(Gintama) After marriage (Okita x Kagura)

ตอนที่ 7 : สามีออกทำงานต่างจังหวัด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 341
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    15 พ.ค. 61

                “เอ๋? ลื้อต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัดเหรอน่อ?”

                คางุระถามด้วยความแปลกใจเมื่อโซโกะยื่นเสื้อตัวนอกให้เธอไปถือแทนหลังจากเพิ่งกลับจากที่ทำงาน

                “อือ”

                โซโกะรับคำในลำคอแล้วเดินไปนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของตนโดยมีคางุระมานั่งลงข้างๆกัน

                “ทำไมเหรอน่อ?”

                “ฉันกับคุณฮิจิคาตะได้เบาะแสของซาวาดะก็เลยต้องไปสืบหาหลักฐานเพิ่มเติม”

                “ต้องไปด้วยตัวเองเลยเหรอน่อ?”

                คางุระถามแล้วตีหน้าเศร้าแต่โซโกะกลับเห็นว่ามุมปากของสาวเจ้ายิ้มเล็กน้อยจึงถามดักคอขึ้น




                “หล่อนคงจะดีใจล่ะสิที่ไม่มีใครคอยบ่นเรื่องมักง่ายของหล่อน”

                “ไม่น่อ” คางุระปฏิเสธเสียงสูง “ดูหน้าอั๊วสิเศร้าจะตาย แล้วนี่ลื้อจะไปเมื่อไหร่น่อ?”

                “พรุ่งนี้”

                “กะทันหันจัง ไม่เป็นไรๆ อั๊วจะรีบไปจัดกระเป๋าให้ลื้อเดี๋ยวนี้ล่ะน่อ”

                โซโกะมองคางุระที่รีบลุกขึ้นกระตือรือร้นไปจัดกระเป๋าเดินทางให้เขาแล้วถอนหายใจ เธอช่างไม่รู้เลยว่าเขาเป็นห่วงเธอแค่ไหนหากเขาไม่อยู่ เพราะถึงแม้ตอนนี้คางุระจะพยายามระวังตัวและดูแลตัวเองมากขึ้นแล้วก็ตาม แต่ยังไงยัยหมวยบ้าก็ยังเป็นยัยหมวยบ้าความซุ่มซ่ามเผลอเรอไม่มีทางหาย

                ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินไปหาภรรยาที่กำลังจัดเสื้อผ้าให้เขาอย่างอารมณ์ดีแล้วนั่งลงโผกอดจากทางด้านหลังอย่างทะนุถนอม มือของโซโกะลูบท้องที่เริ่มโตจนเห็นได้ชัดของคางุระด้วยความอ่อนโยน จนถึงทุกวันนี้ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าชายแห่งดาวซาดิสม์อย่างเขานั้นจะสามารถนุ่มนวลและยอมอ่อนข้อให้กับหญิงสาวจอมกวนประสาทคนที่เขากอดอยู่ได้ถึงเพียงนี้

                “ใจคอจะไม่ถามเลยเหรอว่าฉันจะกลับเมื่อไหร่?”

                “ลื้อไปทำงานนี่ อั๊วไม่อยากให้ลื้อต้องมากังวลใจหากลื้อกลับมาช้ากว่าวันที่ลื้อบอก” คางุระพูดพลางเก็บของใส่กระเป๋าไปด้วย “ไม่ต้องห่วงอั๊วหรอกน่ออั๊วเอาตัวรอดได้ กินจังกับชินปาจิเองก็คอยอยู่ดูแลอั๊วอยู่แล้วน่อ”

                “หมายความว่าจะไปอยู่กับลูกพี่งั้นเรอะ?”

                โซโกะจับหน้าสวยๆของคางุระให้มาพูดกับเขา ทั้งๆที่พยายามทำความเข้าใจและไม่หึงเวลาที่คางุระพูดถึงกินโทกิก็ตามแต่เขาก็ลืมตัวทุกทีเพราะรู้ตัวเองดีว่าไม่เคยเป็นที่หนึ่งในใจของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาและกำลังตั้งท้องลูกของเขา

                “แล้วลื้อจะให้อั๊วอยู่คนเดียวเหรอ? ถ้าเกิดจู่ๆวันไหนอั๊วเป็นลมสลบไปกว่าลื้อจะมาพบอั๊ว อั๊วก็กลายเป็นศพขึ้นอืดไปแล้วน่อ”

                เมื่อได้ยินคางุระพูดเช่นนั้นโซโกะก็พูดไม่ออกเพราะความจริงแล้วเขาก็กลัวเธอเป็นอะไรไปเช่นกัน

                เมื่อเห็นสามีนิ่งไปคางุระจึงหมุนตัวมาหาเขาแล้วยกมือเรียวนิ่มของตนสัมผัสกับใบหน้าของโซโกะ เมื่อโซโกะสบตาคางุระก็ยิ้มให้เขาอย่างสดใส

                “ใครจะไปเชื่อน่อว่าคนอย่างลื้อก็มีมุมเล็กๆแบบนี้เหมือนคนธรรมดาทั่วไปกับเขา ลื้อรู้ตัวไหมโซโกะว่าลื้อน่ะขี้อ้อน แม้บางทีอั๊วก็อยากจะอ้วกแต่อั๊วก็พอจะชอบเหมือนกันน่อ”

                “ถ้าหล่อนจะพูดแบบนี้ฉันว่าหล่อนหุบปากไปก็น่าจะดีนะ”

                โซโกะบอกเธอที่เหมือนจะพูดดีแต่ลงท้ายก็เหมือนกับว่าเขาทางอ้อม ซึ่งคางุระยังคงยิ้มให้แต่เปลี่ยนมือจากสัมผัสหน้ากลายเป็นหยิกแก้มเขาแทน

                “โอ๊ย!! ทำบ้าอะไรเนี่ย?”

                “ก็ลื้ออยากมาปากดีกับอั๊วทำไมน่อ”

                “ฉันว่าอะไรหล่อนที่ไหน ยัยหมวยสมองเพี๊ยน”

                “นี่ไงลื้อว่าอั๊วอยู่เห็นๆ”

                คางุระหยิกแก้มสามีหนักกว่าเดิมจนโซโกะขอยอมแพ้ แม้พวกเขาสองคนจะไม่ใช่คู่สามีภรรยาที่แสนหวานแต่นี่ก็คือความสุขที่โซโกะเฝ้ารอมาตลอดชีวิต




                “ยังไงก็ฝากลูกพี่ดูแลคางุระด้วยนะครับ”

                โซโกะบอกกับกินโทกิที่กำลังสะลึมสะลืออยู่หน้าประตูเนื่องจากนอนไม่เต็มตื่นเพราะโดนโซโกะมาปลุกแต่เช้า

                “ลื้อไปดื่มมาอีกล่ะสิน่อ แก่จนปูนนี้แล้วน่าจะคิดได้แล้วน่อว่าน้ำเมามันไม่ดีต่อสุขภาพนี่ถ้าไม่มีอั๊วสักคนลื้อต้องโตเป็นเป็นลุงแก่ที่ไม่ได้เรื่องแน่เลยน่อ”

                คางุระบ่นกินโทกิแล้วรับกระเป๋าเสื้อผ้าของตนที่จัดเตรียมมาอยู่ด้วยกันกับกินโทกิจากมือของโซโกะ

                “อาศัยบ้านคนอื่นอยู่ยังมีหน้ามาบ่นโล้งเล้งอีกเรอะยัยนี่”

                กินโทกิว่าคางุระแล้วเกาศีรษะอย่างรำคาญ ซึ่งหญิงสาวก็ไม่ได้สนใจอะไร

                “เอาเถอะครับรุ่นพี่ เดี๋ยวกลับมาเมื่อไหร่ผมจะพาไปเลี้ยงพาเฟ่ต์”

                โซโกะบอกกับลูกพี่ผมเงินซึ่งนั่นก็ทำให้กินโทกิไม่บ่นอะไรต่อ

                “แล้วนายจะกลับมาเมื่อไหร่ล่ะโอคิตะคุง”

                “ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงก็ 5 วันครับ” โซโกะตอบแล้วเดินลงบันไดไปกินโทกิชะเง้อมองตามก็เห็นชายหนุ่มอ่อนวัยกว่าแบกห่อผ้าอันใหญ่กลับขึ้นมา

                “อะไรกันล่ะนั่น?”

                กินโทกิถามอย่างงุนงง แต่ก็ช่วยโซโกะเอาห่อผ้าใหญ่ที่หนักอึ้งเข้ามายังในร้านของเขา

                “ผมเอาข้าวสารอาหารแห้งรวมถึงนมจืดต่างๆที่ยัยหมวยต้องกินบำรุงระหว่าง 5 วันที่ผมไม่อยู่น่ะครับ”

                โซโกะตอบกินโทกิที่แกะห่อผ้าอย่างถือวิสาสะ ส่วนหญิงสาวผู้เป็นเจ้าของนั้นกลับนอนต่อบนโซฟาอย่างไม่สนใจว่าสามีกับผู้ดูแลเธอจะทำอะไรกันอยู่

                “เดี๋ยวๆๆๆ ล้อเล่นใช่ไหมโอคิตะคุง ฉันรู้ว่ายัยนี่กินจุแต่นี่มันไม่ใช่คนกินในเวลา 5 วันแล้วนะ ท้องของยัยคางุระตกลงมันมีเด็กหรือมีหลุมดำอยู่ข้างในกันแน่ฟะ?”

                กินโทกิเหงื่อตกเมื่อรู้ว่าคางุระในช่วงนี้กินเก่งกว่าเดิมหลายเท่าตัว แล้วตบไหล่โซโกะที่ขยันทำงานผิดนิสัยตัวเองอย่างเห็นใจ

                “ยังไงก็ฝากด้วยนะครับ อ้อ!!” โซโกะอุทานแล้วเดินไปค้นกระเป๋าของคางุระหยิบผ้าพันท้องสีแดงออกมา “ถึงแม้จะเดือนพฤษภาคมแล้วแต่อากาศช่วงนี้แปรปรวนแถมตอนกลางคืนก็ยังหนาวอยู่บ้าง ลูกพี่อย่าลืมเตือนให้ยัยหมวยพันท้องด้วยนะครับ”

                “นี่ฉันตาฝาดรึเปล่าฟะ? ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอย่างนายน่ะจะเป็นห่วงใครเป็นนอกจากพี่สาวของนาย”

                โซโกะหันไปมองคางุระที่นอนกรนเบาๆด้วยความอ่อนโยนจนกินโทกิอดขนลุกไม่ได้

                “ก็ตอนนี้ยัยนี่คือผู้หญิงคนเดียวในชีวิตผมนี่ครับ”

                “เฮ้อ.....ไม่รู้หรอกนะว่ายังไง ทั้งๆที่มีผู้หญิงดีๆหรือผู้หญิงที่พร้อมจะเล่น SM กับนายอยู่เยอะแท้ๆ แต่กลับต้องมาเป็นทาสยัยไม่ได้เรื่องนี่”

                “ว่าแต่ผมลูกพี่เองก็ตามใจใช่เล่นนะครับ” โซโกะย้อนแล้วมองเวลา “ยังไงผมก็คงต้องไปก่อน รบกวนลูกพี่ด้วยนะครับ”

                “เออ ไปเถอะเดี๋ยวฉันจะดูแลพาเฟ่ต์ เอ๊ย ยัยนี่เอง”

                กินโทกิพูดจุดประสงค์กับหน้าที่ได้รับมอบหมายของตัวเองสลับกัน แล้วมองตามหลังโซโกะที่ออกจากร้านไป จากนั้นไม่นานชินปาจิก็เข้ามา

                “อรุณสวัสดิ์ครับคุณกิน เมื่อกี้ผมเจอคุณโอคิตะด้วยล่ะครับ อ้าว? แล้วไอ้ที่กองพะเนินอยู่นี่คืออะไรครับนั่น?”

                หนุ่มแว่นเดินเข้าไปสำรวจข้าวของในห่อผ้าที่กินโทกิแกะออกไว้แล้ว กินโทกิจึงเล่าให้ฟังทำให้ชินปาจิหน้าเหวอ

                “ตกลงนี่กินหรืออะไรครับเนี่ย?”

                “ช่างเถอะหน่า ยังไงนายก็ทำอาหารเช้าด้วยแล้วกัน คุณกินปวดหัวจะตายอยู่แล้ว”

                กินโทกิตัดบทแล้วเดินเข้าห้องนอนตัวเองต่อ ปล่อยให้ชินปาจิจัดการกับข้าวของคนเดียว



                ช่วงบ่ายแก่ๆของวันนั้นฮิจิคาตะได้นำทีมพาเจ้าหน้าที่ของสำนักงานสืบสวนคดีพิเศษมาถึงกุนมะได้อย่างราบรื่น จากนั้นชายหนุ่มตาดุอย่างเขาก็ได้วางแผนให้เจ้าหน้าที่ได้ปลอมตัวเข้าไปเป็นสายของกลุ่มค้ายาที่มีซาวาดะเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง เนื่องจากหลักฐานที่ค้นพบที่ท่าเรือเมื่อคราวก่อนรวมกับการให้ปากคำของริคุโอะนั้นกลับไม่เพียงพอเพราะซาวาดะมีอำนาจมากกว่าที่พวกเขาคิดไว้

                “ฉันกับโซโกะจะไปแอบดูที่แถวโกดังใหญ่เอง พวกแกที่เข้าไปในนั้นได้ก็คอยหาเวลาออกมารายงานแล้วกัน”

                “ครับ”

                ทุกคนรับคำตามคำสั่งของฮิจิคาตะ แม้ตัวของเขากับโซโกะเองอยากจะลงมือด้วยตัวเองมากกว่านี้แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากซาวาดะนั้นเคยเห็นหน้าพวกเขามาก่อนในฐานะของชินเซ็นกุมิ

                “มาโยรินครับ”

                โซโกะยกมือเรียกร้องความสนใจให้ฮิจิคาตะหรือมาโยรินหันมาทางเขา

                “ว่าไงรึ เจ้าบ้าไคเซอร์”

                “ผมนึกขึ้นได้ว่าลืมของน่ะครับ”

                “ถอดใจซะเถอะ ถือว่าแกสะเพร่าเองมาถึงที่นี่แล้วก็จงทำภารกิจให้สำเร็จ และฉันหวังว่านี่ไม่ใช่ข้ออ้างกลับไปหาเมียแกหรอกนะ”

                ฮิจิคาตะพูดแล้วจุดบุหรี่ยี่ห้อ MAYOBORO ที่ตนสูบประจำขึ้น

                “งั้นเหรอครับ สรุปว่ามายองเนสของมาโยรินที่เตรียมไว้สำหรับมาที่นี่เป็นอันว่าปล่อยไปนะครับ”

                โซโกะบอกถึงสิ่งของที่ลืมด้วยสีหน้าที่เมินเฉย แต่ฮิจิคาตะตกใจจนสำลักควันบุหรี่ของตน

                “แก๊!!! ของสำคัญแบบนี้ลืมได้ไงฟะ???”

                “ถอดใจซะเถอะครับ”

                โซโกะย้อนคำพูดของคนที่โวยวายเพราะกลัวขาดสารอาหารที่ไม่มีประโยชน์จากมายองเนส แล้วหลบดาบของฮิจิคาตะที่โมโหได้อย่างคล่องแคล่วซึ่งก็เป็นภาพที่ชินตาของเจ้าหน้าที่ทุกคน

                จากนั้นทุกคนก็เริ่มปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองอย่างจริงจัง เพราะครั้งนี้จะพลาดไม่ได้


                ภายในร้านรับจ้างสารพัด

                กินโทกิมองหญิงสาวที่กินไม่ยั้งแล้วถอนหายใจ พอๆกับชินปาจิที่รู้สึกห่วงอนาคตทางการเงินของโซโกะขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

                “สงสัยว่าโซนี่เจมส์ฟ็อกซ์ของอั๊วจะเริ่มโตมากขึ้นแล้วล่ะน่อ เอิ๊กกกก”

                คางุระบอกกับสองหนุ่มพร้อมเรอเป็นเครื่องยืนยันว่าตอนนี้เธออิ่มกับอาหารหลากหลายที่เพิ่งลงกระเพาะเมื่อครู่นี้

                “รสนิยมการตั้งชื่อนี่ห่วยไม่เปลี่ยนไม่เปลี่ยนเลยนะครับ แล้วคางุระมั่นใจเหรอว่าเป็นเด็กผู้ชายน่ะครับ?”

                ชินปาจิถามคนที่ตั้งชื่อลูกได้ไม่ดูสัญชาติด้วยความละอา ซึ่งดูเหมือนคางุระมั่นใจมากว่าต้องเป็นผู้ชายแน่นอน

                “แน่นอนน่อ วัตสัน เพราะยาโตะน่ะน่อมักจะมีลูกชายเป็นคนแรก”

                “มันจะจริงเร้อ” กินโทกิขัดขึ้น “ตอนแต่งงานใหม่ๆก็บอกว่ายาโตะกับมนุษย์โลกมีลูกด้วยกันยาก แต่เอาจริงๆแต่งไปเดือนเดียวก็ป่องเป็นปลาทองในตู้ซะงั้น”

                “ลูกสาวก็ดีนะครับ เด็กผู้หญิงน่ารัก”

                ชินปาจินึกถึงฮิเมโกะหลานสาวของตนแล้วอมยิ้ม

                “โอ่ยๆๆ ชินปาจิกลายเป็นตาลุงโลลิค่อนไปซะแล้วคางุระ ระวังลูกหล่อนไว้ให้ดีล่ะ”

                “ดีนะที่ลูกอั๊วเป็นผู้ชาย ไม่งั้นอันตรายแน่น่อ”

                “เลิกพูดอย่างนั้นซะทีเถอะครับ พวกคุณสองคนนี่ชอบปั่นหัวผมเล่นจริงๆ”

                ชินปาจิโวยวายสองคนที่กล่าวหาเขาลอยๆจนแว่นเกือบหลุด

                “ยังไงก็เถอะน่อ ลื้อเก็บความหื่นของตัวเองให้มิดชิดแล้วกันน่อจะได้ไม่ลำบากคนอื่นเขา” คางุระตัดบทแล้วลุกขึ้นยืน “อั๊วกลับบ้านก่อนล่ะน่อ ป่านนี้เจ้าซาดิสม์นั่นคงใกล้กลับแล้วน่อ”

                “นี่หล่อนเมาข้าวรึเปล่า? หมอนั่นไปทำงานต่างจังหวัดไม่ใช่รึไง?”

                กินโทกิทักถึงทำให้คางุระรู้ตัวว่าตอนนี้เธอมาอยู่กับกินโทกิเพราะโซโกะไม่อยู่

                “จริงสิน่อ อาตี๋นั่นไปทำงานนี่หน่า ดีๆอั๊วจะได้สบายหูบ้างหมอนั่นน่ะขี้บ่นกว่าที่คิดเลยน่อ ชินปาจิยังสู้ไม่ได้เลย”

                “ผมก็พอเข้าใจว่าทำไมถึงต้องบ่น”

                ชินปาจิพึมพำเมื่อเห็นคางุระเล่นแรงๆกับซาดาฮารุ กินโทกิมองแต่ก็ไม่พูดอะไรได้แต่ปล่อยให้คนกับหมาฟัดกันอย่างนั้น



                ในช่วง 2-3 วันแรก คางุระรู้สึกสนุกเพลิดเพลินกับชีวิตที่เหมือนจะโสดของตัวเอง อยากไปไหนมาไหนหรือทำอะไรก็ไม่มีคนขี้บ่นมาคอยห้าม  ถึงแม้ท้องของเธอจะเริ่มเห็นชัดแต่คางุระก็เปลี่ยนมาใส่ชุดกิโมโนอย่างคนญี่ปุ่นจึงทำให้ไม่มีใครสังเกตเห็น

                “คางุระจังความจริงก็เหมาะกับชุดญี่ปุ่นนะ น่าจะใส่มาตั้งนานแล้ว”

                ยูกะเพื่อนร่วมวัยของคางุระบอกกับเธอจากใจจริง

                “ใช่ๆ ดูสวยและดูมีน้ำมีนวลขึ้นด้วยนะ”

                มิสะเพื่อนอีกคนเห็นด้วย คางุระได้แต่ยิ้มแหยๆ เพราะทั้งสองคนไม่รู้ว่าเธอแต่งงานแล้ว

                “ว่าแต่ว่าคางุระจัง ไม่เจอชายในฝันบ้างเหรอ? พวกเราอายุก็ขนาดนี้แล้วนะน่าจะมีแฟนสักคนไว้แก้เหงาบ้าง”

                “ทำไมมาถามอั๊วล่ะน่อ พวกลื้อล่ะมีคนถูกใจบ้างรึยังน่อ?”

                คางุระเบนความสนใจไปยังคนอื่นแทน เพราะสถานะของเธอไม่สามารถบอกได้เนื่องจาก โอคิตะ โซโกะ นั้นได้ตายจากไปจากเอโดะแล้ว เหลือเพียงแต่ไคเซอร์ที่ไม่มีใครเคยเห็นหน้าภายใต้หน้ากากซาดาฮารุนั่น

                “จะว่ามีก็มีนะ”

                มิสะเอ่ยขึ้น

                “ใครเหรอน่อ?”

                “อืม......อาจจะดูแปลกๆหน่อยนะ” มิสะพูดอย่างขวยเขิน “ฉันยังไม่เคยได้เห็นหน้าของเขาหรอก แต่ก็หลงใหลในท่าทางกับน้ำเสียงของเขามากเลยล่ะ”

                “เอ๊ะ ไม่เคยเห็นหน้างั้นเหรอ?”

                ยูกะถามอย่างสงสัย ซึ่งมิสะก็พยักหน้า

                “ก็....คุณไคเซอร์ไง คราวก่อนคุณไคเซอร์ได้มาช่วยหาหลักฐานให้พ่อของฉันพ้นผิดจากการโดนใส่ความน่ะ แม้น้ำเสียงจะดูเย็นชา แต่ท่าทางก็สง่ามากเลยนะ”

                “ไคเซอร์หน้ากากซาดาฮารุที่เป็นเจ้าหน้าที่ของสืบสวนพิเศษน่ะเหรอ?”

                ยูกะถามอย่างตกใจ แต่คนที่ตกใจกว่าคือคางุระที่ได้มารับรู้ว่าเพื่อนของเธอกำลังตกหลุมรักสามีของเธอ

                “โอ้ยยย ภายใต้หน้ากากนั่นอาจจะหน้าตาขี้เหร่ ฟันเหยินๆ ตาตี่ๆก็ได้น่อ”

                “ฉันไม่ได้รักใครที่หน้าตาหรอกนะคางุระจัง ขอแค่เขาเป็นคนดีก็พอ”

                มิสะบอกกับคางุระยิ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกแย่มากกว่าเดิมที่ไคเซอร์ของเธอกลับกลายมาโปรยเสน่ห์อย่างไม่รู้ตัวอย่างนี้ ซึ่งคางุระก็ได้แต่ยิ้มเท่านั้นเพราะพูดอะไรไม่ออก



                หลายวันถัดมาเกินเวลา 5 วันที่โซโกะบอกกับกินโทกิไว้ ทำให้คางุระร้อนใจมากกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับสามี

                “หรือจะไปหลงสาวแถวนั้นหว่า เขาว่าสาวต่างจังหวัดสวยกันเยอะด้วย”

                กินโทกิที่นั่งอ่านการ์ตูนอยู่เปรยขึ้น เมื่อเห็นคางุระเดินไปเดินมาวนเวียนในร้านตลอดตั้งแต่เช้า

                โป้ก!!!

                จู่ๆจานขนมก็ลอยมาปะทะกับศีรษะของกินโทกิพอดี ทำให้ผมสีเงินเริ่มฉ่ำไปด้วยเลือดที่ไหลอาบใบหน้า แต่เจ้าตัวก็อ่านการ์ตูนต่อราวกับว่าเป็นเรื่องปกติ

                “อ่านหนังสือเงียบๆก็ดีแล้วแท้ๆ” ชินปาจิพึมพำ แล้วหันไปหาคางุระ “งานคงจะยุ่งน่ะครับ อย่ากังวลไปเลยนะคางุระจัง เดี๋ยวโซนี่เจมส์ฟ็อกซ์คุงไม่สบายเอานะ”

                “ก็อั๊วโทรหาไม่ติด มีแต่ผู้หญิงบอกว่าไม่สามารถติดต่อหมายเลขนี้ได้ในขณะนี้ นังนั่นมันเป็นใครมารับสายแทนอาตี๋ของอั๊วได้ยังไง?”

                คางุระโมโหหึงจนหน้ามืด เพราะกลัวว่าใครจะมาตกหลุมรักโซโกะอย่างมิสะอีก

                ชินปาจิขี้เกียจพูดอะไร ปล่อยให้คางุระหงุดหงิดไปอย่างนั้น

                หญิงสาวน้ำตาคลอรู้สึกเหงาและคิดถึงสามีจับใจเหลือเกิน


ปล.พิมพ์ผิดขออภัยค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

46 ความคิดเห็น

  1. #23 Mihorin (@btsloveyou122) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 22:00
    คางูระ ถ้าบอกพิกัดผู้หญิงคนที่รับสายเเทนโอคิตะสำนักงานคอลเซนเตอร์คงพังเป็นเเถบ555
    #23
    0
  2. #22 เรโกะ จิทาคุ (@modsensei) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 18:04
    55555 นั่นเป็นเสียงระบบคอมพิวเตอร์ค่ะ คู่นี้ขี้หึงกันทั้งคู่แหละนะ...5555
    #22
    0
  3. #21 PrincesZ O_O (@2477) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 10:57
    คางุระขี้หึงงงง 555
    #21
    0