(Gintama) After marriage (Okita x Kagura)

ตอนที่ 15 : ภาคพิเศษ SSS Family ตอนที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 384
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    25 พ.ค. 61


        แม้จะฝืนใจเพียงใดแต่ในที่สุดโซโกะจำต้องขอความร่วมมือจากพี่ภรรยาที่ไม่ค่อยจะลงรอยกันเพื่อจะปิดคดีตามล่าตัวของโอซากิพ่อค้ายาผู้มีอิทธิพลหลังจากผ่านพ้นมานานแต่ยังไม่สามารถจับกุมได้



        เนื่องจากคามุอิพำนักอยู่ในโยชิวาระ โซโกะจึงต้องไปหาเขาถึงที่และเมื่อก้าวสู่ประตูแสงสีสวรรค์ชั่วค่ำคืนของผู้ชาย โซโกะได้ถอดหน้ากากออกและเปิดเผยตัวเองได้อย่างอิสระเพราะสำหรับเขาแล้วที่นี่ไม่มีใครเคยรู้จัก โอคิตะ โซโกะ มาก่อน เมื่อได้เห็นใบหน้างามค่อนไปทางหวานของชายหนุ่ม เหล่าสาวๆในโยชิวาระต่างพากันรุมล้อมหวังจะพาโซโกะไปเคียงข้างในค่ำคืน ซึ่งคามุอิที่รู้อยู่แล้วว่าน้องเขยต้องมาหาแน่นอนเพราะเขาเป็นคนสั่งให้โยชิวาระต้อนรับโอซากิให้มากบดานอยู่ที่นี่นั่นเอง จึงให้คนคอยจับตาดูว่าโซโกะจะแอบนอกใจหวั่นไหวกับสาวงามในโยชิวาระนี่หรือไม่ แต่สรุปแล้วโซโกะกลับไม่มีทีท่าจะสนใจนางคนไหนนอกจากธุระที่มาหาเขาโดยเฉพาะ

        “ว่าไงน้องเขย ไม่เจอกันซะนานไม่รู้ว่าโซราคุจะจำพ่อตัวเองได้รึเปล่าเนอะ”

        คามุอิเอ่ยทักโซโกะเมื่อซึคุโยะพามาเจอกันที่ห้องรับรอง

        “อ้อ ถ้าโซราคุล่ะก็พอเห็นหน้าฉันก็ร้องไห้โผเข้าหาด้วยความคิดถึงเลยล่ะ” โซโกะพูดข่มคนชวนหาเรื่องแล้วตัดบทเข้าเรื่องธุระของตน “เรื่องนั้นช่างเถอะ ฉันมาที่นี่เพื่อขอความร่วมมือ”

        “หือ งั้นหรอกเหรอ” คามุอิแกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้ “เรื่องอะไรล่ะ? ให้ฉันพาน้องสาวมาอยู่ที่นี่ด้วยกันใช่ไหม?”

        “เรื่องนั้นไม่มีทางซะหรอก”

        โซโกะปฏิเสธแล้วบอกว่าเขาต้องการให้คามุอิปิดทางเข้าออกโยชิวาระและเกณฑ์คนไปอยู่ในที่ปลอดภัยชั่วคราวเพื่อจะทำการจับกุมโอซากิ

        “แค่คนๆเดียวต้องทำถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?  ”  หนุ่มยาโตะถามอย่างแปลกใจทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้รู้สึกอะไรเลยสักนิด “ตอนสมัยยังเป็นชินเซนกุมิออกจะบ้าบิ่นขนาดนั้นแท้ๆ”

        “ฉันไม่อยากให้คนบ้าอย่างแกมาบอกว่าฉันบ้าหรอกนะ ตกลงว่าไงจะช่วยรึเปล่า?”

        “ทำไมต้องช่วยคนที่ทำให้น้องสาวฉันต้องเลี้ยงลูกอย่างโดดเดี่ยวแถมยังต้องไปเจอกับอันตรายต่างๆด้วยล่ะ?” คามุอิยังคงยียวนต่อจนโซโกะเริ่มไม่พอใจ “ว่าไงล่ะ ไหนบอกเหตุผลมาสิ?”

        ทั้งคามุอิกับโซโกะจ้องตากันอยู่พักใหญ่ก่อนตำรวจหนุ่มจะบอกเหตุผลที่เข้าท่าและเห็นว่าพี่ภรรยาน่าจะคล้อยตาม

        “เสร็จจากคดีนี้ฉันก็จะมีเวลาให้กับน้องสาวแกมากขึ้น รวมถึงจะได้ช่วยกันผลิตลูกสาวที่หน้าตาเหมือนกับยัยนั่นเปี๊ยบยังไงล่ะ”

        “เห?”

        คามุอิยิ้มอย่างพอใจหลังจากหยุดคิดตามน้องเขยไปเล็กน้อย แล้วนึกถึงสมัยคางุระยังเป็นเด็กตัวน้อยที่ติดเขาแจ คนเป็นพี่ที่ไม่ค่อยได้ทำหน้าที่ให้สมกับเป็นพี่อย่างเขาก็อยากจะกลับไปชดเชยในสิ่งที่ขาดหายไปเช่นกัน

        “ว่าไงล่ะ”

        โซโกะเป็นฝ่ายถามกลับซึ่งคามุอิก็ยอมตกลงที่จะช่วยเพราะอยากจะอุ้มหลานสาวอยู่เหมือนกัน


        หลังจากตกลงกันได้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานสืบสวนคดีพิเศษเริ่มเตรียมตัวและพากันมุ่งสู่โยชิวาระโดยไม่มีใครสวมหน้ากากปลอมตัวแม้แต่สักคน เพราะโอซากินั้นรู้จักแต่เวลาที่พวกเขาสวมหน้ากาก เจ้าหน้าที่ทุกคนจึงจำเป็นต้องกลายเป็นคนมาเที่ยวโยชิวาระ ส่วนสาวๆโยชิวาระที่ออกมาต้อนรับนั้นคือกลุ่มเฮียกกะแทนสาวสวยต้อนรับตัวจริง ในห้องรับรองขนาดใหญ่ของคามุอิที่เคยใช้เป็นสังเวียนในการต่อสู้มาแล้วเมื่อหลายปีก่อน

        “ระ  รู้สึกกดดันชอบกล”

        ยามาซากิพึมพำเมื่อสาวเหล่านักฆ่ามาคอยปรนนิบัติ เพราะความที่เอาแต่จับอาวุธของพวกเฮียกกะทำให้เวลาที่มาดูแลรับรองแขกของพวกเธอกลายเป็นภาพที่น่ากลัว ทั้งการรินเหล้าและร่ายรำสุดหลอนอย่างที่ไม่เคยมีใครพบเจอมาก่อน

        “โอซากิมาแล้ว”

        ซึคุโยะบอกกับทุกคนที่อยู่ในห้องรับรองของคามุอิที่จัดพิธีสมมติงานวันเกิดแล้วเชิญโอซากิมาเป็นแขกร่วมงาน นางรำเทพมรณะเลื่อนประตูห้องรับรองเปิดออกต้อนรับโอซากิกับพวกของเขา

        “อย่าใจร้อนกันนะ”

        ฮิจิคาตะกระซิบกับลูกน้องเมื่อโอซากิกำลังเดินเข้ามาในห้อง

        “เชิญๆ”

        คามุอิรับแขกผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้ม แล้วหันไปขยิบตากับอาบูโตะเพื่อให้ลูกน้องที่อยู่ข้างนอกของตนคุมนอกห้องไว้

        “ในที่สุดเราก็ได้เจอกันสักทีนะท่านคามุอิ ขอบคุณท่านมากที่ยอมเปิดประตูให้เรามาอาศัยอยู่ที่นี่” โอซากิโค้งคำนับหนุ่มยาโตะผู้ปกครองโยชิวาระ “ไม่น่าเชื่อว่าจะยังหนุ่มยังแน่นถึงขนาดนี้”

        “ไม่ต้องเป็นพิธีการอย่างนั้นหรอก ฉันไม่ถนัดน่ะ นั่งก่อนสิ”

        โอซากิตอบรับคำเชื้อเชิญให้นั่ง แล้วมองไปโดยรอบจึงเห็นผู้คนมากมายมาร่วมงานวันเกิดของคามุอิ จนกระทั่งสบตากับฮิจิคาตะซึ่งหัวหน้าหน่วยสืบสวนก็ทำเนียนเป็นแขกร่วมงานและโค้งศีรษะให้กับโอซากิตามมารยาท

        คิโยชิสมุนมือขวาของโอซากิสอดส่ายสายตามองแขกที่อยู่ในห้องรับรองอย่างไม่วางใจเท่าไรนัก และเขาก็สะดุดสายตาเมื่อเห็นชายหนุ่มหน้าหวานคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างกายหนุ่มตาดุที่อยู่ไม่ไกลกันกับเขา ซึ่งโซโกะก็หันมามองตอบหลังจากมีความรู้สึกว่าใครกำลังมองเขาอยู่

        “เหมือนเคยเห็นที่ไหน?”

        นักฆ่าหนุ่มแห่งโอซากิพึมพำกับตัวเองแล้วพยายามคิดว่าเขาเคยเจอกับโซโกะที่ไหนมาก่อน แล้วละสายตาไปมองเจ้าของงานวันเกิดและถึงกับเบิกตากว้างเพราะจำได้ว่าคนๆนี้คือคนเดียวกันกับที่อัดพวกเขาจนเละตอนที่เข้าไปจัดการครอบครัวของไคเซอร์เมื่อคราวก่อน สมองของคิโยชิทบทวนเรื่องราวที่เคยเกืดขึ้นและเริ่มเข้าใจว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่ปลอดภัยเมื่อจำได้แล้วว่าหนุ่มหน้าหวานผมสีน้ำตาลอ่อนที่เขาจ้องเมื่อสักครู่คือคนๆเดียวกันกับในรูปแต่งงานที่ติดไว้ที่บ้านหลังนั้น และไคเซอร์ก็มีผมสีน้ำตาลอ่อนเช่นเดียวกัน ถึงแม้ผมจะไม่ได้สั้นถึงคนตรงหน้าแต่ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าอาจจะใช่อย่างที่เขาคิด

        “ท่านโอซากิครับ”

        คิโยชิเรียกโอซากิแล้วขยับเข้าไปกระซิบ จนสัญชาตญาณของฮิจิคาตะรู้สึกได้ว่าผู้ห้องหาอาจจะรู้ตัวแล้วจึงส่งสัญญานให้ลูกน้องของตนเตรียมพร้อมไว้

        “ขอโทษทีนะ ลูกน้องของฉันอยากจะไปเข้าห้องน้ำน่ะ” โอซากิบอกกับคามุอิด้วยรอยยิ้ม “เจ้าหมอนี่ก็งี้ล่ะขี้อายไปหน่อย คงไม่ว่าอะไรนะ”

        “อ้อ เชิญครับ”

        คามุอิบอกแล้วคิดว่าคงไม่เป็นไรหากเกิดอะไรขึ้นเพราะพวกเขามีกองกำลังหนาแน่นอยู่ จึงปล่อยให้คิโยชิเดินออกไปนอกห้องรับรอง และเริ่มงานเลี้ยงวันเกิดตามแผนจนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบ ชม. จนลืมไปแล้วว่าคิโยชิยังไม่กลับมา

        “ช่างเป็นงานเลี้ยงที่งดงามมาก” โอซากิบอกกับคามุอิหลังจากที่ทุกคนเริ่มอิ่มท้อง แล้วหันไปหาฮิจิคาตะกับโซโกะ “ท่านว่าอย่างนั้นไหม? มาโยริน ไคเซอร์”

        ฮิจิคาตะตกใจที่โอซากิรู้ว่าเขาคือมาโยริน นักค้ายารายใหญ่ยิ้มเมื่อเห็นท่าทางของหัวหน้าหน่วยสืบสวนแล้วพูดต่อ

        “จะว่ายังไงดีล่ะ ฉันเองก็ขี้เกียจหนีแล้วและไม่อยากที่จะเสียลูกน้องไปหากต้องมีการปะทะกันพวกแกก็คิดแบบนี้เหมือนกันสินะ ใครจะไปนึกว่าพวกแกจะเป็นพันธมิตรกับยาโตะจริงๆฉันก็คิดว่าคราวของซาวาดะนั่นคือเรื่องบังเอิญซะอีก”

        โอซากิพูดถึงซาวาดะพ่อค้ายาหลงลืมที่ถูกจับกุม ณ โยชิวาระแห่งนี้เมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว

        “แต่ฉันก็ไม่ได้โง่แบบมันหรอกนะ”

        “เลิกพล่ามและมอบตัวดีๆซะ จะได้ไม่มีใครบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย”

        ฮิจิคาตะบอกกับโอซากิแล้วพยักหน้าให้ยามาซากิไปใส่กุญแจมือผู้ต้องหา ส่วนเจ้าหน้าที่คนอื่นๆต่างทยอยพากันจับกุมลูกน้องของโอซากิที่อยู่ในห้องรับรองเช่นกัน

        “แล้วเราไปสู้คดีกันก็แล้วกันนะมาโยริน จากนั้นก็มาดูว่าอำนาจเงินกับความถูกต้องอย่างไหนจะใช้ในโลกอันเน่าเฟะนี่ได้มากกว่ากัน รวมถึง...” โอซากิเว้นช่วงคำพูดแล้วหันไปมองโซโกะ “แน่ใจนะว่าจะไม่มีใครบาดเจ็บ”

        “หมายความว่าไง”

        โซโกะถามอย่างไม่ไว้ใจเมื่อถูกพ่อค้ายาหันมาบอกเช่นนั้น

        “อืม.....ลองกลับไปที่บ้านก็รู้ ป่านนี้คงจะกลายเป็นศพทั้งแม่และลูกแล้วล่ะ คิโยชิน่ะเรื่องการสังหารถนัดยิ่งกว่าสิ่งไหนเลยนะ”

        “คนของฉันไม่ปล่อยให้ลูกน้องแกออกไปง่ายๆหรอก”

        คามุอิพูดขึ้นอย่างเหนือกว่าแต่ทว่าโอซากิกลับหัวเราะเสียงดังลั่น แล้วหรี่ตามองหนุ่มยาโตะด้วยคำถาม

        “แน่ใจหรือ?”

        “แย่แล้วหัวหน้า ทุกคนหลับกันหมดเลย”

        อาบูโตะเลื่อนประตูเปิดออกแล้วรายงานสถานการณ์ข้างนอก พร้อมกับสั่งให้ทุกคนปิดปากและจมูกเมื่อมีควันสีม่วงคลุ้งไปทั่วโยชิวาระและเริ่มเข้ามาในห้องรับรอง

        “แกทำอะไร?”

        โซโกะคำรามแล้วรีบใส่หน้ากากก่อนจะหันมาคาดคั้นโอซากิที่เริ่มสติเลือนรางเมื่อสูดควันเข้าไป

        “ยารัญจวนนิทราไงล่ะ”

        โอซากิบอกได้แค่นั้นแล้วผล็อยหลับไปตามฤทธิ์ควันของยารัญจวนนิทราที่ผู้ใดหากได้สูดเข้าไปจะเคลิบเคลิ้มและฝันอยู่ในห้วงนิทราอย่างเป็นสุขในช่วงเวลาหนึ่ง

        เมื่อประติดประต่อเรื่องราวได้แล้วโซโกะนึกถึงคางุระกับโซราคุที่อยู่บ้านในทันที ทำให้หนุ่มตำรวจที่ไม่เคยมีอะไรมาสั่นคลอนสมาธิเวลาทำงานอย่างโซโกะลืมตัวเสียสิ้นทิ้งหน้าที่ของตนที่ยังค้างคาอยู่วิ่งมุ่งกลับไปบ้านอย่างรวดเร็ว โดยมีคามุอิวิ่งไปด้วยและขึ้นกระโดดไปวิ่งอยู่บนหลังคานำไปล่วงหน้าด้วยความเป็นห่วงน้องสาวที่อาจเป็นอันตรายด้วยความสะเพร่าของตน


        คางุระค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆ และพบว่าตัวเองถูกมัดไว้ด้วยโซ่ตรวนที่แน่นหนาอยู่ในห้องนอนแล้วพยายามคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอแต่ก็นึกไม่ออก  

        “แง้.....”

        เสียงร้องไห้ของโซราคุทำให้คางุระตกใจรีบหันซ้ายขวามองหาลูกชายและพยุงตัวให้ลุกขึ้นนั่งเพื่อจะไปหา แต่ก็ไม่สามารถลุกขึ้นได้เพราะเกิดอาการหน้ามืดจึงส่งเสียงเรียกเพื่อให้เด็กน้อยรู้ว่าเธอยังอยู่

        “โซราคุ มามี๊อยู่นี่น่อ โซราคุอยู่ไหนน่อ?”

        “อ้าว ตื่นแล้วเหรอ? สมกับเป็นยาโตะจริงๆยารัญจวนนิทราถึงใช้ได้แค่เพียงชั่วครู่เท่านั้น”

        ร่างสูงของชายหนุ่มผู้สวมผ้าคาดตาหัวกะโหลกเดินอุ้มโซราคุที่ร้องไห้จ้าเดินเข้ามายังห้องนอนที่เธอถูกมัดอยู่ ยิ่งเด็กน้อยได้เห็นผู้เป็นแม่ก็ยิ่งร้องไห้ดิ้นจะไปหาให้ได้

        “เจ้าเด็กนี่ก็ยาโตะด้วยสินะแรงถึงได้เยอะขนาดนี้”

        คิโยชิพึมพำด้วยความแปลกใจเมื่อเด็กน้อยวัย 6 เดือนที่พยายามดิ้นอยู่นั้นมีแรงเยอะกว่าที่คิดจนเขาแทบจะรั้งตัวไว้ไม่อยู่

        “ปล่อยลูกอั๊วน่อ แล้วลื้อเป็นใครต้องการอะไรจากอั๊ว”

        “อยู่นิ่งๆเถอะ แล้วรอไคเซอร์กลับมาก่อน ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรเธอกับลูกแน่นอน”

        “ไคเซอร์อะไรกัน ไม่มีน่อ”

        คางุระปฏิเสธแต่กลับโดนคิโยชิหัวเราะใส่

        “อย่ามาโกหกเลย รูปไคเซอร์ในชุดแต่งงานกับเธอน่ะมันเด่นซะขนาดนั้น” ชายหนุ่มชี้ไปยังด้านนอกห้องนอนที่มีรูปแต่งงานของคางุระกับโซโกะติดไว้ “คราวที่แล้วโดนต้มซะสนิท”

        “ส่งลูกมาให้อั๊วก่อนน่อ เห็นไหมว่าร้องไห้จนเสียงแห้งแล้ว”

        คางุระยอมรับกลายๆแล้วให้คิโยชิส่งโซราคุที่ยังคงร้องไห้มาให้เธอ แต่คิโยชิไม่ทำตาม

        “เดี๋ยวเหนื่อยก็คงเงียบเองนั่นแหละ”

        หญิงสาวพยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการแต่ดูเหมือนว่าฤทธิ์ของยารัญจวนนิทรานั้นยังคงวนเวียนอยู่ในตัวทำให้เธอขยับไม่ได้ดั่งใจนัก คางุระได้แต่มองลูกชายที่สะอึกสะอื้นและไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไร จะหวังให้กินโทกิมาช่วยก็คงเป็นไปได้ยากเพราะวันนี้รับจ้างสารพัดมีงานไปส่งของอยู่ที่เมืองถัดไป

        แต่แล้วก็มีเสียงพังประตูเข้ามาพร้อมกับเสียงตะโกนอย่างร้อนรน

        “คางุระ!!

        “อาเฮีย!!! อั๊วอยู่นี่น่อ”

        คางุระร้องเรียกพี่ชายตัวเองทันทีเมื่อได้ยินเสียงคามุอิดังขึ้นมา แต่ดูเหมือนคิโยชิจะเตรียมตัวไว้อยู่แล้วเมื่อคามุอิพังประตูห้องนอนเข้ามานักฆ่าแห่งโอซากิจึงปาผงรัญจวนนิทราใส่หนุ่มยาโตะเต็มหน้าแล้วหลบการโจมตีอันรวดเร็วได้ทันท่วงที แม้คิโยชิกำลังจะพ่ายแพ้ต่อคามุอิเมื่อโดนโจมตีอย่างไม่มีพักแต่แล้วคามุอิที่เผลอสูดยารัญจวนไปเมื่อตอนเข้ามาในห้องเกิดอาการมึนขึ้นมาโดยไม่อาจต้านทานได้เพราะคิโยชิใช้ยากับหนุ่มยาโตะในส่วนที่หากเป็นคนธรรมดาอาจจะสลบไปเป็นอาทิตย์

        “หนอย”

        คามุอิพยายามจิกแขนตัวเองจนเลือดออกเพื่อให้ตัวเองได้สติกลับคืนมาแต่ดูเหมือนว่าจะยากเย็น ชายหนุ่มยาโตะได้ยินแต่เสียงหัวเราะเยาะของคิโยชิกับเสียงร้องไห้ของหลานประสานกับเสียงร้องเรียกของคางุระในห้วงฝัน นึกโทษตัวเองที่ประมาทมากเกินไปเพราะห่างหายจากการต่อสู้มานาน เข่าทั้งสองข้างของคามุอิทรุดลงขณะที่เขาพยายามจะประคองสติ

        “ไม่ไหวหรอกมั้ง ใครจะไปนึกว่าราชาแห่งโยชิวาระคนใหม่จะอ่อนแอเสียขนาดนี้”

        คิโยชิเยาะเย้ยคามุอิแต่จู่ความหนาวเย็นยะเยือกก็พุ่งเข้าสู่หัวใจเมื่อปลายดาบคมของใครบางคนชี้จิ้มไปยังท้ายทอยของตน

        “คืนลูกฉันมา และปลดกุญแจโซ่ที่เมียฉันด้วย”

        น้ำเสียงที่นิ่งจนน่ากลัวของโซโกะเอ่ยขึ้นจากด้านหลังของคิโยชิที่ไม่ทันรู้ตัวเลยว่าตำรวจหนุ่มมาตั้งแต่เมื่อไร

        “หึหึ อยากได้งั้นเรอะ เอาคืนไปเซ่”

        คิโยชิบอกแล้วขว้างร่างเล็กของโซราคุออกไปนอกประตูห้องอย่างแรงราวกับเป็นลูกเบสบอล โซโกะรีบพุ่งตัวไปรับลูกชายอย่างรวดเร็วแต่ไม่ทันเมื่อร่างของโซราคุกระแทกกับไม้กั้นเพียงห่างกันแค่ปลายนิ้วมือที่ผู้เป็นพ่อกำลังจะเอื้อมถึง เสียงร้องไห้ของโซราคุหยุดลงในทันทีทำให้โซโกะกับคางุระใจแทบสลายเมื่อเห็นลูกชายนอนกองนิ่งอยู่กับพื้น

        “แก!!!

        คางุระคำรามแล้วจู่ๆสัญชาตญาณที่สองอันบ้าคลั่งได้ตื่นขึ้น โซ่ตรวนที่พันธนาการเธอไว้แหลกสะบั้นทำให้คิโยชิตกใจและเขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเด็กน้อยถึงขั้นนั้น โซโกะกดโทรหารถพยาบาลเสร็จแล้วรีบเข้ามาห้ามภรรยาที่อัดคิโยชิไม่ยั้งด้วยความตกใจเพราะเขาไม่เคยเห็นคางุระบ้าคลั่งขนาดนี้มาก่อน

        “คางุระ!! หยุดก่อนเดี๋ยวมันตาย!!

        แม้จะแค้นเคืองที่คิโยชิทำร้ายลูกชายของตนแน่นิ่งไปแต่เพื่อรูปของคดีทำให้โซโกะจำเป็นต้องห้ามเพื่อรักษาชีวิตของคิโยชิไว้ แต่ตัวเขาเองก็ถูกคางุระเหวี่ยงไปมาอยู่หลายครั้งจนสะบักสะบอมจนแทบจะลุกไม่ขึ้น

        “....แง้..”

        เสียงเด็กน้อยที่แน่นิ่งไปดังขึ้นอีกครั้งทำให้คางุระได้สติกลับมาเป็นคนเดิม นัยน์ตาสีฟ้ามองหาลูกชายแล้วรีบเข้าไปอุ้มเมื่อโซราคุวัย 6 เดือนลุกขึ้นนั่งได้แล้วร้องหาแม่ราวกับแค่ตกใจเพียงเท่านั้น

        “โชคดีที่มีสายเลือดยาโตะมากกว่ามนุษย์”

        คามุอิที่เริ่มคลายจากยารัญจวนนิทราเอ่ยขึ้นแล้วพยุงตัวเองลุกขึ้นจะไปกระทืบคิโยชิที่จมกองเลือดซ้ำแต่โซโกะจับกางเกงของพี่ชายภรรยาไว้

        “จากนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ตำรวจเถอะ”

        “ได้ แต่ระหว่างแกกับฉันมันยังไม่จบหรอกนะ”

        หนุ่มยาโตะหันมาคาดโทษกับน้องเขยที่ไม่มีความสามารถในการปกป้องหลานกับน้องสาวของเขาเพียงพอ โซโกะไม่พูดอะไรได้แต่พยุงตัวเดินเข้าไปหาคางุระที่กำลังกอดปลอบโซราคุ

        “โซโกะ”

        คางุระน้ำตาไหลพรากแล้วโผเข้าสู่อ้อมกอดของสามีซึ่งโซโกะเองก็น้ำตาคลอเช่นกันเพราะนึกว่าเขาจะสูญเสียลูกชายไปเสียแล้ว


        หลังจากทุกอย่างเข้าสู่ความเรียบร้อย คิโยชิต้องรักษาตัวอยู่ใน รพ. เพราะกระดูกหักหลายท่อน ส่วนโอซากิเองก็สู้คดีกับหลักฐานที่พวกฮิจิคาตะมีเพื่อให้ตัวเองได้พ้นผิดอย่างโดยทุ่มเงินไม่อั้น ทำให้พวกโซโกะต้องหาหลักฐานมามัดตัวโอซากิให้ดิ้นไม่หลุดมากขึ้น ส่วนคางุระกับโซราคุโดนบังคับย้ายไปอยู่กับคามุอิและถูกสั่งห้ามให้ใครเข้าหาเด็ดขาดไม่เว้นแม้แต่กินโทกิที่เพิ่งมารู้เรื่องราวทีหลัง

        “อั๊วไม่เห็นด้วยน่อที่จะให้โซราคุมาอยู่ที่โยชิวาระแบบนี้”

        คางุระบอกกับพี่ชายหลังจากกล่อมโซราคุหลับไปแล้ว แต่คามุอิทำท่าไม่สนใจ

        “คามุอิ ลื้อฟังที่อั๊วพูดรึเปล่าน่อ”

        “หล่อนอยากจะกลับไปอยู่กับไอ้คนไร้น้ำยานั่นรึไง?”

        หนุ่มยาโตะถามน้องสาวตรงประเด็นซึ่งคางุระก็ยอมรับโดยดี จนรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาจางหาย

        “เห็นแล้วไม่ใช่เหรอว่ามันปกป้องอะไรไม่ได้เลย”

        “อั๊วสัญญาแล้วน่อว่าจะไม่ห่างกัน แล้วอั๊วก็จะไม่ยอมให้โซราคุรู้สึกไม่ดีกับพ่อของตัวเองเหมือนกับที่ลื้อเคยเป็นด้วย” คางุระพูดแทงใจดำจนคามุอิชะงัก “ซึกกี้บอกว่าทั้งโซโกะทั้งกินจังมาหาอั๊วทุกวันแต่ลื้อไม่ยอมให้พวกเขาเข้ามา ลื้อจะทำแบบนี้ไปถึงเมื่อไร”

        “ทีนี่มีพื้นที่ให้โซราคุวิ่งเล่นเยอะแยะ”

        คามุอิเปลี่ยนเรื่องคุยแต่คางุระไม่ยอม

        “นี่คือชีวิตอั๊วน่อ คามุอิ ลื้ออย่าบังคับอั๊วอีกเลยน่อ”

        “ถ้าอยากจะไปก็ตามใจ แต่ถ้าตัวเองกับลูกเกิดเป็นอะไรขึ้นมาก็อย่ามาโทษกันก็แล้วกัน”

        หนุ่มยาโตะทิ้งท้ายแล้วเดินหนีน้องสาวด้วยความขัดใจ คางุระมองตามหลังของคามุอิจนลับห้องแล้วหันไปอุ้มโซราคุที่นอนอยู่ขึ้นเพื่อออกไปจากโยชิวาระ

        “ไม่รอให้ถึงเช้าก่อนเหรอ?” ซึคุโยะที่พามาส่งถึงประตูทางเข้าออกของโยชิวาระบอกกับหญิงสาวยาโตะอย่างเป็นห่วง “นี่ก็ดึกมากแล้วนะ”

        “คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่ซากุระจะโรยแล้วน่อ อั๊วอยากพาลูกไปดู”

        คางุระบอกกับซึคุโยะอย่างแน่วแน่จนซึคุโยะยอมเปิดประตูให้ และพอเมื่อเปิดประตูคางุระก็พบว่าโซโกะที่ไม่ได้สวมหน้ากากซาดาฮารุยืนอยู่ราวกับรอเธออย่างนั้น

        “ฉันมารับ” โซโกะบอกกับคางุระแล้วช่วยอุ้มโซราคุ “ออกมาช้าจัง รอมาเป็นอาทิตย์แล้วนะรู้ไหมว่าซากุระน่ะจะโรยแล้วนะ”

        “อื้อ แต่พอดีว่าของอั๊วเยอะไปหน่อยเลยต้องใช้เวลาเก็บเยอะ” คางุระชูผ้าแค่เพียงห่อเดียวที่พกมา “ขอโทษที่ให้รอน่อ”

        “หึ”

        โซโกะหัวเราะในลำคอแล้วจูงมือภรรยาไปจากโยชิวาระ ซึคุโยะกอดอกมองสามพ่อแม่ลูกอย่างมีความสุขที่พวกเขาได้อยู่ด้วยกันเสียที

        “แล้วเจ้าล่ะกินโทกิ อุตส่าห์มารอด้วยนี่นา”

        ซึคุโยะถามกินโทกิที่นอนอยู่บนลังกระดาษอยู่ในความมืด ชายหนุ่มผมเงินลุกขึ้นหาวแล้วเดินเข้าสู่ประตูโยชิวาระ เอ่ยปากพูดโดยไม่หันมามองหญิงสาว

        “ฉันมาเที่ยวโยชิวาระต่างหากล่ะ คืนนี้จะหาน้องนางแจ่มๆแนบกายสักคน”

        “งั้นข้าจะยอมสละตัวมาเป็นเพื่อนเจ้าเอง”

        ซึคุโยะบอกกับกินโทกิ ทำให้เขาหยุดชะงักก่อนจะหันมายิ้มให้กับอารมณ์ขันของสาวสวย

        “ก็แล้วแต่”

        ประตูของโยชิวาระค่อยๆปิดลงเหลือให้เห็นเพียงด้านหลังของชายหญิงที่เดินเคียงข้างกัน ก่อนจะแนบสนิทราวกับตัดขาดไปอีกโลกหนึ่ง


        “มีแต่คนมาดูดอกไม้ผลิตอนกลางวัน แล้วทำไมพวกเราถึงมาดูดอกไม้โรยตอนกลางคืนล่ะน่อ” คางุระถามโซโกะเมื่อพากันมาถึงจุดชมซากุระ ดอกไม้สีชมยังคงดูสวยแม้อยู่ในที่มืดหรือที่มันสวยเพราะคนที่มาดูด้วยกันคือคนที่พิเศษที่สุดในชีวิต “ไม่ใส่หน้ากากเดี๋ยวก็โดนคนอื่นเห็นหน้าหรอก”

        “เที่ยงคืนกว่าแล้วช่างมันเถอะ”  โซโกะบอกอย่างไม่ใส่ใจในขณะที่เงยหน้ามองซากุระที่กำลังโรย ทั้งสองสามีภรรยาเงียบกันไปสักพัก โซโกะจึงเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบนั้น “ฉันนึกว่าหล่อนจะไม่ออกมาแล้ว”

        “จะเป็นไปได้ไงน่อ อั๊วสาบานในวันแต่งงานแล้วนี่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราจะไม่ทิ้งกัน” คางุระบอกแล้วเอื้อมมือไปแตะแขนชายหนุ่มเมื่อเห็นเขามีท่าทีแปลกไป “อย่าคิดมากน่อ”

        “ขอโทษนะ ที่ฉันไม่เคยทำอะไรให้หล่อนได้สักอย่าง”

        “ทำไมจะไม่ทำก็ลื้อพาอั๊วมาดูซากุระแล้วยังไงน่อ”

        คางุระปลอบใจกับคนชอบคิดเองเออเอง โซโกะหันมองหน้าภรรยาแล้วหอมลูกชายที่อุ้มอยู่ด้วยความรักคางุระจึงเข้าไปโอบเอวของเขา

        “แค่มีลื้ออยู่ อั๊วก็ไม่กลัวอะไรหรอกน่อ”

        “ขอโทษนะ”

        โซโกะขอโทษคางุระอีกครั้งแล้วโอบแขนข้างที่ว่างรวบตัวเธอมากอดไว้พร้อมกับสัญญากับตัวเองในใจว่าต่อจากนี้ไปจะดูแลเธอกับลูกให้ดีที่สุด

        “คางุระ”

        “หือ?”

        “หล่อนบอกว่าฉันพาหล่อนมาดูซากุระตามสัญญาแล้วใช่ไหม?”

        “อือ ก็ใช่ไงน่อ? มีอะไรเหรอ?”

        คางุระเงยหน้าถามโซโกะด้วยความสงสัยแล้วรู้สึกทะแม่งๆเมื่อเห็นสายตาที่เศร้าซึมเมื่อสักครู่กลายเป็นสายตาที่แสนจะแพรวพราวจนเธอรีบดันตัวเองออกห่างเขา

        “งั้นเรารีบกลับไปบ้านเพื่อทำสัญญาหลังจากดูซากุระดีกว่า ป่ะ”

        โซโกะคว้ามือคางุระให้เดินไปด้วยกัน แต่หญิงสาวกลับขืนตัวเพราะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อกลับถึงบ้าน

        “โซราคุยังไม่ได้ดูเลยน่อ อั๊วขอปลุกโซราคุก่อน”

        “ไม่ต้องเลย อย่ามาเลี่ยงอีกนะ ชู่ว...” ชายหนุ่มดักคอคนที่คิดผิดคำสัญญา “กลัวล่ะสิ ก็มันนานแล้วนี่เนอะ”

        “อะ อั๊วไม่ได้กลัวน่อ”

        คางุระเถียง ยิ่งทำให้โซโกะชอบใจ

        “ไม่กลัวก็กลับกันเร็วๆ รู้ไหมว่าฉันมีเวลาว่างที่จะทำในส่วนที่เราไมได้ทำกันมาด้วยนะ”

        “เอ๊ะ พรุ่งนี้ลื้อไม่ไปทำงานเหรอน่อ”

        “ไม่ไป” โซโกะตอบแล้วเร่งฝีเท้ามากขึ้นจนคางุระแทบจะวิ่งตาม “โดนพักงาน 1 อาทิตย์เต็มเพราะทิ้งงานมาช่วยหล่อนเมื่อคราวก่อนน่ะสิ”

        “เอ๋? แล้วคดีปิดแล้วเหรอน่อ”

        “เรียบร้อยแล้ว โอซากิไม่สามารถอุทธรณ์ได้อีกต่อไป ส่วนฉันก็โดนพักงานเลยมีเวลามาเล่นด้วยกันยังไงล่ะ ไม่แน่นะเล่นไปเล่นมาโซคุงอาจจะได้น้องตัวน้อยๆมาอยู่เป็นเพื่อนก็ได้”

        “โซราคุ!! ตื่นน่อ!!

        คางุระพยายามปลุกลูกชายให้อยู่เป็นเพื่อนเพื่อไม่ให้โซโกะทำตามอย่างที่พูด เพราะเอาเข้าจริงๆด้วยความห่างหายกันไปนานทำให้หญิงสาวรู้สึกกลัวๆเกรงๆพอดู แต่ลูกชายกลับไม่ให้ความร่วมมือเลยแม้แต่น้อย

        “เอาล่ะโซคุง...นอนตรงนี้นะ”

        โซโกะวางลูกชายไว้ที่เบาะนอนอย่างเบามือแล้วรีบไปปูที่นอนของเขาบ้างอย่างกระตือรือร้นเมื่อพากันกลับมาถึงบ้าน จากนั้นก็ลากคางุระที่ยืนเก้กังอยู่ด้านนอกเข้ามาล้มตัวนอนด้วยกัน

        “เอ่อ...อั๊วขออาบน้ำก่อน”

        คางุระต่อรองแต่โซโกะปฏิเสธ

        “ไม่”

        “อั๊วหิวข้าวอ่ะ”

        “เดี๋ยวค่อยกิน”

        “เอ่อ...อั๊วปวดฉิ๊งฉ่องอ่ะน่อ”

        “ก็ปล่อยมันตรงนี้เลย”

        “จะบ้ารึไงน่อ อาตี๋ซาดิสม์!!

        คางุระโวยวาย แต่ในที่สุดเมื่อถูกปิดปากด้วยริมฝีปากที่ห่างหายกันไปนานใจที่ว่าจะคัดค้านก็โอนอ่อนว่าง่ายตามคนรุกรานเสียอย่างนั้น

        “ลูกสาวๆๆ”

        โซโกะท่องราวกับจะสะกดจิตให้เธอมีลูกสาวให้เขาให้ได้ จนคางุระขี้เกียจขัดใจปล่อยให้ชายหนุ่มทำตามใจอย่างที่อยากทำโดยไม่ขัดขืนอีกต่อไป



ปล.พิมพ์ผิดขออภัยค่ะ 


       

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

46 ความคิดเห็น

  1. #38 Hikaru (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 00:33

    อ๊ากกกฟิน ใครก็ได้ช่วยที เรียกรถพยาบาลด่วน เสียเลือดมากเลยตอนนี้

    #38
    0
  2. #37 Aomsusa (@Aomsusa) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 17:10
    ฟินนาเรรรรรรรรร>\\<
    #37
    0