(Gintama) After marriage (Okita x Kagura)

ตอนที่ 3 : อาการป่วยของคางุระ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 539
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    18 มี.ค. 62

                ค่ำคืนวันส่งท้ายปีใหม่ ณ ร้านรับจ้างสารพัดกินจัง

                โซโกะมองเจ้าของร้านกับแขกผู้มาเยือนที่พากันเมามายจนหลับเมื่อปาร์ตี้เล็กๆแต่แสนเสียงดังนั้นจบลงแล้วถอนหายใจ เพราะนั่นเป็นภาพที่แสนอนาถเมื่อเขาเห็นกินโทกินอนแผ่หราโดยมีซัทจังกอดแนบกายด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อ ชินปาจิก็นอนกอดหมอนโอซือที่โอทาเอะลงทุนซื้อให้น้องชายเป็นของขวัญปีใหม่ มาโยรินหรือฮิจิคาตะนอนหลับมาดหลุดอยู่ข้างๆคอนโด้ที่กกลูกสาวนอนพร้อมกัยโอทาเอะอย่างหมดสภาพไม่ต่างจากซึคุโยะกับคิวเบที่มาร่วมงานด้วย โชคดีที่ปีใหม่ปีนี้ไม่ได้มีคาซึระมาร่วม มิเช่นนั้นสภาพของพวกที่เมามายในตอนนี้อาจจะดูไม่ได้มากไปกว่าเดิม

                ชายหนุ่มเดินข้ามคนที่เมาหลับแต่ละคนไปจนถึงภรรยาสาวของเขาที่นอนหนุนซาดาฮารุอยู่แล้วเอื้อมมือไปปลุกให้เธอตื่น




                “คางุระ ไหนว่าจะไปตีระฆังกันไง ตื่นได้แล้ว”

                “อือ.....”

                คางุระครางรับรู้ในลำคอแต่ก็ไม่ยอมตื่น จนโซโกะต้องปลุกอีกครั้ง

                “คางุระ จะไปไหมเนี่ย?”

                “อั๊วก็อยากไปเหมือนกันน่อ แต่เปลือกตาอั๊วไม่ให้ความร่วมมือเลย”

                “อะไรมันจะง่วงขนาดนี้ เมื่อกลางวันหล่อนก็นอนจนถึง 5 โมงเย็น ตื่นขึ้นมากินแล้วก็นอนต่ออีกไม่ใช่รึไง?”

               “ก็อั๊วง่วงจริงๆน่อ ลื้ออยากไปก็ไปคนเดียวไป อั๊วจะนอนแล้วน่อ”

                ไม่พูดไล่เพียงอย่างเดียว คางุระก็โบกมือไล่สามีให้ไปไกลๆด้วยความรำคาญ แต่โซโกะก็ดึงแขนเธอให้ลุกขึ้นแล้วอุ้มร่างบางพาดบ่าตัวเอง

                “จะไปนอนก็ไปนอนที่บ้านเรา”

                “........”

                ไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากหญิงสาวเพราะคางุระนั้นหลับไปอีกครั้งหนึ่ง โซโกะจึงจำเป็นต้องแบกเธอไปอย่างทุลักทุเลข้ามผ่านพวกที่เมาหลับกลับไปยังบ้านของทั้งสองคน


                รุ่งเช้ามาเยือน

                คางุระงัวเงียตื่นขึ้นมาในยามเช้าด้วยความไม่สดใสนักเพราะเธอรู้สึกหนักตัวและมึนๆหัวจนต้องหลับตาอีกครั้ง ช่วงหลังที่ผ่านมาเธอรู้สึกว่าตัวเองง่วงนอนอยู่บ่อยครั้งจนแทบไม่เป็นอันทำอะไร

                “จะกินข้าวไหมเนี่ย? คุณสามีที่แสนจะเพอร์เฟคอย่างฉันทำให้แล้วรบกวนเชิญคุณคางุระมารับประทานด้วยกันนะครับ”

                โซโกะเอ่ยปากถามคนขี้เซาเมื่อเขาเลื่อนประตูห้องนอนมาก็ยังพบว่าภรรยายังคงนอนอยู่บนฟูก คางุระหันมาหาชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงประตูทำให้โซโกะเห็นว่าหน้าขาวๆของเธอซีดเผือดจึงรีบเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆร่างบาง

                “อั๊วรู้สึกไม่มีแรงยังไงไม่รู้ แถมตัวก็หนักๆด้วยน่อ”

                คางุระเอ่ยเมื่อโซโกะก้มหน้าเอาหน้าผากของเขาแตะกับหน้าผากของเธอเพื่อวัดไข้

                “อืม ไข้ก็ไม่มีนี่หน่า สงสัยว่าหล่อนจะสวาปามของกินไม่ยั้งตั้งแต่เมื่อวานน่ะสิ ทีหลังกินน่ะให้มันรู้ลิมิตตัวเองซะบ้างนะ มันน่าสงสารหรือสมน้ำหน้าดีนะยัยหมวยจอมตะกละ”

                โซโกะบ่นแล้วพยุงให้หญิงสาวลุกขึ้น

                “ฉันต้องไปเข้าเวรตอนเช้าด้วยน่ะสิ หล่อนอยู่เองคนเดียวได้ไหม?หรือจะให้ฉันไปส่งที่ร้านของลูกพี่”

                “อั๊วอยู่คนเดียวได้น่อ ขากลับซื้อสาหร่ายดองกลับมาให้อั๊วด้วยแล้วกันน่อ”

                “ยังจะห่วงกินอีก นี่ฉันมีเมียเป็นลูฟี่ใช่ไหมเนี่ย?”

                ชายหนุ่มเปรียบเปรยภรรยาตัวเองกับตัวละครเรื่องอื่นแล้วดึงแขนพยุงร่างบางให้ลุกขึ้นไปกินข้าวเช้าด้วยกัน

                คางุระยังคงกินข้าวเช้าได้เป็นปกติทำให้โซโกะสบายใจขึ้นบ้างเพราะเธอคงไม่ได้ป่วยอะไรมากมายอย่างที่เขากังวล

                “โซโกะ”

                “หือ?”

                “ลื้อกลับมาเร็วๆน่อ”

                ชายหนุ่มกระพริบตาถี่ๆอย่างไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ตนเองได้ยิน เพราะตั้งแต่คบกันมาจนกระทั่งแต่งงานกันมาเข้าเดือนที่ 3 แล้วคางุระไม่เคยพูดจาชวนให้เขาไม่อยากไปทำงานอย่างนี้มาก่อนในชีวิต

                “ฉันว่าหล่อนควรไปหาหมอจริงๆน่ะแหละ เดี๋ยวฉันไปขอร้องให้พวกลูกพี่พาเธอไปแทนแล้วกัน”

                “ปีใหม่พวกคุณหมอเขาก็พานางพยาบาลไปเที่ยวพักผ่อนกันทั้งนั้นล่ะน่อ”

                คางุระอ้างเพราะตัวเองไม่อยากไปหาหมอเสียเท่าไหร่ เนื่องจากตัวเองเคยไปมีประสบการณ์ไม่ดีเกี่ยวกับโรงพยาบาลมาก่อน

                “ต้องรีบพาไปด่วนเลย ฉันว่าสมองหล่อนคงหมดทางเยียวยาแล้ว”

                โซโกะพูดแล้วลุกขึ้นเมื่อกินข้าวเสร็จ

                “ฝากล้างจานด้วยนะ ฮันนี่”

                “อั๊วไม่สบายอยู่น่อ ยังจะมาใช้อั๊วอีก ถ้าอั๊วล้มหัวฟาดพื้นไปลื้อจะเสียใจน่อ”

                คางุระตะโกนไล่หลังโซโกะที่สวมหน้ากากซาดาฮารุออกไปทำงานอย่างหงุดหงิดที่สามีไม่สนใจเท่าที่ควร แต่ก็ยอมทำหน้าที่แม่ศรีเรือนด้วยการล้างจานแล้วทำความสะอาดบ้านเมื่อรู้สึกดีขึ้น


                “หา? แล้วยัยคางุระเป็นอะไรมากรึเปล่า?”

                กินโทกิถามเมื่อโซโกะแวะมาขอร้องให้เขาพาคางุระไปหาหมอทั้งๆที่เขาเองก็ยังไม่สร่างจากการดื่มตั้งแต่เมื่อคืน

                “ตอนนี้ยังไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ แต่ผมติดงานเลยพาไปหาไม่ได้” โซโกะตอบแล้วถามหาฮิจิคาตะ “แล้วนี่มาโยรินฟื้นรึยังครับลูกพี่”

                “อยู่นี่ๆ”

                ฮิจิคาตะในสภาพมาดนิ่งเดินออกมาพร้อมกับสวมหน้ากากภูติมาโยเรียบร้อยแล้ว

                “นี่แกมานอนบ้านฉันทั้งคืนเลยรึไง”

                กินโทกิหันไปถามหน้ากากภูติมาโยอย่างแปลกใจเพราะเขาจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้เท่าไรนัก ซึ่งฮิจิคาตะก็ตอบอย่างวาดมาด

                “โทษทีว่ะ เมื่อคืนแท็กซี่หมดพอดี”

                “บอกไปตามตรงว่าเมาจนเหมือนสุนัขเลยกลับบ้านไม่ได้ดีกว่านะครับ”

                โซโกะแทรกขึ้น

                “แกเงียบไปเลยเจ้าบ้าไคเซอร์ รีบไปทำงานกันได้แล้ว”

                ฮิจิคาตะเสียงดังกลบเกลื่อนความอาย แล้วเดินนำหน้าโซโกะเพื่อไปทำงาน

                “ฝากคางุระด้วยนะครับลูกพี่”

                ชายหนุ่มทิ้งท้ายแล้วเดินตามมาโยรินหรือฮิจิคาตะหน้ากากภูติมาโยไปโดยมีกินโทกิมองตามแล้วพึมพำ

                “แต่งงานไปแล้วฉันยังต้องตามไปดูแลอีกหรือฟะ?”


                ในที่สุดคางุระก็ถูกกินโทกิกับชินปาจิพามายังสถานที่คางุระพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอดจนได้ หลังจากฉุดกระชากลากถูกันมาซักพักจนเธอหมดแรงไปเอง

                “ผมก็ว่าคางุระจังแปลกๆมาตั้งแต่วันคริสต์มาสแล้วนะครับคุณกิน ไม่รู้จะแพ้แดดอีกไหม”

                ชินปาจิเปิดบทสนทนากับกินโทกิเมื่อคางุระเดินเข้าไปในห้องตรวจแล้วหายไปนาน แต่คู่สนทนาของเขากลับมานั่งหลับน้ำลายยืดเสียอย่างนั้น

                “คุณกิน!!!”

                หนุ่มแว่นตะโกนเรียกใส่หูคนผมเงินจนเขาสะดุ้ง กินโทกิจึงรีบต่อบทสนทนาทันที

                “อือๆ ฉันก็ว่าจะไปกินพาเฟ่ต์ที่ร้านเปิดใหม่เหมือนกัน”

                “ผมคุยเรื่องนั้นซะที่ไหนล่ะครับนี่ยังไม่สร่างใช่ไหมเนี่ย?” ชินปาจิโวยกินโทกิที่ไม่ได้ฟังเขาเลยสักนิด “ว่าแต่ว่าคางุระจังหายเข้าไปนานแล้วนะครับ จะเป็นอะไรมากรึเปล่าไม่รู้”

                “ยัยนั่นน่ะถึกยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้นไม่เป็นอะไรหรอกน่า”

                กินโทกิบอกชินปาจิที่กังวลโดยใช่เหตุ

                สักครู่ใหญ่คางุระก็เดินมาหาพวกเขาด้วยสีหน้าไม่ดีนัก ทำให้ชินปาจิกับกินโทกิรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา

                “เฮ้ คุณหนูทำไมทำหน้าตาเหมือนคนปวดท้องแต่ไม่ถ่ายอย่างนั้นล่ะ”

                กินโทกิเดินเข้ามากอดคอถามคนที่เขารักดั่งลูกสาว

                “อั๊ว อั๊วไม่รู้จะบอกยังไงดีน่อกินจัง ชินปาจิ”

                คางุระพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเคลือ

                “มีอะไรรึเปล่าคางุระจัง?”

                ชินปาจิเองก็ถามไถ่ด้วยความเป็นกังวล คางุระมองหน้าชายหนุ่มทั้งสองคนแล้วส่ายหน้า ก่อนจะขอตัวไปรับยาด้วยตัวเอง ซึ่งระหว่างทางกลับบ้านคางุระก็เงียบผิดปกติแต่ทั้งกินโทกิกับชินปาจิก็ไม่ได้เซ้าซี้เพราะจะรอจนกว่าหญิงสาวจะพูดออกมาเอง


                โซโกะรีบกลับมายังบ้านของเขากับคางุระทันทีเมื่อเลิกงาน แต่เขาก็พบว่าคางุระไม่อยู่จึงรีบไปยังร้านรับจ้างสารพัดกินจัง ซึ่งก็พบว่าคางุระยังคงอยู่อย่างที่เขาคิดไว้

                ชินปาจิเปิดประตูต้อนรับโซโกะด้วยสีหน้าไม่สบายใจนัก เพราะตั้งแต่กลับมาคางุระก็เอาแต่นิ่งเงียบ แม้กินโทกิจะขอดูถุงยาเธอก็ไม่ยอมให้เขาดู

                “คางุระ?”

                โซโกะเรียกและเดินเข้าไปนั่งข้างๆภรรยาที่ทำหน้านิ่งเอาแต่จ้องถุงยาอยู่อย่างนั้น คางุระหันไปตามเสียงเรียกและเมื่อเห็นว่าเป็นโซโกะหญิงสาวก็คว้าร่มสีม่วงข้างตัวมาฟาดสามีทันที ซึ่งก็ทำให้เขารีบกระโดดไปหลบหลังเก้าอี้ยาวแทบไม่ทัน หญิงสาวยังคงไล่ตามไปฟาดและทำร้ายโซโกะอย่างไม่ลดละ จนกินโทกิกับชินปาจิต้องมาล็อคตัวคางุระไม่ให้ไปอาละวาดใส่ชายหนุ่มที่กำลังงงว่าเกิดอะไรขึ้น

                “เฮ้ย คางุระ”

                กินโทกิเรียกชื่อคนสติแตกให้ได้สติ เมื่อโดนดุเสียงดังคางุระปล่อยโฮร้องไห้ทำให้ผู้ชายตัวโตทั้งสามคนทำอะไรไม่ถูก

                “คางุระ หล่อนเป็นอะไรไป?”

                โซโกะเดินเข้าไปใกล้แล้วถามอีกครั้ง แต่คราวนี้คางุระเอาแต่ร้องไห้จนเขาดึงตัวเธอมากอดแนบอก

                “อย่ามาแตะต้องตัวอั๊วน่อ” คางุระพลักโซโกะออกห่างแต่เขาไม่ยอมซึ่งหญิงสาวเองก็หมดแรงที่จะพลักเขาออกอีกครั้ง

                “ทำไมฉันจะแตะต้องตัวหล่อนไม่ได้? เป็นอะไรก็พูดกันมาดีๆสิ”

                “อั๊วไม่อยากเห็นหน้าลื้อ ไปไกลๆอั๊วเลยน่อ ไอ้ตี๋บ้า”

                ไม่ว่ายังไงคางุระก็พยายามไล่สามีให้ออกห่างจากตน ซึ่งโซโกะก็ไม่ยอมทำตามใจภรรยาแม้จะถูกเธอทุบตียังไงก็ตาม

                “เฮ้ย โอคิตะคุง แกไปแอบมีกิ๊กเป็นนางพยาบาลรึไงฟะ? ทำไมคางุระถึงเป็นแบบนี้ไปได้น่ะหา?”

                กินโทกิที่ว่าจะไม่ยุ่งกับเรื่องในครอบครัวคนอื่นแล้วแท้ๆอดเดาสาเหตุไม่ได้ว่าทำไมยัยหมวยของพวกเขาถึงมีอาการแบบนี้

                “จริงๆเหรอครับเนี่ย?? ทำไมล่ะครับ? คางุระจังของพวกผมผิดพลาดและไม่ดีตรงไหนล่ะครับ?”

                ชินปาจิโวยวายเมื่อคิดตามกินโทกิ โซโกะชักเริ่มปวดหัวกับพวกที่จินตนาการกันไปเอง

                “ถ้าจะให้พูดเรื่องผิดพลาดของยัยนี่คืนนี้ก็เล่าไม่หมดหรอกนะ แต่ที่แน่ๆฉันไม่เคยนอกใจยัยหมวยห่วยแตกเลยสักครั้งเดียว”

                “อ้าว แล้วมันคืออะไรกันล่ะ? อย่าบอกนะว่าแกไปกิ๊กกับหมอแทนน่ะ?”

                “ไม่กับหมอหรือพยาบาลทั้งนั้นล่ะครับลูกพี่ กรุณาอย่ายุแยงตะแคงรั่วให้มากไปกว่านี้เลยได้ไหมครับถ้าอยากจะตายแบบศพสวยอยู่”

                โซโกะเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาบ้างแล้ว ทำให้กินโทกิกับชินปาจิเงียบและเฝ้ามองคู่สามีภรรยาที่ทำท่าจะไม่ยอมเลิกตีกันง่ายๆอยู่ห่างๆ

                คางุระค่อยๆเลิกร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดสามีแล้วมองหน้าโซโกะอย่างเคืองๆ ทำให้ชายหนุ่มยิ่งสงสัยว่าเขาไปทำอะไรให้เธอโกรธขนาดนี้

                “ว่าไง?” โซโกะถามแล้วลูบผมที่ยุ่งฟูของหญิงสาวให้เข้าที่ “มาพูดกันด้วยเหตุผลได้แล้ว”

                “อั๊วไม่อยากเห็นหน้าลื้อน่อ”

                “แล้วฉันไปทำอะไรให้หล่อน?”

                “แน่นอนว่าลื้อผิดเต็มๆเลยน่อ ลื้อผิดเต็มๆเลยที่ทำให้อั๊วเป็นแบบนี้”

                “ฉัน?”

                “ใช่ ลื้อนั่นแหละ” คางุระพูดแล้วปาดน้ำตาตัวเอง

                “ใช่เพราะโอคิตะคุงนั่นแหละ”

                กินโทกิพูดเสริม ทั้งโซโกะกับคางุระจึงหันมองต้นเสียงซึ่งพวกเขาก็เห็นกินโทกิกับชินปาจิยืนถือถุงยาอยู่ พร้อมกับยืนถือใบยืนยันผลตรวจที่แนบมาด้วย

                “อย่างนี้ต้องหุงข้าวแดงกันแล้วสินะครับคุณกิน”

                “ของแบบนั้นมันจะมีอยู่ที่ร้านเราได้ยังไงล่ะชินปาจิเอ๋ย โอย ฉันรู้สึกว่าจะมีภาระยุ่งๆมาให้เลยว่ะ”

                ชายหนุ่มผมเงินพูดแล้วเดินไปหาโซโกะพร้อมกับยื่นผลตรวจให้ดู โซโกะรับมาอย่างงุนงงแล้วก้มอ่าน

                “ยินดีด้วยนะครับคุณโอคิตะ”

                ชินปาจิกล่าวความยินดีกับโซโกะ เมื่อเห็นชายหนุ่มอ่านจบแล้วหันไปมองหน้าภรรยาที่ยังอยู่ในอ้อมกอด

                โซโกะมองหน้าคางุระอย่างไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เขาได้รับรู้เมื่อสักครู่นี้ มือใหญ่แต่แสนอบอุ่นของเขาค่อยๆวางบรรจงลงบนหน้าท้องที่ยังแบนราบของหญิงสาวอย่างทะนุถนอม ทำให้คางุระสะอื้นขึ้นมาอีก

                “แล้วหล่อนจะร้องไห้ทำไมกัน? ไม่ดีใจรึไงที่เรากำลังมีลูกด้วยกัน”

                “เพราะลื้อทำให้อั๊วเตรียมตัวไม่ทันน่อ อั๊วยังไม่ได้ทำใจกับการเป็นแม่คนเลยน่อ ไอ้ตี๋บ้า”

                “มันควรจะต้องเตรียมใจตั้งแต่เข้าหอลงโรงไปโจ๊ะพรึมๆกันไม่ใช่รึไง?”

                กินโทกิอดแทรกไม่ได้ ซึ่งก็ทำให้ชินปาจิหน้าแดงแทนคู่สามีภรรยา

                “แล้วอั๊วก็ยังอยากทำงานกับกินจังอยู่เลยน่อ”

                คางุระบอกสามีอีกเหตุผลหนึ่ง โซโกะหันไปมองหน้ากินโทกิซึ่งนั่นก็ทำให้กินโทกิถอนหายใจออกมา

                “ว่าไงล่ะว่าที่คุณพ่อ ฉันแล้วแต่นายเลยแล้วกันแต่ถ้ายังจะให้ยัยหมวยบ๊องนี่ทำงานที่นี่อยู่ล่ะก็ฉันก็สัญญาว่าดูแลให้อย่างดีแล้วกัน”

                โซโกะมองหน้าภรรยาที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาแล้วใจอ่อนแม้จะห่วงสุขภาพของเธอมากก็ตาม

                “งั้นก็รบกวนด้วยนะครับลูกพี่”

                “ลื้อจะให้อั๊วทำงานที่ร้านต่อได้รึน่อ?”

                “ก็จนกว่าหล่อนจะพอใจไปเลยฉันเคยขัดหล่อนได้ที่ไหนล่ะ แล้วอย่ามาร้องโอดครวญคลอดลูกระหว่างทำงานแล้วกัน”

                “อั๊วรักลื้อที่สุดเลยน่อโซโกะ”

                คางุระบอกแล้วกอดสามีแน่น โซโกะทำหน้าเซ็งๆกับความรักที่ไม่ค่อยได้ออกจากปากหญิงสาวแม้เขาจะทวงถามเท่าไรก็ตาม แต่คำบอกรักกลับพูดออกมาง่ายๆเมื่อเขาอนุญาตให้เธอได้ทำงานต่อ ความหึงหวงเกิดขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อคิดมากว่าคางุระยอมบอกรักเพราะเขาให้เธอทำงานกับกินโทกิ ไม่ว่ายังไงกินโทกิก็ยังคงสำคัญกับคางุระอยู่ดี

                “แล้วหล่อนจะรับผิดชอบร่างกายฉันที่หล่อนทุบเอาๆอยู่เมื่อกี้ยังไง?”

                “ลื้อนี่จุกจิกจริงน่อ เรื่องมันผ่านไปแล้วยังจะเอามาคิดอีก”

                “มันผ่านไปแล้วแต่ฉันยังเจ็บและจุกอยู่เลยนะ”

                “อย่าโมโหอั๊วน่อ เดี๋ยวลูกจะตกใจน่อ”

                คางุระเอาลูกในท้องมาต่อรองไม่ให้เขาโกรธเธอ ซึ่งนั่นก็ทำให้โซโกะหันไปสนใจสิ่งมีชีวิตน้อยๆที่เป็นดั่งสายใยของเขากับเธอในท้องของคางุระ คนที่ไม่เคยใส่ใจเรื่องความสัมพันธ์และแทบไม่มีเพื่อนอย่างเขากลับกำลังสร้างครอบครัวเล็กๆได้ในตอนนี้

                “สงสัยฉันจะยังไม่หายแฮงก์ว่ะชินปาจิ รู้สึกอยากจะอ้วกยังไงไม่รู้ อ้อ แล้วเชิญคุณสามีภรรยากลับไปทำความเข้าใจที่บ้านตัวเองทีเถอะ”

                กินโทกิเอ่ยขึ้นอย่างหมั่นไส้แล้วโซโกะกับคางุระออกจากร้านไปแล้วปิดประตูใส่ในทันที

                โซโกะกับคางุระมองหน้ากันอย่างเขินๆ

                “อั๊วใส่ให้น่อ”

                คางุระบอกแล้วเอาหน้ากากซาดาฮารุที่อยู่บนศีรษะสามีลงมาสวมให้เขาอย่างเบามือ จึงไม่เห็นว่าโซโกะยิ้มให้อย่างอ่อนโยนภายใต้หน้ากากนั่น

                “คางุระ”

                “หือ?”

                “หล่อนสัญญากับฉันนะว่าจะดูแลตัวเองให้ดี อย่าทำงานที่ฝืนตัวเองนะถือว่าฉันขอร้อง”

                “ลื้อไม่ห้ามอั๊ว แต่มาขอร้องแทนเหรอน่อ?”

                “เพราะฉันรู้ว่าฉันห้ามหล่อนไม่ได้ไงล่ะ”

                โซโกะพูดความจริง คางุระยิ้มให้กับว่าที่คุณพ่อแล้วโอบเอวเขาเดินไปด้วยกัน

                “อั๊วสัญญาน่อ ว่าอั๊วจะดูแลตัวเองกับลูกในท้องให้ดีเลยน่อ อาตี๋น้อยๆต้องแข็งแรงเหมือนอั๊วแน่นอนน่อ”

                “อะไรนะ? ลูกน่ะต้องเป็นผู้หญิงแน่นอน”

                โซโกะเถียงทันทีเพราะเขาอยากได้ลูกสาวหน้าตาน่ารักอย่างคางุระมาออดอ้อนทดแทนภรรยาที่กดขี่เขาอยู่เนืองๆ

                “ไม่น่อ อั๊วมั่นใจว่านี่ต้องเป็นอาตี๋แน่นอน”

                คางุระเองก็เถียงเช่นเดียวกัน เพราะเธออยากได้ลูกชายไว้สืบสกุลคนแรกตามแนวคิดของยาโตะ

                ถึงแม้จะยังไม่รู้ว่าจะเพศใดกันแน่ แต่ว่าที่พ่อแม่มือใหม่ก็ยังคงถกเถียงกันอย่างไม่ลดละจนกระทั่งถึงบ้านของพวกเขา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

46 ความคิดเห็น

  1. #18 PrincesZ O_O (@2477) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 07:06
    เขินน่อออ
    #18
    0
  2. #8 Pimsiriiiiiii (@Pimsiriiiiiii) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 19:48
    ต้องเป็นลูกชายยยยยย55555
    #8
    0
  3. #7 เรโกะ จิทาคุ (@modsensei) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 14:20
    <p>อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย</p>
    #7
    0