสุดทนจนต้องร้องไห้ออกมาเมื่อกลับมาย้อนนึกถึงวันเก่าๆระหว่างเขากับเธออีกครั้ง

                “เป็นอะไรรึเปล่าขอรับ?”

                เสียงโซโกะดังขึ้นจากทางด้านหลัง คางุระรีบปาดน้ำตาแล้วเดินหนีเข้าไปในห้องทันทีเมื่อรู้ว่าเขาเดินมาใกล้

                เมื่อเปิดห้องเข้ามาคางุระก็พบว่าพวกคามุอิและกินโทกิจัดการมัดพวกซาวาดะเรียบร้อยแล้ว แต่ซาวาดะนั้นโยนนกหวีดที่ซ่อนอยู่ขึ้นฟ้าแล้วอ้าปากรับได้พอดี จากนั้นเขาก็เป่าสุดแรงจนเสียงดังไปทั่วโยชิวาระ

                “แย่แล้วมันไม่ได้มาแค่นี้”

                ฮิจิคาตะตะโกนขึ้นให้พวกลูกน้องตัวเองรู้ตัว โซโกะที่เดินตามคางุระมาอย่างช้าๆได้ยินเสียงนกหวีดจึงรีบวิ่งเข้ามาทันที

                “เทนชิน!!!จับตัวเมียมันไว้!!!”

                ซาวาดะสั่งโซโกะที่อยู่ด้านหลังคางุระ แต่ไม่ทันขาดคำพวกลูกน้องของซาวาดะที่ปลอมตัวเป็นชายมาเที่ยวโออิรันตั้งแต่วันก่อนบุกเข้ามาเป็นร้อยคนทั้งทางเดินและทางหน้าต่าง

                “ได้สนุกกันล่ะอาบุโตะ”

                คามุอิหันไปพูดกับอาบุโตะแล้วแสยะยิ้มอย่างดีใจที่จะได้ออกกำลังกายหลังอาหารมื้อดึก

                “มัวแต่อึ้งอยู่ได้ ฉันบอกให้จับเมียมันไว้ไงล่ะเทนชิน!!!”

                ซาวาดะสั่งโซโกะอีกครั้ง พวกลูกน้องที่มาเสริมจะเข้าไปช่วยจับคางุระที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเมียของคามุอิเมื่อเห็นโซโกะหรือเทนชินยืนนิ่ง แต่ชายหนุ่มไวกว่าเขาทำตามคำสั่งของซาวาดะแล้วรวบตัวหญิงสาวไปด้วยกัน

                “คางุระ????”

                กินโทกิตะโกนเรียกคางุระที่โดนโซโกะจับตัวไป แต่เขาก็ไปช่วยไม่ได้เมื่อลูกน้องของซาวาดะพากันจู่โจมไม่ยั้ง

                “เหอะๆ เล่นกับใครไม่เล่น”

                ซาวาดะหัวเราะอย่างสะใจ แต่แล้วก็โดนชินปาจิใช้ฝักดาบฟาดหัวลงไปอย่างจังจนสลบ แม้ตัวการจะเงียบไปแล้วแต่ชินปาจิก็ไม่สามารถไปช่วยคางุระได้เหมือนกันเนื่องจากต้องช่วยกินโทกิอีกแรงเพราะลูกน้องของซาวาดะไม่เปิดช่องว่างให้เขาละจากตรงนี้ไปได้เลย

                “สงสัยมันจะลืมว่าเราเป็นเผ่ายาโตะล่ะมั้งอาบุโตะ ฝากนายด้วยนะ”

                คามุอิพูดถึงลูกน้องของซาวาดะที่เข้ามาหาพวกเขาอย่างไม่กลัวตาย แล้วตัวเองก็รีบไปช่วยน้องสาวที่ถูกลักพาตัวไปอย่างรวดเร็ว


                “ปล่อยน่อ!!! ลื้อจะพาอั๊วไปไหน? ต่อให้ลื้อพาอั๊วไปฆ่าว่าที่พ่อตาลื้อก็ต้องถูกจับอยู่ดีนั่นแหล่ะน่อ”

                คางุระดื้นและทุบตีโซโกะที่แบกเธอพาดบ่า

                “เงียบเถอะหน่า!!”

                โซโกะตวาดหญิงสาวที่ไม่ยอมหยุดปากตั้งแต่พาออกมาจากหอรับรอง

                “นี่ลื้อตะคอกอั๊วเหรอน่อ ไอ้ซาดิสม์!!!” คางุระโวยวายแล้วทุบหลังเขาอีกไม่ยั้ง “ถ้าอั๊วไม่ได้เสียพลังไปตอนนี้ล่ะก็อั๊วจะฆ่าลื้อให้ตายเลยน่อ ไอ้คนหลายใจ!!!”

                “มันเจ็บนะเนี่ย ฉันบอกให้หยุดไงเล่า!!!”

                โซโกะตีก้นคนโวยวายอย่างแรงจนเธอสะดุ้ง

                “ไอ้บ้า!!! อั๊วจะฆ่าลื้อ!!!”

                คางุระโวยวายและทึ้งผมยาวของคนที่กำลังอุ้มเธออยู่อย่างแรง แต่ยังไม่ทันที่โซโกะจะตอบโต้กลับ ร่างของคามุอิก็กระโดดมาขวางเขาไว้พร้อมกับส่งยิ้มหวานให้

                “จะไปไหนเหรอ? เทนชินคุง?”

                “หลีกทางเดี๋ยวนี้ ฉันจำเป็นต้องพายัยนี่ออกไป”

                “ถ้าไม่ให้ไปล่ะ? จะฆ่าฉันเหรอ?”

                คามุอิถามอย่างยิ้มๆแล้วย่างสามขุมมายังโซโกะที่ไม่ยอมปล่อยคางุระ หญิงสาวรู้สึกได้ถึงจิตสังหารของพี่ชายจึงรีบร้องห้าม

                “อย่าน่ออาเฮีย!! อย่าทำอะไรโซโกะน่อ”

                “อ้าว? ก็เห็นตะโกนปาวๆว่าจะฆ่าหมอนี่ไม่ใช่รึ พี่จะช่วยเองนะ”

                “ไม่น่ออาเฮีย!!! คนที่จะฆ่าอาตี๋นี่ได้คืออั๊วเท่านั้น ลื้ออย่าทำอะไรน่อ”

                คางุระพยายามขอร้องพี่ชายแม้จะรู้ว่าทำได้ยาก คามุอิไม่ฟังพุ่งกระโจนเข้าหาน้องเขยทันทีแต่โซโกะหลบได้ทัน เขายังคงอุ้มคางุระพาดบ่าอย่างนั้นไม่ยอมปล่อยให้ห่างตัว

                “ฉันบอกให้แกหลีก”

                โซโกะบอกคามุอิแต่เหมือนนักฆ่าหนุ่มยาโตะจะไม่ได้ยิน เขาบุกโจมตีโซโกะไม่ยั้งซึ่งชายหนุ่มก็ได้แต่หลบราวกับว่าห่วงคนที่กำลังอุ้มมากกว่าใจจะต่อสู้

                ด้วยแรงกระแทกที่ได้รับทำให้คางุระรู้สึกจุกที่ท้องมากขึ้น หญิงสาวจึงรีบกุมท้องตัวเองเพราะห่วงกลัวลูกเป็นอะไรไป

                “โอ้ย!!”

                คางุระร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวดทำให้ชายหนุ่มทั้งคู่ชะงัก โซโกะรีบอุ้มคางุระมาไว้ที่ด้านหน้าของตัวทันทีและประคองเธอไว้แนบอก

                “พวกลื้อหยุดได้แล้ว อั๊วเจ็บท้องแล้วน่อ”

                “จะคลอดแล้วรึ?”

                คามุอิถามอย่างตกใจทำอะไรไม่ถูกเมื่อได้ยินน้องสาวพูดเช่นนั้น

                “เพิ่ง 6 เดือนเองไม่ใช่รึไง? หล่อนมีอาการอะไรอย่างอื่นอีกรึเปล่า??”

                โซโกะถามด้วยความห่วงใยและกังวล คอยพยุงและจับท้องของเธออย่างทะนุถนอม

                “ก็ลื้อกับอาเฮียสู้กันโดยไม่ห่วงอั๊วเลยน่อ อั๊วเลยจุกๆ เอ๊ะ?” หญิงสาวตอบแล้วเงยหน้ามองโซโกะอย่างประหลาดใจ “ลื้อรู้ได้ไงว่าอั๊วท้อง 6 เดือนน่อ”

                ชายหนุ่มอึกอักเมื่อโดนถามเช่นนั้น ทั้งคามุอิและคางุระจ้องหน้าเขาเพื่อหาคำตอบจนโซโกะถอนหายใจออกมาอย่างจำยอม

                “ความแตกแล้วก็ช่วยไม่ได้ แต่เอาไว้หลังจากฉันพาหล่อนไปหลบในที่ๆปลอดภัยก่อนแล้วกันแล้วฉันจะเล่าให้ฟัง ยังไงก็ฝากด้วยแล้วกันพี่ชาย”

                “แกนี่ร้ายพอดู เออ แล้วฉันจะไปจัดการไอ้พวกสวะให้เอง”

                คามุอิรับคำอย่างคนเข้าใจอะไรง่ายๆแล้วกระโดดขึ้นบนหลังคาเพื่อไปสมทบกับกินโทกิ ส่วนโซโกะเปลี่ยนมาอุ้มคางุระอย่างเบามือแทน

                “นี่ลื้อไม่ได้โดนยาไปเหรอน่อ?”

                หญิงสาวถามสามีที่กำลังพาเธอไปหลบในที่ๆปลอดภัยก่อน โดยจะให้เธอไปอยู่กับเซตะกับฮิโนวะ

                “ฉันโกหกพวกมันว่าโดนยาไปก่อนหน้าที่จะโดนจับ แล้วก็ทำตามที่ซาวาดะป้อนข้อมูลน่ะ”

                โซโกะตอบพลางจูบหน้าผากภรรยาด้วยความคิดถึง

                “แล้วเรื่องนี้โทชิรู้รึเปล่าน่อ?”

                “ไม่มีใครรู้สักคน”

                “โซโกะ!! ลื้อหยุดหอมหยุดจูบอั๊วแล้วพูดกันให้รู้เรื่องก่อนน่อ” คางุระดึงแก้มคนที่ยังหอมยังจูบเธอไม่อายใครอย่างหงุดหงิดและเขินอาย “ถ้าแผนล่มลื้อก็จะไปแต่งงานกับลูกสาวตาหัวล้านใช่ไหมน่อ?”

                “ใครว่าล่ะ ตอนนี้ฉันก็แต่งงานกับลูกสาวตาหัวล้านไปแล้วนี่ โอ๊ย!!!” โซโกะร้องลั่นเมื่อโดนคางุระทึ้งผม

                “ลื้อนอกใจอั๊ว!! ปล่อยอั๊วลงเดี๋ยวนี้น่อ!! อั๊วจะฆ่าลื้อ!!”

                “ฉันนอกใจหล่อนตรงไหนมิทราบ? พ่อของหล่อนก็หัวล้านไม่ใช่รึไงยัยหมวยสมองเสื่อม”

                คางุระอ้าปากค้างเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเป็นอย่างที่เขาบอกจริงๆ โซโกะมองคนตะลึงอย่างเอ็นดูจึงก้มหน้าลงหอมแก้มเธออีกครั้งอย่างหมั่นเขี้ยว แต่ก็โดนคางุระดันหน้าออกห่างอีกครั้งจนเขาเริ่มจะหงุดหงิด

                “อะไรอีกล่ะ?”

                “แล้วผู้หญิงที่มารับสายมือถือแทนลื้อน่ะมันใครกันน่อ?”

                “หา? มือถือฉันไม่ได้เอาไปด้วยสักหน่อยมันอยู่ในบ้านเราน่ะแหล่ะ นี่หล่อนยังเมายาหลงลืมอยู่ใช่ไหมนี่?”

                “อ้าวแล้วใครรับล่ะน่อ?” คางุระยังไม่วายสงสัย

                “เขาพูดว่าไง?” โซโกะถามอย่างอยากรู้

                “เขาบอกว่า หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ ไงน่อ”

                โซโกะอึ้งเมื่อได้ยินคางุระพูดเช่นนั้น

                “อืม... หล่อนไม่รู้ก็ไม่ได้แสดงว่าโง่นี่เนอะ ฉันลืมไปว่าลูกพี่คงไม่มีปัญญาซื้อมือถือให้หล่อนหรอก”

                “มือถืออั๊วน่ะเคยใช้น่อ” คางุระเถียง

                “จ้าๆ” โซโกะรับคำแล้วอธิบายให้ฟังว่านั่นคือเสียงตอบรับอัตโนมัติของมือถือ ไม่ใช่ว่าเขาไปแอบมีใครอย่างที่คางุระเข้าใจ

                “แสดงว่าลื้อไม่ได้นอกใจอั๊วใช่ไหมน่อ?”

                “อย่างหล่อนมันพันธุ์หายาก ใครล่ะจะไปกล้านอกใจ” โซโกะบอกแล้วมองหน้าภรรยาสุดที่รัก “จบรึยัง? ฉันอยากจะจูบหล่อนจะแย่แล้ว”

                “ยังน่อ” คางุระยังคงดันหน้าสามีอยู่อย่างนั้น “อั๊วยังมีเรื่องที่สงสัยอีกเรื่องน่อ”

                “อะไรอีกล่ะ?”

                “ตอนลื้อไปเข้าห้องน้ำ ทำไมลื้อไม่ยอมบอกอั๊วตั้งแต่ที่แรกว่าลื้อแกล้งทำ แถมลื้อยังโกหกซะเนียนอีกน่อ”

                คางุระถามแล้วจ้องหน้าโซโกะที่ยิ้มให้แต่รอยยิ้มนั้นมันคือรอยยิ้มของ โอคิตะ โซโกะ จอมซาดิสม์ชัดๆ

                “การที่ได้เห็นหล่อนร้องไห้นี่มันมีความสุขสุดๆไปเลยน่ะสิ”

                “ปล่อยอั๊วลงเลยนะไอ้ตี๋ซาดิสม์!!!” คางุระดิ้นจะลงเดินเอง “แล้วอั๊วก็ไม่ได้ร้องไห้ด้วยน่อ”

                “โกหก ฉันเดินตามข้างหลังหล่อนเห็นได้ชัดเลย”

                “อั๊วไม่ได้ร้อง!!!”

                “หล่อนร้องชัดๆ”

                “อั๊วไม่ได้ร้อง!!!”

                “ยอมรับซะเถอะ”

                โซโกะมีความสุขในการหยอกล้อแกล้งคางุระเป็นที่สุด และนี่ก็ถือเป็นการเอาคืนที่เธอจำเขาไม่ได้มาก่อน เธอจะได้รู้เสียบ้างว่าเขาทุกข์ใจแค่ไหนเมื่อครั้งที่เธอลืมกัน 

                

                3 สัปดาห์แห่งนรกนั่น


                แต่เมื่อเข้าใจกันแล้วสองสามีภรรยาหยอกล้อกันด้วยความคิดถึง โดยมีกินโทกิกับฮิจิคาตะที่จัดการเรื่องวุ่นวายเสร็จสิ้นแล้วมองอย่างหมั่นไส้

                “ทางโน้นฆ่ากันแทบตายไอ้สองคนนี้มาหนุงหนิงกันเฉยเลยได้ไงฟะ? แล้วเจ้าโซโกะมันลืมใช่ไหมว่าต้องทำงานน่ะ”

                ฮิจิคาตะพึมพำอย่างหงุดหงิด แต่กินโทกิยักไหล่

                “เอาไงก็เอาเถอะ ฉันว่าเราไปเปลี่ยนชุดกันเถอะ แกเองก็รีบไปพรางตัวซะสิ”

                “เออ”

                “แล้วอย่าไปแต่งตัวแบบนี้ให้คนรับรู้งานอดิเรกของแกล่ะเทนโกะ” กินโทกิแซวคนที่ดึงบุหรี่จากซองขึ้นสูบ

                “แกนั่นแหล่ะ กินโกะ” ฮิจิคาตะสัพยอกกลับ

                จากนั้นก็ต่างแยกย้ายพากันทำหน้าที่ของตนเอง จนกว่าตำรวจจะนำรถมาพาพวกซาวาดะไปยังห้องคุมขัง





           ในตอนหน้าคือตอนที่ 10 +1 ตอนพิเศษไรท์ก็จะขอจบฟิคแล้วนะคะ ถ้าใครต้องการอ่านภาคตอนเลี้ยงลูก จะเอามารวมกับภาคนี้นะคะ


พิมพ์ผิดยังไงก็ขออภัยด้วยนะคะ


ฝันดีราตรีสวัสดิ์จ้า

              


              

              

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

46 ความคิดเห็น

  1. #26 13062500 (@13062500) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 06:13
    สนุกมากๆเลยค่ะ😊
    #26
    0